c o m p e n s a t e

ตอนที่ 18 : บ ริ ภั ท ร #10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,570
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,261 ครั้ง
    9 ต.ค. 61


 



               ข่าวกระจายไปในชั่วข้ามคืน

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะทุกคนรู้ซึ้งถึงกิตติศัพท์ความเฮี้ยบของอาจารย์สมถวิลหรือเพราะชื่อของบริภัทรเป็นที่สนใจอยู่ก่อนแล้ว เมื่อวันใหม่มาถึงเพื่อนร่วมกลุ่มจึงรู้กันถ้วนทั่ว ซ้ำอิทธิฤทธิ์ของทวิตเตอร์ เฟซบุ๊คและไลน์ยังส่งผลให้เรื่องกระจายไปในวงกว้าง เพื่อนบางคนเข้ามาถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นบริภัทรก็ได้แต่ตอบด้วยประโยคเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าไม่เป็นไร อาจารย์ให้ส่งงานใหม่ได้ แม้ไม่ได้อธิบายเพิ่มแต่ใครที่เคยผ่านมืออาจารย์สมถวิลก็เดาได้ว่างานชิ้นนี้บริภัทรจะได้มากที่สุดแค่ครึ่งของคะแนนเต็มและจะถูกหักคะแนนส่วน attendant ด้วย บางคนเห็นใจคิดว่าบริภัทรโชคร้ายแต่บางคนก็เห็นต่าง คนจำพวกหลังไม่ได้มองว่างานชิ้นนั้นตกหล่นสูญหายแต่กลับมองว่าบริภัทรสร้างสถานการณ์กลบเกลื่อนความไม่รับผิดชอบของตัวเอง ถ้าจะลงรายละเอียดที่คนพวกนั้นพูดกันก็คือบริภัทรทำงานไม่ทันกำหนดส่งแต่ทำเนียนรอจนถึงวันที่คะแนนออกแล้วจึงอ้างว่าส่งแล้วเพื่อที่จะได้มีเวลาอีกสามวันปั่นงานต่อให้เสร็จ ที่แรงหน่อยก็ว่าเด็กทุนคนเก่งติดผู้ชาย มาดีแตกเอาเพราะวิชาสุดหินของอาจารย์สมถวิลนี่แล้ว

               “ความคิดทุเรศ”

               “พวกเขาจินตนาการเก่ง แบบ เก่งมาก ๆ เลยครับ” 

               “แล้วไปรู้มาจากไหน?”

               “ก็...” มือขาวถือบัลแกเรียโยเกิร์ตพลิกไปพลิกมาจนผิดสังเกต

“เขาพูดกัน”

“พูดที่ไหน? ใครพูด?”

“ไม่รู้ว่าเป็นใครหรอกครับ คนพวกนี้แปลก กล้าวิจารณ์คนอื่นแต่ไม่กล้าเปิดเผยตัวเอง” วิจารณ์แบบเสีย ๆ หาย ๆ ทั้งยังไม่มีข้อเท็จจริงแม้แต่น้อย เรียกได้ว่าพิมพ์มาจากอคติสี่ล้วน ๆ แล้วก็อ้างว่าความเห็นส่วนตัว อืม ความเห็นส่วนตัวที่มีต่อเรื่องส่วนตัวของคนอื่น ไม่น่าเลย

“พวกขยะไซเบอร์”

“เราจะนับวิธีการแบบนี้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันตัวเองได้ไหมครับ เพราะรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นไม่ถูกต้องถึงเลือกที่จะปกปิดตัวตน ยิ่งไม่มีใครรู้ตัวจริง ยิ่งไม่กลัวว่าผลเสียจะสะท้อนกลับมาถึงตัว”

“เรียกอีกอย่างคือขี้ขลาดตาขาว” บริภัทรอ้าปากค้าง เออ คนพูดน้อยเขาก็พูดสั้นพูดตรงแบบนี้เอง

“ก็คงไม่กล้าพูดต่อหน้าจริง ๆ นั่นแหละครับ” มากสุดเคยเจอแต่ฝากเสียงลอยลมมากระทบ พอบริภัทรไม่แสดงอาการว่ารับรู้หลายครั้งเข้าก็ถอยกันไปเอง เคสรุนแรงสุดเห็นจะมีแค่อภิสรและน้ำหวานคนกล้า

“อย่าไปสนใจ”

“ทำไมล่ะครับ?”

