(SF) Lost in ChanBaek

ตอนที่ 15 : C O M P E N S A T E (5/7)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,948
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 539 ครั้ง
    15 ก.ค. 60





Compensate (v.)  ชดใช้ ชดเชย ซึ่งการกระทำใด ๆ



 

        สายเกินไป


          แม้จะพยายามเต็มกำลังแต่สุดท้ายก็ยังเหลว 


     บริภัทรถอนใจเฮือกใหญ่ มองตัวเลข 11.03 อย่างท้อแท้ ถึงจะแค่สามนาทีแต่คนที่ไม่เคยมีประวัติสายมาก่อน สามนาทีนี้เปรียบเสมือนรอยด่างในชีวิตเลยทีเดียว ครั้งแรกมันพีคอย่างนี้เองสินะ ร่างเล็กเปิดเป้หยิบเอาผ้ากันเปื้อนสีกรมท่าออกมาคล้องคอก่อนจะเก็บข้าวของทุกชิ้นใส่ไว้ในล็อคเกอร์ แม้แต่โทรศัพท์มือถือที่เคยพกติดกระเป๋าทุกครั้งก็ปิดเสียงปิดสั่นแล้วยัดเก็บไปด้วย

ฟันซี่เล็กกัดย้ำลงบนริมฝีปาก บริภัทรเป็นคนนะ นิ่งได้ก็โกรธได้ อุตส่าห์กล่อมตัวเองให้ปล่อยวางเรื่องทั้งหมด เขากลับพังทุกอย่าง ยืนกรานจะรื้อฟื้นความอับอายของคนอื่นแบบไม่ฟังการทัดทานใด ๆ นี่เหรอพี่ชานคนดีของคุณเซย่า เอาแต่ใจแบบไม่เห็นหัวคนอื่นอย่างนี้คงไม่ค่อยดีเท่าไหร่หรอก

ร่างเล็กขังตัวเองทำงานอยู่ในห้องสต็อคตลอดสองชั่วโมงแรก เก็บหนังสือถูกแกะพลาสติกใสของเมื่อวานทั้งหมดมาซีลอีกรอบ อาสาช่วยพี่ ๆ แกะลังชิปเม้นท์แล้วแยกหนังสือใส่รถเข็นไว้ให้ จนหมดงานหลังร้านแล้วนั่นแหละถึงยอมเปิดประตูออกไปหน้าร้าน ช่วงบ่ายวันศุกร์ลูกค้าไม่เยอะเท่าเสาร์อาทิตย์ เมื่อไปดูแล้วเห็นว่าตรงโต๊ะห่อปกพลาสติกไม่มีลูกค้ารอคิวจึงโฉบไปที่เค้าเตอร์แผนก

“พี่แป้ง ผมแร็ป(wrap)หนังสือข้างในหมดแล้ว มีงานอะไรให้ทำอีกไหมครับ” รองหัวหน้าแผนกละสายตาจากระบบฐานข้อมูลของร้านพร้อมรอยยิ้มกว้าง

“มาพอดีเลยบี ช่วยไปหาปกนี้ให้พี่ที มันต้องตัดยอดขายขาดรอบนี้แล้ว พี่ว่าจะเอาติดเชลฟ์ไว้แค่สองเล่มก็พอ” บริภัทรมองภาพปกหน้าหนังสือกับจำนวนเล่มที่โชว์บนหน้าจอแล้วก็หยิบกระดาษปากกามาจดรายละเอียดลงไป

“ให้เก็บมาสี่เล่มนะครับ”

“จ้ะ ขอบใจนะ”

“แค่ปกเดียวหรือครับ?”

“ปกเดียวจ้ะ จัดซื้อเค้าขอด่วน เจ้าอื่น ๆ เอาไว้เช็ควันจันทร์ได้” เด็กหนุ่มถือกระดาษแผ่นเล็กไปที่โซนหนังสือสำหรับแม่และเด็ก คู่มือการตั้งครรภ์สำหรับคุณแม่มือใหม่นั้นความหนาเทียบเท่าสารานุกรมเล่มย่อม ๆ ซ้ำยังเข้าเล่มแบบปกแข็งราคาจึงค่อนข้างสูงจึงไม่แปลกที่จะขายออกช้า บริภัทรหยิบออกมาจากชั้นทั้งสี่เล่มตามจำนวนแต่กลับกลายเป็นว่าไม่เหลือหนังสือตั้งโชว์เลยสักเล่ม กำลังจะดึงลิ้นชักด้านล่างออกเพื่อเช็คในสต็อคก็มีคนเดินมาหยุดข้าง ๆ บริภัทรเห็นรองเท้าหนังกลับสีน้ำตาลเข้มแบบหุ้มข้อก็นึกรู้ว่าไม่ใช่พนักงานในร้านแต่เป็นลูกค้า ร่างเล็กขยับไปทางซ้ายแต่เกิดฉุกใจถึงอะไรบางอย่างจึงเงยหน้ามองขึ้นไปพร้อมใจหวั่น ๆ

“คุณชานนท์!

