(END) Lovely you เธอน่ารัก ::: ChanBaek

ตอนที่ 31 : Lovely you : เธอน่ารัก บทส่งท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,398
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 325 ครั้ง
    9 ธ.ค. 58















 

 

           

            วันนี้คุณแบคฮยอนร้องเพลงรักทั้งวัน!

 

นั่นคือสิ่งที่อี้ชิงต้องเผชิญด้วยความเอ็นดูกึ่งรำคาญ ไม่รู้ว่ามีความสุขอะไรนักหนา ถามก็ไม่ตอบเอาแต่ยิ้มแล้วก็ยิ้ม อี้ชิงอดทนจนถึงเวลาพักเที่ยงแล้วคำตอบก็ปรากฏในรูปแบบของนักศึกษาชายจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่างสูงพกพาใบหน้าหล่อเหลาและรอยยิ้มสุภาพมาทักทายถึงโรงอาหารคณะเธอ อี้ชิงมองคุณแบคฮยอนวางมาดนิ่งแต่ดวงตาพราวระยับแล้วก็นึกเดาคำตอบได้ลาง ๆ

 

เรียบร้อยโรงเรียนคุณแบคฮยอนสิแบบนี้

 

ผิดจากที่หล่อนพูดไหมล่ะ พอถึงจุดที่ทนไม่ไหวไอ้ความกลัวที่เคยมีมันจะกระจายหายไปในอากาศเอง คุณหนูแบคฮยอนผู้กล้าหาญคงผ่านจุดนั้นมาเรียบร้อย

 

“ลมอะไรหอบมาถึงนี่คะนักศึกษา”

 

“คุณแบคฮยอนชวนมาทานข้าวครับ”

 

“มาเพื่อทานข้าวอย่างเดียวจริงน่ะ” ชานยอลหัวเราะส่วนคนข้างตัวชายหนุ่มหน้าแดงก่ำไปเรียบร้อย “วันนี้ผมว่างวิชาบ่าย ตั้งใจว่าทานข้าวเสร็จจะไปห้องสมุดหาหนังสือเพิ่มจากวันก่อน”

 

“แหม มีจุดประสงค์หลักเคลือบแฝง คนแถวนี้ก็ดีใจเก้อน่ะสิ”

 

“ครับ?”

 

“ไปซื้อข้าวกันเถอะ เดี๋ยวคนจะเยอะ อี้ชิงจะทานอะไร” อี้ชิงสะบัดผมบ็อบบอกว่าขอนั่งเฝ้าโต๊ะให้ก่อนแล้วจะไปเลือกเอง แบคฮยอนเลยได้เดินคู่ไปกับคนหล่อสองต่อสอง ดวงตาเรียวมองกวาดไปทั่วโรงอาหารคณะ อี้ชิงเคยบอกว่ามีรุ่นน้องคณะคนหนึ่งรู้จักปาร์คโชรงแถมยังปล่อยข่าวลือผิด ๆ ว่าชานยอลคบกับผู้หญิงคนนั้น แบคฮยอนภาวนาขอให้เจ้าหล่อนอยู่แถวนี้ด้วยเถอะ ข่าวเก่าลอยลมจะได้อัพเดตใหม่

 

ให้มันรู้ว่าของใครเป็นของใคร!

 

ทั้งสองตกลงเลือกทานร้านเดียวกัน ชานยอลแตะแผ่นหลังเล็กให้แบคฮยอนเข้าไปก่อนตัวเขายืนซ้อนหลังแล้วก็ไล่สายตาพิจารณาเมนูตามคำแนะนำของเจ้าถิ่น ชายหนุ่มโน้มใบหน้าตั้งใจฟังเสียงคนตัวเล็กตาก็มองตามรูปภาพ ไม่ได้สนใจเลยว่าได้ตกเป็นเป้าสายตาของคนเกือบทั้งโรงอาหารไปแล้ว คุณแบคฮยอนก็สุขไปสิได้เอียงแก้มคุยกับคุณแฟนสมใจ ชานยอลกินอะไรมาไม่รู้อ่ะกลิ่นลมหายใจห๊อมมมมหอม

 

“ชานยอลไม่ค่อยมาทานข้าวที่นี่เนาะ”

 

“ครับ ปกติผมทานที่คณะ นานทีจะออกมาข้างนอก” เห็นไหมล่ะ ถ้าชานยอลมาบ่อยมีหรือจะรอดสายตาคุณแบคฮยอนไปได้ คิดแล้วก็นึกขอบคุณจงอินเพราะความสะเพร่าของเจ้าน้องชายแท้ ๆ ที่พาให้แบคฮยอนไปเจอกับเนื้อคู่ นอกจากขอบคุณสวรรค์ ขอบคุณตัวเองแล้วก็ต้องขอบคุณน้องดำที่ลืมเอารายงานมาส่งในวันเดดไลน์!

 

“โอ๊ะ ๆ ๆ ก็นึกว่าใคร เห็นท้ายทอยแต่ไกล ๆ ช่างดูคุ้นตา” ชานยอลจำเสียงได้ตั้งแต่ยังไม่หันไปมอง ชายหนุ่มยืนบังแบคฮยอนไว้ผู้มาใหม่จึงไม่เห็นคนตัวเล็ก ยังเดินหน้าทักทายเพื่อนอย่างคะนองปาก

 

“มึงมาทำอะไรที่นี่วะ?”

 

“มาโรงอาหารก็มากินข้าวสิ” ใจความแฝงคือกูต่อคิวซื้อข้าวอยู่มึงจะถามทำไม โง่ไหมโอเซฮุน

 

“โรงอาหารคณะมึงปิดซ่อมหรือวะ” เซฮุนถามจริงจังและหมายความอย่างนั้นจริง เหตุเพราะเขารู้ดีว่าเพื่อนตั้งแต่สมัยมอปลายคนนี้แทบไม่เคยออกนอกคณะของตัวเอง นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ใครหลายคนลงทุนไปทานข้าวถึงวิศวะเพื่อที่จะได้เห็นหน้ามัน วันนี้เกิดอะไรขึ้นท่านปาร์คชานยอลผู้หวงเวลาอย่างสุดแสนถึงมาโผล่นอกอาณาเขตได้

 

“เปล่า ไม่ได้ปิด”

 

“อ้าว แล้วทำไม อะไร ยังไง กูไม่เข้าใจ วานแถลงไขได้หรือไม่”

 

“สงสัยอะไรหนักหนาหรือ?” ร่างเล็กที่เคลื่อนออกมาจากการบดบังของเพื่อนตัวสูงเล่นเอาเซฮุนสะดุ้งสุดตัว เจอสายตาเย็นเยียบจากบอสใหญ่ชายหนุ่มถึงกับควานหาลิ้นตัวเองไม่เจอ ได้แต่กลอกตามองคนทั้งคู่อยู่อย่างนั้น

 

“ว่าไงครับน้องฮุน?”

 

“อ่า ก็ ไม่สงสัยเท่าไหร่แล้ว”

 

“ดี...ชานยอลอ่า ถึงคิวแล้ว ตกลงเอาชุดบีนะ” พอชานยอลหันกลับไปคุณแบคฮยอนก็เปลี่ยนเป็นยิ้มหวานราวกับกดสวิตซ์ คนตัวเล็กทิ้งหางตาให้เซฮุนหนาวเยือกแล้วก็หายกลับไปใต้เงาของชานยอลอีกครั้ง โอเซฮุนรู้ตัวในบัดดลว่าตนต้องถอยออกมาให้เร็วที่สุด ชายหนุ่มเดินแกมวิ่งมองหาจงอินแล้วก็เจอเพื่อนซี้กำลังนั่งคุยกับอี้ชิง เซฮุนพุ่งตัวเข้าแทรกการสนทนาทันที

 

 

“ดำ กูเจอไอ้ชาน”

 

“เออ แล้วยังไง โดนมันด่าพ่อให้หรือไงมึงถึงได้ตาลีตาเหลือกมาฟ้องกู” เซฮุนสั่นหน้าดิก ชี้กลับไปทิศเดิม “กูเจอมันอยู่กับลูกพี่มึง ยืนเกือบจะโอบกันอยู่หน้าร้านข้าว ยังไงกันแน่วะ สองคนนั่นคบกันหรือ...”

