c o m p e n s a t e

ตอนที่ 21 : บ ริ ภั ท ร #13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,900
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,284 ครั้ง
    9 ต.ค. 61





 

เก้าโมงเช้า วันเสาร์

ก็ไม่ผิดจากที่คาดไว้นัก

เพียงแค่เหยียบย่างเข้าไปในอาณาเขตของเพื่อนสนิท เสียงโห่ฮาจากทั้งสี่ชีวิตก็ดังต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง ชานนท์ไม่นำพาสายตาล้อเลียน เขาโยนกุญแจรถไว้บนโต๊ะเล็ก เตะขาให้เตวิชขยับไปทางซ้ายก่อนจะนั่งลง ที่บ้านยังไม่มีใครกล้าถามว่าเมื่อคืนเขาหายไปไหน คงมีแต่พวกมันเท่านั้นที่ยังไงก็ต้องได้รู้ทุกเรื่อง

“นึกว่าจะมาบ่าย ๆ” เตวิชทัก เขาเองก็เพิ่งมาถึงก่อนหน้าชานนท์เพียงครึ่งชั่วโมง

“มาเร็วก็จัดการเสร็จเร็ว”

“แล้วมึงปล่อยน้องบีอยู่ห้องคนเดียวเหรอวะ? ทำไมไม่พามาด้วยล่ะ?” 

“เออ เจอคนไม่ดีก็ผวาจะแย่แล้ว ยังเห็นภาพมึงกระทืบเครื่องในไอ้เหี้ยนั่นอีก ขวัญเสียหมดแล้วน้องบีกู” ชานนท์จุดบุหรี่สูบ โยนซองแบล็คเดวิลกับไลเตอร์ต่อให้คริสก่อนจะตอบแค่คำถามเลย์

“เขาต้องไปทำงานพิเศษ”

“ถามจริง?” ชายหนุ่มพ่นควันแทนคำตอบ

“แล้วมึงก็ยอมให้น้องไป?”

“มันเป็นงานที่เขาต้องรับผิดชอบ ให้ลาหยุดกะทันหันคนอื่นจะเดือดร้อนไปด้วย เขาไม่ยอม”

“เชรดดดดด” คริสลากเสียง โน้มตัวมาดีดเถ้าบุหรี่เสียหนึ่งที “รู้ว่ามีคนจ้องทำเรื่องไม่ดีกับตัวเองก็ยังมีกระจิตกระใจไปทำงานอยู่เหรอวะ แกร่งว่ะ บางคนนี่หลอนไปสี่วันห้าวันเลยนะ ที่ไม่ยอมออกจากบ้านเลยก็มี”   

“เขาก็ตกใจแต่เหมือนจะโกรธมากกว่า แล้วก็บอกว่าที่ร้านปลอดภัย ถ้าจะมีใครทำอะไรซ้ำมันคงไม่เลือกสถานที่ที่คนพลุกพล่านอย่างในห้างหรอก” ชายหนุ่มพูดเหมือนที่บริภัทรพูด อีกนัยก็คือเขาย้ำตัวเองให้วางใจตามที่บริภัทรบอก ไม่ใช่ว่าชานนท์ไม่อยากให้อีกฝ่ายอยู่ในสายตาตลอดเวลา แต่บริภัทรก็ยังเป็นบริภัทร ผ่านเรื่องร้ายมาหนักหนาแค่ไหนแค่หลับไปตื่นเดียวก็ยิ้มได้เหมือนเดิมแล้ว

“พวกมันอยู่ไหน?”

“ห้องข้างหลัง กูให้คนดูแลอย่างดี เรียกหมอมาตรวจซากตีนมึงแล้วด้วย ไอ้สัด ตอนแรกทำขู่ว่าว่าจะแจ้งตำรวจจับกูกับไอ้หมินข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ไอ้เลย์เลยเสยคางมันไปที ปากแตกเลยค่ะ”

“แล้วมันว่ายังไงต่อ?”

