c o m p e n s a t e

ตอนที่ 23 : บ ริ ภั ท ร #15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,346
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,242 ครั้ง
    15 ม.ค. 62



 


เช้าวันอาทิตย์อันแสนแจ่มใส ภาคินผู้ใส่ใจสุขภาพตื่นไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสกับพี่ชายตั้งแต่หกโมง จากนั้นเขาแวะซื้อน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋แล้วหอบหิ้วขึ้นคอนโดมาตอนเจ็ดโมงครึ่ง ในสภาพเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นเขากดรหัสผ่านที่จำได้ขึ้นใจแล้วก็ดึงบานประตูออกเมื่อได้ยินเสียงคลายล็อค ชายหนุ่มฮัมเพลงในลำคออย่างสบายอารมณ์ สลัดรองเท้าผ้าใบคู่เก่งแล้วเดินแกว่งถุงของกินตรงเข้าไปในห้องครัว

เอ่อ เขาลืมบอกใช่ไหมว่าเขาไม่ได้กลับห้องตัวเองแต่แวะห้องเพื่อนรักพร้อมอาหารเช้าสำหรับสองคนซึ่งตอนนี้เหมือนจะมีมากกว่าสองว่ะคุณ

“ไง”

“หวัดดีครับพี่” ภาคินรีบยกมือไหว้ เขาถามดีไหมว่าพี่ชานนท์เขามาตั้งแต่เมื่อไหร่ แบบว่า เสื้อออฟไวท์นั่นก็ของพี่เขากางเกงก็น่าจะใช่ เขาคงไม่ได้จะยืมของเพื่อนเราใส่ตั้งแต่เมื่อคืนหรอกเนาะคินเนาะ แต่พูดก็พูดเถอะ ตอนนี้มันก็เพิ่งเจ็ดโมงครึ่งไง เจ็ดโมงเช้าอ่ะ แล้วพี่เขาก็หน้าตุ่นหัวยุ่ง ดูยังไง๊ยังไงก็คนเพิ่งลุกจากที่นอนปะวะไอ้คิน

“พี่ทำอะไรอยู่เหรอครับ?

“ข้าวต้มให้คนป่วย”

“ใครป่วย? ไอ้บีไม่สบายเหรอพี่?” พี่เขาพยักหน้า คิ้วขมวด ตามองจอโทรศัพท์ขณะที่มือข้างหนึ่งยังถือทัพพีคนอาหารในหม้อ

“งั้นไม่ต้องทำหรอกพี่ชานนท์ ไอ้เจ้าบีมันไม่กินข้าวต้ม” มือที่ถืออุปกรณ์สื่อสารลดลงทันที

“ไม่กินยังไง? ไม่กินตอนไม่สบายหรือไม่กินเลย”

“ไม่กินเลย มันไม่ชอบ แต่กินโจ๊กได้นะพี่ เดี๋ยวผมไปเอาโจ๊กซองมากดน้ำร้อนใส่ให้ดีกว่า ข้าวต้มนี่พี่กินไปเถอะ”

“จะดีเหรอ อาหารกึ่งสำเร็จรูปพวกนั้นมีโซเดียมสูง กินไปนาน ๆ ร่างกายจะแย่เอานะ” เออ ยังไงดีทีนี้ ภาคินกำถุงน้ำเต้าหู้ในมือแน่น นี่ถ้าบอกจะให้ไอ้เจ้าบีมันกินน้ำเต้าหู้เป็นอาหารเช้าพี่เขาจะบอกว่ามันน้ำตาลสูงอีกไหม ปาท่องโก๋ก็ทั้งแป้งทั้งไขมันอีกกู

“ไม่เป็นไร”

“ครับ?” พี่เขายกมือขึ้นเหมือนสัญญาณห้าม ปิดแก๊สแล้วก็กรอกเสียงไปในโทรศัพท์

“ตื่นหรือยังเซย่า พี่วานหน่อย ให้ป้านวลหรือพี่ส้มโอทำอาหารสำหรับคนป่วยสักสองสามอย่าง เสร็จแล้วเซย่าเอามาส่งให้พี่ที่ไอเดียคอนโดที ไม่เอาข้าวต้มนะ อืม บริภัทรไม่สบายตั้งแต่เมื่อวาน เป็นไข้น่ะ ตัวร้อน โอเค พี่รอนะ” สั่งความทีเดียวครบครัน เสร็จแล้วพี่เขาก็เสยผมมองข้าวต้มในหม้อเล็กอย่างอับจนหนทาง

“ไม่เคยรู้เลยว่าเขาไม่กินข้าวต้ม”

“ไม่ใช่แค่ข้าวต้มนะพี่ ข้าวที่ผสมกับอะไรอย่างอื่นมันก็ไม่กิน ข้าวผัด ข้าวยำเกาหลี ข้าวคลุกทุกอย่าง”

“ทำไมวะ?”

