(SF) Lost in ChanBaek

ตอนที่ 4 : D R E A M

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,507
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 357 ครั้ง
    10 มิ.ย. 60








 



 

 

นับจากวันแรกที่น้องสาวตัวดีโทรมาบอกด้วยเสียงกรี๊ดกร๊าดว่า(สงสัยจะ)ท้องจนถึงตอนนี้ก็ปาเข้าไปเกือบเจ็ดเดือนแล้ว จากใบไม้ผลิอันแสนสดใสฤดูหนาวก็ย่างกรายเข้ามาพร้อมช่วงเวลาที่ใครต่อใครบอกว่ามันคือเทศกาลแห่งความสุข พี่ชายผู้แสนประเสริฐอย่างบยอนแบคฮยอนเก็บงานของตัวเองบอกลาการประท้วงถอดถอนท่านผู้นำอันวุ่นวายในโซลเพื่อกลับบ้านเกิดมาให้ครอบครัวเห็นหน้าตามคำขอแกมการบังคับของว่าที่คุณแม่

บยอนแบคฮีอ่อนกว่าแบคฮยอนหลายปี ทันเรียนด้วยกันแค่ตอนประถม(เขาประถมหกน้องสาวประถมหนึ่ง) มอต้นมอปลายนั้นอยู่คนละเจนกันเลย กระนั้นระยะห่างที่ต่างกันมากกลับไม่มีปัญหาเรื่องความสนิทสนม เขาพกเพียงโน้ตบุ๊กอันเป็นเครื่องมือทำมาหากินหลัก ๆ กับของบำรุงร่างกายสำหรับคนท้องขึ้นเครื่องจากโซลกลับบ้านเกิด บินเพียงชั่วโมงนิด ๆ ก็ถึงเมืองริมทะเลตอนหกโมงเย็น จากนั้นก็หลับในรถที่คุณนายบยอนแม่ของเขาขับมารับถึงสนามบินจนไปงัวเงียตื่นเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูรั้ว

“พี่แบคฮยอน! ของฝากผมล่ะ?”

“ไอ้ลูกหมาแทฮยอง เห็นหน้าก็ถามถึงของฝากเลยนะ ถามก่อนสิว่าพี่อยู่ดีสบายดีไหม”

“แก้มกลมอย่างนี้ผมว่าคงไม่อดอยากหรอก อีกอย่างผมส่องเฟซพี่ประจำ ดีไม่ดีผมรู้อยู่ละ” แบคฮยอนส่ายหน้าให้ความล้นของน้องชายคนเล็ก ส่งของฝากให้แล้วก็เดินกอดคอกันเข้าไปในบ้านไม้ชั้นเดียวที่สร้างมาตั้งแต่เขาอายุสิบขวบ แบคฮยอนกอดยายแล้วก็ตรงเข้าไปลูบท้องน้องสาวที่กำลังช่วยยายจัดโต๊ะเตรียมตั้งสำรับมื้อเย็น

“เป็นไงบ้าง หนักไหม”

“หนักไม่เท่าไหร่แต่ดิ้นนี่สิ เตะได้เตะดี สงสัยจะเป็นทอม” นั่นเพราะแบคฮีรู้เพศเด็กในท้องตั้งแต่อายุครรภ์ได้ห้าเดือนแล้ว ทารกน้อยเป็นเด็กหญิงซึ่งขัดกับการสันนิษฐานก่อนหน้านั้นมาก

“แสดงว่าสมมุติฐานของคนสมัยก่อนเริ่มใช้ไม่ได้กับยุคนี้แล้ว เคยได้ยินว่าถ้าเด็กในท้องเป็นผู้หญิงแม่จะสวยบลิ้งค์แล้วก็รักสวยรักงามผิดปกติ แต่ดูหน้าเธอแล้ว พี่ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ลูกเธอจะเป็นทอม” น้องชายคนเล็กหัวเราะร่วนขณะที่น้องสาวของแบคฮยอนพูดเหมือนจะปลง

“ยังไงก็ได้หมดแหละจุดนี้ คลอดแล้วหนูจะไปร้อยไหมปิรันย่าสักสามสิบเส้นตามด้วยโบท็อกซ์ตั้งแต่หน้าผากยันน่อง” แบคฮยอนหัวเราะ

“ไหวเหรอ เธอยังต้องให้นมลูกอีกนานนะ”

“เอ้า ๆ อย่ามัวแต่ยืนคุยกัน นั่งได้แล้วลูก เดี๋ยวกับข้าวจะเย็นเสียหมด แทฮยองปิดทีวีแล้วไปตามตามาที ไปเดินชมดาวอยู่ไหนแล้วไม่รู้นั่น” กฎของบ้านนี้คือห้ามเปิดทีวีตอนกินข้าว เวลากินข้าวคือเวลาของครอบครัว มีไว้เพื่อแบ่งปันเรื่องราว แชร์อารมณ์ความรู้สึกที่ผ่านพบมาทั้งวัน วันนี้แบคฮยอนโดนหนักหน่อยเพราะเขาไม่ได้กลับบ้านตั้งแต่คริสมาสต์ปีที่แล้ว นอกจากต้องตอบคำถามเรื่องความเป็นอยู่ เรื่องงาน เรื่องดินฟ้าอากาศแล้วยังรวมถึงเรื่องน่าเบื่อสุด ๆ สำหรับเขาด้วย

“มาคนเดียวหรือคราวนี้” แบคฮยอนยิ้มแป้น แก้มอิ่มเป็นพวงดันขึ้นรับกับแนวโค้งของดวงตาเรียวเล็ก ชายหนุ่มแกล้งตอบเสียงซื่อ

