(SF) Lost in ChanBaek

ตอนที่ 39 : บ ริ ภั ท ร #07

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,770
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,065 ครั้ง
    24 ส.ค. 61


บริภัทร #07



 

               ต้องใช้พลังใจไปมากแค่ไหนถึงสอนคุณเซย่าจนจบหัวข้อยากแสนยากนั้นได้ บริภัทรนั่งมองเอกสารประกอบการเรียนปึกใหญ่อย่างเลื่อนลอย คุณเซย่าขอตัวไปรับโทรศัพท์ครู่หนึ่งแล้ว บริภัทรไม่ได้ตั้งใจจะสอดรู้สอดเห็นแต่ใบหน้าของเพื่อนร่วมชั้นปีที่โดดออกมาจอโทรศัพท์ก็สะดุดตาเสียเหลือเกิน ฝ่ายโน้นโทรมารอบแรกคุณเซย่ากดปิดเสียงแล้ววางไว้ข้างเบาะนั่ง ชวนบริภัทรคุยเรื่องงานเลี้ยงขอบคุณสตาฟงานลอยกระทงต่ออย่างออกรส จนโทรศัพท์สั่นเป็นรอบที่สามจากคนเดิมคุณหนูเซย่าถึงได้ร้องเฮ้อแล้วปลีกตัวไปคุย  

บริภัทรดื่มน้ำที่เหลือจนหมดแก้ว เริ่มเก็บเครื่องเขียนและหนังสือใส่กระเป๋าทีละอย่าง ตอนที่กำลังแยกชีทของตัวเองและเซย่าออกจากกันก็ได้ยินเหมือนมีคนเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น บริภัทรเงยหน้ามองไปและเสียงลากสลิปเปอร์ก็หยุดลงทันที

ชะงักกันไปทั้งสองฝ่าย

ผู้ที่เข้ามาใหม่สำรวมอาการได้ก่อน คุณชายคนรองของบ้านปริญศิริเสยผมลวก ๆ สอดมือล้วงกระเป๋าแล้วเดินไปทิ้งตัวนั่งที่เก้าอี้นวมตัวยาวหน้าทีวีจอใหญ่ ตอนนั้นเองที่บริภัทรเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอกลั้นหายใจไว้นานเกินไป พอสูดไอเย็นเข้าเสียงทุ้มก็ลอยมาพร้อมเสียงการแข่งขันบาสเกตบอลจากช่องกีฬา

“มาทำอะไร?” มองไปเห็นเพียงเสี้ยวหน้าด้านข้างกับสันจมูกโด่งตรงแล้วก็กลับมานึกว่าควรตอบเขาว่าอย่างไรไม่ให้เสียบรรยากาศมากกว่าที่เป็น จะว่าไปคุณชานนท์เมื่อหลายเดือนก่อนก็ดูหยิ่งและเฉยชาประมาณนี้ บริภัทรอยู่กับตัวตนอีกแบบของเขาจนเกือบลืมไปแล้วว่าตอนนั้นตนก็ทั้งกลัวทั้งเกรงพี่ชายเพื่อนจนไม่ต้องหลบเลี่ยงทุกโอกาสที่เจอ

“ผมมาทบทวนวิชาปรัชญาทั่วไปกับคุณเซย่าครับ”

“แล้วมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”

“ตั้งแต่เก้าโมงแล้วครับแต่เดี๋ยวก็จะกลับแล้ว” บอกไว้ก่อนเผื่อตอนนี้เขาไม่สะดวกใจที่จะเจอบริภัทรในบ้านตัวเอง ใครจะรู้ว่าสามวันที่ผ่านมาจะมีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง

“คุณสบายดีนะครับ?”

“ก็ดี”

“.........”

“ทำไม?”

“ไม่มีอะไรครับ แค่เป็นห่วงเพราะคุณเงียบไป ไม่ป่วยไข้ก็ดีแล้วครับ” พูดแล้วก็ดันตั้งกระดาษส่วนของคุณเซย่าออกไป ตัวเองก็ลุกขึ้นยืนพร้อมแก้วน้ำและจานขนม ยังยืนไม่เต็มความสูงเลยมั้งเจ้าถิ่นก็หันขวับมาจ้องซะก่อน

“จะไปไหน?”

