c o m p e n s a t e

ตอนที่ 33 : บ ริ ภั ท ร #ตอนพิเศษ ๑/๑

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,542
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 996 ครั้ง
    9 ต.ค. 61








หลังจากเป็นแฟนกับแล้วผู้ชายที่ชื่อชานนท์ ปริญศิริเปลี่ยนแปลงไปบ้างไหม? บริภัทรถามตัวเองหลังจาก(จำใจต้อง)นั่งฟังคนข้างหลังปรับทุกข์กันเรื่องเพื่อนชายที่กำลังคบหาตลอดสองชั่วโมงของวิชาภาคการละคร เธอคนหนึ่งบ่นว่าเดี๋ยวนี้แฟนไม่ค่อยเอาใจเหมือนตอนเริ่มจีบ ไม่ค่อยมีเวลาให้และไม่ยอมง้อเวลาทะเลาะกันทั้งที่เมื่อก่อนนั้นจะผิดหรือไม่ผิดก็จะเป็นฝ่ายยอมลงให้ตลอด เธอทุกข์ใจจนไม่มีกระจิตกระใจจะเรียนหนังสือ เธอคงไม่มีใจเหลือสำหรับเนื้อหาการเรียนจริง ๆ แม้ขณะที่โดนอาจารย์จ้องเขม็งเธอยังไม่รู้ตัว

“บริภัทร”

“ครับ?”

“ลักษณะแนวคิดแหวกขนบที่โดดเด่นที่สุดของภาพยนตร์เรื่องนี้คืออะไร?” บริภัทรนิ่งไปอึดใจ ไม่ใช่ไม่รู้คำตอบหรือสงสัยในคำถามแต่บริภัทรกำลังคิดว่าอาจารย์กำลังเข้าใจผิดอะไรสักอย่าง

“ถ้าตอบไม่ได้ก็ควรตั้งใจเรียน ไม่ใช่ตั้งใจซุบซิบกับเพื่อน”

“อาจารย์ครับ!” ภาคินยกมือท้วง ชายหนุ่มตั้งท่าจะชี้หน้าสองคนด้านหลังเต็มที่แต่บริภัทรดึงแขนเพื่อนไว้พร้อมส่ายหน้า หันไปมองต้นตอเสียงก่อนจะกลับไปตอบคำถามอย่างใจเย็น

“อาจารย์แม่งเกินไปจริง ๆ ว่ะ”

“พูดแม่งไม่ได้นะคิน” นั่นครูบาอาจารย์

“ก็มันน่าไหมล่ะ ไม่ดูให้ชัดแล้วมาด่า แถมยังด่ากลางห้องรวมด้วย มันกี่ชีวิตล่ะที่จะเข้าใจผิดตามแก” ไอ้ตัวต้นเหตุก็หุบปากเงียบโดนภาคินจ้องหน้าเข้าไปถึงได้อุบอิบขอโทษ ชายหนุ่มทนไม่ไหวเลยแกล้งเปรยเสียงดัง ๆ ว่ากล้าเอาเรื่องส่วนตัวมาคุยกลางห้องก็กล้ายอมรับผิดหน่อย ไม่ใช่ปล่อยให้คนอื่นเขาเดือดร้อนแทน ภาคินหัวเสีย ใส่อารมณ์กับจังหวะก้าวลงบันไดจนบริภัทรเผลอหลุดเสียงขำ

“กลับบ้านบ้างหรือเปล่าน่ะ” เป็นการเอ่ยถามกึ่งเหน็บแนมของภาคิน ศิริสกุลที่ไม่ได้ต้องการคำตอบแต่อย่างใด ชายหนุ่มเปรยขึ้นขณะที่ทั้งคู่เดินลงมาถึงโถงกว้างใต้ตึกสิบสี่ชั้นแล้วเห็นคนกลุ่มหนึ่งนั่งเด่นเป็นสง่าตรงโต๊ะยาวฝั่งซ้าย อันที่จริงภาคินหมายถึงใครคนหนึ่งในกลุ่มนั้น คนที่ตั้งแต่กลับจากเกาะกูดมาก็ไม่เคยกลับไปนอนบ้านตัวเองเลยนั่นแหละ

“กลับอยู่นะ”

“ตอนไหน? ไปห้องทีไรก็เห็นยืนหล่ออยู่ในห้องครัว ถามจริง พี่ชานนท์กินนอนในนั้นเลยหรือเปล่า”

“ก็คินไปตอนเวลากินข้าวตลอด” ไม่มื้อเช้าก็มื้อเย็น ไม่ให้อยู่ในครัวแล้วจะให้อยู่ที่ไหนเล่า “แล้วก็อย่าพูดไป พี่เขาไม่ได้อยู่กับเราตลอดนะ”

“อ้อ ตอนเรียนก็ยังแยกไปเศรษฐศาสตร์นี่เนาะ”

“เพ้อ”

“ใครกันแน่” ภาคินลากเสียงยาว กลายเป็นว่าทั้งคู่หยุดคุยกันตรงนั้น ทั้งที่อีกไม่กี่เมตรก็จะไปถึงกลุ่มคนที่รอแล้ว บริภัทรมองไปยังบุคคลที่ภาคินเอ่ยพาดพิงแล้วก็คิดถึงเรื่องที่เพื่อนสองคนคุยกันก่อนหน้านี้ คุณชานนท์หรือพี่ชานนท์ก็ยังเป็นพี่ชานนท์คนเดิม คนที่โดดเด่นกว่าใครแม้ว่ากำลังทำเพียงนั่งไขว้ขาแล้วหมุนปากกาในมือ คนที่แทบไม่แสดงอารมณ์แม้ว่าคนรอบข้างจะกำลังกุมท้องหัวเราะเพราะเรื่องตลกของพี่คริส คนที่เลิกคิ้วเพียงเล็กน้อยตอนพี่เลย์บุ้ยใบ้มาทางนี้ คนที่ยังวางสีหน้าเรียบเฉยแม้ดวงตาจะวาววาม คนที่จะจับสายตาบริภัทรไว้ได้แม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย

“เหนื่อยไหม?”