“เห็นว่าติดมาจากแม่ พอแม่นายไม่กินมันก็ไม่กินตาม เป็นงี้ตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว”

“มึงเพิ่งสนิทบริภัทรตอนมอต้นไม่ใช่?”

“แหม ก็ก่อนนั้นก็รู้จักกันมาก่อน ก็ให้เพื่อนเค้าได้เล่าสู่กันฟังบ้างสิครับคุณพี่” ภาคินวางถุงบนโต๊ะ เดินไปหยิบแก้วสองใบกับจานสำหรับอาหารเช้า พอชายหนุ่มเลื่อนเก้าอี้นั่งพ่อครัวพิเศษก็ตักข้าวต้มมาส่งให้ ข้าวต้มหมูสับและน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋เลยกลายเป็นอาหารเช้าของพวกเขาสองคนไปโดยปริยาย

“เพื่อนมึงไม่กินแตงกวาด้วย”

“แตงกวานี่ขั้นสุด อย่างอื่นยังพอแตะ ๆ ชิม ๆ ได้แต่แตงกวานี่ไม่เอาเลย ตอนมอหกแม่งเคยโดนแกล้งให้กินคำเดียวน้ำตาแทบหยด” โดนดวงตาคมดุตวัดมองภาคินรีบปัดมือปฏิเสธ ออกตัวว่า “ไม่ใช่ผมพี่! พวกพี่ชายไอ้เจ้าบีนู่น”

“บริภัทรมีพี่ชายใช่ไหม?”

“ครับ มีพี่ชายสามคน บ้านนี้ลูกชายล้วน บีเป็นลูกคนเล็ก”

“เขาไม่ค่อยพูดถึงเรื่องที่บ้านเลย”

“อ่า เดี๋ยวมันคงบอกแหละพี่ เรื่องครอบครัวสำหรับไอ้เจ้าบีมันค่อนข้างซับซ้อนอ่อนไหวน่ะ ก็จะพูดยากกว่าเรื่องอื่น นิดหน่อย” ภาคินนั้นทำท่าเหมือนจะอยากเล่าแต่สีหน้าก็มีทั้งความกระอักกระอ่วนปะปนกับความกังวลชานนท์จึงพยักหน้าง่าย ๆ บอกให้ชายหนุ่มรุ่นน้องผ่านหัวข้อนี้ไปเสีย

“นี่ก็แสดงว่าพี่อยู่กับไอ้เจ้าบีทั้งคืนเลยใช่ไหมครับ”

“อืม”

“แล้วเป็นไงบ้าง?”

“อะไรเป็นไง?”

“ก็...” ภาคินยิ้มกรุ้มกริ่ม “เด็กชายบริภัทรโหมดไม่สบายไง ถ้าพี่เฝ้าไข้เพื่อนผมจริงก็ต้องได้เจอแล้วดิ เป็นไงบ้างพี่ หนักเหมือนที่ผมได้ยินมาไหม?” ชานนท์หยุดมือที่กำลังคนข้าวต้ม ชายหนุ่มนิ่งไปชั่วลมหายใจก่อนจะยกนิ้วกลางเป็นคำตอบให้สีหน้าสะใจของภาคิน ทั้งสองกินข้าวด้วยกันและก็คุยเรื่องสัพเพเหระกันอีกนิดหน่อยภาคินก็ขอเข้าไปดูเพื่อนสนิทเมื่อเห็นว่าบริภัทรยังไม่ตื่นจึงขอตัวกลับห้องตัวเองไป 

ชานนท์อาบน้ำรอบสายเรียบร้อยพอดีกับที่น้องสาวโทรขึ้นมาจากลานจอดรถชั้นใต้ดิน ชายหนุ่มลงไปรับอีกฝ่ายขึ้นมาพร้อมสำรับอาหาร เซย่ารายงานพี่ชายว่าโชคดีที่เช้านี้ในครัวตุ๋นกระดูกอ่อนใส่รากบัวกับเก๋ากี้ไว้เลยมีซุปให้คนป่วยซด แล้วป้านวลก็ทำไข่ตุ๋นเผือกกับเต้าหู้ทรงเครื่องให้อีกสองอย่าง หญิงสาวขอเข้าไปเยี่ยมคนป่วยในห้องนอนและได้รับอนุญาตหลังจากโดนพี่ชายกำชับไม่ให้ส่งเสียงดังหรือทำอะไรให้คนป่วยตื่น อยู่ดูเพื่อนตัวเล็กจนพอใจแล้วชาลิสาก็ขอตัวกลับ ใจจริงก็อยากอยู่เฝ้าบริภัทรด้วยแต่วันนี้หล่อนมีนัดกับเพื่อนโรงเรียนเก่าส่งข้าวส่งน้ำแล้วก็จะให้คนขับรถเลยไปส่งที่สยามวันเลย