“ไม่รู้มัน มึงบอกให้กูปล่อยพวกมันไว้ในห้องเปล่า ๆ จนกว่ามึงจะมา กูก็ปล่อยมันไว้งั้นอะ ขี้เกียจเห็นหน้าแม่ง เดี๋ยวตีนลั่นตามเหี้ยเลย์ไปอีกคน” ชานนท์กดบุหรี่ลงกับจานแก้ว พอเขาลุกเพื่อนทั้งกลุ่มก็ลุกตาม

“พวกมึงไม่ต้องเข้าไปหรอก”

“ไม่ดีมั้ง”

“ไม่เป็นไร กูจัดการได้”

“ไอ้สัด เรื่องนั้นกูรู้ กูแค่กลัวมึงจะบันดาลโทสะแบบเมื่อคืนอีกไงครับพี่ มึงกระทืบมันไปกี่ครั้งจำได้ไหม จำได้หรือเปล่า”

“จริงอย่างคริสมันว่า มึงต้องใจเย็นกว่านี้นะชาน” โกมินทร์เตือนสติ

“เออ ถ้าไม่มั่นใจว่าจะทนได้มึงก็ต้องมีเพื่อนเข้าไปด้วย อย่างน้อยก็ขอให้กูได้อุ่นใจว่าจะไม่มีใครตับแตกตายในโชว์รูมรถกูอะ”

“โอเค เลิกเถียงกัน ไปพร้อมกันทั้งหมดนี่แหละ จะได้ไม่ต้องเล่าหลายรอบ” เตวิชตัดสินใจแทนทั้งกลุ่ม เมื่อชานนท์ไม่ค้านข้อเสนอของชายหนุ่มจึงเป็นข้อสรุปสุดท้าย

 


พอเริ่มภาคเรียนที่สองบริภัทรมีเรียนตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์จึงต้องลดเวลาทำงานพิเศษเหลือแค่วันเสาร์วันเดียว คนตัวเล็กนอนมองผ้าม่านอยู่พักใหญ่ก่อนจะดันตัวลุกขึ้นนั่ง เสียงนาฬิกาปลุกบอกให้รู้ว่าเวลาเก้าโมงครึ่งได้เดินทางมาถึงแล้ว ปกติบริภัทรตื่นเช้ากว่านี้แต่เพราะเมื่อตอนหกโมงกว่าบริภัทรยังรู้สึกง่วงอยู่มากคนที่ต้องกลับบ้านจึงตั้งนาฬิกาปลุกไว้ให้ คุณชานนท์บอกว่ากลับบ้านแต่หลังจากนั้นจะไปไหนต่อบริภัทรทำใจกล้าถามเขาก็บอกว่าจะไปหาเพื่อน พอบริภัทรเงียบคนที่ลงไปยืนบนพื้นแล้วก็ทำท่าจะขึ้นเตียงอีกรอบ บริภัทรไม่อยากให้เขาสายเลยรีบร้องห้าม เผลอดึงผ้าห่มคลุมขึ้นมาถึงคางจนเขาหัวเราะใส่ กว่าจะยอมลุกก็อ้อยอิ่งอยู่เป็นนานสองนานขืนเขาขึ้นมาอีกรอบวันนี้คงไม่ต้องออกไปไหนกันทั้งคู่

คิดถึงตอนที่รู้สึกตัวพร้อมอาการชาตรงแก้มซ้ายแล้วก็อยากจะทิ้งตัวลงไปม้วนผ้าห่มเล่น เมื่อคืนเผลอหลับไปก่อนเช้านี้ยังตื่นทีหลัง ลืมตามาเจอชานนท์ ปริญศิริส่งยิ้มมุมปากให้ บริภัทรต้องใช้เวลาปลุกปลอบตัวเองอยู่พักใหญ่กว่าจะสำรวมกริยาวาจาพูดคุยกับเขาได้

อรุณสวัสดิ์ครับ เพราะอยู่ใกล้กันเกินไปบริภัทรเลยรู้ว่าเขาขำ กล้ามเนื้อที่บริภัทรหนุนนอนขยับขึ้นลงแต่คุณชานนท์ก็ไม่พูดอะไรนอกจากเพิ่มแรงสองแขนแล้วพลิกให้บริภัทรเกยขึ้นไปบนอกกว้าง