“คนพวกนั้นแค่อิจฉานายบริภัทร”

“ทำไมพวกนั้นต้องอิจฉาผมด้วยล่ะครับ?” คุณชายรองของบ้านปริญศิริโยนก้อนเนยจืดคืนใส่เชลฟ์ ตวัดตามองคนถามพร้อมดันรถเข็นออกไปข้าง ๆ

“จะให้ตอบก็อย่าเดินหนี” บริภัทรหัวเราะเสียงใส จับขวดนมขนาดหนึ่งลิตรขึ้นมาอ่านข้อมูลโภชนาการแต่ชานนท์ดึงขวดนมจากมือเล็กวางคืนที่เดิมจากนั้นก็เลือกแบบแกลลอนมาใส่รถเข็นแทน “ไม่เอาแกลลอนนะครับ มันเยอะไป อันนี้เป็นแบบพาสเจอร์ไรซ์ด้วย ผมดื่มไม่ทันวันหมดอายุแน่”

               “อยากให้ทันก็ต้องแบ่งกัน” บริภัทรกะพริบตาหนึ่งปริบ ค่อย ๆ หมุนตัวไปหยิบเชดด้าชีสแบบแผ่นมาพลิกดูวันหมดอายุแต่คนบางคนเขาไม่ยอมรามือ

               “ก็ต้องไปรับทุกเช้าอยู่แล้ว”

               “ครับ”

               “ก็กินมื้อเช้าด้วยกัน ประหยัดเวลา ไม่เหลือของให้ต้องทิ้งด้วย”

               “อ้อ”

               “ฉันกินง่าย”

“เหรอครับ”

“แค่ไข่กระทะหรือแซนวิชก็ได้ แต่ถ้าทำแซนวิชขอขนมปังแบบกรอบ เบคอนจะอบหรือทอดก็ได้ ไม่เอาแบบเวฟ อย่างอื่นได้หมด” ได้ เดี๋ยวบริภัทรจะซอยพริกขี้หนูสวนโรยบนชีสให้สักสองกำ นึกในใจคนเดียวโดยไม่รู้ว่ารถเข็นที่เคยกั้นกลางระหว่างตนกับคนตัวโตนั้นถูกดันออกไปแล้วคนที่ทำแบบนั้นก็ก้าวเข้ามาใกล้จนแทบชิดแล้ว

“บริภัทร” ใบหน้าเล็กเงยหาเจ้าของเสียง อีกแล้ว เขาอยู่ใกล้ทีไรบริภัทรต้องแหงนหน้ามองคอตั้งทุกที ส่วนสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้านั้นแทบไม่ต่างกับคนแคระเมื่อเทียบกับส่วนสูงเฉียดร้อยเก้าสิบของเขา

“ครับ?”

“เครียดไหม?”

“เรื่องอะไรครับ?”

“ทุกเรื่อง”

“ก็ หดหู่นิดหน่อยนะครับ จะว่าเครียดก็ยังไม่ถึงขั้นนั้น ผมยังรู้สึกหิวข้าวเมื่อถึงเวลากิน ยังอยากกินของหวานหลังมื้ออาหาร แต่จะบอกว่าสุขกายสบายใจ ไม่คิดอะไรเลยก็ไม่ใช่”

“ขอโทษ”

