(SF) Lost in ChanBaek

ตอนที่ 3 : M I S T A K E

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,596
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 504 ครั้ง
    30 ก.ย. 59







 

           



             

         

          สองขาใต้เดนิมเนื้อหนาก้าวเร็ว ๆ ออกมาจากตึกสีเทาเข้มในตอนสายของวันจันทร์ เหลือเวลาอีกแค่สิบห้านาทีก่อนคลาสเรียนจะเริ่มและอีกยี่สิบห้านาทีก่อนอาจารย์จะล็อคห้องถ้าไม่อยากถูกเช็คชื่อขาดเขาต้องรีบหน่อยแล้ว มือเรียวกระชับสายเป้ที่ทันได้แค่คล้องไหล่ข้างหนึ่งอีกข้างควานหากระเป๋าเงินที่ซ่อนบัตรโดยสารรถสาธารณะไว้ในนั้น ริมฝีปากบางเฉียบขยับยิ้มเมื่อเจอของที่ต้องการก่อนรอยยิ้มนั้นจะจางไปเมื่อได้เงยหน้ามองทางอีกครั้ง

          กระเป๋าเงินใบเล็กหล่นจากมือ

ทิ้งตัวไปบนพื้นถนนเหมือนกับหัวใจเจ้าของ

 

 

“...ปาร์คชานยอล...”

 

 

แย่ แค่เข้าเรียนไม่ทันเวลาอาจารย์ล็อคห้องก็ว่าแย่แล้วอาจารย์ดันแจกควิซแบบไม่แจ้งล่วงหน้า ถึงจะแค่คะแนนหารแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่แบคฮยอนควรพลาดแต่เขาก็ต้องเสียมันไปเพราะมัวแต่สติแตกกับการปรากฏตัวของใครบางคน ร่างเล็กพาใบหน้ายุ่งเหยิงผ่านแดดเปรี้ยงยามบ่ายตรงไปยังอาคารตรงหน้า คู่คิ้วที่หางโน้มตกย่นเกือบชนกันยามกวาดตามองหาคนที่นัดไว้ เมื่อเจอเป้าหมายนั่งดูดน้ำอยู่มุมหนึ่งก็พุ่งไปหาทันที

“อ้าว มาแล้วเหรอ กินไรมายัง?”

“ยัง”

“ไปซื้อดิ กูอิ่มน้ำหวานอยู่ เดี๋ยวเฝ้าโต๊ะให้ก่อน”

“กูไม่ค่อยหิว”

“เป็นไรวะ? พลาดควิซย่อยแค่นี้ถึงกับกินไรไม่ลงเลยเหรอ เบ ๆ น่า แค่ห้าคะแนนเอง” จะกี่คะแนนมันก็สำคัญแต่ที่ทำให้เขาปั่นป่วนอยู่ตอนนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องไม่ได้เข้าสอบ มันเป็นเรื่องที่ทำให้ห้าคะแนนนั้นกลายเป็นเรื่องขี้ประติ๋วเมื่อเทียบกัน แบคฮยอนเม้มปาก นิ้วมือขดเข้าเป็นกำปั้นยามคิดถึงช่วงเวลาแค่ไม่กี่วินาทีที่ต้องเผชิญหน้ากับผู้ชายคนนั้น ผีห่าซาตานตัวไหนดลใจเหรอถึงได้กล้าโผล่หน้ามาให้เขาเห็น

“เอ่อ ถ้ามึงไม่หิวงั้นเราย้ายที่กันเถอะ จะได้แบ่งโต๊ะเก้าอี้ให้คนที่หิวเค้าใช้” อาการเร่งร้อนแกมลุกลี้ลุกลนของเพื่อนสนิทดึงให้แบคฮยอนละความสนใจจากเรื่องในความคิด หน่วยตาสีน้ำตาลเข้มจ้องหน้าเพื่อนเพียงแวบเดียวที่อีกคนมองข้ามหัวเขาไปด้านหลังแบคฮยอนก็หันไปมองตามทันที

เขาไม่น่าทำแบบนั้น

แบคฮยอนตำหนิตัวเองตอนที่สายไปแล้ว เราคงสนิทกันเกินไปเพื่อนเขาถึงได้รู้ว่าเขาควรออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ร่างเล็กเก็บของลวก ๆ ทั้งที่เพิ่งนั่งได้ไม่ถึงห้านาที รวบทันแค่กระเป๋าเงินกับหนังสือสองเล่มใครคนหนึ่งก็วางถาดอาหารลงมาตรงที่ว่างฝั่งเขา

“ขอนั่งด้วยได้มั้ย?”

“เอ่อ นั่งเลย ๆ พวกเราจะลุกพอดี”

“อ้าว ทำไมลุกแล้วล่ะ ยังไม่ได้กินอะไรเลยไม่ใช่เหรอ?” เป็นหวงจื่อเทาที่คุยกับเพื่อนสนิทของเขา แบคฮยอนมั่นใจโดยไม่ต้องเงยหน้ามองซ้ำ คนตัวเล็กคว้าเป้ได้ก็ลุกขึ้นยืน ใครคนหนึ่งขวางทางเขาไว้อย่างจงใจแบคฮยอนก็หลีกหลบแล้วผละจากมาเสียเอง

 

 

“นึกยังไงถึงมากินข้าวที่นี่วะ ไม่เห็นนานแค่ไหนแล้วล่ะ ร้อยวันแล้วได้มั้ย” เพื่อนรู้ว่าจะต้องตามหาเขาได้ที่ไหน หลังจากทิ้งเวลาให้แบคฮยอนปรับโหมดครู่ใหญ่เจ้าของดวงตาดำใหญ่ก็เลียบ ๆ เคียง ๆ เข้ามาพร้อมประเด็นอ่อนไหว หากแบคฮยอนปิดปากเงียบ เขาไม่อยากพาดพิงถึงผู้ชายคนนั้น ไม่อยากให้เสียงของตัวเองต้องเอ่ยถึงชื่อนั้น ราวกับรู้ถึงความกลัวข้างในว่าถ้าเผลอเอ่ยอะไรไปหน่อยเดียวความรู้สึกเก่า ๆ มันจะย้อนกลับมาทำร้ายได้อีก  อย่าให้เจ็บระดับนั้นอีกเลย หัวใจมันจะทนไม่ไหวเอา

“แบคฮยอน...”