“ไม่ครับ”

“หิวหรือเปล่า มีแซนวิชกับน้ำผลไม้รวมอยู่” ตั้งแต่ไปอ่านเจอบทความที่ระบุว่าการดื่มน้ำกระเจี๊ยบมากเกินไปทำให้เกิดผลเสียต่อไตเขาก็บอกให้บริภัทรดื่มน้ำผักหรือผลไม้ชนิดอื่นสลับกันไปและหากเขาเป็นคนหามาก็จะซื้อแบบรวมเสียเป็นส่วนใหญ่ วันนี้ก็เช่นกัน

“ยังไม่ค่อยหิวเลยครับ เมื่อตอนกลางวันกินข้าวเหนียวไก่ทอดไปสองชุด อิ่มมาก”

“แต่ตอนนี้มันจะสี่โมงแล้ว”

“รอกินทีเดียวตอนมื้อค่ำก็ได้ครับ”

“ไม่หิวแน่นะ” บริภัทรส่ายหน้าประกอบรอยยิ้ม ไม่ได้รู้สึกว่าอีกฝ่ายยุ่มย่ามหรือวุ่นวายมากเกินไปแต่อย่างใด บริภัทรออกจะชอบความใส่ใจของเขาเสียด้วยซ้ำ

“พี่ ไอ้บีมันไปเรียนหนังสือ ไม่ได้ไปถางป่า มันไม่เหนื่อยขนาดนั้นหรอกพี่” นู่นแน่ะ น้องสาวคนสวยของพี่เดินมานู่นแล้ว พี่ควรห่วงน้องบ้างไหม ไม่กลับบ้านหลายวันน้องจะน้อยใจหรือเปล่า

“พี่ชาน วันนี้พี่ชานต้องกลับบ้านนะคะ” นั่นไง ภาคินคิดผิดเสียที่ไหน

“พี่จะไปส่งบีกับภาคินที่คอนโดก่อน เซย่าจะไปด้วยกันเลยไหม”

“ไม่เป็นไรค่ะ เซย่ามีนัดกับพวกน้ำหวานแล้ว ว่าจะไปดูพาเลทใหม่ของแม็กที่สยามกันสักหน่อย พี่ชานไปส่งบีเถอะ เซย่านัดคนรถไว้แล้ว” คุณหนูเซย่าว่าเสียงใส ดวงตาวาววิวไม่มีท่าทีน้อยอกน้อยใจแม้สักเศษเสี้ยว คุณหนูจับมือบริภัทรแกว่งพลางว่าผ่านรอยยิ้มกว้าง “เจอกันอีกทีหลังปีใหม่นะบี ปีหน้าเซย่าจะไม่พลาด จะไปเที่ยวเชียงรายกับบีให้ได้เลย” บริภัทรพยักหน้า

“ปีหน้านะ”

“ฝากดูแลพี่ชานด้วยนะ ถ้าดื้อมากก็โทรมาบอกเราได้เลย เราจะฟ้องแม่ให้” บริภัทรหัวเราะรับคำ ปล่อยคุณหนูให้เจื้อยแจ้วอีกครู่หนึ่งแล้วจึงบ๊ายบายกัน คุณหนูเซย่าโบกมือให้ภาคินเป็นคนสุดท้ายก่อนจะผละไปอย่างเริงร่า

“ต้องกลับบ้านหรือครับ?”

“คำสั่งแม่น่ะ” บริภัทรพยักหน้าช้า ๆ เปลี่ยนไปถือเป้ด้วยมือซ้ายแต่ก็โดนเขาแย่งไปถือแทน ขอบคุณที่เขาเพียงแค่มอง ไม่ได้ดึงมือไปกุมเหมือนเวลาอยู่ข้างนอก “สั่งให้กลับบ้านก่อนเพราะจะฝากของขวัญไปสวัสดีปีใหม่คุณพ่อคุณแม่ของน้องบี ถ้าพี่ลืมอาจต้องนั่งเครื่องกลับมาเอา”

“ไม่ต้องก็ได้นะครับ ลำบากคุณป้าเปล่า ๆ”

“ไม่ลำบากครับ พี่เห็นแล้ว แค่ของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น”

“เกรงใจคุณป้า”

