(SF) Lost in ChanBaek

ตอนที่ 10 : D A D D Y & H I S B (2/2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,741
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 642 ครั้ง
    22 ก.ค. 61






 

          ปาร์คชานเลี่ยกำลังเจอปัญหาใหญ่


          ชายหนุ่มเดินตามน้องตัวเล็กเข้าลิฟต์พร้อมมือที่ยกขึ้นหดลงอยู่อย่างนั้นเหมือนคนกล้ามเนื้อกระตุก ท่าทีมันแปลกประหลาดมากแต่แบคบีก็ทำราวกับมองไม่เห็น พอลิฟต์เคลื่อนลงมาถึงชั้นล่างสุดน้องปีหนึ่งก็เป็นคนกดปุ่มเปิดรอให้พี่ปีสองออกไปก่อน ชานเลี่ยแทบจะกระโดดออกมาให้ทันใจน้อง พอประตูปิดปุ๊บร่างสูงก็เร่งตามติดจนเงาแทบจะกลืนเป็นเงาเดียวกัน เดินตามมาอีกสองช่วงตึกแบคบีก็เลี้ยวเข้าร้านขายกาแฟ สั่งโกโก้ปั่นให้ตัวเองหนึ่งแก้ว ปาร์คชานเลี่ยกลืนน้ำลายอึกใหญ่

          ไม่มีเผื่อด้วยแฮะ

          “น้องบี...”

          “พี่ชานเลี่ยอยากดื่มอะไรก็สั่งเลยนะฮะ” บอกแล้วก็ผละไปรอเครื่องดื่มอีกมุมหนึ่ง ชานเลี่ยไม่มีใจอยากดื่มอะไรทั้งนั้นแล้วตอนนี้ หมดเวลาให้กับความร้อนใจไปหมดแล้ว

          “น้องบีโกรธพี่ใช่ไหม?”

            “เปล่าฮะ”

          “น้องบีโกรธพี่” เขาย้ำ ไม่ยอมเชื่อ

          “พี่ชานเลี่ย บีไม่ได้โกรธ”

“แต่น้องบีทำตัวแปลกไป ตั้งแต่คืนงานเลี้ยงแล้ว พี่ พี่ทำอะไรผิดหรือครับ น้องบีบอกพี่ได้ไหม พี่พร้อมจะอธิบาย”

“...พี่ชานเลี่ยไม่ได้ทำอะไรหรอกฮะ บีแค่ไม่สบายใจจะคุยกับพี่” โอ๊ย ไอ้เหี้ย หนักกว่าโกรธอีกกู คนพี่ยิ่งทุรนทุรายหนัก เก็บหน้าเก็บอาการไม่อยู่แล้วตอนนี้

“ทำไม?”

“เพราะบีคิดว่าคุณป๋าของพี่ชานเลี่ยไม่โอเคที่เราคุยกัน”

“ไม่จริงนะครับ! ป๋าเอ็นดูน้องบีจะตาย อย่างวันนี้ป๋าก็เป็นคนชวนพี่มาหาน้องบีกับน้าแบค ป๋าไม่มีทางคิดแบบนั้นหรอก น้องบีอย่าคิดมากเลยนะ” แบคบีเคาะนิ้วกับเค้าเตอร์ เม้มปากเหมือนชั่งใจก่อนจะบอกอย่างที่ใจคิด

“พี่ชานเลี่ยคิดแบบนั้นจริง ๆ หรือฮะ บีไม่คิดแบบนั้นนะ สิ่งที่คุณป๋าของพี่พูดกับบีเมื่อคืนนั้น ถึงจะแค่ไม่กี่ประโยคแต่บีก็เข้าใจได้ คุณลุงตั้งใจจะบอกว่าเรื่องของเรามันไม่สมควร” ได้ยินน้องเสียงสั่นทั้งที่หน้ายังยิ้มชานเลี่ยก็มือเท้าอ่อน ชายหนุ่มจับมือเล็กบีบมั่น น้องบีอย่าพูดแบบนี้พี่ใจไม่ดีไปหมดแล้ว

“พี่ขอโทษ เพราะพี่ใจร้อนกับเรื่องของเราเลยพลอยทำให้ป๋ามองน้องบีผิดไปด้วย พี่พลาดเอง”

“พี่ชานเลี่ยทำอะไร?”

“พี่ขอให้ป๋าหมั้นน้องบีให้พี่” ได้ยินเหตุผลที่สุดจะคาดเดาโดยไม่ทันได้เตรียมใจแบคบีจึงได้แต่มองคนรักตาค้าง

“พี่ชานเลี่ย!

“พี่รู้ว่าพี่ผิด พี่บุ่มบ่ามไปพูดกับป๋าโดยไม่ปรึกษาน้องบีก่อน ตอนแรกป๋าไม่เห็นด้วยแต่พอท่านเห็นว่าพี่ตั้งใจจริง ท่านก็ให้ชวนน้องบีกับน้าแบคไปงานเลี้ยง พี่ไม่คิดว่าป๋าจะพูดแบบนั้นกับน้องบี น้องบีคง...รู้สึกแย่มากเลยใช่ไหม พี่ขอโทษนะครับ”

“เราเพิ่งรู้จักกันได้ไม่ถึงปีนะฮะ ระยะเวลาที่คบกันก็น้อยกว่านั้นอีก ที่คุณป๋าของพี่ชานเลี่ยเพ่งเล็งบีก็สมควรแล้ว”

“ก่อนหน้านี้ป๋าเค้ากังวลเพราะไม่เคยเจอน้องบีมาก่อน แต่หลังจากคืนนั้น พอได้เจอน้องบีป๋าก็เปลี่ยนความคิด วันนี้ป๋าก็เป็นคนชวนพี่มาแถมยังชวนพี่คุยเรื่องน้องบีมาตลอดทาง น้องบีสบายใจเถอะนะ ป๋าเข้าใจผิดเพราะพี่ ตอนนี้ป๋าเค้ารู้แล้วว่าน้องบีน่ารักยังไงและเราจริงใจต่อกันมากแค่ไหน”

“พี่ชานเลี่ยมั่นใจได้ยังไง ไม่เห็นท่าทางของคุณลุงกับน้าแบคเมื่อครู่นี้หรือฮะ บีว่าผู้ใหญ่อาจจะเข้าใจไม่เหมือนเรา” คนพี่นิ่วหน้า แบคบีพูดไม่ผิด เขาเองก็สงสัยท่าทางของผู้เป็นพ่อกับน้าชายคนรักไม่น้อย สองคนนั่นวางหน้านิ่งใส่กันแต่คำพูดคำจาเชือดเฉือนราวกับว่าระหว่างทั้งคู่กำลังมีคลื่นก่อแรงปะทะใต้น้ำ “ถ้า...คุณป๋าของพี่ชานเลี่ยยืนยันให้เราเลิกกัน พี่ชานเลี่ยจะทำยังไงฮะ จะยอมเลิกกับบีไหม?”

“ทำไมน้องบีถามพี่แบบนี้ พี่จริงใจแค่ไหนน้องบีไม่เคยรับรู้เลยหรือ”

“บีแค่ถาม”

“พี่ไม่เลิก ถ้าป๋าไม่เข้าใจพี่ก็จะทำให้ป๋าเข้าใจ จะยากแค่ไหน นานแค่ไหน พี่ก็จะไม่ยอมแพ้” เขาประกาศเสียงหนักแน่น ยกมือขาวขึ้นแนบข้างแก้มอย่างออดอ้อน “น้องบีเองก็ห้ามยอมแพ้นะครับ ห้ามทิ้งพี่”

“บี...”