“โทษทีนะ มึงเลยไม่ได้กินข้าวเลย”

“เรื่องใหญ่ตรงไหนล่ะ บอกแล้วไงว่ากูอิ่มอยู่ ว่าแต่มึงเถอะ ไม่หิวแน่นะ กินอะไรรองท้องหน่อยดีมั้ย แซนวิชสักชิ้นก็ยังดี”

“ไม่ล่ะ” เขากินอะไรไม่ลง ความรู้สึกหิวมันอันตรธานหายไปตั้งแต่เช้าแล้ว “กินสักหน่อยเถอะมึง เดี๋ยวอาการกำเริบจะยิ่งแย่ อ่ะ ทำใจกัด ๆ กลืน ๆ ไปเดี๋ยวก็หมด” เห็นแก่ความห่วงใยของเพื่อนแบคฮยอนจึงต้องรับถุงพลาสติกสีดำมาคลี่ดู ข้างในมีนมรสกล้วยหอมและแซนวิชแฮมชีส แน่นอนว่าไม่มีแตงกวา แบบที่แบคฮยอนชอบ เขาเอ่ยขอบใจเพื่อนจากนั้นจึงฝืนกินจนผ่านไปอีกมื้อ เก็บเศษขยะใส่ถุงทิ้งพร้อมกับที่เพื่อนสนิทเงยหน้าจากโทรศัพท์พอดี

“ไปกันเถอะ กูไม่อยากพลาดคลาสซ้ำซ้อนอีก”

“เอ่อ แบคฮยอน...” คิ้วเรียวเลิกขึ้นแทนคำถาม เพื่อนของเขาอึกอักแต่สุดท้ายก็ยอมเอ่ยเสียงแผ่ว “มึง จะไม่ลองคุยกับมันหน่อยเหรอ”

“คุยกับใครวะ?”

“ก็ ชานยอล”

“.......”

“ดูก็รู้ว่ามันมาที่คณะเราเพราะมึง เมื่อกี้ตอนมึงหนีมาท่าทางมันเศร้ามากนะเว้ย กูว่าบางทีถ้าพวกสองคนมึงยัง...”

“พอเถอะ” เสียงใสคล้ายถูกบีบจนแหบพร่า ดวงตาเรียวเล็กแห้งผากไม่ต่างจากน้ำเสียง คนอย่างเขาเจ็บแล้วจำ ยิ่งตอนที่ยังเจ็บทุกเมื่อเชื่อวันอย่างนี้เขาไม่โง่จะกรีดแผลตัวเองซ้ำหรอก

“เศร้ายังไงก็ไม่ตายหรอก”

คนอ่อนแออย่างแบคฮยอนยังผ่านมันมาได้เลย

 

 

เครื่องดื่มแก้วที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้แบคฮยอนขี้เกียจจะนับเพราะยกขึ้นดื่มไปสักพักก็มีคนหวังดีเติมให้ไม่เคยขาด คนกำลังมีเรื่องในใจก็ได้แต่ยกจิบ มากบ้างน้อยบ้างแต่ก็ยังมีสติครบถ้วนสมบูรณ์ แบคฮยอนโยกตัวไปมาตามจังหวะเพลง มือข้างหนึ่งแกว่งแก้วเหล้าไปมาอีกมือพาดไปตามพนักโซฟา ท่อนขาใต้กางเกงตัวใหม่ยกไขว่ห้างเผยความสมส่วนที่เสริมให้ร่างเล็กดูเพรียวบางเกินผู้ชาย เส้นผมสีทองสว่างโดดเด่นตัดกับคิ้วดำขลับ จมูกโด่งและกลีบปากกระจับเล็กบางเฉียบ ฉ่ำชื้นเต็มตึงเพราะฤทธิ์ร้อนของแอลกอฮอล์

“หายไปไม่กี่ชั่วโมงได้ผมสีใหม่มาเลยนะ” เมื่อตอนบ่ายยังหัวดำนั่งเรียนด้วยกันอยู่เลย

“ถ้าบอกว่าไม่ได้ตั้งใจจะเชื่อมั้ย”

“ชั่ววูบหรอกเหรอ”

“ก็ทำนองนั้น เดินผ่านร้านแล้วโดนลากเข้าไปเลยได้มาแบบนี้” เขาอยากเปลี่ยนอะไร ๆ ด้วยเลยไม่ปฏิเสธ พี่สาวที่พาเข้าไปทำเหมือนจะเป็นผู้จัดการร้าน ทำให้ฟรีตั้งแต่กัดสีลงสีใหม่แล้วก็บำรุงแลกกับการขอถ่ายรูปไว้เป็นแบบเท่านั้น “มันโอเคไหมวะ?”

“โอเคมาก กูเดินเข้ามาเห็นแต่คนมองมึง แล้วนี่นั่งคนเดียวเหรอ ไหนวะพี่รหัสที่บอกว่าจะรีบมาจองโต๊ะให้” แบคฮยอนบุ้ยใบ้ไปทางหนึ่ง “ไปห้องน้ำ ไม่รู้กลับไปเข้าที่บ้านหรือเปล่าหายไปจะครึ่งชั่วโมงแล้วเนี่ย”

“ไม่ใช่ว่าเดินตามสาวกลับบ้านไปแล้วนะ”

“เพิ่งจะหัววันเองเหอะ”

“จ้าาา เพิ่งจะหัววันแต่พี่แบคตาเยิ้มไปแล้วรู้ตัวมั้ยจ๊ะ อย่าเผลอส่งสายตาให้ใครนานเกินสามวิล่ะกูไม่อยากเป็นกรรมการห้ามมวย” แบคฮยอนไหวไหล่ มองอย่างเลื่อนลอยไปตามความสลัวของคลับใต้ดินแห่งนั้น เห็นร่างสันทัดของพี่รหัสเดินใกล้เข้ามาก็สะกิดบอกเพื่อนสนิท

“เก๊กได้เก๊กดีลุงเอ๊ย” เพื่อนตัวเล็กค่อนหลังจากหันไปเห็นรุ่นพี่ปีสาม ไม่รู้อิจฉาความหล่อหรืออิจฉาความรวยที่ทำให้เจ้าตัวต้องกลอกตาทุกครั้งเวลาเจอกัน แบคฮยอนเขย่าแก้วเหล้าที่เหลือเพียงน้ำแข็งขลุกขลิกแล้วก็เกือบทำหลุดมือตอนที่พี่รหัสทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามพร้อมสมาชิกใหม่อีกกลุ่มหนึ่ง

“นั่งเลยพี่ นี่น้องรหัสผมกับเพื่อน ปีสองเท่าชานยอล แบคฮยอนน่า รู้จักพี่คริสเอาไว้สิ พี่คริสเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนเก่าพี่ ตอนนี้เป็นเจ้าคนนายคนอยู่ที่บริษัทนำเข้ารถยนต์ที่รวยเป็นอันดับสามของประเทศเรา”

“หวัดดีเด็ก ๆ ยินดีที่ได้รู้จักนะ”

“ยินดีครับพี่คริส เอ่อ ทำไมถึงมากับ...” แน่นอนว่าคนถามไม่ใช่บยอนแบคฮยอน เด็กหนุ่มค้อมศีรษะทักทายคริสแล้วก็มองต่ำเพียงแก้วเครื่องดื่มในมือ หน้าที่การต่อบทสนทนาจึงเป็นของเพื่อนสนิทและพี่รหัสของแบคฮยอนไปโดยปริยาย

“ญาติกันน่ะ ลูกพี่ลูกน้อง” ปาร์คชานยอลเป็นคนตอบ เจ้าของรูปหน้าคมหวานมองประกายวิบวาวของเรือนผมสีทองก่อนจะเลือกนั่งลงตรงโซฟาตัวยาวเพราะเก้าอี้นวมสองตัวนั้นพี่รหัสของแบคฮยอนกับคริสยึดไปแล้ว เพียงแค่อีกคนทิ้งตัวลงมาพร้อมกลิ่นน้ำหอมที่แบคฮยอนสามารถระบุแบรนด์และรุ่นได้ร่างเล็กก็ลุกขึ้นยืนทันที