“ไปค้างที่บ้านบ้างไหมจะได้เลิกคิดเรื่องเกรงใจ” เกี่ยวกันตรงไหน บริภัทรยิ้มกับหนังสือสองเล่มในมือ กระดาษแผ่นหนึ่งปลิวมาติดตรงขาพอจะก้มไปเก็บขึ้นมาก็มีนิสิตชายวิ่งมาหยุดตรงหน้า บริภัทรชะงักไปนิดเดียวคนที่ยืนข้าง ๆ ก็ฉวยกระดาษแผ่นนั้นส่งคืนเจ้าของเสียเอง กระดาษพ้นมือเขาก็แตะหลังให้บริภัทรเดินไปที่โต๊ะ คนตัวเล็กไม่นั่งเพราะสารถีเจ้าประจำบอกว่าจะกลับกันเลย เขาบอกลาพี่คริส พี่เลย์ พี่โกมินทร์สั้น ๆ เอ่ยเรียกภาคินที่กำลังจัดการแซนวิชอย่างเคร่งเครียดแล้วก็พาบริภัทรออกมา

“จะกลับแล้วเหรอบี” เท้าที่กำลังก้าวไปข้างหน้าหยุดอยู่กับที่ เมื่อหันไปเห็นว่าเป็นเพื่อนที่เพิ่งออกมาจากห้องเรียนรวมพร้อมกันก็ยิ้มออกมาบาง ๆ

“อื้อ กำลังจะกลับแล้ว”

“หยุดยาวปีใหม่จะไปไหนหรือเปล่า? พวกเราจะไปเค้าดาวน์กันที่เอเชียทีค ไปด้วยกันไหม” คนทั้งกลุ่มพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น ส่งเสียงสนับสนุนอย่างพร้อมเพียง บริภัทรยังยิ้มในหน้า แสร้งไม่เห็นสายตาบางคู่ที่มองผ่านตนไปด้านหลังอย่างแนบเนียน เจอชานนท์เศรษฐศาสตร์แล้วไม่มองสิเรื่องแปลก

“เรากลับบ้านน่ะ กลับมาอีกทีวันเปิดเรียนเลย ขอบใจที่ชวนนะ”

“อ๋อ แล้ว พี่ชานนท์ล่ะคะ มีโปรแกรมไปไหนหรือเปล่า”

“ไม่มีครับ”

“เหลือเชื่อจัง นึกว่าระดับพี่ชานนท์คิวจะแน่นข้ามปีเสียอีกครับ”

“นั่นสิเนาะ แล้วปกติช่วงนี้พี่ชานนท์ทำอะไรคะ”

“ก็แล้วแต่ความสะดวก”

“ถามได้ไหมคะว่าปีนี้สะดวกยังไง?”

“ได้” เขาแทบไม่เว้นวรรคให้คนฟังทำใจเลย ตอบสั้น เว้นจังหวะสั้น ๆ ก่อนจะเอ่ยหน้าเฉยเหมือนเก่าว่า “ปีนี้สะดวกตามใจแฟน ปีหน้าและปีต่อ ๆ ไปก็แล้วแต่แฟน”

 

บริภัทรมาถึงท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงแล้วไม่รู้ว่าคนทางกรุงเทพจะหายอึ้งกับวาทะกรรมของพี่ชานนท์แห่งเศรษฐศาสตร์หรือยัง เจ้าของผิวขาวจัดมองเวลาจากนาฬิกาข้อมือเห็นว่าเหลือเวลาอีกสิบห้านาทีไฟลท์บินของชานนท์จะแลนดิ้งจึงชวนภาคินไปนั่งรอที่ร้านกาแฟด้านนอก เพื่อนสนิทเป็นคนไปสั่งเครื่องดื่มระหว่างที่บริภัทรนั่งมองโทรศัพท์ ครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

“อ้ายคำปันมาถึงแล้ว จอดรออยู่ข้างนอก พี่ชานนท์จะแลนด์กี่โมงนะ” แก้วโกโก้ปั่นถูกส่งมาให้ บริภัทรมองนาฬิกาอีกครั้ง

“8.55”

“เดี๋ยวก็คงออกมาแล้วล่ะงั้น”

“อืม”

“เครียดเหรอ?” เจ้าของดวงตาคมเข้มเอียงหน้าถาม ลูบเรือนผมนุ่มเบามือ เพราะภาคินอยากทำสีผมรับศักราชใหม่เลยออกไปหาช่างที่ทองหล่อตอนค่ำเมื่อวาน ไอ้เจ้าบีพอรู้มันก็ขอไปด้วย นั่งมองช่างกัดสีผมให้ภาคินได้ไม่นานก็บอกหน้าตาเฉยว่าเบื่อผมสีเข้มแล้ว อยากลองสีใหม่ด้วย ก็ได้ลองเลยไง คนผมเส้นเล็ก ลื่น ๆ เงา ๆ เจอสีอ่อนเข้าไป เหมือนตุ๊กตาญี่ปุ่นเข้าไปใหญ่เลยมึง

“ก็ มั้ง กลัวพี่เค้าจะไม่โอเค”

“ไม่หรอกน่า ทำออกมาแล้วน่ารักขึ้นตั้งเยอะ...”