“พี่ตายจริง ๆ นะ”

“โกโก้ปั่นได้แล้วค่ะ!” สะดุ้งขึ้นพร้อมกันก่อนคนตัวเล็กจะกระวีกระวาดไปรับแก้วเครื่องดื่ม เห็นพนักงานกลั้นยิ้มใส่ซึ่ง ๆ หน้าแบคบีก็รีบเอ่ยขอบคุณแล้วเดินออกจากร้านมาทันที เด็กชายได้แต่ครางในอก ร้านนี้เป็นร้านประจำของบีด้วยคราวต่อไปจะทำใจกล้าเข้าไปซื้อโกโก้อีกได้ยังไง

“น้องบี รอพี่ด้วยสิครับ”

“พี่ชานเลี่ยนะพี่ชานเลี่ย ไม่ช่วยดูช่วยเตือนบ้างเลย! บีอายเค้าจะตายอยู่แล้ว”

“พี่ขอโทษ พี่ก็ลืม” ชายหนุ่มว่าง่าย ๆ หลังจากหัวเราะเสียงชื่น ลืมความเคร่งเครียดก่อนหน้านี้เกือบหมด มือหนาแตะแผ่นหลังเล็กพาเดินเข้าลิฟต์พลางเปรยคำถามที่อีกคนก็อยากได้คำตอบเช่นกัน “ไม่รู้ว่าป๋ากับน้าแบคจะเป็นยังไงบ้าง”

ทั้งที่กังวลใจกันมาตลอดทางแต่เมื่อถึงห้องผู้ใหญ่ทั้งสองกลับอยู่ในอิริยาบถที่แปลกประหลาดอย่างที่สุด คุณป๋านั่งจิบชาอยู่ที่เดิม น้าแบคก็เช่นเดียวกัน ไม่มีความเสียหายในบริเวณโดยรอบแต่ก็ไม่มีบทสนทนาใด ๆ ด้วยเช่นกัน พอเห็นลูกชายโผล่หน้าเข้าไปปาร์คชานยอลก็วางแก้วเครื่องดื่ม เอ่ยขอตัวกลับโดยไม่ลืมหนีบลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกลับด้วย พ้นประตูห้องชุดของสองน้าหลานมาปุ๊บใบหน้าเรียบเฉยของปาร์คคนพ่อก็ปรากฏริ้วโทสะอย่างเห็นได้ชัดและตลอดทางนั้นแม้ว่าชานเลี่ยจะถามอะไรไปก็ได้รับกลับมาแค่ความเงียบและความหงุดหงิดจาง ๆ จากผู้เป็นพ่อเท่านั้น

ตกลงป๋าคุยอะไรกับน้าแบควะ?

 


ชานเลี่ยทั้งกังวลทั้งสงสัยแต่ก็ไม่กล้าถามไปทางแฟนตัวเล็ก กลัวว่าทางนั้นจะคิดมากแล้วพลอยไม่สบายใจขึ้นมาอีก เมื่อแบคบีไม่ได้มีท่าทีแปลกไปเขาก็เลยทำเช่นเดียวกัน

“เป็นยังไงบ้างครับ ทำข้อสอบได้ไหม” รอหน้าห้องเรียนของน้องปีหนึ่งเกือบครึ่งชั่วโมง ก่อนหมดเวลาสอบสิบนาทีคนที่รอก็เดินหน้าม่อยออกมาให้ทักถามด้วยความเป็นห่วง “บีก็ทำครบทุกข้อนะแต่ไม่รู้อาจารย์จะให้เท่าไหร่”

“ต้องให้เยอะอยู่แล้ว น้องบีของพี่เก่งขนาดนี้”

“ฮึ! บีหิว” ชานเลี่ยหัวเราะ ดันแผ่นหลังคนตัวเล็กให้ออกเดินโดยไม่แตะต้องมากไปกว่านั้น ชายหนุ่มให้เกียรติแฟนตัวเล็กเสมอ เห็นมุทะลุหุนหันอย่างนี้เวลาอยู่กลางที่สาธารณะเขาไม่เคยทำตัวประเจิดประเจ้อ มากสุดแค่จับมือ กอดนี่พูดเลยว่าแทบไม่มี ทะนุถนอมอย่างที่สุดอ่ะ...แต่ในที่รโหฐานก็อีกเรื่องหนึ่งนะ

“ป่ะ เดี๋ยวพี่พาไปเติมพลัง น้องบีอยากกินอะไรบอกมาเลย วันนี้ป๋าเปย์เต็มที่” ไงล่ะ รับจ้างล้างจานได้เท่าไหร่เอามาจุนเจือปากท้องแฟนให้หมด อย่าให้เสียชื่อลูกชายคุณปาร์ค ระหว่างที่เดินออกมาจากตึกเรียนก็ตั้งใจฟังเจ้าของแก้มกลม ๆ บอกรายการอาหารที่ตัวชอบ ยิ่งมองก็ยิ่งสุขใจแต่ก็ต้องโดนขัดเพราะแรงสั่นครืด ๆ ในกระเป๋ากางเกงจนได้

“ครับป๋า”

( เลิกเรียนแล้วใช่ไหม )

“เลิกตั้งแต่สามโมงแล้วครับ ป๋ามีอะไรอ่ะ วันนี้ผมไม่ต้องเข้างานนะ”

( ถ้าว่างก็ไปหาอะไรกินด้วยกัน ฉันมาประชุมแถวมหาวิทยาลัยแกพอดี จำได้ว่าแถวนี้มีภัตตาคารอาหารจีนรสชาติดีอยู่ที่หนึ่ง)

“ผมมีนัดแล้ว”

( นัดใคร? )

“เอ้า! มีแฟนก็นัดแฟนสิครับคุณพ่ออออ”

( งั้นก็ชวนแฟนแกมาด้วยกัน ) ชานเลี่ยขมวดคิ้วฉับ ลดเสียงลงจนเหลือเพียงลมเบา ๆ ผ่านริมฝีปาก

“ป๋าจะแกล้งอะไรน้องบีอีก?”

( แกเห็นฉันเป็นคนยังไง ชวนแบคบีไป อ้อ ถ้าไม่ไว้ใจก็ให้แฟนแกชวนน้าเค้ามาด้วยก็ได้ เห็นแต่หน้าฉันเดี๋ยวเด็กนั่นจะเกร็งจนไม่เป็นอันกินอะไร แค่นี้นะ ถึงร้านแล้วฉันจะส่งโลเกชั่นไปให้) จ้ะ ถ้าประเทศไหนอยากได้ผู้นำระบบเผด็จการเบ็ดเสร็จนิยม ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกลนะครับ ตรงมาทางนี้เลย ตรงที่มีพ่อบังเกิดเกล้าของชานเลี่ยอยู่ รับรองคุณจะไม่ผิดหวัง

ชายหนุ่มเก็บโทรศัพท์ ขายาวก้าวกลับไปหาแฟนตัวเล็กแต่คราวนี้วาดรอยยิ้มเต็มใบหน้าเป็นของแถมด้วย

“น้องบีครับ วันนี้น้องบีอยากกินอาหารจีนอร่อย ๆ ไหม?”

