c o m p e n s a t e

ตอนที่ 17 : บ ริ ภั ท ร #09

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,459
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,240 ครั้ง
    9 ต.ค. 61




 

               “มึงจะไม่ไปแต๊งส์สตาฟจริงหรือวะ?” ชานนท์หรี่ตาสู้แดดจ้ายามบ่าย สองขาก้าวออกจากตึกเรียนตรงไปยังที่ตั้งของโรงอาหารที่อยู่ถัดไปอีกสองตึก ร่างสูงเบี่ยงตัวหลบคนที่เดินสวนมาแล้วจึงหันไปตอบเตวิชที่เดินอยู่ข้างกัน

               “กูไม่ใช่สตาฟไงเต้”

               “ไม่ใช่ก็เหมือนใช่นั่นแหละ มึงแค่ไม่ได้ลงชื่อ งานนี้ถ้าไม่มีมึงไอ้แจ็คมันร้องไห้ไปหลายรอบแล้ว มึงก็โผล่ไปให้น้องเห็นหน้าหน่อยเถอะ มันคงอยากให้มึงไปด้วย”

               “แล้วมันสรุปหรือยังล่ะว่าจะเลี้ยงวันไหน”

               “ศุกร์นี้”

               “ที่?”

               “บุพเฟ่ต์ตรงราชเทวีนั่นแหละ มันมุ่งมั่นกับการไปต่อร้านเหล้ายิ่งกว่าไปกินปิ้งย่างอีก ถ้ามึงไม่อยากไปกินกับพวกน้อง ๆ มึงก็มาเจอพวกกูที่ตักสุราดิ”

               “ไม่ใช่แบบนั้น เออ เดี๋ยวพรุ่งนี้กูบอกอีกที”

               “แหม เดี๋ยวนี้จะไปไหนกับเพื่อนฝูงทีนี่ต้องรอเช็คคิวก่อนนะ เป็นไง ทุกอย่างโอเคไหม?” ชานนท์เป็นคนนิ่ง ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสีหน้าหรือกริยาการเคลื่อนไหวเท่านั้นแต่หมายรวมถึงคำพูดด้วย ไอ้คุณชายมันเป็นมนุษย์ประเภทที่ชอบฟังมากกว่าพูดแถมยังไม่ชอบพูดเรื่องของตัวเองด้วย ในฐานะเพื่อนสนิทเตวิชจึงมีหน้าที่สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด(เขาทำเพราะความห่วงใยเป็นสำคัญไม่ได้เกี่ยวข้องกับความอยากรู้อยากเห็นใด ๆ อย่างที่เพื่อนฝูงสรรเสริญเลย) วันสองวันนี้ไอ้พี่ชานนท์คนหล่อมันดูอารมณ์รื่นรมย์กว่าปกติ คิ้วไม่ค่อยขมวด ปากไม่ค่อยเม้ม ถึงสีหน้าจะยังราบเรียบแต่ดวงตาเป็นประกาย น่าจะเกี่ยวข้องกับรูปที่เจ้าตัวอัพโหลดขึ้นอินสตาแกรมไม่มากก็น้อย

               “ถึงกูจะไม่มั่นใจว่ามือในรูปนั้นคือมือใครแต่กูก็มั่นใจนะว่ามึงไม่ได้มีห้องอยู่ที่ไอเดียคอนโด”

               “แล้วไง?”

               “แล้วไง? ก็เล่าสิวะตอนมึงทุกข์ใจใครครับที่อยู่ข้าง ๆ คอยรับฟังและปลอบใจมึง กูคนนี้ใช่ไหม ตอนนี้มึงสุขจนหัวเราะใส่ใบไม้แห้งได้ มึงคิดจะเก็บเงียบ?”

               “ไอ้สัดโอเวอร์”

               “มีเรื่องอะไรดี ๆ เกิดขึ้นใช่ไหม?”