“ไม่ได้พูดถึงสีผม”

“อ้าว เหรอ ฮ่า ๆ ๆ ๆ” เปล่งเสียงหัวเราะพลางกระโดดถอยหลัง ส่งยิ้มปะเหลาะแล้วค่อยขยับเข้าไปหาใหม่ “อย่าคิดมาก คนอย่างที่ชานนท์ไม่สะเทือนกับอะไรง่าย ๆ หรอก ใจแกร่งอย่างกับเหล็กไหล”

“ฮู้ก๊าว่าเหล็กไหลมันแกร่งจะได”

“บ่ ได้งินคนเฒ่าคนแก่เปิ้นว่า กะจ๋าว่าโตยเปิ้นไปจะอั้นเนาะ”

“จ๋าเหลียจ่นเน่อ” ภาคินหัวเราะร่วน ไม่สนใจคำเหน็บนิ่ม ๆ นั้น มือคร้ามดึงเป้สองใบมาสะพายแล้วหยิบแก้วโกโก้ส่งให้เพื่อนสนิทถือ คนขับรถจากไร่มารอรับแล้ว พี่ชานนท์ก็ออกมาจากเกทนู่นแล้ว หล่อเด่นเป็นสง่าตั้งแต่เห็นไกล ๆ ขนาดสวมแค่กางเกงเสื้อฮู้ดกับกางเกงยีนส์ยังดับออร่าคุณชายคนรองไม่ได้ ภาคินกระชับมือที่ถือกระเป๋า ตั้งท่าเตรียมเผ่นหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่นว่าพี่ชานนท์ไม่ชอบสีผมไอ้บีแล้วเกิดอยากเตะคนระบายอารมณ์ พี่ไม่เตะไอ้บีแน่และกูก็จะไม่ยอมเป็นคนซวยแน่

“ไปทำอะไรกับผมมา?” คนที่บินจากสุวรรณภูมิถามหน้านิ่ง สองชีวิตที่มาจากดอนเมืองพากันยิ้มแห้งและเป็นบริภัทรที่ต้องตอบคำถาม

“ทำสีใหม่ครับ”

“เมื่อไหร่ เมื่อวาน?”

“ครับ เมื่อวาน ตอนพี่กลับบ้านไปแล้ว จริง ๆ บีไม่ได้ตั้งใจจะทำแต่เห็นลูกค้าที่ร้านทำแล้วสวยดีเลยอยากลองบ้าง” จับปอยด้านหน้าแก้เก้อ พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่หลบตาคู่สนทนา ก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนะแต่ทำสีผมใหม่โดยไม่ได้บอกเอง

“น่าเกลียดหรือครับ?”

“ไม่”

“แล้วพี่ชานนท์ชอบไหมครับ?”

“...ชอบ” อะ รอด ทัพหลังถอนใจยาว ฉีกยิ้มกว้างก่อนจะชวนคู่รักไปที่รถอย่างร่าเริง อ้ายคำปันที่ขับรถกระบะ 4WD สี่ประตูมารับนั้นเป็นคนของไร่ชา ได้รับคำสั่งจากเจ้านายใหญ่ให้มารับคุณภาคินที่สนามบินตั้งแต่เช้า พอเห็นคุณน้องบีเดินออกมาด้วยอ้ายคำปันก็ทักทายอย่างยินดี กระจกรถถูกเลื่อนลงทันทีที่พ้นเขตชุมชนออกมา ไอเย็นของฤดูหนาวกรูเข้าปะทะใบหน้า บริภัทรสูดลมหายใจเก็บกลิ่นหมอกผสมกลิ่นเนื้อไม้เติมเต็มความคิดถึง มือที่วางบนตักถูกไออุ่นกอบกุมบริภัทรหงายมือให้มือใหญ่แทรกก้านนิ้วสอดประสาน

เราจับมือกันไว้ยามยานพาหนะแล่นไปตามถนนลาดยางที่ทอดตัวผ่านแมกไม้หนาทึบ ลึกเข้าไปในแนวเขาสลับซับซ้อน เลาะเลียบแนวเขามาถึงป่าโปร่งและเนินลูกฟูก ต้นไม้บางส่วนผลัดใบจนเหลือเพียงกิ่งก้านยืนต้น สีน้ำตาลปกคลุมสลับกับสีเขียวขจีของไม้เมืองร้อน อากาศเย็นในตัวเมืองนั้นเทียบไม่ได้เลยเมื่อเจอไอหนาวกลางป่าใหญ่ ชานนท์สอดมือไว้ในกระเป๋าเสื้อเงยหน้ามองสิ่งปลุกสร้างอันเป็นจุดหมายของการเดินทางในวันนี้

เรือนไม้หลังงามตั้งตระหง่านอยู่บนเนินหญ้าสีเขียวชอุ่ม เติมแต่งด้วยสีสันของร่มไม้ใหญ่และไม้ดอกนานาพันธุ์ ชานกว้างที่ยื่นออกมาล้อมรอบด้วยซี่ลูกกรงมันวับ หน้าจั่วทรงกาแลทำจากไม้สักสลักลวดลายวิจิตรแบบเดียวกับชายคาหน้าต่างและประตูทุกบาน ชายหนุ่มเดินตามเจ้าถิ่นไปหยุดตรงตีนบันได บริภัทรเปิดโอ่งตักน้ำล้างเท้าก่อนจะหันมาพยักหน้าให้เขาถอดถุงเท้าออก ชานนท์สะดุ้งจนน้องหัวเราะใส่ตอนที่ถูกน้ำเย็นจัดรดลงบนหลังเท้า

“แกล้งเหรอ?”

“อย่าทำหน้าเครียดสิครับ”

“ไม่เครียดได้ด้วย?”