“ไปไหนวะ?” เมื่อคนถามคือรุ่นพี่จึงเลี่ยงคำตอบไม่ได้

“ห้องน้ำครับ”

“ห้ามหนี ห้ามหาย ห้ามตามผู้ชายกลับบ้านนะเว้ย”

“เพื่อนผมไม่ใช่พี่นะ”

“เดี๋ยวนะครับน้อง พี่ว่าพี่ไม่เคยทำเรื่องแบบนั้นนะครับ” เสียงโต้เถียงกันของเพื่อนและพี่ถูกเสียงเพลงในร้านกลบจนจับใจความต่อไปอีกไม่ได้ สองขาก้าวผ่านโต๊ะนับสิบมาถึงห้องน้ำแล้วก็เปลี่ยนใจเดินขึ้นมาสูดอากาศข้างบนแทน ไอเย็นพัดกรูเข้าปะทะใบหน้าแต่ก็ไม่ได้ช่วยให้จิตใจที่กำลังปั่นป่วนดีขึ้นสักนิด แบคฮยอนก้าวไปจนเจอราวกั้นข้างถนนก็ทรุดตัวลงนั่งตรงนั้น

ไม่เคยนึกเกลียดความบังเอิญมาก่อน

กระทั่งเมื่อกี้

“สักตัวไหม?” เสียงไม่คุ้นหูเอ่ยถามพร้อมมือที่ยื่นซองนิโคตินให้ แบคฮยอนไม่สูบบุหรี่แต่พอมีคนเสนอมาในจังหวะนี้...มือบางเอื้อมไปหมายจะรับมาแต่กลับถูกตัดหน้าด้วยบุคคลที่สาม ก้านนิ้วแข็งรั้งข้อมือแบคฮยอนไว้ข้างหนึ่งอีกข้างรับซองบุหรี่เพื่อส่งคืนเจ้าของเดิม

“ขอโทษทีพี่ชาย เพื่อนผมไม่สูบ” คนแปลกหน้าไม่ตื้อ แค่ยกไหล่แบบไม่ซีเรียสแล้วผละไป ตอนนี้คนที่ซีเรียสกลับกลายเป็นบยอนแบคฮยอนแทนเสียแล้ว

“อย่ารับของใครพร่ำเพรื่อ มันอันตรายรู้ไหม?” แล้วยังไง แบคฮยอนตอบแทนความหวังดีที่ไม่ต้องการด้วยการสะบัดมือจากมือหนาแล้วลุกหนี

“แบคฮยอน” อีกฝ่ายตามมาติด ๆ เหมือนปาร์คชานยอลจะไม่ยอมให้คนตัวเล็กเดินหนีเขาอีกแล้ว สามรอบในวันเดียว ชานยอลเกินจะทน

“บยอนแบคฮยอน!

“อย่าแตะ!” แบคฮยอนออกแรงเหนี่ยวแขนออกจากมือหนาเต็มกำลังแต่กลับไม่ได้อย่างที่หวัง เราอายุเท่ากันก็จริงแต่ถ้าจะเทียบอย่างชัดเจนแล้วแบคฮยอนเป็นรองแทบทุกด้าน พละกำลังร่างกาย ความหนาของไหล่ ความหนั่นแน่นของกล้ามเนื้อ กระทั่งความแข็งแกร่งของจิตใจปาร์คชานยอลยังเหนือกว่าเขา เข้มแข็งกว่า เลือดเย็นกว่า แบคฮยอนไม่อยากพ่ายแพ้ซ้ำ ๆ ถึงต้องหนีจากอีกฝ่ายอย่างเอาเป็นเอาตายแบบนี้ไง

“ปล่อยฉัน”

“ฟังก่อนแบคฮยอน”

“ไม่มีอะไรต้องฟัง ปล่อยแล้วก็อย่ามายุ่งกันอีก ไปซะ”

“ถ้าไปได้ฉันจะมาอยู่ตรงนี้ไหม ฟังกันบ้างสิ เมื่อก่อนนายไม่ดื้อแบบนี้นะแบคฮยอน” แบคฮยอนบิดปากเป็นรอยยิ้มหยัน หน้าตาหลังจากดื่มไปหลายแก้วคงทุเรศพอดูแต่ใครแคร์กัน เรื่องที่ต้องทำตอนนี้คือเอาตัวเองไปให้พ้นจากปาร์คชานยอลให้ได้ต่างหาก

“ก็ไม่ใช่เพราะฉันไม่ดื้อหรอกเหรอนายถึงไปง่าย ๆ ไม่ใช่เพราะฉันไม่ดื้อหรอกเหรอ พอมีคนจะทิ้งฉันถึงยอมให้มันทิ้งกันอย่างง่ายดาย”

“แต่ถ้าตอนนั้นนายดื้อหรือรั้นสักนิด แค่คำเดียว...”

“แล้วยังไง? อยากไปก็ให้ไปแล้ว จะกลับมาตอกย้ำให้มันได้อะไรขึ้นมาอีก ฉันไปร้องไห้ฟูมฟายคุกเข่าขอร้องให้นายกลับมาหรือก็ไม่ จำไว้สิปาร์คชานยอล เราเลิกกันแล้ว เลิกกันด้วยดีอย่างที่นายบอกใครต่อใครยังไงล่ะ!

“มันไม่ดีเลยแบคฮยอน! ไม่สักนิด”

“แล้วไง? ฉันต้องแคร์มั้ย?”

“แบคฮยอน”

“มันจะดีจะเลวร้าย ชีวิตนายจะขึ้นสวรรค์หรือลงนรกกี่ขุมต่อกี่ขุม ยังไงมันก็ไม่เกี่ยวกับฉันแล้วนี่ คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงมาบังคับให้คนอื่นฟังความต้องการของตัวเองอย่างหน้าด้าน ๆ อายหน้าบ้างไหมที่ทำตัวเป็นคนกลับกลอกอย่างนี้” สะใจ สะใจอะไรแบบนี้ ไม่คิดเลยว่าจะได้มีโอกาสตอกใส่หน้าคนที่เคยทิ้งกันอย่างเลือดเย็น สะใจจนหัวใจขาดออกเป็นริ้ว จนน้ำตาไหลให้ร้อนใบหน้าไปหมด

“แล้วคิดว่าฉันไม่รู้สึกอะไรเลยงั้นเหรอ ฉันยิ่งกว่ารู้สึก ทุกความแย่ในโลกนี้มันอัดใส่หน้าฉันทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนั้นแต่ฉันก็ต้องทน ทำตัวหน้าด้านอย่างที่นายด่า”

“.........”

“ขอร้องล่ะแบคฮยอน ฉันไม่อยากเสียนายไป” กลีบปากบางเฉียบวาดรอยยิ้มหมิ่นแคลนทันทีที่ได้ฟัง แบคฮยอนบิดมือจนได้อิสระกลับคืน

“ผิดแล้วล่ะปาร์คชานยอล”

“.........”