“หายไปไหนตั้งนาน”

“ครับ?”

“ไม่รับสาย ไม่อ่านข้อความ ไปไหนมา?” เขาว่าหน้าดุ บริภัทรยังตั้งตัวไม่ทันเลยตอบเขาไปงง ๆ “ก็ ทำงานอยู่ในห้องสต็อคไงครับ”

“แล้วไม่พกโทรศัพท์ติดตัว?”

“ผม...” ม่านตาวาวน้ำสีน้ำตาลเข้มกลิ้งไปทางหนึ่งยามเจ้าของมันเริ่มมีสติตรึกตรอง จะตอบทุกคำถามของเขาทำไมบริภัทร นายไม่จำเป็นต้องรายงานเขานะ! และเขา เขาเองก็ไม่มีสิทธิ์มาดุเรา “คุณต้องการอะไร? นี่ยังไม่ถึงเวลาที่เราตกลงกันไว้นะครับ”

“ฉันมีงานด่วน นัดที่คุยกันไว้คงต้องเลื่อนออกไปก่อน” บริภัทรมองรอ ไม่ต่อบทสนทนาเพราะไม่รู้จะพูดอะไร เห็นชุดที่อีกฝ่ายใส่อยู่ก็รู้แล้วว่าเป็นชุดสุภาพของนักศึกษา อยากรู้เหมือนกันว่าจัดเชิ้ตขาวกางเกงยาวมาแล้วทำไมถึงไม่ไปเรียน ภาคเช้าไม่มีเรียนภาคบ่ายก็ไม่มีอย่างนั้นเหรอ

“พักบ่ายสองใช่ไหม?”

“บ่ายสองครับ” ร่างสูงเคาะนิ้วกับเชลฟ์ไม้สองสามที

“กินข้าวด้วยล่ะ ไปธุระแค่ที่คณะนี่แหละ เลิกงานจะมารับ” ก็งงพอประมาณ จะไปธุระ ไปคณะ ไปไหนทำไมต้องบอก รอที่จะบอกอีกต่างหาก ถ้าโทรหาแล้วบริภัทรไม่รับสายก็ทิ้งข้อความไว้สิ ถึงเวลาพักบริภัทรก็ต้องเช็คโทรศัพท์อยู่แล้ว แปลกคน

“ไปนะ”

“...ครับ” แล้วก็ไปครับตอบเขาอีก!

 

เดินใจลอยกลับเค้าเตอร์แผนกพร้อมหนังสือสี่เล่ม ยังไม่ทันวางหนึ่งในพี่พนักงานประจำก็ปรี่เข้ามาคว้าแขนหมับ

“นังน้องบี!

“อะไรครับพี่ซอล” บริภัทรตกใจจนเกือบปล่อยหนังสือทั้งตั้ง เอนตัวออกห่างเมื่อถามแล้วไม่ได้คำตอบแถมพี่ซอลยังซอยเท้าถี่ ๆ พร้อมทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ไปพร้อมกันด้วย “พี่ซอล เป็นอะไรครับพี่?”

“เกลียดแกอ่ะ นังน้องบ้า เกลียดดดดดดด”

“หา? เกลียดผมเนี่ยนะ? อะไรน่ะ อธิบายหน่อย” พี่ซอลร้องฮึ ร่างที่สูงกว่าบริภัทรเกือบสองคืบสะบัดไหล่ซ้ายขวาไปทางล็อคใส่ของด้านหลังแล้วกลับมาพร้อมถุงกระดาษสีแดงเข้มคาดแถบเงินบอกชื่อร้านอาหารอันเป็นชื่อเดียวกับโรงแรมหรูระดับห้าดาวของไทย มือคร้ามใหญ่ยื่นถุงใบนั้นมาตรงหน้า บริภัทรก็คิดนะ ว่าอีกนิดหนึ่งพี่ซอลจะปามันใส่หน้าน้องหรือเปล่า

“ให้ผมหรือครับ?”

“ใช่ แต่ไม่ใช่ฉันนะยะที่ให้”

“อ้าว...”