“ไม่ขอโทษสิครับ คุณเองก็ต้องเดือดร้อนเพราะผมเหมือนกัน” เขาดูเครียดกว่าบริภัทรอีก แม้แต่ตอนคุยเล่นกันดวงตาคมหวานก็ยังไม่ยอมปล่อยวางความกังวล บริภัทรทาบฝ่ามือกับอกกว้าง ลูบเบา ๆ พลางทอดเสียงอ่อนเอาใจ “ผมจะพยายามไม่เก็บมาเป็นอารมณ์ จะไม่ให้ใครที่ไหนก็ไม่รู้มาทำให้เราเป็นทุกข์ คุณเองก็ต้องใจเย็น ๆ นะครับ”

“ฉันเย็นอยู่แล้ว” บริภัทรยิ้มตาหยี

“คุณร้อนจะแย่แล้ว” ชานนท์เบือนหน้าไปอีกทาง อาการเม้มปากนิด ๆ นั่นก็บอกได้อยู่แล้วว่าในใจเขาไม่เห็นด้วยกันบริภัทร “สัญญานะครับ ห้ามหุนหันทำอะไรนอกเหนือไปจากที่เราคุยกัน”

“ฉันเชื่อว่านายรับมือกับกระแสสังคมได้ แต่ในอีกทางหนึ่ง มันก็มีทางออกที่ง่ายมากนะ แค่นายตอบตกลง...”

“คุณครับ ตอนนี้มันหลายเรื่อง”

“แค่เราคบกัน”

“คุณชานนท์”

“แค่เราคบกันบริภัทร”

“ไม่ครับ”

“...แม่ง...เอ๊ย...”

“ผมจะไม่คบกับใครเพียงเพราะอยากหยุดการนินทาว่าร้ายหรอกนะครับ ไม่อยากคบเพราะต้องการให้ใครมาปกป้องด้วย คุณโอเคหรือครับถ้าเราจะคบกันเพราะสถานการณ์บีบบังคับ”

“.........”

“ผมไม่โอเคคุณชานนท์”



 

“แล้วยังไงต่อ?”

“ไม่ยังไง เราว่ามันไม่ใช่ทางออกนะคิน คนที่เกลียดยังไงก็ยังเกลียด พวกเขาไม่มีทางหันมายินดีหรอก”

“เออ ข้อนั้นน่ะรู้ ฉันหมายถึงพี่ชานนท์โว้ย พอโดนปฏิเสธแล้วพี่เขาทำยังไงต่อ?”

“ก็ เงียบอ่ะ”

“ยอมรับหรือไม่อยากพูดด้วย”

“น่าจะ...อย่างหลัง...” ภาคินตบโต๊ะเล็คเชอร์ดังปัง

“เยี่ยม หน้าตู้แช่นมยังทะเลาะกันได้ เออ เลือกที่เก่งนะเนี่ย ทะเลาะกันทั้งทีเล่นซะกลางห้างหรู กรูเมต์พารากอน เออ นับถือ” 

“ช่างประชดจัง”

“เออ แล้วไง จะทะเลาะกับฉันอีกคนไหมล่ะ”

“ไม่ทะเลาะหรอกแต่จะไม่คุยด้วยแล้ว” ภาคินหนาวสันหลังเยือก รีบคว้าตัวเพื่อนรักแม้ว่าบริภัทรจะไม่มีท่าทีว่าจะขยับไปไหนเลยก็ตาม “ขอสุมมาเต๊อะ พอดีก็อินไปน้อยยยยหนึ่งเอ๊าะ สะดูอ้ายเปิ้นแหน่”

“สงสารเขาแต่กวนตีนเรา”

“โว้ยยยยยย ไอ้เจ้าบี” ไม่เอา ไม่กวนตีนสิโว้ย “ขอโทษก็ได้ แต่ก็ห่วงไงวะ ช่วงนี้สถานการณ์ฝั่งนายมันไม่ค่อยดีอยู่แล้ว ไม่อยากให้มีเรื่องเครียดเพิ่มขึ้นมาอีก ฉันรู้ว่านายเป็นคนมีเหตุผลซึ่งส่วนใหญ่แล้วมันก็สมควรตามนั้น แต่พี่ชานนท์เขาก็สายเดียวกับนายไง เขาก็มองตามเหตุผลของเขาแต่บังเอิญว่าเขาเป็นคนร้อน นายก็บอกเองว่าพี่เขาใจร้อนแล้วทำไมไม่เอาน้ำเย็นเข้าลูบวะ พากันทะเลาะทำไม”

