c o m p e n s a t e

ตอนที่ 1 : c o m p e n s a t e #01

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37,989
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,793 ครั้ง
    9 ต.ค. 61







          “ขอโทษนะคะ”

“ครับ?”

“โอ๊ะ ใช่จริง ๆ ด้วย!” แม้จะเป็นเสียงที่ไม่ดังมากนักแต่เมื่อตรงนั้นคือร้านหนังสือที่เงียบสงบ เสียงแผ่วเบาที่เก็บความยินดีไม่มิดจึงดังไปถึงคนที่กำลังส่งหนังสือขึ้นไปบนชั้นวางเหนือศีรษะ

          “คุณเซย่า” คนถูกทักแค่ยิ้มแล้วขานชื่อเป็นคำตอบสั้น ๆ

          “บีมาทำอะไรที่ร้านนี้ เดี๋ยวนะ แต่งตัวอย่างนี้แสดงว่าต้องทำงานแน่นอน พาร์ทไทม์เหรอ” เด็กหนุ่มที่มีผ้ากันเปื้อนสีน้ำเงินเข้มคาดทับเอวพยักหน้า “เฉพาะศุกร์กับเสาร์น่ะ เราไม่มีเรียนวันศุกร์วันเสาร์ก็ว่างเลยหาทำงานพิเศษทำเสียเลย”

          “ขยันอ่ะ เราอยากทำนะแต่ไม่ไหว แค่นี้ก็เรียนไม่ทันเพื่อนละ”

          “แล้วนี่คุณเซย่าอยากได้หนังสืออะไร ให้เราช่วยหาไหม”

          “เรามาส่งพี่ชายน่ะ เห็นว่าอยากได้หนังสืออ่านเล่น ลากเราเข้าร้านมาก็เอาแต่ดูหนังสือไม่สนใจน้องเลย นี่ แล้วเมื่อไหร่บีจะเลิกเรียกเราว่าคุณซะทีอ่ะ เราเป็นเพื่อนกันนะ พูดกับเราซะห่างเหินเชียว” บริภัทรเพียงยิ้ม ดวงตาเรียวมองไปทางที่อีกคนชี้ นอกจากชั้นวางหนังสือสูงเกือบเท่าศีรษะแล้วเขาก็ไม่เห็นคนที่เซย่าพาดพิงถึง ดวงตาใสย้ายกลับมายังเพื่อนใหม่...จะว่าใหม่ก็ไม่ถูกนัก

บริภัทรรู้จักเซย่าหรือชาลิสาตั้งแต่วันแรกที่เปิดเทอมตอนนี้เด็กปีหนึ่งก็ผ่านภาคเรียนแรกมาเกือบครึ่งทางแล้ว บริภัทรกับเซย่าก็คุ้นเคยกันตามประสาเพื่อนร่วมคณะที่ต้องเรียนวิชาพื้นฐานของปีหนึ่งร่วมกันและทำกิจกรรมร่วมกันหลายต่อหลายครั้ง แต่จะเรียกว่าสนิทก็คงไม่ใช่ คุณหนูเซย่านั้นมีกลุ่มเพื่อนสนิทที่จบมาจากโรงเรียนเดียวกัน ค่อนข้างเด่นและดังเพราะหน้าตาฐานะรวมถึงนิสัยใจคอที่เป็นมิตร ส่วนบริภัทรก็มีเพื่อนสนิทอยู่หนึ่งคนถ้วนชื่อภาคิน รู้จักกันมาตั้งแต่มอปลายปีหนึ่งจนกลายเป็นเฟรชชี่ก็ยังคบกันอยู่ บริภัทรรู้จักชาลิสาแต่ไม่ได้สนิทสนมจนถึงขั้นรู้ว่าอีกฝ่ายมีพี่น้องกี่คนแต่ที่อีกฝ่ายทักทายอย่างยินดีทันทีที่ได้เจอก็ทำให้เขารู้สึกชอบคุณหนูจากตระกูลดังมากขึ้น(ข่าวว่าดังนะ)

          “คุณเซย่าไม่อยากได้หนังสือสักเล่มเหรอ วันนี้มีหนังสือเข้าใหม่หลายเล่มเลยนะ”

          “เราไม่ค่อยอ่านหนังสือหรอกบี เห็นอย่างนี้เราขี้เกียจกว่าที่คิดนะ” พนักงานร้านหนังสือหัวเราะตาหยี

          “คุณเซย่าเรียนเก่งอยู่แล้วใช่ไหมล่ะ” 

          “โนววววว แค่พอเอาตัวรอดได้เหอะ ที่สอบติดก็เพราะป๋ากับแม่ทุ่มทุนจ้างครูมาสอนพิเศษให้ต่างหาก เฮ้ย เราชวนคุยนี่เจ้านายบีจะว่าอะไรหรือเปล่า”