 “นายเสียฉันไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว” 

 

 

ต้องโทษเพื่อนสนิทที่ตามออกมาผิดเวลา ออกมาเจอแบคฮยอนกำลังจะหนีกลับคอนโดแล้วก็ต้องโทษตัวเองที่เกิดบ้านึกฮึดอยากดื่มเหล้าให้เมา แทนที่จะกลับห้องให้สิ้นเรื่องสิ้นราวก็ดันมาดื่มต่อจนเมาให้เพื่อนรักดูแล แบคฮยอนเททุกอย่างทิ้งกระทั่งความยึดมั่นถือมั่นในศักดิ์ศรีที่เคยค้ำคอตัวเขาไว้นับตั้งแต่วันที่ถูกใครบางคนบอกเลิกความสัมพันธ์ เขาดื่มมากเท่าที่อยากดื่ม โชคดีที่พี่รหัสก็เป็นขาดริ้งค์อยู่แล้วจึงไม่มีการห้ามปรามหรือตำหนิอะไร พี่จุนตั้งข้อสงสัยแค่ตอนแรก ๆ แต่พอคยองซูช่วยแก้ต่างว่าฉลองสอบผ่านก็ไม่มีการทักถามให้เสียเวลาอีก เหล้าผสมมิกเซอร์สูตรเฉพาะของทางร้านดื่มง่าย นับแก้วไม่จบจนเลิกใส่ใจเพราะในหัวตอนนี้จำอะไรไม่ได้ นอกจากภาพเลือนรางของคยองซูที่ถอนใจอย่างเหนื่อยหน่ายและเสียงของเพื่อนที่เตือนให้ระวังตอนกอดคอกันขึ้นมาจากชั้นใต้ดิน จากนั้นก็...กลิ่นของเบาะหนังในรถยนต์ แสงไฟที่วิ่งผ่านเปลือกตาไปดวงแล้วดวงเล่า ถ้าไม่ใช่แท็กซี่ก็พี่จุนที่ขับรถมาส่งพวกเขาเพราะขานั้นคอแข็งผิดลุคคุณชายลิบลับ

หัวหนักเหมือนโดนถ่วงด้วยหิน ปวดมึนไปจนถึงกลางกระหม่อม ลำคอแห้งผากแถมยังขมปร่าและแน่นอนว่าหัวเหม็นสุด ๆ เมื่อตอนขยับตัวลุกก็ต้องครางออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ หัวเขาเหมือนขยายขนาดจนลำคอและสองไหล่ทานน้ำหนักแทบไม่ไหวครั้นพอทิ้งหัวลงกับหมอนก็สะเทือนไปกันใหญ่ สุดท้ายก็ได้แต่นอนหมดท่าพร้อมส่งเสียงครางประท้วงอาการแฮ็งค์เท่านั้น เปลือกตาบวมช้ำฝืนสู้แสง ดูความแรงของแดดหลังผ้าม่านแล้วคิดว่าคงจะเป็นเวลาเกือบเที่ยงแต่พอควานมือถือมากดดูแล้วก็ต้องสะดุ้ง บ่ายสองโมง! ฝืนสังขารลุกขึ้นพิงผนังหลังจากนอนไว้อาลัยให้คลาสเรียนช่วงบ่ายวันนี้อีกเกือบครึ่งชั่วโมง ลากขาเข้าห้องน้ำได้ก็เปิดน้ำเย็นจัดล้างหน้าเป็นอย่างแรก เมื่อเงยหน้าขึ้นมองเงาสะท้อนในกระจกภาพหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว

 

 

เงามืดที่อยู่ใกล้จนกลายเป็นภาพพร่าเลือนและตัวเขาที่พร่ำเพ้อถึงอะไรสักอย่าง

 

 

แบคฮยอนคลึงขมับด้วยสองมือ

ปวดหัวไม่ไหวแล้ว

หาอะไรใส่ท้องแล้วนอนต่อดีกว่า

ตอนที่เช็ดผมออกมาจากห้องนอนเจอสภาพห้องด้านนอกและซุปถั่วงอกกับเครื่องดื่มขวดแปลก ๆ วางรออยู่บนโต๊ะกินข้าวแบคฮยอนก็ยิ้มออกเป็นครั้งแรกในรอบยี่สิบสี่ชั่วโมง คยองซูเพื่อนรักคงปรุงไปบ่นไปแน่ ๆ ซึ้งน้ำใจจนอยากจะขอบคุณเสียหน่อยแต่คิดว่าตอนนี้อีกคนคงกำลังคร่ำเคร่งอยู่กับการจดเล็กเชอร์ให้ทันอาจารย์เลยยังไม่อยากรบกวน แบคฮยอนอุ่นซุปถั่วงอกหม้อเล็ดอีกครั้ง ยกมันมาตั้งที่โต๊ะติดกระจกแล้วตั้งใจกินแม้จะไม่ค่อยรู้รสนัก เมื่อวานเขาทำคยองซูลำบากหลายอย่างถ้าไม่ได้เพื่อนสนิทพามาส่ง ดูแลเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้เขาคงอาการหนักกว่านี้ เดี๋ยวถ้าเจอต้องขอบคุณอย่างจริงจังหน่อยแล้ว

พอนิ่งอยู่ในความเงียบใจไม่รักดีมันก็คอยแต่จะคิดถึงเรื่องที่ไม่ควรคิด ปาร์คชานยอลออกจากผับแล้วไปไหนต่อ จำได้ว่าผู้ชายคนนั้นไม่ได้กลับเข้ามาในร้านเหมือนเขาแต่ส่งข้อความมาบอกญาติผู้พี่ว่ามีธุระและขอแยกตัวกลับก่อน เพราะเหตุนั้นด้วยกระมังแบคฮยอนถึงตั้งหน้าตั้งตาดื่มจนมาฟื้นอีกทีข้ามวัน

พูดจาแบบนั้น

สีหน้าอย่างนั้น

ต้องการอะไรกันแน่

 

 

ช่วงบ่ายจนถึงเย็นหมดไปกับการนอนพอหัวค่ำเลยตาสว่าง คยองซูโผล่มาพร้อมซุนดูบูชิเก ขาหมูรสเผ็ดและแตงโมหวานฉ่ำ รู้ใจจนอยากจะกระโดดกอดฟัดแรง ๆ ถ้าไม่กลัวมันจะเอาซุปเต้าหู้ในมือเทราดหัวให้

“ซ้ำอีกรอบไหมล่ะคืนนี้”

“จะไปเป็นเพื่อนเหรอ?”