“เราไม่ได้ร้อนตามเขา เราสาบานได้คิน เราชวนคุยตั้งหลายครั้งแต่คุณชานนท์ก็ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง ขนของเข้าห้องเรียบร้อยเขาก็ขอตัวกลับ คินจะให้เราทำยังไง” ภาคินเบะหน้าค้าง ใจกล้าขนาดไหนถึงงอนคนอย่างบริภัทรแล้วใจแข็งขนาดไหนบริภัทรง้อแล้วถึงยังไม่ยอมคืนดี

“ท่าทางไม่น่าขี้งอน”

“น้อยไปน่ะสิ”

“เออ เห็นลางว่าจะได้ดูเพื่อนง้อแฟนบ่อย ๆ แล้วงั้น”

“เราต้องง้อเหรอ?”

“อ้าว หรือจะไม่ง้อ?” เพื่อนตัวเล็กถอนใจยาว

“ไม่เข้าใจกันก็ต้องปรับความเข้าใจกันมันก็ต้องเป็นอย่างนั้นแหละ แต่เราไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมีปัญหากับเรื่องเดิมซ้ำ ๆ คุยกันแล้วทำไมยังเอากลับมาเป็นประเด็นได้อีก”

“เพราะสถานการณ์มันไม่เหมือนเดิมหรือเปล่า อย่างตอนนี้มันมีปัจจัยอื่นมาแทรกมาเสริม เหตุการณ์ที่เปลี่ยนไปก็มีผลกับใจคนด้วย ดี ๆ นะบี ที่พี่เขาเคืองไปนั่นเป็นเพราะเขาห่วงนายนะโว้ย”

บริภัทรพรูลมหายใจเป็นรอบที่คร้านจะนับ

“ยากจัง”

“แค่นี้ยากอะไร เรื่องอื่นยากกว่านี้เป็นร้อยเท่าพันเท่าไม่เห็นบ่นสักคำ” 

เวลาของการระบายความในใจจบลงเมื่อถึงเวลานัด บริภัทรลุกขึ้นบิดขี้เกียจสุดตัวจากนั้นก็ออกจากห้องที่ใช้เรียนวิชาล่าสุดเพื่อไปสมทบกับคนอื่น ๆ แม้ว่าแม่งานอย่างพี่ซอจะแจ้งเวลานัดห้าโมงครึ่งแต่หกโมงแล้วคนก็ยังมาไม่ครบ พี่ที่เป็นแกนนำจึงให้ส่วนหนึ่งพาน้องไปที่ร้านก่อนแบ่งคนไว้รอพวกที่ยังมาไม่ถึงจุดนัดจนถึงทุ่ม หลังจากนั้นหากใครยังไม่มาก็ให้ตามไปที่ร้านเอง

งานเลี้ยงขอบคุณสตาฟงานลอยกระทงอันที่จริงก็คือการนัดสังสรรค์กินข้าวเย็นด้วยกันหลังจบงานใหญ่ รุ่นพี่ปีสามที่เป็นหัวหน้าแต่ละฝ่ายจะเป็นคนลงมติเลือกสถานที่และค่าใช้จ่ายทั้งหมดก็คืองบส่วนที่เหลือจากการจัดงาน ปีนี้ได้ข้อสรุปที่ร้านอาหารกึ่งร้านคาราโอเกะแถวอารีย์เพราะมีการลงชื่อไว้ก่อนหน้าและจำนวนคนที่มาเกือบห้าสิบชีวิตสตาฟจึงเลือกจองห้องสังสรรค์ห้องใหญ่ที่สุด สั่งอาหารตั้งไลน์ให้ตักเองแบบบุพเฟ่ต์ มีจอขนาดใหญ่บนผนังด้านหนังและเปิดพื้นที่ตรงกลางไว้ให้คนที่อยากร้องเพลงหรือลุกขึ้นเต้น