“พี่ชานนท์เครียดแล้วชอบขมวดคิ้ว หน้าตอนเคร่งขรึมหล่อกว่าปกติไปอีกสามจุดห้าเท่า ไม่อยากให้เครียดแล้วครับ หวง กลัวสาวจั๋นตาจะหลงเสน่ห์คุณชานนท์”

“สาวจั๋นตาคือใคร?” พี่ชายคุณเซย่าปั้นเสียงถาม ทำเหมือนไม่ได้ยินประโยคเอาใจที่บริภัทรเอ่ยไป ทั้งที่โหนกแก้มก็แดงเรื่อ

“สาวงามอันดับหนึ่งแห่งมณฑลพายัพครับ ไปครับ จะพาไปแนะนำให้รู้จัก”

“น้อง” บริภัทรที่อยู่บนบันไดขึ้นสูงกว่าหันกลับไปมอง ใบหน้าที่อยู่ในระดับเดียวกันถูกความกังวลบาง ๆ ทาบทับ บริภัทรยิ้มหวาน

“ครับ?”

“ถ้า พวกเขาทำให้น้องไม่สบายใจ...” เสียงทุ้มหยุดเพียงเท่านั้น พวกเขามองตากัน รับรู้ความรู้สึกของกันและกันแล้วก็เป็นบริภัทรที่เป็นฝ่ายดึงมือเขามากุมไว้ จับให้เดินขึ้นไปถึงบันไดขั้นบนสุดก่อนจะยิ้มแล้วผลักบานไม้เข้าไป ชานกว้างนอกหลังคามีตั่งใหญ่ตั้งอยู่มุมหนึ่ง สตรีสูงวัยเกล้าผมสูง นุ่งซิ่นผ้าทอ ห่มผ้าคลุมทับเสื้อแขนกระบอกสีเปลือกไม้ เครื่องหน้าคมเด่นรับริมฝีปากสีจัด ดวงตาเรียวตวัดหางสูง บ่งบอกนิสัยเฉียบขาดได้เพียงแค่ชายตาแล สตรีผู้นั้นไม่มีส่วนใดคล้ายคลึงเด็กที่กำลังคุกเข่าลงหน้าตั่งแม้แต่น้อย

เมื่อน้องนั่งชานนท์ก็นั่ง บริภัทรยืนเข่ากราบลงบนซิ่นต๋ามะนาวก่อนจะเงยหน้า

“กราบแม่นายครับ”

“..........”

“ง่อมหาแม่นายทุกวันเลย แม่นายง่อมหาน้องก่อ?”

“บ่ต้องมาจ๋าใส่” เสียงนุ่มลึกนั้นก็รับกับใบหน้าคมดุ ริมฝีปากแดงเหยียดตึง ดวงตาพิศมองใบหน้าเรียวเล็กก่อนจะตวัดไปทางชายหนุ่มแปลกหน้า

“แล้วนี่ ปาไผมาตวย”

“พี่ชานนท์” แม่นายทำเสียงหึ ตีเบา ๆ บนไหล่เล็กก่อนจะบอกเสียงเรียบ “ขึ้นมานั่งดี ๆ เดี๋ยวเข่าด้าน” บริภัทรลุกขึ้นตามคำบอก ไม่ลืมบอกให้ชานนท์นั่งที่ตั่งอีกตัว เจ้าของดวงตาเรียวโน้มตัวเข้าไปให้ผู้เป็นมารดาหอมแก้มซ้ายขวาแล้วจึงแนะนำแขกพิเศษสั้น ๆ ว่า “พี่ชานนท์ครับแม่นาย”

“สวัสดีครับ” ท่านเจ้าบ้านรับไหว้ ดวงตาเรียวดุมองตรง เพ่งพินิจในขอบเขตที่ไม่ทำให้แขกรู้สึกอึดอัดจนเกินไป “ลูกผึ้งเล่าเรื่องคุณให้ฟังหลายหนแล้ว ยินดียิ่งแล้วที่ได้พบวันนี้ ขอบน้ำใจที่ช่วยดูแลลูกแม่นะคะ” ชานนท์มองลูกผึ้งก่อนจะทอดเสียงตอบอย่างสำรวม

“ไม่เป็นไรครับแม่นาย ผมยินดี แม่นายเรียกผมว่าชานนท์หรือชานก็ได้ครับ” ผู้มากวัยกว่าพยักหน้าน้อย ๆ มือยังลูบไปตามแขนขาลูกชายคนเล็ก

“คนดื้อ ดูแลยากไหมคะ?”

“เดาใจยากมากกว่าครับ”

“เขาเป็นลูกหล้า หมายถึงลูกคนเล็กน่ะค่ะ พ่อเลี้ยงตามใจจนเกือบจะเสียคนไปหลายที ชานนท์ก็อย่าตามใจอีกคนนะคะ แม่คนเดียวสู้ไม่ไหว” หัวทุยซุกใส่อกคนเป็นแม่ ยังไม่ทันจะได้คุยอะไรกันต่อก็มีเสียงรถแล่นตะบึงมาแต่ไกล บริภัทรผละออกจากแม่นาย มองไปทางต้นเสียงจนรถเบรกอย่างกะทันหันตรงลานด้านล่างแล้วจึงลุกจากที่นั่งข้างมารดาไปนั่งกับชานนท์แทน

ผู้ชายตัวสูงใหญ่เปิดประตูเข้ามาแล้วก็ชะงักอยู่ตรงนั้น แม้อากาศจะเย็นจัดจนถึงขั้นหนาวแต่ใบหน้าคมคายกลับมีเหงื่อเกาะพราว เรือนผมตัดสั้นยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ชานนท์เห็นดวงตาคู่นั้นจ้องมาทางคนข้างตัวเขาก่อนเจ้าตัวจะก้าวตัดชานกว้างมาช้า ๆ 

