(END) Lovely you เธอน่ารัก ::: ChanBaek

ตอนที่ 8 : Lovely you : เธอน่ารัก ตอนแปด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,251
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 278 ครั้ง
    25 พ.ย. 58












 

            แรงดันรุนแรงตรงกลางอกส่งผลให้ฮิมชันต้องปล่อยแขนลง ใบหน้าเรียวเบือนหนีไม่ให้เห็นความรู้สึกผ่านแววตาแต่ฮิมชันก็ดีใจกับข่าวดีที่ได้รับมากเกินว่าจะสนรายละเอียดยิบย่อย คุณแบคฮยอนขึงใบหน้าตึง เตือนให้ระวังเรื่องความเหมาะสมด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มน่ารักหายไปพร้อมความเป็นกันเองแต่ฮิมชันก็เข้าใจ มีคนมาเห็นภาพชวนให้เข้าใจผิดคุณหนูผู้แสนเรียบร้อยต้องอายเป็นธรรมดา ชายหนุ่มเอ่ยปากชวนคนตัวเล็กกลับเข้าไปในร้านแต่แบคฮยอนบอกให้อีกคนไปก่อน ตัวเองนั้นจะกลับไปเข้าทางประตูหน้า ฮิมชันรับคำว่าง่าย ก้าวแกมกระโดดจากไปอย่างรื่นเริง

 

            คุณหนูมองจนแน่ใจแล้วว่าคิมฮิมชันจะไม่ย้อนมาทำเรื่องชวนตกใจอีก มองซ้ำอยู่หลายครั้งแล้วจึงทิ้งตัวพิงกำแพงอย่างหมดท่า

 

            “ฮึก ฮึ่ก ฮืออออออออ แย่แน่แล้ว แย่ที่สุด อภิมหาอมตะโคตรแย่ แย่กว่านี้ไม่มีอีกแล้ว แย่ แย่ แย๊!” เทพเจ้าแห่งการคร่ำครวญเสด็จลงประทับร่างในบัดดล แต่การคร่ำครวญของคุณแบคฮยอนนั้นห่างไกลจากภาพคุณหนูผู้น่ารักของฮิมชันนัก

 

ร่างเล็กเอาหัวดันผนังตึก สองมือเริ่มทุบตุบตับผสมเตะตึกใหญ่ดวงซวยด้วยความคับแค้นใจ แค้นใครไม่รู้ รู้แต่แค้นมาก อาจจะฮิมชันที่บังอาจโผเข้ามากอด อาจจะตัวเองที่มัวแต่โง่ยืนทื่อให้หมอนั่นถึงเนื้อถึงตัว อาจจะจังหวะและความบังเอิญที่เสร่อผิดเวลา คุณหนูแค้นไปถึงปาร์คโชรงที่เสนอหน้าไปบอกข่าว

 

คนเดียวที่รอดพ้นจากคำสาปแช่งของคุณหนูคือพนักงานหน้าหล่อ

 

ทั้งที่เป็นสาเหตุหลักให้แบคฮยอนวุ่นวายใจแต่ปาร์คชานยอลกลับลอยลำรอดพ้นจากความโกรธเคืองไปโดยไม่ต้องทำอะไร(ที่จริงคือไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ) ตบตีสมบัติคนอื่นพอเป็นพิธีเมื่อเริ่มรู้สึกว่ามืออันอ่อนนุ่มโดนกระทบกระเทือนเกินไปก็หยุด มองซ้ายมองขวาแล้วก็เดินไปกรีดนิ้วหมุนก๊อกเปิดน้ำล้างมือ

 

            “คุณแบคฮยอน...” มาละ ยายตัวอิจฉา ได้จังหวะหน่อยไม่ได้เป็นต้องโผล่มาแย่งซีน ไม่ต้องสมบทบาทมากขนาดนี้ก็ได้นะเธอ กลัวคนเค้าไม่รู้หรือไงว่าพยายามบ่อนทำลายแผนรักคนอื่นอยู่

 

            “คุณโชรง...” ฝ่ายนั้นทักมาด้วยชื่อแบคฮยอนก็ตอบแบบเดียวกัน คุณหนูไม่ต่อความยาว แสดงออกชัดว่าอีกฝ่ายไม่คู่ควรที่ตนจะสนใจ แบคฮยอนแก้ต่างให้ตัวเองว่าเขาไม่ใช่พวกหัวสูงชอบแบ่งชนชั้นวรรณะแต่แบคฮยอนทักทายตามมารยาทผู้ดีอังกฤษต่างหาก เรียกชื่อแล้วก็เชิดหน้าลอยคอเดินผ่าน 

 

“อย่าเพิ่งไปสิคะ อยู่คุยกันก่อน” ถ้าอยากคุยกับคุณแบคฮยอนก็ต้องร้องขอเอง ไม่ใช่เพื่อน ไม่ใช่คนชอบพอ ไม่ได้อยู่ต่อหน้าว่าที่แฟน ทำไมต้องสนใจ

 

            “ยินดีด้วยนะคะ”

 

            “ยินดีเรื่อง?” ไม่ได้แรงนะครับแต่ไม่ชอบรอยยิ้มแฝงความนัยให้ตีความในทางร้ายของผู้หญิงคนนี้เลย หน้าตาก็ออกสะสวย ทำไมไม่หัดยิ้มแบบจริงใจมาจากบ้านบ้างนะ ปาร์คโชรงสอดสองมือไว้ในกระเป๋าผ้ากันเปื้อน ทอดยิ้มหวานให้คุณแบคฮยอนยามปิดประตูตามหลัง ก้าวเข้ามาใกล้...ใกล้จนแบคฮยอนได้กลิ่นน้ำหอมโชยมากับลม จมูกโด่งพ่นลมฟิด ๆ ช่วยด้วย กลิ่นถูกอย่างกับของเลียนแบบที่วางข้างถนน (ไม่เคยใช้แต่เคยได้กลิ่นตอนเดินผ่าน เราฉลาด เราทำได้) ถ้าโชรงอยู่ใกล้นานกว่านี้อีกนาทีเดียว ประสาทการรับกลิ่นของคุณแบคฮยอนอาจพิการไปสามเดือน

 

            “คุณโชรงใช้น้ำหอมกลิ่นอะไรครับ?”