บริภัทรเดินเข้ามากับภาคินพลางสำรวจลักษณะร้านไปในคราวเดียวกัน ร้านเหมือนบ้านชั้นเดียวที่มีหลายปีกยื่นออกไปทั่วบริเวณ พื้นที่ค่อนข้างกว้างมีลานจอดรถด้านข้าง แต่ละห้องถูกกั้นด้วยกระจกใสคาดทับด้วยสติ๊กเกอร์ลายใบไม้ปลิดปลิวแต่ไม่ทึบจนมองไม่เห็นบรรยากาศข้างใน ทุกห้องน่าจะสร้างให้เก็บเสียงเพราะจะได้ยินเพลงดังขึ้นมาก็ต่อเมื่อมีคนเปิดประตูเท่านั้น บริภัทรเลือกนั่งโต๊ะยาวฝั่งขวา รวมกับเพื่อนปีหนึ่งที่แม้จะไม่ได้สนิทสนมเหมือนภาคินแต่ก็คุ้นเคยไม่น้อย การทำกิจกรรมคณะทำให้บริภัทรรู้จักคนมากขึ้นในทางเดียวกันก็เปิดโอกาสให้คนอื่น ๆ รู้จักตัวตนของบริภัทรมากขึ้นด้วยเช่นกัน เพราะเป็นงานแบบไม่เป็นทางการจึงปราศจากพิธีรีตองโดยสิ้นเชิง พี่ซอแม่งานปีสามแค่ปรบมือเรียกความสนใจก่อนจะเอ่ยขอบคุณแถมอวดรางวัลรองชนะเลิศประกวดขบวนประเภทความคิดสร้างสรรค์จากนั้นก็บอกให้ทุกคนกินให้เต็มที่

“พวกอายุถึงจะดื่มก็ดื่มนะส่วนพวกที่ยังต่ำกว่าเกณฑ์ห้ามแตะเด็ดขาด”

“อดเลย” ภาคินบ่นพึม ผิดหวังอย่างปิดไม่มิด

“เบียร์ในตู้เย็นก็มีตั้งเยอะ”

“มันไม่เหมือนกันดิ บรรยากาศมันไม่ได้อ่ะ อันนั้นเอาไว้นั่งจิบชิล ๆ กับเพื่อนรักเวลาครึ้มอกครึ้มใจ” ชายหนุ่มว่าพลางตักแตงกวาแบ่งให้เพื่อนรักอย่างเอื้อเฟื้อ บริภัทรจิ๊ปาก เขี่ยแตงกวาออกจากจานพอดีกับที่เพื่อนผู้หญิงอีกคนออกปากทัก

“บีไม่ชอบแตงกวาเหรอ?”

“อื้อ ถ้าเลี่ยงได้ก็ไม่กินนะ”

“น่ารักจัง มีของที่ไม่ชอบด้วย”

“ปิงปองไม่มีบ้างเหรอของที่ไม่ชอบน่ะ?” เพื่อนผู้หญิงคนเดิมเอียงคอครุ่นคิด “ไม่อ่ะ เรากินได้หมดเลย นี่คงเป็นข้อดีข้อเดียวของเรานะคิดว่า” พูดเองเด็กสาวก็หัวเราะเอง ตักข้าวผัดคำใหญ่เข้าปากเคี้ยวต่อโดยไม่แคร์สายตาขยาดของเพื่อนที่นั่งข้าง ๆ

“เบาหน่อยเถอะปิงปอง กินเหมือนบ้านไม่มีข้าวให้กิน อีกนิดก็เขมือบแล้วอ่ะแก”