“มีคนเอามาฝากให้ คุณบริภัทรเมื่อกี้” บริภัทรวางหนังสือ รับถุงมาแง้มดูของข้างในก็เจอกล่องพลาสติคเนื้อหนาสองกล่องซ้อนกัน กล่องบนเป็นเนื้อปลาหิมะกับผักหลายชนิดและกระปุกซอสอันเล็ก ส่วนกล่องล่างเป็นข้าวไรซ์เบอรี่หุงเรียงเม็ดสวย ยังร้อนทั้งสองกล่องด้วย

“เขาได้บอกไหมครับว่าใครฝากมา?” เพราะไม่ได้พกโทรศัพท์ติดตัวเลยไม่รู้ว่ามีเพื่อนคนไหนฝากไว้ จะว่าภาคินก็ไม่ใช่เพราะวันนี้หมอนั่นมีเรียนวิชาเลือกเช็คชั่นย่อย ญาติพี่น้องยิ่งเป็นไปไม่ได้เพราะไม่มีใครอยู่กรุงเทพเลย

“ไม่น่าจะมีใครฝากมาหรอก คิดว่าเจ้าตัวเองนั่นแหละที่ซื้อให้ แหม! ทำหน้างุนงงสงสัย คิดไม่ออกสินะว่าเป็นใคร มีหลายคนใช่ไหมแกน่ะ คราวน้องภาคินก็บอกว่าเพื่อนสนิท อีกคราวบอกว่าเป็นพี่รหัส คนนี้หล่อนจะบอกว่าเค้าเป็นใครอีกล่ะยะ”

“ผมยังไม่รู้เลยว่าเค้าเป็นใคร?”

“ไปถามพี่แป้งเอาเอง”

“อ้าว พี่แป้งเป็นคนรับฝากหรอกหรือครับ ผมก็นึกว่าพี่ซอล” พี่ซอลร้องเฮอะ ตวัดค้อนไปทางรองหัวหน้าแผนกที่ยังวุ่นกับการเช็คยอดหนังสืออยู่หน้าคอมพิวเตอร์สืบค้น “ถ้าเป็นฉันจะไม่ปล่อยให้กลับไปโดยไม่ได้ข้อมูลอะไรหรอก นี่อะไร แม้แต่ชื่อก็ไม่ถามไว้”

“กูถามแล้ววว เขาไม่บอกค่ะ” พี่แป้งผู้สุภาพเรียบร้อยหมุนเก้าอี้มาตอบ เป็นอันว่างานหน้าจอเสร็จเรียบร้อยแล้ว

“เพราะมึงมันไร้ศิลปะในการเจรจาไงคะชะนี”

“การที่เขายิ้มแล้วบอกว่าบริภัทรจะรู้เองครับก็หมายความว่าเขาไม่อยากให้มึงกับกูรู้แล้วไหม”

“ไม่ค่ะ กูตีความว่าเขาจงใจทำให้เรายิ่งลุ้น” พี่แป้งคนนิ่มนวลส่ายหน้า บ่นว่าลุ้นเหี้ยอะไรแล้วก็กระดิกนิ้วเป็นสัญญาณให้บริภัทรย้ายหนังสือทั้งสี่เล่มไปวางไว้ข้างคอมพิวเตอร์ 

“แต่ตอนที่เค้าถามถึงบีพี่ก็บอกนะว่าบีไปหาหนังสือตรงแผนกแม่และเด็ก เห็นคุณเค้าเดินไปทางนั้นไม่เจอกันหรอกเหรอ?” 

บริภัทรมองกลับไปทางทิศที่เพิ่งผละมา ใบหน้าแข็งค้าง


พักบ่ายสองใช่ไหม?

บ่ายสองครับ

กินข้าวด้วยล่ะ

 


มาจริง ๆ ด้วย

บริภัทรบีบสายเป้ด้วยสองมือ ยานพาหนะคันสีดำเป็นเงาที่แล่นปราดเข้ามาจอดเทียบตรงหน้านั้นคือรถของรุ่นพี่ซีเนียร์จากเศรษฐศาสตร์แน่แล้ว เจ้าของดวงตาเรียวรีหันไปมองด้านหลัง เมื่อไม่เห็นใครนอกจากพี่ยามที่เฝ้าประตูเชื่อมกับลานจอดรถแห่งนี้จึงกลั้นใจก้าวขึ้นรถ ตอนที่เขาโทรมาบอกว่างานยังไม่เสร็จ อาจจะมารับช้า บริภัทรที่มีเวลาตั้งสติจนมั่นคงดีแล้วก็ตอบไปว่าไม่เป็นไร เขาไม่จำเป็นต้องมารับบริภัทร หากยังต้องการคุยก็ให้นัดสถานที่มาได้เลยแต่ชานนท์กลับทำเหมือนข้อเสนอแนะของคนอ่อนวัยกว่าเป็นเพียงเสียงลมพัดผ่าน เขาบอกให้บริภัทรรออยู่ในร้านและจะโทรหาถ้าหากถึงทางเข้าพารากอน

นี่ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ไม่ปกติ

เขารู้เบอร์โทรติดต่อบริภัทรได้ยังไง?