 

“เงียบไปเลย มาโน่นแล้ว” เซฮุนสะดุ้งอีกรอบ ขยับเข้าใกล้จงอินเพื่อเว้นที่ให้เพื่อนอีกคน ชานยอลวางถาดอาหารสองถาดไว้ตรงหน้าแบคฮยอน ชายหนุ่มยังคงสีหน้าเรียบนิ่งแม้จะถูกจับจ้องอย่างโจ่งแจ้งจากคนรอบตัว

 

“ดื่มน้ำอะไรดีครับ”

 

“เราไปเลือกด้วยดีกว่า อี้ชิงเอาน้ำอะไร เดี๋ยวซื้อมาเผื่อเลย” อี้ชิงตอบว่าน้ำส้ม แบคฮยอนก็หันไปพยักหน้ากับอีกสองหนุ่ม “พวกนายสองคนล่ะ?”

 

“ผมเอาโคล่า”

 

“ผมเอาเหมือนจงอิน” แบคฮยอนห่างออกไปแล้วเซฮุนถึงกล้ายกเรื่องเดิมกลับมาพูดอีก

 

“ตกลงว่าสองคนนั่นเค้าเอ่อี๊เอ่กันแล้วหรือวะ”

 

“เอ่อี๊เอ่พ่อง” จงอินแค่ด่าไม่ได้ตอบ พอไม่มีใครตอบความเงียบก็คือคำว่าใช่ที่ดังที่สุด เซฮุนกลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อก “ลูกพี่มึงแน่มากอ่ะ ซิวไอ้ชานลงจากคานจนได้ พระเจ้า ใครจะคิดว่าวันนี้จะมาถึงในที่สุด”

 

“ระดับแบคฮยอนไม่ธรรมดาอยู่แล้วล่ะ”

 

“เออ เหมือนเพิ่งได้ยินมึงบอกว่าไอ้ชานจะมีเคราะห์เมื่อวันก่อนนี่เอง วันนี้ไปซะละ”

 

“แบคฮยอนพยายามขุดหลุมดักส่วนเจ้าตัวมันยอมตกหลุมด้วยความเต็มใจ” อี้ชิงหัวเราะคิกคัก หญิงสาวทำตาเล็กตาน้อยใส่จงอินอย่างแกล้งทำ “แต่แอบมีใครบางคนแถวนี้ผลักหลังเพื่อนลงหลุมใช่ไหม พี่รู้หรอกน่า” 

 

จงอินไม่ปฏิเสธ เขาสร้างโอกาสให้แบคฮยอนรู้จักการตกหลุมรักโดยไม่ได้ตั้งใจ เขาเป็นต้นเหตุให้ชานยอลต้องตกเป็นเป้าหมายของตัวร้ายอย่างคุณหนูตัวแสบ เขาอาจไม่ได้ทำให้สองคนรักกันแต่เมื่อทั้งคู่ถูกความไม่เข้าใจทำร้ายให้เจ็บปวดจงอินก็ทนอยู่เฉยไม่ได้ เขารักแบคฮยอน รักความพิเศษที่ได้รับเหนือคนอื่น ๆ หวงห่วงจนหลายครั้งอยากแยกทั้งคู่ออกจากกัน แต่ในฐานะน้องชายเมื่อเห็นคนเป็นพี่ต้องทุกข์ทรมานจงอินก็ใจร้ายไม่ลง เมื่อชานยอลเปิดใจให้แบคฮยอนและยินดียอมรับทุกผลลัพธ์ที่ตามมา ต่อจากนี้ก็เป็นการตัดสินใจร่วมกันของคนสองคนเท่านั้น

 

คนนอกอย่างจงอินได้แต่ภาวนาให้เพื่อนรักษาเนื้อรักษาตัว ให้รอดปลอดภัย ไม่ถูกรวบหัวรวบหางกินกลางตลอดตัวตั้งแต่สามวันแรกก็พอ!

 

หลังอาหารเที่ยงชานยอลแยกตัวไปห้องสมุด สองหนุ่มนิติศาสตร์กลับไปประชุมงานขณะที่แบคฮยอนนั้น(จำใจ)เข้าเรียนวิชาภาคบ่าย นั่งถอนหายใจอยู่ได้ชั่วโมงเดียวพอส่งงานเรียบร้อยคุณหนูก็สละอีกสองชั่วโมงที่เหลือวิ่งตื๋อลงมาจากตึกตรงไปยังห้องสมุดคณะแบบไม่เหลียวหลัง ผ่านไปตั้งชั่วโมงแล้วไม่รู้ชานยอลจะยังอยู่ที่ห้องสมุดหรือเปล่าจะโทรถามก็ไม่ได้เพราะกลัวพ่อคนดีจะไม่ยอมให้โดดเรียน แบคฮยอนตรงไปยังตำแหน่งที่เคยพาชานยอลมาหาหนังสือครั้งก่อน กวาดตามองจนทั่วแล้วก็หน้าม่อย

 

“กลับไปแล้วเหรอ” เริ่มเคาะปลายนิ้วกับขอบชั้นไม้ ผิดหวังที่ไม่เจอคนตัวโตแล้วก็เริ่มคิดหนัก เรียนคนละคณะแถมหลังเลิกเรียนชานยอลต้องทำงานพิเศษทุกวัน โทรหาก็ไม่ได้ เวลาว่างนอกจากพักเที่ยงก็ไม่มีอีกแล้ว หื่อ ทำไมชีวิตมีแต่ความยาก

 

“คุณแบคฮยอน” แม้ในใจจะร้องอ๊ากแต่ภายนอกที่เห็นคุณแบคฮยอนยังสามารถหันไปมองต้นเสียงช้า ๆ พร้อมรอยยิ้มอ่อนหวาน

 

“ชานยอล นึกว่ากลับไปแล้วเสียอีก”

 

“ทำไมออกมาเร็วล่ะครับ ไหนพี่อี้ชิงบอกมีเรียนถึงสี่โมงเย็น” คุณหนูเดินเข้าไปหา ตอบแบบไม่สะดุด “เราส่งงานแล้วก็ออกมาน่ะ ชานยอลยังได้หนังสือไม่ครบหรือ ให้เราช่วยหาไหม”

 

“ครบแล้วครับแต่ผมเอางานติดมาทำด้วยไม่อยากย้ายที่ไปมา” แหม อยากรอ อยากอยู่ใกล้กันนาน ๆ ก็บอกมาตามตรง แบคฮยอนกัดแก้มด้านในเตือนตัวเองไม่ให้เผลอยิ้มพร่ำเพรื่อ ใบหน้าเรียวเชิดขึ้นเล็กน้อย กวาดสายตามองด้วยมาดผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว ไม่อยากจะเก๊กอะไรตอนนี้แต่ถ้าไม่เก๊กมันจะเขินตัวบิดอ่ะดิ

 

“ชานยอลนั่งตรงไหน เราไปนั่งด้วยได้ไหม” คนพูดน้อยเค้าตอบเป็นรอยยิ้มจากนั้นก็พาแบคฮยอนเข้าไปมุมในสุดของชั้น คนตัวขาวมองตำแหน่งแล้วเอะใจ เมื่อกี้เขาก็เดินผ่านตรงนี้ไปนะ ทำไมไม่เจอ

 

“ผมเห็นคุณแบคฮยอนเดินผ่านไป ไม่แน่ใจว่ากำลังมองหาผมหรือเปล่าเลยออกไปหา”

 

โธ่ คนดีของคุณแบคฮยอน ถ้าไม่ใช่ชานยอลแล้วเราจะมองหาใครได้อีก

 

“ชานยอลทำงานต่อเถอะ เราจะอ่านหนังสือเหมือนกัน” ชานยอลดึงความสนใจกลับไปหาเรื่องงานได้อย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มพลิกหน้าหนังสือแล้วก็จดจ่ออยู่กับเนื้อหา เปิดโอกาสโดยไม่ตั้งใจให้ใครบางคนลอบมองใบหน้าหล่อเหลาผ่านขอบหนังสือ แม้อาการภายนอกจะยังเนิบนาบด้วยมาดที่ถูกฝึกมาดี หลังตรง ใบหน้าเชิดพองาม หากดวงตาเรียวคู่นั้นกลับเก็บประกายพราวระยับไม่อยู่ ลูกแก้วสีเข้มไหวระริกยามได้เก็บภาพคนตรงหน้าโดยไม่ต้องแอบซ่อน

 

ใบหน้านี้แบคฮยอนเคยเห็น จดจำทุกองค์ประกอบได้ขึ้นใจ แต่การมองคนที่แอบรักกับการมองแฟนตัวเองมันต่างกัน แบคฮยอนมีสิทธิ์มองชานยอลได้นานเท่าที่อยากมอง นั่งใกล้ชานยอลเท่าที่อยากใกล้ แสดงความรักต่อชานยอลโดยไม่ต้องกลั้นเก็บความรู้สึกอีกต่อไป

