(END) Lovely you เธอน่ารัก ::: ChanBaek

ตอนที่ 3 : Lovely you : เธอน่ารัก ตอนสาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,792
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 307 ครั้ง
    22 พ.ย. 58

















            ยามเช้า

 

ห้องนอนของคุณชายจงอินคือเขตหวงห้าม ไม่ว่าใครก็ห้ามละเมิดกฎนี้ ห้ามทำเสียงดังหน้าห้อง ข้างห้อง หลังห้อง ห้ามทุกจุดที่จะทำให้เสียงลอยเข้าไปรบกวนการพักผ่อนของคุณชาย เด็กรับใช้ที่ถูกเชิญออกรายล่าสุดคือตัวอย่าง แค่ทำของตกตรงทางเดินหน้าห้องก็ไม่มีโอกาสแก้ตัวแล้ว กิตติศัพท์ความร้ายในยามเช้าของคุณชายคนเล็กดังพอ ๆ กับความขี้เล่นในยามปกติ ทุกชีวิตในบ้านไม่เว้นแม้แต่ท่านประมุขจะต้องจำใส่ใจ

 

ทว่าเช้าวันนี้ กลับมีเสียงทุบปัง ๆ ๆ ลอยลงมาจากชั้นบน

 

เด็กรับใช้คนใหม่วิ่งหน้าตาตื่นเข้าไปรายงานหัวหน้าแม่บ้านว่ามีคนแปลกหน้าบุกเข้ามาต้องการจะพบคุณชายให้ได้ ความโกลาหลย่อม ๆ เกิดขึ้นเพราะทั้งแม่บ้าน เด็กรับใช้ คนสวน พากันแห่แหนวิ่งขึ้นบันไดหมายจะยับยั้งการบุกรุกที่จะทำให้พวกตนพลอยฟ้าพลอยฝนไปด้วย คุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าหมายความว่าคนที่พอจะปรามโทสะคุณชายได้ไม่อยู่บ้านสักคน เกิดอะไรขึ้นก็ซวยกันยกครัว

 

“เปิดประตูเดี๋ยวนี้!” คำสั่งนั้นดังขึ้นหลังจากเจ้าของเสียงทุบบานประตูมาได้อึดใจ วูบแรกหัวหน้าแม่บ้านนึกว่าเป็นคู่ควงคนใดคนหนึ่งของคุณชายเล็กแต่พอได้เห็นเต็มตาเท่านั้น หญิงสูงวัยถึงกับเบรกจนตัวโก่ง กลับตัววิ่งลงบันไดมาก่อนเพื่อน ตามด้วยคนสวน มีเพียงเด็กรับใช้คนใหม่ที่ไม่รู้เรื่องราวเห็นพวกผู้ใหญ่วิ่งก็วิ่งตาม

 

“คุณแม่บ้าน! เกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมไม่เข้าไปห้าม”

 

“ห้ามอะไรล่ะ หล่อนนี่นะ เกือบทำเรื่องให้เราถูกไล่ออกเสียแล้ว ทำไมไม่บอกว่าคนที่มาคือคุณแบคฮยอน” เข้าเขตห้องครัวได้ก็หยุดหอบ เด็กสาวมองหน้าคุณแม่บ้าน ไม่ได้เข้าใจอะไรดีขึ้นเลย “คุณคนนั้นคือคุณแบคฮยอนหรือคะ แล้วทำไมคะ คุณแบคฮยอนเป็นใคร แล้วคุณแบคฮยอนต่างจากแฟนคนอื่นตรงไหน”

 

“ไม่ใช่แฟนย่ะ เธอเป็นญาติผู้พี่ของคุณชาย”

 

“แล้วยังไงคะ?”

 

“จะแล้วยังไงล่ะ ก็...”

 

ขณะที่ในครัวกำลังเพิ่งความรู้ให้เด็กใหม่ ชั้นบนคุณชายจงอินกำลังโมโหสุดขีด ชายหนุ่มสบถดัง ๆ ผมเผ้ายุ่งไม่เป็นทรง หน้าตายับพอกับผ้าปูเตียงที่ลุกจากมา จงอินคลับคล้ายคลับคลาว่าได้ยินเสียงลอยมาจากที่ไกล ๆ สุดท้ายที่ทำให้ต้องลืมตาตื่นคือเสียงกระหน่ำทุบประตูห้อง ชายหนุ่มกระแทกเท้าปึงปังหมายใจจะตะคอกใส่คนที่บังอาจมารบกวนการพักผ่อนของตน แต่เพียงแค่ได้ยินเสียงคลายล็อก ประตูก็ถูกกระชากจากคนที่อยู่อีกด้าน ร่างสูงเซไปข้างหน้า เซเข้าไปหาสองมือที่พุ่งใส่คอเสื้อนอนเขาหมับ!

 

“คิมจงอิน! ไอ้น้องเลว! แกหลอกฉัน!

 

“อ๊อก! ดะ เดี๋ยว แบคฮยอน...”

 

“แกทำแบบนี้กับฉันได้ยังไงหา! ทำได้ยังไง!” จงอินสำลักอากาศจนไอโขลก ทั้งที่ตัวโตกว่าแต่ชายหนุ่มกลับถูกลูก(ผู้)พี่ลากมาทุ่มใส่เตียงอย่างไร้ทางสู้สุด ๆ แบคฮยอนกำเส้นผมดกหนาทึ้งสามสี่ทีติด จับหมอนใบใหญ่ทุบซ้ำลงไปอีกหลายครั้ง สาแก่ใจแล้วก็ตบท่าฟอร์แฮนด์เข้ากับหน้าผากกว้างดังเพี๊ยะ จงอินเพิ่งมีจังหวะลุกขึ้นนั่งถึงกับหงายผึงลงไปอีก มึนงงกึ่ง ๆ จะขาดสติฟังเสียงแหบสั่นตวาดใส่ไม่หยุด

 

“คุณอาทั้งสอง ญาติพี่น้องของเรา ทุกคนต่างขอให้แกดูแลเทคแคร์ฉัน แกไม่เคยจำเลยหรือไง กล้าดียังไง กล้าดียังไงถึงมาโกหกพี่คนนี้ ไอ้ลูกหมาตกถังสี เจ็บตัวซะเถอะแก!

 

“โอ๊ย! เดี๋ยว แบคฮยอน ผมไปโกหกพี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ บอกให้รู้ก่อนได้ไหม”

 

“บอกได้แต่ขอตบก่อน!

