(END) Lovely you เธอน่ารัก ::: ChanBaek

ตอนที่ 9 : Lovely you : เธอน่ารัก ตอนเก้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,730
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 281 ครั้ง
    26 พ.ย. 58




















 

            กลุ่มเมฆลอยต่ำลงมาทุกทีแล้ว

 

            ปลายฤดูใบไม้ผลิที่มีพายุฝนแทรกทำให้อากาศที่เคยเย็นสบายกลับกลายเป็นร้อนอบอ้าว วันนี้ก็เป็นอีกวันที่อุณหภูมิไต่ระดับสูงกว่าปกติ ขนาดขับรถให้ลมโกรกหน้ายังไม่สามารถคลายความร้อนได้เหมือนทุกครั้ง ก้านนิ้วยาวแหวกคอเสื้อเชิ้ตให้กว้างขึ้น ลมหายใจร้อนถูกทอดถอน ไม่ว่าอะไรก็ดูเหมือนพาให้ไม่สบายไปเสียทุกอย่าง ชายหนุ่มร่างสูงพารถคู่กายวิ่งมาด้วยความเร็วระดับต่ำก่อนจะชะลอความเร็วลง ช่วงขายาววางเท้ากับพื้นถนน ระหว่างรอสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนสีความคิดก็วกกลับไปหาเรื่องที่เพิ่งผ่านไปสด ๆ ร้อน ๆ

 

            เจ้าของร้านดอกไม้กับรอยยิ้มสดใส ตอนหอบผลงานช่อใหญ่ออกจากร้านไปก็ว่าอารมณ์ดีมากแล้วตอนกลับมายิ่งชื่นบานหนักกว่าขาไปหลายเท่า ขนาดจงอินแกล้งขอดอกไม้ฟรีไปกำนัลสาวพี่จุนมยอนยังแค่ยักคิ้ว บอกให้เลือกเอาตามใจชอบ ทั้งที่ปกติเป็นที่รู้กันว่าเจ้าของร้านเข้มงวดเรื่องค้าขายแค่ไหน ของขายคือของขาย อยากได้ต้องซื้อหรือไม่ก็ต้องมีของแลกเปลี่ยน ไอ้เรื่องจะขอฟรีนั้นอย่าได้กล้าเอ่ยกับคิมจุนมยอน ถึงขั้นเอ่ยปากยอมให้ดอกไม้สุดหวงกับคุณชายเงินหนาฟรี ๆ แสดงว่าต้องอารมณ์ดีอย่างที่สุด แล้วต้นเหตุก็คงไม่พ้นคนที่พี่จุนมยอนเอาดอกไม้ไปส่งให้ด้วยตัวเอง ชานยอลไม่ได้ถามถึงเหตุผลแต่เดาจากอาการคนพี่ก็พอเข้าใจว่าคงมีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นระหว่างคิมจุนมยอนกับลูกค้าพิเศษและเขาก็พอใจจะรู้แค่นั้น

 

            รถมอเตอร์ไซค์คันเล็กเร่งเครื่องผ่านแยกใหญ่มาได้ไม่นานร้านหนังสือก็ปรากฏอยู่ทางซ้ายมือ ชานยอลผ่านทางนี้ทุกวัน คุ้นตากับการตกแต่งและดวงไฟที่ส่องประดับ แม้ไม่เหลียวไปมองก็จำได้ แต่เพราะรู้ว่าจุนมยอนเพิ่งมาส่งดอกไม้ที่ร้านนี้เมื่อตอนหัวค่ำจึงอดมองเข้าไปไม่ได้ ดูเหมือนงานเปิดตัวหนังสือจะจบลงแล้ว ชายหนุ่มเห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังเก็บข้าวของ มีแม่บ้านทำความสะอาดไปพร้อมกัน มองเลยตัวร้านไปถึงแนวต้นไม้ใหญ่ รถเก๋งสองสามคันจอดเรียงกันไปตามขอบทางเท้า มือที่บิดคันเร่งผ่อนแรงลงเมื่อเห็นว่าใครบางคนกำลังโบกมือเรียก

 

            “ใช่จริง ๆ ด้วย! เห็นแต่ไกลก็คิดอยู่ว่าถ้าเรียกผิดคนคงหน้าแตกยับแน่ แสดงว่าสายตาพี่ยังใช้งานได้ดี” เจ้าของร่างเล็กทักทายพร้อมรอยยิ้มยินดี มองเด็กหนุ่มรุ่นน้องดับเครื่องพลางถามต่อไม่ให้เสียโอกาสและขาดตอน “กำลังจะไปไหนหรือคะ?”

 

            “กลับบ้านครับ”

 

            “อ๋อ ปกติกลับบ้านทางนี้ใช่ไหม อือ แล้วนี่รีบกลับหรือเปล่า?”

 

            “ครับ วันนี้อากาศร้อน อยากกลับไปอาบน้ำให้สบายตัว”

 

            “ว้า อย่าเพิ่งกลับเลย มีโอกาสเจอกันทั้งทีไปหาอะไรดื่มด้วยกันดีกว่า พี่เลี้ยงเอง” ชานยอลยิ้มขรึม จิตใจแน่วแน่กับการปฏิเสธแต่น้ำใจที่อีกฝ่ายหยิบยื่นให้อย่างกระตือรือร้นก็ทำให้พูดยากกว่าทุกที คนพูดน้อยยังไม่ทันเอ่ยคำใดจางอี้ชิงก็เสริมเสียงใส “วันนี้ฤกษ์ดีน่ะค่ะ เพื่อนสนิทพี่เปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ เสร็จงานแล้วเลยตั้งใจจะไปฉลองกันต่อ ไหน ๆ ก็เจอกันด้วยความบังเอิญแล้วถือว่าดวงเราสมพงศ์กัน ไปด้วยกันเถอะนะ นะ นะ”

 

            “อย่าดีกว่าครับ ผมเป็นคนนอก”

 

            “คนนอกอะไรกัน เพื่อนแบคฮยอนก็เหมือนเพื่อนพี่ รู้จักกันไว้ไม่เสียหายหรอก ถ้าไม่ไปจะถือว่ารังเกียจ ไม่อยากคบค้าสมาคมกับพวกเรานะ”

 

            “ไม่ใช่แบบนั้น”

 

            “อี้ชิง...” ดวงตาคมหวานเลื่อนไปหาผู้มาใหม่ก่อนอี้ชิงเสียอีก เพราะคุณแม่ลูกหนึ่งนั้นเสียเวลาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะค่อยมองไปทางเงาดำที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ “เจอคนรู้จักหรือ?”