“จะ เอาของพวกนี้ไปเก็บในครัวครับ” ชูของในมือขึ้นประกอบคำพูด คุณชายคนรองขมวดคิ้วน้อย ๆ เอ่ยเสียงอ่อนลง

“ไม่ต้องหรอก วางไว้ที่เดิมนั่นแหละ เดี๋ยวจะมีคนมาจัดการ”

“ขอบคุณครับ” ทำตามที่เจ้าถิ่นว่าแล้วก็ยืดตัวขึ้นอีกครั้ง หนนี้พี่ชายคุณเซย่าก็ตวัดตามองมาอีก บริภัทรเลยชิงบอกก่อนจะโดนซักซ้ำซ้อน

“ขออนุญาตใช้ห้องน้ำนะครับ”

“เชิญ” คนตัวเล็กเอ่ยขอบคุณโดยไม่มีเสียงอีกครั้ง ก่อนออกมาจากห้องนั่งเล่นมาพร้อมอาการหน่วง ๆ ในอก ฟ้าข้างนอกมืดครึ้ม มวลเมฆทะมึนตั้งเค้าว่าจะโปรยสายฝนลงมาในเวลาอันใกล้ บริภัทรประมาทสภาพอากาศช่วงปลายฝนต้นหนาวมากเกินไปเลยไม่ได้พกร่มมาจากบ้าน ถ้าพระพิรุณท่านพรมลงมาตอนนี้รถคงติดยาว สงสัยวันนี้จะได้นั่งแท็กซี่ออกจากซอยแล้วไปต่อรถไฟฟ้า

ฟ้าหม่นอย่างกับรู้อารมณ์คน

กี่รอบแล้วก็ไม่รู้ที่ต้องถอนหายใจทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ บริภัทรไม่อยากติดอาการตอกย้ำอารมณ์ด้านลบของตัวเองแต่ไม่ว่าจะพยายามทำใจให้เป็นกลางยังไงใจมันก็ไม่ปรอดโปร่งขึ้นเลย มันอึดอัด หน่วง หนัก สูดลมหายใจเข้ากี่ครั้งก็ไม่เคยเต็มอิ่ม เหมือนข้างในมันมีรูรั่วนับสิบนับร้อยกระนั้น คิดว่าอีกนิดน่าจะหงุดหงิดและจากหงุดหงิดก็อาจจะกลายเป็นโกรธซึ่งบริภัทรไม่ชอบตัวเองในอารมณ์นั้นสักนิด ทุกวันนี้เลี่ยงได้บริภัทรก็แทบไม่โกรธใคร

ยืนอิงเสาต้นใหญ่มองท้องฟ้าสีเทาจนพอใจแล้วจึงหยิบโทรศัพท์ออกมาดูเวลา กลีบปากอิ่มบางเม้มเข้าหากัน ไม่มากไม่น้อยกว่าที่ตั้งใจไว้ในตอนแรก คนตัวเล็กตีมือลงกับขอบเฉลียงสองที ยืดตัวตรงพร้อมสูดไอเย็นเข้าไปให้มากที่สุด คุณเซย่าน่าจะคุยโทรศัพท์เสร็จแล้วแต่รายนั้นคงไม่ว่าถ้าบริภัทรจะขอคุยกับคุณชานนท์เพียงลำพังสักครู่ แต่แค่ก้าวแรกที่ล่วงเข้าไปในเขตห้องปรับอากาศก็ได้เผชิญหน้ากับคู่กรณีโดยไม่ต้องเปลืองเวลาร้องขอ คล้ายว่าเขาเองก็ยืนอยู่ตรงนั้นเพื่อรอบริภัทรเช่นกัน

“เซย่าให้มาดู”

“ครับ”

“เห็นว่าหายมานานเลยเป็นห่วงกัน”

“ครับ” เราต่างรู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้มันไม่ปกติ ไม่ใช่เพราะหมู่เมฆที่กำลังเคลื่อนลงต่ำ ไม่ใช่เพราะลมที่เริ่มพัดแรง แต่เพราะเราต่างไม่มีความสุข เราไม่ได้ทะเลาะกันรุนแรงแต่ก็ไม่อาจพูดได้ว่าทุกอย่างเหมือนเดิม อย่างน้อยบริภัทรก็ไม่เคยรู้สึกร้าวลึกในอกเวลามองหน้าเขาอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ บริภัทรรู้ดี มีหลากหลายอารมณ์กำลังอัดแน่นอยู่ข้างในแต่เมื่อมันทำให้เราปั่นป่วนกระวนกระวายเราก็แค่ปลดปล่อยมันออกไป ทำยังไงก็ได้ให้ไม่ต้องทนทุกข์เพราะการหายไปของคนคนหนึ่ง ไม่ต้องหวาดหวั่นกับเวลาได้รับรู้ข่าวสารของเขากับคนอื่น

บริภัทรชัดเจนเสมอในการจัดการความรู้สึก รู้สึกหรือไม่รู้สึก มองผ่านหรือใส่ใจ แค่พอใจหรือลุ่มหลงจริงจัง ขอบเขตของความสัมพันธ์ทำให้บริภัทรรู้ถึงสิทธิ์ของตัวเอง ว่าทำได้มากน้อยแค่ไหน แสดงออกอย่างไรถึงจะเหมาะสม ข้อเสียที่เกิดจากตัวเขาคือบริภัทรไม่เก่งจะเป็นฝ่ายเริ่มและมักจำกัดทุกอย่างไว้น้อยกว่าที่ควรเป็น