 

“เฮ้ย ผมไม่รู้เรื่องจริงๆ นะ โอ๊ย!...” โดนไปอีกหมัด ป่วยการจะทัดทาน โกรธจนไม่สนใจชาวบ้านแล้วก็ไม่ฟังใครจัดว่าอยู่ในระดับซี ต้องปล่อยให้คุณแบคฮยอนระบายจนพอใจ จงอินถดตัวไปจนสุดขอบเตียง กอดหมอนข้าง มองพายุดีเปรสชั่นลูกย่อมค่อยอ่อนกำลังลง ตราบจนแบคฮยอนกระแทกตัวลงนั่งบนเตียงนั่นแหละ คนเป็นน้องถึงค่อยกล้าคลานเข่าเข้าหา

 

“แบคฮยอน มันเรื่อง...อะไรกันหรือ?” คุณชายคิมชะงักกลางทางเมื่อพี่ชายตวัดขาขึ้นมานั่งขัดสมาธิ รอจนไม่มีดีเปรสชั่นรีเทิร์นแน่แล้วจึงขยับเข้ามาใกล้ จับ ๆ บีบ ๆ ไปตามแขนอวบขาว กล้ามากขึ้นก็วางคางไว้กับไหล่เล็ก

 

“เอาหน้าไปห่าง ๆ เหม็นขี้ฟัน”

 

“แบคฮยอน ผมไม่เคยโกหกแบคฮยอนนะ สาบานได้” แบคฮยอนทำเสียงขึ้นจมูก ไม่ผลักหน้าคนน้องออกจากไหล่ก็แสดงว่าดับพายุในอกได้แล้ว จงอินเกลือกใบหน้าไปมา

 

“แบคฮยอนไม่พูดแล้วผมจะรู้ความผิดตัวเองได้ยังไงเนี่ย” ชายหนุ่มงงจนเดาที่มาของเรื่องไม่ออก คิดแล้วคิดอีกก็จำไม่ได้ว่าเคยโกหกพี่ชายตอนไหน ไม่นะ เรื่องคอขาดบาดตายขนาดนี้เขาไม่มีทางพลาดแน่นอน แบคฮยอนน่ะร้ายกาจเกินหน้าตามาตั้งแต่จงอินจำความได้ ความน่ารักที่พวกผู้ใหญ่เอ็นดูนั้นเป็นเพียงภาคหนึ่งยามอารมณ์ดี ลองมาเจอภาคร้ายแบบที่เขาเจอบ่อย ๆ สิ รับรองว่าจะไม่มีใครกล้าขัดใจไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ จงอินไม่มีทางโกหกแน่นอนเพราะรู้ดีว่าถ้าแบคฮยอนจับได้ขึ้นมาผลลัพธ์มันชวนสยองแค่ไหน ถ้าเรื่องไหนพูดไม่ได้เขาก็มักจะเลี่ยงไม่เอ่ยถึงเสีย เป็นแบบนี้มาตลอดก็ไม่เคยมีปัญหา แล้วคราวนี้ปัญหามันมาได้ยังไงวะ

 

อืม ช่วงนี้มีเรื่องไหนบ้างที่พวกเขาคุยกัน

 

“เรื่องไอ้ชานหรือ?”

 

“อย่ามาเรียกไอ้นะ” โอเคว่าใช่

 

“ถ้าเป็นเรื่องชานยอล ผมไม่เคยโกหกนะ” จะมีก็แต่ข่าวร้ายที่ยังไม่ได้พูดถึงเพราะเพิ่งรู้มาจากเจ้าตัวนี่แหละ หรือพี่ชายเขาจะรู้มาจากคนอื่นแล้ว “แบคฮยอนไปรู้อะไรมา?”

 

“มีคนบอกฉันว่าปาร์คชานยอลมีแฟนแล้ว”

 

“เฮ้ย! จริงดิ” ความเงียบคือคำตอบ จงอินมองมือที่กำเข้าหากันแน่นแล้วก็สั่งตัวเองให้ปลอบ ปลอบอย่างเร็วที่สุด “เป็นไปไม่ได้ ถ้าชานยอลมีแฟนพวกผมก็ต้องรู้ นี่ทั้งเซฮุน พี่จุนมยอน ไม่มีใครปริปากพูดถึงสักคน ข่าวโคมลอยแน่ ๆ ผมไม่เชื่อ” อย่างน้อยการยืนยันว่าไม่ใช่ก็ทำให้ปลอดภัยจากพายุลูกที่สองล่ะวะ

 

“ไม่ใช่ข่าวโคมลอย อี้ชิงบอกเรื่องนี้กับฉันเองแล้วอี้ชิงก็รู้มาจากเพื่อนของ...ของผู้หญิงที่มีข่าวว่าคบกับชานยอลอยู่ เห็นว่า ทำงานพิเศษด้วยกันที่ร้านหนังสือ” คุณชายคิมยิ่งมึนหนัก ปกติเขาไม่ใช่คนเข้าใจอะไรยากนะแต่ประเด็นนี้มันเกินจริงมากไป พวกเขาสนิทกันมานาน รู้ความเคลื่อนไหวกันแทบทุกเรื่อง ถึงไอ้ชานยอลจะเป็นพวกไม่ค่อยพูดแต่ก็คงไม่ถึงขนาดไม่พูดถึงแฟนด้วยหรอก

 

“ยังไงผมก็เชื่อไม่ลง จริง ๆ นะ ชานยอลมันไม่สนเรื่องคบใครหรอก”

 

“หมายความว่ายังไง?”

 

“หมอนั่นมันไม่สนใจความรัก”

 

“หา?”

 

“จะพูดยังไงดี คือ วันก่อนผมไปหามันที่ร้านดอกไม้แล้วก็ได้คุยกันนิดหน่อย” ดวงตาเรียวยาวเบิ่งมองไม่กะพริบ จงอินต้องระวังคำพูดมากขึ้นอีกเท่า ขืนมีคำไหนผิดหูออกไป มีหวัง... “ผมลองเกริ่นกับมันว่า ถ้าเกิดมีใครคนหนึ่งแอบชอบมันอยู่ มันจะว่ายังไง”

 

“อ๊ากกกกก! ไอ้บ้า นายพูดอย่างนั้นจริง ๆ หรือจงอิน” น้องชายผงกหัว รีบยกมือกันฝ่ามือพิฆาตเอาไว้ก่อน

 

“แต่วางใจได้ ไม่ได้บอกหรอกว่าเป็นใคร”

 

“โอ๊ย แย่แล้ว ถ้าเค้าสงสัยฉันขึ้นมาจะทำยังไงล่ะเนี่ย ทุกวันนี้ก็เขินจนมองหน้าไม่ได้อยู่แล้ว” ปากบางห่อเข้าหากัน แบคฮยอนกำหมัดทุบ ทุบ ทุบ ลงบนที่นอน จากนั้นก็หดเข่าเข้าหาตัว ซุกหน้าลงเกลือกจนผมกระจาย

 

“แบคฮยอนไม่ต้องกลัวไปหรอก ไอ้ชานยอลมันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราเป็นอะไรกัน” ก็เขาระวังตัวอย่างดีเยี่ยม มีกี่คนบ้างล่ะที่รู้ว่าทั้งคู่สนิทสนมกัน ตั้งแต่รู้ความจงอินก็ไม่ค่อยเล่าวีรกรรมของลูกพี่ให้ใครฟังเท่าไหร่ เหอะ ใครมันจะอยากป่าวประกาศว่าต้องตกเป็นลูกน้องญาติผู้พี่มาตั้งแต่อยู่ในท้องมารดาล่ะ

 

“ถึงไม่รู้ก็ต้องระวัง โอย ฉันยังไม่พร้อมจะให้เค้ารู้ตอนนี้นะ ไม่เอา ไม่ให้รู้ววววว...”

