c o m p e n s a t e

ตอนที่ 13 : บ ริ ภั ท ร #05

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,506
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,287 ครั้ง
    9 ต.ค. 61





 

               มันก็สักพักแล้วที่ไม่มีใครเห็นบริภัทรไปไหนมาไหนกับรุ่นพี่คนดังคณะเศรษฐศาสตร์ เป็นเพราะก่อนหน้านี้บริภัทรไม่ค่อยทำกิจกรรมคณะ เวลามามหาวิทยาลัยก็เรียนหนังสืออย่างเดียว มาเรียนพร้อมเพื่อนสนิทกลับคอนโดพร้อมเพื่อนสนิท ถ้ามีคนอาสาไปส่งก็มักจะมีคุณเซย่ากับภาคินไปด้วย คุณชานนท์นอกจากจะเป็นคนพูดน้อยแล้วยังเป็นสุภาพบุรุษที่เคร่งครัดเรื่องการแสดงออกคนหนึ่งเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นอีกฝ่ายแทบจะไม่แตะตัวบริภัทรเลยถ้าไม่จำเป็นซึ่งบริภัทรมองว่าเป็นข้อดีของเขา เวลาไปหาที่ที่ทำงานเขาก็ไม่ได้เข้ามาพูดคุยแต่จะไปนั่งอ่านหนังสือที่ร้านกาแฟข้าง ๆ แล้วรอบริภัทรที่ลานจอดรถเมื่อถึงเวลาเลิกงานและนั่นมันก็แค่สัปดาห์ละหนสองหน ยิ่งหนึ่งเดือนให้หลังบริภัทรต้องซ้อมร้องเพลงกับวงและต้องเก็บเป็นความลับจากที่เคยไปรับไปส่งบ้างก็ลดความถี่ลงกว่าครึ่ง เมื่อไม่มีใครเห็นพวกเขาอยู่ด้วยกัน ข่าวลือที่เคยเซ็งแซ่อยู่พักหนึ่งจึงถูกข่าวใหม่ ๆ ดังกลบและเงียบไปตามครรลองของมัน

               มาเป็นกระแสอีกครั้งก็เพราะวันเพ็ญเดือนสิบสองนี่แหละ

               “บี เมื่อคืนก่อนไปเดินงานกับใครน่ะ เห็นนะ ๆ”

               “มีคนเห็นบีลอยกระทงกับพี่ชานนท์ เศรษฐศาสตร์ จริงป้ะ?”

               “เพื่อนเราเห็นบีกับพี่คนนั้นที่ซุ้มปูกะจ๋าอ่ะ มันเป็นสตาฟ”

“แหม สวีทใหญ่เลยนะ มีไรไม่บอกกันมั่ง”

“ตกลงบีเป็นอะไรกับพี่ชานนท์อ่ะ?”

“พี่เค้าเลิกกับพี่โอ้แล้วเหรอ?”

“บีคบกับพี่ชานนท์เหรอ?”

“เปล่า ไม่ได้คบกัน” บริภัทรตอบทุกคนพร้อมรอยยิ้มเรียบง่ายประจำตัว มีบ้างที่คนถามไม่ยอมเลิกราง่าย ๆ จึงต้องเสริมว่าไม่ได้เป็นแฟน ไม่ได้เป็นอะไรกัน ไม่ได้ไปกันแค่สองคน คุณเซย่ากับภาคินก็ไปด้วย ใครถามว่าทำไมถึงไปลอยกระทงด้วยกันได้บริภัทรก็ตอบตามตรงว่าคุณเซย่าชวนซึ่งนั่นก็ไม่แปลกอะไรเพราะสองสามเดือนมานี้คุณหนูเซย่าตัวติดกับบริภัทรเสียยิ่งกว่ากลุ่มเพื่อนสมัยมัธยม  