 

            “ไวด์ ลาเวนเดอร์ค่ะ ช่วยให้ผ่อนคลาย ชานยอลก็ชอบกลิ่นลาเวนเดอร์นะคะ” ระดับนี้คงไม่ผ่อนคลายเท่าไหร่แล้วล่ะ พ่นมายังกับจะสังหารหมู่คนรอบตัว คุณหนูเกือบถามตามประสาคนใส่ใจการซื้อขายแล้วว่ายี่ห้ออะไร ผลิตที่ประเทศไหน เมืองไหน แต่คิดอีกทีถึงได้คำตอบมาก็อาจไม่ใช่ยี่ห้อที่รู้จักเลยไม่ถามดีกว่า ปล่อยให้ฉีดมาทุกวันนั่นแหละดี ชานยอลจะได้หนีห่าง ๆ นาง

 

“คุณโชรงรู้ด้วยหรือครับว่า ชาน เค้าชอบลาเวนเดอร์”

 

            “ไม่ใช่ความลับอะไรหรอกค่ะ ใคร ๆ ก็รู้ ขนาดน้ำยาล้างรถคันโปรดยังเป็นกลิ่นดอกลาเวนเดอร์เลย คุณแบคฮยอนก็คงจะทราบเหมือนกัน ใช่ไหมคะ?” รู้สึกเสียเซลฟ์นิด ๆ เพราะไม่รู้มาก่อน (บันทึกเข้าไปในรายการที่ต้อง-เคลียร์-กับจงอินอีกหนึ่ง) แต่ระดับคุณหนูไม่มีทางเม้มปากทำตาคว่ำให้คู่แข่งรู้สึกเป็นต่อหรอก ฉันยังมีเวลาเรียนรู้ทุกเรื่องของชานยอลอีกทั้งชีวิต ไม่รีบร้อนออกตัวแรงอย่างใครหรอกเธอ

 

“ตกลงว่าคุณสละเวลางานมาแสดงความยินดีกับผมเรื่องอะไรหรือ?”

 

            “เรื่องของคุณแบคฮยอนกับฮิมชันยังไงล่ะค่ะ หมอนั่นดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ ตอนนี้คนคงรู้ทั่วร้านแล้วว่าคุณกับฮิมชัน เอ่อ คุยกัน”

 

“คนคุยกันมีอะไรให้สนใจ? หรือปกติแล้วพวกคุณสนใจเรื่องคนอื่นแม้กระทั่งเรื่องธรรมดาสามัญพวกนี้” แม้จะหันหลังให้แสงสว่างแต่โชรงนั้นมีความสามารถในการเก็บความรู้สึกได้ด้อยกว่าแบคฮยอน (เออ ตรงนี้ขออนุญาตแทรก คุณแบคฮยอนไม่ชอบเลย เราเป็นนายเอกนะ เราควรอยู่ในสมรภูมิที่เป็นต่ออย่างเช่นจุดที่โชรงยืน ไม่ใช่ให้เราหันหน้าเข้าแสงไฟ รู้สึกยังไงมันซ่อนยาก เสียเปรียบอ่ะ ไม่เป๊ะเลย) โชรงพ่นลมขึ้นจมูก ความเป็นปรปักษ์แผ่รังสีรายรอบร่างเพรียวบาง “ทุกคนสนใจค่ะ เพื่อนสมหวังทั้งทีมันไม่ใช่เรื่องเล็กนะคะ แม้แต่ชานยอลก็ยังยิ้มยินดีไปด้วยเลย ฮิมชันเป็นคนดี มีน้ำใจ ถึงจะไม่โดดเด่นเท่าชานยอลแต่ก็พึ่งพาได้เสมอ คุณแบคฮยอนโชคดีแล้วนะคะ”

 

“ครับ มีเพื่อนดีก็นับว่าเป็นโชค ดีกว่าคบหาพวกนิสัยไม่ดี” คุณหนูเริ่มไม่เอ็นจอยมาตั้งแต่ได้ยินเจ้าหล่อนเล่าว่าชานยอลยิ้มยินดีกับข่าวลือมั่วซั่วนั่นแล้ว ตอนนี้เรียวปากบางขึงตึงพอกับสีหน้า เบื่อการเล่นสงครามประสาทกับคนชอบระรานแบบโชรงเต็มที

 

“แค่เพื่อนหรือคะ ทำไมไม่เหมือนที่พวกเรารู้เลย...”

 

“ไม่เป็นไรหรอก ใครจะรู้อย่างไรไม่สำคัญ ผมไม่ใช่คนที่จะคอยแคร์ความรู้สึกคนอื่นอยู่แล้ว ยิ่งไม่ใช่เพื่อนหรือคนในกลุ่มเดียวกันยิ่งไม่มีความหมาย ผมไม่มายด์ แค่ความอยากรู้อยากเห็นของคนน่ะครับ อีกหน่อยก็คงเข้าใจเองว่าเรื่องจริงเป็นยังไง ถ้าคนจำพวกนั้นยังมีแรงตามติดชีวิตชาวบ้านนะ” โชรงถอนมือจากกระเป๋าด้านหน้า ประสานแขนกอดอกราวกับกำลังข่มใจ

 

“ปฏิเสธเด็ดขาดแบบนี้ไม่กลัวเจ้าตัวเค้าเสียใจหรือคะ” และคุณหนูโต้เสียงเรียบ

 

“ก็เป็นเรื่องของผมกับคุณคิมฮิมชันไม่ใช่หรือ” ว่าให้ตรง ๆ ถ้าไม่สะท้านก็คงต้องจัดหนักขึ้น ทั้งสองต่อตากันไม่มีใครหลบเลี่ยง แบคฮยอนลืมว่าคิมจุนมยอนอาจกำลังมองหาอยู่ในร้าน โชรงก็เกือบลืมว่ากำลังอยู่ในเวลางาน

 

ตราบจนได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวหลังบานประตูอยู่ ๆ ปาร์คโชรงก็ปราดเข้ามา อาการเหมือนผีเข้าอย่างปัจจุบันทันด่วนส่งผลให้แบคฮยอนถอยเท้าออกห่างโดยไม่ต้องรอใครบอก ดวงตาเรียวเบิกกว้างกับการจู่โจมแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยของคู่กรณี พอร่างนั้นพากลิ่นน้ำหอมฉุนจัดโถมเข้ามาแบคฮยอนก็ใช้มือซ้ายจับต้นแขนเล็กมือขวาดันไหล่บาง ผลักออกจากตัวเต็มแรง เขาไม่ได้ตั้งใจ ไม่มีการคิดเอาไว้ก่อนเพราะไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะทำท่าเหมือนโจนเข้าทำร้าย คุณหนูแค่ป้องกันตัวเองแต่กลับกลายเป็นโชรงที่กรีดร้องเสียงดัง เซไปด้านข้างแล้วชนกับอะไรต่อมิอะไรล้มดังโครมใหญ่

 

ตอนนั้น ประตูหลังร้านเปิดกว้างอยู่ก่อนแล้ว

 

“เกิดอะไรขึ้น? มีอะไรกัน?...” แล้วก็ตามด้วยเสียงร้องว้ายดัง ๆ

 

“โชรง! เป็นอะไรหรือเปล่า?” จากนั้นคือความโกลาหลอย่างที่คาดเดาได้ แบคฮยอนถอยมายืนมองเด็กสาวคนหนึ่งปรี่เข้าประคองโชรงลุกจากพื้น ผู้เคราะห์ร้ายส่งเสียงครางเบา ๆ กุมข้อศอกไว้แน่น

 

“มีเรื่องอะไรกันคะ? ทำไมต้องลงไม้ลงมือกันด้วย?” ผู้มาใหม่ถามเสียงห้วนและเพราะจงใจหันหน้ามาถามแบคฮยอน เด็กหนุ่มจึงย้อนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น

 

“ถามเพื่อนคุณดูสิ?”

