(SF) Lost in ChanBaek

ตอนที่ 9 : D A D D Y & H I S B (1/2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,543
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 614 ครั้ง
    22 ก.ค. 61






You used to call me 'Daddy' ????



บ้านใหญ่หลังนั้นตั้งตระหง่านบนเนินลูกเล็ก ๆ ตัวบ้านสีน้ำตาลอ่อนครึ่งหนึ่งซ่อนอยู่หลังแนวรั้วอิฐและเถากุหลาบ ส่วนที่พอให้คนผ่านไปมาได้มองชื่นชมคือหลังคาทรงสูงสีเทาเข้ม ความโอ่อ่าของอัครสถานบอกชัดถึงฐานะของผู้เป็นเจ้าของ ทว่าน้อยคนนักที่จะรู้ว่าบ้านหลังงามนั้นมีผู้อยู่อาศัยเพียงแค่สอง

“ฉันขอยืนยันอีกครั้งว่าฉันไม่เห็นด้วย” ปาร์คชานยอล หนุ่มใหญ่วัยต้นสี่สิบ เขาคือผู้บริหารโรงแรมระดับห้าดาวอันเป็นกิจการสืบทอดของตระกูล แน่นอนเขาเป็นผู้บริหารระดับสูง สูงไม่แพ้ความคาดหวังที่คณะกรรมการบริหารมอบให้ จุดเด่นที่สุดบนใบหน้าหล่อเหลานั้นคือดวงตาเด็ดเดี่ยวเช่นเดียวกันนิสัย

“ไม่เห็นด้วยอย่างที่สุด!” ชายหนุ่มถูกปลูกฝังให้เป็นผู้นำมาตั้งแต่จำความได้ เพื่อนร่วมงานไล่ลงไปถึงลูกน้องต่างรู้ดีว่าคำพูดของเขาถือเป็นประกาศิต แต่ตอนนี้อำนาจสิทธิ์ขาดของเขากำลังถูกท้าทายโดยไอ้เด็กที่ยังเรียนไม่จบเสียด้วยซ้ำ!

“ป๋า ผมไม่อยากได้คำตอบนั้นนะ”

“งั้นแกก็ไปเอาคำตอบที่แกถูกใจได้ที่อื่น ถ้าถามฉัน ฉันบอกได้เลยว่าฉันไม่มีทางอนุญาตแน่นอน เรื่องพันธะหมั้นหมายมันสำคัญมาก แกจะมาใช้อารมณ์วัยรุ่นกระทำอย่างเอาแต่ใจไม่ได้”

“ทำไมจะไม่ได้ ผมกับน้องรักกัน คนรักกันมันผิดตรงไหน ป๋าต่างหากที่เอาแต่ใจ ไม่ยอมฟังไม่ยอมเข้าใจแล้วก็ตัดสินพวกเราอย่างไม่ยุติธรรม”

“ปาร์คชานเลี่ย! ฉันเป็นพ่อแกนะ” ใช่ ปาร์คชานเลี่ย ลูกชายวัยยี่สิบที่ป่วนประสาทเขามาตลอดหนึ่งสัปดาห์ด้วยเรื่องเหลวไหลไร้สาระอย่างที่สุด “แกเพิ่งเรียนปีสอง เรียนยังไม่จบ ปริญญาไม่มีสักใบ อย่าว่าแต่แฟนรุ่นน้องเลย ตัวแกเองเลี้ยงตัวเองยังไม่รอด”

“ผมมีเงินเดือนแล้ว!

“เงินเดือนที่ได้จากการไปล้างจานในโรงแรมแค่ไม่กี่วอนแกจะเอาไปทำอะไรได้”

“ถ้าเห็นว่ามันน้อยป๋าก็ขึ้นเงินเดือนให้ผมสิ”

“ลูกหัวดื้อ ฉันจะไม่เถียงกับแกแล้ว ไม่ก็คือไม่ วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่ฉันต้องทนฟังความต้องการอันไร้สาระของแก อยากคบใครก็คบไปแต่อย่าให้ฉันได้ยินเรื่องแกจะหมั้นกับเด็กนั่นอีก”

“ป๋า...” ถ้าถามว่าความดื้อรั้นของไอ้ลูกคนนี้มันได้มาจากใคร ชานยอลขอออกตัวเลยว่าไม่ใช่เขา อย่างแน่นอน นิสัยใจร้อน วู่วาม หุนหันพลันแล่น จะทำอะไรก็ใช้อารมณ์นำไปก่อนอย่างนั้น ชานยอลไม่เคยกระทำ ไอ้นิสัยอ่อนไหวง่ายก็ยิ่งไม่ใช่ “ผมรักป๋า ผมถึงบอกทุกเรื่องกับป๋า เพราะว่าเรามีกันแค่สองคน ไม่ว่าผมจะทุกข์จะมีความสุขผมก็อยากให้ป๋ารับรู้ไปด้วยกัน แต่ป๋า ป๋ากลับไม่สนใจความสุขของผมเลย ป๋าบังคับให้ผมทิ้งมัน ทั้งที่ป๋าก็รู้ดีว่าผมต้องเจ็บปวดแค่ไหน”

“..........”

“ผมไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจเลยว่าป๋าทำได้ยังไง” หนุ่มใหญ่ถอนลมหายใจออก มือหนาวางแก้วกาแฟลงก่อนจะพับหนังสือพิมพ์หัวธุรกิจโยนไปด้านหนึ่ง

“อย่าละครชานเลี่ย ฉันไม่หลงกล แล้วเราก็ไม่ได้เหลือกันแค่สองคน ปู่ย่าตายายแกยังอยู่ครบ แม่แกก็อยู่สุขสบายกับสามีเขาที่ฝรั่งเศส บ้านเรายังไม่มีใครตายและแกก็ไม่ใช่เด็กกำพร้าขาดความอบอุ่น เข้าใจนะ”

“โธ่ ป๋าาา!” ร่างสูงเพรียวทำตัวอ่อนเข้ามาคุกเข่าข้างเก้าอี้พร้อมเกาะเข่าผู้เป็นพ่อไว้มั่น

“อย่าเกะกะ ฉันจะไปทำงานแล้ว”

“ป๋า ผมรักน้องจริง ๆ นะ ถ้าป๋ายอมให้พวกเราหมั้นกัน ผมสัญญาว่าจะตั้งใจเรียน จะเอาให้ได้เกียรตินิยมแล้วต่อโทให้ป๋าอีกใบก็ยังได้ เรียนจบแล้วผมก็จะตั้งใจทำงาน นะครับ ให้ผมหมั้นกับน้องเถอะนะ ผม...ผมยอมร่างหนังสือสัญญาเลยก็ได้!” คิ้วหนาของผู้เป็นพ่อเลิกขึ้นนิด ๆ ถึงกับยอมให้มีเอกสารมัดตัวเลยหรือไอ้หนู

“จริงจังขนาดนั้นเชียว?”