เมื่อบริภัทรตอบตรงแบบไม่หลบเลี่ยงซ้ำยังยืนยันเสียงหนักว่าไม่มีอะไรในความสัมพันธ์พวกที่เตรียมตัวมาเสพข่าวเต็มที่ก็ล่าถอยกันไปตามระเบียบ จะมีก็แต่เพื่อนสนิทอย่างชาลิสาที่ไม่ค่อยพอใจกับคำตอบเพราะรู้อะไรเยอะกว่าคนอื่นแต่พูดออกไปไม่ได้ บริภัทรนั้นอ่านยากชาลิสาเองก็มีชนักปักหลังเลยไม่กล้าที่จะซักไซ้เพื่อนให้อึดอัดใจกันซ้ำสอง พอเอาความกับบริภัทรไม่ได้คุณหนูเซย่าเลยหอบความนอยด์ไปทุ่มใส่พี่ชายคนรองด้วยประการฉะนี้

 



“ชาน”

“......”

“ไอ้ชาน”

“......”

“ไอ้คุณชานนท์โว้ยยยยยยยยย” ต้องเรียกถึงสามหนถึงจะยอมละสายตาจากสิ่งที่ถืออยู่ในมือ เตวิชวางแก้วกาแฟ พยักเพยิดใส่เพื่อนสนิทพร้อมความสงสัยเต็มใบหน้า

“ดูอะไรอยู่วะ” พวกเขานั่งอยู่ในร้านกาแฟข้างโรงอาหารของคณะ อาจารย์ผู้สอนวิชาสุดท้ายของวันนี้บอกเลิกคลาสเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ตามประสาพี่ปีสี่ที่เหลือวิชาให้เก็บหน่วยกิตไม่มาก เวลาว่างส่วนใหญ่จึงเอาไปลงกับการทำภาคนิพนธ์ส่งตอนก่อนจบและนั่งทอดหุ่ยในร้านกาแฟเพื่อรอเวลาทำอะไรสักอย่างเช่นตอนนี้

“รูปน้องบีนี่หว่า” ชายหนุ่มว่าหลังจากเพื่อนสนิทโยนโทรศัพท์ลงมาบนกองชีท “ไม่ค่อยเห็นยิ้มแบบนี้เลยว่ะ น่ารักจัง แก้มเป็นแก้ม”

 

 


 “มึงรู้จักเจ้าของไอจีไหม?” เตวิชเลิกคิ้ว เลื่อนเข้าไปดูหน้าโปรไฟล์ของคนที่โพสต์รูปต้นเรื่องก่อนจะพึมพำ “ไม่รู้ว่ะแต่หน้าแม่งคุ้น ๆ ไอ้เหี้ย มุมนี้แม่งหล่อจังวะ เป็นนายแบบด้วยนี่หว่า”

“ชื่อฮั่น เหมือนจะเรียนคณะเดียวกับน้องกู”

“เอ้า งั้นก็ยิ่งง่าย เพื่อนมึงเรียนศิลปศาสตร์ตั้งกี่คน”

“กูถามไปแล้วไม่ตอบสักคน” ฟังเสียงก็รู้ว่าพี่เขาเริ่มหงุดหงิดแล้ว ไม่ได้ดั่งใจพ่อเลยไอ้พวกไร้ประโยชน์ ไอ้คริส ไอ้เลย์ ไอ้หมิน มัวแต่ไปมุดหัวอยู่ที่ไหน ทำไมไม่มาตอบข้อสงสัยเพื่อนรักพวกมึง

“เหมือนจะเพิ่งกลับมาจากเมืองนอกว่ะ สายเทรคกิ้งซะด้วย ไอ้เหี้ยไปปีนเขาจนมาเรียนช้าไปเป็นเทอม แบบนี้ก็ได้เหรอวะ”

“ก็น่าจะเส้นใหญ่พอดู”

“มึงอยากรู้จักไปทำไมวะ?”

“กูไม่ได้อยากรู้จักมัน”

“อ้าว?”