 

“ไม่ ไม่มีอะไรหรอกโบมี”

 

“ไม่มีอะไรแล้วทำไมต้องทำร้ายกัน” ก็อยากจะถามเพื่อนเธอเหมือนกันแหละ ฉันยืนของฉันดี ๆ เรื่องอะไรมากางเล็บโร่ปรี่เข้าหา ทำท่าอย่างกับจะจกตับคนกิน

 

“คุณแบคฮยอนคงเข้าใจผิดน่ะ ไม่มีอะไรหรอก”

 

“เข้าใจผิดจนผลักเธอล้มเลยเหรอ เข้าใจผิดเรื่องอะไร”แบคฮยอนสูดลมเข้าอก เขาเข้าใจไม่ผิด ไม่ได้ประสาทหลอนคิดร้ายไปเองแต่บังเอิญแถวนี้มีคนอยากสร้างภาพให้คนอื่นเข้าใจแบคฮยอนผิด ยัยโบมีอะไรนั่นถึงได้หันมามองเขาอย่างตำหนิเต็มที่ คุณหนูกลอกตาอ่อนใจ ที่เห็นนั่นเรียกว่าการป้องกันตัวเอง ถ้าอยากทำร้ายคนอย่างแบคฮยอนไม่ลงแรงเองให้เสียมือหรอก หนังหน้าโชรงจะทำร้ายผิวมือนุ่ม ๆ เสียเปล่า สู้ทำร้ายด้วยวิธีอื่นก็ไม่ได้ ไม่ต้องเจ็บตัวแถมยังสาแก่ใจกว่าเยอะ 

 

“แย่แล้วโชรง ดูนั่นสิ” คนที่ชื่อโบมีตาโตมองข้าวของที่ล้มระเนระนาด ดูเหมือนมันจะเป็นลังพลาสติกสีน้ำเงินที่เอาไว้ขนหนังสือ เมื่อไม่ได้ใช้แล้วก็พับเก็บมาตั้งเรียงไว้หลังร้านชั่วคราว ลังพวกนั้นเทลงไปทับอะไรบางอย่าง

 

บางอย่างที่ทำให้โชรงหันมาเหยียดยิ้มแห่งชัยชนะใส่แบคฮยอน

 

“โบมี ฉันจะทำยังไงดี?” เจ้าหล่อนเก่งถึงขั้นหันกลับไปทำเสียงทุกข์ร้อนกับเพื่อนสาวได้ในทันที โบมีพาซื่อตวัดเสียงตอบตามประสาคนรักเพื่อนและความยุติธรรม “ใครเป็นคนทำก็ให้คนนั้นรับผิดชอบไป เธอไม่ได้ตั้งใจไม่ใช่หรือ ที่มันเป็นแบบนี้เพราะความเข้าใจผิดของคุณคนนั้น”

 

“ชานยอลต้องโกรธมากแน่ ๆ” เพราะชื่อนี้แหละที่ทำให้แบคฮยอนเผลอยืดตัวไปมองความเสียหายดังกล่าว เมื่อเห็นทุกอย่างชัดเต็มตาดวงตาเรียวก็เบิกค้างเหมือนริมฝีปากที่ลืมวิธีหุบไปชั่วคราว

 

หายนะของจริง!

 

เวสป้าลูกรักของคุณแฟนล้มเค้เก้เอาคันเร่งชี้ขึ้นฟ้าข้างหนึ่ง ถึงจะระบุความเสียหายได้ไม่ชัดนักแต่ล้มไปบนพื้นซีเมนต์แถมยังมีกองลังเปล่าทับจนเกือบท่วม อย่างน้อยก็ต้องมีรอยขีดข่วนให้เจ้าของใจหายล่ะ แบคฮยอนครางลึก แย่แน่งานนี้ คนรักรถเป็นชีวิตจิตใจจะว่าอย่างไรบ้างก็ไม่รู้

 

“เธอรออยู่ตรงนี้นะ ฉันจะไปตามชานยอล” โบมีเจ้ากี้เจ้าการพาเพื่อนไปนั่งพักตรงกองลังพลาสติกที่ยังไม่เสียหาย ร่างเล็กวิ่งปรู๊ดเข้าร้านไป ทิ้งให้แบคฮยอนยืนมองสีหน้าเย้ยหยันของโชรงเพียงลำพัง ผู้หญิงคนนี้ร้ายกาจกว่าที่คิดนัก แบคฮยอนไม่เคยแคร์สายตามุ่งร้ายหรือดวงตาริษยาของเจ้าหล่อน ไม่เคยสะเทือนกับคำพูดเหน็บแนมผ่านรอยยิ้มหวาน บางจังหวะเคยนึกเห็นใจหัวอกของคนโดนความรักรุมเร้าเสียด้วยซ้ำ เรื่องของหัวใจมันทำให้คนเราเป็นได้ทุกอย่าง ทำได้ทุกสิ่ง แต่แบคฮยอนก็ไม่เคยคิดทำร้ายคนที่ตนรักแบบที่โชรงทำ

 

“คุณไม่รู้หรือว่าชานยอลรักรถคันนี้มาก”

 

“รู้สิ รู้ดีเลยล่ะ”

 

“ทำแบบนี้กับของรักก็เท่ากับทำร้ายความรู้สึกเจ้าของ รู้แล้วยังทำหรือคุณโชรง” หญิงสาวคนนั้นเชิดหน้าเม้มปากแน่น แววตาก้ำกึ่งระหว่างไม่พอใจและไม่มั่นใจแต่แล้วก็รีบคู้ตัวลงกุมข้อศอกไว้ดังเดิม เสียงประตูเปิดออกอีกครั้ง คนที่ชื่อโบมีวิ่งพรวดออกมา ตามหลังด้วยร่างสูงใหญ่ที่ข่มให้บรรยากาศยิ่งตึงเครียดหนักกว่าเดิม

 

“โชรง ฉันเอายามาด้วย ขยับไปตรงโน้นดีกว่าจะได้ทำแผลกัน ดีนะที่ผู้จัดการออกไปข้างนอก ไม่อย่างนั้นล่ะเรื่องใหญ่แน่” คนเจ็บยืนตัวเอียงให้เพื่อนประคอง อาการเหมือนคนจะล้มให้ได้ในนาทีใดนาทีหนึ่งแต่ยังมีแรงช้อนตามองเจ้าของดวงตาคมหวาน

 

“ชานยอลคะ ฉัน...” เสียงหวานสั่นไหว เพียงแค่เอ่ยชื่อออกมาคำเดียวก็ราวกับได้เอื้อนเอ่ยขอลุแก่โทษได้ทั้งสิ้นแล้ว ชานยอลปิดประตูตามหลัง เดินไปเก็บลังมาตั้งซ้อนตรงที่เดิม แบคฮยอนขยับเข้าช่วยแต่เสียงห้าวบอกสั้นแสนสั้น

 

“ไม่ต้อง” น้ำตาแทบซึม

 