“อาหารจีนก็ดีฮะ บีหิวมาก ๆ เลียจานเปล่ายังอร่อยเลยตอนนี้” โถคนดี อยู่กับพี่มีหรือจะปล่อยให้น้องต้องหิ้วท้องหิวนาน “ดีเลยงั้น พอดีป๋าเค้าผ่านมาทำธุระแถวนี้เลยชวนเราไปกินข้าวเย็นด้วยกัน น้องบีโทรชวนน้าแบคได้ไหม ป๋าพี่ฝากชวน”

“ได้ฮะ แต่บีไม่แน่ใจนะว่าน้าแบคจะว่างหรือเปล่า”

“ลองโทรก่อน ๆ” ความหิวผลักดันให้ทุกการเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างรวดเร็ว บีน้อยโทรหาคุณน้าตัวขาว คุยกันไม่กี่ประโยคก็เงยหน้ายิงยิ้มให้ปาร์คชานเลี่ยใจสั่นเช่นเคย

“น้าแบคไม่ว่างฮะ”

“ทำงานอยู่เหรอครับ” น้องพยักหน้าจนผมปลิว ชานเลี่ยเห็นอย่างนั้นก็ไม่รอช้า พอดีกับที่ป๋าส่งตำแหน่งร้านมาให้ในแชทเขาจึงพาแฟนตัวเล็กไปที่ภัตตาคารอาหารจีนโดยไม่รีรอ พอถึงที่ร้านจึงรู้ว่านอกจากผู้เป็นพ่อแล้วยังมีลุงเฉิน ผู้ช่วยมือขวาของพ่อนั่งอยู่ด้วยแต่พอเด็กทั้งสองไปถึงชายร่างเล็กก็ขอตัวกลับเพราะหมดหน้าที่ของวันนี้แล้ว

“ฉันสั่งอาหารไปก่อนสองสามอย่างเผื่อแกกับน้องจะหิว อยากกินอะไรก็สั่งเพิ่มได้เลยนะหนู ไม่ต้องเกรงใจ”

“ขอบคุณฮะ”

“แล้วนี่...คุณน้าไม่มาด้วยหรือ?”

“อ๋อ น้าแบคยังทำงานไม่เสร็จฮะ วันนี้น้าแบคมีสอนคลาสพิเศษบอกว่าเลิกดึก น้าแบคฝากขอบคุณคุณลุงที่ชวนด้วยฮะ” คุณลุงคลึงแก้วเครื่องดื่มกับผ้าปูโต๊ะก่อนจะพยักหน้าพร้อมอาการถอนใจบางเบา

“น้าหนูทำงานเลิกดึกแบบนี้ตลอดหรือเปล่า?”

“ถ้าช่วงไหนมีอัดเสียงจะเลิกช้าฮะ กลับบ้านเกือบเช้าบ้างนอนค้างที่บริษัทเลยบ้าง แต่ถ้ามีแค่คลาสสอนก็ไม่ค่อยดึกมาก”

“ไม่ยอมรับงานเช้าล่ะสิ”

“ใช่ฮะ น้าแบคไม่ชอบตื่นเช้าเลยรับสอนแค่ตอนบ่าย ฮึ? คุณลุงรู้ได้ยังไงฮะว่าน้าแบคไม่รับงานตอนเช้า?”

“คนรู้จักฉันคนหนึ่งก็เป็นแบบนั้น”

“ใครหรือครับป๋า?”

“แกไม่รู้จักหรอก”

“อดเลย”

“แล้วเวลาน้ากลับดึกหนูอยู่ยังไง ก็อยู่คนเดียวอย่างนั้นน่ะหรือ?” แบคบียิ้มเต็มแก้ม ตอนแรกก็กังวลที่ต้องมานั่งกินข้าวกับคุณลุงพอสมควร แอบเกร็ง ๆ กลัว ๆ เพราะเรื่องที่พี่ชานเลี่ยเคยทำไว้แต่พอคนพี่ปลอบว่าคุณลุงเข้าใจทุกอย่างดีแล้วก็พลอยเบาใจขึ้นบ้าง ยิ่งคุณลุงไม่ทำหน้าเคร่ง ชวนคุย พลางตักอาหารให้อย่างใจดีแบคบีก็ยิ่งสบายใจขึ้นเยอะ

“อยู่คนเดียวฮะ”

“เหงาแย่เลยสิ”

“แรก ๆ ก็เหงานิดหน่อยฮะแต่ตอนนี้บีชินแล้ว ตอนอยู่ที่โน่นน้าแบคก็ทำงานหนักอย่างนี้เหมือนกัน”

“ที่แอลเอก็อยู่ด้วยกันแค่สองคนหรือเปล่า?” เพราะคิดว่าพี่ชานเลี่ยคงบอกคุณลุงว่าน้าแบคพาบีย้ายไปเรียนที่โน่นหลังจากอุบัติเหตุที่พรากพ่อกับแม่ไปพร้อมกัน เด็กน้อยจึงไม่ได้ติดใจสงสัย ขณะที่ปาร์คคนลูกเริ่มย่นคิ้ว เขาเคยบอกป๋าว่าน้องบีอยู่แอลเอตอนไหนวะ

“อยู่กันหลายคนครับ มีครอบครัวของน้าคริสอยู่ด้วย พวกเค้าเป็นเจ้าของแมนชั่นที่แบ่งชั้นบนสุดให้เราเช่าน่ะครับ แกรนด์มัม เอ่อ คุณยาย คุณแม่ของน้าคริสใจดีที่สุดเลย ส่วนคนอื่น ๆ ก็ใจดีรองลงมา ๆ”

“มีรอง ๆ ลงมาด้วย ใครใจดีน้อยที่สุดครับ?” แฟนรุ่นพี่แทรกเสียงถามอย่างเอ็นดู “ไม่มีฮะ มีแต่ดุมากที่สุด คือ น้าแบค”

“หื้อ? น้าแบคเนี่ยนะดุ”

“จริง ๆ นะฮะ”

“ไม่น่าเชื่อ”

“ไม่ได้หมายถึงดุร้ายนะฮะ น้าแบคไม่ตี ไม่พูดหยาบ ไม่ขึ้นเสียงแต่น้าแบคดุแบบ แบบดุอ่ะ ใครก็ไม่กล้าขัดใจ บีก็ไม่กล้าเหมือนกัน” จากนั้นก็หัวเราะแห้ง ๆ ปิดท้าย เห็นคุณลุงนั่งยิ้มฟังไม่มีท่าทีเบื่อหน่ายก็เหมือนได้กำลังใจเลยฝอยต่อ “เคยมีพวกอเมริกันตัวโต ๆ มาตามตื้อ น้าแบคห้ามแล้วพวกนั้นไม่ฟัง รำคาญหนักเข้าก็จัดการไปทีหนึ่ง โหย หนีแบบไม่ทันเห็นฝุ่นแล้วก็ไม่เห็นหน้าอีกเลย”

“ไหนบอกน้าแบคไม่ตี”

“ไม่ตีฮะ น้าแบคเตะ บอกว่าจะต่อยก็เสียดายมือ เดี๋ยวมือเจ็บแล้วจับดินสอลำบาก” พ่อม่ายหนุ่มใหญ่โคลงศีรษะคล้ายระอาคนในเรื่องเล่าเหลือกำลัง

“แก้ไม่หาย เฮี้ยวไม่เคยกลัวอะไรเลย”

“ใครเหรอป๋า?”

“ก็น้าแบคของ...”

“ของ?”