 

ชานยอลเป็นของคุณแบคฮยอนแล้ว

 

 

 

 

 

ครับ

 

คำเดียวสั้น ๆ หนึ่งพยางค์แต่อัดแน่นไปด้วยความหมายมากล้น แบคฮยอนจำได้ว่าตนเองถือดอกไม้ค้างกลางอากาศ เบิกตามองริมฝีปากที่เพิ่งเอ่ยคำตอบรับออกมาเหมือนไม่อยากเชื่อ มือที่ถือก้านดอกทานตะวันเกร็งแน่นหากพอปลายนิ้วยาวแตะลงแผ่วเบาคุณหนูก็มืออ่อนปล่อยให้ดอกไม้ตกไปอยู่ในมือเจ้าของคนใหม่อย่างง่ายดาย

 

ชานยอลยังยิ้มบาง ยิ้มที่ทำให้คนมองน้ำตาคลอ

 

          “คุณแบคฮยอน”

 

          “เดี๋ยว” คุณแบคฮยอนยกมือห้าม

 

“อย่าเพิ่ง ห้ามพูด ห้ามปลอบ ห้ามอะไรทั้งนั้น” ขืนปลอบตอนนี้เขาปล่อยโฮกลางร้านแน่ แบคฮยอนสูดจมูกฟุดฟิดกลับตัวหันหลังให้แฟนหมาด ๆ พร้อมยกสองมือปิดหน้า

 

          “เป็นอะไรไปครับ”

 

          “เปล่า”

 

          “แล้ว...ทำไม...”

 

          “เรา เราแพ้เกสรดอกไม้” คนยืนหันหลังให้ครางอืด ๆ ชานยอลอมยิ้มกับข้ออ้างที่โคตรจะไม่น่าเชื่อถือหันไปดึงกระดาษซับหน้ามายื่นข้ามไหล่ไปให้คนตัวเล็ก คุณหนูหรี่ตามองเมื่อไอร้อนจากท่อนแขนแกร่งโฉบเข้ามาใกล้ มือหนายื่นกระดาษสีขาวพับสี่เหลี่ยมเรียบร้อยมาให้แบคฮยอนก็รับมาซับรอยชื้น แอบจิ๊ปากขัดใจ คุณแฟนนะคุณแฟน ในสถานการณ์แบบนี้มันต้องกอดปลอบกันสิ อย่ามาทำตัวเป็นสุภาพบุรุษแถวนี้นะ!

 

          “อ๊ะ!” โอ๊ยยยยยยยยยย ขออะไรไปก็ได้ดั่งใจในทันที คุณหนูอุทานเสียงสั่น ห่อไหล่เข้าหากันเมื่อถูกโอบรัดจากด้านหลัง น้ำตาที่ปริ่มจะหยดเมื่อครู่เริ่มเอ่อล้นขอบตา

 

พ่อจ๋าแม่จ๋า น้องแบคทำสำเร็จแล้วววววววว!

 

ร่างเล็กตัวสั่นอยู่ในอ้อมกอดคนตัวโตกว่า อุปทานเหมือนมีลูกไฟวิ่งผ่านท้องน้อยวูบวาบ สะบัดร้อนสะบัดหนาวประหนึ่งคนเป็นไข้ กายเนื้อพาลจะอ่อนเหลวลงไปกองไร้สภาพบนพื้นกระเบื้องสีอ่อน โชคดี(หรือร้าย)ที่ชานยอลยอมตามใจตัวเองเพียงเท่านั้น ชายหนุ่มคลายอ้อมกอดจับร่างเล็กให้หันกลับมา    

 

          “ขอบคุณนะครับ” ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไรเลย เรายินดีมาก ๆ

 

          “ชานยอลอ่า”

 

          “ครับ”

 

          “ตอนนี้ เรา เราเป็นแฟนกันแล้วใช่ไหม?”

 

คนหล่อยิ้มละมุนก่อนจะพยักหน้า พาให้ความภาคภูมิใจวิ่งพล่านไปทั่วร่างเล็ก คุณแบคฮยอนสูดกลิ่นหอมของร้านดอกไม้เข้าปอดจนสุด ภูมิใจตัวเองที่อดทนและพยายามจนถึงวันนี้ ภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของผู้ชายที่ดีที่สุดคนนี้ แบคฮยอนคิดไวทำไวเสมอ ร่างเล็กยืดตัวแตะริมฝีปากเข้ากับแนวกรามแกร่งแล้วก็ฉีกยิ้มกว้าง

 

          “ทำสัญญา” คุณหนูเอียงแก้มให้แฟนหน้าหล่อบ้าง ชานยอลประคองใบหน้าเล็กด้วยสองมือปัดจูบแผ่วเบาผ่านเพียงเรือนผมนุ่ม ไม่สนใจเสียงท้วงอื้ออ้าชายหนุ่มถอยห่างทันที

 

          “ได้เวลาปิดร้านแล้วครับ”

 

          “โกงกันเห็น ๆ อ่ะ” คนถูกกล่าวหาโบกดอกทานตะวันไปมาเป็นเชิงปฏิเสธ คุณหนูมองชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนกับกางเกงยีนส์แนบท่อนขาแข็งแรงแล้วก็กัดปากกลั้นยิ้ม

 

ปิดประเด็น แฟนหล่อ ให้อภัย T T

 

          “กลับกันเถอะครับ”

 

          “ให้เราซ้อนคุณเวสป้านะ”

 

          “แล้วรถคุณล่ะครับ” คุณหนูไม่คิดด้วยซ้ำตอนตอบ

 

“ทิ้งไว้นี่แหละ พรุ่งนี้ให้จงอินมาเอาไป” หากคุณแฟนคนดีก็ไม่ยอมเช่นกัน “ไม่ดีหรอกครับ เสี่ยงโดนขโมย อีกอย่างพรุ่งนี้ก็ต้องขับไปเรียนด้วย ขับกลับเถอะครับ”

 

“อยากซ้อนชานยอลกลับอ่ะ”

 

“เอาไว้วันหลังก็ได้นี่ครับ อยากนั่งรถเล่นวันไหนก็บอก ตอนนี้...คุณหนูมีสิทธิ์เรียกหาผมได้ตามต้องการแล้วนี่ครับ” แบคฮยอนปลื้มสุดจะปลื้ม ดีใจแบบมโหฬารมาก ๆ แต่ก็อดขัดหูกับคำบางคำไม่ได้

 

“ไม่เอา เราจะเป็นแฟน เราไม่เป็นคุณหนู ห้ามพูดเหมือนตัวเองต่ำต้อยกว่าอะไรแบบนั้นนะ ไม่ชอบเลย” ชานยอลไม่เถียงหากก็ไม่ได้ตอบรับ ชายหนุ่มพาคนตัวเล็กข้ามถนน ส่งถึงรถแล้วก็บอกเสียงนุ่ม

 

“ขับรถดี ๆ นะครับ”

 

หื่ออออ อยากได้กู๊ดไนท์คิสก่อนนอนแต่อดใจไว้ก่อนก็ได้!

 

 

 

 

 

 

“คุณแบคฮยอน”

 

“หือม์?”