 

            “รุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยน่ะ” เจ้าของเสียงทักเป็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ผิวขาวจัดเห็นได้ชัดแม้ในที่แสงสลัว อี้ชิงรอให้อีกคนเข้ามาใกล้ก่อนจะแนะนำให้ทั้งสองฝ่ายรู้จักกัน ชานยอลถอดหมวกกันน็อกวางไว้บนเบาะ ก้าวมายืนบนพื้นระดับเดียวกับอีกสองคน เรือนร่างสูงใหญ่ของสองหนุ่มข่มให้อี้ชิงยิ่งตัวเล็กลงกว่าปกติ

 

“ปาร์คชานยอลครับ ยินดีที่ได้รู้จัก”

 

            “อู๋อี้ฝาน ยินดีเช่นกัน” ดวงตาดำคมของอู๋อี้ฝานชำเลืองมองคนข้างกายเหมือนรู้ทัน แม่คนนี้เห็นผู้ชายหน้าตาดีทีไรเป็นอันต้องร่าเริงเกินเหตุ เขามองออกมาจากในร้านเห็นแวบเดียวก็ดูออกแต่เพราะกำลังคุยติดพันกว่าจะปลีกตัวออกมาได้ก็เสียเวลาไปหลายนาที ไม่รู้คุณเธอจีบเด็กไปถึงไหนแล้ว

 

            “คุณอี้ฝานเป็นเจ้าของผลงานเขียนที่เปิดตัววันนี้น่ะ”

 

            “ยินดีด้วยนะครับ”

 

            “ขอบคุณ แล้วนี่จะยังไงต่อครับคุณภรรยา เลือกร้านได้หรือยัง?”

 

“ได้แล้วค่ะ ฉันชวนชานยอลไปดื่มกับพวกเราด้วยนะคะ ไปกันหลายคนสนุกดี เนาะ” ชายหนุ่มรุ่นน้องยิ้มลำบากใจ

 

“คุณอี้ชิง อย่าลำบากเลยครับ” ชานยอลเพิ่งรู้ตอนนี้เองว่าอี้ชิงแต่งงานมีสามีแล้ว ชายหนุ่มแปลกใจกับข้อเท็จจริงนี้แต่ไม่ถึงขั้นประหลาดใจ มหาวิทยาลัยไม่มีกฎห้ามนักศึกษาแต่งงาน เพื่อนเขาหลายคนก็แต่งงานจดทะเบียนสมรสระหว่างภาคเรียนกันอยู่เนือง ๆ

 

            “ไม่ลำบากหรอก ไปด้วยกันสิ” ถึงสามีของรุ่นพี่สาวจะไม่ขัดความต้องการของภรรยาแต่ชานยอลก็ไม่สะดวกใจอยู่ดี ชายหนุ่มเพิ่งพบอี้ชิงเป็นครั้งที่สอง รู้จักอี้ฝานเป็นครั้งแรก จะให้ไปนั่งดื่มด้วยกันเลยก็รู้สึกตะขิดตะขวางใจอย่างไรอยู่ อีกอย่างชานยอลไม่ใช่คนช่างพูดกลัวว่าจะไปทำให้บรรยากาศระหว่างสามีภรรยาอึดอัดเสียเปล่า

 

            “เอาไว้โอกาสหน้าดีกว่าครับ วันนี้ผม...” พูดค้างแค่นั้น เหตุผลที่เหลือหลุดหายไปในลำคอเมื่อหันไปเจอคนที่เพิ่งเดินมาสมทบ ชานยอลค้อมศีรษะให้เจ้าของดวงตาเรียวยาว ชายหนุ่มยังรักษาความสงบเอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยมขณะที่อีกคนนั้นพอโผล่มาจากด้านหลังอี้ฝานก็ทำอาการคล้ายสะดุ้งจนอี้ชิงหัวเราะคิก ชานยอลยังทันได้เห็นดวงตาเรียวยาวตวัดตอบโต้จางอี้ชิง

 

            “แบคฮยอนมาพอดีเลย เรากำลังชวนชานยอลไปดื่มด้วยกันแต่เพื่อนแบคฮยอนปฏิเสธท่าเดียวเลยอ่ะ เอายังไงดี” คุณแบคฮยอนหลบสายตา ตอบเสียงอ่อน “ก็แล้วแต่เจ้าตัวสิ”

 

            “อ้าว แล้วกัน นึกว่าแบคฮยอนอยากชวนไปด้วย เห็นวันนี้เพิ่งบ่นถึงว่าไม่ได้เจอมาพักใหญ่แล้ว” ที่จริงคือบ่นถึงทุกวัน วันละหลายเวลา แต่อี้ชิงเห็นใจไม่อยากพูดมากให้เพื่อนขายหน้า คุณแบคฮยอนเขาฟอร์มเยอะ ลับหลังเป็นอย่างไรไม่รู้แต่อยู่ต่อหน้าต้องเรียบร้อยแสนดี รุ่นน้องตัวโตไม่รู้ความมองท่าทางถนอมถ้อยถนอมคำนั้นแล้วคงนึกเอ็นดูไปไกล

 

            “อี้ชิงก็พูดไปเรื่อยเปื่อย เจ้าตัวเค้าไม่อยากไปก็อย่าบังคับเลย ลำบากใจกันเปล่า ๆ”

 

“ตกลง จะไม่ช่วยกันใช่ไหมเนี่ย”

 

“เรายังไงก็ได้ ไปก็ยินดี ไม่ไปก็เข้าใจ” ชานยอลรู้สึกอย่างไรกับคำกล่าวนั้นก็ไม่รู้แต่สุดท้ายชายหนุ่มก็เปลี่ยนเป้าหมายจากห้องพักมาเป็นร้านอาหารกึ่งร้านเหล้า นั่งตรงข้ามคู่สามีภรรยาผู้มีมนุษยสัมพันธ์ดีเยี่ยม ข้างกายเป็นคุณหนูตัวขาวที่คอยเติมเครื่องดื่มให้เขา นานทีจะยอมพูดให้ได้ยินเสียงสักครั้ง แล้วที่ต้องพูดนั้นเป็นเพราะอี้ชิงชวนคุยเสียส่วนใหญ่ พอสามีภรรยาลุกไปจากโต๊ะ ชานยอลก็ต้องรับหน้าที่ที่ไม่ถนัดเลยมาสานต่อ

 

            “ดอกไม้ที่โทรสั่งวันนี้ เอามาให้คุณอี้ฝานหรือครับ?” ใบหน้าเรียวพยักขึ้นลง

 

            “อือ สำหรับแสดงความยินดีน่ะ”

 

            “แล้ว...” แล้วทำไมถึงเจาะจงให้เจ้าของร้านมาส่ง ทั้งที่รู้อยู่ว่านั่นคือหน้าที่ของผู้ช่วย คุณหนูมีเหตุผลอะไร ชายหนุ่มอยากรู้คนตัวเล็กยังเคืองที่ถูกดุจนไม่อยากพบหน้ากันหรือว่าอย่างไร “คุณอี้ฝานชอบช่อดอกไม้ฝีมือพี่จุนมยอนไหมครับ”

 

            “ชอบสิ อี้ชิงก็ชอบ แขกคนอื่น ๆ ก็ชอบนะ” หน่วยตาเรียวยาวฉายแววกระตือรือร้นยามเสียงใสเอ่ยถึงบุคคลที่สาม ชานยอลกำมือแล้วคลายอยู่ข้างตัว แค่ความสงสัยที่ติดค้างอยู่ในใจ แค่เสี้ยนเล็กบางที่อยากปล่อยให้มันหลุดออกไปเองตามวันเวลา ทั้งที่มีโอกาสถามแต่คนที่เคยชินกับการอดทนกลับห้ามตัวเองได้ในนาทีสุดท้าย มีโอกาสแต่เขาไม่มีสิทธิ์อยากรู้เรื่องส่วนตัวของคนอื่น  