               “ก็ใช่” ดูเอาเถอะ ขนาดยอมรับว่ากำลังมีความสุขมันก็ยังยอมรับด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

               “ชานนท์เพื่อนรัก จังหวะนี้มึงต้องอวดแล้วนะ สาธยายมาเลย หุบแหวแห่งรักครั้งนี้มันลึกแค่ไหน น้องบีน่ารักยังไง น้องทำอะไร ดาเมจแรงแค่ไหน มึงไม่อยากอวดให้คนทั้งประเทศรู้หรือว่าน้องเป็นของมึง”

               “แต่เขายังไม่เป็นของกูไง”

               “อ้าว แล้วที่เช็คอินคอนโดน้องนั่นยังไงอ่ะ”

               “แค่ไปส่ง”

“ไม่ได้ค้าง?”

“ไม่”

“ว้อท?”

“วันนั้นเขาไปติวหนังสือให้น้องสาวกูที่บ้าน ติวเสร็จกูก็ชวนเขาดูหนังต่อเพราะตอนนั้นฝนตกหนัก จะไปไหนก็ไม่ได้อยู่แล้ว กว่าฝนจะซาก็สี่โมง อยู่กินข้าวเย็นกับแม่แล้วกูก็ออกมาส่งเขา ถึงห้องกินน้ำยังไม่ทันหมดแก้วเขาก็ไล่กูกลับ บอกไม่อยากให้ขับรถดึก ๆ”

“หารู้ไม่ว่าตีสองตีสามมึงก็ขับประจำ”

“นั่นเมื่อก่อน”

“จ้ะ เดี๋ยวนี้พี่เป็นคนดีแล้วจ้ะ ไม่มีหรอกนะจ๊ะขึ้นห้องดาวเดือนคณะอื่น รอค้างคืนที่ไอเดียคอนโดที่เดียว”

“ปากมากไอ้เหี้ย” ชานนท์ตวัดตาผสมคำด่า ใจอยากจะเตะแม่งให้เข่าทรุดแต่ติดที่เดินมาถึงโต๊ะแล้ว ชานนท์วางหนังสือเล่มเดียวที่ถือมาไว้บนโต๊ะ ดวงตายังมองคาดโทษเตวิชไม่ลดลา “ด่ากูเพราะกลัวน้องบีรู้ความต้องการในใจมึงหรือกลัวน้องบีรู้ประวัติอันโชกโชนของพี่ชานนท์คนเก่าครับ”

“มึงจะไม่หยุดใช่ไหม”

“พี่เขาไม่ชอบให้พูดมากว่ะ สมฉายาเสือกินเงียบของเขาจริง ๆ” ชานนท์เงื้อเท้าแต่เตวิชคอยระวังตัวอยู่แล้ว พอเห็นเพื่อนตัวสูงลุกขึ้นชายหนุ่มก็ทิ้งโต๊ะวิ่งหนีไปพร้อมเสียงหัวเราะดังก้อง ชานนท์สบถอย่างหัวเสีย เพื่อนเหี้ยชิ่งไปซื้อของกินก่อนแล้วก็เหลือแค่เขาที่ต้องอยู่โยงเฝ้าโต๊ะ ชายหนุ่มล้วงโทรศัพท์ออกมาตั้งใจจะส่งข้อความถึงคนในความคิด

“พี่ชานนท์” ชานนท์หันไปทางต้นเสียงโดยไม่ขานรับ ต่อจากนั้นเขาก็ยังไม่พูด ดวงตาคมดุมองนิ่งจนคนโดนจ้องใจเสีย ชานนท์ก็เป็นอย่างนี้เขาไม่เคยรู้เลยว่าดวงตาคู่นั้น ใบหน้านั้น มันทำให้ใจของใครปั่นป่วนบ้าง เขาไม่เคยใส่ใจ ไม่ใยดีแม้แต่คนที่เคยมีความหลังร่วมกัน

“พี่สบายดีไหมครับ?”

“ผมสบายดี”

“ทำไมนั่งอยู่คนเดียวล่ะครับ...”