          “ไม่ว่าหรอก เราทำงานเสร็จแล้ว เนี่ย อีกสิบนาทีก็หมดเวลางานแล้ว” เซย่ายกแขนขึ้นดูนาฬิกาบ้าง

          “ทำถึงห้าโมงทั้งศุกร์กับเสาร์เลยเหรอ”

          “อื้อ”

          “เซย่า”

เจ้าของเสียงที่ดังแทรกขึ้นเป็นชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับเด็กหนุ่มสาวทั้งคู่ บริภัทรถึงกับต้องเงยหน้าขึ้นเพราะความสูงของอีกฝ่าย เมื่อเห็นผู้มาใหม่เต็มตาบริภัทรก็เผลอกักลมหายใจไว้ในอก มือสองข้างที่สอดในกระเป๋าผ้ากันเปื้อนกำเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว หล่อโคตร    

          “ได้หนังสือแล้วหรือคะ” เซย่าหันไปถามคนมาใหม่ทั้งที่เห็นแล้วว่าอีกฝ่ายถือหนังสืออยู่ในมือสองเล่ม

          “ได้แล้ว ของเราล่ะได้หรือยัง” เสียงห้าวเอ่ยถาม เขาเห็นเซย่ายืนอยู่กับพนักงานเลยคิดว่าน้องสาวกำลังสอบถามเรื่องหนังสืออยู่แต่เซย่าสั่นหน้าดิก

          “เซย่าไม่ได้จะซื้อหนังสือ นี่เพื่อนที่คณะ บีเค้าทำงานพิเศษที่นี่” ในฐานะเพื่อนน้องสาวบริภัทรเลยเป็นฝ่ายทักทายก่อน เด็กหนุ่มมองเข้าไปในหน่วยตาคู่นั้นเพียงแวบ ยิ้มบางยามยกมือไหว้อย่างเรียบร้อย

“สวัสดีครับ”

          “สวัสดีครับ” เขาคนนั้นตอบรับอย่างสุภาพ ไม่ได้ถือตัวแต่ก็ไม่ได้เป็นกันเองอย่างน้องสาว

          “นี่พี่ชานนท์ พี่ชายเราเอง บีเรียกพี่ชานก็ได้” เซย่าเป็นน้องสาวที่เห่อพี่ชายน่าดู แนะนำอย่างเดียวไม่พอยังเอียงตัวมากระซิบถามบริภัทรอีกว่า “หล่อป่ะ ๆ” ที่ถามนั้นคงเพราะรู้คำตอบดีแล้ว พี่ชานของเซย่าตัวสูงใหญ่ ไหล่กว้าง แถมเครื่องหน้ายังเหมาะเจาะลงตัว บ้านนี้หน้าตาดีทั้งพี่ทั้งน้อง

“ไม่ซื้อของแล้วมากวนเพื่อนทำไม”

“ไม่ได้กวนสักหน่อย บีบอกว่ากำลังจะเลิกงานแล้ว”

“เพื่อนเค้าเกรงใจเราไง ไปได้แล้ว ถ้ามัวแต่เม้าท์พี่จะแคนเซิลโปรแกรมชอปปิ้งวันนี้นะ” คนเป็นน้องโอดอย่างไม่จริงจังนัก ใบหน้าน่ารักแบบฉบับลูกครึ่งเอเชียหันมาส่งยิ้มให้บริภัทรที่ยืนฟังเงียบ ๆ

“เราไปก่อนนะบี เดี๋ยวเสี่ยเปลี่ยนใจแล้วจะอดรองเท้าคู่ใหม่ เจอกันที่คณะนะ”

“อื้อ เจอกัน...สวัสดีครับ” คำสุดท้ายบริภัทรพูดพร้อมกับไหว้ลาคนแก่วัยกว่า เขาก็เอ่ยลาด้วยประโยคเดียวกันก่อนจะควงน้องสาวไปยังจุดชำระเงิน ระยะแค่ไม่กี่ก้าวนั้นสองพี่น้องดึงเอาความสนใจจากพนักงานและลูกค้าคนอื่น ๆ ไปได้อย่างเบ็ดเสร็จ แน่นอนว่ารวมถึงตัวบริภัทรด้วย

บริภัทรเคยคิดว่าเซย่าหน้าตาดีแต่พอมาเจอพี่ชาย คำว่าดีคงน้อยไป ใบหน้าเรียวได้รูปนั้นถูกแบ่งสัดส่วนอย่างพอเหมาะ หน้าผากกว้างพอดีรับกับไรผม คิ้วมังกรที่พาดยาวขนานกับดวงตาดำกว้าง ลูกแก้ววาวหวานซ่อนอยู่หลังแพขนตายาวตรง เขาหรี่ตาลงเล็กน้อยบริภัทรถึงได้เห็นชัดว่าขนตาดำยาวนั้นแทบจะหรุบลงมาปิดแก้ม รูปจมูกเขาคล้ายเซย่า สันโด่ง ฐานเล็ก มีรอยหยักตรงสันนิดหน่อย ปากสีแดงระเรื่อทั้งพี่ทั้งน้อง