“สามหาว ถ้าบ้านไม่มีข้าวกินฉันจะอวบอัดสะบัดช่อขนาดนี้เหรอนังอัยย์ พูดไม่คิดนะ” เพื่อนที่ชื่ออัยย์นิ่วหน้า หันมามองบริภัทรกับภาคินเหมือนขอลุแก่โทษแทนเพื่อน

“โทษทีนะ”

“ไม่เป็นไร ปิงปองกินได้น่าอร่อยมาก เรามองเพลินเลย”

“นางก็งี้แหละ เวลากินแล้วไม่ค่อยสนใจใคร เออ เราได้ข่าวเรื่องคลาสอาจารย์สมถวิลแล้วนะบี ซวยเลยเนาะ อยู่ดี ๆ ก็โดนหักคะแนน” บริภัทรยิ้มบาง “ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวค่อยไปตั้งใจทำข้อสอบทดแทน แล้วงานนี้ก็ไม่ใช่ชิ้นสุดท้ายด้วย ยังมีงานชิ้นใหญ่ที่คะแนนเยอะกว่าครั้งหน้าอีก เราไม่ให้พลาดซ้ำแน่ ๆ”

ใครถามบริภัทรก็ตอบแบบนี้ ไม่อยากให้คนอื่นเห็นว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมีผลกับความรู้สึกบริภัทรจนถึงขั้นทำให้เขาโกรธได้ เขาเคยไม่ชอบตัวเองตอนโกรธมากแค่ไหนทุกวันนี้ก็ยังไม่ชอบเท่าเดิม ดีไม่ดี หนนี้อาจจะมากกว่าเดิมอีกเพราะมันสะเทือนไปถึงใครบางคนที่บริภัทรแคร์

“เมื่อกี้เราเจอพวกวิดยาอยู่ฝั่งโน้น เหมือนว่าจะแต๊งส์ที่นี่เหมือนกัน”

“เหรอ...” บริภัทรลากเสียง วาดยิ้มให้คนเปิดประเด็นใหม่

“วิดวะก็แต๊งส์วันนี้แต่ไม่รู้ที่ไหน วันศุกร์นี่เนาะ”

“อืม เสดสาดก็เลี้ยงวันนี้นะ”

“เหรอ? เลี้ยงที่ไหนอะ? ที่นี่เหมือนกันปะ?” บริภัทรส่ายหน้า ตักแบ่งซี่โครงอบน้ำผึ้งให้ภาคินพร้อมหอมใหญ่ทอดที่อีกคนชอบรองมาจากเนื้อสัตว์

“ที่โคโควอร์ค”

“แน่ะ รู้ได้ไงจ๊ะ?”

“มีคนในบอกมาไง”

“แหมมมมมม ก็ว่า ไม่เห็นพี่คนนั้นมาส่งบี” อัยย์หยอกผ่านรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ อีกฝ่ายคุยเก่งและชอบชวนบริภัทรคุยตั้งแต่เริ่มทำงานลอยกระทงใหม่ ๆ ตอนค้างคืนที่คณะก็พาปิงปองมานั่งรวมกลุ่มทำงานด้วยกันเสมอ บริภัทรคุยกับสองสาวบ่อยรองลงมาจากภาคินและคุณหนูชาลิสาพอมางานเลี้ยงวันนี้บริภัทรเลยเลือกเก้าอี้ใกล้สองสาวโดยไม่ลังเล

“จริง ๆ วันนี้เรามีคนที่อยากเจอนะแต่ยังไม่เห็นพี่เค้าเลยอะ”

“อัยย์อยากเจอใครเหรอ?”

“บอกไปคือบีรู้จักแน่ ๆ”

“บอกมาสิ เผื่อเราเห็นเขา”

“พี่ฮั่นอะ วันนี้เรายังไม่เจอพี่เค้าเลย พี่เค้าไม่ได้เป็นสตาฟเหมือนกันเหรอ?” บริภัทรร้องอ๋อ

“พี่ฮั่นไปต่างจังหวัด”

“โอ๊ย รู้อีก อิจฉาบีว่ะ ไปสั่งสมบุญมาจากวัดไหนฮะทำไมมีแต่สมบัติของชาติรายล้อม”

“ขนาดนั้นเลย?”