“น้าแบคของบีไงพี่ชานเลี่ย” ชานเลี่ยหยักยิ้ม ดวงตาคมหวานจับจ้องนิ่งที่ใบหน้าผู้เป็นพ่อ

“ใช่ น้าแบคของน้องบี...แก้ไม่หาย เฮี้ยวไม่เคยกลัวอะไรเลย...น้องบีรู้น่ะพี่ไม่สงสัย พี่ข้องใจแค่ทำไมคุณป๋าของพี่ถึงพูดเหมือนรู้จักน้าแบคดีอย่างนั้น” หางตาตก ๆ ดีดตัวขึ้นเล็กน้อย

“คุณลุงรู้จักน้าแบคมาก่อนหรือฮะ?”

คำถามของแบคบีไม่ได้รับคำตอบเพราะนักธุรกิจใหญ่ท่านใช้ความอาวุโสปิดปากเงียบ เมื่อผู้ใหญ่ไม่พูดเด็กก็ไม่ควรเสียมารยาทคาดคั้น แบคบีค้อมหัวขอบคุณที่มือใหญ่คีบอาหารเพิ่มใส่ถ้วยข้าวให้แล้วจึงเริ่มกินต่อ ขณะที่ปาร์คชานเลี่ยนั้นจ้องใบหน้าต้นแบบของตนด้วยความเคลือบแคลงเต็มกำลัง


น่าสงสัย


ป๋าทำตัวน่าสงสัยมาก ๆ


ชานเลี่ยบวกลบคูณหารข้อมูลที่เคยเห็นผ่านหูผ่านตาแล้วก็เริ่มจับเค้าลางบางอย่างได้ สักอย่าง ระหว่างป๋ากับน้าแบค จะต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกันสักอย่างแน่ ๆ

ตอนอยู่ที่ภัตตาคารนั้น เด็กหนุ่มหมายมาดในใจว่าจะต้องหาความกระจ่างให้ตัวเองและแฟนตัวน้อยให้ได้ในเร็ววัน ไม่คิดว่า เพียงแค่การที่เขากับบิดาไปส่งแบคบีกลับห้องในค่ำวันเดียวกันนั้น ความจริงที่ผู้ใหญ่ปิดงำไว้จะสาดใส่หน้าโดยไม่ยอมให้ตั้งตัวหรือ...เตรียมใจ

มันเป็นตอนที่พวกเราไปถึงห้องรับแขกกลางบ้านและประตูห้องห้องหนึ่งก็เปิดออกมา ชานเลี่ยส่งเสียงทักทายเมื่อเห็นว่าคนที่จับลูกบิดประตูค้างไว้คือคุณน้าตัวขาวของแฟนเขา น้าแบคยิ้มตอบกลับมาอย่างที่ทำประจำ แล้วน้าแบคก็เดินออกมาจากห้องนั้นพร้อมผู้ชายคนเดิมที่เขาเจอคราวก่อน

คริสวู พระเอกชื่อดังระดับเอเชียคนนั้น




“น้าคริส!” เสียงใสร้องทัก ยินดีอย่างแจ่มชัดก่อนแบคบีจะเชิญให้คุณป๋านั่งแล้วถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ปาร์คชานยอลทำเหมือนไม่ได้ยินเสียงเจ้าของบ้านตัวน้อย พ่อของชานเลี่ยก้าวพรวดเข้าไปหาคนทั้งคู่พร้อมสีหน้าที่ทำให้ลูกชายคนเดียวสะท้านเยือก ผู้เห็นเหตุการณ์ตกใจจนพูดไม่ออกสักคำตอนนักธุรกิจใหญ่กระชากร่างแบคฮยอนออกห่างจากพระเอกชื่อดัง

“คุณปาร์ค!

“กล้าเกินไปแล้วแบคฮยอน...กล้า...ขนาดนี้...”

โชคดีที่แบคฮยอนนั้นระวังเรื่องการแสดงออกจนเป็นนิสัยอยู่แล้ว เมื่อถูกจู่โจมพร้อมเสียงทุ้มเข้มที่เค้นขู่ข้างหู แม้จะตระหนกในทีแรกเขาก็ยังสามารถรักษาอาการสงบทั้งสีหน้าและแววตาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม คุณน้าตัวขาววางมือทับหลังมือหนา เอ่ยเสียงอ่อนไม่ต่างกับเวลาพูดเรื่องดูหนังฟังเพลง

“ผมส่งแค่นี้นะครับพี่คริส”

“ทุกอย่างยังโอเคใช่ไหม?” แบคฮยอนหัวเราะน้อย ๆ

“โอเคครับ พี่กลับเถอะ อย่าลืมการบ้านที่ผมให้ไปฝึกนะ คราวหน้าถ้ายังพลาดที่เดิมจะต้องโดนตี” คริสวูคงเห็นว่าในห้องนั้นไม่ได้มีเพียงแบคฮยอนกับผู้ชายท่าทางน่ากลัวเพียงลำพังแต่ยังมีพยานอีกสองชีวิตจึงยอมกลับไปโดยไม่เซ้าซี้ พ้นร่างพระเอกหนุ่มไปได้ แรงกระชับตรงต้นแขนก็บีบแน่นขึ้นมาอีกรอบ

“เจ็บนะครับ” สีหน้านักธุรกิจใหญ่ยังเครียดขึ้ง แววตากร้าวกระด้างไหววาบพาให้คนที่กำลังทำใจดีสู้เสือใจแกว่งเล็กน้อย แต่แบคฮยอนคำนวณมาดีแล้ว ถ้าเขาโต้ตอบแบบรุนแรงในสถานการณ์นี้ปาร์คชานยอลจะไม่ทำแค่ทนกัดฟันมองเขาแน่

“ถ้ามีเรื่องจะคุยก็เชิญนั่ง”

“ไม่จำเป็น...” พ่อม่ายลูกหนึ่งว่า โอบแขนข้างหนึ่งรวบเอวเล็กจนสองร่างแนบชิด ดวงตาคมตวัดผ่านหน้าลูกชายไปทางเด็กน้อยที่ยืนตะลึงอยู่ข้างโซฟายาว จะบอกว่าเกือบกลายเป็นรูปปั้นไปแล้วก็ไม่ผิดนัก “ลุงลืมของไว้ในรถ แบคบีช่วยพาชานเลี่ยลงไปเอามาให้ลุงที”

“โอ๊ยป๋า! ขอเถอะมุกนี้อ่ะ จะไล่พวกเราออกไปเพื่อที่จะได้คุยกับน้าแบคใช่ไหมล่ะ ผมไม่ใช่เด็กสามขวบนะจะได้ดูไม่ออก”

“รู้แล้วก็ไป ถ้าไม่เรียกไม่ต้องขึ้นมา”

“โหย ได้ไงอ่ะ ผมว่าผมมีสิทธิ์รู้นะ”

“ปาร์คชานเลี่ย! ไป เดี๋ยวนี้” คนเป็นพ่อเน้นทีละคำ เตือนด้วยสายตาดุดันจนเด็กทั้งสองใจแป้ว แบคบีตกใจหนแรกเพราะเห็นคุณลุงกระชากแขนน้าแบคยังไม่ทันหายก็ต้องตกใจซ้ำสองตอนคุณลุงกอดน้าแบคอีก นี่มันเรื่องอะไรกัน

“น้าแบคฮะ...”