 

“แล้วคุณแบคฮยอนชอบหรือเปล่า?” ใบหน้าเรียวพรายยิ้มกระจ่าง ได้ฟังเสียงทุ้มต่ำเอื้อนเอ่ยชวนคุยก็ใจชื้นขึ้นมาเป็นลำดับ

 

            “ชอบสิ ชอบมากเลย”

 

นี่มันอะไรกันแบคฮยอน ก่อนหน้านี้นายตั้งใจเอาไว้ว่ายังไง ลืมไปแล้วหรือ ตั้งใจว่าจะเล่นบทหยิ่ง จะเชิดใส่ ให้คน ๆ นี้รู้ว่าแบคฮยอนยังโกรธที่ชานยอลกล้าดุเขาต่อหน้าผู้หญิงพวกนั้น แบคฮยอนจะนั่งเงียบ พูดน้อย ตอบเท่าที่ถาม จะไม่ยิ้มให้เกินริมฝีปากที่แย้มออก ไม่สรรหาเรื่องมาชวนคุย วันนั้นชานยอลทำให้คุณแบคฮยอนปวดร้าวไปทั้งอก ถึงวันนี้อาการจะดีขึ้นบ้างแล้วแต่ก็ใช่ว่าจะหายขาด

 

คุณแบคฮยอนจะทำปั้นปึ่ง จะทำ ๆ ๆ ๆ ๆ

 

แล้วไหง

 

แค่อีกฝ่ายทำเสียงอ่อนชวนคุยสองประโยคนายถึงยิ้มแป้นส่งให้เค้าอย่างไม่หวงแบบนี้เล่า!

 

ใช้ไม่ได้เลย!

 

            “พี่จุนมยอนคงดีใจ” เห็นริมฝีปากหยักหนากดมุมยิ้มละมุน ท่าทีห่างเหินเมื่อแรกเจอก็ปลิวหายเหมือนโดนคาถามหาระทวย คุณหนูหัวเราะแก้มแดง จิบสาเกส่วนสุดท้ายจนหมดแก้ว “คุณจุนมยอนเก่งมากเลย เราบอกว่าอยากได้ดอกไม้มาแสดงความยินดีกับเพื่อนแค่นั้นก็จัดมาให้พร้อมการ์ดเสร็จสรรพ ใครเห็นก็ชมพอรู้ว่าคนจัดดอกไม้เป็นผู้ชายก็แปลกใจกันใหญ่ ถามไปถึงที่ตั้งร้าน ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปที่ร้านจะต้องมีลูกค้าเพิ่มมากขึ้นแน่ ๆ”

 

“ก็ดีสิครับ”

 

“อื้อ ชานยอลก็เหนื่อยหน่อยนะ” คนตัวโตรับความห่วงใยด้วยรอยยิ้มบาง อยากจะห้ามเมื่อเห็นคุณหนูรินสาเกเติมใส่ถ้วยใบเล็กอย่างต่อเนื่องแต่ก็ติดว่าไม่อยากล่วงล้ำสิทธิส่วนบุคคลของอีกฝ่าย คนอะไรยิ่งดื่มยิ่งแก้มแดง ถ้าเป็นน้องเป็นนุ่งเขาคงสั่งให้เลิกดื่มไปตั้งแต่หมดขวดแรกแล้ว

 

“ตอนแรกนึกว่าชานยอลจะไม่มาด้วยกันแล้วซะอีก”

 

“ทำไมล่ะครับ”

 

“ก็...เห็นว่าโกรธอยู่ อาจไม่อยากเห็นหน้า ไม่อยากคุย” เสียงแหบอุบอิบกับขอบถ้วยดินเผาเนื้อหนา ร่างขาวจัดนั่งหลังตรง ศีรษะตั้งตรง แม้สองแก้มเนียนจะแดงปลั่งสู้กับกลีบปากแต่ท่าทางอื่นก็ไม่ได้บ่งบอกอาการมึนเมาแต่อย่างใด ชานยอลขมวดคิ้วเมื่อหัวข้อบทสนทนาวกกลับไปหาเรื่องที่ผ่านไปเกือบสิบวัน

 

“ผมเปล่า คุณแบคฮยอนเองไม่ใช่หรือที่หายหน้าไป”

 

“แต่เราไม่ใช่คนที่เดินหนีคนอื่นนะ แถมวันนี้ก็ยังท่าเหมือนไม่อยากมาด้วยกันอีก”

 

“ผมปฏิเสธเพราะอยากกลับบ้านเท่านั้นเอง” แต่ไม่แปลกที่คุณแบคฮยอนจะคิดว่าชานยอลโกรธ เพราะตอนนั้นชายหนุ่มโกรธจริง ไม่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันจะเป็นมาอย่างไรแต่ประเด็นที่ชานยอลโกรธมันแทบไม่เกี่ยวกับเรื่องรถเลย เขาจึงไม่อยากอธิบาย ไม่อยากให้ใครรู้ถึงความคิดนอกลู่นอกทางในสมอง

 

เก็บไว้แบบนี้ก็ดีแล้ว อย่าให้ใครรู้เลย

 

“แต่ไม่ปฏิเสธว่าโกรธเราอยู่”

 

“ไม่ได้โกรธแล้วครับ”

 

“จริงอ่ะ?”

 

“จริงครับ” ดวงตาคู่สวยพราวระยับล้อแสงไฟสีนวล ยิ่งยามเจ้าตัวยื่นหน้าเข้ามาใกล้ยิ่งเห็นชัด ชานยอลยังสำรวจเงาตัวเองในหน่วยตาดำจัดได้ไม่เท่าไหร่ร่างเล็กก็ถอยกลับไปนั่งที่เดิม อี้ชิงเดินกลับมาถึงโต๊ะพอดี

 

            “คุยอะไรกัน เราลุกไปเดี๋ยวเดียวสร้างโลกส่วนตัวกันแล้วหรือ” คุณหนูทำเสียงเหอะ ไม่ยอมรับการชงเบา ๆ นั้น

 

            “อี้ชิงกับพี่อี้ฝานต่างหากที่หนีไปสร้างโลกส่วนตัวกันสองคน”

 

            “ใส่ร้าย ชานยอลอย่าไปเชื่อนะ คนนั้นเค้าไปห้องน้ำส่วนพี่ไปโทรหาพี่เลี้ยงลูก แยกกันไปคนละทาง คนละเรื่องค่ะ” ชานยอลถือแก้วเหล้าค้าง เปลือกตาหนากะพริบถี่เร็ว

 

“คุณอี้ชิงมีลูกแล้วหรือครับ?”