บริภัทรยกมือไหว้ผู้มาใหม่ชานนท์จึงทำตาม คนนั่งฝั่งตรงข้ามรับไหว้อย่างห่างเหิน ไม่มองหน้าน้องแต่จ้องชานนท์ตาเขม็ง แต่เมื่อน้องไม่พูดเขาก็ไม่พูด แม่นายเองก็ยิ้มเฉยจนมีเสียงรถอีกคันแล่นเข้ามาจอดอีก คราวนี้น้องยิ่งเงียบ ไม่เหลืออารมณ์บนใบหน้าแล้ว

“อยากข้าวขนาด จั๋นตาคนงาม เจ้านี้ยะอะหยังไว้หื้ออ้ายกิ๋นผ่องน้อ”

“สาม” ชายหนุ่มคนแรกส่งเสียงเรียก เจ้าของชื่อสามหันมาพร้อมรอยยิ้ม พอเห็นบริภัทรนั่งอยู่กับชานนท์ก็แสดงอาการแปลกใจแกมยินดีอย่างเห็นได้ชัด ทว่ายังไม่ทันจะได้พูดอะไรก็มีคนมาสมทบเพิ่ม หนนี้มาพร้อมกันถึงสอง ชานนท์มองร่างสูงใหญ่ของทั้งคู่แล้วก็หนักใจขึ้นมาอีกหนึ่งระดับ ชายสูงวัยท่านนั้นคงเป็นพ่อเลี้ยงภัทร วนาเทพสกุล บิดาของบริภัทร ส่วนอีกหนึ่งคงเป็นพี่ชายคนโต รูปหน้าคมคายนั้นถอดแบบแม่นายมาเกือบเก้าส่วน ริมฝีปากบางเฉียบ ดวงตาเรียวดุดัน ต่างจากสองคนแรกเหมือนพ่อเลี้ยงภัทรมากกว่า ในขณะที่บริภัทรของเขานั้นแทบไม่เหมือนใครในนี้เลย

“ลูก มาตั้งแต่เมื่อไหร่?” บริภัทรฉีกยิ้ม ลุกไปให้ผู้เป็นพ่อกอดแล้วจึงตอบ “เมื่อกี้นี้เองครับ นั่งเครื่องบินมากับคินแล้วก็พี่เขา พ่อครับ นี่คุณชานนท์ ปริญศิริ เปิ้นเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยน้อง”

“สวัสดีครับพ่อเลี้ยง” ชานนท์ทำความเคารพตามฐานะผู้เยาว์ เห็นท่านเจ้าบ้านรับไหว้โดยไม่มีท่าทีรังเกียจรังงอนก็เบาใจขึ้นโข

“ตามสบายนะลูก ขอบน้ำใจที่อุตส่าห์มาตั้งไกล นี่กินข้าวกินปลากันหรือยัง?”

“ดื่มกาแฟมาแล้วครับ”

“เดี๋ยวก็กินข้าวเช้าด้วยกันเลย แล้วเรื่องที่หลับที่นอนนี่ยังไง ลูกผึ้งจะให้พี่เขานอนบ้านหรือนอนโรงแรม พ่อจะได้หื้อคนไปเปิดห้องไว้” พอลูกเล็กหันมามองแม่นายก็ตอบสามีเสียเองว่าแม่นายให้คนเตรียมห้องไว้แล้ว พักที่เรือนนี้ด้วยกัน จะได้ไปมาหากันสะดวก

“พักที่นี่!” หนึ่งเสียงโพล่งขัดขึ้น เป็นพี่ชายคนรองที่จ้องชานนท์ไม่วางตานั่นเอง “ทำไมต้องพักที่นี่ โรงแรมมีห้องว่างตั้งเยอะ อยู่ใกล้เมือง อยากไปเที่ยวไหนก็ไปได้เร็วกว่า สะดวกสบายกว่า จะพาแขกมาพักในป่าในเขาทำไม”

“ผมเป็นคนขอแม่นายเอง”

“..........”

“ถ้าพี่สองคิดว่าพักโรงแรมดีกว่าผมจะไปพักที่นั่นกับพี่เขาก็ได้”

               พี่ชายคนรองอึกอัก พอบริภัทรลุกขึ้นณภัทรก็ทำท่าจะลุกตาม สุดท้ายแม่นายก็ต้องไกล่เกลี่ยให้ กล่อมว่าตอนเย็นวันนี้มีงานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ให้คนงาน พรุ่งนี้แม่นายจะพาลูก ๆ สวดมนต์ข้ามปี ในช่วงเวลาสำคัญจึงไม่ควรมีใครไปไหน เมื่อหนึ่งในผู้เป็นใหญ่สรุปดังนี้จึงไม่มีใครค้าน บริภัทรกอดมารดา หอมแก้มซ้ายขวาแล้วก็ออกตัวว่าจะพาแขกไปล้างหน้าล้างตาก่อนรับประทานอาหาร

“เดี๋ยว”

“........”