“คนเดียวแม่ จงแดมันต้องพาครอบครัวแฟนเที่ยว เซฮุนก็ลางานไม่ได้ ความจริงพวกนั้นอยากมาด้วยนะแต่งานรัดตัวจริง ๆ” เห็นผู้เป็นแม่ถอนหายใจอย่างไม่ปิดบังแล้วลูกชายคนโตก็หัวเราะรื่น

“ทำไมแม่ทำท่าแบบนั้นล่ะ”

“แม่เค้าหมายถึงมาหนนี้เราไม่พาแฟนมาด้วยเรอะ...ใช่ไหม” คุณนายบยอนค้อนให้คุณตาทีหนึ่งโทษฐานรู้ใจ น้ำเสียงที่เอ่ยกับลูกชายคนโตเหมือนจะเล่นแต่แบคฮยอนรู้ว่ามารดาจริงจังมาก

“ถ้ามีเก็บไว้ก็พามาแนะนำได้แล้วนะ แม่ไม่ได้จะห้ามหรือกีดกันอะไร”

“รับทราบครับ ถ้ามีจะพามานะ” ย้ำว่าถ้ามี

“แล้วเมื่อไหร่จะมี”

“ไม่รู้สิ ผมไม่ใช่คนกำหนดนี่”

“เรานี่นะ นี่ ดูนี่...” คุณนายของบ้านชี้ไปยังลูกสาวคนรอง “เรียนจบปุ๊บแต่งงานปั๊บ แบคฮีอ่อนกว่าเราตั้งหลายปียังเป็นฝั่งเป็นฝาให้แม่สบายใจไปแล้ว เราเป็นพี่คนโตทำไมปล่อยให้น้องแซงหน้าได้” แบคฮยอนหัวเราะพร้อมกับที่คนอื่น ๆ ต้องกลั้นยิ้ม แม่พูดเรื่องนี้ตั้งแต่แบคฮีแต่งงานแบคฮยอนก็ไม่มีท่าทีว่าจะพาใครมาเปิดตัวจนตอนนี้จะได้หลานคนแรกอยู่แล้วแม่ยังไม่ยอมแพ้

“ไม่เป็นไร แซงไปเลย ผมเป็นพี่ ผมยอมสละสิทธิ์นี้ให้น้อง”

“จับไม่เคยได้ไล่ไม่เคยทัน นิสัยเหมือนใครไม่รู้”

“นั่นสิ ใครเลี้ยงมาก็ไม่รู้” คุณยายเสริม

“แบคฮีย่า พรุ่งนี้ถึงกำหนดตรวจท้องอีกรอบแล้วใช่ไหม” คุณตาจำต้องช่วยหลานชายคนโตด้วยการเปลี่ยนประเด็น แบคฮีรับสัญญาณนั้นได้ไว รีบตอบรับอย่างรวดเร็ว

“ใช่ค่ะตา คราวนี้ต้องเจาะเลือดไปตรวจด้วย”

“พรุ่งนี้วันสิ้นปีนี่ โรงพยาบาลเปิดเหรอ?”

“ใครบอกจะไปตรวจที่โรงพยาบาลเล่า หนูไปตรวจที่คลินิกคุณหมอต่างหาก เคยเล่าให้พี่ฟังแล้วนี่”

“อ๋อ เห็นว่าต้องเจาะเลือดตรวจนึกว่าจะไปโรงพยาบาล พี่ไปส่งนะ อยากเห็นตัวเล็กในท้องเธอ หมอเค้าให้ดูได้ใช่ไหม”

“ดูได้ ทุกทีแม่ก็เข้าไปดู เวลาแฟนหนูกลับมาก็เข้าไปดูเหมือนกัน คุณหมอใจดีไม่ว่าหรอก”

“ผมไปด้วย ๆ ผมอยากเห็นน้องอีก”

“หลานสิแทฮยอง บอกกี่ครั้งแล้วว่าเราต้องเป็นน้า” แบคฮีติง

“แก่อ่ะ ไม่อยากเป็น” แทฮยองในวัยสิบแปดร้องบอกก่อนจะตักข้าวเข้าปากเคี้ยวต่อ

“พอดีแหละ แม่ต้องไปส่งตากับยายไปหาเพื่อนพรุ่งนี้ แบคฮยอนขับรถไปส่งน้องก็แล้วกันนะ ไปด้วยกันทั้งสามคนนั่นแหละจะได้ช่วยกันดูรถดูคน คิดแล้วก็เสียดายแต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวแบคฮีต้องไปหาหมอบ่อยขึ้นอยู่ละ ดูน้องดี ๆ นะแบคฮยอน” แบคฮยอนรับคำพร้อมกับโล่งใจ ต้องขอบคุณตายายที่หาประเด็นอื่นมาดึงความสนใจแม่ไปจากเรื่องเขาได้ ไม่อย่างนั้นล่ะยาวแน่ ๆ

“ราตรีสวัสดิ์”

เสียงน้องสาวพึมพำหลังจากทั้งสองพี่น้องนอนเล่นคุยกันจนดึก อากาศหนาวจัดแบคฮยอนตรวจดูระดับความร้อนของผ้าห่มไฟฟ้าก่อนจะดึงผ้าห่มคลุมให้ว่าที่คุณแม่แล้วก็ปิดไฟก่อนจะเดินกลับห้องตัวเอง เขาแปรงฟันเสร็จก็ทิ้งร่างลงกับเตียงแล้วผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย

อา เสียงคลื่นดังแว่ว กลิ่นหอม ๆ   

บ้านคือวิมานของเราแท้ ๆ

 

 

 