“รูปบริภัทรคืนวันงานมีเยอะแต่ไม่มีรูปไหนที่น้องยิ้มเหมือนรูปนี้” เตวิชหยุดคิดเพียงเสี้ยวนาที “อ้อ โอเค กูเก็ตเดอะพ้อยท์แล้ว มึงใจเย็นก่อนพี่ชานนท์ น้องกับไอ้คนที่ชื่อฮั่นอะไรนี่อาจจะรู้จักกัน รอเพื่อนมึงมันเรียนเสร็จเดี๋ยวก็รู้เอง”

“.......”

“คิดอะไรอยู่วะ?” ไอ้สัด อยู่ ๆ ก็นิ่ง รุ่นน้องเดินผ่านมาทักก็ไม่ทักตอบ เก๊กหน้าโหดจนลูกค้าคนอื่นเค้ากลัวหมดแล้ว “กูกำลังคิด โอเค กูอาจกำลังแพนิคกำลังพารานอยด์ ความคิดกูถึงได้พุ่งไปในทางที่เลวร้ายสุด ๆ”

“มึงคิดอะไร?”

“ที่เขาบอกให้กูรอเป็นเพราะกูยังไม่ใช่สำหรับเขาหรือเปล่าวะ”

“เฮ้ย น้องเค้าก็บอกแล้วไงว่าแค่อยากให้แน่ใจ” เพราะชานนท์ก็หวังให้อีกคนมั่นใจจึงอยากระบุสถานะที่ชัดเจนระหว่างกัน เขามองว่านั่นคือการให้เกียรติคนรักทางหนึ่งแต่บริภัทรกลับปฏิเสธ อีกฝ่ายแจงเหตุผลอย่างเรียบง่ายและซื่อตรงว่าพวกเราทั้งคู่รู้จักกันน้อยเกินไป

“แล้วถ้าระหว่างนี้เขาเจอคนที่ใช่มากกว่ากูล่ะ?”

“มึง เลอะเทอะใหญ่แล้วไอ้ชาน ถ้ามึงไม่ใช่สำหรับน้องหรือถ้าน้องชอบคนอื่น เขาจะคุยกับมึงทำไม น้องบีก็ดูไม่ใช่คนประเภทที่จะคุยไปทั่วปะวะ”

“เขาอาจจำใจคุยกับกูก็ได้” โอ้โห ตัดพ้อใหญ่แล้วคนหล่อกู

“แล้วทำไมน้องต้องจำใจ?”

“ตกกระไดพลอยโจนไง”

“ยังไงวะ?”

“ไม่ยังไง”

“เนี่ย พูดอะไรก็ไม่รู้ รู้เรื่องอยู่คนเดียว เหมือนมึงกำลังน้อยใจอ่ะพี่ชานนท์ พอเลยมึงพอ รอพวกไอ้คริสเลิกเรียนค่อยคุยกัน!

 


บริภัทรเรียนแล็ปอิ้งค์เป็นวิชาสุดท้าย พออาจารย์ปล่อยภาคินที่บ่นว่าหิวก็ลากเพื่อนสนิทตรงไปโรงอาหารโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมหรือหน้าไหนทั้งสิ้น ชายหนุ่มก้าวฉับ ๆ ไปร้านก๋วยเตี๋ยวไก่เจ้าประจำ ฝากของให้บริภัทรเอาไปเลือกโต๊ะ คนตัวเล็กเลือกโต๊ะแถวริมสุดเมื่อมองออกไปก็เห็นสนามบาสอยู่ไม่ไกล เวลาบ่ายค่อนเย็นอย่างนี้มักจะมีนิสิตชายมาลงสนามอยู่เสมอ ตอนนี้เองก็มีคนจำนวนหนึ่งออกันอยู่ตรงนั้นบริภัทรเห็นแล้วก็อดคิดถึงวันหนึ่งเมื่อกลางเทอมที่แล้วไม่ได้