บริภัทรแสดงออกไม่เก่งแต่เขาก็น่าจะรู้

ทุกครั้งที่เขาก้าวเข้ามาบริภัทรไม่เคยถอยหนี

เขาน่าจะรู้ บริภัทรไม่ทำแบบนี้กับคนอื่น

บริภัทรให้เขามากที่สุดและร้องขออย่างเดียวคือเวลา

เพื่อให้เรามั่นใจในกันและกันมากกว่านี้

ไม่ใช่เพื่อให้ใครมาแทรก

ดวงตาเรียวเลื่อนลดลง จากระยะเกินกว่าจะเอื้อมถึงกันคุณชานนท์เป็นฝ่ายก้าวเข้ามา การเคลื่อนไหวของเขาเชื่องช้า เนิบนาบ ราวกับแต่ละก้าวนั้นพร้อมจะหยุดลงถ้าเพียงแค่บริภัทรแสดงการต่อต้านเพียงน้อยนิด เขาเคยทำทุกอย่างตามใจตัวเอง เมื่อมั่นใจว่าดีเขาไม่รอคำอนุญาต ไม่ฟังเสียงทัดทาน บริภัทรรู้ดีแก่ใจว่านี่คือสิ่งที่เปลี่ยนไป

“จะว่าอะไรไหมถ้าจะรบกวนเวลาสักครู่” สีหน้าเขาเรียบเฉยทว่าดวงตานั้นหวาดหวั่น ไม่มั่นใจ บริภัทรตอบเป็นยิ้มเจือจาง ถือเอาความเงียบเป็นกำแพงปิดกั้นความรู้สึกจากคนตัวโต เขาพูดและเขาก็รู้อยู่เต็มอกว่าคนที่ไม่คุยไม่ใช่บริภัทร

“ก่อนจะไปหาเซย่า แค่ ห้านาทีก็ได้” บางครั้งบริภัทรก็นึกโกรธ ทำไมคนคนหนึ่งถึงอยู่เหนือเหตุผลของเราได้อย่างไร้เหตุผลอย่างที่สุด แค่คำพูดประโยคสองประโยค แค่ดวงตาเว้าวอน ทำไมเราต้องยอมทุกอย่างเพราะเรื่องแค่นั้น ดวงตาเรียวเลื่อนลดลง มองมือข้างที่ตกอยู่ใต้การครอบครองของใครอีกคน เมื่อบริภัทรไม่ได้ปฏิเสธชั่วลมหายใจต่อมาก็ถูกเขาโอบรัดด้วยกลิ่นหอมที่ทำให้หัวใจบริภัทรบีบรัด ด้วยความโหยหา

“บี”

“......”

“บีจ๋า...” ใบหน้าเล็กซุกซบ ปลายจมูกสูดกลิ่นไอคุ้นเคยเข้าสยบอาการสั่นไหว ดวงตาทั้งคู่อ่อนแอเกินจะฝืนสู้คลื่นร้อนที่ดันขึ้นมาพร้อมรอยชื้น ได้แต่เกลือกแก้มไปกับเนื้อผ้าฝ้ายเหนือไหล่กว้าง

“ให้โอกาสพี่ขอโทษนะ”

 


บริภัทรให้มากสุดแค่เข้ามาคุยกับเขาในห้องโฮมเธียเตอร์ แม้เจ้าของห้องตัวสูงจะประท้วงด้วยอาการขมวดคิ้วแต่บริภัทรก็ยังยืนกรานเด็ดขาด ตราบใดที่ยังไม่คบหากันจริงจังถึงระดับคนรักบริภัทรจะไม่เข้าห้องนอนของคุณชานนท์เป็นครั้งที่สอง โอเค เป็นครั้งที่สามก็ได้

“เกินห้านาทีแล้วนะครับ” แกล้งปั้นหน้าเตือนเพราะอีกคนเอาแต่นั่งเงียบ เขาจับจองมุมฝั่งโน้นของเก้าอี้นวมตัวยาว ตั้งศอกกับพนักหนาแล้วก็ซ่อนริมฝีปากไว้กับหลังมือ ปรือดวงตาคมดุมองมาแบบไร้คำว่าเห็นอกเห็นใจ บริภัทรรู้ว่าเขามองตรงไหนแต่ก็ยังเผลอเม้มปากเผยพิรุธ สุดท้ายก็เบือนหน้าไปมองผ้าม่านเสียให้จบเรื่องจบราว

“เมื่อเช้ามายังไง?” พอได้ฤกษ์เปิดปากก็พูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง บริภัทรประมวลผลอยู่หลายวินาทีกว่าจะส่งคำตอบให้คุณชายเธอได้

“ขึ้นรถไฟฟ้าแล้วก็ต่อแท็กซี่เข้ามาครับ”

“เหนื่อยไหม?”