ร่างเล็กนั่งผิงไฟอยู่กลางสนามหญ้าหลังบ้าน มือหนึ่งถือไม้คอยเขี่ยมันหวานที่เพิ่งถูกโยนเข้าไปในกองไฟ อีกมือถือหนังสือค้างไว้ นิยายของมุราคามิเล่มนี้เขาชอบมากครั้งล่าสุดไม่ได้ถือติดไปด้วยเลยต้องรอกลับมาบ้านแล้วถึงได้อ่านอีกหน เนื้อเรื่องยังสนุกเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน อาจจะสนุกกว่าครั้งก่อนด้วยซ้ำเพราะยิ่งอ่านได้ตีความได้หลากหลายจนคนอ่านเพลิดเพลินแทบลืมเวลา แบคฮยอนพลิกหน้าหนังสือก่อนขมวดคิ้ว เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าแล้วก็ครางในคอ

ทำไมมืดเร็วจัง

ร่างขาวจัดลุกขึ้นนั่ง เงยหน้ามองท้องฟ้าแล้วก็หันไปมองรอบตัวอย่างสงสัย ฝนจะตกหรือเปล่า เมฆเลยบังแสงหมด แต่มันก็ไม่น่าจะมืดขนาดนี้นี่ ยิ่งคิดความมืดเหมือนจะยิ่งเติบโตตามความสงสัย แบคฮยอนถือหนังสือพลางลุกขึ้นยืนก่อนจะสะดุ้งโหยง

เสียงอะไรสักอย่างดังอยู่ด้านหลังเขา

ในความสลัว

ดวงตาเรียวเพ่งมอง เขาไม่นึกกลัว แบคฮยอนรู้จักทุกตารางนิ้วในเขตบ้านหลังนี้แต่ก็ไม่โง่ที่จะเสี่ยงติดตามไปดูในยามที่การมองเห็นไม่สมบูรณ์ ชายหนุ่มกลับตัวตั้งใจจะเดินเข้าบ้านแต่แล้วก็ต้องร้องออกมาสุดเสียง

อสรพิษสีดำมะเมื่อมชูคออยู่ตรงหน้า!

หัวของมันแผ่พังพานออกแล้วโยกไปมาคล้ายเล็งจะฉกใส่

แบคฮยอนอ้าปากค้าง แข้งขาสั่นไม่มีแรงแม้จะร่นหนี

จะหนีได้ยังไง ไอ้ตัวข้างหน้านี้มันสูงกว่าศีรษะเขาด้วยซ้ำ

งูยักษ์!

ใช่แล้ว งูยักษ์!

มันเห็นเขาแล้ว แบคฮยอนรู้ เมื่อมันเอนส่วนหัวไปด้านหลังนั่นคือมันกำลังจะฉกลงมา อยู่ก็ตายไม่อยู่อาจจะไม่ตาย ชายหนุ่มบังคับตัวเองให้กลับตัววิ่ง เขาวิ่งห่างจากตัวบ้านไปในความมืด ข้างหลังมีอสรพิษสีดำวาวแล่นปราดตามติด แบคฮยอนร้องให้คนช่วยก่อนจะปาหนังสือปกหนาออกไปสุดแรง ราวกับนั่นคืออาวุธทำร้ายที่ทำให้โทสะของเจ้างูร้ายระเบิดออก มันทะยานเข้าหาเขาก่อนจะตวัดรัดในชั่วพริบตา แบคฮยอนร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว เขาพยายามดิ้นรนหากแรงรัดกลับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

หายใจไม่ออก แขนทั้งสองถูกรัดแนบไปกับลำตัว มันกำลังกดซี่โครงเขาให้แหลกละเอียด เขาเผยอริมฝีปากเรียกหาอากาศหายใจแต่ก็มีเพียงเสียงขลุกขลักในคอ ในวินาทีที่คิดว่าจะต้องตายเสียแล้วนั้นแรงรัดมหาศาลก็หายไปราวกับไม่เคยมี ความทรมานถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกอุ่นสบายอย่างที่สุด แบคฮยอนเห็นตัวเองยิ้มให้ความอบอุ่นที่โอบล้อม เขายกแขนขึ้นแล้วตอบรับอ้อมกอดนั้นอย่างเท่าเทียม

 

 

เดี๋ยวนะ อ้อมกอดอย่างนั้นเรอะ

 

 

กอดเหี้ยอะไรรรรรรร!

 

 

“ขอโทษ หนูเสียงดังใช่ไหม?” แบคฮยอนกะพริบตาปริบ ๆ ที่นี่ที่ไหน? ห้องนอนเขาใช่ไหม? ใช่นี่ แล้วที่ยืนจับกรอบประตูนั่นก็แบคฮี ส่วนไอ้ที่รัดร่างเขาอยู่ก็...ผ้านวม

“ฝันร้ายหรือพี่?”

“ฮื่อ น่ากลัวมากเลย” คนเป็นพี่ตอบผ่านเสียงคราง ลุกขึ้นนั่งก่อนจะทิ้งใบหน้าลงกับหมอนใบใหญ่อีกหน แบคฮีเห็นว่าไหน ๆ พี่ชายก็ตื่นแล้วเลยเดินเข้ามาเก็บที่นอนให้ เดิมทีหล่อนไม่ได้ตั้งใจเข้ามาปลุกแค่จะดูว่าแบคฮยอนนอนหลับสบายดีไหม หล่อนอยากให้แบคฮยอนได้พักผ่อนนาน ๆ แต่กลายเป็นว่าเข้ามาปลุกพี่ชายเสียแล้ว

“ฝันว่ายังไง เห็นผีหรือ” เสียงแหบประท้วงมาจากใต้ผ้านวม

“งู งูยักษ์ด้วย ตัวเบ้อเร่อเลย โผล่มาจากไหนไม่รู้จะฉกพี่ โอย น่ากลัวอ่ะ”

“ฝันเห็นงู? ยังไงบ้าง”

“ไม่ยังไง กำลังปิ้งมันหวานอยู่แม่งก็โผล่มา ตัวใหญ่เท่าต้นไม้ วิ่งป่าราบสิ จะรออะไร”

“พี่อ่านหนังสือก่อนนอนอีกหรือเปล่า?”