 

“แบคฮยอน ไหวป่าวเนี่ย”

 

“ไหว แล้วยังไงต่อ” ร้องอู้อี้มาจากหัวเข่าทั้งสองข้าง จงอินส่ายหน้าอ่อนใจ พี่กู หน้าตาก็ดีแต่ติ๊งต๊องขั้นสุด “พอรู้ว่าเป็นคนที่ผมรู้จักมันก็วานให้มาบอกว่า...”

 

“บอกว่ายังไง”

 

“บอกให้เลิกคิดเสีย” ด้วยความสัตย์จริง ถึงใจส่วนหนึ่งจะยินดีที่ไอ้ชานยอลมันเอ่ยปากตัดสัมพันธ์ออกมาเองแต่จงอินก็ยังห่วงความรู้สึกของลูกพี่มากอยู่ แบคฮยอนชอบหมอนั่นในระดับแม็กซ์ เพ้อหลงแบบที่เขาก็ไม่เคยเห็น ถูกปฏิเสธตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มก็คงจะเฮิร์ทหนักเอาการ ร่างสูงขยับเข้าใกล้ คิดว่าอาการนิ่งนั้นคือความผิดหวังอย่างหนึ่ง อยากดึงร่างเล็กมากอดปลอบแต่สิ่งที่ได้รับกลับมาดันกลายเป็นหมัดขวาตรงไปเสียนี่!

 

พลั่ก!

 

“ชานยอลมีคนคบอยู่แล้วจริง ๆ ด้วย แก จงอิน แกให้ข่าวผิด ๆ กับฉัน”

 

“โอ๊ยยยยยยยย ไม่ใช่ มันไม่ได้ปฏิเสธเพราะเรื่องนั้น” จงอินดันหมอนออกสุดแขน ใช้มันกั้นหัวทุย ๆ ออกห่างจากตัวมากเท่าที่จะทำได้ แบคฮยอนเหวี่ยงกำปั้นตามมาอีกหลายหมัด โดนบ้างพลาดเป้าบ้าง จงอินเกือบตาช้ำตอนที่พี่ชายยอมรามือ “แล้วมันเป็นเพราะอะไร”

 

“ไอ้ชานยอลมันไม่มีแฟนจริง ๆ เรื่องนี้ผมยืนยันได้ แต่ที่มันไม่สนใจอยากคบใครเพราะไม่มีเวลา” แบคฮยอนเบ้หน้าค้าง ไม่มีเวลาเนี่ยนะ “วันหนึ่ง ๆ ตื่นไปเรียน ทำงานพิเศษ ใช้เวลาอยู่กับงานอดิเรกที่รักก็หมดเวลาแล้ว นานทีก็นัดเจอเพื่อนบ้าง มันบอกอยู่แบบนี้ก็มีความสุขดี ไม่อยากขวนขวายหาอะไรอีก”

 

“จริงหรือ?”

 

“จริง”

 

“แล้ว ยังไงอีก...” คนหน้าเข้มลดหมอนวางบนตัก

 

“มันบอกว่าการคบใครสักคนหมายความว่าต้องทุ่มเทให้ทั้งความรัก ความใส่ใจและเวลา ถ้าคบแล้วดูแลไม่ได้ ทิ้งขว้างปล่อยให้คนรักเหงาก็เป็นการเอาเปรียบความรักของอีกฝ่าย มันรู้ตัวว่าไม่พร้อมจะเป็นแฟนใครเลยตัดปัญหา อยู่คนเดียวดีที่สุด” กับรถคู่ชีพอีกหลายคันในอนาคต “เจ้าตัวเค้าพูดถึงขนาดนี้แล้ว แบคฮยอนก็ตัดใจ...”

 

“พระเจ้า”

 

 

อุ่ย!

 

 

“ลูกไม่เคยคิดเลยว่าคนที่มีความคิดลึกซึ้งอย่างนี้จะมีเหลืออยู่บนแผ่นดินเดียวกัน ชานยอลอ่า ชานยอลคนดี”

 

“เอ่อ แบคฮยอน...” คือ คนที่เพิ่งถูกปฏิเสธมันควรจะมีปฏิกิริยาหม่นหมอง เศร้าซึม หดหู่ มากกว่านี้(เยอะ ๆ)ไม่ใช่หรือวะ แล้วทำไมพี่เขาถึงไม่มีอาการที่ว่ามาข้างต้นนั่นเลย แบคฮยอนถอนใจยาว สีหน้าปลาบปลื้มราวกับเพิ่งได้รับพรสูงสุดจากพระเจ้า จงอินเริ่มคิดถึงเรื่องที่ถ่ายทอดไป หรือความสามารถในการสื่อสารของเขาจะบกพร่องเสียแล้ว

 

“ขอบใจนะจงอินนี่”

 

“หา?” หนาววูบขึ้นมาตามแขนขา ยิ่งพี่ชายยิ้มหวาน ลูบหลังลูบไหล่ให้จงอินก็ยิ่งระแวง ตกลงกูมีพี่บ้าเต็มขั้นใช่ไหม เท่าที่ผ่านมายังคิดว่ามีดีบ้าร้ายบ้างแต่ก็พอเข้าใจได้ แต่หลังจากประกาศตัวว่าตกหลุมรักชานยอล ระบบความคิดของแบคฮยอนก็ยิ่งซับซ้อนเกินกว่าที่น้องชายอย่างเขาจะเข้าใจได้แล้ว

 

“ขอบใจนายมากที่เอาเรื่องดี ๆ มาบอก ทำให้ฉันรู้ว่าตัวเองเลือกคนไม่ผิด”

 

“เอา เอางั้นเลยเหรอ?”