‘Morning kiss, please’ บริภัทรซบหน้าลงกับหลังมือตัวเอง พี่ชายของคุณเซย่าน่ะร้ายกาจ ถ้าเป็นพระเอกวรรณคดีก็สมศักดิ์ศรีพ่อขุนแผนแสนสะท้านอย่างพี่โกมินทร์ว่า ภูเขาน้ำแข็งอะไร เรียกร้องสัมผัสจากคนอื่นได้อย่างเป็นธรรมชาติสุด ๆ

ตัวอุ่นนะ มียาแก้ไข้อยู่ใช่ไหม?’ เขาถามเพราะคงจำได้ว่าบริภัทรมีกล่องยาเก็บไว้ในตู้ แต่ว่านะ มาทักอาการสุ่มเสี่ยงตอนเช้าที่เพิ่งผ่านอะไร ๆ มามันก็นิดหนึ่งไหม เขาไม่คิดแต่บริภัทรคิดไง เออ

มีครับ

กินข้าวแล้วกินยาด้วยนะ ตัวอุ่น ลมหายใจก็ร้อนทั้งคืน

‘.....….’

จะไม่ดื้อใช่ไหม?

ผมไม่ใช่คนกินยายากสักหน่อยครับ

ฉันเป็นห่วง ไม่เคยเห็นป่วย ยกเว้น...ตอนนั้น...”

คุณน่ะ...’ บริภัทรเข้าใจไปเอง ไม่ใช่เขาไม่คิด เขาจงใจเอ่ยถามอาการเพราะเขาก็คิดเหมือนกัน! แล้วยังไงล่ะ บริภัทรเจ็บหนัก ป่วย ไม่สบาย เป็นไข้ไปสามสี่วันแล้วยังไงล่ะ เพราะเขาไม่ออมแรงเลยไม่ใช่หรือไง ว่าจะไม่โทษแล้วนะ

โทษได้ ผิดจริง อยากชดใช้ความผิดไปเรื่อย ๆ ด้วย

คุณชานนท์!’ บริภัทรไม่ได้ให้เพราะเขาฉกฉวยเอาเองตามวิสัยจอมเผด็จการ เอาแต่ใจจนบริภัทรไม่มีแรงสู้แล้วนั่นแหละถึงยอมลูบหลังลูบไหล่ให้ ปล่อยบริภัทรได้นอนอย่างสงบสุขครู่หนึ่งแล้วจึงลุกไป ทิ้งไว้แค่ไออุ่นและกลิ่นแบล็คเดวิลจาง ๆ

เก้าโมงสี่สิบบริภัทรเดินออกมาจากห้องนอน เห็นร่างคุ้นตานอนเหยียดยาวอยู่ตรงพรมหน้าทีวีแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ เมื่อคืนไม่กล้ากลับห้องล่ะสิ เพื่อนสนิทมาถึงตั้งแต่ตอนไหนบริภัทรไม่ทันรู้ ภาคินรู้รหัสผ่านเข้าห้องเลยใช้สิทธิ์เข้านอกออกในเต็มที่ นี่ก็คงจะมาถึงตอนดึกมากแล้วเพราะช่วงตีหนึ่งนั้นบริภัทรยัง...ยังไม่หลับเลย

โอย โชคดีนะ ไม่มาเร็วกว่านั้น

ออกจากห้องน้ำมาอีกครั้งภาคินก็ลุกขึ้นนั่งหัวฟูแล้ว เพื่อนสนิทหน้าเข้มเหล่ตามองบริภัทรพอมองตอบก็หันหน้าหนี บริภัทรเผลอก็มองอีกทีพอถามก็ทำปากขมุบขมิบแบบไม่มีเสียง บริภัทรเดินเข้าไปหาก็ล้มตัวนอนคลุมโปงเสียดื้อ ๆ สงสัยจะยังไม่สร่างจากฤทธิ์สุรา เพราะมีงานต้องทำบริภัทรเลยไม่ได้สอบซักอะไรมาก ถามแล้วไม่พูดก็ปล่อยให้นอนตามใจอยาก ทิ้งห้องให้เพื่อนหน้าเข้มเฝ้าส่วนตัวเองก็กินข้าวกินยาแล้วจับรถไฟฟ้าตรงไปยังห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในย่านปทุมวัน