“ฝาหม้อนี่แน่ะ” เงื้อฝาหม้อในมือขึ้นพร้อมตาขวางเต็มกรอบ แบคฮยอนหัวเราะน้อย ๆ ที่จริงเขาเพิ่งกินไปเมื่อตอนบ่ายสามโมงแถมกินเสร็จแล้วก็นอนตื่นมาอาบน้ำอีกรอบคยองซูก็โผล่มาพร้อมของกิน อยากบอกว่ายังไม่หิวแต่ก็กลัวเพื่อนจะเสียน้ำใจเลยช่วยมันจัดการจนเกลี้ยง

“อิ่มจนไม่อยากขยับตัวเลยอ่ะมึง ซื้อมาจากเจ้าไหนวะ อร่อยจัง”

“แถว ๆ นี้แหละ” คยองซูว่าระหว่างช่วยเก็บถ้วยชามมาวางในซิงก์และแบคฮยอนก็รับหน้าที่ล้างมันอย่างเต็มใจ พอล้างจานเสร็จก็มานั่งกินแตงโมเย็นจัดหน้าทีวี คยองซูส่งเอกสารประกอบการเรียนการสอนวันนี้ให้แล้วก็อธิบายเนื้อหาอีกนิดหน่อย ไม่ลืมบอกกำหนดวันส่งงานแล้วก็เงียบไปอีกครั้ง เราปล่อยให้เสียงรายการวาไรตี้ในจอเป็นใหญ่ในห้องนั้นกระทั่งคยองซูเลื่อนตัวขึ้นมานั่งบนโซฟาเหมือนกับเขา

“แบคฮยอน”

“อื่อ ว่า?”

“เมื่อคืน...ยังไง...มั่งวะ?” อาการอึกอักผิดวิสัยคนกล้าของเพื่อนทำให้แบคฮยอนต้องละสายตาจากใบหน้าของคุณยูแจซอกและชาวคณะด้วยความไม่เข้าใจ

“ยังไงอะไรของมึง ก็เมาไง มึงไม่เห็นสภาพกูตอนนั้นหรือไงล่ะ” ก็มันนั่นแหละแบกร่างเขามาถึงเตียงแต่ไม่ต้องถามนะว่าคิดยังไงถึงดื่มไปขนาดนั้น เขารู้ว่าคยองซูมันรู้ รู้ดีเลยล่ะ เจอจะ ๆ หน้าขนาดนั้นแบคฮยอนคงเมาเพราะทนความหล่อของพี่คริสไม่ได้มั้ง

“รู้แล้วว่าเมา ที่อยากรู้คือเมาแล้วเกิดอะไรขึ้นบ้างต่างหาก”

“ไม่รู้ กูจำไม่ได้ มึงสิต้องบอกกู” หวังว่าเมาแล้วเขาจะหลับลึกไปเลย ไม่ได้ทำตัวตลกหรือทำอะไรน่าอายให้เพื่อนสังเวชใจ โดคยองซู

“นี่มึงจำอะไรไม่ได้เลยเหรอแบคฮยอน?”

“ก็ได้บ้างไม่ได้บ้าง ไม่รู้ว่ะ กูว่ากูวูบไปเป็นพัก ๆ แต่กูรู้นะว่ามึงพากูออกมาจากผับแล้วพามาส่ง เออ ขอบใจที่ไม่ปล่อยกูนอนทั้งชุดเน่า ๆ นะ ซุปถั่วงอกกับเครื่องดื่มเมื่อเช้าด้วย ช่วยได้เยอะเลยว่ะ”

“แบคฮยอน” เจ้าของชื่อมองต่อตากับดวงตากลมโต โดคยองซูมองหน้าเขาด้วยแววตาประหลาด มันทั้งมึนงงสงสัย ไม่เข้าใจและไม่อยากเชื่อ “ชานยอลมันก็บอกอยู่นะว่ามึงน่าจะเมาหนักจนจำอะไรไม่ได้แต่กูก็ไม่คิดว่ามึงจะเป็นขนาดนั้น สรุปคือมึงโดนเหล้าแดกของจริงสินะ”

“ปาร์คชานยอลมาเกี่ยวอะไรด้วย” เห็นเพื่อนสนิทมองนิ่งแบคฮยอนก็ยิ่งใจคอไม่ดี อย่าได้ไหม อย่าให้อะไรที่เป็นผู้ชายคนนั้นเข้ามาเกี่ยวข้องกับเขาอีกได้ไหม

“มันไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วยนี่ หมอนั่นกลับไปก่อนแล้ว...ใช่ไหม?”

“.........”

“ใช่ไหมคยองซู?”

“มึงนี่นะ” เพื่อนคงเชื่อแล้วว่าเขาไม่มีความทรงจำช่วงดึกเมื่อคืนหลงเหลืออยู่เลยจริง ๆ คยองซูหยิบโทรศัพท์ออกมาจากซอกโซฟา กดเลื่อนอยู่ครู่เดียวก็ส่งหน้าจอที่เปิดค้างไว้มาให้เขา แบคฮยอนมองมันเหมือนคนโง่กระทั่งลองเลื่อนลงไปข้างล่างแล้วเจอแคปชั่น วลีสั้น ๆ นั้นมันโดดใส่ตาเขาก่อนชื่อยูสเซอร์เจ้าของภาพเสียอีก

 

 

 


real_pcy All of me.

 

 

 

ความรู้สึกเย็นวาบแล่นขึ้นมาจากในอกเมื่อระลึกได้ว่าภาพที่เห็นในกรอบสี่เหลี่ยมนั้นคือส่วนหนึ่งของร่างกายตัวเอง แบคฮยอนจำแหวนเงินตรงข้อนิ้วได้ เขาเลือกสวมมันก่อนออกจากบ้านเพราะคิดว่ามันก็เข้ากับลุคใหม่แต่เสื้อหนังสีดำนั่นไม่ใช่ของเขา มือใหญ่ที่รองซ้อนกอบกุมมือเขาไว้ก็...ไม่ใช่...ไม่มีทางใช่

“มันเป็นห่วงมึงมากนะ”

“เป็นห่วงอย่างนั้นเหรอ” มือที่ถืออุปกรณ์สื่อสารสั่นจนเกินระงับ ความพยายามในการปิดซ่อนอาการล้มเหลวไม่เป็นท่าเมื่อมีหลักฐานยืนยันให้เห็นเต็มตา

“เป็นห่วงทำไม? เพื่ออะไร!” เลิกกันไปแล้วจะมาเสียเวลาห่วงทำไม กลัวคนที่ตัวเองทิ้งจะจมกองน้ำตาตายในวันที่เลิกกันครบสามเดือนเหรอไง

“กูไม่อยากเดาเหตุผลมันหรอก ถึงจะพอดูออกแต่กูว่ามึงควรฟังจากเจ้าตัวเองดีกว่า เผื่อบางทีมึงอาจจะได้รู้ทั้งเหตุผลที่มันพยายามกลับมาและเหตุผลที่ทำให้มันต้องไป” แบคฮยอนปิดตาลงอย่างอ่อนล้า

“ทิ้งก็คือทิ้ง จบก็คือจบ ไม่มีประโยชน์จะไปหาเหตุผลจากคนที่ทิ้งกันคยองซู คนมันจะไปมันก็มีได้เป็นร้อยเหตุผลนั่นแหละ” แค่พูดว่า...มันไม่ใช่ ไม่ไหวแล้ว กับ พอแค่นี้เถอะ แค่ทำให้โลกทั้งใบของแบคฮยอนพังทลายลงแล้วหันหลังให้กัน

“อือ กูก็พูดจากสายตาคนนอกอ่ะนะ เท่าที่เห็นชานยอลมันไม่ได้มีทีท่าอยากทิ้งมึงเลย กูหมายถึงตอนนี้น่ะ มันเหมือนคนที่รู้ตัวว่าผิดและพยายามแก้ไขความผิดพลาดนั้น มึงจะไม่ให้โอกาสมันหน่อยเหรอแบคฮยอน”

“ไม่ กูไม่อยากข้องเกี่ยวกับคนอย่างมันอีกแล้ว”

“มึงมันปากแข็ง”

“กูไม่ได้ปากแข็ง!