“คุณมีธุระอะไร?” ชายหนุ่มตัดบทเสียงเรียบ สุภาพและห่างเหิน คนที่ยังมีเยื่อใยอยู่ก็ช่วยไม่ได้ที่จะทั้งรักทั้งชังความเลือดเย็นของเขา อภิสรแค่นยิ้ม

“ยังเหมือนเดิมเลยนะครับ ทั้งตอนอยู่กับโอ้และตอนนี้ โอ้นึกว่าน้องคนนั้นจะทำให้พี่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่เหมือนโอ้จะคิดผิด พี่ชานนท์ก็ยังเป็นพี่ชานนท์คนเดิม สนใจแต่ความพอใจของตัวเอง ไม่แคร์ใคร ไม่ให้ใจใคร”

“คุณไปได้แล้วโอ้”

“สองสามวันมานี้เป็นกระแสแรงเลยนะครับบริภัทรอะไรนั่น”

“กระแสอะไร?” อภิสรยิ้มเยื้อน พอใจไม่น้อยที่เห็นประกายระแวงระวังในหน่วยตาดำกว้าง

“สงสารน้องเค้านะครับ โดนเม้าท์หนักกว่าคนอื่น ๆ ที่พี่เคยควงอีก ก็พี่น่ะออกตัวแรง ทำเหมือนน้องเค้าสำคัญ เหมือนจะจริงจัง คนเลยสนใจมากเป็นพิเศษ สุดท้ายก็ไม่ต่างจากเดิม ควงไปนั่นมานี่สองสามที เข้าออกคอนโดให้คนเห็นแต่สุดท้ายก็แค่คู่ควงเฉพาะกิจ เหมือนโอ้ เหมือนคนอื่น ๆ”

“พูดจบแล้วใช่ไหม”

“โอ้ต้องเดาไหมว่าคนนี้จะมีอายุการใช้งานนานเท่าไหร่”

“ไปซะ”

“...พี่แม่ง...จะใจร้ายไปถึงไหน” อภิสรแทบน้ำตาหยด ขอบตากลมแดงเรื่อ ริมฝีปากสั่นระริกน่าเวทนา ทว่าชานนท์เพียงมองนิ่ง ความทรงจำในหัวเขายังอยู่ครบ ทั้งเรื่องดีเรื่องเลวทรามต่ำช้าและเรื่องที่คนตรงหน้ากล้าไปสร้างเรื่องอับอายให้บริภัทรถึงคณะ เขาไม่เคยนิยามว่าตัวเองเป็นยังไง จะเย็นชาไร้หัวใจอย่างที่อภิสรพูดหรือไม่เขาก็ไม่สนใจ ชานนท์ก็แค่เป็นอย่างที่เขาเป็นและสามารถเป็นได้โดยไม่ต้องแคร์คำคนพวกนั้น

“ไม่ต้องเดาว่าบริภัทรจะอยู่กับผมนานแค่ไหน คุณเดาไม่ถูกหรอกโอ้ คุณไม่เคยรู้จักคำนั้น”  

 

            

ผัวขา ผัวขาไม่ค่อยอัพไรแบบนี้ เมียใจคอไม่ดีแล้วค่าาาา

แงงงงง พี่อย่าเพิ่งมีเมียนะคะ

พี่ชานนเปนของเฟิดเฟิด เฟิดเฟิดมั่ยหั้ยคัย!

อิดฉาๆๆๆๆ พี่ขา คราวหน้ามาเช็คอินคอนโดหนูนะคะ

มือคนนั้นปะ สินสาดอ่ะ วันลอยกระทงก็เห็นเดินด้วยกัน

เมื่อกี้หนูเจอพิจ๋าที่โรงอาหาร หล่ออีกแล้วนะคะพิจ๋า

มือพี่โอ้ปะคะ วันนี้เห็นนั่งด้วยกันที่แคนทีน หนูเชียร์คู่พี่นะคะ

เชียร์พี่โอ้ด้วย พี่เหมาะกว่า...อ่ะ...---




 