บริภัทรกำลังมากินข้าวกับภาคินอย่างเช่นวันนี้แต่ก็เจอเพื่อนนิสิตวิ่งผ่านไปคนแล้วคนเล่า ทุกคนมีสีหน้าตื่นเต้นปะปนด้วยความยินดี บริภัทรอดสงสัยไม่ได้เลยตามคนอื่น ๆ ไป ตอนนั้นเองกระมังที่ได้เห็นคนดังเศรษฐศาสตร์ลงสนามแข่งกับพวกพี่ปีสี่ มาคิดดูแล้วไอ้เรื่องที่บังเอิญสบตากันแล้วเขาก็ใส่ความว่าบริภัทรหัวเราะขำเขามันก็คงจะจริง คนอะไรท่าเดินจะวิ่งก็มีแต่เสียงกรี๊ดดังตามอย่างกับตั้งระบบอัตโนมัติไว้ ก็หล่อก็ดูดี ปาดเหงื่อยังทำแฟนคลับระทวย บริภัทรแค่เปรียบเทียบกับบทชมโฉมของพระเอกในวรรณคดีเฉย ๆ พอใจคิดสายตามันเลยแสดงออก อยู่ ๆ ไปมองคนไม่รู้จักแบบนั้นเป็นใครก็คงไม่พอใจ

วันนี้เสียงกรี๊ดก็ดังอีกแล้วแถมคนยังเยอะมากกว่าปกติ บริภัทรเงยหน้าเผื่อแผ่รอยยิ้มให้ภาคิน เพื่อนสนิทนั่งลงฝั่งตรงข้าม มองตอบกลับมาแบบไม่วางใจ

“อะไร? นั่งยิ้มทำไม? ไม่กลัวใครเค้าหาว่าเป็นบ้าเหรอ”

“ไม่รู้สิ”

“แล้วคิดอะไรอยู่?”

“คิดว่าใครกำลังเล่นบาส เห็นคนอยู่ตรงนั้นเยอะกว่าทุกที”

“ก็น่าจะเป็นคนเด่นคนดังสักคน”

“ตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยมาคินก็ไม่ค่อยเล่นบาสเลยนะ ไม่เอาแล้วเหรอ?” อดีตนักกีฬาบาสเกตบอลระดับเขตวางช้อน หยิบตะเกียบขึ้นมาคนเส้นก๋วยเตี๋ยวพลางว่า “ก็เล่นบ้าง เวลาพี่คิมมันว่างก็ไปเล่นกับพี่มันที่สนามข้างนอก”

“ไม่เห็นรู้เลย”

“ก็ไม่ได้บอกไง พอดีว่างอ่ะนะ เพื่อนไม่ค่อยมีเวลาให้ ไม่รู้มัวแต่ทำอะไรอยู่ในห้อง”

“ก็ อ่านหนังสือ ทำการบ้าน ทบทวนที่เรียนไป คินก็รู้ว่าเราเป็นเด็กทุน ถ้าเกรดต่ำกว่าสามจุดห้าทุนเราจะหลุด” ภาคินกดมุมปากยิ้ม

“ไม่หลุดหรอกมั้ง ได้ข่าวว่าติวเตอร์ส่วนตัวก็ว่าที่เกียรตินิยมนี่”

“ไงเฟรชชี่ ไม่มีเรียนแล้วเหรอครับน้อง” หมดเวลาจะต่อความยาว บริภัทรขยับเพิ่มพื้นที่ให้เมื่อเจ้าของเสียงเบียดตัวลงนั่งข้าง ๆ

“จะครึ่งเทอมสองแล้วพี่ ไม่เฟรชแล้ว”