คุณเซย่าอย่างนั้นเหรอ ก็มีความเป็นไปได้ แล้วเขาทำหน้ายังไงตอนไปขอเบอร์โทรบริภัทรจากน้องสาว ได้บอกไปหรือเปล่าว่าขอเอามาทำไมเพื่ออะไร ที่บริภัทรย้ำจุดยืนของตัวเองไปคราวนั้นคุณเซย่าได้บอกต่อพี่ชายบ้างไหม หรือไม่เลย

“รอนานไหม?”

“ห้าสิบนาทีครับ” บริภัทรตอบได้ทันทีเพราะก่อนนี้ตนแทบจะนั่งนับนาทีรอด้วยความกระวนกระวาย น้ำเสียงเรียบนิ่งของคนตัวเล็กไร้ผลกระทบใด ๆ เมื่อเจอความนิ่งกว่าทั้งน้ำเสียงและสีหน้าของรุ่นพี่ตัวสูง

“หิวหรือเปล่า?”

“ไม่ครับ” เพิ่งกินไปตอนสองโมงตอนนี้ก็เพิ่งห้าโมงกว่า ไม่มีท้องให้หิวหรอก แต่ถึงไม่ได้กินอะไรทั้งวันก็คงไม่โหยหิวสิ่งใดเพราะความกังวลใจมันมีมากจนกลบทุกความรู้สึก อีกอย่างบริภัทรก็คิดว่าคนถามคงถามตามมารยาทไปอย่างนั้นเอง “คุณมีอะไรจะพูดกับผมก็พูดมาเถอะ เวลามีไม่มาก”

“ฉันไม่ได้รีบอะไร ส่งงานให้เพื่อนแล้ว ไม่มีนัดต่อที่ไหน”

“ก็ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับผมนี่ครับ คุณนัดผมครั้งนี้เพราะอะไรมันก็มีเหตุผลของมันอยู่แล้ว ถ้าไม่มีอะไรแล้วเราก็แยกกันตรงป้ายรถเมล์ก่อนถึงหน้าวัดปทุมนี่เลยก็ได้ครับ”

“จอดตรงป้ายรถเมล์ไม่ได้”

“เลยไปสักสามเมตรตำรวจก็ไม่จับแล้วครับ” เขาเงียบไปก่อนถอนใจป้ายทะเบียนคันข้างหน้า

“เลยตรงนั้นไปหน่อยก็แล้วกัน” ว่าพลางเปิดไฟเลี้ยวให้สัญญาณขอทางไปด้านซ้ายโดยไม่ท้วงอะไรอีก บริภัทรโล่งไปเสียเจ็ดส่วนแต่อีกสามส่วนก็เป็นความสงสัยที่มีอิทธิพลมากจนเจ้าตัวเก็บสีหน้าไว้ไม่อยู่ พอมองมากเข้าใบหน้าหลังแว่น Ray-Ban Aviator ก็ผินมาหา บริภัทรไม่กล้าให้เขารู้ว่าสงสัยเรื่องใดอยู่เลยหลบหูหลบตาวุ่นวาย จริง ๆ นะ บริภัทรน่าจะจำบ้างว่าตัวเองไม่มีโชคในเรื่องแอบมองใคร มองทีไรเจ้าตัวเขารู้ตลอด มันดูไร้มารยาทแล้วก็น่าอายมาก อย่าทำอีกได้ไหมบี พี่ขอร้อง

“ลงมาสิ”

“ฮะ?” อุทานได้คำสั้น ๆ เจ้าของคำชวนก็พาตัวเองลงไปจากรถ ทิ้งให้บริภัทรหน้าเหวออยู่ในรถคันสวยเพียงลำพัง ร่างเล็กเปิดประตูตามออกมาช้า ๆ ไม่แน่ใจว่าสมควรจะทำตามที่อีกคนบอกหรือไม่ ก็ ก็เมื่อกี้ตกลงกันว่าจะจอดให้ลงที่หนึ่งทำไมตอนนี้ถึงโผล่มาอีกที่หนึ่ง แล้ว แล้วมาตั้งแต่ตอนไหน

นี่ลอยจนลืมหรือสมองเสื่อมกันแน่

“คุณพาผมมาที่นี่ทำไม?”