“เหรอ แล้วคิดว่าตัวเองต้องรักเค้ามากแค่ไหนถึงจะเมาแล้วเพ้อออกมาเป็นชื่อเค้าได้บยอนแบคฮยอน ไหนมึงบอกกูซิ ตัดพ้อต่อว่าเค้าทั้งที่ไม่ได้สติเนี่ยมึงจะให้กูคิดยังไง”

“........”

“ชานยอลมันก็ได้ยิน”

“พระเจ้า”

“อย่าหาว่ากูยุ่งเลยนะบยอนแบค แต่มึงน่ะ ไม่เคยหัวเราะเต็มเสียงเลยตั้งแต่เกิดเรื่อง กูได้ยินมาว่าทางฝ่ายก็ไม่ต่างกัน ถ้าที่เป็นอยู่มันทุกข์ทำไมไม่ลองให้โอกาสชานยอลสักครั้งล่ะ” เพื่อนตัวขาวเงียบแต่คยองซูรู้ว่าแบคฮยอนยังฟังอยู่แม้เปลือกตาทั้งสองจะพับปิดจนไม่เห็นความนัยในแววตา “จะไม่ลองเปิดโอกาสให้ตัวเองมีความสุขอีกสักครั้งเหรอแบคฮยอน”

“มึงอย่าคิดไปไกลเลย เมื่อคืนมันแค่เรื่องบังเอิญ ปาร์คชานยอลอาจจะรู้สึกผิดเลยเข้ามาทำดีด้วยก็คงเพราะทนความน่าสมเพชเวทนาไม่ไหว” ถึงได้กล้าพูดว่าไม่อยากเสียแบคฮยอนไป กล้านะ กล้าคิดว่าตัวเองยังมีสิทธิ์ในตัวเขาอยู่

“แบคฮยอน”

“พอเถอะ กูมึนหัว ขอนอนสักงีบละกัน”

“เมื่อคืนกูไม่ได้อยู่กับมึง” เพราะแอลกอฮอล์ที่ตกค้างในหัวนั่นแหละกว่าแบคฮยอนจะประมวลผลประโยคทื่อ ๆ ของเพื่อนได้ก็กินเวลาไปเกือบนาที

“มึงว่าไงนะ?” คยองซูบอกว่าไม่ได้อยู่กับเขาเมื่อคืน ถ้าคยองซูไม่อยู่แล้วใครที่อยู่ ใครที่หมั่นซับผ้าขนหนูเย็นจัดไปตามใบหน้าและแขนขาของเขาเพื่อบรรเทาพิษเหล้าที่ขับออกมา ใครที่เห็นตัวเขาตอนหลับไปทั้งน้ำตา แบคฮยอนกลัวที่จะคิดถึงคำตอบจนเหงื่อซึมสองมือ

“กูแค่พามึงขึ้นมาจากชั้นใต้ดินที่ผับ คนที่พามึงกลับบ้านแล้วดูแลมึงทั้งคืน คนที่ทำซุปถั่วงอกแก้เมาค้างแล้วก็คนที่เตรียมเครื่องดื่มไว้ให้คือปาร์คชานยอล”

“แกล้งอำกูอีกแล้วใช่ไหม ไม่ขำนะ”

“ขนมปัง แซนวิช ขนมนมเนย ของว่างรองท้องเวลามึงไม่ยอมกินข้าวนั่นก็มาจากปาร์คชานยอลทุกครั้ง ที่เราเพิ่งกินไปเมื่อกี้ด้วย”

“ไม่จริง มึงโกหก พอนะคยองซู กูจะโกรธจริง ๆ แล้ว”

“แบคฮยอนน่า ชานยอลมันกำลังรอมึงอยู่นะ”

 

 

 

มันอยู่ข้างล่างตั้งแต่ก่อนกูมาถึงแล้ว

 

คยองซูไม่ได้อำ ถึงไม่ต้องพิสูจน์ให้สิ้นความค้างคาใจแบคฮยอนก็รู้ว่าเขาจะต้องเจอกับอะไรถ้าปล่อยตัวเองให้ลงมาถึงตรงนี้ เพื่อนกลับไปนานแล้วและแบคฮยอนก็ได้แต่นั่งมองทีวีที่เปลี่ยนเป็นละครสักเรื่องจนดึกมากขึ้นทุกที สุดท้ายก็รู้ว่าตัวเองไม่สามารถหลับได้ทั้งที่จิตใจยังว้าวุ่นแบคฮยอนถึงได้มายืนจ้องหน้าปาร์คชานยอลอยู่อย่างนี้

“ทำแบบนี้ทำไม?”

“.......”

“ฉันถามว่านายทำแบบนี้ทำไม ต้องการอะไรปาร์คชานยอล!” ตอนอีกฝ่ายทิ้งกันไปแบคฮยอนไม่เคยคิดเอ่ยถามเหตุผลมาวันนี้อีกคนกลับมาทำให้เขาต้องตะโกนใส่หน้าอย่างสุดจะหักห้าม ร่างสูงใหญ่ลุกจากฐานอิฐตรงใต้ต้นไม้ใหญ่ ดวงตาที่เคยสั่นสะเทือนหัวใจบยอนแบคฮยอนเมื่อวันวานยังทำหน้าที่ของมันได้ดี เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังกดฟันเข้ากับเนื้ออ่อนในปากจนเกือบได้รสเลือด

“ฉันคิดถึงนาย”

 

ฉาด!

 

“คิดถึงงั้นเหรอ คิดถึงฉัน งั้นเหรอ สติฟั่นเฟือนไปแล้วหรือเปล่าปาร์คชานยอล นายจะคิดถึงคนที่นายทิ้งไปทำไม”

“ฉัน...”

“รู้ไหมว่าสิ่งที่นายทำมันทำให้ฉันเจ็บซ้ำแล้วซ้ำอีก นายจะใจร้ายไปถึงไหนวะชานยอล เห็นความรู้สึกของคนอื่นเป็นเรื่องฆ่าเวลาหรือไง นายอยากไปนายก็ไปพอคิดอยากกลับมาก็แค่บอกว่าคิดถึง คิดถึงแล้วยังไง คิดถึงแล้วฉันจะโง่ยอมเป็นของเล่นฆ่าเวลาให้นายอีกงั้นเหรอ”

“ฉันไม่เคยคิดว่านายเป็นของเล่น ฉันจริงจังกับนายแบคฮยอน”

“แล้วนายทิ้งฉันไปทำไม! ทิ้งกันไปทำไม!” เป็นครั้งแรกที่แบคฮยอนระเบิดอารมณ์ใส่คนตรงหน้าแบบไม่เหลืออะไรไว้ปิดซ่อน แบคฮยอนกลัวตัวเองเหลือเกินตอนที่น้ำตามันไหล ตอนที่เนื้อตัวเริ่มสั่นสะอื้นเขาก็กลัว ข้างในมันหนาวสลับร้อน ความเจ็บปวดความเสียใจความคิดถึงที่เคยเก็บกดไว้ใต้ใบหน้าเรียบเฉยมันกำลังเดือดดันคล้ายภูเขาไฟที่ใกล้ปะทุ สายตาและคำพูดชองปาร์คชานยอลปั่นป่วนความคิดเขาจนแบคฮยอนกลัวว่าตัวเองจะเป็นบ้าได้ในนาทีใดนาทีหนึ่ง