          ถ้าแต่งบทชมโฉมด้วยพรรณนาโวหารคงได้ไม่ต่ำกว่าสองหน้าเอสี่

          สองหน้านี่แค่หน้าผากลงมาถึงสะบักไหล่นะ

          บริภัทรนึกอย่างขำ ๆ เด็กหนุ่มไม่คิดว่าตัวต้นแบบที่เพิ่งรับถุงหนังสือจากพนักงานแคชเชียร์จะหันมา พอเห็นว่าบริภัทรยิ้มอยู่เขาก็หรี่ตาลง คนแอบมองเกือบสะดุ้ง นึกไปแล้วว่าต้องทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจแน่ ๆ ด้วยระแวงในความผิดจึงรีบผละจากจุดที่ยืนอยู่เข้าไปช่วยเพื่อนร่วมงานห่อปกพลาสติกให้ลูกค้า เงยหน้าขึ้นอีกครั้งสองพี่น้องก็ไม่อยู่ในร้านแล้ว

 

 

          บรรยากาศใต้ตึกเรียนคณะศิลปศาสตร์คึกครื้นเป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะช่วงพักกลางวันหรือช่วงเย็นที่นักศึกษาว่างเว้นจากการเรียนจะยิ่งคึกครื้นหนัก เสียงพูดคุยดังจอแจทั่วทุกทิศ ทั้งนั่งคุยกันแบบปกติไปจนถึงตะโกนข้ามโต๊ะคุยกัน มันเป็นบรรยากาศที่ต้องเจอมาเกือบสี่เดือน บริภัทรบอกได้เต็มปากว่าชิน แต่วันนี้ มันหนักกว่าทุกวันหรือเปล่า?

          เขาเห็นเพื่อนที่พอคุ้นหน้าคุ้นตาจับมือกันวิ่งผ่านหน้าไปหลายกลุ่มแล้ว บริภัทรตั้งใจจะถามแต่ก็ไม่ทัน นึกกลัวอยู่ว่าจะมีเรื่องที่เกี่ยวกับการเรียนแล้วตัวเองจะพลาดไป

          “รอนานป่ะ โทษทีนะ”

          “เป็นไงมั่ง ไหวหรือเปล่า ไปหาหมอไหม” เจ้าของส่วนสูงเกินมาตรฐานผู้ชายในประเทศส่ายหน้า ลูบหน้าท้องพร้อมสีหน้าเซ็ง ๆ คนที่ทำให้บริภัทรรอคือภาคิน เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเขา

          “ไม่เป็นไร แต่เอาออกไปจนหมดพุงตอนนี้หิวแล้วว่ะ ไปกินข้าวกันเถอะ”

          “ชัวร์นะว่าไม่เป็นไร”

          “ชัวร์ป่ะ เดี๋ยวโรงอาหารคนแน่น” เดินพ้นตึกเรียนออกมาเลี้ยวซ้ายแล้วเดินผ่านตึกเรียนกับสนามหญ้าขนาดย่อมไปก็จะถึงโรงอาหาร ตอนที่ถึงหน้าโรงอาหารนั้นบริภัทรก็เจอเหตุการณ์ซ้ำเดิมกับเมื่อครู่นี้อีกแต่คราวนี้เขาไวพอที่จะโบกมือเรียกเพื่อนคนหนึ่งไว้ทัน

          “โทษนะ จะรีบไปไหนกันเหรอ?”

          “สนามบาส”

          “มีอะไร? แข่งเหรอ?” ไม่เห็นรู้เลย

          “ไม่ได้แข่งจริงจังหรอก แค่เล่น ๆ กันน่ะ ไม่มีเวลาอธิบายแล้ว อยากรู้ก็ไปดูนะจ๊ะ ไปละ” บริภัทรมองตากับภาคิน ฝ่ายหลังเอียงหัวไปทางหนึ่งก่อนจะไหวไหล่ “สนามบาสอยู่ติดกับโรงอาหารนี่เอง ไปดูหน่อยก็ไม่เสียเวลาเท่าไหร่หรอกมั้ง”

          “ไหนบอกว่าหิวมากไง”

          “เออน่า” แล้วก็เปลี่ยนเป้าหมายเลี้ยวซ้ายไปข้าง ๆ โรงอาหารแทน เห็นจำนวนประชากรนักศึกษาที่ยืนรอบสนามบาสของคณะแล้วบริภัทรก็เร่งฝีเท้าเข้าไปใกล้ อาศัยที่ตามหลังภาคินแทรกซ้ายขวาจนโผล่มายืนแถวหน้า เห็นผู้ชายกลุ่มหนึ่งกำลังแย่งลูกบอลกันกลางสนามท่ามกลางเสียงเชียร์ดังลั่นก็มุ่นคิ้ว