“จริงจังมาก”

“แค่เหตุผลเพราะว่าเด็กนั่นน่ารักมาก นิสัยดีมาก และแกกลัวหมาคาบไปแดกเท่านั้นน่ะนะ”

“เท่านั้นก็เพียงพอแล้วป๋า ป๋าไม่รู้หรอกว่าสังคมมหาวิทยาลัยสมัยนี้มันน่ากลัวแค่ไหน แย่งได้มันแย่ง อย่างน้อยถ้ามีสถานะคู่หมั้นกันไว้น้องก็จะปลอดภัย ผมก็สบายใจได้หลายส่วน ทีนี้จะได้ตั้งใจเรียนรู้งานโรงแรมแล้วก็ตั้งใจเรียนหนังสืออย่างเต็มที่ไงครับ” ข้ออ้างเดิม ๆ เหมือนที่ไอ้ตัวร้ายมันพล่ามทั้งเช้าเย็นมาเกือบสิบวัน ปาร์คชานยอลผ่อนลมผ่านริมฝีปาก สีหน้าผู้บริหารหนุ่มใหญ่นั้นทั้งเหนื่อยหน่ายทั้งอ่อนใจแต่ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างไอ้ลูกหัวดื้อมันก็ไม่ยอมหยุดสร้างความรำคาญให้เขาแน่

“แล้วพ่อแม่ทางนั้นเค้าว่ายังไงบ้าง?”

“พ่อแม่น้องเสียไปแล้ว น้องอยู่กับน้าสองคนครับ”

“ทำมาหากินอะไร?”

“ครูสอนร้องเพลงครับ” พวกสายศิลปินอีกต่างหาก ท่านรองประธานฯ ปาร์คพยายามอย่างเหลือเกินที่จะไม่กลอกตาให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเห็น เขาให้อิสระกับปาร์คชานเลี่ยมากเกินไปสินะ มันถึงได้โตมาแหกคอกไปเสียไกลลิบอย่างที่เห็น ตัวเองเป็นถึงผู้สืบทอดอาณาจักรโรงแรมชั้นนำ เรื่องคู่ครองมันก็ต้องคัดสรรกันพอประมาณ ไม่ต้องถึงขั้นวิเศษเลิศเลอแต่อย่างน้อยก็ควรเกื้อหนุนกันได้ในทางใดทางหนึ่ง ไม่ใช่ปุบปับจะหมั้นหมายรุ่นน้องที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่ถึงเทอม ในฐานะพ่อและผู้ชายที่อาบน้ำมาก่อนถึงยี่สิบปีเขาคงต้องจัดการอะไรสักอย่าง

 

“งานเลี้ยงหรือ?”

“ฮะ งานเลี้ยงของบริษัท พี่ชานเลี่ยบอกว่าคุณป๋าให้มาชวนพวกเราไปด้วย”

“พวกเรา? เราไม่เคยเจอผู้ใหญ่ทางนั้นเลยไม่ใช่หรือ ทำไมจู่ ๆ ถึงชวนไปร่วมงานด้วย” แค่เจ้าบีคนเดียวก็ว่าแปลกแล้ว นี่ให้ชวนไปทั้งคู่?

“พี่ชานเลี่ยบอกว่าจะพาบีไปแนะนำกับครอบครัวอย่างเป็นทางการในงานนี้ ทางคุณป๋าก็เห็นด้วย บอกว่าเป็นโอกาสดีที่ทั้งสองบ้านจะได้เจอกันฮะ”

“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง แล้วงานจะจัดเมื่อไหร่?”

“วันศุกร์ที่จะถึงนี้ฮะ”

“ดีเลย วันศุกร์น้าไม่มีสอน คงไปเป็นเพื่อนบีได้”

“จริงหรือฮะ! ดีจัง ถ้าพี่ชานเลี่ยรู้ว่าน้าไปได้ต้องดีใจมากแน่ ๆ” คนเป็นน้ายิ้มบาง มือสองข้างกอดตอบหลานชาย ฟังเสียงใสเล่าเจื้อยแจ้วขณะที่สองตาเต็มไปด้วยความสงสัยคละเคล้าความกังวล

พ่อของปาร์คชานเลี่ยตั้งใจจะทำอะไรกันแน่

งานเลี้ยงของโรงแรมระดับนั้นย่อมต้องไม่ใช่ธรรมดา คนสำคัญในแวดวงการโรงแรมและการท่องเที่ยว เซเลปดารา นักการเมือง นักข่าว ได้รับเชิญมานั่นเป็นเรื่องปกติ แต่ให้มาชวนคนนอกที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียแถมยังเป็นเด็กนักศึกษาไปร่วมงานด้วยนี่แหละที่ไม่ปกติ ถึงเจ้าบีจะคบหากับทายาทคนเดียวของตระกูลปาร์คแต่ก็เป็นแค่ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กสองคน ผู้ใหญ่ฝ่ายนั้นยังไม่น่าจะมองเป็นเรื่องจริงจังถึงขั้นต้องให้ความสำคัญ ก่อนนั้นยังไม่เคยสนใจจะพบหน้าด้วยซ้ำ

แบคฮยอนลูบกลุ่มผมนุ่มที่เกลือกไปมาในอก

ความสงสัยยังล้นอยู่เต็มอกแต่อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ขอแค่อย่าให้มีใครมาทำให้หลานเขาเสียใจ เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว แบคฮยอนก็จะไม่ยอมอยู่เฉยเหมือนกัน!