เด็กหนุ่มปัดป้องเมื่อคนตัวโตกว่าก้าวเข้าหาพร้อมใช้มือใหญ่รั้งให้เข้าไปใกล้ ทว่าความรุนแรงของบยอนแบคฮยอนมันช่างไร้ค่าเมื่อเขาต้องซบหน้าร้องไห้อยู่ในอกปาร์คชานยอล พวกเราไม่สนใจแม้ว่าใครจะผ่านมาแล้วมองผู้ชายสองคนทะเลาะกันเสียงดังลั่น แบคฮยอนไม่อยากเก็บมันไว้อีกแล้ว เขาทนไม่ไหวอีกต่อไป

“ฉันเจ็บแค่ไหนนายเคยรู้บ้างไหม ไอ้คนเลว”

“ขอโทษ”

“ถ้าไม่มั่นใจจริง ๆ แล้วพูดคำนั้นออกมาทำไมวะ พูดให้คนอื่นเชื่อพอคิดว่าไม่ใช่ก็บอกให้หยุด นายคิดว่าหัวใจคนมันสั่งได้ง่ายขนาดนั้นเหรอปาร์คชานยอล”

“นายเข้าใจผิดแล้วแบคฮยอน ฉันมั่นใจในความรู้สึกที่ฉันมีต่อนายและฉันก็ไม่เคยเปลี่ยนใจ”

“โกหก”

“ฉันแค่...ฉันคิดว่านายไม่ได้คิดเหมือนกัน” แบคฮยอนดันหน้าออกจากอกกว้างทั้งน้ำตา ดวงตาเรียวจ้องใบหน้าหล่อเหลาของอดีตแฟนด้วยความคาดไม่ถึง ก็แบคฮยอนไม่คิดเลยว่าจะได้ยินประโยคนั้นจากปากอีกคน

“หมายความว่ายังไง?”

“มันเป็นความท้อใจแบคฮยอน ตอนนั้น ฉันคิดว่านายไม่ได้รู้สึกเหมือนฉัน นาย ไม่ได้ชอบฉันเหมือนที่ฉันชอบนาย”

“......”

“ตั้งแต่แรก ฉันเป็นคนเริ่มทุกอย่าง เป็นฝ่ายเข้าหาและพานายทำนั่นทำนี่โดยไม่เคยถามว่านายโอเคไหม ตลอดเวลามีฉันคนเดียวที่แสดงออกว่ารู้สึกยังไง จนพอเราคบกันแล้วเราเริ่มอยู่ด้วยกันบ่อยขึ้นฉันถึงได้สังเกตเห็น นายเปลี่ยนไปแบคฮยอน”

“ยังไง...”

“นายดูอึดอัดเมื่ออยู่กับฉัน ฉันพยายามมองผ่านมันแล้วแต่ฉันก็แคร์นายเกินกว่าจะทำไม่รู้ไม่เห็นได้”

“นายเลยบอกเลิกฉันอย่างนั้นเหรอ” สีหน้าคนตัวโตอัดแน่นด้วยความรู้สึกผิดจนแบคฮยอนตื้อไปทั้งอก

“ฉันแค่ไม่อยากให้ความรักของฉันทำให้นายต้องอึดอัดแต่สุดท้ายฉันก็ทนไม่ไหว ต้องกลืนน้ำลายตัวเองแล้วแบกหน้ากลับมาขอโอกาสนายอีกครั้ง”

“คนโง่”

“ฉันขอโทษแบคฮยอน ฉันไม่รู้ว่าการตัดสินใจของฉันจะทำให้นายเจ็บปวดมากขนาดนั้น ถ้าฉันรู้...สักนิดว่านายเองก็คิดไม่ต่างกัน ฉันจะไม่มีทางไปไหน” ลำพังแค่ฟังโดคยองซูบอกเล่าว่าตลอดสามเดือนที่ผ่านมาแบคฮยอนเองก็แย่ไม่ต่างจากเขาชานยอลก็ยังไม่มั่นใจนัก กระทั่งคืนที่ผ่านมาแบคฮยอนเมาจนเพ้อออกมาเป็นชื่อเขาแล้วหลับไปหลังจากร้องไห้สะอึกสะอื้น ชานยอลใจจะขาดตาย เขามั่นใจในตอนนั้นเองว่าตัวเองทำผิดพลาดอย่างสาหัสและจะไม่ลังเลที่จะแก้ตัวอีกแล้ว

“คนโง่ ถ้านายถามฉันสักคำ”

“แย่ใช่ไหม ฉันไม่ถามแต่กลับหวังให้นายรั้งกันไว้” แต่แบคฮยอนก็ปากหนักและถือทิฐิเกินกว่าจะเอ่ยปาก หรืออันที่จริงแบคฮยอนอาจจะช็อคจนทำอะไรไม่ถูกก็ได้

“คิดเองเออเอง”

“ว่ามาเถอะ ฉันยอมรับทุกอย่าง ขอแค่นายยอมให้โอกาสฉันอีกครั้ง อะไรก็ได้แบคฮยอน ฉันยอมแล้วจริงๆ” พวกเขามองหน้ากันราวกับจะหยั่งเชิง สมองของแบคฮยอนกำลังเรียบเรียงเหตุและผลของปาร์คชานยอลและระลึกถึงคำบอกเล่าของเพื่อนสนิทอย่างโดคยองซู เขาต้องชั่งใจอย่างระมัดระวังว่าควรจะวางใจในตัวผู้ชายคนนี้อีกครั้งไหม

แบคฮยอนเตือนตัวเองให้ตรึกตรองอย่างถ้วนถี่ แม้ว่าในใจนั้นจะเทไปหาปาร์คชานยอลจนเกือบหมดแล้วก็ถาม

“ฉันทำให้นายคิดแบบนั้นจริง ๆ หรือชานยอล?” เจ้าของส่วนสูงระดับนายแบบพยักหน้ารับช้า ๆ

“ขนาดตอนขอคบนายยังแค่พยักหน้ารับอย่างเดียวเลย” ก็คนมันเขินไง!

“แล้วต้องให้ทำยังไง?” 

“ไม่รู้สิ อย่างน้อยก็น่ามีสัก แต่บยอนแบคฮยอนยิ้มยังไม่ยิ้มเลย หลายครั้งเลยนะที่ฉันเดาไม่ได้ว่านายดีใจหรือเสียใจกันแน่”

“ฉันผิดที่ไม่ยอมแสดงความรู้สึกสินะ”

“ฉันก็ผิดที่คิดมากแต่นายรู้ใช่ไหมว่าเพราะฉันแคร์นายมาก” มากจนกลายเป็นความกลัว

“ขอใหม่สิ”

“หา?”