“ตื่นแล้วเหรอ? เป็นยังไงบ้าง?” ร่างสูงนั่งลงที่ขอบเตียงหกฟุต เครื่องนอนสีขาวยิ่งขับให้ใบหน้าคนป่วยซีดเผือด ริมฝีปากที่แดงก่ำทว่าแห้งผากเพราะพิษไข้ฝืนยิ้มให้เขา บริภัทรเสียงแหบเล็กน้อยแต่ไม่มีอาการระคายคอหรืออาการอื่นใดนอกจากตัวอุ่น ๆ และใบหน้าอิดโรย

“.............”

“บริภัทร”

“ขอโทษที่ทำให้คุณต้องลำบากนะครับ”

“ไม่ต้องขอโทษ ไม่อยากฟัง”

“แต่คุณโกรธ...”

“แล้วมันน่าโกรธไหม ไข้ขึ้นกลางดึกแต่ไม่ยอมบอกใคร นี่ถ้าฉันไม่เฉลียวใจย้อนกลับมาอีกรอบคงไม่รู้ว่านายไม่สบายจนแทบจะยืนไม่ไหว” เพราะมีเพื่อนอีกสองคนมาด้วยชานนท์จึงให้คริสขับรถมาส่งบริภัทรที่คอนโดก่อน เขาขึ้นมาส่งน้องถึงห้องแล้วก็กลับ ไปส่งเพื่อนหมดแล้วจึงกลับบ้านตัวเอง พอจะนอนก็ส่งข้อความหาบริภัทรอีกฝ่ายใช้เวลานานกว่าจะตอบอ้างว่าเวียนหัวไม่อยากมองจอโทรศัพท์นาน เขาบอกให้วิดีโอคอลก็เงียบไปพักใหญ่กว่าจะยอมกดโทรตอนที่ซุกอยู่ในผ้าห่มเหลือแค่ดวงตาโผล่มาแล้ว คุยแค่ไม่กี่คำก็บอกว่ากินยาไปแล้วง่วงเขาให้คอลทิ้งไว้อีกฝ่ายก็ตามใจแต่นอนมองคนหลับได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงสายก็หลุดไป ชานนท์โทรซ้ำก็ติดต่อไม่ได้แล้ว เขานึกเดาว่าน้องคงลืมชาร์ตแบตเตอรี่โทรศัพท์ พอคิดว่าอีกฝ่ายหลับไปทั้งอย่างนั้นก็ให้กระวนกระวายจนอยู่ไม่ได้เสียเอง บริภัทรไม่รู้หรอกว่าตอนน้องเดินมาเปิดประตูให้เขาโล่งใจแค่ไหนแต่มันก็แค่ชั่วคราวอีกคนยิ้มให้เขาแต่เดินไปแค่ไม่กี่ก้าวก็ทำท่าจะเซ ชานนท์เย็นวาบในอก ผวาเข้าประคองถึงได้รู้ว่าน้องตัวร้อนจัด เขาไม่ฟังเสียงทัดทานพาคนป่วยไปโรงพยาบาลทันที

“ผมโดนคุณหมอฉีดยาไปแล้วไงครับ”

“ตอนนี้นายควรนอนอยู่ที่โรงพยาบาลด้วยซ้ำบริภัทร”

“ไม่อยากนอนนี่ครับ ผม ไม่ชอบบรรยากาศแบบนั้น คุณหมอเองก็อนุญาตให้กลับบ้านได้”

“นั่นเพราะนายยืนยันจะกลับ” เขาอยากให้คนป่วยอยู่ใกล้หมอ อย่างน้อยก็อุ่นใจว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นจะได้ไม่ทอดเวลาให้น้องเจ็บปวดนาน แค่น้องไข้ขึ้นเขาก็แทบไม่มีสมาธิขับรถแล้ว คิดดูว่าหากอาการหนักกว่านั้นเขาจะสติหลุดแค่ไหน ชานนท์แค่ไม่อยากเสี่ยงกับความกลัว พอเจ้าตัวยืนยันว่าขอกลับบ้านทั้งยังมองเขาด้วยดวงตาฉ่ำน้ำคู่นั้นชานนท์เลยพูดไม่ออก หมดแรงหมดกำลังจะใจแข็งตอบโต้คนดื้อ