 

“ผมต้องการสมาธินะครับ” คุณหนูใจหาย นิดหน่อย

 

“ขอโทษ เรากวนชานยอลหรือ?” แย่ละ แบคฮยอนเผลอคิดดังไปหรือยังไงกันหรือเผลอบอกรักซ้ำไปอีก ชานยอลก็นั่งอ่านหนังสืออยู่ตลอดนี่นา แบคฮยอนยังไม่พบคำตอบคนตัวโตก็เอื้อมมือมาหาแตะปลายนิ้วลงบนเปลือกตาบาง แบคฮยอนหลับตาปี๋

 

“ผมไม่มีสมาธิ” คนตัวเล็กยกหนังสือปิดปาก ช้อนตามองคนหล่อเหมือนสำนึกผิด แค่เหมือนนะ

 

“ถ้าไม่อยากให้มอง เรา ขอไปนั่งฝั่งนั้นได้ไหมอ่ะ” ชานยอลมองดวงตาที่โผล่พ้นขอบหนังสือขึ้นมา มองอยู่นานจนอีกคนเริ่มนั่งไม่ติด คุณแบคฮยอนเกือบจะเคี้ยวสันหนังสือแก้เขินอยู่แล้วตอนที่คนตัวโตกระตุกยิ้มส่งมาให้ ชานยอลตบเก้าอี้ข้างตัวบอกอย่างใจดี

 

“มาสิครับ”

 

แบคฮยอนก็ได้แต่ครวญในใจ คลานเข่าเข้าไปหาได้ไหมมมมมม

 

คุณหนูค่อยหย่อนตัวลงนั่งข้างคนตัวโต หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเขาต้องมานั่งแจงรายละเอียดที่เกิดขึ้นกับตัวเองอย่างละเอียดยิบ ก็ขอหน่อยเถอะ จีบนานนะกว่าจะได้มาเป็นแฟน พอใจตรงกันแล้วก็อยากให้รู้ว่าทำอะไรคุยอะไรมองกันด้วยสายตาแบบไหน เรื่องราวในชีวิตประจำวันที่หลายคนมองว่ามันเป็นแค่เรื่องธรรมดาสามัญ สำหรับแบคฮยอนแล้วพอมีชานยอลอยู่ด้วย แค่หายใจเข้าออกก็กลายเป็นเรื่องมหัศจรรย์แล้ว

 

เพราะฉะนั้น

 

วันนี้คุณแบคฮยอนจะฉายสารคดีชีวิตคู่รักทั้งวันเลย!

 

สิ่งที่อยากทำกับคุณแฟนมีมากมายในหัว ชนิดที่ว่าลิสต์ออกมาแล้วเวลาหนึ่งปียังไล่ไม่จบรายการ วันนี้เพิ่งวันแรกแบคฮยอนจะเริ่มเบาะ ๆ ด้วยการประกาศให้โลกรู้ว่าปาร์คชานยอลมีเจ้าของแล้ว มือเล็กวางลงบนโต๊ะค่อยเลื่อนจากหน้าหนังสือไปทางขวา คุณหนูไม่ยอมเงยหน้ามองดวงตาคมยามใช้นิ้วชี้เขี่ยนิ้วก้อยบนมือซ้ายของชานยอล เมื่อมือนั้นไม่ได้ขยับหนีแบคฮยอนก็เนียนเกี่ยวนิ้วอื่นมาด้วย

 

            ฮือออออออออ! ชานยอลบีบมือตอบทั้งที่ตายังอ่านหนังสืออ่ะ!

 

            แฟนคุณแบคฮยอนน่ารักขั้วโลกสะเทือน

 

“วันนี้ชานยอลต้องไปทำงานที่ร้านหนังสือหรือเปล่า?”

 

“ไปสิครับ” คนตอบไม่ได้เงยหน้าจากหนังสือแต่ไม่เป็นไรหรอกแบคฮยอนได้มืออุ่น ๆ มากุมแล้วนี่ คึ ๆ ๆ ฉากรักในฝัน นั่งอ่านหนังสือแล้วก็จับมือกับแฟนในห้องสมุด

 

“เราไปหานะ”

 

“ที่ร้านหรือครับ?” คุณหนูพยักหน้า

 

“เราจะไปขอบคุณผู้จัดการยูแจซอกกับหัวหน้าแผนกด้วยน่ะ ไปได้ไหม”

 

“ตามใจสิครับแต่ผมต้องทำงาน คงไม่ได้ดูแลนะ”

 

“ไม่เป็นไร เราจะไปซื้อของกับจงอินด้วยคงแวะไปตอนร้านใกล้จะปิด” เดี๋ยวก็ได้ดูแลกันทั้งชีวิต คืนนี้ยอมให้ทำงานก่อนก็ได้ คนหล่อไม่ว่าอะไรแบคฮยอนก็กลับมาสำรวจมือหนาต่อ นิ้วเรียวยาวข้อนิ้วแข็งแรงผิวตรงอุ้งมือหนาหยาบด้านในบางจุดแต่ให้ความรู้สึกอุ่นในอกได้อย่างแปลกประหลาด ปลายนิ้วสีชมพูไล้ไปตามก้านนิ้วยาว วางชีวิตในมือผู้ชายขยันจะชาตินี้หรือชาติหน้าก็ไม่มีทางอดตายหรอกแบคฮยอน

 

คุณบยอนพาดพิงถึงคำว่าอดตายประหนึ่งไม่ได้มีสินส่วนตัวหลายสิบล้านเหรียญกระนั้น

 

 

 

 

 

 

 

คุณชายคิมโดนตามตัวในเย็นวันนั้น เพื่อให้ได้ดั่งใจลูก(ผู้)พี่ไม่ว่ากำลังทำอะไรอยู่เขาต้องหยุดทันที ช้าไปเพียงห้านาทีสิบนาทีถ้าพี่ชายตัวร้ายโกรธรายนั้นจะทำให้เขาขนคอลุกวาบไปอีกเป็นเดือน ชายหนุ่มสบถใส่ท้ายรถคันหน้า อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอและอุบัติเหตุครั้งนี้ก็ทำให้เขาไปสายกว่าเวลานัดเกือบครึ่งชั่วโมง จงอินเคลื่อนรถเข้าไปเทียบทางเท้าหน้าโต๊ะประจำของพี่ชาย แบคฮยอนเงยหน้าจากหนังสือหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อจงอินเลื่อนกระจกลง

 

“รถเสยท้ายกันตรงหน้าห้าง ติดยาว” ถ้าเป็นแบคฮยอนคนก่อนจะไม่สนสาเหตุ ช้าก็คือช้าถือว่าเป็นความผิดแต่คนนี้แค่พยักหน้ารับแล้วก็เก็บของเข้ามานั่งในรถ บอกจุดหมายยิ้ม ๆ

 

“ไปหาของอร่อย ๆ กินกัน” จงอินลดโทรศัพท์ลง ตามตัวเขามาจากข้างนอกเพราะจะชวนไปกินข้าวแค่นั้นเรอะ

 

“แฟนไปไหนเสียแล้วล่ะ”

 

“ไปทำงานพิเศษ”

 

“อ๋อ แฟนไม่อยู่เลยมาชวนเรา”

 

“ของมันแน่ มีแฟนแล้วจะมากินข้าวกับน้องทำไม พี่น้องน่ะเจอกันบ้างพอให้หายคิดถึงก็พอ แต่คนเป็นแฟนอีกหน่อยต้องอยู่ด้วยกันทั้งชีวิตตอนนี้ต้องฝึกให้ชิน เจอกันให้บ่อยเข้าไว้ นายเองก็เหมือนกัน พักหลังมานี่แอบเอาเวลาไปให้คนอื่นนอกจากฉัน อย่าคิดว่าไม่รู้นะคิมจงอิน” คนเป็นน้องไหวไหล่ สิ่งที่แบคฮยอนพูดฟังผ่าน ๆ อาจเหมือนเห็นแก่ตัวแต่นั่นก็คือเรื่องจริงและความจริงของมนุษย์

 

“แบคฮยอนก็ยังเอาเวลาไปให้ไอ้ชานเลย” แบคฮยอนยิ้ม มองเสี้ยวหน้าคมเข้มก่อนจะเกลี่ยปลายนิ้วจัดปกเชิ้ตให้เบามือ

 

“พี่รักนายนะจงอินนี่ ในบรรดาทุกสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ นอกจากพ่อกับแม่แล้ว พี่รักนายที่สุดเลย” จงอินเหล่ตามองเรือนผมนุ่มที่ซบตรงต้นแขน แกล้งสะบัดพอให้รู้สึก

 

“แล้วไอ้ชานล่ะไม่รักหรือไง”

 

“รัก แต่พอดีจัดให้อยู่อีกโลกหนึ่ง” คุณหนูเฉลยแล้วก็หัวเราะร่า เด้งตัวกลับมาพิงเบาะตัวเอง “ไปทานข้าวกันก่อนเนาะ หิวแล้วล่ะ อยากทานซาชิมิเซ็ตใหญ่ ๆ นายอยากทานอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า”

 

“ซาชิมิก็ได้ โทรตามเซฮุนมาด้วยดีไหม”

 

“ตามมาสิ ทานข้าวเสร็จต้องไปซื้อของจะได้มีคนช่วยนายหิ้ว” โอเค โอเซฮุนมึงมารับกรรมร่วมกับกูเสียดี ๆ 

 