“จะไม่แนะนำพวกพี่ให้แขกของน้องรู้จักหน่อยหรือ?” น้องคนสุดท้องเอ่ยขอโทษแผ่วเบาก่อนจะเอ่ยแนะนำเขากับพี่ชายทั้งสามอย่างสุภาพ ห่างเหิน

“คุณชานนท์ครับ ทางนี้คือพี่หนึ่ง พี่สอง พี่สาม พี่ชายของผม”

“สวัสดีครับ พี่หนึ่ง พี่สอง พี่สาม”

“ภูภัทร”

“ณภัทร”

“ปีภัทร เรียกพี่สามเหมือนน้องผึ้งก็ได้ ปางไม้วนาเทพยินดีต้อนรับ” พี่สามเป็นคนเดียวที่ยิ้มให้เขา พี่คนรองยังทำหน้าบอกบุญไม่รับ ส่วนคนโตนั้นไม่รักและไม่เกลียดแต่ก็ใช้ดวงตาคมดุคู่นั้นจับจ้องเขาอย่างพินิจพิเคราะห์ ชานนท์ยืนขึ้น ยังไม่ทันขยับไปไหนคนที่นั่งเงียบมาตลอดก็ส่งคำถามตรงไปที่บริภัทรแบบไม่ให้น้องตั้งตัว

“จะกลับมาทำไมไม่บอก”

“ผมบอกนายแม่แล้ว”

“แล้วไม่คิดจะบอกพวกพี่? ทางนี้รอข่าว รอจะคุย ตั้งแต่เรื่องคดีแล้วนะน้องผึ้ง บุ่มบ่ามทำอะไรไม่ปรึกษา พอพี่เตือนก็พาลไม่คุยกับพี่ โตแล้ว เรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ไม่ต้องการพี่แล้วอย่างนั้นใช่ไหม?”

“พี่หนึ่ง...” ทั้งพี่สองพี่สามร้องปรามพี่ชายเสียงหลง

“คนที่ไม่คุยก่อนคือพี่หนึ่งต่างหาก”

“นั่นเพราะพี่กำลังโกรธ อยากคุยด้วยเหตุผล ไม่อยากใช้อารมณ์” คนน้องเม้มปากเข้ากัน สีหน้ายังเรียบเฉย ชานนท์ตั้งใจจะอธิบายเรื่องคดีความครั้งนั้นแต่น้องก็ยึดมือเขาไว้เสียก่อน “แต่ยังไงเราก็ต้องเคลียร์ ไม่ใช่หักดิบ ไม่ติดต่อมา ไม่ให้โทรหา ไม่ให้ส่งข้อความ เอาแต่ใจเกินไปนะบริภัทร”

“พี่หนึ่งอย่าดุน้องสิพี่”

“มึงเงียบสอง”

“..........”

“ว่ายังไง?”

“ผมไม่เคยห้ามไม่ให้พวกพี่ติดต่อ”

“..........”

“แต่แม่นายบอกพวกพี่ว่าน้องผึ้งต้องการแบบนั้น ยังบอกอีกว่าถ้าพวกพี่คนไหนไม่ทำตามน้องผึ้งจะไม่กลับบ้านตอนสิ้นปี ปิดเทอมใหญ่ก็จะไม่กลับมาเชียงราย จะไปญี่ปุ่นจนเปิดเทอม”

“พี่สามครับ...ผมไม่เคยพูด...” เสียงที่ยืนยันนั้นหนักแน่น ใบหน้าอ่อนเยาว์ไม่มีร่องรอยล้อหลอก ทั้งภูภัทร ณภัทรและปีภัทรหันไปมองมารดา แม่นายจันทร์วาดขยับผ้าคลุมไหล่ ยิ้มเยื้อนในหน้ายามไล่สายตามองลูกชายผู้โง่เขลาทั้งสาม

“ตอนแรก ตั้งใจจะเก็บไว้คุยทีหลังแต่เมื่อพี่หนึ่งไม่อยากรอ แม่ก็จะพูดตรงนี้เลยแล้วกัน ใช่แล้ว ลูกผึ้งไม่ได้รู้เรื่องด้วย แม่เป็นคนสั่งห้ามพวกเธอเอง”

“แม่นาย!

“เรื่องคดีความน้องมาปรึกษาแม่ แม่ก็เห็นดีด้วย ที่น้องไม่ได้บอกพวกเธอเพราะแม่ห้ามไว้เอง รู้อย่างไรล่ะว่าสูเขาทั้งสามจะต้องเล่นใหญ่เล่นโตแล้วก็ไม่ยอมให้น้องได้คิดได้ทำอะไรเหมือนเดิม”

“แม่นาย!

“แท็กทีมกันโกรธลูกฉันอย่างนั้นหรือ?” แม่นายหัวเราะหึ ปากแดงด้วยทอม ฟอร์ด นิโคลัสเหยียดยิ้มเยาะ “น้องเครียดเรื่องคอมเม้นต์ผีตายในโซเชียลก็หนักหนาอยู่แล้วยังต้องมาคิดมากเรื่องพวกเธออีก ฉันคนนี้นี่แหละที่สั่งห้ามพวกเธอ แล้วก็ฉันคนนี้เองที่ห้ามไม่ให้น้องติดต่อพวกเธอ”

“โอ๊ยยยยย! แม่!

“แม่ทำอย่างนี้ได้ไง! สองคิดถึงน้องจนจะตายซ้ำวันสี่ห้ารอบ”

“เรื่องของพวกเธอ”

“โหดร้าย”

“ต่อไปนี้นะ...” เสียงนุ่มทอดต่ำ ปลายนิ้วแดงก่ำกรีดชี้ ไล่เรียงไปทีละคน “ไม่ว่าน้องคิดจะทำอะไร ดูแลได้ ให้คำปรึกษาได้ ช่วยเหลือได้ เท่าที่น้องขอ ห้ามถืออำนาจแทรกแซงหรือก้าวก่ายทั้งต่อหน้าและลับหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องส่วนตัว...”