เขาไม่พอใจ

นั่นมันแน่อยู่แล้ว

ตอนกลับมาถึงห้องชานนท์ก็ยังไม่หายเคือง

ทว่าภาพคนป่วยที่นอนแนบใบหน้ากับหมอนมองมาทางเขาทั้งน้ำตาร่วงเผาะนั้นก็เหยียบความขุ่นข้องของเขาจนแทบมิดในคราวเดียวเช่นกัน เขาจำได้ว่าบริภัทรนอนมองเขาอยู่อย่างนั้นแล้วก็หลับตาลงแต่ถึงจะปิดการมองเห็นไปน้ำตาคนป่วยก็ยังไม่หยุดไหล ชานนท์จำไม่ได้ว่าเขาทำสีหน้ายังไงตอนเห็นน้องเป็นอย่างนั้น เขาจำได้แค่ว่าร่างกายเขามันอ่อนเหลวไปหมด ความเจ็บปวดแบบแปลกประหลาดสะท้านไปทั่วร่าง เขาใช้เวลาครู่ใหญ่กว่าจะพาตัวเองไปถึงเตียง ลังเลอยู่เป็นพักกว่าจะกล้านั่งลง ใจเขาอยากจะเช็ดน้ำตาพวกนั้นทิ้งแต่อีกใจก็เกิดความขี้ขลาดกลัวว่าบริภัทรจะปฏิเสธสัมผัสจากเขา กลัวว่าน้ำตาพวกนั้นมันจะมาจากความโกรธเคือง เพราะเขาอาจจะล้ำเส้นมากไป ชานนท์ได้แต่นั่งเงียบแข่งกับคนป่วย บริภัทรไม่ได้สะอึกสะอื้นแทบไม่มีเสียงจากน้องเลยด้วยซ้ำ ที่ชานนท์เห็นมีเพียงน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าที่เปลือกตาบางขังมันไม่อยู่เท่านั้น

สุดท้ายเขาก็ทนความปั่นป่วนไม่ไหว แตะข้อนิ้วกับผิวขาว แก้มน้องร้อน น้ำตาก็ยิ่งร้อน เขาจะลุกไปเอาแผ่นเจลลดไข้มาเปลี่ยนแต่กลับถูกยึดมือไว้ บริภัทรที่ยังหลับตาแนบแก้มกับฝ่ามือเขา ริมฝีปากแดงเพราะพิษไข้เผยอออกปล่อยลมหายใจร้อนพร้อมเสียงสั่นเครือ

ปวด

ปวดตรงไหนครับ?

หัว ตาก็ปวด ปวดไปหมดเลย

ปวดมากไหม?’ น้องตอบเป็นหยดน้ำตาที่ร่วงเผาะ

เมื่อไหร่จะหาย

เดี๋ยวก็หายแล้ว

ไม่อยากป่วยแล้ว ไม่เอาแล้ว

ไม่ร้องนะคนเก่ง นอนเสีย พรุ่งนี้ก็ไม่ปวดแล้ว’ ชานนท์พึมพำปลอบ เสยผมเส้นเล็กชุ่มเหงื่อให้พ้นใบหน้าแดงเรื่อ ร่างอุ่นเพราะฤทธิ์ไข้ขยับเข้าเบียดเขา รั้งอกเสื้อยืดแขนยาวของเขา แสดงความเอาแต่ใจเล็ก ๆ ให้ชานนท์ต้องเอนตัวลงนอนเคียงข้าง พอได้ดั่งใจก็ปล่อยน้ำตาไหลอยู่ในอกเขาจนชานนท์ใจคอไม่ดี ชายหนุ่มกดริมฝีปากกับเรือนผมนุ่ม มือที่ยังเหลือไอเย็นลูบศีรษะทุยสวยผ่านไหล่เล็กไปยังแผ่นหลังบาง อารมณ์ที่เคยขุ่นมัวก่อนนี้หายวับราวกับโดนคาถาเสกสั่ง หลงเหลือไว้เพียงความห่วงใยของชานนท์และบริภัทรโหมดคนป่วยที่โคตรจะอ้อนเท่านั้น


เช้านี้เห็นอีกคนอาการดีขึ้นชานนท์ก็เบาใจแต่ก็ใช่ว่าจะหายโกรธเสียทีเดียว เมื่อคืนไม่มีโอกาสได้พูดเช้านี้ขอให้ได้เตือนกันสักประโยคสองประโยคก็ยังดี  

“คราวหน้าอย่าทำแบบนี้ รู้ว่าป่วยก็อย่าดื้อ อย่าฝืน ไม่อยากโทรหาฉันก็โทรหาคนอื่น ใครก็ได้ที่นายไว้ใจเขา แต่ขอร้อง อย่าประมาทเรื่องความเจ็บป่วยอีก เข้าใจไหม”

“เข้าใจแล้วครับ” รับคำอย่างว่าง่ายแถมยังก้มหน้าไม่สบตา ชานนท์เหมือนเห็นเจ้าหูที่พับได้สองข้างมันลู่ตก อุปาทานว่าได้ยินเสียงครางหงิง ๆ ของลูกหมาตัวจ้อย ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจออก อดใจไม่ไหวต้องซ้อนตัวคนป่วยขึ้นมากอดซุกอก ลูบหลังอ่อนโยนก่อนจะบอกด้วยเสียงที่คลายความตึงเครียดลงมากกว่าเจ็ดส่วน “อาบน้ำไหวไหมหรืออยากให้เช็ดตัว?”