โอเซฮุนตอบรับคำชวนอย่างเต็มอกเต็มใจ ชายหนุ่มตรงไปรอสองพี่น้องที่ร้านอาหาร พอแบคฮยอนไปถึงก็โดนถามเรื่องชานยอลก่อนเป็นอย่างแรก คุณหนูตอบบ้างแกล้งคีบหนวดปลาหมึกยักษ์ยัดใส่ปากคนถามบ้าง จบมื้อนั้นด้วยราคาแพงลิบลิ่วแต่คุณแบคฮยอนก็วางการ์ดเลี้ยงพี่น้องได้สบาย ๆ ภารกิจของสองหนุ่มต่อจากนั้นคือการเดินตามคุณแบคฮยอนเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ หิ้วถุงกระดาษจากแบรนด์ดังที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ จนจงอินดักคอว่าระวังชานยอลเห็นราคาของแต่ละชิ้นแล้วจะตีตัวออกห่างคุณหนูถึงได้เพลามือลง

 

เป้าหมายที่แท้จริงของค่ำนี้อยู่ที่ร้านหนังสือตรงตึกสีเทา แบคฮยอนเดินเข้าประตูหน้าร้านมาพร้อมสองบอดี้การ์ดหน้าหล่อ ลำพังแค่คุณหนูตัวขาวคนเดียวก็เด่นมากพอแล้ว มีสองหนุ่มเดินขนาบทั้งพนักงานทั้งลูกค้าเลยมองกันเป็นตาเดียว คนตัวเล็กส่งยิ้มให้สตาฟที่รู้จักกัน แวะตรงเคาน์เตอร์ก็ได้เจอกับโบมี แบคฮยอนถามถึงผู้จัดการยูแจซอกหญิงสาวก็ละสายตาจากจงอินต่อสายภายในเช็คให้ แบคฮยอนเดินเลี่ยงมายืนหลบด้านข้าง รอไม่นานยูแจซอกก็เดินหน้าตื่นมาถึง

 

“คุณหนู โอ๊ะ คุณชายจงอินก็อยู่ด้วย ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ผมรับใช้”

 

“ผมแวะมาขอบคุณน่ะครับ ขอบคุณที่ดูแลมาตลอดนะครับผู้จัดการยู” เด็กหนุ่มว่าพลางหันไปหาลูกสมุนทั้งสอง เซฮุนจึงยื่นถุงที่ถือให้แบคฮยอน คุณหนูส่งของตอบแทนน้ำใจให้ผู้จัดการใหญ่ ยิ้มบอกเสียงอ่อน

 

“ของตอบแทนเล็ก ๆ น้อย ๆ ครับ”

 

“ที่จริงคุณหนูไม่ต้องลำบาก แต่ ก็ ขอบคุณมากครับ” ยูแจซอกโค้งให้อดีตพนักงานแบบไม่กลัวใครเห็น แบคฮยอนพูดคุยด้วยอีกสองสามประโยคถามเรื่องงานเสียส่วนใหญ่จากนั้นก็เอ่ยเป็นเชิงขอตัว พ้นหลังผู้จัดการยูไปแล้วทั้งสามคนก็เดินเลียบไปตามชั้นหนังสือ แบคฮยอนยังมีสองหนุ่มหน้าตาดีประกบซ้ายขวาเหมือนเดิม

 

“คุณแบคฮยอน” ยังไงล่ะ นึกถึงผีผีก็มา

 

แบคฮยอนหันกลับไปยิ้มรอคนทักเข้ามาใกล้ อ๊ะ ๆ อย่าคิดว่าเขายิ้มเพราะได้เจอเพื่อนเก่านะ ผิดถนัด  “อ้าว คุณจงอินก็อยู่ด้วย เห็นโบมีบอกว่ามาพบผู้จัดการหรือคะ?”

 

“ใช่ครับ ลูกค้าเยอะไหมวันนี้”

 

“ไม่ค่อยเท่าไหร่ค่ะ วันจันทร์คนน้อยเป็นปกติ” แบคฮยอนยิ้มตาใส แกล้งเนียนไม่แนะนำเซฮุนแม้ว่าอีกฝ่ายจะแสดงความสนใจชายหนุ่มอย่างโจ่งแจ้ง สุดท้ายปาร์คโชรงก็ค้อมศีรษะให้ชายหนุ่มเปิดทางการเจรจาก่อน

 

“คุณแบคฮยอนนี่มีแต่คนหน้าตาดีรายล้อมตลอดเลยนะคะ พวกผู้หญิงด้านหน้าอิจฉากันใหญ่ ตอนนี้คงเม้าท์ไปทั่วร้านแล้วว่าคุณแบคฮยอนควงหนุ่มหล่อมาร้าน”

 

เซฮุนยิ้มหล่อ ปากทักทายขาก็ก้าวเข้ามาร่วมวง

 

“โอเซฮุนครับ เพื่อนของคิมจงอิน”

 

“ปาร์คโชรงค่ะ ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องรู้จักชาน เอ่อ ปาร์คชานยอลด้วยสิคะ” เซฮุนชำเลืองมองลูกพี่โดยอัตโนมัติ กริยานั้นทำให้โชรงเม้มปากแน่น ตั้งแต่คืนวันศุกร์แล้ว ชานยอลลากแขนบยอนแบคฮยอนหายไปต่อหน้าต่อตาพวกหล่อน โชรงจะตามไปโบมีก็ลากทั้งหล่อนและฮิมชันขึ้นแท็กซี่ คนทั้งกลุ่มมึนเบลอกันจนมองอะไรง่ายไปหมด โชรงขัดใจไม่หาย วันนี้พอหล่อนเลียบ ๆ เคียง ๆ ถามชานยอลเขาก็บอกว่าคิมจงอินฝากแบคฮยอนไว้เขาจึงต้องพาคุณหนูไปส่งเอง โชรงโล่งใจได้ไม่ถึงสองชั่วโมงไอ้เด็กตัวร้ายก็โผล่มาอีก คิดว่ามันจะไปแล้วไปลับ ยังจะลอยหน้าเข้าประตูมาอีกทำไม!

 

“มาทำอะไรกันตรงนี้?” เสียงบุคคลที่ห้าแทรกขึ้นกลางสงครามเย็น โชรงวาดยิ้มหวานต้อนรับชานยอลด้วยการขยับหลีกทางให้ร่างสูงมายืนข้างตน แบคฮยอนมองหนุ่มหล่อสาวสวยโดยไม่พูด คุณหนูปล่อยให้จงอินกับเซฮุนทักทายชานยอลตามประสาเพื่อนสนิท ส่วนตัวเองเลี่ยงออกมาดูหนังสือรายการใหม่ รอไม่นานอีกสองหนุ่มก็เดินมาหา แบคฮยอนเห็นว่าใกล้เวลาปิดร้านแล้วจึงไล่ให้ทั้งคู่กลับไปก่อน

 

“แล้วแบคฮยอนจะกลับยังไง” แบคฮยอนหัวเราะทั้งที่ไม่มีเรื่องขำ

 

“กลับได้ก็แล้วกันน่า” ตบท้ายให้จงอินเอาของไปเก็บที่คอนโดให้เรียบร้อย รอจนทั้งสองพ้นประตูร้านจากนั้นก็โฉบไปทางหมวดหนังสือที่ใครบางคนรับผิดชอบ

 

พนักงานหนุ่มหล่อกำลังสำรวจความเรียบร้อยก่อนปิดร้าน เงยหน้ามาเจอดวงตาเรียวใสแจ๋วก็อดหัวเราะไม่ได้ แบคฮยอนลอยหน้าลอยตายิ้มเจ้าเล่ห์ ไม่พูดอะไรแต่ชี้ออกไปนอกร้านแทน เวลางานแบคฮยอนจะไม่รบกวน รอหลังเลิกงานก่อนเถอะ!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พนักงานกะค่ำเลิกงานเวลาเดิม เสียงพูดคุยหยอกล้อเล่นหัวดังเซ็งแซ่เหมือนตอนแบคฮยอนทำงานอยู่ เด็กหนุ่มลุกจากเก้าอี้ยาวที่ยึดไว้ระหว่างนั่งรอชานยอลเลิกงาน เดินเข้าไปในเขตหลังร้านในจังหวะที่ปาร์คโชรงกำลังผ่านประตูออกมาพอดี สาวสวยชะงักเมื่อเจอแบคฮยอนยืนยิ้มอยู่ ขณะที่โบมีร้องทักพร้อมเดินเข้ามาใกล้

 

“ยังไม่กลับอีกหรือคะคุณแบคฮยอน หรือว่ารอใครอยู่”

 

“ครับ รออยู่”

 