เวลาแค่สามวันก่อนถึงกำหนดงานเลี้ยงไม่ได้นานพอจะตระเตรียมอะไรได้เลย ถ้าเขาไม่คุ้นกับงานเลี้ยงหรือถ้าเจ้าบีไม่มีสูทสำรองไว้ในตู้สองน้าหลานก็คงวุ่นวายหาเสื้อผ้าไปงานกันน่าดู คืนนี้แบคฮยอนเลือกสูทสีเทาเข้มตัดด้วยลายทางเส้นเล็กสีอ่อนกว่าหนึ่งระดับ เสริมให้เก๋ด้วยลูกไม้สีดำเส้นเล็กตรงขอบปกและปลายแขน แม้จะทำงานเบื้องหลังแต่งานของเขาก็นับว่าคลุกคลีอยู่ในวงการบันเทิง เรื่องแฟชั่นตั้งแต่เสื้อผ้าจนถึงเครื่องประดับตั้งแต่หัวจรดเท้าแบคฮยอนไม่เคยปล่อยให้ตัวเองพลาดและแน่นอนว่าเขาดูแลเผื่อไปถึงเจ้าลูกหมาแบคบีด้วย เจ้าของดวงตาเรียวเล็กสำรวจหลานชายที่วันนี้ดูโตขึ้นอีกนิดภายใต้การส่งเสริมของสูทเนื้อดีสีดำสนิทที่ตัดเย็บอย่างประณีตบรรจงสมราคา แบคบีเหมาะกับสีขาวแต่น่าเสียดายที่สูทตัวเก่งไม่ได้อยู่ในตู้เสื้อผ้าที่บ้านคนเป็นน้า

“ลงไปกันเถอะ”

“ตื่นเต้นจังเลยฮะน้าแบค”

“ทำตัวตามสบาย เดินตัวตรงแล้วเชิดหน้าเข้าไว้ อ่ะ ไหนยิ้มให้น้าหน่อยซิ!” เจ้าตัวจ้อยว่าง่ายเสมอ พอบอกให้ยิ้มก็ฉีกยิ้มจนตาเหลือแค่ขีดเดียว แบคฮยอนหัวเราะพอใจ ตรวจเช็คข้าวของแล้วก็พากันเดินเข้าไปข้างใน งานจัดที่ห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมในเครือตระกูลปาร์คสาขาคังนัม สอบถามพนักงานประชาสัมพันธ์เพียงไม่กี่คำก็ทราบว่าต้องขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้นสิบห้า ยิ่งตัวเลขสีแดงเพิ่มจำนวนแบคฮยอนก็ยิ่งเก็บคำเงียบ ท้ายที่สุดบานประตูสีทองก็เปิดออก

หรูหรา โอ่อ่า อลังการ

ก็มั่งคั่งสมกับที่เจ้าของเขาภูมิใจ

 

“รักษากริยาหน่อยปาร์คชานเลี่ย”

“ผมก็ไม่ได้ลุกขึ้นเต้นซะหน่อย”

“ลองสิ ฉันจะได้ให้รปภ. หิ้วแกไปทิ้งหน้าโรงแรม เลิกชะเง้อคอไปทางประตูแล้วก็มายืนดี ๆ ถ้าไม่อย่างนั้นก็ไปเทคแคร์ท่านรัฐมนตรีซะ” ปิดท้ายด้วยประโยคคำสั่งที่ทำให้ชานเลี่ยต้องเบนหน้าเข้าหาเงามืดแล้วกลอกตาอย่างเหนื่อยหน่าย “รัฐมนตรีที่ควงภริยามางานพร้อมลูกสาวอีกสองโดนรุมล้อมด้วยนักข่าวไม่ต่ำกว่าสิบ มีช่องอากาศตรงไหนให้แทรกเข้าไปหรือครับท่าน”

“คุณปู่คุณย่าล่ะ?”

“อยู่ที่โต๊ะ VERY VIP ครับ โอ๊ะ น้องมาแล้ว” เพราะจดจำทุกอย่างของแบคบีได้ขึ้นใจ เพียงแค่เห็นกรอบร่างเล็กบางเดินเข้ามาพร้อมพนักงานที่คอยนำทางอยู่หน้าทางเข้าชานเลี่ยก็ฉีกยิ้มกว้างอย่างไม่เก็บกลั้น ขายาวก้าวเร็ว ตรงไปรับพร้อมแตะแผ่นหลังเล็กเกือบ ๆ จะประคองมาทางที่ผู้เป็นพ่อยืนต้อนรับแขกอยู่

“ป๋า นี่น้องบี แบคบี รุ่นน้องที่มหาวิทยาลัย น้องบี นี่คุณป๋าของพี่ครับ” เด็กตัวขาวโค้งตัวพร้อมค้อมศีรษะลงต่ำอย่างนุ่มนวล รอยยิ้มเปิดเผยอย่างนี้ รูปตาวาดโค้ง...อย่างนี้ ช่างคุ้นตาอย่างประหลาด เขาเคยเห็นที่ไหนนะ คลับคล้ายคลับคลาเหลือเกิน

“ยินดีที่ได้พบฮะคุณป๋าของพี่ชานเลี่ย ขอบคุณที่ชวนบีกับน้ามางานนี้นะฮะ โรงแรมสวยมากแล้วพี่พนักงานก็ใจดีมากเลยฮะ”

“ขอบใจ ตามสบายนะ ขาดเหลืออะไรก็บอกชานเลี่ย”

“ขอบคุณฮะ”

“แล้วนี่มาคนเดียวหรือ?” ก็ตั้งใจให้ชานเลี่ยชวนมาทั้งบ้าน เวลาได้เห็นอะไรก็จะได้เห็นทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ จะรู้ก็ให้รู้ในคราวเดียว ไม่ต้องเสียเวลาจัดการซ้ำสองซ้ำสาม

“เออใช่ แล้วน้าแบคล่ะครับบี ไหนบอกน้าแบคจะมาด้วย”

“อ่า น้าแบค...เหมือนจะเจอคนรู้จัก...อ๊ะ มานั่นแล้วฮะ” ตอนที่ลูกชายเอ่ยถึงคนที่เขาไม่เคยเห็นหน้าแล้วซ้ำด้วยเสียงเล็กของเด็กตัวขาว ใครคนหนึ่งก็เดินเลี่ยงออกมาจากกลุ่มพอดี

ปาร์คชานยอลยกเครื่องดื่มขึ้นจิบก่อนจะลดแก้วลงถือไว้ด้วยท่วงท่าสง่างามที่อาศัยประสบการณ์นานปีเคี่ยวกรำ ใบหน้าเรียบเฉย ดวงตาดำลึก ริมฝีปากเหยียดออกคล้ายจะยิ้มแต่ก็ไม่ใช่อีกเช่นกัน ชานยอลไม่ได้ให้ราคาสองน้าหลานคู่นี้เท่าไหร่แต่ก็ไม่ถึงกับรังเกียจเดียดฉันท์ เด็กแบคบีก็น่าเอ็นดูพอใช้ได้ พูดจาดี กริยามารยาทเรียบร้อย ตั้งแต่เข้างานมาก็ไม่มีท่าทีตื่นคนเลยสักนิด ถ้าไม่ติดว่าลูกชายเขามันเครซี่อีกฝ่ายมากเกินไปชานยอลก็คงปล่อยผ่านให้คบกันไปเรื่อย ๆ ได้ แต่บังเอิญว่ามันไม่ใช่ เรื่องเลยต้องจริงจังมาอีกขั้น...หลายขั้นเลยล่ะ ถึงอย่างนั้น ชานยอลก็คิดว่าเขาสามารถจัดการได้ไม่ยาก

ไม่ยาก จนได้เห็นหน้าคุณน้าของเด็กแบคบีเต็มตา

“ป๋า นี่น้าแบค น้าของน้องบีครับ” ชานเลี่ยแนะนำอย่างรู้งาน เด็กหนุ่มยิ้มเก่ง แม้แต่ตอนที่เห็นผู้เป็นพ่อทำหน้าเครียดจ้องน้าแบคชานเลี่ยก็ยังสติลยิ้มหว่านเหมือนไม่รู้สึกถึงบรรยากาศตึงเครียดตรงหน้า

“บยอนแบคฮยอนครับ ยินดีที่ได้พบ คุณปาร์คชานยอล”

“.......”