“เคี้ยวให้หมดก่อนพูดก็ได้ไอ้คิน แล้วคนนี้นี่อะไร ไม่มีอะไรทำแล้วเหรอถึงได้มานั่งเฝ้ามันกิน กลัวเพื่อนหายหรือไงเรา” บริภัทรหัวเราะน้อย ๆ เบี่ยงศีรษะออกเมื่อฝ่ามือหนาวางแหมะลงมา “ผมรอกลับบ้านพร้อมคินไงพี่ พี่ฮั่นไม่มีเรียนแล้วเหรอครับ”

“วันนี้ไม่มีแล้วครับ”

“ไม่มีหรือโดดเอาดี ๆ พี่” ภาคินแทรก

“ใส่ความแล้ว พี่ไม่เคยทำแบบนั้นหรอกเนาะบี” บีส่ายหน้า

“บ่อยไปครับ พี่ชอบโดดไปหลับในห้องชมรม”

“เพราะพี่ต้องสอนรุ่นน้องอย่างหนูไงคะบอบี ถ้าไม่สละเวลาเรียนไปบ้างเราจะซ้อมวงกันทันไหม นี่พี่ทำเพื่อส่วนรวมนะโว้ย”

“นั่นมันเพราะพี่กลับมาเรียนช้าไม่ใช่เหรอพี่ฮั่น” ภาคินแทรก มองอดีตประธานชมรมดนตรีที่ผันตัวเป็นผู้ฝึกสอนอย่างไม่ไว้ใจ คนอะไรทำตัวอย่างกับสายลม พัดไปทางนั้นทางนี้จับหลักแหล่งไม่ได้ ดีหน่อยที่ช่วงหลังมานี้พวกเขาได้เจอที่ห้องชมรม ถ้าไม่งั้นก็คงไม่รู้ว่าพี่แกมีตัวตนอยู่ในคณะนี้

“มึงจะเอาอะไรกับอารมณ์ศิลปินวะภาคิน”

“ผมไม่เอาอะไรกับพี่หรอก พี่อ่ะ จะเอาอะไรแถวนี้”

“เอาอะไรวะ?”

“เห็นหน้ากันบ่อยไปป่ะช่วงนี้อ่ะ ปกติหาตัวยากไม่ใช่?”

“ไอ้สัดน้องคิน กูก็เรียนคณะนี้ไหมล่ะ หาตัวยากด๋อยอะไร ช่วงนี้กูไม่ได้รับงานนอกเลยมีเวลามาเรียนเต็มที่” ภาคินทำสีหน้าเข้าอกเข้าใจอย่างเสแสร้ง พี่ฮั่นโว้ย เด็กอมมือมันยังมองออกเลยว่าเพราะอะไรมนุษย์แอนตี้สังคมแบบพี่ถึงได้บังเอิญเจอพวกเขาบ่อย ๆ

“แล้วเมื่อกี้คุยอะไรกันอยู่ พี่ไม่ได้มาขัดจังหวะใช่ไหม?”

“คุยกันเรื่องเล่นบาสครับ เห็นวันนี้สนามบาสคนเยอะเลยสงสัยกันว่ามีใครมาหรือเปล่า” รุ่นพี่ตัวสูงพยักหน้ารับรู้ มองผ่านศีรษะเล็กไปแล้วก็ย่นคิ้ว

“เพราะกลุ่มนั้นหรือเปล่า?”


 

ชาลิสากำโทรศัพท์มั่น ขาเรียวยาวก้าวฉับ ๆ แทบจะกระโดดลงบันไดทีละสองขั้น พี่ชายคนรองส่งข้อความมาบอกว่าวันนี้มาเล่นบาสกับเพื่อนซึ่งชาลิสาก็เดาได้ว่าคงเป็นกลุ่มเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยมัธยมอย่างพวกพี่คริสพี่เลย์และพี่หมิน พอชาลิสาถามกลับไปว่าเจอบีหรือยังพี่ชายกลับตอบกลับมาว่าไม่เจอ เพราะบ่ายนี้เรียนกันคนละตัว บีแยกไปเรียนกับภาคิน ชาลิสามาเรียนกับเพื่อนอีกกลุ่มแต่ก็พอรู้ว่าบริภัทรเลิกเรียนตอนสามโมงครึ่งซึ่งตอนนี้ก็สี่โมงแล้ว ชาลิสาส่งข้อความไปถามหาตำแหน่งที่อยู่ คำตอบที่ได้กลับมาทำเอาหญิงสาวยิ้มกว้างอย่างพอใจ