“รอพวกเราหรือเปล่าคะ แหม จะชวนไปดื่มหรือว่ายังไง” แบคฮยอนหัวเราะเสียงใส ท่าทีรื่นรมย์ขัดตาผู้หญิงบางคนเข้าเต็ม ๆ ปาร์คโชรงกระแทกลมหายใจ หล่อนไม่ชอบบยอนแบคฮยอนและรู้สึกไม่ดีทุกครั้งที่เห็นใบหน้าระรื่นนั่น ดวงตากลมโตมองย้อนไปด้านหลัง ชานยอลกำลังออกมาพร้อมฮิมชัน บ้าจัง หวังว่าไอ้เด็กนี่จะไม่ฉวยโอกาสชวนพวกหล่อนไปดื่มเพื่อหวังชวนชานยอลไปด้วยนะ โชรงจะหาข้ออ้างมาขวางมันทุกทางเลยคอยดู

 

“คุณแบคฮยอน! ดีใจจังเลยครับที่เจอ นึกว่ากลับไปแล้วเสียอีก เมื่อกี้ผมคุยกับหัวหน้าแผนกอยู่เลยไม่ได้ออกไปหา” ฮิมชันเนียนประหนึ่งแบคฮยอนมาเพื่อพบเจ้าตัวโดยเฉพาะ คุณหนูเองก็ไม่ถือสา ตอนนี้เขามีความสุขจนอะไรก็หยุดไม่ได้แล้ว

 

“ไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้ก็ได้เจอแล้วไง”

 

“ฮิมชันน่าจะดีใจนะ คุณแบคฮยอนอุตส่าห์อยู่รอเจอ” ปาร์คโชรงว่ากึ่งเล่นกึ่งจริง ไม่ลืมตบไหล่ฮิมชันเบา ๆ ชายหนุ่มฉีกยิ้มกว้าง “แล้วนี่ยังไม่บอกเราเลยว่ารอพวกเราทำไมคะ จะชวนไปไหนหรือเปล่า”

 

“อ๋อ เปล่าครับ ผมรอชานอยู่”

 

“ชาน? อ๋อ รอชานยอลหรือคะ” โบมีทวนเสียงสูงแล้วก็เข้าใจอย่างรวดเร็ว หญิงสาวไม่เห็นเป็นเรื่องแปลกเพราะเข้าใจว่าทั้งสองสนิทกันมาก่อน หากก็อดชำเลืองมองหน้าเพื่อนสาวไม่ได้ โชรงยังยิ้มหวานแม้ว่าจะมีคนน่ารักมารอกลับบ้านพร้อมแฟนตัวเองอย่างนั้นหรือ?

 

“นึกว่าคุณแบคฮยอนกลับไปกับสองคนที่มาด้วยกันเสียอีกค่ะ” ปาร์คโชรงว่า ดวงตาเป็นประกาย แบคฮยอนตอบเพียงแค่รอยยิ้มบาง คุณหนูรอจนคนตัวโตเดินออกมาจากประตูหลังตึก ดวงตาเรียวเล็กมองชานยอลเป็นเชิงขอความเห็น ไม่ต้องมีคำพูดสาธยายชานยอลก็บอกลาเพื่อนร่วมงานสั้น ๆ

 

“ไปนะ”

 

“จะไปไหนกันเหรอคะ อุ๊ย ฉันไม่ควรถามใช่ไหม” สาวสวยยกมือปิดปากทำตาโต แบคฮยอนไม่ว่าอะไรเขาเต็มใจตอบเลยล่ะ

 

“ไม่ได้ไปไหนหรอกครับ เรากำลังจะกลับบ้าน”

 

“ชานยอลเลยกลายเป็นสารถีให้คุณแบคฮยอนไปเสียแล้ว”

 

“ใช่ครับ บอกเองด้วยนะครับว่าเรียกได้ทุกเวลาที่ต้องการ...เนาะ...” คำหลังแบคฮยอนหันไปยิ้มถามคนตัวโตชานยอลก็รับคำไม่อิดเอื้อน

 

ไม่มีใครไม่รู้ว่าชานยอลผู้สันโดษรักและหวงรถเวสป้าคันนั้น

 

ข่าวว่าเขาไม่เคยให้ใครซ้อนท้ายยังพูดกันวันต่อวันในบรรดาพนักงานทั้งร้านด้วยซ้ำ พอรู้ว่าชายหนุ่มเสนอให้แบคฮยอนเช่นนั้นคนที่เหลือก็เอะใจขึ้นมาทันที ปาร์คโชรงกัดฟันมองภาพนั้นเขม็ง คราวนี้โบมีอดใจไม่ไหวต้องพูดออกไป

 

“ฟังดู ค่อนข้างจะ เอ่อ พิเศษจังเลยนะคะ” คุณหนูสบตากับคนข้างตัวราวกับจะขอความคิดเห็น เมื่อชานยอลยิ้มให้แบคฮยอนก็ไม่มีสิ่งใดต้องเกรงใจ

 

“ไม่ได้พิเศษอะไรหรอกครับก็ปกติของคนคบกัน”

 

“อ๋อ คบกันนั่นเอง”

 

 

 

“............”

 

 

 

“ห๊าาา! คบกัน!” โบมีกับฮิมชันตะเบ็งเสียงออกมาพร้อมกัน เมื่อชานยอลไม่ปฏิเสธซ้ำยังแตะแผ่นหลังเล็กชักชวนให้ออกเดิน โบมีก็หันมาถามปาร์คโชรงเสียงเข้ม

 

“หมายความว่ายังไงโชรง ชานยอลกับเธอไม่ได้คบกันอยู่หรอกหรือ”

 

“เงียบน่าโบมี”

 

“แต่เธอบอกฉันกับนาอึนว่ากำลังคบกับชานยอลอยู่!” ชานยอลหยุดฝีเท้า ชายหนุ่มหันกลับมามองพร้อมกับที่คนอื่น ๆ ก็มองปาร์คโชรงเป็นตาเดียว หญิงสาวกัดปากหน้าซีด เถียงเสียงสั่น

 

“เพ้อเจ้อแล้วโบมี! ฉันพูดเมื่อไหร่กัน”

 

“อ้าว ไหงพูดงี้ล่ะ ก็งานเลี้ยงคราวก่อนเธอมาเล่าให้พวกฉันฟังว่าสารภาพรักกับชานยอลแล้วก็ตกลงไปเดทกัน ฉันล้อแต่ละทีเธอยังหน้าแดงห้ามไม่ให้ฉันพูดเลย”

 

“ฉันไม่ได้พูดแบบนั้น เธอเข้าใจผิดไปเองแล้ว”

 

“เอ๊ะ! ปาร์คโชรง เธอนี่...” ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ปาร์คโชรงคงโดนแฉจนอกแตกตายเพราะความอับอาย ในฐานะนายเอกผู้แสนอ่อนโยน แบคฮยอนคงไม่สามารถมองข้ามจุดนี้ไปได้ เด็กหนุ่มก้าวเข้าหาโบมีปลอบเสียงนุ่ม

 

“โบมีใจเย็นก่อนครับ คืนนั้นพวกเราดื่มกันหนัก อาจจะมึนเลยทำให้เข้าใจผิดกันได้ง่าย อย่าเก็บมาเป็นอารมณ์เลยนะครับ”

 

“ใช่ค่ะ คืนนั้นพวกเรามึนแต่โชรงก็ไม่น่าจะมึนมาจนถึงวันนี้” โบมีว่าเสียงขุ่น บอกลาแบคฮยอนแล้วก็ดึงแขนนาอึนผละไปโดยไม่สนใจปาร์คโชรงอีก

 

เหลือกันแค่ไม่กี่คน แบคฮยอนก็ชวนคุณแฟนกลับบ้านเป็นทางออก ชานยอลมองปาร์คโชรงเพียงชั่วลมหายใจเดียวชายหนุ่มก็กุมมือแบคฮยอนจับจูงให้เดินตามไปถึงรถ แบคฮยอนยืนสงบเสงี่ยมรอคุณแฟนสวมหมวกกันน็อคให้เหมือนคืนก่อน ร่างเล็กกอดเอวหนาซบใบหน้ากับแผ่นหลังกว้าง

 

สายลมเย็นพัดผ่านผิวกายนำความรู้สึกสดชื่นมาให้

 

คุณแบคฮยอนไม่ลืมที่จะหันไปวาดยิ้มหวานให้ปาร์คโชรง

 

กู่ด นายยยยยยยท์!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“น่าสงสารนะ”

 

“ครับ?”