“ป๋า” ขยับเข้าแอบสะกิดหลังแขนผู้เป็นพ่อแล้วก็ถอยไปยืนประกบน้องตัวเล็กเหมือนเดิม สองตาก็มองพ่อตัวเองยื่นมือออกไปจับทักทายกับน้าแบค โชคดีที่คุณน้าคนเก่งไม่คิดมาก

“ขอบคุณที่ให้โอกาสพวกเรามาร่วมงานนะครับ งานจัดดีมาก บรรยากาศหรูหรา สถานที่สวย สมศักดิ์ศรีโรงแรมชั้นนำของประเทศ”

“โห น้าแบคชมซะจนป๋าไม่กล้ารับเลยครับ”

“น้าพูดจริง ๆ นี่เหลือยังไม่ได้ชิมอาหาร ไม่อย่างนั้นคงชมได้มากกว่านี้”

“งั้นเดี๋ยวผมพาน้าแบคไปนั่งที่โต๊ะดีกว่า จะได้ชวนน้องบีไปตักอาหารมาให้น้าแบคลองชิม ก่อนอื่นเลยต้องลองซาชิมิ ครัวเย็นของเราขึ้นชื่อมาก น้าแบคต้องชอบแน่ ๆ ครับ”

“อยากให้น้าชอบคนเดียวหรือ? แล้วเจ้าบีล่ะ?” ชานเลี่ยยิ้มเขิน เด็กหนุ่มเป็นคนเปิดเผยและไม่เคยเก็บซ่อนความรู้สึก นิสัยนี้ต่างกับผู้เป็นบิดาราวกับเหรียญคนละด้าน จนถึงตอนนี้ใบหน้าปาร์คชานยอลก็ไม่ปรากฏอารมณ์ความรู้สึกใดนอกจากแววเพ่งพินิจในหน่วยตาที่รุนแรงมากขึ้น

“ผมพาน้าแบคกับน้องบีไปที่โต๊ะนะป๋า” นักธุรกิจหนุ่มใหญ่ไม่ตอบคำ เขาเพียงพยักหน้าให้ลูกชายหนึ่งครั้ง จากนั้นก็หันไปรับการทักทายจากแขกกลุ่มใหม่พร้อมรอยยิ้มปั้นแต่งที่ถูกฝึกมาจนเชี่ยวชาญ

 

ปาร์คชานยอลเอ่ยลารัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวตอนเกือบสามทุ่ม บางทีอาจจะเร็วกว่านั้นหากลูกสาวคนโตของท่านไม่อ้อยอิ่งล่ำลาจนทุกอย่างยื้ดเยื้อไปเสียหมด ชายหนุ่มนั้นหมายใจว่าหนึ่งในสองสาวไม่คนใดคนหนึ่งจะดึงดูดความสนใจของชานเลี่ยได้บ้างแต่กลับไม่เป็นอย่างที่หวัง นอกจากไม่สนลูกชายเขาแล้วยังทำท่าเหมือนจะมีไมตรีกับพ่อม่ายอย่างเขาไปเสียอีก เด็กสมัยนี้

กระนั้นปาร์คชานยอลก็ไม่ได้เก็บความผิดหวังมาเป็นอารมณ์เท่าใดนัก ดวงตาคมหวานแฝงประกายเด็ดเดี่ยวมองไปทางด้านซ้ายของเวทีกลางห้อง แบคบีนั่งที่โต๊ะมีลูกชายคนเดียวของเขาเฝ้าประกบ ท่าทีเอาอกเอาใจประคบประหงมบอกชัดถึงความหลงใหลที่ชานเลี่ยมีให้เด็กคนนั้น ตลอดเวลาสองชั่วโมงชานเลี่ยไม่ยอมอยู่ห่างรุ่นน้องตัวเล็กหากไม่มีจำเป็น ขนาดเขาออกคำสั่งให้พาลูกสาวท่านรัฐมนตรีออกไปเต้นรำมันยังผ่าไปควงคุณย่ามาเต้นเสียสามเพลงติดแล้วก็กลับมานั่งโต๊ะหน้าตาเฉย มันทำเหมือนกำลังอยู่ในดงโจรที่ต้องระแวงว่าแฟนจะโดนทำร้ายหรือฉุดหายเข้าป่าไป

พ้นหลังชานเลี่ยก็ใช่ว่าจะทางสะดวก

เมื่อใดก็ตามที่เขาจับจ้องไปที่เด็กแบคบีชานยอลก็จะรู้สึกได้ถึงสายตาอีกคู่ที่มองตรงมาทางเขา อย่างจงใจให้รู้ ไม่มีคำพูด ระยะห่างระหว่างเรานั้นไกลเกินกว่าจะเจรจา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะสื่อสารกันไม่ได้ ดวงตาคู่เรียวบอกชัดถึงการตักเตือน ท้าทาย รู้เท่าทัน มั่นใจเลยว่าหากเขาลงมือบยอนแบคฮยอนก็พร้อมจะพุ่งเข้าขวางโดยไม่เกรงหน้าไหนทั้งสิ้น ที่เด็กแบคบียังนั่งยิ้มอยู่ได้ก็เพราะบารมีของคนเป็นน้าล้วน ๆ

ชานยอลวางแก้วแชมเปญลงบนถาดในมือบริกร ขายาวก้าวกลับเข้าไปในห้องจัดเลี้ยง พอเขาหยุดยืนข้างโต๊ะของเป้าหมายอีกร่างที่เล็กกว่ามากก็ผละจากกลุ่มคนรู้จักมาเช่นกัน

“เป็นยังไงบ้าง งานสนุกไหม?”