เข้างานก่อนเวลาสิบห้านาที ผูกผ้ากันเปื้อนสีกรมท่าทับเชิ้ตขาวเรียบร้อยแล้วจึงมีเวลาเหลือให้เช็คข้อความอีกนิดหน่อย พักหลังมานี้นอกจากเช็คข้อความในไลน์แล้ว บริภัทรจำเป็นต้องเช็คความเคลื่อนไหวในโซเชียลด้วยซึ่งก็กินเวลาในหนึ่งวันของบริภัทรไปพอสมควรเหมือนกัน

“รำค้าญญญญญญญญญ” เริ่มด้วยการทำงานด้วยหางตาคมกริบของพี่ในแผนกและเสียงเปรยลอยลมที่ทำให้บริภัทรหัวเราะคิก

“สวัสดีครับพี่ซอล วันนี้เข้าเช้าหรือครับ?”

“ไม่พูดด้วย!” คู่สนทนาเพียงคนเดียวเชิดหน้าใส่จอคอมพิวเตอร์ บริภัทรยังยิ้มในหน้า เดินไปยังรถเข็นที่จอดไว้ข้างทางออกเค้าเตอร์

“นี่หนังสือหมวดพี่ซอลนี่นา ผมเอาไปเติมเชลฟ์ให้เลยนะครับ”

“ไปไหนก็ไปเถอะย่ะ ไม่อยากเห็นหน้า”

“โอ๋ ทำไมวันนี้เกรี้ยวกราดจัง ไม่ได้กินข้าวเช้ามาเหรอครับ”

“เดี๋ยวจะหยิกให้”

“อะไรเล่า”

“รอยชัดเลยนะ”

“ครับ?”

“ที่คอนั่นน่ะ คิดจะอวดเหรอยะนังตัวดี แหม้ เห็นนางเงียบ ๆ นางเก็บเรียบนะคะ” บริภัทรเจอประโยคนี้ผ่านตาผ่านโซเชียลแต่มันก็ให้ความรู้สึกต่างจากตอนพี่ซอลจีบปากจีบคอพูด ถึงอีกฝ่ายจะเหยียดปากสะบัดเสียงใส่เหมือนพร้อมประทุษร้ายบริภัทรทุกเมื่อแต่ในใจพี่ซอลก็ไม่ใช่แบบที่แสดงออก

“เห็นชัดมากเหรอพี่ น่าเกลียดไหมอะ?”

“น่าเกลียดมาก เห็นแล้วอยากเงื้อมือตบ ติดกระดุมให้ครบทุกเม็ดเดี๋ยวนี้” บริภัทรหันหน้าเข้าผนังด้านหลังแล้วทำตามคำแนะนำ(?)อย่างว่าง่าย หันกลับมาอีกครั้งก็เป็นเด็กแว่นที่ติดกระดุมเสื้อเชิ้ตปิดคอ เนิร์ดแล้วก็เนิร์ดอีก “โอเคหรือยังครับ?”

“ค่อยสบายดีหน่อย แล้วนี่ จะทำงานไหวเหรอ พี่มิลค์บอกว่าวันนี้ชิปเม้นท์เข้าสองรอบเลยนะ วันเสาร์คนของเราก็น้อยด้วย”

“เพราะคนน้อยไงครับผมเลยต้องมา”

“แล้วร่างกายแกจะไม่เป็นไรเหรออีน้อง มันต้องก้ม ๆ เงย ๆ ทั้งวันเลยนะ”

“ครับ?” เลิกคิ้วถามแบบไม่ปิดบังความสงสัยก่อนจะหน้าร้อนวาบ บริภัทรส่ายศีรษะ โบกมือไปมา “ไม่ใช่นะครับพี่ซอล ไม่ คือ ไม่ได้มีอะไรแบบนั้นนะพี่”

“โอ๊ย ไม่ต้องอายไปหรอก ฉันเข้าใจ ฉันก็เคยมีผัว”

“โธ่ ไม่ใช่จริง ๆ พี่ซอล ไม่ได้ทำถึง...”