 

“คุณโชรง คิดไปแล้วก็น่าสงสาร”

 

“ครับ”

 

“ผู้หญิงคนนั้นชอบชานยอลมาก” เริ่มประเด็นขึ้นมาแล้วก็เงียบไปเสียเอง ชานยอลไม่ได้ตอบคำถามสุดท้ายเพราะแบคฮยอนก็รู้อยู่แล้ว ชายหนุ่มรออยู่นานคนช่างพูดก็ไม่ยอมต่อคำ เขาหันกลับไปมองก็เจอเพียงหมวกกันน็อคคนตัวเล็กก้มหน้าต่ำ สองแขนที่เคยโอบรัดแนบแน่นคลายออก

 

“คุณแบคฮยอน...” คุณหนูไม่ตอบ อยู่ในอาการเดิมจนเกือบถึงบ้าน ชานยอลมองป้ายบอกทางก่อนจะบังคับรถแยกไปอีกทางหนึ่ง กว่าจะรู้ว่าคนขับรถไม่ได้พากลับบ้านแบคฮยอนก็เห็นแม่น้ำสายใหญ่กับดวงไฟสีเหลืองอ่อนเรียงเป็นแถวอยู่ตรงหน้าแล้ว เท้าเล็กเหยียบลงบนผืนหญ้าสีเขียวเข้ม ดวงตาเรียวมองชานยอลด้วยความไม่เข้าใจ ชายหนุ่มนั่งบนเบาะกลับตัวหันหน้ารับลมจากแม่น้ำ มือข้างหนึ่งพักไว้ตรงคันเร่งอีกข้างดึงแบคฮยอนมานั่งข้างกัน

 

คุณหนูตัวขาวเชื่อฟังอย่างดี ชานยอลพาให้นั่งก็นั่งจากนั้นก็เงียบต่อ ชานยอลไม่ใช่คนช่างพูดนักปกติตอนอยู่กับแบคฮยอนเขามักเป็นคนฟังเสียส่วนใหญ่ เรื่องที่คุณแบคฮยอนสรรหามาคุยนั้นน่าสนใจพอกับความน่ารักของคนเล่าที่น่ามองไม่แพ้กัน ทุกครั้งที่มองหาชานยอลมักได้พบกับรอยยิ้มสดใสและวาจาน่าฟัง ก่อนหน้านี้เขาไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเอง ไม่ได้รู้เลยว่าแบคฮยอนรอคอยหัวใจเขามาตั้งแต่ต้น เขาตีความสิ่งดี ๆ ที่ได้รับว่าคือมิตรภาพแต่ก็เป็นตัวเขาเองที่คิดเกินกว่าเพื่อน เมื่อรู้หัวใจตัวเองเขายังขี้ขลาดไม่กล้ายอมรับทั้งยังไม่กล้าปล่อยมือ สุดท้ายชานยอลก็พ่ายแพ้ให้กับความกล้าหาญของคุณแบคฮยอน ยอมแพ้ให้กับความต้องการของตัวเอง

 

ดวงตาคมมองในความเงียบ แบคฮยอนที่ต่างกับเขาราวฟ้ากับดิน แบคฮยอนที่สารภาพความในใจและร้องขอไมตรีจากเขา คุณหนูผู้สูงส่งที่ปฏิบัติราวกับชานยอลคือผู้กุมชะตาชีวิต ทั้งที่ชานยอลไม่มีอะไรคู่ควรเลยแต่คุณแบคฮยอนกลับมองว่าเขามีค่าเสียหนักหนา ชานยอลจะตอบแทนหัวใจนี้อย่างไรดี

 

“คุณแบคฮยอน” เจ้าของชื่อไม่ยอมหันมา แบคฮยอนในตอนนี้ไม่มีรอยยิ้มน่ารักให้ชานยอล ชายหนุ่มแปลกใจกับความรู้สึกในอก เขาใจหายเพียงแค่เรียกแล้วแบคฮยอนเมินเฉย

 

“คุณหนูครับ” และแค่คุณหนูตวัดตามองเขาก็ยิ้มออก

 

“บอกแล้วว่าไม่ให้เรียกคุณหนู” เสียงใสเง้างอด จะว่าขุ่นก็ไม่จริงจังนัก ชานยอลรวบรวมความกล้าขยับเข้าไปใกล้

 

“โกรธอะไรผมหรือเปล่าครับ”

 

“เปล่า ไม่ได้โกรธ”

 

“ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่พูดกับผมเลย”

 

“ไม่รู้สิ พูดมากก็กลัวคนฟังจะรำคาญ”

 

“แต่ผมชอบนะครับ...” ดวงตาคู่เรียวเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ชานยอลอนุญาตให้ตัวเองแตะเพียงข้างแก้มใส เฉียดมุมปากบางไปไม่กี่เซนติเมตร “ผมชอบฟังเวลาคุณแบคฮยอนพูด พูดมาเถอะครับ เรื่องอะไรผมก็จะฟัง” คุณแบคฮยอนสะบัดหน้ากลับไปอีกแล้ว ท่าทางเหมือนผิดหวังแต่พักเดียวก็ยอมหันมามองชานยอลอีกครั้ง

 

เอา งอนเองหายเองนะ

 

“ชานยอลรู้สึกยังไงตอนคุณโชรงสารภาพรัก?” ชายหนุ่มเม้มปากเข้าหากัน มันดูไม่ดีถ้าจะเอาเรื่องของสุภาพสตรีมาเล่าต่อ เขาไม่เคยคิดอยากทำทว่าคราวนี้มันคือความสบายใจของคุณแบคฮยอน ชานยอลคงต้องยอมสักครั้ง

 

“ผมรู้สึกดี” คุณหนูของเขาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

 

“ทำไม?”

 

“เวลาได้รับความรักความสนใจจากคนอื่นก็ต้องรู้สึกดีเป็นธรรมดาไม่ใช่หรือครับ ถึงผมไม่สามารถตอบรับความรู้สึกนั้นได้ ผมก็รู้สึกขอบคุณที่พวกเค้ามองว่าผมดีพอจะรัก”

 

“แล้วทำไมไม่รับรักเค้าล่ะ ปฏิเสธทำไม”

 

“เพราะเค้าไม่ใช่คุณแบคฮยอน” คุณแบคฮยอนชะงักกึก กลีบปากบางที่ยื่นออกเริ่มเก็บตัวเองกลายเป็นอาการกลั้นยิ้ม ชานยอลนั่งมองเพลินพอหางตาเรียววาดมองมาชายหนุ่มก็เลิกคิ้วรับ

 

“เป็นคุณแบคฮยอนแล้วยังไง?”

 

“เป็นคุณแบคฮยอนแล้วผมปฏิเสธไม่ได้”

 

“ทำไม”

 

“ไม่รู้ครับ” คุณหนูเหมือนไม่พอใจในคำถามแต่ก็คงอายเกินกว่าจะวิเคราะห์เจาะลึก ชานยอลเห็นว่าผิวแก้มเนียนเริ่มจับสีเข้มเหมือนกลีบปากบาง ๆ นั่นแล้ว คุณหนูบีบมือเข้าหากัน ขยับปากสองสามทีก่อนจะยอมเปล่งเสียงถาม “แล้วถ้ามีคนอื่นมาชอบชานยอลอีกล่ะ?”

 

“ผมก็จะปฏิเสธไปเหมือนเดิม”

 

“ถ้าเค้าน่ารัก นิสัยดี มีน้ำใจ ไม่ขี้งอน ไม่เอาแต่ใจ ไม่ทำให้ชานยอลต้องเหนื่อยเหมือนเรา ชานยอลจะชอบเค้าไหม?” ชานยอลดึงร่างเล็กเข้ามาใกล้ คุณหนูที่ยืนอยู่บนพื้นหญ้าและเขาที่นั่งบนรถ ชานยอลสบตาคู่เรียวโดยไม่ยอมให้อีกฝ่ายเมินหลบ คุณหนูที่เคยร่าเริงสดใส มั่นใจไปเสียทุกคำพูดตอนนี้กำลังมองเขาด้วยดวงตาสั่นระริก กลีบปากบางเผยออยู่ตรงหน้าหากชานยอลอนุญาตให้ตัวเองทำเพียงแค่จับมือบางเท่านั้น

 

“ทำไมถึงอยากรู้นักล่ะครับ”

 