 

“ขอบใจนะน้องรัก ฉันจะตอบแทนนายยังไงดี” อย่าเพิ่งดีไหม ยังไม่ทันได้เค้าเป็นแฟนเลยไม่ใช่หรือ

 

“นายอยากได้อะไรล่ะ บอกมาสิ เดี๋ยวจัดการให้” ที่ถูกต้องคือพี่จะโทรไปสั่งเลขาฯ ให้จัดหามาให้ใช่ไหมล่ะ จงอินเอนตัวหนี หนาวยะเยือกจนตัวสั่นเมื่อถูกคนพี่วางแขนโอบไหล่เอาไว้ “ว่าไง บอกมาเลย ไม่ต้องเกรงใจ”

 

“ไม่ต้องหรอก ผมไม่มีอะไรอยากได้ตอนนี้” เอาแค่อย่าซ้อมน้องเวลาโกรธอีกก็พอ แต่รู้ว่าถึงขอไปก็คงไม่ได้อย่างที่รีเควสหรอก  คุณแบคฮยอนจะต้องหัวเราะเอิ๊กอ๊ากแล้วก็ไหวไหล่ จบเรื่อง

 

 

 

 

 

 

 

แบคฮยอนส่งรองเท้าสำหรับเล่นบาสเกตบอลไปให้น้องชายถึงบ้าน รุ่นใหม่ล่าสุด ยี่ห้อที่จงอินชอบที่สุด จงอินดีใจมากพอดู ได้ของตอนเช้าก็นัดกลุ่มเพื่อนเล่นบาสที่มหาวิทยาลัยมันเย็นวันนั้นเลย ความเชี่ยวชาญในเรื่องแฟชั่นนับว่าเป็นอีกข้อดีของคุณหนู นอกจากข้อดีเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วแบคฮยอนยังเป็นคนฉลาด เรียนรู้เร็ว ถ้าเรื่องไหนตั้งใจจริงก็จะทำออกมาได้ดีเสมอ เรื่องไหนที่รับปากก็ไม่เคยปล่อยทิ้ง คนตัวขาวเลือกใส่ใจคนที่ใส่ใจตน โดยเฉพาะน้องชายคนดี คุณแบคฮยอนอาจจะร้ายกาจถึงขั้นโหดร้ายเวลาไม่ได้ดั่งใจแต่ก็ไม่ได้เป็นบ่อย แบคฮยอนคิดอย่างเข้าข้างตัวเองว่าเพราะจงอินเป็นคนพิเศษเขาเลยปฏิบัติกับหมอนั่นแบบพิเศษ

 

คุณหนูทอดเวลาให้ตัวเองอิ่มเอมกับทัศนคติในการใช้ชีวิตคู่(?)ของว่าที่แฟนหลายวัน หลังจากส่งการบ้านครบทุกวิชา ไม่มีรายงานชิ้นใดตกค้างแล้วก็มุ่งตรงสู่ร้านหนังสือตามตำแหน่งที่ท่องได้ขึ้นใจ แบคฮยอนเคยขับรถผ่านทางนี้หลายครั้ง เป็นเส้นทางที่ใช้บ่อยรองจากเส้นทางประจำเลยก็ว่าได้ คนตัวเล็กวาดแผนที่ในหัวแล้วก็นึกได้ว่าร้านหนังสืออยู่ไม่ไกลจากร้านดอกไม้นัก เพียงแต่ร้านดอกไม้อยู่ใกล้เขตชุมชนมากกว่าร้านหนังสืออยู่ห่างออกมา ตึกสีน้ำตาลอิฐแบบเก่าเข้มตัดขอบประตูหน้าต่างด้วยไม้เนื้อแข็ง สองคูหาริมสุดคือร้านหนังสือเป้าหมายของแบคฮยอน เด็กหนุ่มชะลอความเร็วลง นั่งดูลาดเลาอยู่พักใหญ่จนเห็นร่างสูงคุ้นตาเดินผ่านประตูออกมาพร้อมถุงกระดาษเต็มสองมือ

 

พนักงานร้านนี้สวมเสื้อเชิ้ต!

 

คุณแบคฮยอนโขกหน้าผากลงกับพวงมาลัยรถดังโป๊ก!

 

พ่อจ๋า เชิ้ตน้ำเงินเข้มด้วยอ่าาาาาา ToT

 

“แข็งใจไว้แบคฮยอน เขาดูดีมันก็ถูกของเขา เขาดูหล่อก็ถูกของเขา เขาทำร้ายเราก็ถูกของเขา ฮืออออออ จะไหวไหมเนี่ย” ปกติเคยเห็นแต่สวมเชิ้ตขาวกางเกงยีนส์ไม่ก็กางเกงผ้าแบบเรียบ ลุคนั้นก็ยังทำใจให้ชินไม่ได้ต้องมาเจอลุคใหม่ที่หล่อเนี๊ยบกว่าเก่า แถมยังมีออฟชั่นเสริมเป็นสีสันคัลเลอร์ฟูลและผ้ากันเปื้อนสีกรมท่า อาเมน แบคฮยอนขอดับจิตแห่งตนชั่วคราว โชคดีหรือโชคร้ายไม่แน่ใจนักที่แบคฮยอนปล่อยให้ความคิดว้าวุ่นครอบงำตนเองนานไป ร่างเล็กนั่งฟุบหน้ากับพวงมาลัยรถโดยไม่ขยับตัว เดือดร้อนให้คนที่กำลังเดินผ่านต้องหันกลับมามองด้วยความสงสัยแกมกังวล

 

ชานยอลเพิ่งถือหนังสือไปส่งให้ลูกค้าประจำที่รถ ชายหนุ่มเดินกลับทางเดิมมองสำรวจยานพาหนะบนท้องถนนตามความเคยชินแล้วก็ดันไปเห็นรถเบนซ์สีขาวที่จอดเยื้องอยู่ฝั่งตรงข้าม คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ไม่แน่ใจว่าตัวเองคิดถูกหรือเปล่าแต่เขาสังหรณ์ใจว่ารถคันที่เห็นจะเป็นของลูกค้าร้านดอกไม้คนนั้น

 

แสดงว่าเจ้าของหัวกลม ๆ นั่นก็คือคุณหนูคนนั้นน่ะสิ

 

“มาทำอะไรแถวนี้” เปรยด้วยความข้องใจ การพบกันแต่ละครั้งทำให้ชานยอลไม่อยากพาตัวเข้าไปข้องเกี่ยวกับคุณคนนี้สักเท่าไหร่ เจ้าตัวแสดงออกชัดว่าไม่ค่อยอยากเสวนาหรือยุ่งเกี่ยวกับเขา เมื่อใดที่ชานยอลเข้าใกล้ฝ่ายนั้นจะเก็บคำเงียบ ใบหน้าเรียวเล็กมักเชิดสูง ดวงตาที่มองเขาเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ท่าทีก็อัดอัดชวนให้เข้าใจว่าคงรำคาญไม่น้อย ชายหนุ่มตัดสินใจว่าอย่าไปยุ่งดีกว่า ต่างคนต่างอยู่จะได้ไม่ลำบากใจกันทุกฝ่าย

 

แต่ความเป็นคนดีก็ทำให้อยู่เฉยไม่ได้ ชานยอลวิ่งข้ามถนน เดินอ้อมตัวรถมายังฝั่งคนขับ กระจกด้านข้างสีเข้มมากกว่าด้านหน้ามองเห็นกรอบร่างเล็กได้เพียงเงาลาง ๆ ชานยอลไม่มีเวลารอทั้งคืน งานยังรอเขาอยู่อีกฟากถนน ดังนั้นแล้วพริบตาต่อมาข้อนิ้วหนาก็เคาะลงกับกระจกเบา ๆ ดูเหมือนคนข้างในจะไม่ได้หลับหรือเป็นอะไรอย่างที่เขากังวล เพียงแค่มีเสียงเตือนศีรษะเล็กก็ผงกขึ้นจากท่าฟุบ กระจกสีเข้มถูกปรับให้เลื่อนลงด้วยระบบไฟฟ้า

 

“คุณ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?”