“กินข้าว”

“กินข้าว? เดี๋ยวก่อนครับคุณชานนท์ คุณเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ผมไม่ได้หิวข้าว ผมบอกว่าถ้าคุณไม่มีอะไรจะพูดกับผมแล้วให้จอดรถที่ป้ายรถเมล์เพราะผมจะกลับบ้าน” ชานนท์แตะลิ้นกับมุมปาก ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาดึงบริภัทรหลบแล้วปิดประตูล็อครถพร้อมสรรพ

“คุณชานนท์!

“นายไม่หิวแต่ฉันหิว ไปนั่งเป็นเพื่อนหน่อย กินเสร็จแล้วจะไปส่งที่คอนโด”

“เมื่อกี้คุณไม่ได้พูดแบบนี้นะครับ”

“กลับตอนนี้มีแต่จะเอาเวลาไปทิ้งบนถนน ช่วงคนเลิกงานอย่างนี้เส้นสุขุมวิทรถติดวินาศสันตะโรแค่ไหนใครก็รู้ มาเถอะ ตรงนี้อากาศร้อน เหม็นควันด้วย” คุณชายคนรองของบ้านปริญศิริเธอว่าแล้วก็ก้าวดุ่ม ๆ ไปทางลิฟต์โดยสาร บริภัทรมองไปรอบ ๆ ลานจอดรถชั้นใต้ดิน หน้ายุ่งยิ่งกว่าเดิมตอนสำนึกได้ว่าจุดที่ยืนอยู่นี้อยู่ใต้ดินลึกลงมาถึงสองชั้น ไม่มีบันไดหรือทางออกในระยะสายตา นอกจากป้ายลูกศรกับตัวหนังสือภาษาอังกฤษที่ชี้ไปทางหนึ่ง ตอนลงมาก็ไม่รู้ด้วยว่ามาทางไหนยังไง ขาจะ(หนี)กลับเลยลำบากแบบนี้ไง

ตามไปยืนข้างคนนำทางหน้าลิฟต์ ไม่นานกล่องโดยสารสี่เหลี่ยมก็เคลื่อนตัวลงมารับทั้งคู่ขึ้นไปจากชั้นลานจอดรถใต้ดิน ชานนท์ยุ่งกับโทรศัพท์มือถือของตนจนลิฟต์มาถึงชั้นที่ต้องการแล้วเขาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะรับรู้ ร่างสูงใหญ่ปักหลักขวางทาง เอาแต่พิมพ์ข้อความด้วยนิ้วยาว ๆ ที่น่าอิจฉานั่นจนบริภัทรจำใจต้องสะกิดเตือน

“จ๊ะ?” สะดุ้ง บอกเลยว่าบริภัทรสะดุ้งจนไหล่ไหว สะดุ้งจริงยิ่งกว่าตอนภาคินโผล่มากรรโชกโฮกเสียงใส่กลางคืนเดือนมืด...เพียงคำขานไม่คุ้นหูคำเดียว คนตัวเล็กปล่อยปลายนิ้วจากแขนเสื้ออีกคน ชี้ไปทางประตูที่เพิ่งปิดเข้าหากันแล้วแช่ตัวเองอยู่แค่ตรงนั้น

“ถึงแล้วครับ”

“อ้อ...” นิ้วยาวยื่นไปกดปุ่มเปิด เขาก้าวออกไปก่อนเมื่อเห็นบริภัทรเดินตามความพอใจจาง ๆ ก็ฉายขึ้นในหน่วยตาดำใหญ่ คนเรานะ ถ้าตาจะหวานขนาดคนทั่วไปยังแพ้ทำไมไม่สวมแว่นดำให้ตลอดรอดฝั่งนะ ถอดเก็บไว้ในรถทำไมก็ไม่รู้

“นินทาอะไร?” เสียงถามดังมาจากอีกฝั่งของโต๊ะ ชานนท์เอียงใบหน้านิด ๆ ยามไล่สายตาไปตามรายการอาหารจากเมนูเล่มหนา บริภัทรฝืนเก็บสีหน้า ก้มมองเมนูเล่มที่เปิดกางวางบนโต๊ะบ้าง

“ไม่ได้นินทาครับ”

“ก็เห็นอยู่”

“ผมไม่ได้พูดอะไรสักคำ” ปากเล็กขยับเถียงแต่ตาก็ไม่กล้ามองสู้เขาหรอก คุณชานนท์ตอนนี้ทำหน้าประหลาด จะดุก็ไม่เชิงดุให้กลัวเหมือนก่อน จะหยิ่งก็หยิ่งไม่สุด สนทนาด้วยแล้วครั่นเนื้อครั่นตัวพิลึก

“ฉันเห็นดวงตานาย”