หลังจากจับโต๊ะไม้ใต้ต้นหูกวางข้างตึกเป็นที่นั่งชั่วคราวระหว่างรอเข้าเรียนหรือหลังรับประทานอาหารมาได้สักระยะ โต๊ะนี้ก็กลายเป็นตำแหน่งประจำของบริภัทรและกลุ่มเพื่อนไปโดยปริยาย กลุ่มที่มีสิริรวมทั้งหมดสองคนถ้วน อันได้แต่ภาคินและคุณหนูชาลิสา รายหลังนี้ไป ๆ มา ๆ ระหว่างกลุ่มบริภัทรและกลุ่มเพื่อนโรงเรียนเดิม แต่ส่วนใหญ่ถ้าเรียนห้องเดียวกันก็จะมานั่งด้วยตลอด วันนี้อากาศถือว่าดี ไม่มีฝนและแดดไม่ร้อนเกินไป บริภัทรหยิบเยลลี่ของภาคินใส่ปากเคี้ยว ถูกตีมือหนึ่งทีก็เลยลากถุงนั้นข้ามโต๊ะมาไว้ตรงหน้าตัวเองแทน

“เดี๋ยวเถอะ ช็อกโกแล็ตของตัวเองก็มีไม่กินวะ”

“กินแล้ว คินเอาไปบ้างสิ แลกกัน”

“อุตส่าห์เหลือให้ตั้งหนึ่งอัน” จากถุงใหญ่ ๆ “หิวก็ไปกินข้าว มากินของหวานมันแทนกันไม่ได้ ถ้ากินเยลลี่หมดถุงนี่อีกก็เยอะไปแล้วนะไอ้บี”

“ก็มันเพลินดี”

“เล่นโทรศัพท์ไปกินขนมไป เพลินดีใช่ไหม ไหน ส่งโทรศัพท์มา ดูอะไรทำไมถึงเพลินได้เป็นชั่วโมง ๆ” บริภัทรเก็บสิ่งที่ภาคินเรียกร้องใส่กระเป๋าเป้ เอียงหัวไปมาพลางดึงเยลลี่ออกมาอีกเส้น

“ไอ้เจ้าบี”

“เราอ่านเรื่องน่าสนใจอยู่”

“เรื่อง?”

“การกลั่นแกล้งทางไซเบอร์”

Cyberbullying? ทำไมอยู่ ๆ ถึงไปอ่าน ต้องทำงานส่งอาจารย์เหรอ? ตัวไหนวะ?” เพื่อนตัวเล็กส่ายหน้าตอบว่าไม่เกี่ยวกับวิชาเรียน “เห็นคนกำลังพูดถึงกันเยอะเราว่ามันน่าสนใจดีเลยอ่านเสียหน่อย”

“แล้วเป็นไง?”

“ก็ น่าโมโหแต่ก็น่าติดตามดีนะ”

“ส่งมาให้บ้างดิ อยากอ่านบ้าง” บริภัทรเช็ดมือด้วยกระดาษเปียก แตะปลายลิ้นเก็บคราบน้ำตาลตรงมุมปากก่อนจะบอกว่า “วันก่อนอ่านกระทู้หนึ่งเค้าว่าที่อังกฤษจะประกาศห้ามใช้กระดาษทิชชู่เปียกแล้วนะ เห็นว่ามันย่อยสลายยากพอ ๆ กับพลาสติก”

“อ๋อ โพลีเอสเตอร์ไง”

“แล้วคนที่โน่นโยนกระดาษชำระลงโถชักโครก ท่อน้ำเลยตัน เปลืองงบประมาณกำจัดปีละเป็นร้อยล้านปอนด์”

“ธัมโมสังโฆ ขอคูณเงินไทยแป๊บ”

“ประมาณสี่พันสามร้อยล้านบาท ซื้อดอยปลูกชาได้อีกกี่ดอยไม่รู้เนาะ” ภาคินพ่นลมขึ้นจมูก ดึงทิชชู่แบบธรรมดามาปัด ๆ มุมปากบางสองสามทีก่อนจะยัดใส่ในถุงช็อคโกแล็ตที่หมดแล้ว “เท่าที่มีก็ดูแลไม่ไหวอยู่แล้ว เอาไปซื้อที่ทำปางไม้เพิ่มดีกว่า เดี๋ยวสางไม้สักทองไม่ทันออเดอร์”