“เรา...ช่วยดีกว่า” เก้ ๆ กัง ๆ อยู่ด้านหลังบ้าง ด้านข้างบ้าง อุ้งมือเล็กเริ่มจับสีแดงเพราะแรงกดจากของหนักแต่ชานยอลก็ไม่แม้จะชายตาแล พอจัดการสมบัติของทางร้านเรียบร้อยชายหนุ่มก็ปลุกเจ้าเวสป้าเคราะห์ร้ายขึ้นตั้ง แบคฮยอนสงสัยว่าทำไมชานยอลไม่ถามว่าเกิดอะไรขึ้นหรือคนที่ชื่อโบมีจะเล่าให้ฟังแล้ว

 

ถ้าอย่างนั้น ชานยอลคงเข้าใจว่าคุณแบคฮยอนเป็นคนทำร้ายโชรงแล้วก็เป็นต้นเหตุที่ทำให้รถเสียหาย บังโคลนขูดกับพื้น เบรกเบี้ยว หมวกกันน็อคลวดลายเก๋กระแทกพื้นจนเป็นรอยถลอกน่าเกลียด แบคฮยอนเห็นชานยอลเม้มปาก เห็นชานยอลสูดลมหายใจเข้าแต่ไม่เห็นชานยอลหันมาสบตาด้วยสักครั้ง คนตัวโตคงคิดว่าคุณหนูเป็นคนโมโหร้าย ชอบใช้กำลังตัดสินปัญหาไปเรียบร้อยแล้ว

 

“ชานยอล”

 

“เกิดอะไรขึ้นหรือครับ?”

 

“ก็อย่างที่ฉันเล่าให้ฟังยังไงล่ะ โชรงโดนผลักจนล้ม ฉันรับรองได้ว่าไม่ได้โกหกเพราะเห็นเต็มสองตา หลักฐานก็เห็นอยู่ โชรงถลอกไปทั้งตัวแถมรถของชานยอลยังเสียหาย เห็นไหม”

 

“ผมอยากฟังจากทั้งสามคน เธอคือพยาน ส่วนสองคนนี้เป็นคู่กรณีกัน ถ้าเธอพูดได้พวกเค้ายิ่งต้องพูด” ไม่เป็นอย่างที่คิดเสียทั้งหมด ถึงจะฟังจากคนอื่นมาก่อนแต่ก็ยังแบ่งใจไว้ถามแบคฮยอน หัวใจดวงเล็กพองฟู แฟนคุณหนูหน้าตาดีแถมยังมีความยุติธรรม แสนดีครบสูตรแบบนี้ยังไงก็ปล่อยให้หลุดมือไม่ได้เด็ดขาด!

 

คนแรกที่ต้องพูดคือคนที่ยืนอยู่ใกล้สุด คุณหนูตัวขาวประสานมือเข้าหากัน ถ้ายืนกรานว่าตัวเองไม่ผิดคู่กรณีก็คงก้มหน้าแล้วก็ทำหน้าเศร้าแถมให้แบคฮยอนยิ่งถูกสังคมประณาม มีเพื่อนคอยเป็นพยานปากเอกอย่างนั้นคงไม่ยอมปล่อยให้แบคฮยอนลอยนวลหรอก คุณหนูเห็นแต่ทางเสียเปรียบ

 

“เราทำให้คุณโชรงล้มใส่ลังพวกนั้น”

 

“ทำไม?”

 

“เราตกใจ”

 

“ตกใจอะไร?”

 

“คุณโชรงโผเข้าหาเรา...”

 

“โชรงบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ แค่อยากเตือนให้ระวังทางเดินเพราะแถวนี้มันมืดแต่คุณเข้าใจผิดคิดว่าคนอื่นจะทำร้ายตัวเอง แค่โผเข้าหา ทำไมต้องผลักกันด้วย ทำเกินกว่าเหตุไปหรือเปล่า” แค่โผเข้าหานั่นก็เยอะแล้ว แบคฮยอนตอบโต้ตามสัญชาตญาณ แค่ป้องกันตัวเองไม่ได้คิดทำร้ายร่างกายหรือทรัพย์สินใคร แต่มันก็เข้าล็อคคนวางแผน ผู้หญิงคนนั้นจงใจให้มีคนเห็นตอนแบคฮยอนลงมือ บังคับให้เขากลายเป็นคนผิดอย่างเลี่ยงไม่ได้ แล้วตอนนี้โชรงก็เอาแต่นั่งซุกตัวเบียดเพื่อนได้น่าสงสารอย่างเหลือเชื่อ

 

แบคฮยอนกลายเป็นเป้าสายตาของทุกคน แม้แต่ชานยอลเองยังมองตรงมาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ในเงาสลัว แบคฮยอนทำใจกล้าต่อตากับคนตัวโตกว่า อยากให้ชานยอลเอ่ยอะไรออกมาสักคำก็ยังดี แต่ชานยอลไม่พูดอะไรต่อ ขายาวก้าวเข้าไปหาโชรง ถามด้วยน้ำเสียงระดับเดิม

 

“คุณโชรงเจ็บตรงไหนบ้าง” คุณแบคฮยอนอยากจะให้ชานยอลถาม เขาจะได้ตอบว่าเจ็บตรงหัวใจ เจ็บที่ชานยอลเดินผ่านหน้าไปใส่ใจผู้หญิงคนนั้นเหมือนไม่มีแบคฮยอนยืนอยู่ตรงนี้ คุณหนูมองความห่วงใยนั้นด้วยความอิจฉาแต่ก็เพียงชั่วลมหายใจ ทุกความรู้สึกด้านลบไม่มีสิทธิ์อยู่กับเขานาน ร่างเล็กเบนสายตาไปหารถเวสป้า เดินเข้าไปสำรวจใกล้ ๆ อยากรู้ว่ามีส่วนใดเสียหายอีกบ้าง ถึงไม่รู้วิธีซ่อมรถแต่ก็รู้วิธีชดใช้ค่าเสียหายให้กับคู่กรณี...ทุกราย!

 

“คุณเข้าไปในร้านเถอะ พี่จุนมยอนถามหาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว” คุณหนูยังมองจุดเดิม เจ้าของรถอยู่ข้างหลัง คนตัวเล็กออกเสียงตอบทั้งที่ยังยืนแบบนั้น

 

“ถึงจะไม่ได้ตั้งใจแต่เราก็มีส่วน จะจ่ายค่าซ่อมให้นะ”

 

“ไม่ต้อง เรื่องนี้ผมจะจัดการเอง”

 

“เราเป็นคนทำ เราจะชดใช้ให้”

 

“ถ้าอย่างนั้นคุณควรขอโทษคุณโชรงแล้วก็ชดใช้ให้คนเจ็บดีกว่า คนเจ็บมันแย่กว่ารถเสียหาย” ดวงตาเรียวลุกวาวในเงามืด หากยิ่งในอกมีอาการมากเท่าไหร่เสียงที่เปล่งออกมายิ่งน่าฟังขึ้นมากเท่านั้น กลีบปากสีอ่อนพรายรอยยิ้มหม่น “เรื่องนั้นแน่นอนอยู่แล้ว เราต้องชดใช้ให้คุณโชรงแน่ ๆ เหมือนกับรถเวสป้าของชานยอล”

 

“คุณแบคฮยอน ผมบอกแล้วว่าไม่ต้องการ”

 