“เซย่า! เดินช้า ๆ หน่อย โรงอาหารไม่หนีไปไหนหรอกน่า”

“ขอโทษทีจ้ะ เซย่ารีบไปหาพี่ชายน่ะ”

“ก็ไปด้วยกันนี่ไง ช้า ๆ เดี๋ยวก็หกล้มไปหรอก” เพื่อนจากกลุ่มที่เรียนด้วยกันประท้วงกันอย่างพร้อมหน้า คุณหนูเซย่าเลยได้แต่ยิ้มแทนคำขอโทษ ยอมลดความเร็วแล้วเดินไปพร้อมกับเพื่อนสาวทั้งกลุ่มจนเห็นประตูโรงอาหารอยู่ไม่ไกล กลุ่มของพี่ชานนั้นเด่นสะดุดตาแบบไม่ต้องเสียเวลามองหาแต่อีกคนที่เซย่าต้องการเห็นนี่สิ ไม่ได้อยู่ด้วยกันหรอกหรือ?

“พี่ชานนท์อยู่นั่นไง เข้าไปเลยไหมเซย่า?”

“จ๊ะ? อ๋อ ขอบใจจ้ะ ถ้ายังไงแยกกันตรงนี้เลยก็ได้นะ เซย่าน่าจะยังไม่กลับตอนนี้”

“ไม่เป็นไรเซย่า เราไม่มีธุระที่ไหน ไม่รีบ”

“เราก็เหมือนกัน อยู่คุยกันก่อนก็ได้เนาะ ปะ ไปสวัสดีพี่ชายเซย่ากันเถอะ นานทีจะได้เจอ” ด้วยเหตุนี้คุณหนูชาลิสาเลยได้เข้าไปหากลุ่มพี่ชายโดยมีเพื่อนสาวควงแขนครบทั้งซ้ายขวาแถมตามหลังมาอีกสามชีวิต ดาวเด่นประจำคณะทั้งสิ้น

“พี่ชาน” เพียงแค่พี่ชายหันหน้ามาชาลิสาก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายอารมณ์ไม่ปกติ หญิงสาวยิ้มสู้ ลดตัวลงนั่งเบียดพร้อมคล้องแขนหมับ “คุยอะไรกันอยู่คะ ทำไมพี่ชายของเซย่าหน้าเครียดจัง”

“คุยเรื่องความรักของเราไงจ๊ะ” คนตอบไม่ใช่พี่ชายแต่เป็นน้องรหัสที่ชื่อแจ็คสัน เซย่าหัวเราะคิกเมื่ออีกฝ่ายโดนพี่เต้ตบหัวแทบจะทันที่ที่พูดจบ

“ถ้าความเจ็บปวดของพี่แจ็คทำให้น้องเซย่าหัวเราะได้พี่แจ็คก็ยินดีค่ะ”

“ยัง ๆ ยังไม่เจียม”

“พวกพี่ ๆ ไม่เล่นบาสกันแล้วหรือคะ?” หนึ่งในสาวสวยเอ่ยถาม ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองทุกคนอย่างทั่วถึงและอ้อยอิ่งนานเป็นพิเศษที่พี่ชายของคุณเซย่า

“ไม่แล้วครับ เล่นเกือบสองชั่วโมงแล้ว นานกว่านี้เดี๋ยวไอ้เลย์ลมจับ”

“ไอ้สัดคริส” คริสหัวเราะไม่กลัวเกรง

“เสียดายจังเลยค่ะ พวกเราเลิกเรียนช้าเลยไม่ทันมาดู”