“ไม่ได้อ่าน เมื่อคืนหัวถึงหมอนคือสลบอ่ะ”

“แปลกแฮะ เอ มันทำร้ายพี่หรือเปล่าหรือไล่อย่างเดียว”

“ทำสิ!” แบคฮยอนใส่อารมณ์ นึกแล้วยังแค้นไม่หาย อยู่ ๆ ก็โผล่มา ไอ้งูอันธพาล!

พี่มีหนังสืออยู่ในเล่มเดียวจะทำอะไรก็ทำไม่ได้ โดนรัดจนกระดูกแทบป่น” น้องสาวแบคฮยอนหัวเราะเสียงสูงก่อนจะตบบนผ้านวมหนัก ๆ “หนูเคยได้ยินยายบอกว่าถ้าฝันเห็นงูรัดนั่นหมายความว่าจะเจอเนื้อคู่ ยิ่งฝันตอนใกล้เช้ายิ่งแม่น ฮ่า ๆ ๆ สงสัยแม่จะสมหวังปีนี้ล่ะมั้ง”

“เพ้อเจ้อ น่าเกลียดน่ากลัวขนาดนั้นไม่เอาด้วยหรอก ขนลุก”

“อย่าว่าไป ถ้าไม่จริงเค้าจะเชื่อตามกันมาเป็นร้อย ๆ ปีหรือ”

“ถ้าเป็นจริง แสดงว่าพี่จะมีแฟนตัวใหญ่ยักษ์หน้าตาอัปลักษณ์อย่างนั้นหรือ ไม่เอาอ่ะ ไม่ใช่สเป็ค ชอบแบบมีเนื้อนมไข่หน้าใสปากแดง”

“ฟังพูดเข้า! ใครจะรู้ เราต้องลุ้นตอนพี่ออกจากบ้าน ดูสิว่าจะเป็นใครที่ได้สบตาปิ๊ง ๆ คุยกันงุ้งงิ้ง ๆ กับพี่เป็นคนแรกของวัน”

“ตาของเราไง”

“เอาคนโสดสิ”

“หมาแทฮยอง”

“เจ้านั่นออกไปโรงเรียนแล้วเหมือนกัน นี่! ญาติพี่น้องเป็นข้อยกเว้นสิ อีกฝ่ายต้องมีความพิเศษกว่าคนอื่น แบบว่ามองตากันแล้วรู้เลยว่าใช่ อะไรประมาณนั้นน่ะ”

“พอ ๆ ออกไปได้แล้ว พี่จะนอนต่อ หนาว” ให้ตายเถอะ เขาทำงานในแวดวงสื่อสิ่งพิมพ์ยังเพ้อเจ้อได้ไม่ถึงครึ่งยัยแบคฮีเลย

“วันนี้จะออกไปไหนต้องระวังนะ ผู้ชายคนแรกที่พี่สบตากับเค้าและได้คุยด้วยนั่นแหละ เนื้อคู่!” แบคฮยอนครางคล้ายรำคาญแล้วก็พลิกตัวหนี ก็พอได้ยินมาอยู่หรอกเรื่องทำนองนี้ ไม่ได้แอนตี้ว่าไม่น่าเชื่อถืออะไรด้วย แค่คิดว่ามันคงยากที่จะเกิดกับเขา โตมายี่สิบกว่าปีเขายังไม่เคยใจเต้นกับใครเลย ไม่ใช่ว่าเนื้อคู่เขายังไม่เกิดอย่างที่บอกใครต่อใครหรอก แบคฮยอนค่อนข้างมั่นใจว่าเนื้อคู่ของเขานั้น ไม่มีตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก

 

“เอาเอกสารมาครบแล้วนะ”

“ครบแล้ว พี่ชานเลี่ยบอกให้เก็บใส่กระเป๋าใบเล็กไว้จะได้ไม่หาย หยิบใช้ก็ง่าย นี่ไง” ชูกระเป๋าผ้าลายดอกไม้ให้ดู สามีของแบคฮีเป็นพนักงานบริษัททำงานอยู่อีกเมืองหนึ่ง กลับบ้านได้แค่เดือนละสองครั้ง เขาจึงดีใจมากที่รู้ว่าพี่ชายภรรยากลับมาอยู่เป็นเพื่อนแม้จะมีครอบครัวทางนี้อยู่ด้วยแล้วก็ตาม

“พี่ชานเลี่ยจะกลับมาอีกทีเมื่อไหร่”

“อีกสองอาทิตย์ ไปหาหมอคราวหน้าพอดี” แบคฮยอนปิดประตูรถเช็คว่าน้องสาวคาดเข็มขัดเรียบร้อยแล้วจึงติดเครื่องยนต์ก่อนจะบอกให้แทฮยองที่นั่งเบาะหลังโทรรายงานมารดาว่ากำลังจะออกไปคลินิก