“อาบได้ครับ”

“งั้นก็ไปอาบน้ำ จะได้กินข้าวกินยา เซย่าเอาของบำรุงจากที่บ้านมาให้ ต้องกินเยอะ ๆ นะ”

“คุณเซย่ามาหรือครับ?” ชานนท์พยักหน้า เสริมว่า “ภาคินก็มาตั้งแต่เช้าเหมือนกัน กินมื้อเช้าเป็นเพื่อนฉันแล้วก็กลับไป บอกว่าตอนเที่ยง ๆ จะลงมาหาอีกรอบ”

“ดีเลย ผมมีเรื่องจะคุยกับคินพอดี”

“เรื่องอะไร?”

“เรื่องที่คณะครับ”

“ฉันรู้ด้วยได้ไหม?” บริภัทรยิ้ม ใบหน้าใสเริ่มมีรอยระเรื่อ ไม่เผือดซีดจนน่าเป็นห่วงเหมือนตอนเพิ่งตื่นแล้ว

“ได้สิครับ ผมก็ตั้งใจจะบอกคุณเหมือนกัน แต่ตอนนี้ ขอไปอาบน้ำก่อนนะครับ เมื่อคืนเหงื่อออกเยอะ รู้สึกไม่ค่อยดีเลยตอนนี้” คิ้วเข้มขมวดตึง คุณชานนท์เอนตัวออก มองบริภัทรขึ้นลงก่อนว่า “ไม่สบายตัวเหรอ?”

“ครับ มันเหนียว ๆ ตรงคอกับข้อพับ ที่หลังด้วย”

“ทำไมเป็นอย่างนั้น ฉันว่าฉันเช็ดตัวให้ดีแล้วนะ แทบจะทั่วทุกซอกทุกมุม...” ดันอกกว้างออกก่อนเจ้าของมันจะรื้อฟื้นเรื่องบางเรื่องให้ตนต้องอายจนไปไม่เป็นอีกหน บริภัทรทิ้งเขาไว้บนเตียง รีบจ้ำเข้าห้องน้ำเท่าที่เรี่ยวแรงคนฟื้นไข้จะเอื้ออำนวย คุณชานนท์น่ะไม่คิดอะไรหรอก ตอนพูดบริภัทรก็เห็นว่าสายตาเขาครุ่นคิดและห่วงใยจริงจัง คนคิดน่ะมันคือบริภัทรเอง บริภัทรที่โดนพิษไข้รุมเร้า นอนน้ำตาไหลในอกเขา หงุดหงิดใส่เขา ออดอ้อนเขา เว้าวอนให้เขาทำอย่างไรก็ได้ให้ตนหลุดพ้นจากความทรมานในยามนั้น คุณชานนท์ก็แค่ใจดีเป็นพิเศษกับคนป่วยเท่านั้น 

บริภัทรเองนี่แหละ 

บริภัทรคนนี้เองที่...ที่มีความผิดติดตัว T ^ T

 


ไม่ดิ้นสิคนเก่ง คุณหมอฉีดยาไปแล้ว อีกเดี๋ยวก็หายนะ

ก็มันไม่หายสักที

เดี๋ยวก็หาย แล้วน้ำตานี่อะไร ทำไมไม่หยุดไหลสักทีหืม?

ไม่รู้อะไม่รู้ไม่รู้!’

โอเค ๆ ไม่เป็นไรนะครับ ไม่รู้ก็ไม่เป็นไร พี่ไม่ถามแล้วนะ บริภัทรจำได้ทุกประโยคคำพูดและน้ำเสียงของตัวเอง บริภัทรรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร เขามีสติเพียงแต่ความเยือกเย็นมันช่างหลงเหลืออยู่น้อยเหลือเกิน จะไม่โทษพิษไข้ก็ไม่รู้จะโทษอะไรเพราะไม่สบายกี่ครั้งบริภัทรก็เป็นแบบนี้ อารมณ์เหวี่ยงขึ้นลงจนไม่เข้าใจตัวเอง เมื่อไม่เข้าใจก็หงุดหงิด เมื่อหงุดหงิดก็ขาดความยับยั้งชั่งใจ ทำไมต้องป่วย ทำไมต้องปวดหัว ทำไมถึงไม่มีแรง ทำไมน้ำตาต้องไหล ทำไมอะไร ๆ มันแย่ไปทั้งหมด ทำไม ทำไม ทำไม นาทีหนึ่งบริภัทรนอนซุกให้เขากอด อีกนาทีบริภัทรดันเขาออก พลิกตัวหนี พอเขารั้งบริภัทรก็ขืนแรงพร้อมเสียงขู่ขึ้นจมูก พอเขาถอยบริภัทรก็รู้สึกผิดหันกลับไปนอนตัวอ่อนให้เขานวดขมับให้อีกหน