“สนุกฮะ” บีตอบอย่างสุภาพ คุณป๋าชานยอลนั้นเป็นต้นแบบหน้าตาพี่ชานเลี่ยก็จริงแต่ยิ้มไม่เก่งเหมือนพี่ชานเลี่ยแล้วก็ยังดูดุกว่าหลายเท่า

“งานใหญ่ มีแต่คนไม่รู้จัก ไม่รู้สึกอึดอัดอะไรใช่ไหม”

“ไม่ฮะ ดูคนเต้นรำก็เพลินดี อ้อ เมื่อตอนที่คุณลุงขึ้นพูดบนเวทีเยี่ยมไปเลยนะฮะ บีฟังแล้วขนลุกไปหมด อิจฉาพี่ชานเลี่ยมีคุณป๋าเก่ง” เสียงใสคุยจ้อ ใบหน้าอ่อนเยาว์มีรอยยิ้มประดับ คนที่ตั้งใจจะเข้าเรื่องซีเรียสก็พลันเกิดอาการพูดยากขึ้นมาแบบมีสาเหตุ

“ขอบใจที่ชม ถ้าเจ้าชานเลี่ยไม่ออกนอกลู่นอกทางอีกหน่อยเขาก็ต้องขึ้นไปพูดบนนั้นแทนฉัน เธอคิดว่ายังไงล่ะ?”

“พี่ชานเลี่ยไม่เกเรหรอก...ใช่ไหมฮะ?” ชานเลี่ยแทบจะลุกขึ้นยืนตัวตรงรับคำ

“ครับผม!

“เกเรแค่บางโอกาสหรือแค่ชั่วครู่ชั่วยามนั่นพออนุโลมได้ แต่ไม่ควรดื้อดึงเอาแต่ใจ ทำให้ญาติผู้ใหญ่เดือดร้อนใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในเรื่องไม่สมควร”

“ป๋า!

“ฉันพูดถูกต้องไหมหนู?” เสียงทุ้มทรงอำนาจเน้นถาม คราวนั้นบียืดตัวตรง ตามองตอบและมีรอยยิ้มจาง ๆ บนใบหน้า

“ไม่ถูกครับ”

“.......”

เจ้าของเสียงที่ตอบไม่ใช่แบคบีแต่เป็นคุณน้าที่ก้าวมาหยุดข้างท่านรองฯ ปาร์ค ส่วนสูงที่แทบจะข่มกันมิดไม่ใช่ข้อได้เปรียบเสียเปรียบเพราะไม่มีใครเกรงกลัวใคร...คิดว่านะ “ไม่ถูกตั้งแต่ปรึกษาเรื่องการเลี้ยงลูกกับเด็กแล้ว ถ้าอยากรู้จริง ๆ ทำไมไม่ลองถามคนรุ่นราวคราวเดียวกันล่ะ”

“เพราะผมไม่แน่ใจว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกันที่คุณว่าจะเลี้ยงลูกหลานได้ดีจริงหรือเปล่าน่ะ พอไม่มั่นใจก็เลยไม่อยากสนใจ” คุณน้าตัวเล็กวาดยิ้มทั้งปากทั้งตา

“ดีครับ ไม่สนใจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดแล้ว”

“เอ่อ น้าแบคอยากดื่มอะไรสักหน่อยไหมครับ เมื่อกี้เห็นคุยกับเพื่อนท่าทางสนุก เผื่อจะกระหายน้ำ”

“ขอบใจชานเลี่ยแต่น้าไม่หิวครับ น้องบี นี่ก็สามทุ่มกว่าแล้ว เราลาเจ้าภาพกลับบ้านกันดีไหม” บีน้อยลุกจากที่นั่งโดยปราศจากความลังเล เด็กหนุ่มส่งยิ้มให้รุ่นพี่ตัวสูง แต่เพราะบรรยากาศแปลก ๆ ระหว่างผู้ใหญ่ทั้งสองรอยยิ้มนั้นจึงจืดเจื่อนไม่สดใสดังทุกที แน่นอนว่าปาร์คชานเลี่ยตวัดตาคาดโทษผู้เป็นพ่อทันทีเหมือนกัน

“จะกลับกันยังไงล่ะ ให้รถทางโรงแรมไปส่งไหม?”

“ขอบคุณครับแต่ผมขับรถมา”

“ขับรถกลับได้หรือ คุณดื่มไปหลายแก้ว ถ้ายังไง...”

“ลาครับ”

“ราตรีสวัสดิ์ฮะคุณลุง ขอบคุณที่เชิญน้าแบคกับบีมานะฮะ งานเลี้ยงสนุกมาก” และสองน้าหลานก็เดินผ่านหน้าพ่อลูกตระกูลปาร์คไปอย่างไร้ซึ่งความอาวรณ์อาลัย ผิดกับฝ่ายที่ถูกตัดรอนลา น้าแบคลาเจ้าภาพสั้นแสนสั้นยังไงแต่ก็ยังดีกว่าน้องบีที่ไม่ลาพี่ชานเลี่ยแม้สักครึ่งคำ

“ป๋า!

 

งานเลี้ยงจัดคืนวันศุกร์ วันถัดมาคือวันเสาร์ต่อด้วยวันอาทิตย์ วันหยุดสองวันติดกัน ปาร์คชานเลี่ยได้แต่โมโหปึงปังอยู่ในอาณาเขตบ้านหลังใหญ่เพราะพอไม่มีเรียนน้องก็คงไม่ไปมหาวิทยาลัย โทรไปหาก็คุยแค่คำสองคำ บอกว่าที่บ้านกำลังยุ่ง ๆ เจ้าของบ้านออกตัวมาอย่างนี้จะไปหาถึงถิ่นก็ดูหน้าด้านเกินไป กลัวคนน่ารักจะรำคาญให้อีกกระทง ร้อนใจก็สุดร้อน พอทำอะไรไม่ได้ก็พาลออกอาการกับต้นเหตุสำคัญ เขาประท้วงด้วยการไม่กินข้าวเช้า กลางวันและเย็น...กับคนเป็นพ่อ ไม่ดูบอลรอบดึกนัดสำคัญด้วยและไม่พูดด้วยเกินจำเป็น บิดาบังเกิดเกล้าตีหน้าระอาใส่เสียหนึ่งวันหนึ่งคืน พอช่วงสายวันอาทิตย์ร่างสูงใหญ่ของผู้บริหารโรงแรมชั้นนำก็เดินลงมาจากชั้นสองพร้อมกล่องอะไรสักอย่างในอ้อมแขนและชุดหล่อราวกับเคาะนายแบบออกมาจากนิตยสาร ถ้าไม่บอกใครจะรู้ว่าอายุสี่สิบสองแถมยังมีลูกชายเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว

“ไป”

“ไปไหน?”