“ทำไม? แค่ชดใช้ค่าเสียหายที่ตัวเองเป็นคนก่อมันคือเรื่องที่ควรทำไม่ใช่หรือ ชานยอลก็ได้ยินแล้วนี่ คนนั้นบอกว่าเรา...เข้าใจผิด ผลักคุณโชรงล้มใส่กองลังพวกนี้ เพราะฉะนั้นเราต้องรับผิดชอบ ชานยอลให้เราจัดการเถอะ ถ้าไม่ให้เราส่งไปซ่อม ชานยอลจะจัดการเองแล้วให้ทางร้านมาเคลียร์บิลทีหลังก็ได้ เราสะดวกทุกทาง” บทคุณหนูหัวสูงผู้คุ้นเคยกับการใช้เงินจบปัญหาเป็นสิ่งที่แบคฮยอนถนัดและทำได้ดีมาก คนตัวเล็กสบตากับดวงตาคมลึก ปลายคางมนเชิดรอการตอบโต้จากชายหนุ่มผู้รักศักดิ์ศรีมากพอ ๆ กับรถคันเก่ง ผู้หญิงสองคนนั้นยังเกาะกันอยู่ที่เดิม แม้โชรงจะจงใจยิ้มเยาะแต่แบคฮยอนก็ไม่สนใจ

 

“เราจะโทรตามช่างให้ตอนนี้เลยก็ได้นะ บริษัทที่ดีที่สุด งานดีที่สุด รับรองได้”

 

“คุณแบคฮยอน” เปลือกตาบางกะพริบเร็ว ๆ ชานยอลก็เห็น คุณหนูผู้แสนมั่นใจสะดุ้งเพียงแค่โดนเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แบคฮยอนปิดปากเงียบ รอฟังคำพิพากษาแต่โดยดี

 

“เงินไม่ใช่ทางออกของทุกอย่าง ยิ่งเป็นเงินที่ไม่ได้หามาด้วยด้วยตัวเองยิ่งไม่มีความหมาย คุณอาจเคยชินกับการมีเงินทองใช้มากมาย ชีวิตคุณง่ายดายทุกขั้นตอนเพราะคุณมีอำนาจจ่ายได้สบาย ๆ แต่สำหรับหลายคนมันไม่ง่ายอย่างนั้น ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่ค่าของเงินแต่อยู่ที่ค่าของความพยายาม”

 

“ก็รู้! รู้ว่ามันสำคัญ เพราะเป็นสิ่งที่รักและต้องแลกมาด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเองถึงอยากชดใช้ให้ยังไงล่ะ”

 

“ถ้ารู้สึกผิดจากใจจริงแค่ขอโทษก็พอแล้ว ตั้งแต่เมื่อกี้ ผมยังไม่ได้ยินคุณแบคฮยอนขอโทษใครเลย” แบคฮยอนเกือบชักสีหน้า เรื่องอะไรเขาต้องขอโทษคนที่มาหาเรื่องก่อนด้วย หากดวงตาคมสะกดให้ใบหน้าเรียวต้องก้มต่ำ เสียงแหบใสแทบไม่ต้องฝืนเมื่อใจมุ่งหาเพียงคนตรงหน้า

 

“ขอโทษครับ” ขอโทษแค่ชานยอลนะ คนอื่นไม่เกี่ยว

 

“ไปหาพี่จุนมยอนเถอะ เขารอคุณอยู่” ไล่กันตลอด คนอุตส่าห์ขอโทษอย่างสุดซึ้งก็ไม่ยอมตอบให้ดีใจสักคำ เดี๋ยวคุณแบคฮยอนก็เปลี่ยนใจไปหาเจ้าของร้านดอกไม้เสียหรอก จีบติดแล้วจะควงมาเย้ยที่ร้านทุกวันเลยด้วย

 

เข่นเขี้ยวเขาในใจแต่กายหยาบกลับสาวเท้าตามติดแผ่นหลังกว้าง ทำอาการคล้ายจะง้อกลาย ๆ ชานยอลไม่รู้หรอก ถึงจะทำเป็นเก่งกล้าไม่แคร์หน้าไหนแต่ใจคุณแบคฮยอนไม่ได้เก่งด้วยเลย ทั้งกลัวทั้งน้อยใจจะแย่อยู่แล้วเนี่ย

 

“แต่เรายังยืนยันคำเดิมนะ เราจะชดใช้ค่าเสียหายให้”

 

“ผมก็ยืนยันคำเดิมว่าไม่ต้องการเงินของผู้ปกครองคุณ”

 

“ถ้าไม่ใช่เงินของผู้ปกครองล่ะ นายจะยอมรับคำขอโทษจากเราหรือเปล่า” ชานยอลหันกลับมา วงหน้าอ่อนเยาว์กระจ่างใส น่ามองไม่ต่างจากทุกครั้ง ยิ่งดวงตาเรียวเปล่งประกายเว้าวอนแกมกังวลอยู่ในทีสายตาคนตัวโตก็ยิ่งถอนสายตาไปทางอื่นได้ยาก ริมฝีปากได้รูปหุบสนิท ไม่เอ่ยคำ

 

“วันนี้เราจะยอมรับความต้องการของชานยอลแต่เมื่อถึงตอนนั้นอย่าลืมยอมรับความตั้งใจจริงของเราด้วยก็แล้วกัน”

 

“คุณอย่าเสียเวลากับเรื่องพวกนี้เลย ผมบอกว่าจัดการเองได้ก็คือผมต้องการอย่างนั้นจริง ๆ”

 

“เราก็ต้องการอย่างที่บอกไปจริง ๆ เหมือนกัน”

 

“คุณแบคฮยอน...” ทุกความตั้งใจถูกพับเก็บเมื่อฮิมชันปรากฏตัวตรงประตู ชายหนุ่มพกความร่าเริงก้าวออกมาสู่ลานด้านนอก ส่งเสียงถามถึงเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ โบมีทำท่าจะฉายหนังอีกรอบแต่ชานยอลตัดบทบอกให้ทุกคนกลับเข้าไปทำงานตามหน้าที่ ชายหนุ่มเดินนำเข้าร้านไปโดยไม่สนใจใครอีก เมื่อเป็นอย่างนั้นแบคฮยอนก็ไม่คิดจะอยู่ตรงนั้นต่อ

 

“คุณแบคฮยอนจะกลับแล้วหรือคะ” ดวงตาเรียวยาวตวัดมองโชรง หญิงสาวคนนั้นยกยิ้มมองมาอย่างเหนือกว่า

 

“ครับ จะกลับแล้ว”

 

“ขอโทษที่ทำให้ลำบากนะคะ ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวฉันจะพยายามอธิบายให้ชานยอลเข้าใจเอง คนนั้นน่ะรักรถมากก็จริงแต่ไม่ได้ใจแข็งอะไรหรอกค่ะ หาวิธีพูดที่ถูกใจหน่อยก็จะกลับมาเป็นปกติเอง คุณแบคฮยอนอย่าคิดมากนะคะ เดี๋ยวจะไม่สบายใจไปเปล่ าๆ”

 

ลมหายใจที่สูดเข้าอกกรีดไปตามเนื้อหนังแขนขา

 

แบคฮยอนมองตอบไปในความเงียบ

 