 

“..............”

 

“โอเคไหม?” คนในรถส่ายหน้าช้า ๆ ตกลงคือไม่โอเค?

 

“รู้สึกไม่สบายหรือเปล่า” คราวนี้ก็ส่ายหน้าอีก ดวงตาเรียวยาวจ้องกลับมาเขม็ง นี่มึงหวังดีผิดที่ผิดคนอีกหรือเปล่าชานยอล ตัวเองเป็นแค่พนักงานร้านดอกไม้ เคยเจอกันครั้งสองครั้งถือวิสาสะเข้ามาทักมันจะเกินไปหน่อยไหมวะ “ถ้าไม่ได้เป็นอะไรก็เลื่อนรถไปจอดที่อื่นด้วยนะครับ ตรงนี้จะกลายเป็นพื้นที่ห้ามจอดหลังหนึ่งทุ่ม”

 

“...ขอบคุณครับ” ร่างสูงพยักหน้าน้อย ๆ ตั้งใจจะถามว่ามาทำอะไรแถวนี้แต่พอเห็นอีกฝ่ายเบือนหน้าไปทางอื่นก็เปลี่ยนใจ ชานยอลรอให้คนตัวขาวหันมาสบตาแล้วจึงถือจังหวะนั้นบอกลาเงียบ ๆ เจ้าของร่างสูงมองซ้ายขวา วิ่งข้ามถนนไปอีกฝั่ง ส่วนแบคฮยอนควานเปะปะจนเจอแผงควบคุมข้างประตู กดเลื่อนกระจกขึ้นจนมิดแล้วก็หลับตา

 

 

 

“ฮ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!

 

“ช่วย! ด้วยยยยยยยยยยยย!!!

 

“จา ตาย แล้ววววววว!!!!

 

“หื่ออออออ ยังไม่หมดใช่ไหม ยังไม่ได้ใช้โชคไปจนหมดใช่ไหม ไม่ใช่ใช่ไหม โอย พระเจ้า ลูกจะตาย ทำไมท่านไม่ส่งสัญญาณเตือนก่อนว่าเค้าจะมาปรากฏตัวใกล้ ๆ ลูกไม่ทันรู้ตัวเกือบลืมหายใจไปแล้ว แย่ ๆ ๆ คุณแบคฮยอนแย่แน่ ๆ หื่อออออ...”

 

เบาะหนังราคาแพงถูกประทุษร้ายอยู่หลายนาทีกว่าคุณแบคฮยอนจะรวบรวมสติลงมาจากรถพร้อมเสื้อผ้าหน้าผมที่ผ่านการตรวจเช็คเรียบร้อยแล้ว ร่างเล็กพ่นลมออกจนไหล่สั่น ก้าวฉับ ๆ ข้ามถนนไปอย่างมาดมั่น เสียงกระดิ่งหน้าร้านร้องเตือนเมื่อแบคฮยอนดันประตูเข้าไป ดวงตาคู่เรียวมองกวาดหาเป้าหมาย ในจำนวนใบหน้าที่หันมาทางเขาทั้งมองอย่างโจ่งแจ้งและแอบ ๆ มองผ่านขอบหนังสือนั้นไม่มีดวงตาคู่ไหนคมหวานสะดุดใจเลยสักคน แบคฮยอนกระชับกระเป๋าเป้ รองเท้าส่งเสียงดังกึก ๆ ทุกครั้งที่ก้าวเดิน เรือนร่างขาวจัดเดินเชิดไปตามชั้นวางหนังสือแต่ละแถว ไม่ว่าจะโผล่ไปทางไหนก็มีแต่คนสนใจ บางคนกล้าหน่อยก็ส่งยิ้มให้อย่างมีไมตรี เจ้าตัวตอบเพียงการรับรู้ในดวงตา จุดมุ่งหมายเดียวของชีวิต เอ้ย! ของตอนนี้คือผู้ชายตัวสูง หน้าหล่อ เจ้าของดวงตาคมหวานที่ชื่อปาร์คชานยอลเท่านั้น

 

สีน้ำเงินแวบ ๆ ตรงแผนกหนังสือพืชและสัตว์ แบคฮยอนเม้มปากเก็บความดีใจ ก้าวตรงไปทางนั้นทันที เสียงรองเท้ากระทบพื้นประสานกับจังหวะลิงโลดในอก เรียวปากสีชมพูแย้มยิ้ม หวังว่ามันคงเป็นรอยยิ้มที่สวยที่สุด น่ารักที่สุดและทำให้คนมองประทับใจได้มากที่สุด แบคฮยอนตั้งใจไว้ว่ายังไงนะ...อยากมาขอบคุณที่อุตส่าห์เข้าไปเตือน ขอโทษที่เมื่อกี้ทำตัวเสียมารยาท ถ้า ถ้าพอมีเวลา อยากขอตอบแทนด้วยมือค่ำสักมื้อ เอร๊ยยยยย >//////////<

 

หน้าไม่อายอ่ะคุณแบคฮยอน!

 

แบด บอย! แบด บอย!

 

“โอ๊ะ! ขอโทษครับ...” รอยยิ้มแห่งความยินดี ยิ้มที่คิดว่าซ้อมมาอย่างแนบเนียนที่สุดเลือนหายไปจากใบหน้า แบคฮยอนมองไม่ผิดหรอกว่าสีน้ำเงินที่เห็นนั้นคือเครื่องแบบพนักงานของร้านแต่บังเอิญว่าผู้ชายที่กำลังนั่งยอง ๆ จัดหนังสืออยู่ไม่ใช่ชานยอลที่ตามหา ฝ่ายนั้นก็คงตกใจกับการปรากฏตัวของแบคฮยอนไม่น้อย ดวงตาสีอ่อนเบิกค้าง กวาดตามองขึ้นมาตั้งแต่รองเท้าหนังสีน้ำตาล กางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้ม เสื้อยืดแขนสั้น...แน่นอนว่าชั้นดีทุกชิ้น

 

“ต้องการหาหนังสือเล่มไหนหรือครับ?” เสียงนั้นถามตามหน้าที่แน่นอนอยู่แล้ว ชายหนุ่มไม่คิดว่าตัวเองจะมีสติครบเมื่อเจอเด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักมากที่สุดเท่าที่เคยเจอยืนค้ำหัวอยู่ ร่างสูงลุกขึ้นยืน ตั้งใจเอื้อเฟื้อลูกค้าคนพิเศษเต็มที่แต่เสียดายที่อีกฝ่ายไม่ต้องการความช่วยเหลือ ปลายนิ้วสีระเรื่อหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาจากชั้นวาง

 

“ผมกำลังหาหนังสือเกี่ยวกับพันธุ์ไม้ดอก ขอบคุณมาก”

 

“ต้องการเล่มไหนเป็นพิเศษไหมครับ” ยังไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจกำลังสั่นระรัวเพราะรอยยิ้มน่ารักนั้นก็ตาม