 

            “ลูกชายหนึ่งคนค่ะ หนึ่งขวบแล้ว”

 

            “อย่างนั้นหรือครับ แล้วกลับดึกแบบนี้ไม่เป็นไรหรือ” อี้ชิงหัวเราะร่วน

 

“ไม่เป็นไรหรอก ลูกพี่เลี้ยงง่ายมาก อีกอย่างวันนี้มีงานสำคัญ ก็จำเป็นน่ะนะ” จำเป็นต้องเป็นแม่สื่อให้เพื่อน หาโอกาสเอาคืนคู่แข่งหลังจากถูกตีพ่ายอย่างยับเยินมาครั้งก่อน

 

“เด็กผู้ชายสินะครับ น้องหน้าตาเหมือนใครครับ” คุณแม่ยิ้มกว้าง ปัดมือเล่นผมอย่างที่ชอบทำยามสบายอารมณ์ “ส่วนใหญ่บอกว่าเหมือนพี่ ปากกับตาเค้าเหมือนพี่น่ะค่ะแต่จมูกกับผิวคงได้ทางพ่อมามากกว่า”

 

            “ชื่อเสี่ยวชิง ตัวอวบอ้วน น่ารักมากกกก” คุณหนูรักเด็กสำทับพร้อมทำท่าอยากฟัดร่างกลมอ้วนเต็มแก่ ชานยอลยิ้มเอ็นดูอาการนั้น ชายหนุ่มประคองแก้วขึ้นรับสาเกที่อี้ชิงรินเติมให้ คุณแม่ลูกหนึ่งยิ้มหวาน เอ่ยเสียงชื่น

 

“ส่วนใหญ่อยู่บ้านกับคุณพ่อค่ะ ถ้าคุณพ่อติดงานแล้วพี่ไม่ว่างถึงจะจ้างพี่เลี้ยง ชานยอลท่าทางรักเด็กถ้าพอมีเวลาก็แวะไปที่บ้านสิ บอกแบคฮยอนพาไปก็ได้ รายนี้ชอบไปเล่นกับหลาน เมื่อก่อนไปแทบวันเว้นวัน มาพักหลังนี่แหละที่ทิ้งช่วงไป ไม่รู้แบ่งเวลาไปทำอะไร”

 

            “ก็งานนั่นงานนี่น่ะน้ออออ” คนงานเยอะแก้ตัวเสียงยาน ถึงจะเริ่มหน้าเห่อเพราะฤทธิ์ของมึนเมาแต่ก็ยังระวังตัวทุกจังหวะ ผิดพลาดพลั้งเผลอพูดเรื่องที่(ยัง)ไม่ควรพูดออกไปไก่ตาหวานก็ตื่นหมดสิ  

 

ดวงตาเรียวเขม้นเตือนคนชอบเม้าท์ อี้ชิงไม่สนใจ ลอยหน้าเติมเครื่องดื่มให้เด็กหนุ่มรุ่นน้องไม่ให้พร่อง ยิ่งดึกเสียงหัวเราะยิ่งดังบ่อยขึ้น เรื่องที่คุยส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตครอบครัวของอี้ชิง ทั้งเรื่องสามี เรื่องลูก เมื่อเจ้าตัวไม่ได้คิดปิดบังหนำซ้ำยังเต็มใจเล่าสู่กันฟังจึงมีเรื่องให้หัวเราะกันได้เรื่อย ๆ แบคฮยอนเขี่ยปลายนิ้วกับขอบถ้วยเซรามิค มองบรรยากาศรื่นเริงแล้วก็ได้แต่ผิดหวังอยู่ในใจคนเดียว แทนที่จะได้ล้วงความลับคนหล่อเพิ่มอีกสักเรื่องสองเรื่องกลับต้องมานั่งฟังอี้ชิงฉายหนังเก่าให้ฟัง แบคฮยอนอดรู้เลยว่าอะไร ทำไม ชานยอลถึงได้หายโกรธโดยที่เขาไม่รู้เรื่องรู้ราวด้วย

 

            เอ หรือจะเหมือนคุณแบคฮยอนที่พอได้เห็นหน้าได้ยินเสียง พออีกฝ่ายทำดีด้วยหน่อยก็หายโกรธเป็นปลิดทิ้ง อืม ไม่ใช่หรอก อย่างชานยอลคงเอากฎเกณฑ์เดียวกันไปเปรียบไม่ได้ ระดับความรักมันต่างกันเยอะอ่ะ

 

            “ทำไมเงียบไปละครับ ง่วงแล้วหรือ” เอาเถ๊อะ ได้นั่งข้างกันนานเกินชั่วโมงก็ถือว่าเป็นกำไรแล้วล่ะ เรื่องอื่นเอาไว้ว่ากันวันหลัง ตอนนี้ขอส่งยิ้มหวานให้คนหล่อก่อน

 

“เปล่า ไม่ง่วง”

 

            “แต่ตาปรือแล้วนะ”

 

            “ก็แค่มึนนิดหน่อยยยย”

 

            “ก็แค่ดื่มไปเยอะะะะะะ” โดนย้อนด้วยน้ำเสียงเดียวกันเป๊ะ คนตัวขาวแทบจะบิดร่างเป็นเกลียวขนมครองแครง บ้า ผู้ชายอะไร หน้าตาก็ออกจะมาดแมนแสนเย็นชา ทำเสียงอ่อนเสียงหวานก็เป็นด้วย

 

“จิบไปนิดเดียวเอง”

 

            “ผมเห็นจิบตลอด” เกิดการระเบิดย่อม ๆ ในอกคนฟัง พูดแบบนี้ ขอตีความว่าคนตัวโตเค้าแอบมองคุณแบคฮยอนอยู่ตลอดเวลาได้ไหมล่ะ >/////<

 

            “จิบตลอดเวลาแต่ทีละนิดไง”

 

“แล้วทำไมหมดแก้วเร็ว”

 

“ก็แก้วใบเล็กนี่นา”

 

“อ้อ อย่างนั้นหรือครับ” โอ๊ย มีความสุข แค่ได้ต่อปากต่อคำกับคนหล่อ โลกทั้งใบก็สุขสว่างสดใสสวยงามน่าอภิรมย์จนอกเล็ก ๆ ของคุณหนูแทบระเบิดโพละ ล้มลงไปนอนได้ไหม อยากม้วนกลิ้งระบายความเขิน “แค่จิบนิดหน่อยจริง ๆ เราดื่มเหล้าไม่ค่อยเก่งอยู่แล้ว คออ่อนน่ะ”

 

            ฝั่งตรงข้าม อี้ชิงกำลังทำปาก...กล้าพูด...กับสามีสุดที่รัก แบคฮยอนตรึงความสนใจและสายตานักศึกษารุ่นน้องเอาไว้กับตัวจึงไม่ห่วงว่าชานยอลจะหันไปเห็นอาการประหลาดนั่น ใบหน้าน่ารักซับสีระเรื่อ คำพูดชัดถ้อยชัดคำยืนยันว่ายังมีสติครบถ้วน จะมีก็เพียงรอยยิ้มซุกซนกับดวงตาเรียวระยับเท่านั้นที่หวานเยิ้มกว่าปกติ

 

เฮ้อ ต้องทุ่มเงินเท่าไหร่หนอคืนนี้ถึงจะยาวนานสักร้อยชั่วโมง

 

            ความต้องการของแบคฮยอนถูกพระเจ้าเพิกเฉย เด็กหนุ่มกระแทกลมหายใจเบา ๆ ยามต้องลุกออกจากตำแหน่งที่ดีที่สุดในโลก ดวงตาคู่เล็กกลอกมองซ้ายขวา มือจัดเสื้อผ้าพลางเดินตามสองสามีภรรยาก่อนจะได้ยินเสียงอี้ฝานอุทานแทรกเสียงหัวเราะของภรรยา

 

            “แบคฮยอนระวัง! ยังไหวหรือเปล่าเรา”

 

            “หือม์ ไหว ไม่ได้เป็นอะไรนี่ครับ”

 

            “ไม่ได้เป็นอะไรแล้วเมื่อกี้เซไปพิงผนังทำไม” ตอนนี้อยากเอาหน้าผากโหม่งผนังเลยล่ะ พี่อี้ฝานนั่นแหละ! โผเข้ามาทำไมซะเร็ว อีกคนเค้าเลยกางแขนเก้อเลยเห็นไหม ไม่รู้จังหวะแล้วยังทำให้น้องเสียโอกาส แบบนี้มันน่ายุภรรยาขอหย่านัก!