“ขอฉันเป็นแฟนอีกที”

“เดี๋ยวสิ ตอนนี้เลยเหรอ?”

“อื้อ”

ทั้งสองมองต่อตากันโดยไม่มีใครนึกอยากเลี่ยงหลบ ชานยอลนั้นมองเพื่อขอความมั่นใจและแบคฮยอนก็มองตอบเพื่อให้ชานยอลมั่นใจว่าเขาไม่ได้พูดเล่น ความปั่นป่วนในอกมันราแรงลงจนพวกเขาได้ยินจังหวะหัวใจของกันและกัน ยามมือใหญ่รั้งเอวให้เข้าไปใกล้แบคฮยอนจึงมองข้ามความจริงเรื่องเราเป็นเพียงแค่อดีตคนรักและปล่อยให้แฟนเก่าโน้มใบหน้าลงมาหา

 

“ฉันชอบนาย เป็นแฟนกันนะแบคฮยอน”

 

เจ้าของดวงตาเรียวเล็กไม่ได้ปิดซ่อนอาการเหมือนครั้งนั้น แบคฮยอนยิ้มจนเห็นฟันซี่เล็กน่ารักยามกำมือแน่นก่อนจะคลายออกแล้ววางเหนือไหล่หนาเพื่อพยุงตัว

 

เมื่อกี้ปาร์คชานยอลว่ายังไงนะ

 

 

อย่างน้อยก็น่าจะสักจูบใช่ไหม?

 

 













 

#3rdsf

 

แก้บนกับอารยา เรื่องที่ ๑ เรียบร้อยแล้ววววว


เรื่องที่ ๒ ก็แต่งแล้วนะคะแต่ขอเว้นวรรคการอัพนิดหนึ่ง 

ฟีลจะได้ไม่ตีกันเนาะ


อารยาก็ทวงพี่จังเลยค่ะ ทวงเช้าทวงเย็น



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 504 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8,436 ความคิดเห็น

  1. #7542 Linseyyy13 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 10:57
    นี่ล่ะ อยากรู้ก็ต้องถามนะ อย่าคิดเองเออเอง ดูซิ เลยต้องมีคนเสียใจ เสียน้ำตาตั้ง 3 เดือน
    #7,542
    0
  2. #7537 chanbaekjan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 03:51
    ชอบความดราม่าอ่ะ แต่จบแบบแฮปพรี่มันดีจย์มากอะ
    #7,537
    0
  3. #7525 PH61ll (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 07:09
    โอ๊ยยวดวดวเวเบ แต่งงอยุ่อ่ะตอนแรก แต่แบบ เข้าใจได้ สนุกเด้ออออ แง๊นนนนนนนนน
    #7,525
    0
  4. #6872 안시리민 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 12:41
    คืนดีกันง่ายมาก
    #6,872
    0
  5. #3747 Kim-kibom (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 20:15
    ตอนแรกงงนิดๆค่ะ
    #3,747
    0
  6. #3250 _gw_17 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 09:23
    ดูงงๆอ่ะ555 เปนคนเดียวหรือเปล่า มันแบบคาเเร้กเตอร์ตัวละครเหมือนไม่เหมือนกับตอน 1 2อ่ะ แล้วแบบมันมีประโยคชวนงงอ่ะ นี่เราโง่ไปเองหรืออะไร
    #3,250
    1
    • #3250-1 inks_tts(จากตอนที่ 3)
      29 กันยายน 2561 / 19:51
      sf จ้า
      #3250-1
  7. #2572 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 09:36
    งือออ จากสงสารแบคที่เหมือนโดนทิ้ง กลายเป็นสงสารชานเลยอ่ะ ต่อจากนี้ก็แสดงว่ารักเต็มที่เลยนะ
    #2,572
    0
  8. #1610 Park Hyun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 08:24
    โอ้ย ทำไมชั้นสงสานชานยอลอะ แงงง อินนน
    #1,610
    1
    • #1610-1 Park Hyun(จากตอนที่ 3)
      3 สิงหาคม 2561 / 08:25
      สงสาร!
      #1610-1
  9. #1570 khunsom08 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 09:31
    ไม่แสดงความรู้สึกนี่เอง
    #1,570
    0
  10. #1297 CBSEB0461 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 09:52
    ชอบมากๆๆๆๆๆๆ
    #1,297
    0
  11. #1221 kmxiioxe_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 00:06
    โห้ไปอยู่ด้วยกันทั้งคู่แหละ ต่างคนต่างคิด
    #1,221
    0
  12. #1174 S.takky (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 21:43
    น่าตีทั้งสองคนเลย ดีแล้วที่เข้าใจกัน
    #1,174
    0
  13. #1063 khunsom08 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 12:23
    ผิดทั้งสองคนแหละ ไม่คุยกันเอง
    #1,063
    0
  14. #756 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 03:36
    ผิดทั้งคู่แหละบาย
    #756
    0
  15. #407 TOFUJAM (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 16:57
    เข้าใจผิดทั้งคู่เลย คนนึงไม่แสดงออก คนนึงก็คิดมาก กลับมาอีกครั้งก็รักษากันไว้ดีๆ รักกันให้หวานจนคนอื่นอิจฉาไปเลยยย
    #407
    0
  16. #381 -เสพติดดราม่า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 07:55
    งงบางประโยคนิดหน่อย แต่รวมแล้วชอบมากกกก ชอบเนื้อเรื่องแบบนี้ ขอบคุณที่เขียนมานะคะ
    #381
    0
  17. #308 pim pimmi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 17:41
    เข้าใจกันก็ดีแล้ว
    #308
    0
  18. #299 tunnx (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 13:55
    จริงๆเลยคือต้องคุยกัน เข้าใจผิดจนเกือบไม่เข้าหน้ากันเลย
    #299
    0
  19. #146 iminheart92 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 16:17
    เสียเวลาที่จะอยู่ด้วยกันไปตั้งหลายเดือนเพราะความเข้าใจผิด วงวารร
    #146
    0
  20. #140 raisiin_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 17:08
    ไม่รู้จะสงสารคนไหนดี เข้าใจผิดทั้งคู่เลยสินะ
    #140
    0
  21. #137 -[**Jha...JaA**]- (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 14:50
    อีกคนก็คิดมาก อีกคนก็ปากแข็ง โถ่ถถถ เข้าใจผิดกันไปอีกคะ
    #137
    0
  22. #122 XMCB_BB (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 20:29
    ดราม่าาาา T T
    #122
    0
  23. #117 dooseobii (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 02:20
    เง้ออออออออ ดราม่าไปครึ่งเรื่อง ครั้งนี้สลับโหมดจากแฟนเด็กใช่ไหมตอบ แบคฮยอนดื้อดึงแล้วชานยอลน่ารักมาก 555555555
    #117
    0
  24. #113 อิ อิ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 08:45
    อย่างนี้นี่เอง ดีใจกับพี่ชานด้วยนะคะ 555555 พลิกล็อคมาก
    #113
    0
  25. #112 bbbbbbbys (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 22:01
    อ้าวววววว สรุปพลิกไปอี้กกกกกก อีกคนก็ปากแข้งเกิน อีกคนก็แคร์จ่นนนนนนนนน
    #112
    0