เพื่อนตัวขาวยิ้มจนแก้มเต่งออก ดวงตาเรียวรีนั้นโค้งรับกับลูกแก้มกลม เนี่ย ยิ้มทีก็แก้มมาที กูหยิกให้ร้องสักทีสองทีดีไหม เอาให้หายหมั่นเขี้ยว แต่ก็คงได้แค่คิด ขืนทำจริงภาคินนี่แหละจะได้ร้องเพราะพี่คนที่กำลังเดินมานั่น อ่ะ เขามาเขาไม่นั่งฝั่งเดียวกันนะครับ เขามานั่งข้างกู อ๋อ ๆ โอเค ๆ นั่งข้างกันมันต้องเอียงหน้ามอง เข้าใจ ๆ

“นี่กินหมดคนเดียวเลยเหรอ?” พอเห็นเศษซากอารยธรรมเขาก็เอ่ยปากทัก บริภัทรเก็บส่วนที่เหลือมารวมกัน เพราะตอนซื้อบอกป้าว่าไม่เอาถุงพลาสติกตอนเก็บขยะไปทิ้งเลยต้องโกยด้วยสองมือแบบนี้ 

“เปล่าครับ คินก็กินด้วย”

“ของผมหนึ่งส่วนครับพี่ หนึ่งส่วนห้า”

“กินขนมเยอะจะกินข้าวเย็นได้น้อยนะ”

“คุณหิวแล้วเหรอครับ?” ชานนท์ตอบว่าหิวแต่ก็พอรอได้อีกสักพัก

“มีอะไรหรือเปล่า?”

“พวกผมกำลังรอคะแนนวิชาของภาควิชาวรรณคดีเปรียบเทียบอยู่น่ะครับ อาจารย์บอกว่าจะแปะให้เย็นวันนี้แต่ถ้าคุณหิวจะได้ไม่รอ”

“ก็รอสิ ฉันไม่ได้รีบไปไหน”

“อาจารย์สมถวิลแกก็เคร่งจริงนะ เดดไลน์ทุกเช้าวันจันทร์ใครไม่ส่งวันนั้นก็คือหมดสิทธิ์ บอกผลเย็นวันพุธแถมยังแจกเป็นคะแนนดิบ แบบ ไม่ให้เวลาลูกศิษย์ตาดำ ๆ เตรียมใจเลย” ภาคินบ่นพึม ชื่อเสียงเรียงนามเรื่องความเจ้าระเบียบของอาจารย์ผู้สอนวิชานี้ขึ้นชื่อมาหลายต่อหลายปี พอรู้ว่าต้องเรียนกับท่านพวกรุ่นพี่ทั้งหลายก็ตบไหล่ปลอบรุ่นน้องล่วงหน้าแล้ว

“อาจารย์แกให้คะแนนยากเหรอ?”

“ยากมากพี่แล้วแกชอบแจกเป็นคะแนนดิบ พี่ปีก่อน ๆ เลี้ยงหมาเลี้ยงแมวกับเป็นฝูง ติดเอฟต้องกลับมาเรียนปีหนึ่งเทอมสองอีกรอบก็หลายคน”

“โหดเอาเรื่องเลยนะ” ให้เอฟปีหนึ่งก็ไม่ต่างจากเปลี่ยนโลกทั้งใบของเด็กคนนั้นไปเลย บางคนอาจจะเสียหลักจนกลับมาตั้งตัวไม่ได้อีกเลยก็ได้

“เพราะแบบนี้ไงพี่ เวลาแกบอกคะแนนทีก็เลยมีแต่คนอยู่รอ”

“เซย่าเรียนวิชานี้ด้วยหรือเปล่า?”