น้ำหมึกแห่งความเจ็บแค้นหยดลงบนเนื้อใจ

 

ซึมเป็นวงกว้าง เปรอะเปื้อน น่าชัง

 

 

 

 

 

 

เสาร์อาทิตย์เวียนมาบรรจบอีกครั้ง วันหยุดรอบนี้ชานยอลยังต้องไปทำงานพิเศษที่อู่ซ่อมรถในช่วงกลางวันและไปร้านดอกไม้ช่วงค่ำเหมือนเดิม ชายหนุ่มทำงานเต็มเวลาคุ้มค่าจ้าง ถึงแม้ในใจจะมีบางเรื่องติดค้างจนเผลอยืนเหม่อให้นายจ้างทักอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่ได้บกพร่องในการทำงานจนเสียประวัติ ร่างสูงเคลื่อนไหวไปตามมุมต่าง ๆ ของร้าน ปฏิบัติงานตามความเคยชิน ทุกอย่างเป็นปกติมากเสียจนใครบางคนเริ่มกังวล

 

ไอ้ชานยอลมันเป็นปกติ ไม่มีบวกไม่มีลบแบบนี้แล้ว เขาจะเอาอะไรไปรายงานให้ลูก(ผู้)พี่พอใจวะ

 

เรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังร้านหนังสือคืนนั้นถูกถ่ายทอดโดยละเอียดผ่านปากตัวเอกในเหตุการณ์ แบคฮยอนกลับไม่ทันถึงห้องก็โทรตามตัวจงอินไปจากงานสังสรรค์ เล่าให้ฟังตั้งแต่ต้นจนจบด้วยความแค้นเคือง คุณหนูเจ็บใจที่เสียรู้ศัตรูหัวใจแต่นั่นยังไม่เท่าเสียใจที่ถูกว่าที่แฟนทำหน้าดุใส่ นอนกลิ้งเกลือกบนเตียงพลางบ่นน้อยใจคุณแฟนให้คนน้องฟังโดยไม่สนว่าจงอินจะอยากฟังหรือไม่ โชคดีที่คนอย่างแบคฮยอนไม่เคยเสียเวลาคร่ำครวญนาน สิ่งที่ผู้เป็นพี่ต้องการจากจงอินคือปฏิกิริยาของชานยอลหลังจากเกิดเรื่อง อยากรู้เพื่อที่จะได้ใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในขั้นต่อไป แน่นอนว่าจงอินไม่อยากทำแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นเคย

 

ชายหนุ่มต้องสละเวลาช่วงค่ำวันหยุดมานั่งหลีสาวในร้านดอกไม้แทนการออกไปรวมกลุ่มดริ้งค์ในผับอย่างเคย พอถูกถามก็ตอบได้แค่ว่าเบื่อ เบื่อและเบื่อ แต่ไม่สามารถถามถึงเป้าหมายในใจได้ ถึงจะอยากรู้ว่าเพื่อนรักคิดอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้นจงอินก็ปริปากถามไม่ได้ ถ้าถามก็ต้องมีการเอ่ยพาดพิงถึงแบคฮยอน จงอินยังไม่อยากแสดงตัวว่าเกี่ยวข้องกับคุณหนูตัวร้ายทางสายเลือดหรือทางไหน แล้วถ้ามีการพูดถึงพี่ชายโดยไม่ยอมเฉลยว่าแบคฮยอนคือใคร เกี่ยวข้องกันอย่างไรกับจงอิน อีกหน่อยไอ้ชานยอลมันรู้ว่าจงใจปิดบัง จะซวยยกกำลังสองเอา

 

“รถซ่อมเสร็จแล้วหรือวะ” คิมจุนเหมี่ยนนนนนนนน ผมอุตส่าห์ไม่พาดพิงไปถึงเรื่องร้อน พี่จะจุดประเด็นขึ้นมาทำไมเนี่ย คุณชายคิมเหลือบมองเสี้ยวหน้าไร้อารมณ์ของไอ้หล่อ ตั้งท่าจะเลื้อยตัวลงนอนเพื่อหนีจากภาวะวิกฤติแต่หูก็ยังกางผึ่ง รอฟัง

 

“เสร็จแล้ว ไม่ได้เป็นอะไรมาก”

 

“โชคดีไป ไม่อย่างนั้นคนทำคงรู้สึกผิดแย่”

 

“ช่างเถอะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว” เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวไม่อยากเอ่ยถึงเรื่องรถคันโปรด จุนมยอนจึงหยุดเสียแต่พอดีหันมาเห็นสายตาจดจ้องของคุณชายคิมก็เข้าใจว่าไอ้น้องคนนี้มันอยากรู้เรื่องด้วยเลยขยายความให้อย่างเต็มใจ “เวสป้าสุดที่รักโดนกองลังพลาสติกล้มใส่เมื่อหลายวันก่อน เป็นอาทิตย์แล้วมั้ง เจ้าของมันแทบกินไม่ได้นอนไม่หลับแน่ะ”

 

“ขนาดนั้นเลยหรือวะ”

 

“เชื่อคนง่ายระวังลูกเกิดมาโง่นะ” คิมจุนมยอนหัวเราะอารมณ์ดี หลิ่วตาให้จงอินแล้วก็ผละไปรับโทรศัพท์ลูกค้า คุณชายคิมนั่งหายใจติดขัด ใจหนึ่งอยากซักถามเอาตามสัญชาตญาณความใฝ่รู้(หรือที่จุนมยอนสรรเสริญบ่อย ๆ ว่าชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน) ถ้าไม่ต่อความเดี๋ยวไอ้คนช่างสังเกตมันก็จะสงสัยว่าผิดปกติอีก แต่อีกใจก็รู้ดีอยู่แล้วว่ามันคือเรื่องอะไร เป็นมายังไง พูดออกไปก็กลับจะวกเข้ามาใกล้ตัวเลยได้แต่นั่งหันรีหันขวาง ชวนให้อีกคนสงสัยในที่สุด

 

“มึงเป็นอะไร”

 

“ไม่ได้เป็นอะไรนี่ ทำไม? กูเป็นอะไรเหรอ” พูดอะไรไม่ได้นอกจากถามกลับ คิดเอาไว้ละ คนอย่างชานยอลแม่งไม่ค่อยพูดแต่คิดและเห็นทุกอย่างตลอด

 

“ล่อกแล่กอย่างกับพวกค้ายานัดส่งของ”

 

“ไอ้ห่ะ ข้อหารุนแรง กูไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย” ยิ่งปฏิเสธก็ยิ่งสร้างพิรุธแต่จุดนี้คิดไม่ทัน พลาดตั้งแต่แสดงอาการให้ไอ้ชานยอลมันผิดตาจนต้องทักขึ้นมาแล้ว จงอินไม่เก่งเรื่องเล่นละครเท่าคนพี่แต่ก็ทำได้พอใช้ สิ่งที่ทำได้คือด้นไปตาใส ๆ ยืนกรานว่าไม่มีอะไรท่าเดียว “แค่คิดเรื่องเรียนนิดหน่อย”

 

“เรื่องเรียน?”