“อ้าว แค่ไซ้กันหรอกเรอะ”

“พี่ซอลลลลล” รุ่นพี่สาวสองพยักหน้าเป็นเชิงว่าเข้าใจ

“โอเค ๆ เก็ทละ ไป ๆ จะเอาหนังสือไปเก็บก็ไปเถอะ อย่ามาทำหน้าแดงแถวนี้ สงสารนังพวกEB (English Book Department) ที่มันโฉบไปโฉบมาบ้าง อยากจะชวนแกไปกินกลางวันแทบแย่แล้วมั้งน่ะ” บริภัทรกดหน้าผากกับด้านหลังเสาต้นใหญ่ อายด้วยท้อใจด้วยเลยไม่ได้สนใจว่าจะมีใครกำลังทำอะไรอย่างที่ซอลว่า คนตัวขาวยืนอยู่อย่างนั้นหลายนาทีก่อนจะเข็นรถบรรทุกหนังสือไปเก็บตามที่ตั้งใจแต่แรก

วันทำงานผ่านไปอย่างรวดเร็วเหมือนเช่นทุกครั้ง บริภัทรเพลิดเพลินกับการปัดกวาดเซลฟ์ จัดหนังสือแยกตามหมวดและต้อนรับลูกค้า งานในร้านมีให้ทำตลอดแต่ก็ไม่ถือว่าเป็นงานหนัก ยกเว้นตอนคัดแยกหนังสือแล้วนำมาห่อพลาสติกใส่ด้วยเครื่องแร็ปที่อาจจะเจอไอร้อนบ้าง ค่าจ้างรายวันนั้นไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับบริภัทรเลย เขาไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินทองเขาแค่สนุกที่จะทำงานที่นี่ ที่ที่หันไปทางไหนก็เจอโลกนับพันนับหมื่นใบซ้อนทับกันอยู่ อ่านหนังสือหนึ่งเล่มก็ถือว่าเปิดโลกใหม่หนึ่งใบ นอกจากห้องสมุดแล้วที่ไหนจะดีไปกว่าร้านหนังสืออีก

มือบางเกี่ยวหน้ากากอนามัยออกหลังจากเช็คนาฬิกาแล้วพบว่าเลยเวลาเลิกงานมาเกือบสิบนาทีแล้ว ดวงตาเรียวมองไปทางร้านกาแฟ โต๊ะติดกระจกมุมในสุดไม่มีใครบางคนที่มักมานั่งรอบริภัทรทุกวันเสาร์ โต๊ะอื่นก็ไม่มี ดูเหมือนว่าคุณชานนท์จะทำธุระติดพันจนไม่มีเวลาเช็คข้อความ มือบางขยำเศษกระดาษก่อนทิ้งลงถังขยะ หันไปเอ่ยลาพี่ซอลและพี่แป้งรองหัวหน้าแผนกก่อนจะเข้าไปเอากระเป๋าในห้องสต็อค ขณะที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำที่อยู่ติดร้านบริภัทรก็คิดไปด้วยว่าควรจะซื้ออะไรไปกินเป็นมื้อเย็นด้วยเลยไหม ถึงที่ห้องจะยังมีของสดของแห้งอยู่แต่วันนี้บริภัทรรู้สึกอ่อนเพลียผิดปกติแต่จะให้นั่งกินข้างนอกก็วุ่นวายไปอีก ซื้อกับข้าวแบบสำเร็จไปกินที่ห้องน่าจะดีที่สุด มือบางพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นเกือบถึงศอก ท่อนล่างบริภัทรเปลี่ยนเป็นกางเกงสามส่วนสีเบจแล้ว ใส่ชุดนี้เดินเข้ากูร์เมต์คงไม่น่าเกลียดเกินไปนัก เดินออกจากห้องน้ำชายผ่านหน้าลิฟต์ได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกจับตัวจากทางด้านหลัง บริภัทรปัดมือนั้นออกจากเอวโดยไม่ออมแรง ได้ยินเสียงอุทานพร้อมกับที่หันไปมองหน้าคนไร้มารยาทพอดี

“คุณชานนท์!

“ขอโทษ ไม่คิดว่าจะตกใจ ขนาดนี้” เขายกหลังมือที่มีรอยแดงเป็นปื้นขึ้น บริภัทรหน้าเสีย รีบเอ่ยขอโทษที่ทำให้เขาเจ็บตัว

“กำลังจะไปไหน?”