“ไม่”

“ร้อนหรือเปล่า?”

“ไม่ทันร้อนหรอกครับ ตอนผมออกจากคอนโดยังเช้ามากอยู่ วันนี้ฟ้าครึ้มด้วย ไม่มีแดด”

“แต่ก็ลำบากเรียกรถต่อรถอยู่ดี ไหนจะควันพิษข้างนอกนั่นอีก...” ถามเอาคำตอบสุดท้ายก็สรุปตามความคิดเห็นของตัวเอง ซึ่ง คนละเรื่องกับข้อมูลที่ได้ไปเลย “ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ไปจะไปรับไปส่งนะ”

“คุณก็ทำอยู่แล้วนี่ครับ”

“ไม่ จากนี้จะไปรับที่คอนโดแล้วไปส่งที่คณะตอนเช้า ตอนเย็นก็จะไปรับกลับคอนโด ทุกวัน”

“คุณชานนท์...”

“ถ้าไม่ยอมก็หาวิธีหนีเอาเองแต่เตือนไว้ก่อนว่าถ้า...ยิ้มอะไร?...” บริภัทรย้ายสายตากลับไปที่ลวดลายผ้าม่านอีกครั้ง ขบฟันเม้มริมฝีปากก่อนจะรีบถดตัวถอยเมื่ออีกคนเริ่มการรุกรานข้ามพื้นที่ ตัวเขาสูงใหญ่ ไหล่ก็กว้างจนแทบจะบังแสงจากไฟเพดานมิด แค่ขยับเข้ามาพร้อมใบหน้าเย่อหยิ่งนั่นบริภัทรก็รู้สึกเหมือนโดนศัตรูทั้งกองทัพคุกคามแล้ว

“ยิ้มอะไร?”

“ยิ้มให้คุณครับ” เปลือกตาหนาเห็นขอบชั้นตาชัดกะพริบปริบ เหมือนเขาจะไม่ได้เตรียมใจไว้ว่าจะได้ยินคำตอบทำนองนี้จากปากบริภัทรคุณชายชานนท์เธอก็เลย เก้อหน่อย ๆ ละมั้ง

“ทำไม?”

“ดีใจที่ได้เห็นคุณเป็นตัวของตัวเองอีกครั้งครับ” ปล่อยให้เขาตรึกตรองตามสิ่งที่บอกและก็ปล่อยให้เขาคลึงข้อนิ้วอย่างไม่หวง “ก่อนนี้คุณชานนท์เอาแต่ตามใจผม ไม่ว่าจะเรื่องอะไร ถึงจะไม่พอใจหรือไม่เห็นด้วยคุณก็จะไม่ปฏิเสธ คุณยอมผมแทบทุกเรื่อง คุณก็รู้ใช่ไหมครับว่านั่นไม่ใช่ตัวคุณเลย”

“ไม่ใช่ฉันแล้วจะเป็นใคร”

“คุณฝืน”

“ฉันไม่ได้ฝืนบริภัทร ฉัน เต็ม ใจ” เขาใช้เสียงทุ้มต่ำย้ำทีละคำ

“แต่มันไม่ใช่ธรรมชาติของคุณครับคุณชานนท์ คุณจะบอกหรือครับว่าคุณไม่รู้สึกอึดอัด ระหว่างเราบางครั้งมันก็ไม่ใช่ความสบายใจ ใช่ไหมครับ” เมื่อเขาเงียบบริภัทรเลยเดินหน้าตีเหล็กร้อนต่อ “เราจะดึงเวลาเรียนรู้นิสัยใจคอกันไปทำไมครับถ้าคุณไม่เป็นตัวเองเวลาอยู่กับผม หลัง ๆ มาก็กลายเป็นว่าคุณคิดอะไรแล้วไม่ยอมพูด ผมไม่รู้ว่ามันเกี่ยวข้องกันหรือเปล่าแต่เรื่องพี่ฮั่นถ้าคุณเดินไปถามผมตรงนั้น เรื่องก็คงไม่ลากยาวไปถึงผับที่ทองหล่อ”

“รู้เรื่องเมื่อคืนได้ยังไง?”