“สิ่งที่คุณเห็นอาจจะผิดพลาดก็ได้”

“ในครั้งแรกก็อาจจะใช่แต่ครั้งที่สองสามสี่คงไม่ใช่ความผิดพลาดแล้ว” อะไรของเขานะ ครั้งนั้นครั้งนี้บริภัทรเคยเจอเขากี่ครั้งกันเชียว แล้วด้วยนิสัยไม่ชอบความยุ่งยากวุ่นวาย ไม่ชอบความสัมพันธ์เชิงซับซ้อนกับคน บริภัทรไม่มีทางเก็บเรื่องคนไม่สนิทมานินทาแน่ กับพี่ชายของเซย่ารายนี้ หากไม่นับ...อุบัติเหตุคืนนั้น...เราก็เหมือนอยู่คนละโลก ไม่สนิทสนม ไม่ผูกพัน ในฐานะใดทั้งสิ้น

รอจนเขาแจ้งรายการขึ้นโต๊ะมื้อเย็นที่ต้องการกับพนักงานเรียบร้อยแล้วบริภัทรจึงแก้ต่างให้ตัวเองบ้าง

“ผมแค่คิดว่าพวกคุณหน้าตาดีกันทั้งพี่ทั้งน้อง เคยมีโอกาสได้ฟังคนอื่นคุยกันเรื่องครอบครัวคุณบ้างแต่ผมยืนยันว่าไม่เคยพูดเรื่องพวกคุณกับใครและยิ่งไม่เคยคิดไปทางอื่น” หมายถึงมองเซย่าหรือครอบครัวเซย่าในแง่ร้ายนั่นอย่างไร

“แล้วทำไมถึงต้องขำเวลามองฉัน?”

“ผมขำคุณตอนไหน?” พบกันกี่ครั้งเชียวแต่ละครั้งก็...นะ มองข้างเดียวเสียเยอะ บริภัทรคิดอะไรไปสะระตะในหัว ไม่เคยพูดถึงในแง่ร้าย เคยชมด้วยซ้ำว่าถ้าพรรณนาเป็นบทชมโฉมคงได้ความยาวเกินสองหน้าเอสี่

“บ่อยไป ที่ร้านหนังสือ ที่สนามบาส ที่โรงอาหาร ที่งานวันเกิด หันไปทีไรก็เจอขำใส่ตลอด”

“ผมเปล่า”

“ผู้ร้ายปากแข็ง”

“คุณชานนท์ ผมไม่ได้ทำ”

“แล้วที่มองตาวิบวับนั่นหมายความว่าไง โอเค ปากนายไม่ได้ขยับไปมากกว่ายิ้มหรอกบริภัทรแต่รอยยิ้มของนายมันบอกชัดว่านายกำลังตลกอะไรบางอย่าง แล้วยัง ตาคู่นี้อีก...” ข้อนิ้วชี้แตะลงตรงหางตา บริภัทรถึงคราวต้องเบิกตากว้างเพราะเก็บอาการไม่ทัน ร่างเล็กกระชากตัวเองออกห่าง แผ่นหลังกระทบพนักเก้าอี้จนแทบหงายหลัง ปฏิกิริยาตอบกลับรุนแรงส่งผลให้มือใหญ่รวบเข้าหากันก่อนเจ้าของมันจะดึงกลับไปพร้อมมอบความเงียบมาแทนที่ทุกคำกล่าวโทษ

เพียงอีกคนเขาไม่หาเหตุใส่ความ บรรยากาศก็เปลี่ยนเป็นตึงเครียดได้แบบทันตาเห็น บริภัทรนั้นไม่เก่งเรื่องการปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นอยู่แล้ว เมื่อคนแก่วัยกว่าเงียบรุ่นน้องปีหนึ่งก็ได้แต่เงียบตาม ดวงตาเรียวรีแลมองนั่นนี่ทั้งในร้านลามออกไปนอกร้าน กระจกใสสะท้อนผู้คนที่เดินผ่านกันไปมาในห้างใหญ่ใจกลางเมือง บริภัทรไม่ได้หลงใหลวิถีชีวิตคนเมืองแต่ก็ไม่ได้รังเกียจแต่ถ้าเลือกได้เขาก็อยากนอนอ่านหนังสืออยู่ที่ห้องมากกว่า

“ขออนุญาตเสิร์ฟอาหารค่ะ” อาหารแต่ละจานที่วางเรียงบนผ้าปูโต๊ะไม้นั้นล้วนเป็นรายการที่ชานนท์เลือก น่าแปลกที่เกือบทั้งหมดมีส่วนผสมสำคัญเป็นของที่บริภัทรชอบ ปลาเอย เต้าหู้เอย ไหนจะมะเขือเทศลูกเล็ก ๆ สดฉ่ำ เครื่องสมุนไพรหอมจัด