“ซื้อข้าวครับ”

“โอมากาเสะไหม?”

“ที่นี่หรือครับ?”

“ซูชิคิวตรงออลซีซั่นดีกว่า คนไม่เยอะดี ไปตอนนี้ก็พอดีรอบเย็นเริ่ม” บริภัทรแตะริมฝีปากบนกับปลายจมูก รู้สึกถึงไอร้อนจากลมหายใจก็บอกเขาว่าไม่แน่ใจเรื่องสภาพร่างกายตัวเอง ขอแวะร้านยาซื้อหน้ากากอนามัยก่อนจะได้ไหม ได้ยินแบบนั้นร่างสูงก็ขยับเข้าใกล้กว่าเดิม แตะหลังมือวัดอุณหภูมิพลางเปรยกึ่ง ๆ ดุ

“ตัวร้อนกว่าเมื่อเช้า”

“เพราะมือคุณเย็นมากกว่าครับ”

“ปวดหัวหรือเปล่า?”

“ไม่ครับ แค่รู้สึกเพลีย มัน ครั่นเนื้อครั่นตัวชอบกล”

“ทำไมจู่ ๆ ถึงเป็นไข้ โดนฝนตอนฉันไม่อยู่ใช่ไหม?” บริภัทรคิดนิดเดียวก็ส่ายหน้า “ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยมั้งครับ นอนน้อยด้วย อะไรด้วย” เขาก็รู้บริภัทรมีเรื่องต้องทำเยอะซึ่งสิ่งเหล่านั้นมันก็เบียดเบียนเวลาพักผ่อนของบริภัทรไปไม่น้อย

“อย่าหักโหม ไหนบอกจะค่อย ๆ ทำ ถ้ามันยุ่งยากมากนักก็ส่งมา จะจัดการให้”

“ผมทำได้ครับ” เจอยิ้มโชว์ฟันเขี้ยวเข้าไป ลูกรักฮิตเลอร์ก็ลูกรักฮิตเลอร์เถอะ ก้าวขาต่อไม่ได้เหมือนกัน

“งั้นไปหาหมอก่อนค่อยไปกินข้าว”

“คุณไม่หิวหรือครับ?”

“รอได้”

“ไม่ต้องไปก็ได้ครับ แค่ตัวร้อนเอง กินยาแล้วนอนพักก็หาย ผมหิวแล้วด้วย ตอนพักกินข้าวไปนิดเดียว เรารีบไปซื้อของกันเถอะครับ ซื้อเสร็จจะได้รีบไป แถวเส้นวิทยุรถติดมากด้วย” เมื่อเขาไม่ค้านก็ถือว่าเขาอนุมัติมตินั้น บริภัทรเดินนำไปที่ร้านยาที่อยู่ในบู้ทส์ ถามหายาสามัญประจำบ้านที่จำเป็นและหน้ากากอนามัย พอได้ของครบคนที่หายไปแวบหนึ่งก็ยื่นบัตรเครดิตให้พนักงานพร้อมสินค้าแบบเดียวกันอีกเกือบสิบชิ้น

“อะไรหรือครับ?” เห็นแค่วัตถุสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีดำในซองพลาสติก เขาไม่ตอบเซ็นบัตรรับของมาใส่เป้โดยไม่รับถุงพลาสติกแล้วก็จับแขนบริภัทรพาออกจากร้าน พ้นประตูก็แกะเจ้าซองนั้นโดยไม่พูดไม่จา บริภัทรรู้แล้วแหละว่ามันคือผ้าคาดปากหรือหน้ากากอนามัยแบบแฟชั่น

“เด่นเลยทีนี้” คนไทยไม่ค่อยมีใครคาดมาสก์เดินไปมา บริภัทรเข้าใจถูกใช่ไหม

“ไม่เป็นไร” เขาว่าก่อนจะหยิบขึ้นมาอีกอัน

“ก็เด่นด้วยกัน” ถึงจะไม่ได้พูดอะไรแต่ดวงตาที่วาดเป็นขีดโค้งก็บอกความรู้สึกคนตัวเล็กได้ดี ชานนท์คาดมาสก์ให้ตัวเองเสร็จ จัดหมวกแล้วก็เก็บกระเป๋าเงิน มานึกเรื่องสำคัญขึ้นได้ก็ตอนนั้นเอง “วันนี้ได้โทรหาฉันหรือเปล่า?”