         รถเคลื่อนเข้าเทียบชิดขอบทางหน้าบ้านหลังหนึ่ง แบคฮยอนมองป้ายไฟที่เรืองแสงอยู่เหนือประตูแล้วก็มองผ่านกระจกใสเข้าไปด้านใน คลินิกที่น้องสาวเขามาฝากครรภ์จัดว่าเป็นคลินิกที่ทันสมัยที่สุดในเมืองนี้ แต่ละห้องตกแต่งด้วยโทนสีอ่อน ลายผนังเป็นรูปดอกไม้ดอกเล็กดูน่ารักกระจุ๋มกระจิ๋มเข้ากับเครื่องตกแต่งที่เป็นตุ๊กตาตัวน้อยตามมุมต่าง ๆ แบคฮีบอกว่าชั้นล่างทั้งหมดเป็นพื้นที่คลินิก ส่วนข้างบนเอาไว้เก็บของแล้วก็เป็นห้องพักของคุณหมอบ้างในบางที

         “ที่นี่มีหมอสองคนนะ เป็นหมอเด็กคนหนึ่ง หมอแม่คนหนึ่ง”

         “เธอหมายถึงสูตินารีแพทย์หรือเปล่า”

         “นั่นแหละ ๆ จันทร์ถึงศุกร์เปิดทุกวันตอนเย็น วันเสาร์ตลอดวัน วันอาทิตย์หยุด คนไข้ที่นี่เยอะมากเลยนะ ใคร ๆ ก็อยากฝากท้องกับคุณหมอ” แล้วทำไมมันโล่งไปหมดทุกทางแบบนี้ล่ะ นอกจากแบคฮยอน แบคฮี แทฮยองแล้วก็มีแค่ผู้หญิงท้องแก่อีกคนนั่งรออยู่เท่านั้น พอเจ้าหน้าที่พยาบาลพาว่าที่คุณแม่คนก่อนหน้าเดินออกห้องตรวจมาส่งให้พนักงานตรงเค้าเตอร์แล้วพาผู้หญิงคนนั้นเดินเข้าไป ตอนนี้เลยเหลือแค่พวกเขาสามพี่น้องนั่งคุยกันอยู่ อันที่จริงแบคฮยอนคุยกับแบคฮีสองคนเพราะแทฮยองน้องชายนั้นสนใจแต่เกมในไอแพด

         “นี่คือคนเยอะแล้วใช่ไหม”

         “เยอะตอนช่วงเย็น ทุกวันเลยล่ะ มารอก่อนคุณหมอเข้าคลินิกด้วยซ้ำ หนูไม่อยากรอนานไง รู้ว่าพี่ไม่ชอบที่คนเยอะ ๆ ด้วยเลยมาตอนใกล้ปิดแบบนี้ดีกว่า โล่ง คุยกับคุณหมอได้นานด้วย”

         “พี่จะรายงานสามีเธอ”

         “บ้า” แบคฮยอนหัวเราะพลางกวาดตามองไปรอบ ๆ อีกครั้ง เจ้าหน้าที่พาแบคฮีไปชั่งน้ำหนักและวัดความดันพร้อมซักถามเรื่องสุขภาพอีกสองสามข้อ แบคฮยอนไม่เคยเห็นขั้นตอนการตรวจครรภ์มาก่อนเขาเลยจดจ้องเก็บรายละเอียดอย่างตั้งใจ คนตัวเล็กนั่งมองจากเก้าอี้แถวแรก นิ่วหน้าเมื่อพยาบาลคนนั้นบอกว่าแบคฮีต้องเพิ่มน้ำหนักอีกนิดเพราะผอมเกินไปสำหรับคนท้อง ยังไม่ทันได้พูดอะไรไปเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังมาจากทางขวามือ เขารีบเก็บปลายเท้าหลบพร้อมกับหันไปมอง

         ผู้ชายตัวโต...มาก กำลังตรงมาทางนี้ เขามองเหมือนที่แบคฮยอนก็มองอีกฝ่าย ดวงตาสีดำวาววับอยู่หลังกรอบแว่นสีเหลี่ยมขอบมน สันจมูกโด่งตรง ริมฝีปากอิ่มหนา แบคฮยอนรู้สึกเหมือนริมฝีปากตัวเองจะเผยอขึ้นพร้อมกับที่กลีบเนื้อสีสดนั่นเหยียดออกเช่นกัน เขารู้สึกเหมือนตาพร่า แบคฮยอนบอกตัวเองว่านั่นเป็นเพราะสีขาวของเสื้อกราวน์ที่สะบัดต้องแสงยามเจ้าของมันก้าวผ่านหน้าไป

ร่างสูงแวะที่เค้าเตอร์ก่อนจะก้าวผ่านประตูออกไป แบคฮยอนกะพริบตาอีกทีรถยนต์คันหนึ่งก็พุ่งออกจากที่จอด เขานิ่งอยู่นานจนแบคฮีกลับมานั่งลงข้าง ๆ

         “นั่นหมอหรือเปล่า?”

         “ก็ผมบอกพี่เมื่อกี้แล้วไง นั่นคุณหมอปาร์ค” แทฮยองเงยหน้าจากจอไอแพดย้ำบอก พูดไปตั้งแต่คุณหมอเดินออกมาจากห้องตรวจ นึกว่าพี่ชายจะรู้แล้วเสียอีก ไม่ได้ยินหรอกเรอะ

         “ใช่ คุณหมอปาร์ค หนูฝากท้องกับคนนี้แหละ” หมอหรือนายแบบ ตบเท้าอย่างกับเดินอยู่บนแคทวอร์ค

         “แล้วนั่นเค้าไปไหน” แบคฮีส่ายหน้า มองไปยังทิศที่รถคันโก้พุ่งไป

“ไม่รู้เหมือนกัน บอกแค่ว่าขอเวลายี่สิบนาที”

“แต่อีกครึ่งชั่วโมงคลินิกจะปิดแล้วนะ แล้วทำไมเค้าไม่ตรวจเธอก่อนล่ะ”

“ไม่รู้สิ ทุกทีไม่เป็นอย่างนี้นะ”