“เอาเรื่องนี้ก่อนครับ” มือใหญ่ทำท่าจะดึงบริภัทรให้เอนซบอกกว้างแต่บริภัทรขืนตัวไว้ เวลาสำคัญอย่างนี้พูดไปมองตาไปจะเหมาะกว่า แต่ถึงไม่ได้กอดแขนยาวนั่นก็ยังคล้องไว้ที่เอว มืออีกข้างก็ยังอ้อยอิ่งอยู่ตรงมุมปากบริภัทรได้ “ไหนลองบอกมาว่าธรรมชาติของนายชานนท์ ปริญศิริเป็นยังไง”

“คุณดุ”

“ข้อแรกก็ชื่นใจเลย”

“เผด็จการ”

“ได้ ใจชื้นขึ้นเยอะ”

“และคุณก็ใจดีมาก ๆ ครับ”

“ตบหัวแล้วลูบหลังหรือคุณบริภัทร” เจ้าของชื่อหัวเราะเสียงใส จับมือที่กำลังซนมาประสานนิ้วไว้บนตัก ทำแบบที่จะไม่มีทางจะทำข้างนอกเป็นอันขาด “คุณเคยเป็นแบบนั้นตอนเรารู้จักกันแรก ๆ นะครับ ผมว่ามันเป็นลักษณะเฉพาะตัวที่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีได้ คุณดุแต่คุณก็อ่อนโยน คุณเผด็จการแต่ก็ยอมโอนอ่อนตามใจ ผมเคยคิดว่านั่นอาจเป็นเพราะคุณมีน้องสาว คุณเลยสามารถควบคุมและดูแลคนอื่นไปพร้อมกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ”

“พูดยาวกว่าทุกวันรู้ตัวไหม”

“ไม่พูดก็ไม่เข้าใจนี่ครับ”

“แล้วถ้าฉันเอาแต่ใจจนนายไม่โอเคล่ะ?”

“ผมสัญญาครับว่าถ้าไม่โอเคผมจะบอก เพราะผมก็จะไม่ฝืนตัวเองจนเกินไปเหมือนกัน เอาใหม่นะครับคุณชานนท์ คุณที่เป็นคุณน่ะดีอยู่แล้ว”

“ดีกว่าคนอื่นหรือเปล่า?”

“ไม่รู้ครับ ผมไม่มีตัวเลือกอื่นเปรียบเทียบ” หน่วยตาดำใหญ่วาววามเสียจนบริภัทรต้องเสมองจอกว้าง รับรู้ถึงสัมผัสอุ่นร้อนที่กดลงมาบนหลังมือซ้ำ ๆ ก่อนจะถูกรั้งเข้าไปกอด ดูเหมือนว่าตอนนี้จะขจัดข้อข้องใจเรื่องพี่ฮั่นหรือบุคคลที่สามได้แล้ว หมายถึงแค่ในส่วนของบริภัทรนะ

“ขอเป็นแฟนตอนนี้ก็จะปฏิเสธอีกใช่ไหม?”

“ปฏิเสธครับ ผมไม่เป็นแฟนกับคนที่ไปเที่ยวผับกับผู้หญิงอื่น แล้วก็ไม่ต้องการคบกับคนที่มีเรื่องทะเลาะวิวาทเพราะผู้หญิงคนอื่นด้วยครับ”

“เดี๋ยว ฉันว่านายกำลังเข้าใจผิด” ถูกดันให้นั่งตัวตรง จ้องตากันภายใต้แสงจากโคมระย้าช่อใหญ่ บริภัทรเห็นความเครียดเคร่งบนใบหน้าเขา คุณชานนท์ยึดต้นแขนทั้งสองข้างของบริภัทรไว้ ทำราวกับว่าบริภัทรจะลุกไหนไปในนาทีใดนาทีหนึ่งอย่างนั้น

“ฉันไม่ได้ไปเที่ยวผับกับผู้หญิงบริภัทร ฉันไปกับเพื่อน ผู้ชายทั้งหมด” แล้วยังไงล่ะ ชานนท์ชี้แจงอย่างละเอียดแต่คนถามก็แค่มองตอบด้วยดวงตากลมใสแล้วก็ลากเสียงอ้อในคอคำเดียว

“รู้เรื่องนี้มาจากไหน?”

“คุณเซย่าเล่าให้ฟังครับ”

“ชาลิสา” แกล้งใส่ไฟพี่ชายตัวเองได้นะ ดี ดีมากชาลิสา “ฉันไปดื่มกับเพื่อนตามปกตินั่นแหละ บังเอิญไปเจอเพื่อนเซย่าที่นั่น ไม่แน่ใจว่าทำไมเข้าผับได้ทั้งที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ น้องเขาโดนลวนลามฉันก็ช่วย จบเรื่องก็แยกย้ายกันกลับ that’s all ไม่มีอะไรมากกว่านี้”

“พูดยาวกว่าทุกวันรู้ตัวไหมครับ”

“บริภัทร” คนโดนปรามกลั้นยิ้ม

“แล้วทำไมถึงหายไปตั้งหลายวันล่ะครับ? ผมนึกว่า...”