          “ก็เล่นบาสกันปกติไม่ใช่เหรอ”

          “ไม่ปกติไม่เลยสักนิด ดูนั่น...” ปลายนิ้วภาคินชี้ไปที่สนาม ผู้ชายคนหนึ่งเพิ่งกระโดดรับลูกบอลต่อจากเพื่อนในทีม แทบจะทันทีที่ใครคนนั้นถือครองบอลเสียงกรี๊ดก็ดังกระหึ่มขึ้นอีก บริภัทรจ้องตามกรอบร่างสูงโปร่งที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในเขตฝ่ายตรงข้ามแล้วก็ร้องเอ๊ะเบา ๆ

          คุ้นหน้าว่าจะใช่

          “ใครวะ อยู่คณะเราเหรอ ทำไมไม่เคยเห็น”

          “เหมือนจะเป็นพี่ชายคุณเซย่านะ” ภาคินเลิกคิ้วสูง

          “เซย่า? คุณหนูเซย่า ลูกครึ่งตัวขาว ๆ ผอม ๆ ปีเดียวกับเราน่ะนะ” บริภัทรพยักหน้า

“ไม่เคยรู้ว่าเซย่ามีพี่ชายหล่อคอหอยแตกขนาดนี้ นายไปรู้จักตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะ” เพราะรอบข้างกรี๊ดขึ้นมาอีกภาคินเลยเอียงหน้าเข้ามาพูดเกือบชิดหู บริภัทรตั้งใจฟังแต่ตายังมองไปที่สนาม ที่กรี๊ดกันเมื่อกี้ก็เพราะพี่ชายเซย่าเทคตัวชู้ตเก็บสามแต้มให้ทีมอย่างสวยงาม คนหล่อจากต่างคณะตีมือกับเพื่อนร่วมทีมก่อนจะถอยกลับไปยังแดนตัวเอง จะท่าวิ่งท่าเดินท่าเสยผมกระทั่งท่ายกแขนเสื้อขึ้นซับเหงื่อก็ดูดีไปหมด บริภัทรเผลอคิดไปถึงบทชมโฉมที่จะพรรณนาถึงคนตรงหน้าแล้วก็ยิ้มออกมาอีกครั้ง สงสัยจะยาวกว่าสองหน้าเอสี่จริง ๆ แล้วล่ะ

แล้วก็เหมือนฉากที่ถูกฉายซ้ำ บริภัทรมอง ๆ นึก ๆ อยู่ดวงตาคู่งามก็ตวัดมาพอดี ตามองตา ประสานกันอย่างจัง

“ไอ้บียังไม่ตอบฉันเลยว่าไปรู้จักได้ยังไง” โชคดีที่เพื่อนสนิทกระตุกแขนเรียก บริภัทรกะพริบตาซ้ำ ๆ เดินออกมาจากตรงนั้นราวกับพื้นดินที่ยืนอยู่มีไฟร้อนลุกลวกขึ้นมากะทันหัน “เฮ้ย เดี๋ยวดิไอ้ลูกหมา จะรีบไปไหนวะ เกมยังไม่จบเลย”

“เราหิวแล้ว ถ้าคินอยากดูก็ดูต่อเถอะ เราจะไปจองที่ให้ก่อน”

“อ้าวเฮ้ย มาด้วยกันก็ไปด้วยกันสิ ว่าแต่จะตอบได้หรือยังว่าไปรู้จักมักจี่กับคุณพี่สุดหล่อคนนั้นตอนไหน อย่างไร”

“ไม่ได้รู้จักหรอก เคยเจอที่ร้านครั้งหนึ่ง เค้าไปซื้อหนังสือกับคุณเซย่า”

“อ๋อ เห็นพี่น้องเค้าไปด้วยกัน” บริภัทรอือออในคอ มือที่ซุกอยู่หลังหนังสือวางทาบบนอกแล้วก็ผ่อนลมหายใจออกยาว ๆ เฮ้อ ไม่ดีเลย อาการประหลาดอะไรแบบนี้ก็ไม่รู้ ไอ้ลูกหมาของภาคินสะบัดหน้าแรง ๆ หวังให้อาการกังวลหลุดไปจากห้วงอารมณ์ ดวงตาเรียวเล็กมองหาที่นั่งก่อนจะเจอที่ว่างติดกระจกด้านหนึ่ง

“ตรงนั้นไหม ว่างอยู่” ภาคินมองตามแล้วก็ย่นคิ้ว

“โต๊ะยาว ไม่อยากแชร์กับคนอื่น”