“เอาอะไรเพิ่มอีกไหม?” บริภัทรโบกมือเร็ว ๆ

“ไม่เอาแล้วครับ พอแล้ว” พอตอบแล้วก็คิดได้ว่าไม่เกี่ยวกับตัวเองสักนิด บริภัทรไม่ได้บอกว่าจะกินตั้งแต่แรกแล้วทั้งหมดนั่นบริภัทรก็ไม่ได้เป็นคนสั่งด้วย “เชิญคุณเถอะครับ”

“ช่วยกินหน่อย สั่งมาตั้งเยอะ ฉันกินคนเดียวไม่หมดหรอก”

“ถ้ารู้กำลังตัวเองคุณก็ไม่ควรสั่งเยอะตั้งแต่แรก”

“ก็อยากกินหลายอย่าง ทำไม แค่กินข้าวร่วมโต๊ะนี่ก็รังเกียจด้วยหรือ” คนฟังถอนใจยาวอย่างไม่ปิดบัง จับช้อนกับส้อมพลางว่า “คุณก็โตแล้วนะครับ โตกว่าคนบนโลกตั้งหลายล้านคน ครอบครัวดี หน้าตาดี การศึกษาดี มองยังไงก็ไม่น่าจะเป็นคนมีปมด้อย ทำไมถึงชอบพูดคำประชดคำอยู่ได้ ไม่น่าฟังเลยสักนิด”

“งั้นหรือ แล้ว ใครกันนะ ที่ทำท่าเหมือนรังเกียจกันก่อน”

“โอเคครับ” ปากแดงตัดคำ “คุณชานนท์ชนะ พอใจหรือยังครับ แล้วถ้าอยากให้ผมรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ จากนี้ไปผมจะลองพยายามดู” กล้ามากถึงขั้นมองสู้ตา กล้ามากถึงขั้นเถียงสู้คำทั้งที่เมื่อกี้ยังใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ กับความเงียบของเขาอยู่เลย หรือทักษะการรับมือคนช่างหาเรื่องของบริภัทรจะพัฒนาขึ้นก็ไม่รู้นะ

“ลองแซลมอนยำสมุนไพรสักคำ ปลาร้านนี้สด ไม่คาว น้ำยำก็ถึงเครื่อง กินรสจัดได้ใช่ไหม” ตอนที่ถามนั้นชิ้นปลาแซลมอนสีส้มสวยคลุกเครื่องยำก็วางรอในจานบริภัทรแล้ว เด็กหนุ่มขวางตามองเจ้าของมือใหญ่ ขอโทษถ้าความคิดต่อไปนี้จะไร้สัมมาคารวะและหยาบคายไปบ้างแต่ไม่ทราบว่าคุณชานนท์ป่วยหรือเปล่าครับ ระบบประสาทยังทำงานดีอยู่ไหม ในวันหนึ่ง ๆ มีอาการแปลกประหลาดอะไรซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าคมคายของเขาหรือเปล่า เจ้าตัวเขารู้ไหมว่าตัวเองอารมณ์สวิงทิ้งขั้วมาก มากอย่างที่คุณป้าวัยทองบางท่านยังเทียบไม่ได้!

มันใช่เหรอ

พูดจาหาเรื่องคนเค้าอยู่ดี ๆ พอบริภัทรโต้ตอบก็ดริฟท์มาเอาใจ

มันใช่เหรอคุณชานนท์!

“ไม่รีบกิน ถ้ารอชืดก็ไม่อร่อยแล้วนะ แซลมอนน่ะของชอบไม่ใช่เหรอ” ใช่ ชอบ ชอบมากเลยล่ะ

“คุณรู้มาจากไหน...ข้อมูลของผม...” ชานนท์มองตรงมา ม่านตาดำกางกว้างคล้ายหลุมลึกที่ดึงความรู้สึกของคนถูกมองให้จมเข้าไปในวังวนที่มองไม่เห็น บริภัทรอาจจะทิ้งคำถามของตัวเองแล้วปล่อยให้พี่ชายเซย่าทำทุกอย่างเท่าที่ต้องการ

อาจจะ

ถ้าไม่มีคนบางคนโผล่มาแสดงความเป็นเจ้าของพี่ชานของคุณเซย่า

ต่อหน้าคนทั้งร้าน

 

 

 

 

 

 