“ขนาดนั้นเลยแหละ นอกจากพี่ฮั่นแล้วบียังสนิทกับพี่คริส พี่เลย์ พี่โกมินทร์ ไหนจะพี่ ๆ ชมรมดนตรีอีก ถามหน่อยได้ไหมว่าไปรู้จักกันได้ยังไง ของดีพรีเมียมทั้งนั้นเลยนะบี” บริภัทรยิ้มน้อย ๆ กัดปากก้มหน้าราวกับว่าทำเช่นนั้นแล้วจะซ่อนร่อยรอยความเขินอายได้

“เราก็ไม่ได้ทำอะไรนะ สงสัยเป็นเพราะเราค่อนข้างสนิทกับคุณชานนท์มั้ง” ไม่ใช่แค่อัยย์ที่ถือตะเกียบค้าง คำตอบอ่อนหวานแกมสีหน้าขัดเขินทำเอาภาคินที่กำลังเคี้ยวกระดูกอ่อนกรามค้างไปเลยเหมือนกัน



             เวลาของการสังสรรค์ผ่านไปชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า

จากหนึ่งทุ่มถึงสี่ทุ่มครึ่งก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะเลิกรา บริภัทรแวะบอกภาคินที่เต้นแร้งเต้นกาอยู่กลางห้องว่าจะไปห้องน้ำ หนนี้เพื่อนตัวสูงคงกำลังติดลมเลยพยักหน้าตอบส่ง ๆ และไม่ตามออกมาด้วย คนตัวเล็กคลายลมหายใจออกทันทีที่ทิ้งเสียงอึกทึกไว้หลังประตูกระจก คืนนี้อากาศอบอ้าว ท้องฟ้ามีเมฆแต่ไม่มีลมพัด อีกไม่นานฝนน่าจะตก บริภัทรดูนาฬิกาครั้งล่าสุดคือสี่ทุ่มสามสิบ ตั้งใจว่าจะอยู่ถึงแค่ห้าทุ่มแล้วจะชวนภาคินกลับก่อน สิ่งที่ตั้งใจว่าจะทำก็ทำแล้ว ให้อยู่จนหมดเวลาจองห้องเลยก็ไม่ไหว ถึงพรุ่งนี้จะวันเสาร์แต่บริภัทรก็ยังต้องไปทำงานพิเศษให้อยู่ถึงตีหนึ่งก็คงไม่ไหว

เลี้ยวหัวมุมข้างหน้าก็จะถึงทางเชื่อมไปยังห้องน้ำที่แยกออกจากตัวบ้าน บริภัทรผ่านมันมาครึ่งทางแล้วตอนที่ได้ยินเสียงคนเดินตามมา ดวงตาเรียวรีเบิกกว้าง ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มคาดหวัง พอจะหันกลับไปก็กลายเป็นว่าถูกจู่โจมกอดจากทางด้านหลังเสียก่อน บริภัทรหดไหล่ก่อนจะเกร็งไปทั้งเนื้อตัว

“ปล่อย!

“ที่รัก คิดถึงเธอมากเลยว่ะ คิดถึง ๆ ๆ ๆ”

“คุณปล่อยคุณทักผิดคน!

“ไม่ผิดหรอก”

“ปล่อย!