“เรียนครับแต่คุณเซย่าเรียนกับอาจารย์อีกท่าน”

“ที่ใจดีกว่ามากกกกกกกกกกก” ภาคินเสริม เขาเริ่มจับได้แล้วว่าดวงตาคม ๆ ของพี่ชานนท์ชอบมองอ้อยอิ่งตรงไอ้มุมปากตก ๆ ของนายบริภัทรเพื่อนรักซึ่งเพื่อนรักกูก็เหมือนจะรู้แล้วก็เหมือนจะไม่รู้ไปในคราวเดียวกัน มันส่งสายตาเหมือนจะปรามพี่เขาแต่ก็ยกยิ้มให้พี่เขา เขาลดเสียงพูดด้วยเบา ๆ มันก็เอียงคอฟัง เออ มึงเนี่ย มานั่งเป็นผักกาดหอมทำไมตรงนี้วะภาคิน

เมื่อเพื่อนนิสิตที่พอคุ้นหน้าคุ้นตากันเดินผ่านภาคินก็รีบร้องทัก เขาจำได้ว่าเป็นกลุ่มที่เรียนวิชาอาจารย์สมถวิลด้วยกันจึงถามเข้าประเด็นทันที

“ประกาศแล้ว วันนี้อาจารย์ต้องไปธุระต่อแกเลยให้พี่ปอโทเอามาติดบอร์ดให้ ขึ้นไปดูที่ภาควิชาเลย บอร์ดฝั่งลิฟต์อาจารย์นะ”

“โอเค ขอบน้ำใจมากนะจ๊ะ” คนหล่อหน้าเข้มเย้าเสียงส่งท้ายแต่สงสัยเพื่อน ๆ จะไม่ได้ฟัง เพราะมัวแต่แอบมองคนหล่อจากเศรษฐศาสตร์

“คือ รอบนี้น่ะ มีคนไม่ได้คะแนนด้วยนะ”

“ถามจริง?”

“อื้อ อาจารย์เขียนหมายเหตุว่าไม่ส่งงานด้วย”

“เหยดดดดดด ใครแม่งใจกล้าขนาดนั้นวะ นั่นอาจารย์สมถวิลเลยนะโว้ย ถึงจะแค่สิบคะแนนแต่ก็คะแนนดิบอ่ะ ชี้เป็นชี้ตายได้เลยนะ” ไม่มีใครค้านเรื่องที่ภาคินพูด บริภัทรเลยว่าจะขึ้นไปดูคะแนนให้เสร็จเรื่อง

“คุณรออยู่ตรงนี้ก็ได้ครับ” รีบบอกอีกคนที่ทำท่าจะลุกตามไปด้วย

“ไม่ให้ไปด้วยหรือ?”

“ไม่ต้องหรอกครับ ผมไปแป๊บเดียวเอง ฝากคุณดูของนะครับ”

“ขึ้นลงบันไดระวังนะ” เกือบจะวางค้อนให้ บริภัทรเดินขึ้นลงแถวนี้มาจะครบปีการศึกษาไม่เคยซุ่มซ่ามหกล้มอวดใคร จะมาพลาดเพราะการแกล้งเตือนของเขานั่นแหละ “อย่ารับของจากคนแปลกหน้า ใครเอาขนมมาล่อก็อย่าเดินตามเค้าไป”

เอาเลยครับคุณ  

เชิญคุณตามสบาย

ไม่ต้องเกรงใจเพื่อน ๆ บริภัทรที่ยังอยู่แถวนี้หรอก

“อ้าวบี ยังไม่กลับเหรอ?” บริภัทรรอจนเจ้าของเสียงทักยกมือไหว้คุณชานนท์แล้วจึงตอบ

“เรารอดูคะแนนน่ะ น้ำหวานจะกลับแล้วเหรอ?” น้ำหวานทำหน้าเหมือนไม่เข้าใจ

“คะแนนอะไร?”

“วิชาของอาจารย์สมถวิลไง น้ำหวานก็เรียนเสคเดียวกับเรานี่”

“ก็ใช่ แต่รอบนี้บีไม่ได้ส่งงานไม่ใช่เหรอ ไม่ส่งแล้วจะเอาคะแนนที่ไหนมาอ่ะ?”