อยากหายแล้ว

นอน หลับ ตื่นมาก็หาย

ก็มันนอนไม่ได้...’ โดนฤทธิ์ยาฟัดจนเหงื่อท่วมตัว ภาพการมองเห็นก็เบลอเพราะยาด้วยน้ำตาด้วย เห็นเขามองมาคล้ายอ่อนใจน้ำตาก็ร่วงอีกหลายหยด

ขอโทษครับคุณ ไม่ดีเลยใช่ไหม เป็นแบบนี้...

ไม่ใช่ไม่ดี แต่ หยุดพูดสักพักดีไหม ลองอยู่เงียบ ๆ เผื่อจะง่วง’ ตอนนั้นก็เกือบตีสองแล้ว ถึงชานนท์จะไม่สันทัดในเรื่องการรักษาพยาบาลแต่เขาก็พอรู้ว่าคนป่วยจะต้องพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูตัวเองร่วมกับฤทธิ์ยาอย่างเต็มที่  

บริภัทร?’ เจ้าของชื่อก้มหน้าต่ำดึงผ้านวมขึ้นปิดเกือบมิดศีรษะ พอชานนท์ดึงลงก็บอกเสียงแผ่วว่าจะพยายามนอนให้หลับ ไม่อยากทำให้ใครลำบากมากกว่านี้แล้ว ใครที่ว่าจะเป็นใครถ้าไม่ใช่เขา ชานนท์ดันตัวขึ้นด้วยศอกข้างหนึ่ง คราวนี้เห็นชัดว่าน้องเก็บขาขึ้นเกือบชิดอก ม้วนตัวกลมหนักกว่าเดิม

ชานนท์ ชานนท์ ชานนท์!

เห็นไหมว่าน้องเป็นอะไร

อย่านอนแบบนี้เดี๋ยวหายใจไม่ออก

‘……….’

บริภัทร’ ไม่เคยมีใครเตือนเขาว่าบริภัทรผู้เยือกเย็นตอนโดนพิษไข้เล่นงานจะมีพลังทำลายล้างรุนแรงขนาดนี้ ชานนท์เคยเห็นตอนน้องโกรธ ถึงจะโดนแรงโทสะเล่นงานจนหน้าตึงตาวาวแต่อีกคนก็ยังรักษาความสงบไว้ได้ บริภัทรยามโกรธก็แค่นิ่งแล้วก็นิ่งยิ่งกว่าเคยเท่านั้น แต่บริภัทรยามป่วยนั้น... เป็นอะไร?

‘………’

ถามก็ตอบสิ

กำลังเงียบอย่างที่คุณบอกเผื่อจะหลับได้

โอเค เหมือนจะ งอนอย่างสมบูรณ์แบบ

หันมานอนดี ๆ อยู่แบบนั้นจะหายใจลำบากนะ

ไม่ลำบากครับ ชานนท์เกือบจะหัวเราะ เขากัดปาก อาศัยแรงที่เหนือกว่าพลิกตัวน้องให้หันมาก่อนคนป่วยจะออกฤทธิ์เหมือนก่อนหน้าเขาก็ฉวยแต้มจูบเบา ๆ ตรงไปตรงมุมปากบาง บริภัทรดึงใบหน้าหนี มองเขาทั้งน้ำตาคลอหน่วยตา

อย่า

ทำไม?

คุณจะติดไข้

ฉันไม่ป่วยง่าย ๆ หรอก

ฮื่ออออออ คุณชานนท์ จะ จะทำอะไรครับ?

ทำให้คนป่วยหลับสบาย’ ผ้าห่มถูกเลื่อนลดลง บริภัทรหนาวทั้งที่เนื้อตัวร้อนผ่าว ชานนท์ไม่ใช่หมอ เขาไม่สันทัดเรื่องการรักษาพยาบาลแต่เขามั่นใจว่าวิธีการของเขาจะทำให้บริภัทรร่างแปรปรวนสงบลงได้อย่างแน่นอน ดวงตาคมหวานมองคนใต้ร่าง บริภัทรที่โดนพิษไข้เล่นงานมาครึ่งคืนนั้นเหมือนจะสิ้นฤทธิ์เดช ใบหน้าอ่อนใสซับสีระเรื่อ ริมฝีปากแห้งแต่แดงจัด ดวงตาเรียวรีปรือปรอยเหมือนพร้อมจะร้องไห้ตลอดเวลา สภาพเหมือนคนไม่มีทางสู้แต่พิษสงร้ายกาจเกินทน ชานนท์โน้มตัวลงกดจูบกลางหน้าผากอุ่น เอ่ยเสียงต่ำ พร่า