“ไม่!

“ขอปฏิเสธ”

“ไม่ยอม!

 

ชานนท์ครางลึกในอก

เขาเข้าใจแล้ว เข้าใจอย่างสุดซึ้งเลยว่าทำไมน้องถึงไม่ค่อยเล่าเรื่องครอบครัวให้ฟัง ไอ้ที่ภาคินเคยบอกว่าความสัมพันธ์ในบ้านบริภัทรทั้งซับซ้อนและอ่อนไหวนั้น มันไม่ได้เกินจริงสักนิดเดียว ชายหนุ่มมองการประท้วงย่อม ๆ ของพี่ชายคนที่สองจนรู้สึกถึงแรงรั้งตรงชายเสื้อ

“ไม่เป็นไรนะครับ”

ชานนท์มองสบดวงตาใสแจ๋ว เขายิ้มน้อย ๆ ยามกระชับมือเล็กแนบแน่น แค่น้องเติบโตมาในครอบครัวที่ดี ไม่โดนข่มเหงน้ำใจอย่างที่เขาและเพื่อนนึกกลัว เรื่องอื่นก็ไม่ใช่ปัญหาแล้ว

“ห้ามจับมือกันเป็นแค่รุ่นพี่รุ่นน้องห้ามยืนใกล้กันเกินสองเมตร!

โอเค เป็นปัญหา(กับพี่สอง)หน่อยก็ได้







#บริภัทร


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 996 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,868 ความคิดเห็น

  1. #4625 Vivachoco (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 23:27
    เอ็นดูน้องกันหมด น้องก็แสบ
    #4,625
    0
  2. #4501 乃イ乙メ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 17:44
    เอ็นดูครอบครัวน้องมากเลย มีความบับพี่หวงน้อง
    #4,501
    0
  3. #4067 areenachesani (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 19:37
    โอ้ยย รักการอู้กำเมืองงง
    #4,067
    0
  4. #3952 pbcy (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:05
    น่าร๊ากกกกกกกกกกก
    #3,952
    0
  5. #2468 mees$ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 01:09
    เป็นแฟนกันค่าาา พี่123 ยืนใกล้กันได้55555
    #2,468
    0
  6. #2148 weiliin (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 14:17
    เล่นใหญ่กันทั้งบ้านรึป่าวเนี้ย แงแง หวงน้องเหมือนไข่ในหินเลย น่ารักกกกก
    #2,148
    0
  7. #1663 pcy921 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:18
    555555566665555 นั่นไงไม่ใช่ครอบครัวไม่ดีแต่ดีมากเพราะพ่อแม่พี่หนึ่งสองสามรักมากกกกเล่นใหญ่เกินเบอ5555
    #1,663
    0
  8. #1438 dewwiizodiac (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:00
    เค้าเป็นแฟนกันค่า. 55555
    #1,438
    0
  9. #892 oohJINN (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 22:46
    ครอบครัวน้องน่ารักมากแงงง ตล่กพี่ๆอะ555
    #892
    0
  10. #876 Konrafah (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 01:04
    555555 พี่ชานต้องผ่านหลายด่านเลย
    #876
    0
  11. #871 sp.panpann (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 23:18
    ครอบครัวน้องน่ารักก
    #871
    0
  12. #787 Maayuniiboo (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 22:15
    น้องผึ้งงงง
    #787
    0
  13. #459 PeEarn (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 18:04
    ป่วนเว่อ555555555
    #459
    0
  14. #454 fangbg (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 15:56
    พี่ชานสู้ๆนะคะ😅
    #454
    0
  15. #422 nannapas331 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 23:30
    พี่ชานจะผ่านพี่ๆของน้องได้ไหมน่ะ...
    #422
    0
  16. #417 nawayiP00 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 20:25
    ทีแรกนึกว่าครอบครัวจะไม่ชอบบีอะไรอย่างงี้แต่จริงๆแล้วมีพี่ชายขี้หวงนี้เอง
    #417
    0
  17. #399 MeowKL (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 17:15
    นี่มันน้องน้อยน้องนุชสุดท้องที่พี่ๆถนอม โอ้ยยยยย พี่ชานตายแน่ๆ
    #399
    0
  18. #384 Okoy up (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 09:27
    เย้ แอบกลัวเหมือนกันเรื่องครอบครัว
    #384
    0
  19. #276 orart2 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 21:36
    อิพี่นี้น้าาาา
    #276
    0
  20. #236 PARKSELOR (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 01:03

    น่ารักมากเลย นึกว่าจะไม่มีฉากพี่ชานนท์มาบ้านน้องซะแล้ว ครอบครัวน้องน่ารักมากๆๆ
    #236
    0
  21. #213 Geebam (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 05:47
    หวงน้องงง
    #213
    0
  22. #127 PINKLAND (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 09:10
    ตลกพี่ๆ 5555555
    #127
    0
  23. #7 ปัทมา (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 21:32

    รอค่ะ น่ารักมากๆๆ

    #7
    0
  24. #6 bee (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 07:03

    ขอบคุณนักเขียน เขียนเรื่องน่ารักๆมาให้อ่าน อยากให้มีตอนพิเศษต่อ คุณพี่แต่ละคนทำเราอมยิ้มตลกมาก

    #6
    0