“ก็แกอยากไปไหนล่ะ” เสียงทุ้มต่ำย้อน วันนี้วันหยุด ท่านรองฯ ไม่ทำงานแล้วชุดลำลองแบบสุภาพแต่หล่อจนลูกหมั่นไส้นั่นก็ไม่ใช่สูทสีเข้มอันเป็นเครื่องแบบประจำ ว่าแต่เขาอยากไปไหนวะ

“ผมอยากไปหาน้อง”

“อยากไปก็ลุกสิ นอนอืดอยู่ตรงนี้มันจะได้ไปไหม”

“ป๋าหมายความว่าไงอ่ะ ป๋าจะพาผมไป...จะไปกับผมหรือ?” ปาร์คชานยอลไม่ตอบให้ยืดยาว ชายหนุ่มมองนาฬิกาข้อมือเรือนใหญ่ก่อนบอกเสียงเรียบ “ฉันให้เวลาแกสิบนาทีและจะไม่รอแม้แต่นาทีเดียว”

“เดี๋ยวสิป๋า นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมจู่ ๆ ป๋าจะไปหาน้อง ป๋าตั้งใจจะทำอะไรกันแน่”

“แล้วแกจะตื่นตูมไปทำไม วันก่อนสองน้าหลานนั่นเป็นฝ่ายมาหาเรา วันนี้ก็ถึงคราวพวกเราไปหาบ้าง ถ้าแกคิดจะคบเด็กแบคบีจริงจัง ฉันจะไปดูบ้านช่องความเป็นอยู่ของเขาในฐานะพ่อแกไม่ได้หรือไง หรือไม่อยากให้พิจารณา จะได้ยกเลิกความตั้งใจเสียให้หมด”

No! No! No! ป๋ารอแป๊บ สิบนาทีไม่ขาดไม่เกิน แป๊บ!

แต่งตัวสิบนาที ขับรถมาอีกครึ่งชั่วโมง ตอนนี้สองพ่อลูกมาถึงจุดหมายเป็นที่เรียบร้อย จอดรถใต้ตึก กดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้นที่อยู่ของสองน้าหลาน ตลอดระยะทางสั้น ๆ นั้นปาร์คชานเลี่ยหอบกล่องของฝากไว้ด้วยสองแขน ผิวปากสลับฮัมเพลงสบายอารมณ์ผิดกับผู้เป็นพ่อที่เงียบเสียงมาตั้งแต่ออกจากบ้าน จะว่าไปแล้วการที่พ่อชวนมาบ้านน้องบีนั้นเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายสุด ๆ ชานเลี่ยเข้าใจเหตุผลที่พ่อบอกแต่ไม่เข้าใจว่าอะไรทำให้พ่อเปลี่ยนใจปุบปับแค่ข้ามวัน พามาถึงหน้าห้องชุดชานเลี่ยก็ถลาเข้าไปกดอินเตอร์คอมฯ ร่างสูงยิงยิ้มใส่กล้องขนาดเล็กเมื่อคิดว่าอีกประเดี๋ยวคนตัวเล็กจะต้องมองเห็นตน

“พี่ชานเลี่ย?” ประตูถูกดันเปิดออกหลังจากนั้นไม่กี่อึดใจ แบคบียังไม่เชื่อสายตาตัวเองกระทั่งตอนที่เห็นสองพ่อลูกยืนอยู่หน้าห้องโดยไม่ผ่านหน้าจอขนาดเล็ก พี่ชานเลี่ยน่ะเคยมารับมาส่งแถมยังมากินข้าวด้วยกันหลายหนแต่ผู้ใหญ่อีกคนนี่สิ

“คุณป๋าพี่แวะมาเยี่ยมน้องบีกับน้าแบค ขอเข้าไปได้ไหมครับ”

“ชะ เชิญฮะ” มาถึงหน้าบ้านแล้วจะไม่ให้เข้าก็อย่างไรอยู่ ร่างเล็กเดินนำแขกทั้งสองมาถึงห้องกว้างกลางบ้าน แบคฮยอนเพิ่งซื้อห้องนี้เมื่อครึ่งปีที่แล้วทุกอย่างเลยยังดูใหม่ตามสภาพ ห้องมีกลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟ เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งไม่มากชิ้นแต่พอดีกับการใช้สอย ปาร์คชานยอลสำรวจไปทั่วห้องสีนวลตา แม้จะเทียบขนาดและความโอ่อ่าของบ้านตระกูลปาร์คไม่ได้แต่ก็ตกแต่งน่าอยู่พอใช้ได้

“เชิญนั่งฮะ” โซฟาหนังตัวใหญ่ สีน้ำตาลแดงกว้างขวางพอให้ผู้ชายตัวโตสามสี่คนนั่งได้ ชานยอลมองแล้วภาพหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาในหัว ร่างเล็กที่นอนคดคู้ เปลือกตาปิดสนิทและมักจะหลับไปพร้อมเสียงเพลงที่เจ้าตัวชอบเปิดกล่อมอารมณ์ตัวเองเสมอ

“คุณลุงมีธุระอะไรกับพวกเราหรือฮะ?”

“ไม่มี ฉันแค่แวะมาทักทายเท่านั้น”

“อ๋อ ฮะ...” แบคบีวางแก้วเครื่องดื่มให้สองพ่อลูก สีหน้ายังไม่ค่อยเข้าใจอะไรดีนัก

“น้าแบคล่ะครับน้องบี”

“น้าแบคอยู่ในห้องฮะ อ๊ะ ออกมาพอดี” ทว่าแบคฮยอนไม่ได้ออกมาคนเดียว คนที่ชานยอลมองหาเดินออกมาจากห้องห้องหนึ่งพร้อมผู้ชายตัวสูงที่เขาไม่รู้จักแต่คุ้นหน้าเหลือกำลัง ทั้งสองคนหัวเราะด้วยเรื่องที่ไม่มีใครเข้าใจตั้งแต่ประตูเพิ่งแง้มออกจนมองมาเห็นว่าแบคบีไม่ได้อยู่คนเดียวอย่างตอนแรก เจอพ่อลูกตระกูลปาร์คแบบไม่มีการเตือนล่วงหน้าแบคฮยอนก็ยังต้องอึ้งไปเหมือนกัน

“งั้นพี่กลับก่อนนะ”

“เดี๋ยวผมลงไปส่ง”

“ไม่ต้องหรอก แบคมีแขกพี่ลงไปเองได้ เมเนเจอร์เอารถมารอที่ใต้ตึกแล้ว ไปก่อนนะ”