อนุญาตพี่นะ

เขาขออนุญาตเรื่องอะไรบริภัทรยังไม่เข้าใจ

ภาพที่มองเห็นนั้นกระจ่างขึ้นกว่านาทีก่อนแต่ในหัวยังเหมือนมีภูเขาหลวงกดทับ แค่ส่ายหน้านิดเดียวก็เหมือนพาห้องทั้งห้องเหวี่ยงไปด้วย บริภัทรครางแผ่ว โดนเอาใจด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและจูบแผ่วเบาก่อนเขาจะเลื่อนตัวลงไป ในห้วงความสติกึ่งความจริงกึ่งความฝันบริภัทรส่งเสียงคราง ไม่เห็นด้วยที่เขาทิ้งตนไว้กับเงาสลัวบนเพดาน ทว่ายามเสื้อนอนตัวใหญ่ถูกปลดกระดุมสองเม็ดล่างเด็กหนุ่มก็เผลอหดหน้าท้อง สองขาถูกเขาจับแยกแทรกแทนด้วยร่างกายสูงใหญ่ บริภัทรเกร็งเนื้อตัวสู้จุมพิตที่เริ่มตีตราจองตรงนั้น ครางแผ่วยามเขาเลื่อนสัมผัสไปถึงข้างลำตัว ขบเม้มดูดดึงก่อนจะปาดกลืนด้วยลิ้นร้อน คนอ่อนวัยกว่าผ่อนลมหายใจเมื่อศีรษะได้รูปถอนจากช่วงเอวทว่าโล่งใจได้เพียงไม่กี่วินาทีก็ต้องส่งมือไปยึดไหล่กว้างไว้มั่น เขาเงยหน้ามองมา เราสบตากันโดยไม่มีคำพูด นาน กระทั่งแรงยึดที่ไหล่คลายออกเขาจึงได้ลดสายตาลงไป กดจูบใต้สะดือเล็กก่อนจะใช้สองมือเลื่อนกางเกงผ้าฝ้ายลงไป

เขามุ่งมั่นกับความตั้งใจเพียงหนึ่งเดียว

ทิ้งอาภรณ์ค้างไว้ที่ต้นขาขาว

ปรนเปรอจนคนป่วยหลุดเสียงครางสูงตั้งแต่ความชื้นแรก บริภัทรเกร็งร่างจนปวดไปหมด ไม่กล้าแม้จะหายใจในสัมผัสแรกแต่เขาก็ทำให้วางใจด้วยการเริ่มต้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนิบช้า อ่อนโยน เพียงไม่นานบริภัทรก็เบียดแผ่นหลังกับฟูกหนาพร้อมยกทุกอย่างให้อยู่ใต้อาณัติของเขา สองขาแยกกว้างเท่าแนวไหล่คนพี่ มันสั่นเทาและพยายามเสียดสีกับเนื้อตัวอีกฝ่ายยามถูกโพลงปากร้อนกลืนกินเกือบหมดเนื้อหมดตัว เขารูดรั้ง บีบเค้น ดูดกลืนสลับปลุกปลอบ พอบริภัทรหอบปนสะอื้นเขาก็ผ่อนแรง กระซิบขอไม่ให้กลั้นเสียงครางเพราะเขาอยากฟัง มือข้างหนึ่งถูกเขาจูบทับก่อนคุณชานนท์จะวางมันไว้บนศีรษะตัวเอง แทนคำอนุญาตในเรื่องที่เขาไม่เอ่ยคำบอกแต่บริภัทรรู้

คลื่นความปรารถนานั้นไต่ขึ้นสูงเสมอ

มันสวนทางกับสติและสำนึกรับรู้

แปรผกผันกับการยับยั้งชั่งใจ

เมื่อเขาเร่งเร้าบริภัทรก็บิดร่างเร่า ขยี้ขยำเขา จิกทึ้งสลับกับยึดยื้อเขา กระเสือกกระสนอยู่ท่ามกลางคลื่นความปรารถนาที่เจียนโยนตัวแตะขอบฟ้าได้ในนาทีใดนาทีหนึ่ง เสียงเฉอะแฉะจากของเหลวสองอุณหภูมิก็เหมือนมีฤทธิ์กล่อมประสาท ยิ่งทำให้กระหายอยาก ยิ่งทำให้รู้สึกเสียวซ่าน กระทั่งอาการป่วยไข้ยังราพิษสงเมื่อเจอความหฤหรรษ์สาดซัด