“อะไรกัน แทฮยอง ไปถามสิว่าหมอไปไหน” 

“อย่าเลยน่า คุณหมอคงมีธุระด่วน แค่ยี่สิบนาทีเอง ไม่เป็นไรหรอก” เมื่อเจ้าตัวไม่เดือดร้อนแบคฮยอนก็ไม่อยากจะมากเรื่อง เขานั่งคุยกับน้องสาวจนเวลาผ่านไปเกินครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่มีวี่แววว่าคุณหมอตัวยักษ์ของแบคฮีจะกลับมาแถมเจ้าหน้าที่ผู้หญิงที่เคยประจำตรงเค้าเตอร์ก็หายต๋อม ทั้งคลินิกเลยเหลือเขากับน้องสองคนเท่านั้น หมอหายไปครบสี่สิบนาทีแบคฮยอนก็เริ่มตบปลายเท้ากับพื้น

“เลยหายกันไปหมด ใครจะตอบพวกเราได้บ้างว่าคุณหมอนั่นจะกลับมาเมื่อไหร่” แบคฮยอนถอนใจพลางลุกขึ้นยืน เขาดันประตูกระจกออกมายืนรับลมหนาวข้างนอก กำลังคิดจะโทรไปเล่าเรื่องงี่เง่านี้ให้จงแดฟังแสงไฟจากหน้ารถก็สาดมากระทบเสียก่อน

นายหมอเสาไฟฟ้าลงมาจากรถสภาพเดียวกับเมื่อตอนไปต่างเพียงแค่เสื้อคลุมตัวยาวที่ถือมาแทนที่จะสวมเหมือนตอนไป แบคฮยอนลดโทรศัพท์ลง จงใจใช้สายตาตำหนิมองอีกฝ่ายซึ่งก็ได้ผล นายหมอยักษ์นั่นวาดสายตาผ่านเขาไปเหมือนมองไม่เห็น!

“พี่แบคฮยอน เข้าไปดูน้องกัน” พอเจ้าหน้าที่เชิญแบคฮีให้เข้าห้องตรวจไปพบคุณหมอ แทฮยองก็ออกมาลากแขนพี่ชายเข้าไปด้านใน แบคฮยอนขืนแรงเพราะยังอารมณ์ไม่คงที่ เขาไม่อยากเข้าไปเห็นหน้าต้นตอของความหงุดหงิดแต่ก็ต้านแรงน้องชายไม่ได้ ยื้อยุดกันเดี๋ยวเดียวก็ต้องตามแรงจูงของน้องชายไปหยุดในห้องตรวจ การตกแต่งในห้องนี้ต่างจากความน่ารักด้านนอก นอกจากเตียงสำหรับคนท้องนอน เครื่องทางการแพทย์ โต๊ะทำงานหมอแล้วก็โล่งหมด ไม่มีดอกไม้ ไม่มีตุ๊กตา มีแต่ปฏิทินอันเบ้อเร่อ

นายหมอตัวใหญ่นั่งอยู่ที่โต๊ะกำลังพลิกดูสมุดบันทึกการตรวจครรภ์ของแบคฮี ส่วนตัวคุณแม่นอนบนเตียงเล็กเรียบร้อย หมอกับคนไข้ถามตอบกันไปเรื่อย ๆ จนพยาบาลผู้ช่วยเปิดเสื้อแล้วแต้มเจลใส่อุปกรณ์ส่งให้หมอนำไปถูเบา ๆ บนเนินท้องของแบคฮีแล้วก็พูดกันด้วยภาษาที่แบคฮยอนไม่ค่อยเข้าใจนัก เขาเห็นแค่เงาสีขาวรูปร่างคล้ายทารกนอนคุดคู้อยู่ในจอยังแยกส่วนไหนเป็นส่วนไหนไม่ออกหมอชานยอลก็ยื่นเครื่องตรวจคืนให้พยาบาลผู้ช่วยแล้วหันไปเขียนภาษาต่างด้าวในสมุดบันทึกการฝากครรภ์

“เรียบร้อยแล้วครับ”

“แค่เนี้ยนะ?” ไม่ใช่เสียงหวาน ๆ ใส ๆ ของคุณแม่แต่เป็นเสียงจากเจ้าของร่างเล็กที่ยืนหน้าตึงอยู่ข้างเตียง นายแพทย์ปาร์คชานยอลหันไปมองก่อนจะบอกหน้าซื่อ

“แค่นี้แหละครับ ถ้าญาติอยากตรวจด้วยหมอก็ยินดี” แบบนี้เรียกว่ากวนตีนได้ใช่ไหม

“ผมเหมือนคนท้องหรือหมอ” ดวงตาหลังแว่นกวาดมอง ญาติ อย่างพินิจพิเคราะห์ แบคฮยอนโคตรมั่นใจ มั่นใจโคตร ๆ เลยว่าเขาเห็นลูกตาดวงโตนั่นวาวแสงขึ้นมาแวบหนึ่ง

“ถ้าดูจากอาการภายนอกก็มีความคล้ายพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นสภาวะอารมณ์และ...มวลสาร”

“ผม(กู)เป็นผู้ชาย(โว้ย)!