“ไม่ครับ แต่ผมส่งข้อความไปตอนพักแล้วก็ตอนก่อนออกจากร้าน”

“ขอโทษ โทรศัพท์แบตหมด พอชาร์ตในรถแล้วก็ลืมหยิบมาอีก” บริภัทรแค่ยิ้มแทนคำตอบ เราเดินออกจากโซนร้านอาหารจะไปที่ลิฟต์เพื่อลงไปยังลานจอดรถ เย็นวันเสาร์คนมาใช้บริการค่อนข้างหนาแน่น ขณะที่รอบริภัทรถามตัวเองหลายรอบว่าควรจะพูดเรื่องในใจออกไปดีไหมหรือควรจะรอให้อยู่ในสถานที่มิดชิดกว่านี้สักหน่อย คิดอยู่คนเดียวจนเจ้าของร่างสูงกดนิ้วลงมาตรงหัวคิ้ว

“คิดอะไรเยอะแยะ”

“ขอโทษครับ”

“ขอโทษทำไม? แค่ถามว่าคิดอะไรอยู่”

“คือ วันนี้ ที่คุณไปหาเพื่อน เกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืนหรือเปล่าครับ?” บริภัทรใคร่ครวญตั้งนานแต่คุณชานนท์กลับยอมรับอย่างง่ายดายว่าเกี่ยว

“คุณไปทำอะไรหรือครับ?”

“คุย นิดหน่อย”

“จริง ๆ หรือครับ?” เขายิ้ม ดวงตาใต้ปีกหมวกมองคนเบียดกันเข้าไปในลิฟต์ บริภัทรเห็นเขายังไม่ไปรอบนี้ก็รอต่อ “แล้วได้เรื่องว่ายังไงบ้าง หมอนั่นทำเองหรือมีใครจ้างมาจริง ๆ”

“มันบอกว่ามีคนบังคับให้ทำ”

“ใครครับ?” ริมฝีปากสีจัดเหยียดออก

“โอ้” เป็นชื่อที่จดจำได้ไม่ลืม พอเขาบอก เหตุการณ์เก่า ๆ ในความทรงจำก็วนกลับมาฉายซ้ำ เพิ่งได้ข่าวว่ามานั่งกินข้าวกับคุณชานนท์เมื่อไม่กี่วันก่อน ไม่คิดว่าจะเล่นแรงถึงขั้นจ้างจนมาใส่ร้ายป้ายสีกัน ถึงจะเคยเลือกไว้เป็นหนึ่งในรายชื่อที่น่าสงสัยแต่พอความจริงเฉลยบริภัทรก็ยังอดสะท้านใจไม่ได้

“คุณเชื่อไหมครับ?”

“เชื่อจากหลักฐาน โอ้สั่งพวกมันจริงแต่ไม่ใช่การบังคับ พวกมันได้เงินและ...บางอย่างที่น่าสนใจสำหรับหนึ่งในนั้น” เขารู้ว่าคืออะไรแต่จงใจไม่เอ่ยออกมา

“ทำไมต้องทำขนาดนี้”

“โอ้เป็นคนเจ้าอารมณ์ รักแรงเกลียดแรง” และยึดมั่นถือมั่นด้วย ไม่เคยมีสถานะผูกพันแต่ก็ไม่ยอมปล่อยมือ บริภัทรกระจ่างใจแล้ว คนที่กล้าวางยาคุณชานนท์ทำไมจะไม่กล้าจ้างคนมาสร้างสถานการณ์ใส่ร้ายบริภัทร นี่มันจิ๊บจ๊อยกว่าใส่ยาปลุกในแก้วเครื่องดื่มอดีตคู่ควงเสียอีก เห็นบริภัทรเก็บคำเงียบ ไม่ตกใจไม่โกรธขึ้ง มือหนาก็เกี่ยวมือบริภัทรไปกุม บีบเบา ๆ ก่อนละออก