“ฉันไม่ดีเอง เพราะคิดว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์เลยไม่พูด พอโกรธก็ไม่อยากเอาอารมณ์ไปลงกับนายเลยเลือกที่จะถอยออกมา” ที่จริงแล้วชานนท์หายโกรธตั้งแต่ได้ข้อความจากน้องแล้ว อีกฝ่ายไม่ผิดแต่ก็ยังใจเย็นอธิบายทีละประเด็น ใจชายหนุ่มตอนนั้นอยากจะขับรถกลับไปหาบริภัทรที่ห้องสมุดแต่ถูกเพื่อนปรามไว้ ทุกคนเห็นพ้องว่าชานนท์ควรถอยเพื่อตั้งหลักพร้อมดูปฏิกิริยาของคนตัวเล็กด้วย ไม่อย่างนั้นชายหนุ่มคงไม่ยอมห่างจากบริภัทรนานถึงสามวัน ครั้นจะให้สารภาพว่าทั้งหมดนั่นคือแผนการของเขาและเพื่อนชานนท์ก็ติดอยู่นิดหนึ่ง

“บริภัทร”

“ครับ?”

“คิดถึงนะ” บริภัทรหน้าเหวอค้าง คนเราอ่ะ...  

“...เศรษฐศาสตร์มีแต๊งส์สตาฟงานลอยกระทงวันไหนเหรอครับ?”

“เปลี่ยนเรื่อง”

“ของผมเย็นวันศุกร์นี้แล้ว”

“ไม่แน่ใจ ได้ยินไอ้น้องแจ็คบอกว่าอาจจะปลายอาทิตย์หน้า มันว่าจะจองร้านบุพเฟ่ต์แถว ๆ ราชเทวี ส่งน้องกลับบ้านแล้วจะได้ต่อที่ตักสุราเลย”

“ตักสุราตรงสะพานหัวช้าง?”

“รู้จักได้ยังไง?” ทั้งคู่ใช้เวลาด้วยกันอย่างคุ้มค่า ราวกับต้องการจะชดเชยสามวันที่เสียไปอย่าง(ไม่เชิงว่า)เปล่าประโยชน์ กว่าจะนึกได้ว่าลืมมื้อกลางวันก็ตอนที่คุณหนูชาลิสายื่นหน้าเข้ามายิ้มแฉ่งหลังจากเคาะประตูให้สัญญาณแล้วสามครั้งถ้วน

“กินข้าวกันค่าาา สำรับขึ้นโต๊ะพร้อมแล้ว”

“ทำอะไรไว้ก็รอรับผลนะไอ้ตัวช่างปั่น”

“อุ๊ย! เซย่าต้องโทรหาคุณแม่นี่นา ลืมสนิทเลย” แล้วก็ผลุบหายไปจากกรอบประตู บริภัทรขำท่าทางส่ายหัวอย่างระอาของปริญศิริคนรองพลางจัดหมอนแต่ละใบเข้าที่เดิม เช็คว่าเรียบร้อยดีแล้วจึงหันไปยิ้มให้เขา คุณชานนท์ไม่พาบริภัทรออกไปทันทีแต่กลับจับมือบริภัทรไว้ ดึงให้สองร่างชิดกันจนบริภัทรต้องเงยหน้านิด ๆ เพื่อสบตาเขา

“วันนี้เรารู้จักกันมากขึ้นหรือยัง?” บริภัทรคลายความสงสัยเป็นรอยยิ้มหวาน แม้จะยังเก้อกระดากในยามที่ต้องใกล้ แม้จะยังเขินจนวางตัวไม่ถูกยามอยู่กับเขาในสถานการณ์ที่ต่างออกไปแต่บริภัทรก็เก่งในเรื่องของการเรียนรู้และพัฒนา ร่างเล็กยืดตัวขึ้นแตะริมฝีปากกับลักยิ้มคนตัวโตแล้วก็รีบผละออกอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าจะเทียบกับคุณชานนท์แล้วบริภัทรยังนับว่าอ่อนด้อยนัก กว่าเขาจะปล่อยให้หายใจเองอีกครั้งบริภัทรก็เกือบลืมไปแล้วว่ามีมื้อกลางวันและคุณหนูเซย่ารออยู่ข้างนอกนั่น


 

“คุณชานนท์คะ มีแขกมาขอพบค่ะ” เพราะก่อนนี้มีคำสั่งว่าถ้าไม่เรียกห้ามใครเข้าไปรบกวน ผู้ช่วยแม่บ้านชื่อส้มโอที่รอท่าอยู่ด้านหน้า พอชานนท์กับบริภัทรเดินออกไปจากห้องโฮมเธียเตอร์หล่อนก็รายงานทันที

“พบใคร?”