“เราน่ะเหรอไม่ได้ส่งงาน?”

“ใช่ บีไม่ได้ส่งงานอาจารย์สมถวิล อาจารย์แกขีดแดท(-)ในช่องคะแนนของบีแถมยังหมายเหตุว่าไม่ส่งงานด้วย ตอนเห็นเรากับแพรยังงงเลย ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะบีปกติบีไม่เคยพลาดเรื่องเรียนนี่ แล้วชิ้นนี้น่ะคะแนนดิบ 10 คะแนนเลยนะ”

“.........”

“น่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด ไปคุยกับอาจารย์ก่อนเถอะ นายมีไฟล์ที่ทำเก็บไว้อยู่แล้ว แค่ปริ้นท์ไปส่งใหม่แค่นั้นเอง” บริภัทรส่ายหน้า ดวงตาเรียวรีมองเลื่อนลอยเหมือนภาคินไม่ได้อยู่ตรงหน้า

“ถึงส่งใหม่ก็ได้มากสุดแค่ครึ่งเดียว”

“จริง อาจารย์สมถวิลแกเฮี้ยบแค่ไหนรู้กันอยู่ ถึงมีเหตุผลแต่นี่ก็เลยเดดไลน์มาสองวันแล้ว แกตัดคะแนนชิ้นงานให้แค่ครึ่งแล้วแกก็จะหักคะแนน attendant ด้วย” เพื่อนในกลุ่มแรกว่า เขาจะบอกบริภัทรเรื่องคะแนนตั้งแต่ภาคินทักแล้วแต่เห็นอีกฝ่ายกำลังอยู่กับรุ่นพี่จากต่างคณะเลยไม่กล้าพูด

“ตอนขึ้นไปส่งงานบีไปกับใครล่ะ ให้เค้ามาช่วยยืนยันสิ”

“เราไปคนเดียว” คนแนะนำครางออกมาอย่างสิ้นหวัง เพื่อนคนอื่น ๆ เองก็ไม่ต่างกัน ทุกคนล้วนรู้ซึ้งถึงกิตติศัพท์ของศาสตราจารย์ด็อกเตอร์สมถวิลแห่งคณะศิลปศาสตร์เป็นอย่างดี

“งานหยาบเลยทีนี้”

“เกรดยากด้วยอ่ะตัวนี้ หน่วยกิตเยอะอีก ถ้าได้ นี่คือดึงตัวอื่นลงฮวบฮาบเลยนะ แล้วบีน่ะเป็นเด็กทุนของมหาวิทยาลัยด้วยไม่ใช่เหรอ ถ้าเกรดไม่ถึงเกณฑ์จะถูกตัดออกหรือเปล่า?” บริภัทรไม่ตอบ เขาปล่อยให้น้ำหวานแสดงความห่วงใยได้อย่างเต็มที่ ไม่ทักท้วง ไม่ขัดคำ ร่างเล็กยืนนิ่งเหมือนหุ่นปั้น ริมฝีปากเหยียดออก ดวงตาหรุบต่ำ

“ไม่เป็นไร” เสียงนั้นมาพร้อมรอยอุ่นตรงหลังมือ สองมือเกี่ยวปลายนิ้วเข้าหากันก่อนจะประสานแนบแน่น 

บริภัทรวาดยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา 

ดูเหมือนว่า 

จะไม่ใช่แค่ Cyberbullying แล้ว














#บริภัทร

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.24K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,868 ความคิดเห็น