 

“เออสิ เรื่องเรียน”

 

“หลักสูตรไหนล่ะ ในห้องหรือนอกห้อง” มันดักทางได้หมด ทำไมหนอทำไม จงอินก็โตมาพร้อมกับพี่ชายจอมเจ้าเล่ห์อย่างบยอนแบคฮยอน ทำไมเขาถึงไม่ได้รับทักษะการเอาตัวรอดในสถานการณ์ฉุกเฉินมาบ้าง ไม่หวังกับเรื่องอื่นนะ ในฐานะว่าที่ทนายความอนาคตไกล ไม่ว่าจะเรื่องอะไรจงอินก็ไม่สะเทือนหรอกแต่ที่ต้องมานั่งเหงื่อแตกกลัวความลับรั่วไหลอยู่ตอนนี้ก็เพราะว่ามันเป็นเกี่ยวกับเพื่อนสนิทและพี่ชายคนสนิททั้งซ้ายทั้งขวา ปุบปับพลาดไปก้าวเดียว นอกจากไอ้ชานยอลจะตัดเพื่อนแล้ว แบคฮยอนอาจจะบัญญัติโทษสูงสุดให้แบบไร้ความปรานีก็เป็นได้ มันกดดันตรงนี้

 

“ช่างเถอะ ถ้ามึงไม่ได้เป็นอะไรก็ตามนั้น กูแค่เป็นห่วง เห็นทำท่าแปลก ๆ” ชานยอลว่า

 

“เออ ขอบใจมึงมากนะ”

 

“มีอะไรให้ช่วยก็บอกแล้วกัน” เป็นอันจบ ไม่ยืดเยื้อ ไม่เยิ่นเย้อ คุณชายคิมเลยรอดพ้นจากการขายความลับพี่ชาย ชายหนุ่มดัดมือเล่นสองสามที ร้องเฮ้อแล้วก็เอ่ยลอย ๆ ว่าจะออกไปสูบบุหรี่หลังร้าน สวนทางกับคิมจุนมยอนที่เพิ่งวางสายจากลูกค้า เจ้าของร้านหนุ่มมองตามสายตาชานยอลแล้วก็อดถามไม่ได้

 

“เกิดอะไรขึ้น พี่แวบไปแป๊บเดียว ทำไมบรรยากาศมันแปลก ๆ” คู่สนทนาถือกรรไกรค้าง พอเจ้าของร่างสูงเงยหน้าจากกิ่งยิปโซก็เห็นได้ชัดว่าคิ้วคมย่นเข้าหากัน ริมฝีปากได้รูปเหยียดออกเล็กน้อย ท่าทีนิ่งเฉยเหมือนไม่สนใจอย่างที่จงอินคิดนั้นไม่ถูกต้องเสียทีเดียว ชานยอลอาจไม่ได้ต่อความยาวแต่ดวงตาทั้งคู่อัดแน่นด้วยความสงสัยใคร่รู้

 

“ว่าไง พวกมึงคงไม่ได้ทะเลาะกันหรอกนะ”

 

“เปล่า จงอินมันเหมือนมีเรื่องอะไรในใจ”

 

“จริง ๆ ด้วยสินะ พี่ก็นึกว่าตัวเองคิดมากไปคนเดียว เห็นมันแอบถอนหายใจไปหลายรอบแล้ว นายได้ถามหรือเปล่าว่ามันเป็นอะไร”

 

“ถามแล้ว มันไม่ตอบ”

 

“สงสัยจะเป็นเรื่องหัวใจ” ดวงตาสีดำสนิทมองตรงมา จุนมยอนยิ้มกว้าง “พี่ก็แค่เดา เรื่องอื่นสารพัดเรื่องจงอินมันพูดได้น้ำไหลไฟดับ เรื่องไหนอึก ๆ อัก ๆ มันก็น่าเดาไว้ก่อนว่าเรื่องความรัก พักนี้มันมีท่าทีว่าไปแอบชอบลูกบ้านไหนหรือเปล่าวะ ถ้าใช่ละก็เป๊ะเลย เพื่อนนายอาจจะกำลังมีปัญหาหัวใจหรือกำลังมีแฟน”

 

“อาทิตย์ก่อนมันเพิ่งห้ามผมไม่ให้มีแฟน”

 

“ก็คงเวิ่นไปตามประสา”

 

“ใช่ เวิ่นไปหาผมที่อู่เฮียคังอินตั้งแต่เช้า ไม่กินข้าวกินปลา”

 

“ขนาดนั้นเลยเหรอวะ” เจ้าของร้านหัวเราะเสียงก้อง “ถ้าอย่างนั้นพี่ก็หมดไอเดีย แต่ถึงขั้นห้ามนายมีแฟนนี่มันชักจะยังไง ๆ อยู่นะ หรือที่จริงแล้วจงอินมันแอบชอบนายอยู่” ชานยอลหันหลังให้เสียงแซว ไม่ได้เคอะเขินกับการล้อเล่นนั้นเพราะไม่เห็นทางเป็นไปได้ที่เพื่อนสนิทจะคิดนอกลู่นอกทาง ถ้าจะมีปัญหาหัวใจอย่างที่พี่จุนมยอนเดา ชานยอลก็คิดว่ามันน่าจะเกี่ยวกับคนรู้จักที่เจ้าตัวมันเคยเอ่ยถึงครั้งสองครั้ง คนรู้จักที่สำคัญมากจนจงอินต้องเดือดร้อนแทนทุกความเคลื่อนไหว ชายหนุ่มกำหนดใจให้อยู่กับการทำงานต่อ เสร็จจากกระเช้ายิปโซก็ขยับไปจัดดอกกุหลาบให้ระดับความสูงเท่ากัน จนจุนมยอนเดินไปดึงกระดาษออกมาวางบนโต๊ะแล้วร้องบอกว่า

 

“คุณแบคฮยอนโทรมาสั่งดอกไม้” ข้อมือหนาเกร็งพร้อมการรับรู้นั้น ตั้งแต่คืนเกิดเรื่องชานยอลก็ไม่ได้พบคนที่ถูกเอ่ยถึงอีกเลย

 

“โทรมาสั่งหรือครับ?”

