(END) Lovely you เธอน่ารัก ::: ChanBaek

ตอนที่ 26 : Lovely you : เธอน่ารัก ตอนยี่สิบหก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,191
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 243 ครั้ง
    6 ธ.ค. 58














 

 

ร้านดอกไม้ของจุนมยอนยังเปิดตามปกติ วันเสาร์อย่างนี้ลูกค้ามักเข้าร้านเยอะช่วงสายและเย็น แน่นอนว่าส่วนใหญ่คือชายหนุ่มหรือหญิงสาวที่ต้องการช่อดอกไม้สำหรับคู่เดทในค่ำคืนวันหยุด พอล่วงเข้าสู่ช่วงค่ำความถี่ของเสียงกระดิ่งแขวนประตูจะลดลง จุนมยอนมักอาศัยเวลาช่วงนั้นพักไปทานข้าวทานของว่างจิบชาตามประสามนุษย์อารมณ์ติสแต่ถ้าวันใดมีแขกพิเศษมาเยือนตารางชีวิตอันแสนสงบสุขก็จะไม่สงบต่อไป

 

“พักนี้มาบ่อยนะเซฮุน เกิดอะไรขึ้น โดนเมียทิ้งแล้วหรือไง”

 

“ปากคอนะครับพี่ แฟนผมแค่ไม่อยู่โว้ย”

 

“อ้าว ไปไหนล่ะ หนีไปแต่งงานกับคนอื่นแล้วหรือ” โอเซฮุนคว้ากรรไกรขึ้นทำท่าเงื้อง่าก่อนจะทิ้งใส่ตะกร้าหวายตามเดิม “ไปทัศนศึกษากับเพื่อนที่คณะ ปากไม่เป็นมงคลแบบนี้สิพี่ถึงได้โสดเฝ้าร้านอยู่คนเดียวนี่ไง”

 

“พี่โสดเพราะพี่ไม่อยากมีเอง ไม่เกี่ยวกับเรื่องอื่น แล้วเมียน้อยนายล่ะมันก็ไม่อยู่เหมือนกันหรือ” เซฮุนเข้าใจทันทีว่าจุนมยอนหมายถึงใคร พี่จุนเรียกไอ้ดำว่าเป็นเมียน้อยเขามาตลอดแหละ “ไม่อยู่ บอกแค่ว่าจะไปทะเล ไปกับใครไม่บอก ไม่ยอมแจ้งรายละเอียด ผมว่าคงไปกับรายเดิมแหละ”

 

“รายเดิม อ๋อ คนเมื่อคราวก่อนใช่ไหม”

 

“น่าจะคนนั้น ไม่งั้นมันไม่ซ่อนเงียบหรอก เฮ้ย ชานยอล มึงจะมองอีกนานไหมพายชิ้นนั้น ถ้าไม่อยากกินเอามานี่ กูขอ” คนโดนทักวางขนมชิ้นเล็กลงบนจาน เลื่อนออกห่างจากตัวก่อนจะลุกหายไปด้านหลัง โอเซฮุนวางแก้วชาลง นิ่วหน้าถามเจ้าของร้านเสียงแผ่ว

 

“พนักงานพี่เป็นอะไรวะ ทำหน้าเหมือนโดนใครหักอกมา”

 

“ระดับปาร์คชานยอลนายคิดว่าจะมีใครกล้าหักอกมันไหมล่ะ” เซฮุนยังไม่เลิกชะเง้อไปทางเป้าหมาย “เออว่ะ มีแต่มันทำคนอื่น แล้วตกลงแม่งเป็นอะไร ตั้งแต่เข้าร้านมาเนี่ยผมยังไม่ได้ยินเสียงมันเลยนะ นี่ถ้าไม่นั่งอยู่ตรงนี้ด้วยกันผมคงคิดว่ามีแค่เราสองคนอยู่ในร้าน”

 

“พี่ก็ไม่รู้”

 

“ไม่รู้ทำไมไม่ถาม น้องเงียบผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด พี่ไม่ห่วงมันหน่อยหรือพี่จุนมยอน”

 

“ก็ห่วง แต่นายก็รู้เหมือนที่พี่รู้นะเซฮุน ชานยอลมันไม่ชอบให้ใครยุ่งเรื่องส่วนตัว เวลาปกติก็ไม่มีใครกล้าอยู่แล้วเวลามันแผ่ออร่าเหมือนจะปาดคอคนได้แบบนี้ นายคิดว่าพี่ควรเสี่ยงชีพเพื่อสนองความอยากรู้ไหม?” เซฮุนก็หวังอยากให้จุนมยอนออกหน้านั่นแหละ เพราะอย่างไรเสียอีกฝ่ายก็เป็นเจ้านายในที่ทำงาน เผื่อบางทีไอ้คนขรึมมันจะเกรงใจเงินเดือนที่ได้รับบ้าง จะให้เซฮุนลุยเข้าไปถามเองเขาก็ไม่เอาเหมือนกัน ตอนมอปลายมันเคยสวนหมัดใส่หน้าคนเพราะเซ้าซี้ไม่รู้เรื่องมาแล้ว เห็นกับตาจำได้ขึ้นใจใคร๊จะโง่เสี่ยง

 

“ไอ้ดำแอบมีเด็กซ่อนไว้ ไอ้ชานก็ทำหน้าเหมือนคนอกหัก ส่วนพี่...”