“แต่มันจะไม่เหลือที่ว่างแล้วนะ ถ้าไม่เอาเดี๋ยวพวกที่สนามเลิกมาคนจะเยอะกว่านี้” สุดท้ายก็ต้องเลือกโต๊ะยาวเพราะถึงไม่อยากแชร์กับคนอื่นแต่ก็ไม่อยากไปขอต่อโต๊ะให้คนที่กินอยู่ลำบากใจเหมือนกัน บริภัทรอาสาเฝ้าโต๊ะให้เพื่อนสนิทเป็นคนไปซื้อข้าว ภาคินเดินเร็ว ๆ พุ่งไปหาร้านบะหมี่แล้วบริภัทรก็หยิบสมุดกับปากกาออกมาจากกระเป๋า เริ่มเขียนข้อมูลรายงานที่ต้องไปหาในห้องสมุดได้แค่ไม่กี่หัวข้อก็มีคนมาเคาะโต๊ะป๊อก ๆ

“ตรงนี้ว่างไหมคะ?” บริภัทรเงยหน้าขึ้น คุณเซย่า เพื่อนคุณเซย่าและพี่ชายคุณเซย่า อืมมมมมม นะ หน้าตามาทั้งกลุ่มอ่ะ

“ว่าไงจ๊ะ ตรงนี้มีว่างไหม ถ้ายังไม่มีใครนั่ง พวกเราขอแชร์ด้วยได้หรือเปล่า”

“มีแค่เรากับนายภาคินสองคน” บริภัทรเลือกตอบเท่าที่ตอบได้ จะบอกว่าภาคินไม่สะดวกร่วมโต๊ะกับคนอื่นก็คงไม่ดีเท่าไหร่

“งั้นเราอิ๊บตรงนี้นะ” แล้วก็หันไปบอกขบวนที่ตามมาว่า “ไม่ต้องหาที่นั่งเผื่อนะ เรากับพี่ชานจะนั่งโต๊ะนี้” มีเสียงประท้วงว่าอยากนั่งโต๊ะเดียวกับคนหล่อแต่เซย่าลอยหน้าลอยตาตอบว่าเสียใจ ใครจะว่ายังไงคนสวยก็ไม่สนใจ หันมากำกับพี่ชายอย่างไม่ติดขัด

“พี่ชานนั่งก่อน เดี๋ยวเซย่าไปซื้อน้ำมาให้ ดื่มอะไรดีคะ”

“น้ำเปล่าก็แล้วกัน ขอเย็นจัด ๆ เลยนะ”

“โอเค รอแพ้บบบบบ” เซย่าห่างไปพร้อมความสดใสร่าเริงอันเป็นลักษณะเด่นประจำตัว บางทีนะ บางทีคุณเซย่าน่าจะแบ่งนิสัยช่างพูดช่างคุยของตัวเองมาให้พี่ชายบ้าง โลกจะได้ไม่ถึงการน่าอึดอัดอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้

บริภัทรปิดสมุดก่อนจะค่อยเอี้ยวตัวสอดมันใส่กระเป๋าพร้อมปากกาคู่ใจแต่ไอ้มือไม่รักดีดันเกิดอาการอ่อนเปลี้ยเพลียแรงขึ้นมาอย่างกะทันหัน ปากกาสีดำร่วงจากมือ ไม่พอ ยังกลิ้งไปกองแทบรองเท้าผ้าใบของพี่ชายเซย่าอีกด้วย ไอ้เรื่องจะมุดลงไปใต้โต๊ะทั้งที่นั่งกันอยู่แค่สองคนก็ดูจะเสียมารยาทไปหน่อย บริภัทรจึงรอจังหวะที่เขาหันมาเพื่อจะบอกกล่าว แต่รอจนแล้วจนรอดยังไง พี่ชานนท์ก็ไม่ยอมหันมาสักที บริภัทรแอบมองหาตัวช่วยอย่างภาคินหรือคุณเซย่าที่อาจจะกลับมาจากซื้อข้าวก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาให้ชื่นใจ

“มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“ครับ?”

“เห็นทำท่าแปลก ๆ อึดอัดหรือเปล่า จะได้ให้เซย่าย้ายโต๊ะ”

“ไม่ ไม่ต้องครับ คือบี เอ่อ ผมทำปากกาตกแล้วมันกลิ้งไปทางนั้น จะขออนุญาตเก็บน่ะครับ” คิ้วเข้มได้รูปสวยย่นเข้าหากันก่อนเขาจะก้มลงมองแล้วโน้มตัวลงไป ยืดตัวขึ้นมาอีกครั้งมือใหญ่ก็ส่งปากกาให้บริภัทร คนตัวเล็กรับมาโดยไม่ลืมพึมพำขอบคุณ

“ครับ?” เห็นอีกฝ่ายยังมองนิ่งบริภัทรจึงขานเสียงถามออกไป ดวงตาวาววามหรี่ลงพอให้รุ่นพี่สองสามนางที่นั่งโต๊ะถัดไปส่งเสียงครางลอยมา

“หน้าตาฉันตลกมากเหรอ”

“ก็ ไม่นี่ครับ”

“แล้วทำไมนายต้อง...”