“โรคสำหรับคุณผู้ชายผมก็พอรักษาได้นะครับ”  

“แล้วเคยรักษาตัวเองไหม”

“พี่แบคฮยอน ไม่เอาน่า” แบคฮยอนเม้มปาก เข้าใจคำว่าศรศิลป์ไม่กินกันก็ตอนนี้เอง ไม่ชอบหน้าอ่ะ แค่เจอก็ไม่ชอบละ ยิ่งได้ฟังเสียงยิ่งไม่ชอบ

“ฉันก็แค่ข้องใจกระบวนความคิดของนายแพทย์บางคน ให้คนท้องรอเป็นชั่วโมงแต่ตรวจไม่ถึงห้านาที”

“แทฮยอง พาพี่แบคฮยอนออกไปก่อนไป ขอโทษด้วยนะคะคุณหมอ พี่ชายฉันเค้าไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรน่ะค่ะ” ระหว่างที่แบคฮีแก้ตัวให้ น้องชายที่ตัวสูงกว่าเกือบศอกขยับเข้ามาดึงแบคฮยอนออกจากห้องตรวจ

“พี่แบคฮยอน พี่แบคฮียังต้องฝากท้องกับหมอปาร์คอีกนานนะ”

“แล้วยังไงล่ะ ถือว่าชาวบ้านอย่างเราต้องพึ่งพาแล้วจะทำอะไรตามใจตัวเองได้อย่างนั้นเหรอ ทำแบบนี้คนอื่นก็เดือดร้อนตามหมด ทั้งคนไข้ ทั้งญาติ ทั้งเจ้าหน้าที่ข้างนอกนั่น คนไข้อีกแค่คนเดียวควรตรวจให้เสร็จก่อนสิ ตรวจให้เรียบร้อยแล้วเราจะได้กลับบ้าน คลินิกจะได้ปิดแล้วจะได้ไปตามใจเค้า” แบคฮยอนไม่ชอบใจ เขาไม่รู้ว่านายแพทย์ขี้เก๊กยึดหลักอะไรในการทำงาน เห็น ๆ อยู่ว่ามีคนมารอตรวจยังสะบัดตูดผ่านหน้าไปแบบไม่ใยดี หายไปตั้งนานไม่ยอมชี้แจงด้วยว่าไปไหน ทำอะไร สุดท้ายกลับมาทำหน้ามึนตรวจนั่นนิดนี่หน่อยแล้วก็จบ

แบคฮีเดินออกมาค้อนใส่พี่ชายแล้วก็เหน็บเนื้อให้หนึ่งที

“เฮ้ย เจ็บนะแบคฮี!

“พี่นะพี่ ทำอะไรเหมือนเด็ก หนูอายคุณหมอปาร์คจะแย่”

“อายทำไม ไอ้หมอนั่นสิต้องอาย ปล่อยให้คนไข้รอเป็นชั่วโมงขอโทษสักคำก็ไม่มี”

“คุณหมอเค้าขอโทษแล้ว พี่เข้ามาไม่ทันตอนนั้นเองต่างหาก” แบคฮยอนชะงัก กลอกตาไปมาก่อนจะเบะปากคว่ำ

“มันเรื่องใหญ่มากหรือไง”

“ก็มีเคสเร่งด่วน แม่เด็กตกเลือดจนช็อค หมอเจ้าของไข้ไม่อยู่ ทางโรงพยาบาลเลยต้องตามหมอปาร์คไปช่วยด่วน เรื่องใหญ่พอไหมล่ะ” จากชะงักคราวนี้กลายเป็นอึ้งหนัก กระนั้นก็ยังไม่อยากยอมแพ้

“มันจะดีกว่านี้ถ้าบอกให้ชัดเจนก่อนออกไป ไม่ใช่ปล่อยให้คนรอจนหงุดหงิดแล้วมาขอโทษ คิดว่าเป็นหมอแล้วคนไข้ต้องง้อหรือวะ เปลี่ยนหมอเลยไป พี่ไม่ชอบหน้าแม่ง”

“พอเลย เดี๋ยวหนูจะฟ้องแม่ว่าพี่ทำตัวไม่ดีกับคุณหมอ”

“แล้วยังไง เรื่องมันมีมูลเหตุนะ” มีเหตุมีผลจะว่าเขาผิดฝ่ายเดียวได้ไง “เธอกำลังท้องแก่ ต้องมานั่งแกร่วรอในคลินิกโล่ง ๆ ตอนสองทุ่ม หนาวก็หนาว ถ้าเกิดเธอเป็นอะไรไปใครจะรับผิดชอบ”

“หนูก็ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”

“แต่มันก็ไม่ควร จริง ๆ พี่ควรต่อว่าหมอนั่นซึ่ง ๆ หน้าด้วยซ้ำ”

“หยุดเลย ผมขอเตือน แม่ไม่สนใจเรื่องนั้นหรอกพี่แบคฮยอน แม่เค้าปลื้มหมอปาร์คมาก มากี่ทีก็ชมไม่ขาดปาก ถ้าแม่รู้เรื่องที่พี่เหวี่ยงคุณหมอ พี่โดนบ่นยาวแน่ ๆ” จบคำแทฮยองแบคฮยอนก็ทำเสียงเหอะในคอ ชายหนุ่มเดินไปประจำที่นั่งคนขับ รอจนน้องสาวน้องชายขึ้นรถเรียบร้อยก็ค่อยพารถออกจากที่จอด

“พี่แบคฮยอน!

“อะไร! ตกใจหมด” คนกำลังใช้สมาธิขับรถ ตะโกนมาได้

“เมื่อกี้พี่พูดกับหมอปาร์คใช่ไหม?”

“ก็ไม่มีหมาอยู่แถวนั้นนะ”

“แล้วคุณหมอปาร์คก็ตอบกลับพี่ด้วยใช่ไหม”

ก็เห็นอยู่” ไม่ได้ตอบธรรมดา ตอบแบบกวนตีนกูอีกต่างหาก

“เธอถามทำไม?”