“พาพี่ชานเลี่ยลงไปหาขนมกินกันก่อนนะ น้าขอคุยธุระกับคุณปาร์คแป๊บนึง”

“แต่ว่า...บี...บีเพิ่งกินข้าวมาแล้ววันนี้บีก็มีการบ้านเยอะด้วย บีขอไปรอในห้องได้ไหมฮะ” ไม่อยากลงไป ไม่อยากให้น้าแบคอยู่ตามลำพังกับคุณลุง บีเป็นห่วง

“ถ้าบีอยู่ในห้องแล้วพี่ชานเลี่ยจะไปอยู่ไหนล่ะ ไปอยู่ในห้องกับบีเหรอ น้าว่าคุณชานยอลคงไม่เห็นด้วยเท่าไหร่”

“ผมพูดหรือว่าไม่เห็นด้วย”

“ก็นึกว่าคุณจะกลัวลูกชายเสียหาย”

“คุณนี่...”

“งั้นผมขออนุญาตเข้าไปอยู่ในห้องกับน้องบี เชิญป๋ากับน้าแบคตามสบายเลยครับ พวกเราสัญญาว่าจะไม่แอบฟัง ป่ะ น้องบี มีการบ้านใช่ไหม ไม่ต้องกลัวนะพี่จะช่วยน้องบีทำอย่างตั้งใจเลย เร็ว ๆ ๆ ๆ” ท้ายที่สุดแล้วปาร์คชานเลี่ยก็ลากแบคบีวิ่งเข้าห้อง ปล่อยผู้ใหญ่สองคนไว้กับความคาราคาซังที่พวกเขาไม่รู้ว่าเริ่มต้นตรงไหนและจะจบในรูปแบบใด

ขณะที่แบคฮยอนเป็นห่วงว่าเด็ก ๆ จะรู้สึกอย่างไรกับความสัมพันธ์ที่ระเบิดปังอย่างไร้สัญญาณเตือน ปาร์คชานยอลกลับไม่ทุกข์ร้อนในประเด็นนั้นเลย ไม่ใช่ว่าเขาไม่แคร์ความรู้สึกลูกแต่เพราะเวลานี้ชานเลี่ยโตแล้ว ไม่ใช่วัยรุ่นหัวร้อนวัยสิบห้าที่ต้องคอยประคบประหงมกราฟอารมณ์เป็นพิเศษเหมือนเมื่อก่อน เขามั่นใจว่าถ้าชานเลี่ยรู้ความจริงเจ้าลูกชายจะยิ่งมีแต่ความยินดีและจะต้องเชียร์ให้เขารวบหัวรวบหางน้าแบคให้สำเร็จเป็นแน่

“ปล่อยได้แล้วมั้งครับ”

“ทำให้โกรธซ้ำแล้วซ้ำอีกยังกล้าออกคำสั่งอีกหรือ ขวัญกล้าเหลือเกินนะ”

“แล้วโกรธเรื่องอะไรล่ะครับ?” พ่อม่ายวัยต้นสี่สิบกลอกตามองผ้าม่านก่อนจะวกกลับมายังใบหน้าอ่อนใส คนถามไม่ได้มีอาการว่ากำลังหวั่นเกรงความโกรธขึ้งของเขาเลย ชานยอลหรุบตามองรอยยิ้มเล็ก ๆ ตรงมุมปากบางแล้วเหตุการณ์วันนั้นก็หวนกลับมาในหัวอีกครั้ง มันก็ไม่ต่างจากวันนี้เท่าใดนัก

ในอกเขา...ปั่นป่วนด้วยแรงโทสะ

อีกคน...ยิ้มเยื้อนราวกับตนเองไม่ได้มีส่วนทำให้เขางุ่นง่านราวกับคนบ้ากระนั้น

 

 

 

“คุณหายไปไหนมา?”

“.......”

“ตลอดเวลาห้าปี คุณทิ้งผมไปอยู่ที่ไหนมาแบคฮยอน?”

“คุณใช้คำว่าทิ้งไม่ได้หรอกคุณปาร์ค ผม...” ร่างเล็กไหวไหล่ “ก็แค่ไป”

“แค่ไป?”

“ใช่ครับ ผมก็แค่ไป ตามทางและตามสิทธิ์ของผม มีเรื่องอะไรที่คุณต้องตั้งคำถามหรือครับคุณปาร์ค”

“นี่น่ะนะคำตอบของคุณ! ก็แค่ไปเนี่ยนะ คุณกล้าพูดออกมาได้ยังไงแบคฮยอน ตอนนั้นคุณเป็นอะไรกับผม เราเป็นอะไรกัน คุณรู้อยู่แก่ใจ”

“ผมไม่รู้คุณปาร์ค ไม่รู้อะไรทั้งนั้น คุณแสดงออกว่าชอบผม มาพบผม กินข้าวกับผม นอนเตียงเดียวกับผม แต่คุณก็ไม่เคยทำอะไรให้มันชัดเจนมากกว่านั้น แล้วจะให้ผมคิดอะไรมากไปกว่าว่าคุณเห็นผมเป็นแค่คู่นอน”

“แค่คู่นอนนรกอะไร!” เปลือกนอกอันแสนเย็นชาถูกแรงอัดจากภายในตีแตกกระจาย คนแก่วัยกว่านับรอบกลายเป็นฝ่ายหลุดจากการควบคุมตัวเอง ใบหน้าหล่อเหลากร้าวกระด้าง เสียงทุ้มต่ำกระชากห้วน กี่ปีแล้วที่เขาต้องทนอยู่กับความไม่เข้าใจและคำถามซ้ำซาก บยอนแบคฮยอนจากไปโดยที่เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองทำอะไรให้ไม่พอใจ เขาคิดไปสารพัด ลงท้ายอีกฝ่ายก็กลับมาพร้อมโทษว่าเพราะเขาไม่เคยชัดเจน ไม่คิดฝันว่ามันจะลงเอยที่คำตอบนี้!

“จะต้องให้ชัดเจนขนาดไหนแบคฮยอน ผมมีคุณคนเดียว นอกจากลูก นอกจากงาน ผมแทบไม่เหลือเวลาให้ใครหรืออะไร กับพ่อแม่ผมยังเจอท่านน้อยกว่าคุณด้วยซ้ำ”

“แต่คุณก็ไม่เคยบอกใครว่าเราเป็นอะไรกัน นอกจากคุณกับคุณเฉินผู้ช่วยคุณแล้ว ถามหน่อยเถอะ ในโลกนี้มีใครอีกไหมที่รู้ว่าเราเป็นอะไรกัน แล้วไอ้การที่คุณมาหาแค่อาทิตย์ละครั้งสองครั้ง ให้บัตรเครดิตไว้ใช้ ไม่เคยพาไปพบพ่อแม่ ไม่เคยพาไปรู้จักเพื่อนฝูง มันต่างกับการเลี้ยงเมียเก็บตรงไหนหรือครับ”

“ให้ตายเถอะแบคฮยอน ใครมันทำให้คุณคิดไปไกลแบบนี้ เหลวไหลไม่เข้าเรื่องที่สุด” คุณไง...แบคฮยอนโต้ในใจ

“คุณดูถูกตัวเอง ดูถูกผม ดูถูกอย่างไม่น่าให้อภัย”

“ผมไม่ได้ต้องการการอภัยใด ๆ คุณปาร์ค ถ้าคุณยังจำได้ ผมไม่ได้เป็นฝ่ายรื้อฟื้น ไม่ได้เรียกร้อง ไม่ได้ต้องการให้ใครต้องยุ่งยากใจเพราะเรื่องที่มันจบไปแล้ว ถ้าคุณจะยกมันมาพูดอีกเพื่อหาคนผิดก็พอเถอะครับ มันไม่ทำให้อะไรดีขึ้นหรอก ต่อจากนี้เรื่องผู้ใหญ่ก็ส่วนผู้ใหญ่ เรื่องเด็กก็ขอให้พวกเขาตัดสินใจด้วยตัวเอง” ชานยอลแค่นยิ้ม สืบเท้าเข้าใกล้ร่างที่ยืนพิงเค้าเตอร์ เขาไม่หลบเร้นแม้จะรู้ดีว่าม่านตาทั้งคู่กำลังสั่นไหวและอีกคนอาจจะกำลังสะใจ