 

แบคฮยอนแสร้งปั้นหน้ายิ้ม ให้ทุกสายตาเห็นว่าเขาฝืนทำ ก็แค่คนเมาพยายามทำเป็นไม่เมาเท่านั้นแหละ มันจะยากอะไร

 

“พี่ว่าเราเมาแล้วนะ กลับกับพวกพี่ดีกว่า อย่าขับรถเองเลย”

 

            “ไม่เมา ผมสบายดี เมื่อกี้ลุกขึ้นเร็วก็เลยวูบไปนิดเท่านั้น”

 

            “อย่ามาอ้าง เกิดไปวูบตอนขับรถจะทำยังไง” แบคฮยอนหัวเราะเสียงใส อาศัยจังหวะวุ่นวายขยิบตาให้เพื่อนสนิทจิ๊กหนึ่ง “พี่อี้ฝานก็พูดเกินไป ไม่เป็นไรหรอก ผมกลับเองได้ ทั้งสองคนต้องรีบไปรับเสี่ยวชิงไม่ใช่หรือครับ รีบไปเถอะอี้ชิง ดึกกว่านี้เจ้าตัวเล็กจะงอแงนะ”

 

            “ไม่ให้ไปส่งจริง ๆ หรือ”

 

            “จริงสิ บ้านเราอยู่คนละทางจะอ้อมไปอ้อมมาทำไม อีกอย่างวันนี้ทุกคนเหนื่อยมามากแล้วด้วย ไม่รบกวนล่ะ เราดูแลตัวเองได้ ไม่ใช่ไม่เคยดื่มเหล้าเสียหน่อย” อี้ชิงมองมาเหมือนชั่งใจ สุดท้าย(ด้วยความลำบากใจอย่างแสนสาหัส) คุณแม่คนสวยก็หันไปหารุ่นน้องที่ยืนเงียบมานาน ปั้นหน้าเหมือนเกรงใจหนักหนา แหมะ ถึงแม้จะนึกแค้นยัยโชรงอะไรนั่นจนอยากช่วยเพื่อนเอาคืนแต่อี้ชิงก็ยังเหลือใจอีกหลายส่วนไว้สงสารชะตากรรมของคนหล่อนี่นา ชีวิตที่มีคุณหนูบยอนเข้าไปข้องเกี่ยวไม่รู้จะขึ้นสูงลงต่ำไปทางไหน ถึงจะขึ้นสูงก็ไม่รู้ด้วยว่าจะสูงได้ถึงเมื่อไหร่ ดีไม่ดี เกิดคืนนี้คิดขึ้นได้ว่าชานยอลไม่มีอะไรน่าสนใจแล้วพรุ่งนี้คนหล่อของอี้ชิงก็คงถูกทิ้งขว้างไม่ใยดี แต่จะให้เพิกเฉยต่อสัญญาณเตือนจากลูกตาวาววับคู่นั้นก็ทำไม่ได้อีก

 

            “ชานยอล ช่วยไปส่งแบคฮยอนให้หน่อยได้ไหมคะ พี่เป็นห่วง ไม่อยากให้ขับรถกลับเอง เห็นนิ่งไม่มีอาการแบบนี้ที่จริงเมามากเลยล่ะ” คุณหนูร้องท้วงอย่างรู้จังหวะ ส่ายหน้าแถมให้อีกอย่าง

 

            “อย่าเลย เรากลับเองได้”

 

            “เถียงกันอย่างนี้ทั้งคืนก็คงไม่จบหรอก ว่ายังไงปาร์คชานยอล นายสะดวกไปส่งคนเมาไหม” พี่อี้ฝาน ยู อาร์ มาย ฮีโร่!

 

            “สะดวกครับ”

 

            “แต่ แต่ชานยอลอยากกลับบ้านตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ จะไปส่งเราทำไม ไม่เอา เราไม่อยากเป็นภาระใคร บอกว่ากลับเองได้ก็กลับได้สิ ทุกคนอย่าทำให้เป็นปัญหาเลยน่า แยกกันตรงนี้แหละ บ้านใครบ้านมัน” ถึงไม่ได้เรียนวิชาเอกการละครแต่ความสามารถในการแสดงก็ไม่น้อยหน้าใคร อี้ชิงกระตุกแขนสามีให้ก้าวตาม เอ่ยทิ้งท้ายแทนการบังคับ “ถ้าไม่อยากให้พวกเราเป็นห่วงก็ให้ชานยอลขับรถไปส่งที่บ้านซะนะ”

 

“ทำไมไม่มีใครฟังเราเลยล่ะ บอกแล้วว่า...”

 

“อย่าดื้อน่า แบคฮยอนน่ะดื่มหนักแล้วชอบหลับไม่รู้เรื่อง ให้ขับรถคนเดียวอันตรายแย่เลย ถึงบ้านแล้วโทรมาด้วยล่ะ บ๊ายบาย บายนะชานยอล ขอบใจมาก” ผู้มีพระคุณขับรถออกไปแล้ว แบคฮยอนเกลี่ยปลายนิ้วกับหางคิ้ว อาการภายนอกสงบเฉยแต่ภายในนั้นทั้งร้องทั้งเต้นจนตัวลอย ดีใจเอ๋ยดีใจ วันนี้แฟนจะไปส่งถึงบ้าน โอย กลั้นยิ้มจนหน้าเกร็งประหนึ่งโดนโบท็อกซ์มาสิบโดส ไม่รู้ว่าเขินหรืออะไรเลยเร่งเดินฉับ ๆ ออกมาจากร้าน ถึงรถตัวเองแล้วก็ชะงักหันกลับไปมองทางเดิมปรากฏเจอแต่ความว่างเปล่า

 

เฮ้ย แฟนหาย!