“ใช่ค่ะ ตอนเรียนอยู่มีคนแปะในกรุ๊ปไลน์ชั้นปีว่าพวกพี่กำลังแข่งบาสกัน ทีแรกก็นึกว่ามีแต่คณะเรา พอรู้ว่าพี่ชานนท์ พี่เต้กับพี่แจ็คมาแข่งด้วยก็ฮือฮากันใหญ่เลยค่ะ”

“อ๋อ ถึงว่า ทำไมวันนี้คนดูเยอะผิดปกติ ส่งข่าวกันในกรุ๊ปนั่นเอง” เลย์คว้าน้ำมาดื่ม ท่าทางเนิบนาบ เชื่องช้าแต่ดวงตาตวัดมองหน้าหล่อ ๆ ของเพื่อนสนิทก่อนเสริมให้ใครบางคนยิ่งหน้าตึง “เล่นบอกในกรุ๊ปชั้นปีอย่างนี้ก็ต้องรู้กันหมดทุกคนน่ะสิ”

“ถ้าอ่านก็รู้แหละค่ะ”

“แปลกแฮะ รู้แล้วทำไมไม่ไปเชียร์”

“เออว่ะ รู้แล้วทำไมยังชิลอยู่ที่อื่น”

“กับคนอื่น”

“คะ?”

“ไม่มีอะไรครับน้อง ไอ้คริสกับไอ้เลย์มันพูดถึงน้อง ๆ แฟนคลับพวกมันน่ะ” โกมินทร์ออกตัวแก้ต่าง ไอ้คู่หูนรกมันแหย่เสือหลับแล้วยังมีหน้าแอบตีมือกันลับหลัง เดี๋ยวกูปล่อยให้โดนพ่อมึงกระทืบแม่ง  “แล้วนี่เลิกเรียนแล้วไม่รีบกลับบ้านกันหรือครับสาว ๆ”

“ไม่รีบค่ะ ว่าจะไปหาอะไรกินที่สยามก่อน”

“มีนัดกันแล้วใช่ไหมล่ะ”

“นัดกันเองนี่แหละค่ะ โสดสนิทขนาดนี้ ไม่มีใครให้นัดหรอก”

“ถ้ายังไงไปหาข้าวกินด้วยกันไหมคะ?”

“ใช่ ๆ ไปเถอะค่ะ ไปกันนะเซย่า พวกเราไม่ได้ไปสยามด้วยกันนานแล้ว”

“วันนี้คงไม่สะดวกมั้ง...”

“สะดวกเถอะ พลีสสสสสสส วันนี้แหละเหมาะ พี่ ๆ ก็ว่างพอดีด้วย” เลย์เลิกคิ้ว

“พี่บอกว่าว่างหรือครับ?”

“อ้าว” พอเห็นสาว ๆ หน้าเสียกันทั้งกลุ่ม เลย์ก็ทิ้งสีหน้ามึนเปลี่ยนมายิ้มหวาน

“ล้อเล่นครับ”

“โอ๊ย พี่เลย์ล่ะก็ ใจหายหมดเลยค่ะ”

“ตกลงไปนะคะ?”

“พี่ชาน ยังไงดีคะ?”

“เออ ว่าไงไอ้คุณชาย ถ้าไปก็มูฟกันตอนนี้เลย หรือถ้ามึงไม่สะดวกกูพาน้อง ๆ ไปก็ได้” ชานนท์ผ่อนลมหายใจออก เพื่อนสนิททุกคนเห็นว่าตั้งแต่ออกจากสนามบาสเกตบอลจนมานั่งในโรงอาหารชานนท์ไม่พูดแม้แต่คำเดียว ดวงตาดำกว้างเอาแต่มองอุปกรณ์สื่อสารเครื่องสีดำ มีบางครั้งที่มองออกไปนอกกลุ่ม แม้คนอื่น ๆ จะรู้ว่าเขามองไปจุดใดแต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมา

“เอาสิ อยากไปก็ไป”

เมื่อได้ข้อสรุปทุกคนก็ลงมติว่าควรไปเลยทันที แจ็คสันที่ถูกกฎหมู่บังคับต้องเป็นคนเอาขวดน้ำไปเก็บเดินหน้าบึ้งออกไปแล้วกลับมาพร้อมรอยยิ้มกว้างจนหางตาพับ

“เฮีย ๆ ๆ ๆ ให้ทายว่าผมเจอใครตรงนั้น”

“ไม่อยากทาย”

“โหย ไร้เยื่อใยจังวะเฮีย ไม่ทายจริงอะ?”

“ไม่ต้องทายอะไรแล้ว ไป ๆ ๆ ๆ ชักช้าเดี๋ยวรถติด” โกมินทร์เร่ง ชายหนุ่มแทรกคนอื่น ๆ ออกมาเดินนำแต่ผ่านโต๊ะเก้าอี้มาแค่สองแถวยังไม่ทันถึงประตูโรงอาหาร โกมินทร์และทั้งกลุ่มก็เป็นอันต้องหยุดอย่างช่วยไม่ได้

“บี!

 





#บริภัทร

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.287K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,868 ความคิดเห็น

  1. #4604 Vivachoco (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 05:37
    ชอบเวลานางน้อยใจ5555
    #4,604
    0
  2. #4282 areenachesani (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 14:34
    โถ พี่เขานอยด์ใหญ่แล้วน้องบี
    #4,282
    0
  3. #3938 pbcy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:30
    ตัวใหญ่แต่ใจนิดเดียวจีงๆนะคับพี่ชานนท์เนี่ย
    #3,938
    0
  4. #3806 areenachesani (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 19:50
    อ้อหอออ ทำไมคนพี่เขาตัดพ้อเก่ง น้อยใจเก่งอะไรขนาดนี้ล่ะค้าา อย่างว่าแหละน้อออ ก็เค้าให้เกียรติคนที่เขารักนิ
    #3,806
    0
  5. #3416 Audaidaj (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 04:09
    สงสารไม่มีคนมาเชียร์
    #3,416
    0
  6. #2435 Xingmiii (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 17:48
    ตาพี่ดูตัดพ้อบ่อยเหลือเกิน
    #2,435
    0
  7. #2304 meanniezjina88 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 08:22
    จะรักกันยังไงเนี่ยยย วันๆได้พูดกันบ้างมั้ยน้องงงง ดูอึนๆมึนๆทั้งคู่ อึดอัดแทน
    #2,304
    0
  8. #1610 weiliin (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:24
    พูดน้อยทั้งคู่น่ะ เอ้อออออ
    #1,610
    0
  9. #1592 pcy921 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:26
    คุณชายนางขี้น้อยใจ555
    #1,592
    0
  10. #1157 Zino zenz (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:21
    แรกๆสนุกนะไรท์ หลังๆดรอบลง รู้สึกว่าบทพระเอกกะนายเอกน้อยไปหน่อย บทตัวประกอบคนอื่นๆคุยกันเกินครึ่งของเนื้อหาที่อัพอะ
    #1,157
    0
  11. #717 kriskky (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 23:09
    พี่ชานนท์ยอมอ่ออ อย่าไปยอมนะ!
    #717
    0
  12. #250 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 11:54
    มีตัดพ้อวะพี่5555555
    #250
    0
  13. #188 PARKSELOR (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 01:53
    คุยกันดีๆเด้อ อย่าหึงโหดนะพี่จ๋าา
    #188
    0
  14. #185 Geebam (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 00:58
    หึงก้อบอก
    #185
    0
  15. #143 mothergod (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 18:22

    วงวารพี่เขาาา
    #143
    0
  16. #78 PINKLAND (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 09:42
    พี่เขาหึงงงงงงง
    #78
    0