“ตัดบัวแบบไม่เหลือใยเลยสินะ”

“ฐานะอย่างผมจะทำอะไรได้ดีกว่านั้นล่ะครับ” คนถูกกล่าวหาเกลี่ยปลายนิ้วไปตามขอบถ้วยชาช้า ๆ ไร้ท่าทีสะทกสะท้าน

“ได้สิ คุณทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่หนีไปแล้วทิ้งผมไว้กับความไม่เข้าใจ หรืออย่างน้อยตอนนี้...คุณก็น่าจะฟังผมบ้าง”

“ผมเคยอยากฟัง รอจะฟังแล้วก็เลิกรอไปนานแล้ว”

“คุณรอนานแค่ไหนกันเชียวแบคฮยอน” ผู้มากวัยกว่าท้วงเสียงเข้ม “ตั้งแต่จูบแรกจนถึงวันที่คุณหายไป เวลาทั้งหมดนั่นมันแค่ห้าเดือนเองนะแบคฮยอน ห้าเดือนที่ผมพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้เรื่องของเราลงตัวเร็วที่สุด แต่แล้วยังไง นอกจากจะไม่เห็นใจกันแล้ว คุณยังตัดช่องน้อยแต่พอตัว หนีไปโดยไม่บอกอะไรผมสักคำ คุณทำอะไรลงไปรู้ตัวบ้างไหม ความรักของเรา! คุณพังมันไป!

“ผมไปเพราะผมไม่อยากเกลียดตัวเองแล้วก็ไม่อยากเกลียดคุณไง!” สุดท้ายก็ทนไม่ไหว ทั้งที่เคยควบคุมกริยาได้อย่างดีเยี่ยมมาโดยตลอด ครั้งนี้เพียงแค่ไม่กี่คำที่อดีตคนรักตัดพ้อกลับทำให้คนใจแข็งหลุดความในใจออกไปพร้อมดวงตาแดงเรื่อ

ปาร์คชานยอลนั้นทิ้งไออิทธิพลไว้ในใจแบคฮยอนเข้มข้นเกินไป ห้าปี มันไม่มีท่าทีว่าจะเจือจางลงเลย

“พอเถอะครับคุณปาร์ค ผมไม่อยากพูดถึงมันแล้ว”

“แล้วยังไง ตัวเองทำใจได้ ตัดใจได้ ใครจะเป็นจะตายยังไงก็ช่างหัวมันอย่างนั้นใช่ไหม ไอ้คนที่มันยังเจ็บยังยื้อก็ให้มันเจ็บไป ไม่ใช่ธุระกงการอะไร เพราะทิ้งไปแล้ว อย่างนั้นใช่หรือเปล่า” คนฟังใจสะท้าน ปากบางเม้มแน่น กักกลั้นไม่ให้อาการปวดปร่าลุกลามไปตามเลือดเนื้อ

น้ำหยดใสกลิ้งผ่านผิวแก้มขาว

ราวกับสัญญาณ เตือน บอกกล่าว ร้องสั่งหรืออะไรก็ตามที่ผลักให้ปาร์คชานยอลโอบคนอ่อนวัยกว่ากลับเข้าสู่อ้อมกอดอันคุ้นเคย เสียงหัวใจเต้น อุณหภูมิผิวเนื้อใต้ผ้าผวย แรงกอดกระชับของสองแขน แบคฮยอนเคยหลงเคยรักและเคยเจ็บเจียนตายยามต้องตัดใจจาก

แด๊ดดี้คิดถึงมากแค่ไหนรู้ไหม?” คนในอ้อมแขนไม่ตอบคำเช่นเดียวกับไม่กอดตอบ แบคฮยอนเพียงแค่กดใบหน้าเข้าหาอกกว้างแทนการรับรู้

“พร้อมจะฟังหรือยัง?”

“.......”

“แบคฮยอนน่า”

“...ถ้าแด๊ดดี้พร้อมจะพูด” อาจจะนับว่าเป็นความอัศจรรย์ของถ้อยคำและความหมาย เพราะเพียงแค่เราเอ่ยมันออกมา ทิฐิที่เคยถือมั่นตั้งมั่นจะประหัตประหารอีกฝ่ายให้เจ็บช้ำเหมือนอย่างตนก็ละลายหายไปราวกับไม่เคยมี หัวใจตอนนี้คอยแต่จะอ่อนอ้อนเอาใจ ไม่อยากให้ความเจ็บปวดมันยืดเยื้ออีกต่อไปแล้ว

“ตอนนั้น บริษัทแบคฮยอนกำลังทำเพลงโปรโมทให้โรงแรมฉัน ถึงจะไม่ได้ดีลงานด้วยกันโดยตรงแต่เราก็นับว่าเป็นคู่ค้า ฉันไม่ได้บอกใครเรื่องของเราเพราะไม่อยากให้มีคนครหาว่าแบคฮยอนใช้เส้นสายเพื่อให้ได้งาน” คุณครูสอนร้องเพลงแต่ก็มีส่วนร่วมในการควบคุมการผลิตหลายขั้นตอน หากมีใครคิดร้ายโยงความสัมพันธ์เข้ากับเรื่องผลประโยชน์ผลลัพธ์ออกมาคงไม่ดีกับชื่อเสียงทั้งสองฝ่ายเท่าใดนัก โดยเฉพาะฝั่งผู้บริหารที่มีตำแหน่งพ่อม่ายลูกติดพ่วงท้าย ข้อนี้...ถึงคุณปาร์คจะไม่เคยพูดถึงตรง ๆ แต่แบคฮยอนก็เคยยกมาเป็นเหตุผลปลอบใจตัวเองตอนหดหู่สุด ๆ แล้ว

“เรื่องงานผ่านไปก็ยังมีเรื่องอื่น ไม่ใช่ว่าฉันอยากเก็บแบคฮยอนไว้ในมุมมืด ฉันอยากแสดงความเป็นเจ้าของ อยากอวดให้พวกดารานักร้องที่อยู่รอบตัวแบคฮยอนรู้ให้หมดทุกคนด้วยซ้ำ แต่ที่ต้องยั้งใจไว้เพราะตอนนั้นฉันยังไม่มั่นใจว่าครอบครัวจะมีปฏิกิริยายังไงกับเรื่องที่ฉันมีแฟนเด็กกว่าเป็นรอบ โดยเฉพาะชานเลี่ย ตอนนั้นชานเลี่ยเพิ่งสิบห้า อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ อารมณ์เหวี่ยงขึ้นลงรุนแรงตามวัย ฉันตัดสินใจว่าจะรอให้เขาสอบเข้ามอปลายได้แล้วค่อยแนะนำให้ทั้งคู่รู้จักกัน ไม่คิดว่าแบคฮยอนจะเข้าใจผิด” หลังประโยคนั้นคือความเงียบอันยาวนาน ต่างฝ่ายต่างปล่อยตัวเองล่องลอยไปในห้วงความคิดของตน กระนั้นก็ยังมีแต่เรื่องราวของอีกฝ่ายและความทรงจำเพียงไม่กี่เดือนที่มีร่วมกัน