 

“ไม่ครับ ผมคงเปิดดูรายละเอียดแต่ละเล่มก่อน ขอบคุณอีกครั้งนะครับ” พนักงานคนนั้นยอมผละไปในที่สุด แบคฮยอนมองตามยังเห็นฝ่ายนั้นเอี้ยวตัวส่งยิ้มอาย ๆ มาให้อีกสองหน เด็กหนุ่มส่ายหน้ากับรูปดอกกล้วยไม้บนปกหนังสือ ไร้อาการเก้อเขินต่อความสนใจจากคนอื่นราวกับนั่นคือเรื่องปกติที่เกิดขึ้นทุกวัน(ซึ่งก็จริง แบคฮยอนเจอสายตาชื่นชมมาตั้งแต่จำความได้ จะไม่ชินยังไงไหว) ร่างเล็กเขย่งเท้ามองข้ามชั้นวางที่สูงระดับสายตาไปทั่วทุกจุดที่มองเห็นได้แล้วก็ทำหน้ามุ่ย คนที่อยากเจอไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน

 

คุณแบคฮยอนได้แต่บ่นพึมกับภาพประกอบสีสดในตัวเล่ม กลับตัวหันหน้าเข้าหาวอลล์เชลฟ์ ถือหนังสือเล่มนั้นติดมือมาโดยไม่ตั้งใจ ระหว่างที่มือเปิดหน้าหนังสือผ่านไปหน้าแล้วหน้าเล่าสมองก็ครุ่นคิดแต่เรื่องเดิม ไม่ได้รู้เลยว่าตัวเองมองนิ่งอยู่ที่สันหนังสือระดับสายตาจวบจนมีเสียงคนเดินมาจากด้านหลัง แบคฮยอนปิดหนังสือเข้าหากัน ถอนใจเสียงดังอย่างกลัดกลุ้ม

 

“มีอะไรให้ช่วยไหมครับ?”

 

 

อึ่ก!

 

 

ไม่รู้ว่าสร้างความเสียหายกับหนังสือไปบ้างหรือเปล่าแต่รู้ว่าตัวเองจับหนังสือเล่มนั้นมั่น ปลายนิ้วทั้งสิบกดลึกลงกับเนื้อกระดาษแข็ง ไม่ต้องสงสัย อาการแบบนี้เป็นเพราะเจ้าของเสียงทุ้มต่ำที่ลอยมาจากด้านหลังแน่นอน แบคฮยอนหลับตาปี๋ ทบทวนอย่างเร่งด่วนถึงหัวข้อสนทนาที่เคยท่องจำจนขึ้นใจ ต้องใช้กำลังใจมหาศาลแต่ก็ทำได้สำเร็จอย่างงดงาม...ในขั้นแรก ชานยอลจึงได้ประสานสายตากับดวงตาเรียวยาวที่เริ่มคุ้นเคย แบคฮยอนตัวเล็กกว่าอาการเชิดหน้าเล็กน้อยจึงกลายเป็นข้อดียามที่ต้องแสดงมารยาทอันดีงามต่อคู่สนทนา ริมฝีปากหนากดมุมลึกลงเมื่อเห็นว่าเรือนผมดำถูกจัดเข้าทรงอย่างเรียบร้อย ก็ก่อนหน้านี้ยังนั่งหัวฟูอยู่ในรถนี่นา

 

“คุณกำลังหาหนังสือเกี่ยวกับดอกไม้อยู่หรือ?”

 

“ครับ คือ ผมสนใจความหมายของดอกไม้กับ การดูแลรักษา นิดหน่อย น่ะครับ” ไชโย! พูดโต้ตอบเป็นประโยคยาว ๆ ได้แล้ว ความดีใจนั้นมีมากจนเก็บไม่อยู่ นัยน์ตาสีนิลเต้นระริก กลีบปากอิ่มก็คล้ายจะแย้มออกน้อย ๆ ชานยอลเองก็แปลกใจกับปฏิกิริยาทางบวกของคุณลูกค้าไม่น้อย เพราะก่อนหน้านี้เจอกันกี่ครั้ง ๆ ก็หนักไปทางขั้วลบเสียมาก นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้รับรอยยิ้มจากคนตรงหน้า หากวิสัยของชายหนุ่มไม่ใช่คนที่จะใส่ใจเรื่องหยุมหยิม เขาลดสายตาลงมองปกหนังสือที่อยู่ในมือป้อมแล้วก็เอ่ยเสียงต่ำ

 

“เล่มนั้นมีแต่กล้วยไม้ ถ้าคุณอยากได้เล่มที่เกี่ยวกับพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับทั้งหมดคงต้องเป็นสารานุกรมเล่มใหญ่ แต่สำหรับผู้เริ่มต้น ผมแนะนำให้ดูเล่มนี้ดีกว่า รวบรวมไว้เฉพาะพันธุ์ไม้ดอกเศรษฐกิจที่กำลังเป็นที่นิยมในช่วงห้าปีที่ผ่านมา” ชายหนุ่มเอื้อมมือดึงหนังสือปกแข็งลงมาจากชั้นที่อยู่เกือบบนสุด ส่งให้ลูกค้าตัวขาวที่ยืนรออย่างใจจดใจจ่อ คุณลูกค้ารับหนังสือไปจากมือชานยอลช้า ๆ ดวงตารูปเมล็ดอัลมอนด์เปล่งประกายวิบวับ พลิกเปิดดูแต่ละหน้าด้วยความตั้งใจ 

 

“คุณควรอ่านคำนำกับสารบัญก่อนเป็นอย่างแรก สองส่วนนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ในเวลาจำกัด” ศีรษะเล็กขยับขึ้นลงอย่างกระตือรือร้น คนตัวโตกว่าหรุบตามองปลายจมูกโด่งที่โผล่พ้นกรอบไหมสีดำเงาออกมา คน ๆ นี้...ดูดี รูปลักษณ์สะดุดตาอย่างที่หาใครเหมือนได้ยาก ตอนคิมฮิมชันเปิดประตูเข้าไปพร่ำเพ้อว่าเกิดรักแรกพบแถวแผนกที่เขารับผิดชอบชานยอลก็ไม่คิดว่าจะเป็นคุณลูกค้าร้านดอกไม้ เขาต้องนำหนังสือออกมาเติมส่วนที่ขายไประหว่างวัน จำอีกฝ่ายได้จากด้านหลังก่อนจะได้ยินเสียงถอนหายใจดังเฮ้อด้วยซ้ำ ไม่คิดว่าคุณหนูเจ้าของเบนซ์คันโก้จะสนใจเรื่องพันธุ์ไม้จนต้องหาหนังสืออ่านเพิ่มเติม ดูท่าแล้วเหมือนจะสนใจมาก ๆ ด้วย

 