คุณชานนท์

‘…อีกนิด

อื้อออออออออ คุณครับ คุณ!’ เขาเชี่ยวชาญ ช่ำชองจนบริภัทรไม่หาญกล้าจะต่อกร ได้แต่ยินยอมให้เขาชี้นำ เกร็งเนื้อตัวส่งสะโพกให้เขา ครางให้เขา คว้าเขาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวยามเขาเร่งจังหวะทั้งมือทั้งปากส่งบริภัทรข้ามไปอีกฟากของอารมณ์

บริภัทรล่องลอยท่ามกลางเมฆขาว ทุกพันธนาการถูกปลดเปลื้อง อิ่มเอมกับความสุขสมจนถึงขีดสุดก่อนจะหล่นกลับมาหาอ้อมกอดที่รองรับ

เขายังอยู่ที่เดิม อึดอัด เครียดตึง สู้กับริ้วอารมณ์ภายใน แต่เขากลับผละไปแล้วกลับมาพร้อมผ้าขนหนูชุบน้ำเย็น ดูแลจัดการจนบริภัทรสบายตัวและหลับไปตอนที่เขากำลังติดกระดุมเสื้อนอนตัวใหม่ให้ 



บริภัทรหลับสบายอย่างที่เขาตั้งใจแต่หลังจากนั้นคุณชานนท์จะเป็นยังไง

จะทำอะไรต่อ

บริภัทรมาคิดห่วงเขาตอนนี้ก็คง...ไม่ทันแล้ว

นี่ไง ความผิดติดตัวที่ว่า T ^ T





#บริภัทร


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.242K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,868 ความคิดเห็น

  1. #4614 Vivachoco (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 08:04
    จะว่าคนพี่ก็ว่าไม่ได้เต็มปาก55555
    #4,614
    0
  2. #4493 BEPBEP (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 16:22
    เเรงมากก กรี้ดดดดดดดดดดดดด
    #4,493
    0
  3. #4279 areenachesani (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 15:14
    อุแงง-///-
    #4,279
    0
  4. #3814 areenachesani (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 22:53
    ฮื่ออออ พี่เขาดูแลน้องดี๊ดี ดีเกินไปมั้ยนะ5555
    #3,814
    1
    • #3814-1 areenachesani(จากตอนที่ 23)
      23 ธันวาคม 2562 / 22:54
      แต่น้องโหมดไม่สบายคือแบบ ใจสั่นแทนพรี่เลยย
      #3814-1
  5. #3494 Audaidaj (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 02:28

    โอ๊ยยน้องโหมดอ้อนสงสารพี่ชานเลยจ้า ว่าแต่วิธีกล่อมน้องนอนของพี่น้านนนน จะเปงลม

    #3,494
    0
  6. #3396 llnplw (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 08:11
    โอ่ยยยยยยยน้อนน
    #3,396
    0
  7. #2615 exo12forever (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 23:41

    อื้อหืออออออออออ
    #2,615
    0
  8. #2459 mees$ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 06:28

    อุ้ยยยยยย
    #2,459
    0
  9. #2458 Sec.Kim (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 14:20
    หน้าร้อนนนนนหนักมากกกก
    #2,458
    0
  10. #2444 Xingmiii (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 21:38
    ขุ่นพระขุ่นเจ้า
    #2,444
    0
  11. #2326 kiku_zz (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 20:15
    พี่ชานนนคนดี
    #2,326
    0
  12. #2126 weiliin (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 00:29
    ไม่อ่อนโยน...
    #2,126
    0
  13. #1939 Laikaunlin__2248 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 10:10
    พี่ชานนนนนนน
    #1,939
    0
  14. #1647 pcy921 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:56
    อมกกกกกกก555555
    #1,647
    0
  15. #719 sp.panpann (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 23:19
    ไม่เคยคิดว่าจะได้ยินชานเตือนบริภัทรว่า ลองหยุดพูดดูดีมั้ย เอ็นดูคนป่วยยย แงงง
    #719
    0
  16. #514 imavikur (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 18:48
    จะตายเพราะการดูแลคนป่วยของพี่นี่ละค่ะ
    #514
    0
  17. #470 หวาน (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 03:19

    เยี่ยม??‘?

    #470
    0
  18. #379 Okoy up (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 00:49
    คุณพี่ปฐมพยาบาลคนป่วยได้ดีมากค่ะ
    #379
    0
  19. #260 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 00:37

    พี่ค่ะ
    #260
    0
  20. #221 19970207bb (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 03:31
    กลับมาอ่านอีกก็ยังเขินเหมือนเดิม
    #221
    0
  21. #205 PARKSELOR (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 03:59

    เร่ารว้อนนน คุณพระคุณเจ้า
    #205
    0
  22. #201 Geebam (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 03:27
    อื้ออออออ
    #201
    0
  23. #96 PINKLAND (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 19:01

    บ้าจีงงงงงง
    #96
    0