          “เข้าใจฉันแล้วนะ”

“แด๊ดดี้ไม่ยอมบอกอะไรเลย”

“มันไม่ใช่นิสัยของฉันอยู่แล้วนี่นา คิดว่าที่ทำทั้งหมดนั่นแสดงออกชัดแล้ว กับคนอื่นก็ไม่เคยทำให้อย่างนี้”

“แต่หลังจากนั้นก็ควงออกงานตั้งหลายคนนี่ครับ” ทั้งดารา นางแบบ ลูกสาวนักธุรกิจ มีให้เห็นในข่าวสังคมออกบ่อย

“เจอกันเพราะงานทั้งนั้น มีบ้างที่ผู้ใหญ่แนะนำให้รู้จักแต่ฉันก็แค่คุย ไม่ได้สานต่อเกินขอบเขต นี่นะคุณน้าแบค ถ้าไม่จริงจังกับเรื่องของเรา ตลอดห้าปีที่ผ่านมาฉันจะรอแบคฮยอนทำไม ฉันแต่งงานใหม่ มีรักใหม่ หาแม่ใหม่มาช่วยเลี้ยงเจ้าชานเลี่ยไม่เข้าท่ากว่าหรือ”

“ก็เข้าท่านะครับ หาตอนนี้ก็น่าจะยังทัน ให้ผมช่วยหาไหมล่ะครับ เพื่อนในวงการผมมีเยอะนะ โปรไฟล์ดี ๆ ทั้งนั้น”

“เดี๋ยวเถอะ” ข่มฟันทนไม่ไหว ฝ่ามือหนาตวัดลงบนเนินสะโพกเพรียวหนึ่งทีเน้น ๆ คนโดนทำโทษร้องฮือ หน้าง้ำปากคว่ำแบบที่แบคบีหรือชานเลี่ยไม่มีทางจินตนาการถึงแน่นอน

“แด๊ดดี้!

“งอแงได้แล้วนี่”

“ปล่อยครับ” เจ้าของบ้านบอกเสียงเฉียบ ถ้าเด็ก ๆ กลับมาเห็นคุณพ่อกับคุณน้ายืนกอดกันอยู่ในห้องครัวคงช็อคยิ่งกว่าช็อค หนักกว่านั้นคือพังหมดแน่ภาพลักษณ์ของน้าแบคฮยอนคนเก่งผู้ไม่เคยกลัวใคร

“คุณปาร์คปล่อยครับ” แรงดันจากสองมือบางไม่ก่อผลอันใดเลย ร่างสูงยังสามารถปักหลักยืนที่เดิม  

“คุณปาร์คอีกแล้ว”

“ปล่อยเถอะครับ เด็ก ๆ จะกลับมาแล้ว ผมไม่อยากให้พวกแกมาเห็นอะไรที่ไม่ควรเห็นตอนนี้”

“ไม่ควร?” อะไรควรไม่ควร ผู้บริหารโรงแรมใหญ่ยังไม่ทันกลั่นกรองใจความสำคัญจากประโยคข้างต้น คุณน้าตัวขาวก็ขืนตัวเองออกจากวงแขนกว้าง เดินเร็ว ๆ ตรงไปยังประตูที่เชื่อมกับห้องโถงด้านนอก

“แบคฮยอน”

“ครับ”

“ที่พูดเมื่อกี้หมายความว่ายังไง?” ร่างเล็กหมุนตัวกลับมา คลี่ริมฝีปากเป็นรอยยิ้มสุภาพทว่าห่างเหินอีกครั้ง “คุณปาร์คก็ทราบ คนไม่ได้เป็นอะไรกันก็ไม่ควรทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมกันเกินไป มันเรื่องปกติของสากลโลกอยู่แล้วนี่ครับ”

“แต่เราเป็น!

“เราแค่เคยเป็นต่างหากครับแด๊ดดี้...ชาคุณคงเย็นแล้ว ถ้าอยากดื่มร้อน ๆ ก็ชงใหม่ได้นะครับ ผมจะรอข้างนอก”

 

 

 

 

ชานยอลมั่นใจว่าเขากำลังโดนเอาคืน

เด็กเจ้าคิดเจ้าแค้นนั่นผูกใจเจ็บได้แม้กระทั่งคนที่ไร้ความผิด

จากวันนั้นจนวันนี้ชานยอลเพิ่งได้เห็นหน้าอดีตคนรักอีกครั้ง ติดต่อทางไหนก็ไม่ได้ คล้ายว่าอีกฝ่ายจงใจทอดเวลาให้เขารุ่มร้อนทุรนทุราย งานที่โรงแรมก็สุมกันเข้ามาราวกับฟ้าแกล้ง กว่าจะหาเวลาว่างได้ก็ผ่านไปหลายวัน แล้วดูสิ่งที่แบคฮยอนตอบแทนความตั้งใจของเขาสิ พาผู้ชายคนอื่นเข้าห้องแล้วยังมายิ้มตาใส มันน่านัก

“ว่ายังไงล่ะครับ ยังไม่บอกผมเลยว่าโกรธเรื่องอะไร”

“......”

“แด๊ดดี้”

“ฉันเห็นเราออกมาจากห้องพร้อมผู้ชายคนนั้นสองรอบแล้วนะ สนิทกันมากขนาดไหนถึงยอมให้เข้าห้องส่วนตัวได้” แบคฮยอนมองกลับไปทางประตูห้องที่เขาเพิ่งเดินออกมา นิ้วเล็กชี้ผ่านปลายคางตัวเองไปทางเดียวกับสายตา “นั่นห้องทำงานครับ ไม่ใช่ห้องนอน ไม่ถือเป็นพื้นที่ส่วนตัวอะไร” ปาร์คชานยอลจ้องตอบด้วยดวงตาดำกว้างคู่นั้น มันไม่ได้อ่อนหวานแต่ก็ลดความกระด้างลงไปมากโข

“ทำไมเขาต้องมาที่บ้าน ที่บริษัทไม่มีห้องเรียนหรือ?”

“จริง ๆ วันนี้ก็นัดสอนที่ตึกนั่นแหละครับ แต่ผมคิดว่าถ้าย้ายมาสอนที่บ้านก็อาจจะได้เจอคุณตอนคุณมาส่งน้องบีด้วย อยู่ที่ตึกถึงสอนเสร็จก็คงไม่ได้กลับทันที เดี๋ยวงานนั้นงานนี้เข้า พอดีคลาดกันอีก”

“จะให้เชื่อหลังจากโดนหลบหน้ามาทั้งอาทิตย์ฉันก็เชื่อไม่ลงนะ” เจ้าของดวงตาเรียวหัวเราะเสียงใส ไม่มีสลดแม้จะโดนแฉความผิดซึ่ง ๆ หน้า “ก็อยากรู้ว่าจะมีคนคิดถึงกันหรือเปล่าเท่านั้นเองครับ”

“แล้วตอนนี้รู้หรือยัง?”

“รู้แล้วครับ”

“พอใจหรือยัง?”