 

            “ไปไหนของเค้าเนี่ย จะไปส่งเราไม่ใช่หรือ” ยืดคอยืด ๆ ยุบ ๆ อยู่เกือบนาทีคนที่รอถึงได้เดินแกมวิ่งตามมาสมทบ แบคฮยอนถามด้วยสายตาอีกคนก็ยิ้มสุภาพ บอกเสียงนุ่ม ทุ้มมมมม...ไปถึงสี่ห้องหัวใจ

 

“ฝากรถไว้กับทางร้านครับ”

 

            “ต้องฝากด้วยหรือ?” ลานจอดรถของทางร้านมีพนักงานคอยเฝ้าอยู่แล้วนี่นา

 

            “ครับ พนักงานจะได้ช่วยดูให้ ผมจะจอดทิ้งไว้ที่นี่ ไปส่งคุณแบคฮยอนแล้วค่อยกลับมาเอา” สุดรัก สุดหวง สุดโปรด สุดสวาท จำไว้อย่าให้พลาดเป็นครั้งที่สองนะแบคฮยอน ชานยอลรักรถมากถึงมากที่สุด ขนาดต้องทิ้งให้ห่างตัวไม่ถึงชั่วโมงยังต้องฝากพนักงานให้เป็นเรื่องเป็นราว

 

“ดีแล้วล่ะ ของสำคัญต้องดูแลดี ๆ” คิดอีกทีก็ดีเหมือนกัน ชานยอลจะได้ไม่ห่วงหน้าพะวงหลังตอนที่คุณแบคฮยอนชวนขึ้นไปดื่มชาด้วยกันบนห้อง(ตอนเที่ยงคืน)

 

            ร่างสูงใหญ่สวมเสื้อเชิ้ตเหมือนที่เคยเห็นบ่อย ๆ กางเกงยีนแบบพอดีตัวผ่านการใช้งานมาจนไม่อาจเรียกได้ว่าของใหม่ แต่ไม่ว่าจะหรี่ตา ปรือตา เขม้นตา หรือมองเต็มตายังไง ก็นึกถึงคำอื่นไม่ออกนอกจาก เท่ เท่ แล้วก็เท่มาก คุณหนูถอนใจกับหมู่ดาว คนอะไร๊ ยังกับเกิดมาเป็นคู่บุญดีไซน์เนอร์ ไม่ว่าสวมอะไรก็เท่ได้เท่ดี ชาตินี้แบคฮยอนจะเลิกรักไม่ได้ก็เพราะมองทีไรไม่เคยเบื่อเลยนี่แหละ

 

            “ไปกันเลยไหม เดี๋ยวจะดึกเกิน” แบคฮยอนพยักหน้า ยิ้มแต่ไม่พูด ครับผม อยากจะพาไปไหน จากดึกจนเช้าของเช้าอีกวันก็เชิญตามสบายเลย “กุญแจรถล่ะครับ?”

 

            ดวงตาเรียวเบิกกว้าง จริงสิ เขาอยู่ในสถานะคนเมาชานยอลอยู่ในสถานะคนไปส่ง เพราะฉะนั้น เพราะฉะนั้น เพราะฉะนั้นชานยอลจะต้องขับรถให้แบคฮยอนนั่ง โอ้ มายก๊อด! มันช่างเป็นวันที่น่าจดจำอะไรเช่นนี้ วันแรกที่คุณหนูมีคนหล่อเป็นสารถีให้ วันแรก ครั้งแรก แฟนคนแรก!

 

            มือขาวล้วงเอากุญแจรถยื่นให้ เดินอ้อมรถไปอีกทางโดยไม่ยอมละสายตาจากคนตัวโตกว่า โมเม้นท์ที่ชานยอลกดคลายล็อก เปิดประตู นั่งลงบนเบาะ ปิดประตู รัดเข็มขัดนิรภัยถูกบันทึกไว้ในสมองคนตัวเล็กโดยไม่มีการข้ามไปสักวินาที แบคฮยอนมองจนอีกฝ่ายหัวมาเลิกคิ้วมองก็ตีหน้ายิ้มกลบเกลื่อน

 

            “มีอะไรหรือครับ?”

 

            “เปล่า แค่ รู้สึกแปลกนิดหน่อยน่ะ”

 

            “แปลกยังไง?”

 

            “ก็แปลก ปกติไปไหนมาไหนเอง ขับรถเอง ไม่ค่อยมีใครมาขับให้” นานทีถ้าขี้เกียจก็โทรไปใช้บริการคุณชายคิมเสียครั้งหนึ่งแต่เพราะรู้ว่าน้องชายเองก็มีธุระเยอะเลยไม่อยากกวน จะมากวนหนักก็พักหลังนี่แหละแต่กวนคนละเรื่อง “ชานยอลขับรถเก่งจัง นั่งสบาย”

 

            “เพราะรถดีมากกว่าครับ”

 

            “ไม่จริงหรอก ถ้าคนขับปาดซ้ายปาดขวา เหยียบเบรกตลอดเวลา รถดียังไงก็ช่วยไม่ได้ แบบนี้หรือเปล่านะที่เค้าบอกว่าคนเรารู้สึกรักอะไรแล้วการแสดงออกต่อสิ่งนั้นก็จะดีไปหมด” เหมือนคุณแบคฮยอนรักชานยอลไง เพราะรักเลยอยากทำแต่เรื่องดี ๆ ให้ เวลาชานยอลทำอะไรก็ดีไปหมด “ชานยอลคงชอบเจ้าเครื่องยนต์พวกนี้มากสินะ”

 

            “รู้ได้ยังไงครับ”

           

            “อ่า ก็ เห็นดูแลเวสป้าดี๊ดี แล้วยังเรียนด้านนี้เลยเดาเอาน่ะ” เราเดาได้ ถึงจงอินไม่เคยเล่าให้ฟังคุณแบคฮยอนก็ดูออกอยู่แล้ว คนตัวโตกว่าเพียงแค่ยิ้มมุมปาก สองตามองไฟท้ายรถคันหน้า คุณหนูปรับเบาะเอนต่ำ หันหน้าไปทางคนขับ “ทำไมไม่ซื้อรถขับสักคันล่ะ ขับมอเตอร์ไซค์บางทีมันก็ไม่สะดวกนะ อย่างตอนฝนตก ตอนแดดร้อน หรือตอนหนาวจัด ๆ ก็จะลำบาก ดีไม่ดีจะไม่สบายเอา”

 

            “ไม่เป็นไรหรอก ผมชินแล้ว”

 

            “มีรถยนต์ก็ดีนะ สะดวกคนละแบบ วันนี้อยากขี่มอเตอร์ไซค์ พรุ่งนี้อาจจะอยากขับรถยนต์ เปลี่ยนบรรยากาศกันไป”

 

            “ครับ ถ้าจะซื้อก็คงต้องรอสักพัก ตอนนี้ไม่สะดวกเท่าไหร่” คุณหนูครางเป็นเชิงเข้าใจ ถ้าไม่อยากซื้อตอนนี้จะใช้รถเราไปก่อนก็ได้นะ ไม่รังเกียจแถมยังยินดีมากด้วย เปลือกตาบางปรี่ปรือ ก้ำกึ่งระหว่างหลับตื่นและมึนเมา ได้ยินเสียงทุ้มต่ำลอยโอบล้อมรอบตัวก็เผลอครางอย่างมีความสุข สองแขนเล็กประสานอยู่ที่อก ห่อตัวเข้าหากัน

 

            ปลายนิ้วแกร่งละจากพวงมาลัยมาแตะปุ่มเครื่องปรับอากาศ เพิ่มอุณหภูมิขึ้นเล็กน้อยแล้วก็เปลี่ยนทิศทางลมไม่ให้โดนคนตัวเล็ก แบคฮยอนมองความใส่ใจที่เกิดขึ้นต่อหน้าด้วยหัวใจพองโต ชานยอลเป็นคนไม่ค่อยพูดแต่ชานยอลก็ไม่เคยทิ้งให้แบคฮยอนพูดคนเดียว เมื่อเขาชวนคุยชานยอลไม่เคยละเลยเพิกเฉยแต่จะตอบรับด้วยความเต็มใจจนคุณหนูได้ใจอยู่ร่ำไป คนตัวโตพูดน้อยไม่ค่อยแสดงออกแต่แสดงทีก็จับใจจนนึกรักขึ้นอีกหลายร้อยเท่า