“ฉันจัดการแล้ว พวกมันไม่กล้าโผล่มาให้นายเห็นอีกแน่” แต่ถ้าชานนท์เรียก ต่อให้ต้องคลานมาทั้งสภาพนั้นพวกมันก็ต้องมา

“สบายใจเถอะนะ”

“คุณจะทำยังไงกับพี่โอ้?” เขายิ้มแต่เป็นรอยยิ้มที่หยุดเพียงแค่การเหยียดริมฝีปากเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่นั้นไม่ได้รื่นรมย์ด้วยเลย บริภัทรขยับเข้าไปใกล้ มองลึกเข้าไปในม่านตาสีเข้มแล้วถามซ้ำ

“คุณจะทำอะไรครับคุณชานนท์?”


“...........”


“ผัวขาาาาาาา!

“ผัววววววววววววววว!

“ว้ายใช่ผัวจริง ๆ ด้วย! อีโบ! อีเหี้ย! ตาดี!

“ผัวววววววววววววววววววววววววววววว!









#บริภัทร
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.284K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,868 ความคิดเห็น

  1. #4612 Vivachoco (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 07:37
    คิณน่าเอ็นดู
    #4,612
    0
  2. #3680 notisez (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 16:58
    หรืออาจจะเป็นน้ำหวานทำแต่ให้บอกโอ้ทำ รู้สึกไม่เชื่อเลยแฮะ!!! แต่อาจผิดก็ได้55555
    #3,680
    0
  3. #3679 notisez (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 16:55
    หรืออาจจะเป็นน้ำหวานทำแต่ให้บอกโอ้ทำ รู้สึกไม่เชื่อเลยแฮะ!!! แต่อาจผิดก็ได้55555
    #3,679
    0
  4. #3489 Audaidaj (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 01:10
    ใครผัวจ๊ะ มาเรียกแบบนี้ไม่ได้นะหล่อน
    #3,489
    0
  5. #3392 llnplw (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 23:07
    วอททททท??????
    #3,392
    0
  6. #2442 Xingmiii (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 20:15
    ทำอะไรน่ะตาพี่
    #2,442
    0
  7. #2313 meanniezjina88 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 12:51
    งงไพหมด ตัวละครจริงๆไม่เยอะนะ เเต่โผล่ไปมาแบบบางครั้งก็ไม่มีต้นสายปลายเหตุ เหมือนอยากทำอะไรก็ทำ จบเเล้วหายไปไม่กล่าวถึงอีกเลย เเล้วมาโผล่อีกทีแบบมึนๆ แต่อาจเป็นสไตล์การแต่งของไรท์แบบนี้ สู้ๆนะคะ เเค่อยากเม้นบอกสิ่งที่เราเข้าใจและรู้สึกตอนอ่านเท่านั้นนะคะ<3 คนอื่นอาจไม่งงแบบเรา
    #2,313
    0
  8. #1721 weiliin (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:09
    เดี๋ยวนะ 555555555
    #1,721
    0
  9. #1623 pcy921 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:20
    ใครค้าาาาา55555
    #1,623
    0
  10. #504 imavikur (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 09:25
    ใครอ่าาา งงเลน
    #504
    0
  11. #482 puncheswari2545 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 05:59

    ตกใจตอนสุดท้าย

    #482
    0
  12. #376 Okoy up (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 00:18
    ใครมาาา
    #376
    0
  13. #259 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 00:11
    โอ้จริงอ่อ นี่วคิดว่าน้ำหวานเป็นสั่งอ่ะ แล้วก็บอกว่าโอ้เป็นคนทำ เพราะนางก็หายไปนานแล้ว...
    #259
    0
  14. #202 PARKSELOR (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 03:27
    โอ้นะโอ้ ฮึ่ย ดันชื่อเหมือนมาริโอ้อีก ด่ามากก็ไม่ได้ รู้สึกเหมือนด่าหลัว5555555 จัดการให้เด็ดขาดนะพี่ เล่นแรงขนาดนี้ นุง้างมือรอแล้ว อ่อ ยุงบินผ่านน่ะค่ะ
    #202
    0
  15. #196 Geebam (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 02:45
    จัดให้หนัก
    #196
    0
  16. #90 PINKLAND (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 12:41
    จัดการขั้นเด็ดขาด
    #90
    0