“น้ำเย็น ๆ มาแล้วค่าาา” พร้อมกับที่เซย่ากลับมา ภาคินก็ถือมื้อกลางวันกลับมาด้วย เพื่อนสนิทของบริภัทรมองสองพี่น้องกึ่งตะลึงกึ่งแปลกใจ ก่อนจะค่อยเดินผ่านหลังรุ่นพี่ตัวสูงเข้ามานั่งตรงข้ามบริภัทร

“นี่มันอะไรกันเจ้าบี?”

“ขอโทษนะ คุณเซย่ากับพี่ชายเค้าไม่มีที่นั่งน่ะ” บริภัทรกระซิบตอบบ้าง รู้ดีว่าเพื่อนสนิทไม่ค่อยชอบนั่งร่วมโต๊ะกับคนไม่สนิท

“ข้อนั้นเข้าใจ” ถึงจะไม่ชอบแชร์โต๊ะกับใครแต่ถ้าจำเป็นมันก็ต้องแบ่งปัน ที่ภาคินต้องถามเพราะอยากแน่ใจว่าผู้ชายที่วิ่งก็หล่อเดินก็หล่อกลางสนามบาสเมื่อกี้กำลังนั่ง(หล่อ)ร่วมโต๊ะกับพวกเขาแน่ใช่ไหม ไม่ใช่เพราะแสงข้างนอกมันจ้าจนตาพร่าหรือเขาอุปาทานไปเอง

“ได้คุยกันบ้างป่ะ”

“นิดหน่อย”

“โชคดีเป็นบ้า”

“ทำไม? อิจฉาเหรอคุณภาคิน?” บริภัทรยักคิ้วถาม

“เออดิ ตอนต่อแถวซื้อข้าวอยู่มีแต่คนพูดถึง เค้าว่าบ้านคุณเซย่ามีลูกสามคน คุณเซย่าเป็นคนเล็กส่วนคุณพี่ชานนท์เนี่ยเป็นคนกลาง ตอนนี้เรียนเศรษฐศาสตร์ปีสุดท้ายแล้ว ปกติพี่เค้าก็เตะบอลอยู่ที่ลานคณะเค้าโน่นแหละแต่วันนี้ได้ยินว่ามาหาเพื่อนเลยโดนลากลงสนามบาสให้ชะนีเก้งกวางแซบ พี่คริสกับพี่เลย์ปีสี่ไงเพื่อนเค้า”

“ถึงว่าไม่เคยเห็นที่นี่”

“นั่งโต๊ะเดียวกันถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องดี ๆ นะครับคุณบี นี่เก็บไปเล่าให้ลูกหลานฟังได้หลายรุ่นเลยนะเนี่ย” ซุบซิบแล้วก็ขำกันเองสองคน ปลายโต๊ะอีกด้านสองพี่น้องยังคุยกันเรื่อย ๆ ตรงหน้าชาลิสากับชานนท์มีน้ำเปล่าคนละขวด ไม่มีทีท่าว่าจะลุกไปซื้อข้าว บริภัทรกัดลูกชิ้นพลางลอบชำเลืองมองเสี้ยวหน้าหล่อ

มันคงเป็นโชคของนายบริภัทรจริง ๆ นั่นแหละ แอบมองแต่ละครั้งเจ้าตัวเค้าต้องจับได้ทุกครั้ง พี่เขาจะค่อนว่าเสียมารยาทหรือเปล่าก็ไม่รู้

“บีจ๋า วันเสาร์นี้บีว่างไหม?” หลังจากเก็บปากเก็บคำเก็บสายตาได้ครู่หนึ่ง เซย่าก็กระเถิบเข้ามาใกล้พร้อมประโยคข้างต้น บริภัทรลดตะเกียบลง คิดนิดเดียวก่อนตอบ

“วันเสาร์เราทำงานถึงห้าโมงเย็น คุณเซย่ามีอะไรหรือเปล่า”

“หลังห้าโมงก็จะว่างใช่ไหม”

“ก็ ถ้าไม่มีอะไรด่วนแทรกมานะ”

“งั้นเราจองหลังห้าโมงวันเสาร์นี้นะ”

“ฮะ?” เซย่ายิ้มกว้าง ดวงตาเรียวสวยวาดเป็นขีดโค้ง “วันเสาร์นี้เป็นวันเกิดเราน่ะ ที่บ้านจะจัดงานให้ บีกับภาคินไปนะ” ภาคินชะงักมือที่กำลังคีบเส้นบะหมี่ มองเพื่อนสนิทก่อนจะไหวไหล่ เขายังไงก็ได้

“อ่า จะดีเหรอ เราไม่รู้จักใครนอกจากคุณเซย่านะ”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง บีไม่เหงาแน่เพราะเพื่อนในคณะเราไปกันหลายคน ไปนะ เราอยากให้ไป ทั้งคู่เลย” คุณหนูเซย่ายิ้มหวาน ดวงตาเป็นประกายจริงใจเปิดเผย