 

ผู้ชายคนนี้เป็นคนดี ใส่ใจคนรอบข้างเป็นนิสัย ไม่เลือกปฏิบัติกับใครเป็นพิเศษ แต่เมื่อชานยอลแสดงออกกับแบคฮยอนคุณหนูก็ขอใช้สิทธิพิเศษ เก็บสิ่งละอันพันละน้อยเหล่านี้เป็นกำลังใจ เพื่อปลุกปลอบตัวเองให้สู้ เพื่อพิชิตใจคนตัวโตให้สำเร็จในสักวัน...อันใกล้นี้

 

            เสียงเครื่องยนต์ดับลงแล้ว แบคฮยอนกำหนดลมหายใจเข้าออกให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด คุณหนูหลับตานึกภาพก็เดาได้ว่าคนขับคงจอดตรงทางเข้าคอนโดมิเนียม ระบบรักษาความปลอดภัยด้านหน้าคงไม่ยอมเปิดให้ชานยอลพารถเข้าไปจนกว่าจะมีการ์ดไปแตะตรงเครื่องสแกนแถบสัญญาณ แบคฮยอนเก็บการ์ดไว้ในกระเป๋าเงินแต่คนเมาจนไม่รู้สึกตัวจู่ ๆ จะหยิบการ์ดยื่นให้ชานยอลก็ยังไงอยู่

 

            “แบคฮยอน คุณแบคฮยอน...” อย่าเพิ่งขานรับนะ อย่าเพิ่ง...กำกับตัวเองอยู่ในใจแล้วก็เกือบจะสะดุ้ง สัมผัสร้อนผ่าวแตะลงบนต้นแขน เขย่าเบา ๆ

 

“ตื่นเถอะครับ” อื้ออออ เสียงนุ่มอย่างกับเราเป็นเด็กเล็ก ๆ แน่ะ แกล้งหลับลึกให้ปลุกแบบถึงเนื้อถึงตัวเลยดีไหม

 

            “ครับ?” ขานรับเสียงพร่า มือหนึ่งขยี้ตา อีกมือวางทับบนหลังมือใหญ่ โหย จะรีบถอนมือกลับทำไมเล่า ผู้ชายอะไร หวงตัว

 

            “ถึงทางเข้าด้านหน้าแล้วแต่ผมเข้าไปไม่ได้” คุณหนูครางงึมงำ ควานจนได้การ์ดขึ้นมาส่งให้คนขับจากนั้นก็ทิ้งศีรษะลงหลับต่อ ไม่ยอมรับรู้อะไรจนรถจอดอีกครั้ง คราวนี้ชานยอลดับเครื่องเรียบร้อย ปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วก็หันมาหาเจ้าของรถ

 

            “ถึงแล้วครับ คุณไหวไหม?”

 

            “อือ ไหว” ปากบอกว่าไหวแต่สองตาปิดสนิท

 

            “เมาตาใสอย่างที่คุณอี้ชิงบอกไว้จริง ๆ ด้วย คุณแบคฮยอน ถ้าไหวก็ขึ้นห้องเถอะครับ ถึงบ้านแล้ว” ร่างเล็กพลิกตัวหนี ตอบเหมือนอยากตัดบท

 

“นอนตรงนี้แหละ นอนแล้ว”

 

            “นอนตรงนี้ไม่ได้ ตื่นเถอะครับ”

 

            “ฮื่อ อย่ายุ่งน่า เราจะนอน” ความลำบากมาตกใส่ตักพลเมืองดีเสียแล้ว ชานยอลมองร่างเล็กคู้ตัวซุกกับมุมประตูแล้วก็ได้แต่ถอนใจด้วยความหนักอก ชายหนุ่มปล่อยให้คุณหนูนอนในรถไม่ได้แต่จะช่วยเหลือมากกว่านี้ก็ลำบากใจ เขาไม่มีเบอร์ติดต่ออี้ชิงเลยไม่รู้จะปรึกษาใคร สุดท้ายก็ได้แต่พลิกการ์ดสี่เหลี่ยมไปมา หมายเลขห้องปรากฏตรงมุมบัตรพร้อมเลขที่ประจำจุดจอดรถ ดวงตาคู่คมหยุดมองใบหน้าคนหลับอึดใจก่อนจะสตาร์ทรถอีกครั้ง

 

ช่วยไม่ได้ ค่อยอธิบายทีหลังก็แล้วกัน

 

รถเบนซ์สีขาวเลื่อนจากจุดเดิมวนไปหาตำแหน่งที่ถูกต้อง จอดรถได้คนขับก็เดินอ้อมมาอีกฝั่ง ประคองคนเมาให้ออกมายืนพิงรถ หยิบกระเป๋าเป้สายยาวมาถือ เช็คความเรียบร้อยแล้วจึงล็อครถ เขาทำทุกอย่างด้วยมือข้างเดียวเพราะอีกข้างต้องคอยรั้งร่างจ้อยไม่ให้ทรุดลงไปนอนกับพื้น กว่าจะประคองกึ่งลากแบคฮยอนมาถึงหน้าลิฟต์ได้เล่นเอาเหงื่อตก

 

ห้องชุดของคนเมาดิบหาไม่ยากเพราะตัวเลขสองหลักแรกระบุชั้น หลักสุดท้ายระบุห้อง ชายหนุ่มเปิดประตูค้างไว้พาเจ้าของห้องไปนอนตรงโซฟาตัวใหญ่เป็นอันดับแรก เหลียวมองไปรอบห้องกว้างเมื่อไม่เจอใครก็เดินกลับไปปิดประตู จากนั้นคือขั้นตอนที่ยากที่สุด

 

“คุณแบคฮยอน ถึงห้องแล้ว ผมกลับก่อนนะ”

 

 

“....................”