“มองซ้ายมองขวาด้วยนะแถวนี้ปาปารัซซี่เยอะ” หนุ่มหล่อยิ้มเก๋ จับแก้มยุ้ยบีบพอเบา ๆ

“ถึงโดนก็ไม่กลัวหรอก ...น้าไปก่อนนะบีน้อย ว่าง ๆ ก็เข้าตึกไปกับน้าแบคนะ เดี๋ยวพาไปเลี้ยงขนม” แบคบีตอบรับเสียงใส ใสแบบไม่เกรงใจหัวคิ้วปาร์คชานเลี่ยเลยแม้แต่น้อย เด็กหนุ่มรอจนน้าแบคส่งแขกที่หน้าประตูกลับมาแล้วจึงส่งเสียงบอก “คุณลุงกับพี่ชานเลี่ยแวะมาเยี่ยมฮะ”

“ขอบคุณที่แวะมานะครับ รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ห้องพักเล็ก ๆ ของเราได้มีโอกาสต้อนรับท่านรองประธานบริหารโรงแรมชื่อดัง”

“คงไม่น่ายินดีเท่าได้ต้อนรับพระเอกชื่อดังของเอเชียกระมัง”

“คุณหมายถึงพี่คริสหรือครับ ถ้าเป็นคนนี้ก็ไม่เชิงว่าจะยินดีอะไรหรอกครับ ไปมาหาสู่กันจนชิน สนิทกันจนไม่ตื่นเต้นอะไรแล้ว”

“คงสนิทมากเพราะต้อนรับกันถึงในห้อง”

“.......”

“.......”

“.......”

“.......”

“แบคบี”

“ฮะ! น้าแบค” แบคฮยอนหันไปยิ้มให้หลานชาย “เมล็ดกาแฟของเราหมดแล้ว น้าวานบีลงไปซื้อให้หน่อยได้ไหม” แน่นอนว่าแบคบีรับสัญญาณที่ส่งมาได้แบบไม่ตกขาดตกหล่น ร่างเล็กลุกจากเก้าอี้นวม แทบจะพร้อมกัน ปาร์คชานเลี่ยก็ลุกขึ้นยืน

“ผมไปเป็นเพื่อนน้องเองครับ”

“ขอบใจชานเลี่ยมาก”

เสียงประตูปิด เสียงระบบล็อคอัตโนมัติ เสียงฝีเท้าที่ห่างออกไปจนไม่ได้ยิน สิ้นสุดเสียงเหล่านั้นแบคฮยอนก็ขึ้นยืนเต็มความสูง

“จะไปไหน?”

“ผมจะไปไหนในบ้านตัวเองต้องรายงานคุณด้วยหรือครับ” อีกคนไม่ตอบซ้ำยังมองกลับมาด้วยดวงตาวาวโรจน์ แต่แบคฮยอนหรือจะสน ชายหนุ่มกรายผ่านช่วงขายาวตรงเข้าห้องครัวแล้วเปิดตู้หาเครื่องดื่มให้ตัวเอง แบคบีเพิ่งชงกาแฟให้พี่คริสเมื่อชั่วโมงก่อน เจ้าตัวเล็กย่อมรู้ดีว่าเมล็ดกาแฟยังเหลือเกือบเต็มกระปุกแต่ที่ต้องรีบออกไปเพราะไม่กล้าเสี่ยงอยู่ท่ามกลางแรงกดดันอันน่ากลัวของผู้ใหญ่สองคน แบคฮยอนกดน้ำร้อนเตรียมเครื่องดื่มให้ตัวเองราวกับไม่มีคนตัวโตเป็นยักษ์รออยู่ เมื่อผละจากเค้าเตอร์หินอ่อนสีขาว ปาร์คชานยอลก็ยืนกอดอกขวางทางไว้เรียบร้อย

“เรื่องแบคบีหมายความว่ายังไง?”

“คุณหมายถึงอะไรครับ?” ถามพลางยกชาคาโมมายล์ขึ้นจิบ กริยาเรียบเรื่อยเนิบนาบ กระตุ้นให้คนที่เคยได้ดั่งใจทุกอย่างยิ่งขึงหน้าตึง

“เด็กสองคนนั่นรู้จักกันด้วยความบังเอิญจริง ๆ หรือเพราะความจงใจของคุณ?”

“ความจงใจของผม? ทำไมผมต้องทำแบบนั้นด้วย...” พอชานยอลจะตอบคนตัวเล็กก็ทำท่าหลุดขำออกมาขวางเสียก่อน “คุณคิดว่าการที่แบคบีกับชานเลี่ยรู้จักกันเพราะมีผมอยู่เบื้องหลังหรือปาร์คชานยอล เหลือเชื่อชะมัด ขนาดมนุษย์ที่ต้องใช้จินตนาการเป็นประจำอย่างผมยังคิดไม่ได้อย่างคุณเลย”

“มันบังเอิญเกินไป!

“แต่มันก็แค่ความบังเอิญ เพราะผมไม่เคยอยากจะเกี่ยวข้องกับคุณหรือตระกูลของคุณ แม้สักนิด หลังจากเรื่องบางเรื่องมันจบได้ห่วยแตกสุด ๆ คุณคงไม่คิดว่าผมจะอยากให้หลานต้องพบเจอชะตากรรมเดียวกันกับตัวเองหรอกใช่ไหมคุณปาร์ค”

“แต่คุณก็ไม่ได้คัดค้านอะไรเลยนี่ ดูชื่นชมยินดีด้วยซ้ำที่เห็นลูกชายผมหลงหลานคุณหัวปักหัวปำ ปากพูดอย่างการกระทำเป็นอีกอย่าง จะให้ผมเชื่อสายตาตัวเองหรือเชื่อคำแก้ตัวอันย้อนแย้งของคุณดีล่ะ” มือบางวางแก้วชาลงบนเค้าเตอร์ คนอารมณ์ร้อนไม่ควรถือครองวัตถุใดในมือยามอารมณ์ไม่ปกติ ข้อเตือนใจง่าย ๆ ถ้าไม่อยากพลั้งมือทำผู้บริหารโรงแรมดังหัวแตกกลางห้องครัว

“ผมจะไม่เสียเวลาพูดจาเยิ่นเย้อกับคุณเพราะผมถือว่าเป็นการเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ เพราะฉะนั้น เพื่อให้เข้าใจง่าย ผมจะตอบคุณเป็นข้อ ๆ