 

“ใช่ เห็นว่าจะเอาไปเป็นแสดงความยินดีกับเพื่อน”

 

“แสดงความยินดีเนื่องในโอกาสอะไร”

 

“เปิดตัวหนังสืออะไรสักอย่าง งานนี้เค้าขอให้เราไปส่งให้ที่ร้านเลย” มือหนาละจากงานตรงหน้า ปลดผ้ากันเปื้อนออกจากตัวพลางถามเสียงเรียบ “ร้านอยู่ตรงไหนครับ”

 

“อ้อ ไม่ต้องหรอก งานนี้พี่ไปเอง”

 

“ทำไม?” สงสัยจนอดสวนคำถามกลับไปไม่ได้ ปกติหน้าที่การส่งมักเป็นของเขาเพราะพี่จุนมยอนนั้นรับผิดชอบการรับรองลูกค้าในร้านเป็นหลัก มันคงไม่ดีนักหากมีคนเข้าร้านแล้วต้องรอช่างจัดดอกไม้มือหนึ่งกลับมาจากการส่งดอกไม้แล้วให้เขาซึ่งเป็นเพียงมือสมัครเล่นเฝ้าร้านแทน หน้าที่อันชัดเจนนี้ถือปฏิบัติมานาน ทำไมจู่ ๆ พี่จุนมยอนถึงคิดเปลี่ยน เพราะคนสั่งดอกไม้คือคุณแบคฮยอนอย่างนั้นหรือ

 

“พี่ไปแล้วใครจะรับลูกค้าทางนี้”

 

“คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง ร้านอยู่ไม่ไกล พี่ไปไม่นานหรอก...นายมีอะไรหรือเปล่า?” ชานยอลยิ้ม เหยียดยิ้มด้วยท่าทางกวนอารมณ์แบบที่ไม่ได้เห็นบ่อยนัก แม้แต่เสียงก็ยังเจือแววหยอกล้อ กึ่งเล่นกึ่งจริง

 

“ท่าทางพี่ดีใจนะคิมจุนมยอน” เจ้าของร้านส่ายหน้ายิ้ม ๆ

 

“มันช่วยไม่ได้โว้ย คุณลูกค้าเค้ารีเควสมาแบบนี้”

 

“หมายถึง คุณแบคฮยอนเจาะจงขอให้พี่เป็นคนไปส่ง?” เจ้าของร้านหนุ่มผิวปากรับ ยิ้มส่งให้เดซี่สีขาว เหมือนที่ชานยอลก็เอาแต่มองเมฆฝนที่ลอยต่ำลงมาจากท้องฟ้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

#lovelycb

 

ไม่รู้จักคุณแบคฮยอนซะแล้วชานี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 278 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,829 ความคิดเห็น

  1. #5811 Pinkkaboo (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 20:08
    ยัยโชรง!!!!!!!!
    #5,811
    0
  2. #5787 EATWELL (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 14:13

    ฮือสงสารน้องหนูแบค แงๆๆสูๆๆๆๆ

    #5,787
    0
  3. #5780 bwithdekd (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 22:10
    ยัยโชรงเหมือนไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเล่นกับไฟ สักวันจะโดนไฟคอกตาย!!
    #5,780
    0
  4. #5745 YunewG (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:28

    โง้ยยย น้อยใจ ต้องน้อยใจก่อน เนอะๆ
    #5,745
    0
  5. #5712 pbcy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 22:35
    น้อยใจแล้วนะชานยอลลล
    #5,712
    0
  6. #5685 Tonhorm_js03 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 20:05
    เอาแร้วๆๆๆ
    #5,685
    0
  7. #5632 areenachesani (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 01:07
    ยักคิ้วจึกๆ// เอ็นดูจงอินนน น้องที่ดี น่าร้ากกก// โชรงนี่เหมือนนางร้ายในละครหลังข่าวเลยย ฮึ เจอคุณแบคฮยอนหนอยเป็นแง่ะ
    #5,632
    0
  8. #5615 ERI1485 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 14:45
    กำลังจะมีอะไพีคๆรึเปล่าวะ........
    #5,615
    0
  9. #5549 Hunhun (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 04:59

    เห้อออออไม่อยากให้แบคทำแบบนี้เลยถ้าชานรู้ทั้งหมดไม่อยากจะคิด

    #5,549
    0
  10. #5532 S.takky (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 21:25
    เทชานไปเลย โมโห !!
    #5,532
    0
  11. #5503 kmxiioxe_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 18:13
    รำคาญโชรงโว้ย หงุดหงิดดดดดดดด เข้าใจนิสัยคุณหนูเลย ถ้าไม่มีชานยอลรัเบิดไปแล้ว!
    #5,503
    0
  12. #5483 qxirn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 15:43
    หัวร้อนแทน ว้อยยยยย อิบ้า
    #5,483
    0
  13. #5418 Pinkuplatong (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 06:38
    โห นี่ทำเขาโกรธแต่ยังมีแผนต่ออีก ไม่มีสลดเลน สงสารก็ต่อคุณชายคิมเค้านะคะ ไปไหนก็ไม่ได้
    #5,418
    0
  14. #5374 blackunicorn2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 16:37
    มันเจ็บหัวจัยย แค้นแทนโง้ยยยย
    #5,374
    0
  15. #5340 Intelligence- (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 23:08
    อู้ววววว แบคคนจริง โคตรเกลียงโชรง นี่อ่านมาตลอด ชะโรงอ่ะ 5555555 เกลียดมาก ตั้งใจอ่านงี้ หมั่นไส้ โว๊ะ เบื่อ
    #5,340
    0
  16. #5309 Suxxigar (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 20:11
    ลำไยโชรงสั-ๆ
    #5,309
    0
  17. #5299 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 11:05
    เกลียดดดโชรงว่ะอีชานี
    #5,299
    0
  18. #5259 ❤ Willis ❤ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 20:40
    อยากตบโชรงอ่ะ ทำมาเป็นพูดดีพูดคะพูดขา แหม่ อยากจะตบให้เลือดกลบปาก!!! เวลาพูดจะได้ไม่ต้องสตอมากกว่านี้!!! คุณหนูแบคจัดนางหนักๆหน่อยสิคะอย่าปล่อยให้นางเล่นงานอยู่ฝ่ายเดียว ชะนีสตอมาขนาดนี้นายเอกอย่างเราต้องสตรองไว้นะคะ แต่แอบสมน้ำหน้าชานยอลได้ไหมอ่ะ ตัวเองอยากเป็นคนไปส่งดอกไม้ให้กับแบคฮยอนล่ะสิ ช่วยไม่ได้เรื่องคราวก่อนอ่ะทำหน้าดุใส่คุณหนูแบคไปทำไม
    #5,259
    0
  19. #5215 pim pimmi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 20:15
    5555555ชอบบบบ
    #5,215
    0
  20. #5137 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 14:37
    5555สงสารอิจงอินสุดละงานนี้55
    #5,137
    0
  21. #5104 ปุปปัป (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 01:42
    รีเควสด้วยไง555
    #5,104
    0
  22. #5052 aonniieeee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2559 / 10:14
    หึหึ หึงไปเลยสิชานยอล หึงให้มากๆนะพ่อคนซึน
    #5,052
    0
  23. #5008 geejajaa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 เมษายน 2559 / 00:45
    ใจเย็นๆนะคุณหนูบยอน
    คนอ่านแค่นแทนให้ล่ะกัน

    เก็บแค้นนี้ไปชำระในภายหลังนะ
    แค่ชานยอลรู้ว่าแบคขอร้องให้จุนมยอนไปส่งดอกไม้แทนแล้วคงร้อนรน
    #5,008
    0
  24. #4956 joylnr (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มีนาคม 2559 / 14:58
    สงสารแบคจนอึดอัดอ่ะ แต่คือแบคเก่งกับการขจัดความรู้สึกตัวเองดีอ่ะ ชานยอลลลล นายจะต้องหงอย อยากรู้อะไรถามแบคไปเลยยยยย
    #4,956
    0
  25. #4868 `ตูดหมึก (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 00:59
    โมโหทั้งชานยอลและอิชะนี
    #4,868
    0