“พี่ เมื่อเช้า พี่เพิ่งฝันว่าถูกงูรัดนะ”

“เออ แล้วมันเกี่ยวอะ...ไร...” พอตามทันความคิดของน้องสาวแบคฮยอนก็ตาพอง

 “หยุด! อย่าคิดไปมากกว่านั้น” แบคฮีเอนตัวพิงเบาะแล้วก็เริ่มหัวเราะเบา ๆ หล่อนไม่ตอบคำถามแทฮยองที่ยื่นหน้ามาจากเบาะหลังด้วยความอยากรู้ ปล่อยให้น้องชายหันไปเซ้าซี้พี่ชายคนโตตลอดทางจากหน้าคลินิกนายแพทย์ปาร์คชานยอลจนถึงบ้าน

 

โบราณท่านว่าไว้

เชื่อหน่อยก็ไม่เสียหลายนะพี่แบคฮยอน

 

 

 

 

 

 

 

 

#แฟนเด็กCB

 

 

สุขสันต์วันขึ้นปีใหม่ ๒๕๖๐

ใครยังไม่มีคู่ขอให้ฝันว่าโดนงูรัด

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 357 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8,436 ความคิดเห็น

  1. #8294 heykiki (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 22:30
    มาต่อเถ้อออออออออ แสนค้าง แง อ่านมาครบปีแล้วนะเนี่ย 5555555555
    #8,294
    0
  2. #7662 Darkmate (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 18:07
    ฮื่อออน่ารักชอบๆๆๆ55555
    #7,662
    0
  3. #7545 Linseyyy13 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 09:55
    เป็นเนื้อคู่ที่สมกันดี ปะทะฝีปากตั้งแต่เจอกันครั้งแรกเลย 555
    #7,545
    0
  4. #5093 somruethai1307 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 22:52
    รวดเร้วเนื่อคุ้
    #5,093
    0
  5. #3750 Kim-kibom (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 20:24
    เจอเนื้อคู่แว้วๆๆ
    #3,750
    0
  6. #2573 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 09:55
    จะมีต่อไหมอ่ะ กำลังสนุกเลยยย
    #2,573
    0
  7. #2001 neryotakucoth (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 01:16
    มีต่อได้มั้ยคะㅠㅠㅠㅠㅠ
    #2,001
    0
  8. #1873 burin-111 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 16:43
    อ่าวแล้วมีต่อมั้ยเนี่ย
    #1,873
    0
  9. #1686 miaJongin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 02:45
    แหมคุณหมออยากเสกเด็กเข้าท้องคุณพี่ชายคนไข้มั้ยละค่ะ แค่กๆๆๆๆๆ
    #1,686
    0
  10. #1571 khunsom08 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 10:18
    จะรอดมั้ยเนี่ย
    #1,571
    0
  11. #1299 CBSEB0461 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 10:17
    อยากฝันแบบนี้บ้างอ่ะ
    #1,299
    0
  12. #1222 kmxiioxe_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 00:50
    ฝันว่าเจองูตัวโตรัด แถมผู้ชายคนแรกที่เจอก็ตัวโตละกวนส้งสมน้ำสมเนื้อนะ 555555555555
    #1,222
    0
  13. #1132 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 13:11
    เจอกันก็กัดกันเลยย5555
    #1,132
    0
  14. #1109 pcy921 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 10:08
    เจอกันครั้งแรกก็ขิงใส่เลยค่า5555
    #1,109
    0
  15. #1066 khunsom08 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 15:20
    เนื้อคู่จริงมั้ยคะ
    #1,066
    0
  16. #988 Parkminbyun (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 07:32
    อยากให้ต่อภาค2อ่ะ รู้สึกท่อนของชานแบคสั้นเดินไปง่ะ ภาค2นะๆ
    #988
    0
  17. #789 pim pimmi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 17:07
    555555 เจอเนื้อคู่แล้ววว
    #789
    0
  18. #757 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 03:42
    เอ่อ55555
    #757
    0
  19. #742 dewwiizodiac (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 20:02
    ไม่มีต่อหรอค้าบบบบ
    #742
    0
  20. #675 Real_pibtee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 22:14
    ไม่มีต่อแล้วหรอ..
    #675
    0
  21. #587 ByunnB_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 14:35
    เห็นด้วยกับความเห็น544 แล้วก็อยากให้เปลี่ยนจาก ฟังพูดเข้า เป็น ดูพูดเข้า น่ะค่ะ ฟังพูดนี่ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย5555555
    #587
    1
    • #587-1 MineLay(จากตอนที่ 4)
      13 กรกฎาคม 2560 / 15:54
      การพูดใช้การฟัง การกระทำใช้การดู วลี 'ดูพูดเข้า' นั้นใช้กันตามสมัยนิยม ไม่ใช่บรรทัดฐานหลักภาษาจึงสามารถพลิกแพลงหรือใช้คำอื่นได้ค่ะ ขอบคุณที่เสนอแนะนะคะ

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 13 กรกฎาคม 2560 / 15:59
      #587-1
  22. #544 Tantyhyun. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 12:38
    อยากให้ต่ออะไรท์มันยังไม่เคลียร์เท่าไหร่555 พระนางพึ่งมาเจอกันตอนจะจบละมันไม่ค่อยเข้าใจ555อยากให้ต่ออีกนะ งงนิดหน่อยแต่ไม่เข้าใจมากๆ55
    #544
    0
  23. #416 TOFUJAM (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 23:14
    จะไปรักกันตอนไหน555555 มาต่ออีกหน่อยเถอะนะ ._.
    #416
    0
  24. #345 BEMINDJS89 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 23:50
    อยากให้มีตอนต่อจังเลยค่ะ เป็นเรื่องยาวก็ดี ฮือออออ ชอบบบบบ
    #345
    0
  25. #300 tunnx (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 15:34
    เชื่อเหอะแบคฮยอน55555
    #300
    0