“เราไม่แน่ใจ”

“แน่ะเมื่อกี้เพิ่งบอกเราว่าวันเสาร์เย็นบีว่าง”

“เราขอดูงานที่อาจารย์สั่งก่อนได้ไหม ถ้ามีไม่เยอะก็อาจจะไปได้ คุณเซย่าก็รู้ว่าเราต้องทำงานพิเศษ เรามีเวลาทำการบ้านน้อยกว่าคนอื่น” คุณหนูเซย่าถึงกับเบะปาก หน้าง้ำทันควัน

“บีเกลียดเราจริง ๆ ด้วย”

“เฮ้ย ไม่ใช่นะ! เกลียดอะไรกัน!

“งั้นทำไมถึงทำเหมือนไม่อยากสนิทกับเราตลอดเลย พออยู่นอกห้องเรียนก็ไม่ค่อยคุยกับเรา ชวนไปไหนก็ไม่เคยไป เนี่ย บอกอย่าเรียกคุณ อย่าเรียกคุณ ก็ไม่เคยฟัง เราทำอะไรให้บีไม่พอใจเหรอ”

“ไม่ใช่แบบนั้น คุณเซย่าไม่ได้ทำอะไรเลย เราแค่...” แค่รู้ว่าตัวเองควรอยู่ตรงไหนเท่านั้น ขนาดทุกวันนี้เพียงชาลิสาโฉบเข้ามาชวนเขาคุยยังมีบางคนในกลุ่มตีหน้าเบื่อใส่ลับหลัง จะให้ไปอยู่ในงานที่มีแต่คุณหนูคุณชายมากหน้าหลายตาเด็กภูธรอย่างบริภัทรได้โดนสายตาทิ่มแทงจนเลือดไหลหมดตัวแน่ เรื่องระดับชนชั้นสูงต่ำในสังคมน่ะยังเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของสังคมบ้านเรา จะกล่อมใจให้มองโลกแบบอุดมคติแค่ไหน คนรวยดูถูกคนจนคนเมืองดูถูกคนบ้านนอกก็ยังเห็นได้โดยทั่วไป

“ถ้าบีไม่ได้เกลียดเราบีต้องไปนะ ห้ามติดงาน ห้ามรับนัดอื่น ห้ามบอกว่าไม่อยากไป ไม่งั้นเราโกรธจริง ๆ ด้วย โกรธแพ็คคู่เลย”

“เอาแต่ใจเกินไปแล้วเซย่า” เสียงทุ้มปรามหลังจากนั่งฟังน้องสาวรบเร้าเพื่อนมาตั้งแต่ต้น มองก็รู้ว่าเด็กคนนั้นไม่อยากไปเซย่าก็ดึงดันบังคับให้ไปอยู่ได้ คนเขาไม่เต็มไปก็เห็นชัด ๆ อยู่

“ไม่รู้ล่ะ เซย่าจะงอนบีจนกว่าจะถึงวันเสาร์” คุณหนูเซย่ารวบรัดสรุปแล้วก็ควงแขนพี่ชายผละไป บริภัทรถึงกับหมดความอยาก วางตะเกียบแล้วยกน้ำขึ้นดื่มอึกใหญ่

“ยังไงดีครับคุณบี”

“ก็คงต้องไป” ภาคินกลอกตาขึ้นมองฟ้า

“แย่ละ”

“อะไร?”

“ชุดใส่ไปงานอ่ะดิ ดูลักษณะแล้วต้องจัดสูททักซิโด้เต็มยศไหมเนี่ย” บริภัทรหัวเราะ ปลอบว่ายังมีเวลาอีกหลายวันกว่าจะถึงวันงาน ถึงตอนนั้นลูกชายเจ้าของไร่ชาที่ใหญ่ที่สุดของภาคเหนืออย่างภาคินคงหาชุดใหม่ได้ทัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

#บริภัทร


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.793K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,868 ความคิดเห็น