#3rdsf



ขอพักสองสัปดาห์ค่ะ อารยาส่งพี่ไปผจญภัยที่เกาะแห่งหนึ่งในทะเลจีนใต้

เอาใจช่วยพี่ด้วยนะ



ปล. ดีใจที่ชอบนะคะ  ดีใจมาก ๆ ^+++^








 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 539 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8,436 ความคิดเห็น

  1. #8374 ChungWila (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:12
    ประสาทอย่างที่น้องว่าอ่ะ555555
    #8,374
    0
  2. #8334 KyuMin_Pumpkin (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 08:22
    ชักจะยังไงๆละนะ รู้เรื่องน้องดีขนาดนี้ แอบชอบน้องมานานแล้วใช่ม้ะ แหมมมม ทำมาเป็น
    #8,334
    0
  3. #8305 heykiki (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 12:46
    ชอบน้อง แต่แสดงออกไม่ด๊ายยยย มันแน่จนจะระเบิด 5555555555
    #8,305
    0
  4. #8260 areenachesani (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 12:23
    อะไรของเค้า ดีๆ ร้ายๆ แล้วดูรู้เรื่องน้องเยอะมากด้วย
    #8,260
    0
  5. #7926 sunshinyi19 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 19:23
    รู้เรื่องน้องไปหม๊ดด เทอจะรักหรือเทอจาร้ายยยย555
    #7,926
    0
  6. #7751 somruethai1307 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 00:20
    รุ้สึกว่ามีอะไรซ่อนนะพี่
    #7,751
    0
  7. #7725 jwsnpy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 10:58
    ทำไมรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับน้องคะ? พี่ชานนท์นี้ยังไงน้าาา
    #7,725
    0
  8. #7606 Fairy wings (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 22:44
    ลึกลับเหลือเกินตาพี่ แล้วใครโผล่มาอีกเนี่ย ลุ้นๆ
    #7,606
    0
  9. #7228 tothemoonnnn (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 05:58
    แหมมมมมมมม พี่ชานน
    #7,228
    0
  10. #6992 _tangkwajiya (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 09:05
    พี่ชานนี่เก็บทุกรายละเอียดของน้องเลยป้ะคะ
    #6,992
    0
  11. #6962 purnploy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 21:37
    พี่ชอบน้องอยู่แล้วรึเปล่าคะเนี่ย
    #6,962
    0
  12. #6806 kriskky (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 23:18
    ใคร๊ใครมาขัดจังหวะ แต่คุณพี่น่ารักนะอบอุ่นดีชอบจังค่า
    #6,806
    0
  13. #6278 Peach9 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 16:39
    จะบ้าตายคนพี่ก็นิ่งเชียวคนน้องก็น่าเอ็นดูวววว
    #6,278
    0
  14. #6242 iwannascreamallthetime (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 05:55
    เดี๋ยว ทำไมพี่เขารู้หลายอย่างจังคะ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอล ชั้นสัมผัสได้ แน่ะ คุณชานนท์
    #6,242
    0
  15. #6155 IceS@ssy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 02:25
    แหม จ๊ะ แอบมอฃงเค้านานแค่ไหนอ่ะจ๊ะ ทั้งที่พัก ทั้งเวลาทำงาน ทั้งอาหารที่ชอบ โว้ย
    #6,155
    0
  16. #6147 Atichq (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 00:13
    อยู่ดีๆก้จ๊ะ อห.55555555
    #6,147
    0
  17. #5835 hunhun (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 13:23

    ไปให้สุดแล้วหยุดที่ชั้นเป็นบ้าาาาาาาา

    #5,835
    0
  18. #5775 Chankuma (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 01:25
    งงใจคุณชานนท์
    #5,775
    0
  19. #5737 fatipa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 19:46
    อิหยังวะ
    #5,737
    0
  20. #4156 parkxbyun (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 17:09
    อ้าววววว
    #4,156
    0
  21. #4012 11507416p (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 00:33
    ตามไม่ทันแล้วพี่บัวลอยยย
    #4,012
    0
  22. #3749 heykiki (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 20:17
    เอาแต่ใจเก่ง ประชดก็เก่ง นี่ยังไม่ทันถึงไหนเลย แหม่ แอบน่าเอ็นดูนะคุณชานนท์ 555555555555555
    #3,749
    0
  23. #3541 hunnnielu947 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 14:49
    หรือพี่ชานนท์จะแอบชอบน้องอยู่ก่อนนานแล้วววว เอ๊ะๆๆๆๆยังไงกัน
    #3,541
    0
  24. #3538 Aoy Soothi'nie (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 14:31
    รุกเก่งจริงๆ
    #3,538
    0
  25. #3020 19970207bb (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 09:50
    พี่ชานนท์รุกอีกๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #3,020
    0