“พบคุณชานนท์ค่ะ”

“ใครครับ? พี่ส้มโอรู้จักไหม?” ชานนท์ไม่เคยรับแขกที่บ้านยกเว้นเพื่อนในกลุ่มแค่ไม่กี่คนและวันนี้เขาก็ไม่ได้นัดใครไว้

“พี่ส้มโอไม่รู้จักค่ะแต่เธอให้เรียนว่าชื่อคุณน้ำหวาน เป็นเพื่อนของคุณเซย่าค่ะ พี่ส้มโอเลยเชิญเธอรอที่ห้องรับแขก” บริภัทรเงยหน้ามองเจ้าของบ้าน กะพริบตาแค่สองครั้ง คุณชานนท์ของพี่ส้มโอก็หน้าตึงแล้ว

“เขาบอกไหมว่ามาทำไม?”

“ไม่ได้บอกค่ะ”

“โอเคครับ เดี๋ยวผมออกไปเอง รบกวนพี่ส้มโอไปตามเซย่าให้ที น้องน่าจะอยู่บนห้อง”

“ค่ะ” พ้นร่างผู้ช่วยแม่บ้านเขาก็หันมาคว้ามือบริภัทรแต่บริภัทรส่ายหน้าพร้อมขยับออกห่าง

“นี่ในบ้าน”

“ยังไงก็ไม่ได้ครับ คุณรีบไปหาน้ำหวานเถอะ ปล่อยให้แขกรอไม่ดีนะครับ”

“ไปด้วยกัน” เขายื่นข้อเสนอ ต่อรองแบบไม่กลัวจะต้องเสียเปรียบ แสดงฤทธิ์เดชการบังคับผ่านน้ำเสียงและสายตาแบบไม่ให้เสียชื่อจอมเผด็จการ บริภัทรคร้านจะอิดออด น้ำหวานมาพอดีกับเวลารับประทานอาหาร เลี่ยงไปประเดี๋ยวก็ต้องเจอกันที่โต๊ะกินข้าวอยู่ดี

แขกของวันอาทิตย์นั่งรออยู่ในห้องรับรอง น้ำหวานสวมเดรสสีเหลืองอ่อนยาวกรอมข้อเท้า ปล่อยผมสีน้ำตาลเข้มลอนใหญ่แผ่เต็มแผ่นหลัง ดูแล้วให้ความรู้สึกอบอุ่นอ่อนโยนประหนึ่งแสงแดดยามเช้า ยิ่งเพิ่มรอยยิ้มยินดียามหันมาเห็นคนที่รอเข้าไปด้วยแล้ว น้ำหวานก็ยิ่งสวยจหวานกว่าตอนเป็นดาวเด่นที่คณะหลายเท่า

“สวัสดีค่ะพี่ชานนท์”

“สวัสดีครับ”

“ขอโทษที่มาโดยไม่ได้บอกก่อนนะคะ พอดีว่าคุณแม่ของน้ำหวาน... อ้าว บี ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?”






#3rdsf


เพราะมีคุณ ๆ ช่วยบิ้วท์พี่เลยมีแรงไฟท์พิมพ์

ขอบคุณมากนะคะ



 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.065K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8,436 ความคิดเห็น

  1. #8383 ChungWila (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:11
    อ่ะอยู่ดีๆก็หวานใส่กันเนอะ
    #8,383
    0
  2. #8343 KyuMin_Pumpkin (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 17:09
    อ้อออออ น้องเซย่าก็คือแสบทรวงมากจ้าาาา ใส่ความอิพี่เว่อร์

    ปล. น้ำหวานเยอะสิ่งไปแล้วนะคะ
    #8,343
    0
  3. #8268 areenachesani (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 21:51
    แงง ดีกันแล้วว น้องค่ตจาแมนน ใจๆ พูดตรงๆ
    #8,268
    0
  4. #8187 ppLindeep (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 06:04
    น่ารักมากกก แสนดีคุณชานนท์ของน้องกลับมาแล้ว
    #8,187
    0
  5. #7757 somruethai1307 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 09:49
    พี่ชานนท์คิดถึงน้อง 😍😍 อ่านจบทั้งเรื่องแล้วกลับมาอ่านอีกรอบก็ยังเขิน
    #7,757
    0
  6. #7667 puppy_ (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 23:00
    น่ารักจัง พี่ชานแบบยอมให้น้องมากกกกก เข้าหาก่อน มีน้อยใจคิดว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ด้วย โง้ยยยยเขินจริงเขินจัง ;3;
    #7,667
    0
  7. #7616 Fairy wings (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 10:23
    น้องบีใจเย็นมาก ๆ เลย น่ารักมาก
    #7,616
    0
  8. #7556 IceS@ssy (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 01:46
    พูดเคลียร์กันมีเหตุผลดีจัง
    #7,556
    0
  9. #7502 jokerBHPcy (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 23:51