“เราอยากรู้ ถ้าเรานิสัยไม่ดี ไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น อีกหน่อยชานยอลจะเกลียดเราไหม” ชานยอลทนไม่ไหว เขาจับมือบางขึ้น แนบริมฝีปากประทับจูบลึกซึ้งแล้วก็เป็นแบคฮยอนเองที่เสนออ้อมกอดให้อย่างเต็มใจ ร่างเล็กเบียดเข้าหาอกกว้าง ส่งเสียงครางอย่างเป็นสุขเมื่อได้รับอ้อมกอดอบอุ่นกลับคืน แว่วเสียงทุ้มกระซิบชิดใกล้

 

“ผมจะไม่เกลียดคุณแบคฮยอนและผมก็จะไม่สนใจใครเพราะเค้าไม่ใช่คุณหนูของผม” คุณหนูแทบจะกู่ร้องให้สะเทือนไปถึงดวงดาว แบคฮยอนมั่นใจตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นหน้าชานยอลแล้วว่าแบคฮยอนจะต้องมีความสุข มีความสุขกับผู้ชายคนนี้ ตอนนี้แบคฮยอนมีความสุขมากจนคิดว่าเขาอาจจะลอยล่องไปบนฟ้าได้ ถ้าชานยอลไม่กอดเอาไว้แน๊นแน่นแบบนี้อ่ะนะ

 

 

ฉากสารภาพความในใจริมแม่น้ำสายใหญ่ ลมเย็นพัดโชย คุณแฟนนั่งพาดขาสบาย ๆ ไปกับพื้นหญ้า เรือนผมสีเข้มพลิ้วไปตามแรงลม ชานยอลหล่อถึงขั้นอวสานจักรภพและแบคฮยอนก็มีความสุขอยู่ในอ้อมกอดอบอุ่น

 

 

แต่ทำไม...

 

 

ทำไมคุณแบคฮยอนถึงลืมถอดหมวกกันน็อค!

 

 

            มันไม่น่ารักอ๊าาาาา!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

#lovelycb


 

The Happy Ending The Happy Ending The Happy Ending The Happy Ending The Happy Ending



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 325 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,829 ความคิดเห็น

  1. #5828 Pinkkaboo (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 20:39
    แงงงงงงงงงน่ารักอ่าาาา!!!
    #5,828
    0
  2. #5803 BangJae_ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 18:45
    โว้ยยย5555555
    #5,803
    0
  3. #5801 EATWELL (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 20:33

    แงงงเอ็นดูไม่ไหวฮือ

    #5,801
    0
  4. #5785 bwithdekd (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 22:32
    เอ็นดูคุณหนู5555 ถ้าถอดหมวกแล้วพี่ชานอาจจะทนไม่ไหวจนต้องจูบเลยก็ได้นะคะ555555
    #5,785
    0
  5. #5768 YunewG (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:37

    โง้ยยยยย คุณหนูลืมถอดหมวกกันน็อก​55555555 เอ็นดู แงงงง คุณพระเอกแสนอบอุ่น กว่าจะรู้ความรู้สึกอีกฝ่าย เกือบแล้ว น่ารักมากๆ
    #5,768
    0
  6. #5732 pbcy (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 16:25
    แงงงงงงง น่ารักมากคะบบบ คุณหนูแบคฮยอนน่ารักมาจริงๆ เอ็นดูทุกอย่างง พิชานยอลก็แสนดีจริงๆสมแล้วที่คุณหนูอวยเยอะอวยแยะ สนุกมากคับคุมไรท์
    #5,732
    0
  7. #5701 Beeyourbear (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 12:39
    พึ่งเจอเรื่องนี้เมื่อคืนคือชอบมากอ่านจนจบเลยรวดเดียว ไม่นอน555555สนุกมากๆค่ะชอบมาก มันน่ารักมันละมุนฮือไม่ทันเล่มเลย อยากอ่านต่อจะมีe-bookมั้ยคะTT ขอบคุณที่แบ่งปันนิยายดีๆแบบนี้นะคะ จะติดตามผลงานต่อๆไปน้า
    #5,701
    0
  8. #5675 chonticha39444 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 01:28

    น่ารั๊กกกน่ารักกกก
    #5,675
    0
  9. #5673 Okoy up (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 23:49
    น้อง เพี้ยนได้ใจคนอ่านจริงๆ
    #5,673
    0
  10. #5652 areenachesani (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 22:27
    น่าร้ากกก
    #5,652
    0
  11. #5620 kimtimee (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 03:02
    สนุกมากกกก เราเพิ่งได้อ่านนน เราจะตามอ่านฟิคทุกเรื่องเลย

    ขอบคุนที่แต่งฟิคสนุกดีๆๆแบบนี้นะคะ
    #5,620
    0
  12. #5603 Mookateam (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 21 กันยายน 2561 / 21:26
    เย้!!!แฮปปี้!!! สนุกมากเลยค่ะชอบความสัมพันธ์ที่ค่อยเป็นค่อยไปแบบนี้มากกกกกก
    #5,603
    0
  13. #5598 sevensiszl (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 02:12
    รักกันซักทีน้าาาา
    #5,598
    0
  14. #5595 fourfivesix (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 19:06
    น่ารักมากกกกกกกกกกกกกก ฮืออออออออ
    #5,595
    0
  15. #5574 MManatsawan (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 13:25
    จบแล้วววววว กว่าจะรักกันได้ แฮ๊ปปี้ 55555
    #5,574
    0
  16. #5565 hunhun (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 23:01

    โอ๊ยยยยยยยยังจะห่วงหมวกแต่เขินไม่ไหวแล้ววววกรี๊ดดดดดดดดดด

    #5,565
    0
  17. #5538 ying- (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 23:00
    คุณหนูของชานยอลลลลㅠㅠ
    #5,538
    0
  18. #5529 kmxiioxe_ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 16:01
    น่ารักกกกก รักกันไปนานๆน้า ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆให้อ่านค่ะ คุณหนูน่าร้ากมาก ยังชอบตอนที่กลัวเชื้อโรคอยู่เลย เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆ
    #5,529
    0
  19. #5517 lp_punch (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 12:55
    แงงงงงงจบน่ารักมากเลย ฮือออออ
    #5,517
    0
  20. #5496 ฝนดาวตก☆ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 21:37

    อ่านรวดเดียวจบเลย

    คุณแบคฮยอนกับชานยอลคนจนน่ารักจังค่ะ ><

    ตามมาอ่านเรื่องนี้เพราะเห็นเค้ารีวิวฟิคชานแบคกัน

    ดีใจที่ตามมาอ่าน

    ขอบคุณที่แต่งเรื่องน่ารักๆแบบนี้นะคะ ^^

    #5,496
    0
  21. #5494 *HIMAKI (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 19:11
    โอ้ยยยขำคุณแบคฮยอน จบได้น่ารักมาก555555
    #5,494
    0
  22. #5493 cuttt (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 01:00
    อ่านเพลินรู้ตัวอีกทีเอ้าตอบจบแล้วหรอ5555พึ่งมาเจอฟิคเรื่องนี้ไรท์บรรยายได้ดีงามมากชอบคาเรกเตอร์ตัวละครทุกตัวเลยเนื้อเรื่องก็ดีโคตรๆมันน่าเบื่อเลยขอบคุณไรท์นะคะที่เขียนฟิคดีๆให้ได้อ่านกันเยิฟ
    #5,493
    0
  23. #5440 Pinkuplatong (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 00:13
    ตลกแบค คือหายงอนเร็วมาก คือพอเค้าขอโทษแล้วบอกไม่ได้คบกับโชรง อารมเปลี่ยนเลย ทั้งที่คนอ่านน้ำตายังไม่แห้งเล้ย ไม่คุ้มกับน้ำตาที่ร้องแทนเลย555555 แต่น่ารักสมกับคุนหนูดี ยอมเขาตั้งแต่หน้าประตู น่ารัก
    #5,440
    0
  24. #5378 blackunicorn2 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 00:27
    ชอบมากเลย เป็นความรูเสึกดีที่ค่อยเป็นค่อยไปทั้งมีความสุขแต่ถึงจะมีน้ำะาบ้างก็ยังดีมากกว่าอยู่ดี อบอุ่นใจจังเลยเมืือไหร่ชานของเราจะกล้ากับคุณหนูเยอะๆนะ แต่นี่ก็น่ารักสุดๆแล้ว
    #5,378
    0
  25. #5366 Intelligence- (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 16:02
    งื้ออออออออออ น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก >< คุณหนูแบคฮยอนน่ารักอ่ะ 55555555 ชอบเรื่องนี้ ชอบความเป็นคุณหนูแบคฮยอนที่น่ารักแบบใสๆ(?) ชอบปาร์คชานยอลคนหล่อ(?) ชอบๆๆๆๆ 55555555555
    #5,366
    0