 

 

“คุณ...” คุณหนูเมาแล้วหลับลึกตามสรรพคุณที่เพื่อนสนิทแจ้งเอาไว้จริง ๆ สินะ ชานยอลถอนใจหนักหน่วง จัดข้าวของที่เก็บมาจากในรถให้รวมอยู่ที่เดียวกัน ใกล้กับเจ้าของ เผื่อเวลาตื่นจะได้ไม่ต้องลำบากหา ร่างสูงเดินออกจากห้องมองหาที่ล็อกแต่ไม่พบจึงปิดประตูตามหลัง แวบแรกเขาคิดว่าประตูจะล็อกอัตโนมัติแต่ก็ฉุกใจเดินกลับมาลองจับที่เปิดขยับดู ปรากฏว่ามันเปิดออกอย่างง่ายดาย

 

“ให้ตาย ต้องมีรหัสล็อก” หรือไม่ก็ต้องล็อกจากข้างในห้อง แล้วจะทำได้ยังไงล่ะ ชานยอลเอากุญแจห้องติดตัวออกมาไม่ได้แถมคนที่นอนอยู่ข้างในก็เมาไม่ได้สติ ไอ้เรื่องจะกลับบ้านโดยทิ้งให้คุณหนูเมาหลับอยู่ในห้องที่ไม่ได้ล็อกประตูมันก็ใจร้ายเกินไปอีก ชายหนุ่มเสยผมอย่างจนใจ เดินกลับเข้าห้องมาหยุดข้างโซฟาสีแดงเข้มแล้วลองปลุกเจ้าถิ่นอีกครั้ง

 

“คุณแบคฮยอน ตื่นมาล็อกประตูก่อนได้ไหมครับ คุณ...” เปลือกตาบางเปิดขึ้นช้า ๆ พอเห็นคนตาคมโน้มตัวลงเหนือร่างก็ยิ้มเสียเต็มแก้ม

 

“ชานยอล”

 

“ผมเอง ลุกเถอะ เดี๋ยวค่อยนอนต่อ”

 

“อื้อ นอน นอนนะ”

 

“คุณแบคฮยอน...” ร่างเล็กขยับตัวสองสามทีก็ได้ท่าที่ถูกใจ หมอนหนุนหนึ่งใบ กอดหนึ่งใบ ใบหน้าเรียวแนบไปกับสีแดงจัด สะท้อนให้ผิวแก้มเนียนยิ่งเปล่งปลั่ง ชานยอลพ่นลมร้อนออกจนหมดปอด ทรุดลงนั่งบนพื้นพรมแต่ยังไม่เลิกพยายาม หนนี้เขาลองจับไหล่เล็กเขย่าเบา ๆ

 

“คุณแบคฮยอน อย่าเพิ่งหลับสิครับ ผมต้องกลับแล้ว”

 

“ไม่...” คนเมามีปฏิกิริยากับคำว่ากลับมากจนชานยอลพูดไม่ออก มือที่แตะไหล่เล็กถูกยึดไปกุมไว้ สองมือนุ่มกุมมือหยาบวางข้างแก้ม สองแขนแนบประกบท่อนแขนแกร่ง เหนี่ยวรั้งทั้งที่ดวงตายังปิดสนิท

 

“ไม่กลับนะ ไม่ ให้...กลับ...”

 

 

 

 

 

  

 

 

#lovelycb

 

เลิกงานแล้วมานั่งอ่านคอมเม้นต์ เห็นบางคนชวนเพื่อนมาอ่านด้วยอ่ะ ชื่นใจ

ขอบคุณนะค้าาาา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 281 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,829 ความคิดเห็น

  1. #5746 YunewG (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:49
    เหมือนจริง จริงๆ เมาจริงปะเนี่ยคุณหนู 5555555 เอายังไงคะชานยอล คุณหนูไม่ให้กลับแล้ว
    #5,746
    0
  2. #5713 pbcy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 23:06
    เก่งมากรู้กแม่ เมาดิบแล้วเนียนอ้อนด้วยนะ งืออออ
    #5,713
    0
  3. #5699 mayyamcc (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 01:15
    เมาจริงปะยัย5555
    #5,699
    0
  4. #5679 Peach9 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 22:47
    ร้ายกาจ555555
    #5,679
    0
  5. #5621 Omma1991 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 09:53
    ยัยคุณหนูนี่รว้ายยยยยยยย!!!
    #5,621
    0
  6. #5569 Gift614 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 16:05

    โอยยยย ร้าย ร้ายมากๆบยอน

    #5,569
    0
  7. #5533 S.takky (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 21:42
    เราต้องร้ายกว่าชะนีถุกแล้วค่ะลูกกกก
    #5,533
    0
  8. #5504 kmxiioxe_ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 18:35
    ออหอคุณหนูตัวแสบบ 55555555555
    #5,504
    0
  9. #5484 qxirn (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 15:55
    ร้ายกาจ ;-;
    #5,484
    0
  10. #5464 therealcin (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 11:22
    โอ้ย โคตรร้าย55555555
    #5,464
    0
  11. #5445 mmaijii (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 19:31
    โอ้ยยยย ชานยอลจะรู้บ้างไหมเนี่ย55555555555 ร้ายกาจจ
    #5,445
    0
  12. #5419 Pinkuplatong (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 07:19
    คุณหนูคะ คุณหนูควรไปเรียนการแสดงคุนหนูเหมาะกว่าทำวารสารอีกจ้าา

    ลุ้นแทนคุณหนู
    #5,419
    0
  13. #5385 sweetticb (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 21:14
    นี่ขั้นรู้ว่าเธอไม่ได้ง่วงจริง แหมมมยั่มมมาาาาา ร้ายไม่เบา 555555
    #5,385
    0
  14. #5341 Intelligence- (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 23:32
    แบคคคค มีความอ่อยอ่ะ หูยยยย นี่เขาก็ทำงานกันเป็นทีม 5555 ชานยอลก็เป็นคนดีไปอี๊กกกก โธ่
    #5,341
    0
  15. #5260 ❤ Willis ❤ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 14:38
    คุณหนูเหมือนยั่วชานยอลหรือเปล่าคะเนี่ย แต่มีความอ้อนหนักมากกว่า งื่ออออออออ 
    #5,260
    0
  16. #5216 pim pimmi (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 20:38
    โอ๊ยยยย. คุณบยอนเนียนมากแต่ชอบบบบบ5555
    #5,216
    0
  17. #5138 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 14:57
    คุณหนู555
    #5,138
    0
  18. #5105 ปุปปัป (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 10:30
    แบบนี้ก็ได้หรอคุณแบคฮยอน
    #5,105
    0
  19. #5053 aonniieeee (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2559 / 12:07
    คุณแบคฮยอนนี่อ่อยแรงมาก แต่ชานยอลเค้าไม่รู้ตัวสินะ งืออออ ชานยอลมีรวามอยากรู้เรื่องดอกไม้ที่จุนมยอนมาส่ง นี่อยากรู้เรื่องคุณแบคฮยอนล่ะซี พ่อคนซึนของคุณแบคฮยอน
    #5,053
    0
  20. #5009 geejajaa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 เมษายน 2559 / 01:01
    โอ๊ยชอบบบบบบบ ถูกใจอ่ะ ดาวล้านดวงให้คุณหนูบยอนเลยยยยย


    ชานยอลผู้แสนดีควรค่าแก่การครอบครองจริงๆ
    #5,009
    0
  21. #4985 chanbaekjan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มีนาคม 2559 / 17:39
    โงยยยยคุณหนูน่ารักเน้อพี่ยอลล
    #4,985
    0
  22. #4957 joylnr (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มีนาคม 2559 / 15:43
    ไม่ต้องกลับหรอกชานยอลลลลล คุณหนูน่ารักกกกกกกกก
    #4,957
    0
  23. #4901 jokerBHPcy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 18:45
    คุณหนูขาาาาา อ่อยตาใสมากกกกก 555555
    #4,901
    0
  24. #4869 `ตูดหมึก (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 01:24
    โอ้ยตายไม่ทัมดานะคะคุณหนู555555555555
    #4,869
    0
  25. #4812 ikonsouy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 02:51
    คุณแน่มากแบคฮยอน! ถูกใจเจ้ฮ๊าา
    #4,812
    0