“อย่าดิ้นน่า แค่กอดแป๊บเดียวเอง” กลิ่นเครื่องดื่มมึนเมาและเสียงที่ไม่เคยได้ยินกดเค้นข้างหู บริภัทรขนลุกด้วยความรังเกียจ ดึงใบหน้าหนีเท่าที่จะทำได้ เด็กหนุ่มสะบัดคนอุกอาจซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ก็เสียแรงเปล่า บุคคลปริศนารัดแขนแน่นพร้อมก้มหน้าลงต่ำอย่างจงใจ บริภัทรเริ่มบริภาษอย่างเคืองแค้นแต่อีกคนนั้นหัวเราะชอบใจ ทำท่าจะพลิกตัวบริภัทรเข้าไปหาแต่ก็กลับหยุดไปเอง

ไม่ใช่เพราะเห็นว่าบริภัทรไม่ใช่คนที่เข้าใจแต่แรก ไอ้คนเมามันไม่มองหน้าบริภัทรด้วยซ้ำ แต่เป็นเพราะมันเห็นว่ามีคนอื่นอยู่ตรงนั้นด้วย บริภัทรมองย้อนกลับไปแล้วก็แทบเข่าอ่อน


คุณชานนท์


“...........”


“มึงเป็นใคร?” ไม่มีใครกล้าตอบเขา แม้แต่มือที่ตรึงไหล่บริภัทรก็เริ่มคลายแรง ใบหน้าที่บริภัทรไม่เคยเห็นฉายความลังเลสับสน ผิดความมั่นใจเมื่อครู่ลิบลับ

 

“กูถาม...” 

 

“ว่ามึงเป็นใคร!

 

              




#บริภัทร

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.261K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,868 ความคิดเห็น

  1. #4609 Vivachoco (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 07:11
    ใครอีกกกก
    #4,609
    0
  2. #3942 pbcy (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:00
    อย่าให้พ่อโมโหหหหห
    #3,942
    0
  3. #3810 areenachesani (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 21:27
    พ่อมาาา!!
    #3,810
    0
  4. #3484 Audaidaj (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 00:42
    เหนี่ยวให้ไกลเลย แผนใครล่ะเนี่ย
    #3,484
    0
  5. #3390 llnplw (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 22:39
    โอ่ยยยมาจากไหนอีกล่ะเนี่ยย
    #3,390
    0
  6. #2611 exo12forever (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 22:20
    ฟาดมันเลยค่ะพ่อ!!!
    #2,611
    0
  7. #2439 Xingmiii (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 19:07
    โอ้ยยยย มีแต่คนคอยรุมแกล้ง น้องบีเอ้ย
    #2,439
    0
  8. #2340 toffy34 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 17:46
    ตบกะโหลกมันเลยพ่ออ!!
    #2,340
    0
  9. #2309 meanniezjina88 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 12:20
    ปวดหัวเเทนน้องบี ถ้าจะคบหรือไม่คบพี่ชานนก็มีเรื่องอยู่ดี งั้นก็คบให้พวกจี้อิจฉาอกแตกตายไปเลยสิ สรุปคือน้องต้องส่งงานใหม่? ได้คะเเนนครึ่งเดียว โคตรไม่แฟร์ ต้นสายปลายเหตุไม่มี แล้วมาลงที่น้อง เป็นบ้าเหรอ
    #2,309
    0
  10. #2142 chootikarn (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 08:42
    พ่อมาเเล้วว
    #2,142
    0
  11. #1693 weiliin (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:29
    พ่อมาแล้ววววว
    #1,693
    0
  12. #1606 pcy921 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:16
    พ่อฉันดุเทอไหวเหรอ
    #1,606
    0
  13. #1548 vegakim (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:45
    เก้วกาดดด
    #1,548
    0
  14. #1234 pikakaka (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:41
    อย่าทำให้พ่อโกรธ!
    #1,234
    0
  15. #256 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 23:26
    พี่โกรธแล้ว...
    #256
    0
  16. #197 PARKSELOR (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 02:53
    พ่อพระเอกของน้องงงง มาได้ทันเวลาพอดีค่ะ ช่วยน้องด้วยๆๆๆๆ
    #197
    0
  17. #190 Geebam (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 02:06
    เต็มๆๆๆ
    #190
    0
  18. #87 PINKLAND (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 11:49
    งานเข้าาา
    #87
    0