ข้อหนึ่ง ผมไม่ได้วางแผนอะไรที่เกี่ยวกับเด็กสองคนนั้นทั้งสิ้น พวกเขาบังเอิญเรียนคณะเดียวกัน บังเอิญรู้จักกันและปาร์คชานเลี่ยก็เป็นฝ่ายเข้าหาหลานชายผมเอง ขั้นตอนแรกจนถึงก่อนคบหากันผมไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย ผมรู้ว่าเป็นลูกชายคุณตอนแบคบีพามาแนะนำซึ่งนั่นก็เป็นตอนที่พวกเขาเปิดใจให้กันแล้ว

ข้อสอง ผมไม่ได้อนุญาตและไม่ได้คัดค้านเพราะนั่นเป็นเรื่องส่วนตัวของพวกเขา ทั้งคู่โตพอจะเรียนรู้ความสุขความทุกข์ด้วยตัวเองได้แล้ว ผมมีหน้าที่คอยเฝ้าดูไม่ให้พวกเขาออกนอกกรอบ คอยให้คำปรึกษาเวลาที่พวกเขาต้องการ ไม่มีหน้าที่บังคับกะเกณฑ์ชีวิตลูกหลาน

ข้อสาม แบคบีเป็นหลานผม หน้าไหนกล้าทำให้เขาเสียใจ ผมไม่อยู่เฉยแน่”

ปาร์คชานยอลเข้าใจทั้งสามหัวข้อลึกซึ้งสมใจ ร่างสูงเชิดหน้า แววตายโสทว่าหัวใจร้อนร้าวราน “ขอบคุณ คุณสรุปได้ดี ความเข้าใจของผมกระจ่างได้หลายส่วน แต่มันก็ยังมีบางเรื่องที่ผมอยากได้คำตอบ ถ้าคุณจะกรุณา ผมจะขอถามเกี่ยวกับเรื่องนั้น” 

“ผมคงไม่สามารถ”

“ข้อเดียว” คนแก่วัยกว่าไม่นำพา ช่วงขายาวสืบเท้าเข้าหา มุมปากทั้งสองกดลึกฝืนกลั้นอารมณ์ปั่นป่วนที่น้อยครั้งจะเคยมี “ข้อเดียวเท่านั้นแบคฮยอน”

“.......”

“คุณหายไปไหนมา?”

“.......”

“ตลอดเวลาห้าปี คุณทิ้งผมไปอยู่ที่ไหนมาแบคฮยอน?”













????❤???? 

เห็นน้าแบคใส่เชิ้ตขาวฟีลพ่อม่าย(แก่แต่เผ็ด)ก็ลอยมา ตอนสองค่อยว่ากันอีกที นะจ๊ะ 


#3rdsf

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 614 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8,436 ความคิดเห็น

  1. #8299 heykiki (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 00:22
    หน่วงแบบหนึบ ๆ เลย
    #8,299
    0
  2. #8220 เสี่ยว'หมิง♡ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 19:26
    นึกว่าพี่ชานจะบอกว่าสองคนเป็นแฝดที่แยกจากกัน เศร้าเลย
    #8,220
    0
  3. #8204 mayyamcc (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 22:07
    หน่วงแฮะ
    #8,204
    0
  4. #8161 PCY_BBH_PLOY (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:07
    หนึบๆในใจ
    #8,161
    0
  5. #8082 justjuno (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 21:54
    เจ้มจ้นนนนนนนนนนนนนน
    #8,082
    0
  6. #7906 areenachesani (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 18:55
    อร้ายยย.ชอบสองคู่เลยย
    #7,906
    0
  7. #7761 chanbaekjan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 00:08
    อุ้ย แซ่บง่า จับคู่พ่อลูกกันจ้าา
    #7,761
    0
  8. #7539 KyuMin_Pumpkin (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 22:35
    เอ้าาาา รู้จักกันมาก่อนเหรอ แล้วมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นล่ะ
    #7,539
    0
  9. #5095 somruethai1307 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 23:05
    5 ปีหาบไปไกน
    #5,095
    0
  10. #3759 Kim-kibom (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 21:49
    รักครั้งเก่าแน่เลย
    #3,759
    0
  11. #2722 fatipa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 11:53
    รู้จักกันสินะ
    #2,722
    0
  12. #2652 afternuria (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 16:48
    อมกๆๆ เปนลม น้าบี
    #2,652
    0
  13. #2547 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 18:56
    คุณป๋า คุณน้ามีซัมติงกันจร้า มีหึงด้วยใช่ไหมเนี่ย
    #2,547
    0
  14. #1593 khunsom08 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 18:41
    นั่นๆ มีอะไรกัน
    #1,593
    0
  15. #1513 바람~ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 03:16
    อ้าว ทิแท้ มีอดีตกันนิเองคุณป๋าาาา น้าแบคคคค
    #1,513
    0
  16. #1512 바람~ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 03:16
    อ้าว ทิแท้ มีอดีตกันนิเองคุณป๋าาาา น้าแบคคคค
    #1,512
    0
  17. #1511 바람~ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 03:16
    อ้าว ทิแท้ มีอดีตกันนิเองคุณป๋าาาา น้าแบคคคค
    #1,511
    0
  18. #1401 cheerchanbaek (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 21:20
    อ้าวววๆๆๆๆๆๆ ที่แท้มีประเด็นกันมาก่อนนี่เองงงงง เคยคบกันแน่เลยยยย พี่แบคทิ้งพี่ชานนไปหรอคะ!???
    #1,401
    0
  19. #1228 kmxiioxe_ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 02:40
    ว่าแล้วเชียวว่าต้องเกี่ยวข้องกันมาก่อน สถานการณ์น่าเป็นห่วง แต่จะบอกว่าชานเลี่ยแหกคอกของจริง โคตรตลกตอนนังแสดงละครใส่พ่อ 5555555555555
    #1,228
    0
  20. #1166 BezT25 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:24
    มีความหลังต่อกันหรอคะ!!?
    #1,166
    0
  21. #1144 Opjgcxzdt (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 19:42
    สนุกกมากกกก ภาษาสวย แต่ติดตรงที่คำว่า "ป๋า" มันต้อใช้ "ป๊า" มั้ยอ่า ถ้าเราเข้าใจผิดไปเองขอโทษด้วยนะคะ^^
    #1,144
    1
    • #1144-1 jjsksh24(จากตอนที่ 9)
      31 ธันวาคม 2560 / 22:45
      เรียกได้หลายแบบนะค้าาาา^^
      #1144-1
  22. #1136 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 07:17
    อยากรู้ววเลยยย
    #1,136
    0
  23. #1110 pcy921 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 10:26
    อยากรู้ด้วย
    #1,110
    0
  24. #1077 khunsom08 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 01:10
    มีความหลังชิมิ
    #1,077
    0
  25. #1028 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 16:15
    ใช่สาเหตุเดียวกันมั้ยล่ะ
    #1,028
    0