“โถ แด๊ดดี้คนดี๊คนดี” คนแก่วัยกว่าสิบสองปีเบนใบหน้าหนีนิ้วซุกซน นักธุรกิจผู้ไม่เคยเกรงกลัวคู่แข่งผ่อนลมหายใจยาว จะเมื่อห้าปีที่แล้วหรือห้านาทีที่แล้วบยอนแบคฮยอนก็ร้ายกาจไม่เปลี่ยน สนุกเหลือเกินล่ะได้ล้อหลอกอารมณ์คนอื่น

“ถึงยังไงวันนี้ก็ต้องบอกความจริงกับลูก” แบคฮยอนพยักหน้า

“เอาสิครับ” ตอบง่ายซะจนคนที่เตรียมเหตุผลมาหลายวันค้างไปหนึ่งจังหวะ ปาร์คชานยอลหรี่ตามองใบหน้าที่เจ้าตัวจงใจวางตั้งคางกับต้นแขนเขา เห็นหน่วยตาใสแจ๋วไม่ผิดกับหลานชายตัวน้อยแล้วก็ให้นึกเบื่อหน่ายในตัวเอง ไม่สามารถวางใจได้แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าทั้งรักทั้งเอ็นดูอย่างที่สุด

“พร้อมนะ?”

“ไม่พร้อมก็จำเป็นต้องพร้อมแล้วล่ะครับ คุณเล่นกระชากผมต่อหน้าเด็ก ๆ แบบนั้น ถ้าไม่มีคำอธิบายให้เป็นได้งอนแพ็คคู่แน่ ๆ”

“ฉันไม่ตำหนิตัวเองหรอกนะ ความจริงก็คือความจริง ปิดไปก็ใช่ว่าจะมีอะไรดีขึ้น เด็ก ๆ ก็โตพอจะแยกแยะอะไรได้เองแล้ว เจ้าชานเลี่ยคงไม่น้อยใจว่าพ่อจะรักน้าแบคมากกว่าตัวเองหรอก”

“แล้วคุณล่ะครับ เรื่องน้องบี ตอนนี้คุณคิดยังไง?”

“รู้อะไรไหมแบคฮยอน...” เสียงทุ้มเปรยแผ่ว “ระหว่างเรา ตั้งแต่งานเลี้ยงคืนนั้นจนถึงตอนนี้ แม้แต่จูบสักครั้งก็ยังไม่เกิดขึ้น” รูปหน้าคมหวานเชิดขึ้นน้อย ๆ ยามดวงตาดำกว้างคู่นั้นทอดมองแบคฮยอนผ่านสันจมูกโด่งงาม “พวกเราควรพักเรื่องของเด็ก ๆ ไว้ก่อนดีไหม?”

 

 

คุณน้าของน้องบีหัวเราะเสียงใส ดันร่างขึ้นเหนือร่างสูงพร้อมแนบริมฝีปากลงกับหน้าผากกว้างของคุณพ่อลูกหนึ่งเสียงดังจุ๊บ

 

 

“แด๊ดดี้คนดี๊คนดี”

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

- END -




อ่านจบแล้วขอกำลังใจฝากไว้ให้คนเขียนหน่อยนะจ๊ะ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 642 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8,436 ความคิดเห็น

  1. #8420 เกินต้านแร้วเพคะ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 14:51
    แบบฉันชอบมากแม่!!! มันเป็นยุบยิบกุ๊กกิ๊กๆในหัวจาย~ น่ารักไปหมดเลย❤️
    #8,420
    0
  2. #8300 heykiki (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 00:47
    น่ารักมากกกกกกก โฮ ๆๆๆๆๆๆๆ กรี๊ดดดดดดดดด มันเป็นแสบบบบบ
    #8,300
    0
  3. #8205 mayyamcc (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 22:49
    กี้ดดดดดดดด แม่!!!!!เค้ารักกันแม๊!!!!!
    #8,205
    0
  4. #8186 pineB (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 23:13
    สเปคพ่อลูกนี่คือไทป์เดียวกันมาเลยนะคะ รู้เรื่องเรย5555555
    #8,186
    0
  5. #8180 DTM456_ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 15:41
    แซ่บมากจ้ะแม่ เผ็ดร้อนกับคำว่าแด๊ดดี้มากๆ ;____;
    #8,180
    0
  6. #8162 PCY_BBH_PLOY (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:50
    งุ้ยยยยยยยเขินความเรียกแด๊ดดี๊ บ้าบอใจชุ้นเหลวเป็นน้ำแล้วจ้าาา
    #8,162
    0
  7. #7907 areenachesani (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 19:35
    แง้งงงง เขินนน
    #7,907
    0
  8. #7762 chanbaekjan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 11:58
    ว้ายตาเถร น้องชานเลี่ยจะได้แม่เลี้ยงเพิ่มหรือพี่สาวเพิ่มนะเนี่ยยย
    #7,762
    0
  9. #7540 KyuMin_Pumpkin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 22:58
    ตกใจ นึกว่าจะดราม่าหนักกว่านี้ซะอีก
    #7,540
    0
  10. #7491 มมมมมสสสสสสสสสสส (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 10:30

    น่ารักจูงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง แด๊ดดี้คนดี

    #7,491
    0
  11. #7489 Bebaek44 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 05:46
    สะดุดตรงเรียกว่าแด๊ดดี้เนี่ยแหละ เขินเอาตัวซุกหมอน
    #7,489
    0
  12. #6471 wwirulpattt (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 22:24
    แด๊ดดดดดดี๊
    #6,471
    0
  13. #5098 somruethai1307 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 23:20
    รุนแรงแด้ดดี้
    #5,098
    0
  14. #4730 Juseye.ird (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 11:29
    หน้าร้อนตรงแทนตัวเองว่าแด๊ดดี้มากฮื่อออ อ่านๆอยู่สะดุดเลยเเง้งงงง
    #4,730
    0
  15. #3995 jeeja44 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 11:32
    กรีดร้องแทบเป็นบ้า ดีงามมากแงงงง
    #3,995
    0
  16. #3761 Kim-kibom (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 21:59
    น่ารักมาก ชอบมากค่ะ
    #3,761
    0
  17. #3495 JuJupcy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 01:35
    ชอบบบบบ หน่องขอสเป
    #3,495
    0
  18. #3256 Mookateam (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 13:14

    แงงงงแด๊ดดี้ขาาา55555
    #3,256
    0
  19. #2558 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 00:04

    ชอบอ่ะะะะะ แด๊ดดี๊ของคนดี มีตอนพิเศษไหมอ่ะ
    #2,558
    0
  20. #2368 CAPA__ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 18:57
    เอาแด๊ดดี้อีกกก ชอบบๆๆๆๆ งือออ อ่านละเขินนน คือมันใช่อ้ะ
    #2,368
    0
  21. #2279 Michi_fonn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 22:00
    ชอบแนวนี้มากกกกก เขินเลย
    #2,279
    0
  22. #2108 lena-lena (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 23:15
    แงงงงง ชอบความแด๊ดดี้มากๆๆๆๆ อ่านแล้วใจหวั่นไหว เขินสุดอะไรสุด อยากอ่านเป็นเรื่องเป็นราวเลยค่ะ ชอบมากจริงๆ ไรท์เก่งมากๆ เขียนเรื่องอะไรก็สนุก แต่ถ้าได้แนวแด๊ดดี้แบบนี้จะดีมากๆเลยค่ะ รักกก❤️
    #2,108
    0
  23. #1594 khunsom08 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 18:56
    สมหวัง
    #1,594
    0
  24. #1420 Chakbann (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 10:05

    แบคเรียกได้น่ารักมาก > <

    #1,420
    0
  25. #1402 cheerchanbaek (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 21:34
    แบคเรียก แด๊ดดี๊ทีนี่แบบบ ความแมนความร้ายยในตอนแรกหายไปหมดเลยอาะ 5555
    #1,402
    0