“สำหรับผู้เริ่มต้นศึกษาแล้วเล่มนี้ดีที่สุดหรือครับ?” ถามโดยไม่เงยหน้า ชานยอลมองปลายนิ้วสีชมพูอ่อนลากไปตามรายละเอียดในหน้าสารบัญ ตอบอย่างสุภาพเหมือนเคย “ครับ นี่คือเล่มที่ดีที่สุดที่ทางร้านเรามี แต่ถ้าคุณมีรายการอื่นที่ต้องการก็สามารถสั่งซื้อผ่านทางร้านเราได้ครับ ไม่คิดค่าบริการ”

 

“ผมเอาเล่มนี้ครับ แล้วก็...แล้วก็อยาก...อยากได้อีกเล่ม”

 

“อ๋อ คุณบอกว่าสนใจความหมายของดอกไม้” คุณลูกค้ายิ้มเหมือนจะเขิน เป็นรอยยิ้มที่ทำให้สมาธิในการไล่หาหนังสือของชานยอลแกว่งไปจังหวะหนึ่ง ความหมายของดอกไม้ พันธุ์ไม้ดอก ผู้เริ่มต้น นี่ถ้าคนตาสวยถามหาข้อมูลเจ้าของร้านดอกไม้กับเขา เสาร์หน้าชานยอลมีข่าวดีไปบอกคิมจุนมยอนแน่ ๆ ชายหนุ่มนั่งบนส้นเท้า ลูกค้าตัวหอมก็นั่งตามหากไม่ได้นั่งรอเฉย ๆ แต่ไล่ปลายนิ้วไปตามสันหนังสือเหมือนกับชานยอล ท่าทางเวลาตั้งใจทำอะไรน่าเอ็นดูเหมือนเด็ก เพื่อนเขามาเห็นมันคงปลื้มจนจุก

 

“แผลหายดีแล้วหรือครับ?”

 

“ครับ?”

 

“แผลที่โดนหนามกุหลาบตำหายดีแล้วหรือครับ” ต้องทวนคำถามตัวเองทุกครั้งที่ถามออกไปหรือเปล่านะ นาทีหนึ่งทำตาแป๋ว มองตามทุกความเคลื่อนไหว อีกนาทีหนึ่งก็เหมือนไม่ได้ฟังเรื่องที่ชานยอลพูดเลย ดูลอย ๆ ชอบกล “พี่จุนมยอน ผมหมายถึงเจ้าของร้าน เขาเป็นห่วงคุณมาก”

 

“หายดีแล้วครับ ฝากไปขอบคุณคุณจุนมยอนด้วยนะครับ”

 

“ผมจะบอกให้ แต่คุณแวะไปบอกเขาด้วยตัวเองก็ได้นะครับ ถึงไม่ได้ไปซื้อดอกไม้แต่คิดว่าเขาคงดีใจ” อย่างที่คาด รอยยิ้มยินดีเบ่งบานทั่วใบหน้าเล็ก

 

“ไปได้หรือครับ”

 

“ได้สิครับ”

 

“ขอบคุณ” คิดว่าจะถามถึงจุนมยอนต่อแต่ก็ไม่ใช่ กลีบปากบางเอ่ยขอบคุณสั้น ๆ ก่อนจะบดเข้าหากัน ชานยอลเจอหนังสือที่ต้องการพอดี มันมีมากกว่าห้าเล่มของต่างสำนักพิมพ์แล้วคุณลูกค้าก็สนใจไปทุกเล่ม ชายหนุ่มจึงต้องอธิบายความแตกต่างข้อดีข้อด้อยของแต่ละปกให้ฟัง หลังจากเลือกอย่างพิถีพิถันพนักงานหน้าหล่อก็ขายหนังสือได้อีกสองเล่ม

 

“ผมอยากได้เพิ่มอีกครับ เหมือนมันยังไม่พอ”

 

“วันนี้เอาไปแค่สามเล่มก่อนเถอะครับ ถ้าอ่านจบหมดแล้วค่อยมาซื้อเพิ่มก็ได้ หนังสือเรามีมาเติมตลอด ไม่ต้องกลัวจะหมดครับ” หนังสือที่เลือกแล้วอยู่ในมือหนาทั้งหมด แบคฮยอนมองมันราวกับสมบัติล้ำค่า(แน่นอนว่ามันไม่มีค่ามากไปกว่าคนหล่อที่ถืออยู่หรอก) พระเจ้ายังเห็นใจ ท่านประทานโชคมาให้คุณแบคฮยอนมากมายในวันนี้ คุณหนูเกือบถอดใจแล้วตอนที่ได้ยินเสียงทุ้มร้องทัก เรื่องจากนั้นก็เหมือนภาพในความฝัน ต้องบิดเนื้อตัวเองสองถึงสามครั้งเพื่อให้สายตาถอนจากเสี้ยวหน้าด้านข้างของชานยอล

 

ผู้ชายคนนี้หล่อ หล่อมาก หล่อแบบที่แบคฮยอนไม่เคยเจอ ไม่เคยประทับใจ ใบหน้าคมหวานด้วยคู่ตาที่โดดเด่นใต้แนวคิ้วเข้ม หน่วยตาดำกว้างและแพขนตายาว มองถึงตรงนี้แบคฮยอนหยิกตัวเองอีกครั้ง(ก็มือมันทำท่าว่าจะเอื้อมไปเกลี่ยขนตาชานยอลนี่นา) จมูกโด่งสวย ริมฝีปากหนาค่อนหน้ากว้างที่มักเหยียดตึงเสมอ ร่องลึกเหนือริมฝีปากและสันกรามทองคำนั่นอีก คุณหนูหมายใจเอาไว้เลยว่าแนวสันกรามนั่นจะเป็นจุดแรกที่จะจูบถ้าได้เป็นแฟนชานยอล!

 

เนื้อผิวที่เห็นพ้นเสื้อผ้าอาภรณ์คล้ำเล็กน้อยแต่คุณแบคฮยอนเห็นหรอก ร่องอกใต้เสื้อเชิ้ตนั่นน่ะขาวจั๊วะเชียว รูปร่างสูงใหญ่ดูกร้าวและแกร่ง มีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก ฮืมมม บอกไม่ถูกจริง ๆ ว่าถ้าได้เป็นแฟนผู้ชายคนนี้คุณแบคฮยอนจะมีความสุขมากแค่ไหน

 

คุณหนูมัวแต่ล่องลอยอยู่ในจินตนาการอันล้ำเลิศ รู้ตัวอีกทีคือตอนที่พนักงานแคชเชียร์ส่งยิ้มมาให้ แบคฮยอนใช้บัตรเครดิตจ่ายค่าหนังสือตามความเคยชินเมื่อพนักงานถามว่าจะห่อปกไหมก็ตอบรับทันที อย่างน้อยระหว่างรอก็ทำให้ได้อยู่กับชานยอลนานขึ้นอีกนิดล่ะน่า ร่างสูงถือหนังสือของแบคฮยอนไปยังโต๊ะที่ติดกับทางออก ช่วยเด็กพาร์ทไทม์อีกคนห่อปกหนังสืออย่างคล่องแคล่ว ไม่ถึงห้านาทีทุกอย่างก็เรียบร้อย