  1. #4608 Vivachoco (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 06:44
    แรงไปป่าวนังนว
    #4,608
    0
  2. #4498 乃イ乙メ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 17:56
    หม่ามี๊จะไปตบมันให้หนูเอง มันกล้ามาก!!!!!!!กล้ามาก!!!!!!!!ใครมันทำลูกชั้น!!!!!!!!
    #4,498
    0
  3. #4293 ii.toey (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 07:06
    แรงนะ ใครแกล้งรู้กฉัน!!
    #4,293
    0
  4. #4285 areenachesani (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 15:45
    อุแง้งงง น้องบีลูกก ไม่เป็นไรนะะ
    #4,285
    0
  5. #4261 narista_view (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 15:43
    โอ้ หรือน้ำหวานจ๊ะ
    #4,261
    0
  6. #4248 kseventeen (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 01:04
    ใครทำลูกช้านนนน
    #4,248
    0
  7. #4059 areenachesani (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 22:19
    น้องบีโอ๋ๆลูกแม่
    #4,059
    0
  8. #3941 pbcy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:36
    น้อง ใครทำน้องง นังโอ้ใช่มั้ยยย จะใช่น้ำหวานหรอ นางดูมาแบบแฟร์เพลย์นะ
    #3,941
    0
  9. #3809 areenachesani (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 21:15
    ชั้นจะตีๆๆคนที่ทำรูกชั้นนน
    #3,809
    0
  10. #3795 เดจาวู (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 02:26

    บีรวยอยู่แล้วแน่ๆ

    #3,795
    0
  11. #3677 notisez (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 08:35
    สงสารรร ใครเอางานอิรูกกกไปปป ดิชั้นไม่ชอบมากพวกยุ่งกะงานคนนอื่น คัยทำชั้นจะสาปปปปป
    #3,677
    0
  12. #3483 Audaidaj (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 00:32
    นังน้ำหวานรึป่าว
    #3,483
    0
  13. #3250 llnplw (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 00:24
    โอ้หรอ????
    #3,250
    0
  14. #2842 ambrosia3 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 19:13
    เอ้า ดี!!ออก!! ใครบังอาจทำน้องงง แม่จะทุบบบบบๆๆๆๆๆๆๆ
    #2,842
    0
  15. #2610 exo12forever (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 22:09
    ใครทำน้องงงงง!!!!!!!!
    #2,610
    0
  16. #2503 0843133997Nan (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 19:31
    อาจจะไม่ใช่น้ำหวานถึงแม้นางจะดูชอบชานขนาดไหนแต่ถ้าดูนิสัยดีๆคือนางเป็นคนตรงๆ เล่นแฟร์ๆ ไงจำคำพูดนางได้อาจจะเป็นคนอื่นก็ได้มั้ง
    #2,503
    0
  17. #2438 Xingmiii (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 18:52
    นังน้ำหวาน!!! หล่อนมัน......
    #2,438
    0
  18. #2338 toffy34 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 17:37
    อันนี้คนละเรื่องกับเรื่องความรักแล้วเอาจริง อันนี้นิสัยเสียกับความสะใจล้วนๆ
    #2,338
    0
  19. #2308 meanniezjina88 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 12:09
    เฮ้อ เป็นมุขเเกล้งศัตรูที่แย่มาก ห่วยแตกมาก ทำไมไม่คุยกันตรงๆ ไม่ใจเลยอะ ใครแกล้งน้องสารภาพมาเลยอิน่ำหวานหรือนังโอ้ หรือมีคนอื่นอีก แพ้เเล้วพาลนิสัยเสียมาก
    #2,308
    0
  20. #2141 chootikarn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 08:31
    หรือจะมีคนเเกล้ง ฮื่มมมม
    #2,141
    0
  21. #2135 iipoppyz (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 03:43
    หมั่นไส้มากกก
    #2,135
    0
  22. #1707 NmAoMn:P (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:31
    คนเลว เกลียดคนแกล้งอย่างงี้จริงๆ
    #1,707
    0
  23. #1692 weiliin (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:09
    แกล้งกันแบบนี้คือเกินไปจริงๆนะ
    #1,692
    0
  24. #1605 pcy921 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:07
    ไหนบอกแฟร์ๆอะคะ
    #1,605
    0
  25. #1314 annelf10783 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:57
    โคตรไม่โอเคกับการแกล้งแบบนี้อ่ะ หงุดหงิดใจมาก เป็นนี่คือร้องไห้แล้ว
    #1,314
    0