  1. #4862 kumacotton (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มีนาคม 2564 / 11:38
    อ่านมุมคุณชานนท์ แล้วต้องย้อนมาอ่านน้องบีอีกรอบ มันช่างสุขใจจริงๆ
    #4,862
    0
  2. #4850 whatdatlay (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 / 17:21
    คิดถึงมมน้องบีมากเลยค่าพึ่งพรีหนังสือไปเกือบไม่ทันT__T
    #4,850
    0
  3. #4808 damnernkit (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มกราคม 2564 / 19:06
    กลับมาอ่านรอบที่สองแล้วค่าแงงงง
    #4,808
    0
  4. #4576 aunaunmtyj (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 22:34
    มองกันไปมาาาา
    #4,576
    0
  5. #4499 Nokyoong Exoplanet (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 02:35
    โอ๊ย อ่านแล้วยิ้มตามเลยค่าฟีลกุ้ด
    #4,499
    0
  6. #4360 amafueng (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 15:44
    น่ารักมากกกกก
    #4,360
    0
  7. #3404 Audaidaj (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 01:40
    แอบมองขนาดนี้ พี่เค้าไม่รู้ไม่ได้แล้วนะ
    #3,404
    0
  8. #3399 BD0412 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 12:08
    น้องบีชอบพี่เขาแล้วละสิ
    #3,399
    0
  9. #2846 9490seluhanhunhan。 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 00:17
    บีน่ารักๆ
    #2,846
    0
  10. #2332 MoojuM (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 10:30
    ตามมาจากทวิตตต
    #2,332
    0
  11. #2288 meanniezjina88 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 08:22
    น้องบี—————- พี่ชานน ดูเป็นความรักที่เรียบสงบอะ แบบฟิกฟิลกู้ดกับแสงแดดดอ่อนๆและดอกหญ้าโปรยเบาๆ ปกติไม่ชินอ่านฟิกชานแบคที่เปลี่ยนชื่อเป็นไทยเลย ปกติอ่านชื่อชานแบคๆๆตลอด นี่เป็นเรื่องหนึ่งในส่วนน้อยที่เราเข้ามาอ่านแล้วอ่านต่อได้ แต่ถ้าเป็นจอยคือไม่ค่อยอ่านชื่อที่เป็นชานแบค5555 อ่านชื่ออื่นเเล้วอินกว่า เอ้า สับสนไปหมด
    #2,288
    0
  12. #2138 chootikarn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 16:12
    พึ่งเข้ามาสนุกมากๆเลยค้า
    #2,138
    0
  13. #2107 midora (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 01:29
    เพิ่งมาตามค่าาา
    #2,107
    0
  14. #1570 pcy921 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:03
    น้องบีน่ารักจังเลยค่ะ
    #1,570
    0
  15. #609 :kpdtgv' (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 18:16
    กลับมาอ่านรอบสองแล้ว คิดถึง
    #609
    0
  16. #516 oAMilEo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 00:45
    พึ่งได้มาอ่าน จริงๆเห็นผ่านไทม์ไลน์มานานแล้ว คิดถึงภาษาเขียนของคุณจังเลยค่ะ เหมือนวันเก่าๆได้กลับคืนมา ไม่ได้อ่านฟิคชานแบคมานานมากๆ เกือบสามปีได้เลย ด้วยอะไรหลายๆอย่าง แต่เรื่องอดีตก็ปล่อยผ่านไปดีกว่าเนอะ ตอนนี้ก็กลับมาแล้ว มาพร้อมวันปีใหม่ด้วยค่ะ เริ่มอ่านกันตั้งแต่ต้นปีเลย อย่างไรก็แฮปปี้นิวเยียร์นะคะ มีความสุขมากๆนะคะคุณสาม
    #516
    0
  17. วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 16:59
    ชอบคุณภาคินจัง
    #512
    0
  18. #435 imavikur (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 10:02
    เอาละค่ะ พี่เขาอาจจะคิดหรือไม่คิดเราไม่รู้ แต่คนน้องก็แค่มองคนหล่อเฉยๆเด้ออออ
    #435
    0
  19. #430 mingdaya (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 06:55
    เพลงคนละชั้นขึ้นมาเลยค่ะ
    #430
    0
  20. #391 แจน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 10:21

    มีจุดเล็กๆที่ว่าคุณพี่เขาเหมือนจะสนใจน้องบีนะคะ น้องเขาแค่มองมั้งคะ แต่ก็อยากรู้แหละค่ะว่าในสายตาคุณพี่ชายแล้วน้องมองพี่แบบไหนเหรอคะ ไม่ใช่ว่าพี่สนใจน้องเขาเลยมองแบบนั้นเองหรอกน้า เรื่องชนชั้นนี่พูดยากอ่ะค่ะ เราว่าคุณเซย่าไม่ได้คิดอะไร และไม่รู้ว่าเพื่อนคิดอะไร แต่เราไปห้ามความคิดคนอื่นไม่ได้หรอกค่ะ น้องบีจะอึดอัดก็ไม่แปลก เฮ้อ ค่อยๆดูกันไปนะคะ

    #391
    0
  21. #265 Barrybay (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 00:13

    ตามมาแล้วววว
    #265
    0
  22. #239 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 23:48
    น้อมแบบก็เรานั้นมันคนละชั้นอ่ะ55555555
    #239
    0
  23. #173 cuttt (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 16:35
    อ่านในSF/OSจบแล้วกลับมาอ่านในนี้ต่อ
    #173
    0
  24. #162 PARKSELOR (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 17:32

    คุณชานนท์~ น่าสนุกค่ะ ตามมมมม
    #162
    0
  25. #131 ลายหมึก (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 19:42
    อ่านเพลินมากเลย ชอบ
    #131
    0