 

“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะครับ”

 

“ด้วยความยินดีครับ” พนักงานดีเด่นออกมาส่งถึงหน้าร้าน ยื่นถุงหนังสือให้และพูดด้วยถ้อยคำสุภาพ แบคฮยอนรู้ว่าถึงเวลาที่ต้องไปแล้ว คนตัวเล็กสูดลมหายใจดับอาการหวิวในอก กำถุงกระดาษแน่น เอาน่ะ มีโอกาสแล้ว แข็งใจหน่อยนะแบคฮยอน

 

“ขอโทษนะครับที่ก่อนหน้านี้ทำกริยาไม่เหมาะสมกับคุณ แต่ คือ ผมไม่ได้ตั้งใจน่ะครับ บางทีมันก็เป็นไปเอง ถ้าทำให้คุณรู้สึกไม่ดีก็ขอโทษด้วย” ชายหนุ่มยิ้มและไม่พูดอะไร นั่นยิ่งทำให้แบคฮยอนใจเสีย แสดงว่าชานยอลจำได้ว่าเขาหมายถึงเรื่องอะไรน่ะสิ

 

“แล้วก็ขอบคุณนะครับที่เตือนเรื่องที่จอดรถ”

 

“ไม่เป็นไรครับ ผมผ่านไปทางนั้นพอดี เห็นรถ...”

 

“ชานยอล มีลูกค้าต้องการหนังสือเกี่ยวกับสมุนไพรศาสตร์น่ะ อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ติดลูกค้าอยู่หรือ...” ชานยอลสบตาแบคฮยอนแทนการลา ร่างสูงดันประตูกลับเข้าไปในร้านพร้อมเจ้าของเสียงที่เดินออกมาตามถึงข้างนอก แบคฮยอนยกสองแขนขึ้นกอดอก วงหน้าเรียวค่อย ๆ เงยขึ้นจนกลายเป็นอาการเชิด คุณหนูมองภาพในร้านผ่านปลายจมูกเล็กและเห็นเต็มตาว่าผู้หญิงคนนั้นเหลียวกลับมามองถึงสองครั้ง

 

คุณแบคฮยอนสูดลมหายใจเข้าก่อนจะพ่นออกมาหนัก ๆ

 

คู่แข่งแสดงตัว!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

#lovelycb

 

จองคุณชายคิมแล้วนะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 307 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,829 ความคิดเห็น

  1. #5829 PinkySirakarn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มกราคม 2564 / 01:11

    เอ็นดูงอินมาก55555555

    #5,829
    0
  2. #5806 Pinkkaboo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 16:30
    อย่ามาคิดแข่งกับคุณหนูชั้นนะะะ
    #5,806
    0
  3. #5740 YunewG (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:55
    คุณหนูวันนี้เก่งมาก คู่แข่งแสดงตัว 55555 โอ้ย สู้นะคุณหนู ทำตัวน่ารักๆ
    #5,740
    0
  4. #5707 pbcy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 00:25
    คุณหนูแบคเตรียมรับมืออออ
    #5,707
    0
  5. #5697 mayyamcc (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 23:12
    หน้อยนังนี่
    #5,697
    0
  6. #5678 Peach9 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 20:12
    คือแบบแบคฮย๊อน~~~~
    #5,678
    0
  7. #5661 lololisiine (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 21:31
    เอ็นดูคุณหนูของบ่าวววววว
    #5,661
    0
  8. #5656 jokerBHPcy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 22:30

    โดนหมายหัวแล้วล่ะ แม่สาวน้อย

    #5,656
    0
  9. #5607 ERI1485 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 20:37

    จะได้คบกับเขามั้ยลูกชั้น

    #5,607
    0
  10. #5580 Niicee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 09:08
    ชานยอลคิดว่าแบคชอบพี่จุนเฉยยยย
    #5,580
    0
  11. #5575 Peach9 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 21:52
    กลับมาอ่านรอบที่สามแล้วววววววววว~~
    #5,575
    0
  12. #5568 Gift614 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 13:58

    ชอบความแสบของบยอน

    #5,568
    0
  13. #5545 ฮุนนน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 03:02

    ผญ.คนนั้นชีวิตไม่สงบสุขแน่ๆ

    #5,545
    0
  14. #5414 Pinkuplatong (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 20:53
    น่ารักอ่ะ ลุ้นตามแบคตลอดเลย เขิน งื้อออออ ตงงินนา สู้ๆระ ทีมจงงินทุกเรื่อง
    #5,414
    0
  15. #5394 Jeanve (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 11:44
    คุณหนูแบคน่ารักมากกกก นิสัยก็ดีสนใจดูแลคนอื่นด้วย ถึงแม้จะโกรธตอนไม่ได้อะไรดังใจ แต่ก็ดีอ่า ชานยอลก็เลิศ ดูแลลูกค้าดีเว่อ ร้านอยู่ตรงไหนคะไรต์ จะไปๆๆๆ 555
    #5,394
    0
  16. #5381 f_ohse (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 20:49
    น่ารักกก อีกหน่อยคุณหนูแบคของพริ่ชานคงจะหัวปูด ไม่ก็แตกแน่เลยเพราะเขินพี่ชานขั้นสุดขีด ด้วยเหตุนี่พี่ชานต้องเป็นแฟนแบคฮยอนนี่><555
    #5,381
    0
  17. #5334 Intelligence- (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 17:33
    แบคน่าเอ็นดูววววว งืออออ
    #5,334
    0
  18. #5321 NaYoRii_OPAL (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 22:19
    หนูแบคสู้ๆ
    #5,321
    0
  19. #5295 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 09:46
    คู่แข่งสะแดงงงงตัววววล้าว
    #5,295
    0
  20. #5254 ❤ Willis ❤ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 20:02
    คู่แข่งแสดงตัวแล้วค่าาาา คุณหนูแบคเชิดหน้าใส่ไปอีกอ่ะ จะน่ารักอะไรขนาดนี้ ><
    #5,254
    0
  21. #5250 ตะกุกตะกัก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 14:55
    คุณหนูน่ารักกกกฮือ
    #5,250
    0
  22. #5210 pim pimmi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 13:15
    ชอบคุณแบคฮยอนนนนน
    #5,210
    0
  23. #5047 aonniieeee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 21:36
    โง้ยยยย มีคู่แข่งแล้วววว แต่แค่นี้คุณหนูต้องสู้ได้อยู่แล้ว ฮืออออ คุณแบคฮยอนน่ารักอะ แต่ร้ายนะเนี้ย
    #5,047
    0
  24. #5003 geejajaa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 19:40
    คุณหนูบยอนสู้ๆนะ

    อย่าไปยอมมม คู่แข่ง!!!
    #5,003
    0
  25. #4982 chanbaekjan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มีนาคม 2559 / 11:05
    คุณหนูร้ายไม่เบานะเนี้ยแถมมีคู่แข่งดั้วะ
    #4,982
    0