    ใจเสียตั้งแต่รู้ว่าไปกับน้ำหวานแล้วค่ะ คุณเซย่า

    #7,502
    0
  10. #7409 SapphireScorius (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 11:07
    ใจเหลวมากตอนเรียกบีจ๋า โอ้โห คุณพี่โหมดอ้อน(ว่าที่)แฟนเด็กนี่น่ารักมาก คือยอมสุดๆ ง้อแบบไม่ไว้ตัวอะไรเลย ฮืออออ ไหนคะพี่ชานนท์คนหยิ่งเสดสาด ไปไหนแล้ว แงงงง รู้ล่ะสิว่าตัวเองก็ผิด งอนน้องนานเกิน เลยกลัวเค้าไม่ให้ง้อ จะแตะจะจับก็ต้องค่อยๆทำ โถ่ พ่อคุณ

    ชอบที่ตอนเคลียร์กันเค้าคุยกันทุกเรื่องจริงๆ ปบบเปิดเผยไปเลยว่าไม่โอเคกันตรงไหน น้องบีน่ารักมากกก เข้าใจความพี่ชานแท้ๆ ดีแล้วที่ไม่ให้พี่เค้าฝืนตัวเอง สรุปเรื่องไปผับคือไม่มีอะไรเลย -เราก็ใจหวิวไปสิ ดีใจที่กลับมาดีกันแล้ว ตอนอยู่กันสองคนนี่อื้อหือออ สวีทมากจนอิจฉา กอดเอยจูบมือเอย พี่ชานเหมือนจะกินน้องลงท้องไปเลยนะคะ แอบขำตาพี่ตอนแรก น้องลุกปุ๊บคือถามเลยจะไปไหน กลัวเค้าหนีกลับ 55555

    ส่วนน้ำหวาน.... ออกไปเถอะค่ะ อย่ามาแทรกแซงคนอื่นเลย ไป๊
    #7,409
    0
  11. #7311 betnp (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 13:39
    บีจ๋าหรอออ TT
    #7,311
    0
  12. #7299 Sooyung (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 01:10
    นังน้ำหวาน นังชะนี- -
    #7,299
    0
  13. #7291 xxiuminx (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 23:38
    แงงงง น่ารักกันจังง ;__;
    #7,291
    0
  14. #7216 pukiest (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 22:48
    ืออออ อิจฉายัยบีมากๆๆๆๆๆ
    #7,216
    0
  15. #7004 _tangkwajiya (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 11:29
    โอ้ยย ชอบตอนปรับความเข้าใจกันจังง
    ที่บีมาอยู่ที่นี่ได้ก็เพราะเป็นอนาคตแฟนของพี่ชานไงคะน้ำหวาน
    #7,004
    0
  16. #6978 purnploy (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 23:25
    ตัวจริงอยู่นี่น้าน้ำหวานน
    #6,978
    0
  17. #6831 kriskky (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 09:50
    เนี่ยยยย ดูสิบอกคิดถึงน้องด้วยน่ารักมากกกกด
    #6,831
    0
  18. #6774 MaNiInyourarea (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 16:22
    น้องบีน่ารักมากๆ พี่ชานนท์ก็แสนดี เขิววว
    #6,774
    0
  19. #6765 cheerchanbaek (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 15:23
    นังน้ำหวาน.....มาทำไมยะ?!? จะมาพาคนอื่นทะเลาะอีกรึเปล่าาา!! ฮึ่มม เซย่าจ๊ะ ดูแลเพื่อนด้วยจ้าาาาา
    #6,765
    0
  20. #6730 Mat.ing (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 04:13
    อยากกอดน้องบี รู้กกกกกกกกกคนเก่งของแม่
    #6,730
    0
  21. #6411 Littie Bird (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 01:11
    เริ่มลำไยน้ำหวาน น้องบีแกร่งกว่าที่คิดมากลูกแม่
    #6,411
    0
  22. #6306 Darkmate (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 11:32
    น้องบีของช้านนนนน รำยัยหวาน
    #6,306
    0
  23. #6253 iwannascreamallthetime (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 07:45
    น้องบีชัดเจนมากๆ ฮือคนดีของแม่ ตอนแรกที่เซย่าบอกจะงอนพี่ชานนท์แล้วนะ55555555555 ปรับความเข้าใจกันดีมากเลยค่ะ น้องบีน่ารักมากอ่อนหวานอะไรขนาดนี้คะ;-;
    #6,253
    0
  24. #6228 CBforever (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 00:12
    ฮือออออออ ช่างอ่อนโยนมากๆเลย ดีที่เขาปรับความเข้าใจกัน น่ารักมากๆ ยัยน้ำหวานมาทำไมยะ???
    #6,228
    0
  25. #6176 nuneoyjung (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 11:41
    น้องบีน่ารักกกก
    #6,176
    0