 

“พี่เป็นยังไง”

 

“พี่ก็ชอบยิ้มเหมือนมีความลับสำคัญซ่อนไว้”

 

“ส่วนนาย...” จุนมยอนใช้พายกรอบชิ้นเล็กชี้หน้าคู่สนทนา “ถ้าไม่เลิกใช้เวลาไปกับการเสือกชีวิตชาวบ้าน นายอาจจะไม่มีแฟนให้ซ่อนแล้วก็อาจจะอกหักเหมือนชานยอล ชอบไหมตรรกะนี้” โอเซฮุนสนับสนุนด้วยการสะบัดหน้าใส่คนพูดพร้อมขยับปากพ่นคำสรรเสริญอย่างดุเดือด

 

 

 

 

แบคฮยอนกับจงอินตัดขาดจากสังคมอันคุ้นเคยไปเกือบสัปดาห์ ทั้งคู่แจ้งทางสถานศึกษาว่าต้องไปทำธุระต่างประเทศ จงอินจัดการลางานที่ร้านหนังสือแทนแบคฮยอน ชายหนุ่มต่อสายตรงถึงผู้จัดการสาขาเพียงแค่รู้ว่าลูกชายคนเล็กของท่านประธานใหญ่โทรมายูแจซอกก็ขานรับอย่างสุภาพโดยไม่(กล้า)ซักถามสักคำ จงอินอีกเช่นกันที่เป็นคนเล่าให้อี้ชิงฟัง คุณแม่ลูกหนึ่งเสนอให้แบคฮยอนไปอยู่ที่บ้านเพราะเชื่อว่าการได้ใช้เวลากับเด็กน้อยจะช่วยเยียวยาจิตใจคนผิดหวังได้ดีแต่จงอินรู้จักแบคฮยอนดีกว่าใคร เขาอยากให้พี่ชายอยู่กับเสียงคลื่นของทะเลจนกว่าเจ้าตัวจะกอบกู้เศษซากความหวังที่แตกกระจายได้สำเร็จ แบคฮยอนเข้มแข็งพอ จงอินมั่นใจอย่างนั้น ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยเห็นแบคฮยอนเจ็บปวดกับอะไรมากเท่านี้มาก่อนก็ตาม

 

ชายหนุ่มทอดเวลาอยู่บนเกาะอันเงียบสงบจนถึงเย็นวันศุกร์

 

คนที่บังคับให้เขาไกวชิงช้ามาเกือบครึ่งชั่วโมงก็บอกสั้น ๆ

 

 

กลับกันเถอะ

 

 

บ่ายวันต่อมา จงอินก็ได้จิบไวน์อยู่ในชั้นเฟิร์สคลาสของสายการบินแห่งชาติ ผ่านกระบวนการตรวจเช็คหนังสือเดินทางเข้าประเทศพร้อมกับพี่ชายที่เหมือนจะทิ้งความโศกเศร้าทั้งหมดไว้ที่มัลดีฟ

 

แบคฮยอนโทรหาอี้ชิงเป็นคนแรก สอบถามเรื่องเรียนในช่วงที่ขาดไปห้าวันเต็ม จากนั้นก็ออกจากบ้านไปเอาเอกสารประกอบการเรียนที่เพื่อนเก็บไว้ให้ เล่นกับน้องเสี่ยวชิงพักใหญ่พออี้ฝานชวนให้กินข้าวด้วยกันเด็กหนุ่มก็ปฏิเสธอ้างว่านัดน้องชายไว้แล้ว

 

พ้นมาจากครอบครัวสุขสันต์แบคฮยอนก็กลับเข้าห้อง แบ่งงานที่ต้องทำตามความเร่งด่วนก่อนจะเริ่มสะสางวิชาที่ต้องส่งเป็นอันดับแรก ตั้งใจกับแบบทดสอบจนล่วงเข้าสู่เช้าวันใหม่ ไม่สนใจเวลา ไม่สนใจอาหาร สิ่งเดียวที่ตกถึงท้องนับตั้งแต่ลงเครื่องคือชุดของว่างที่บ้านอี้ชิง ชีวิตของแบคฮยอนคงดำเนินไปแบบนั้นจนฟ้าสางถ้าจงอินไม่โผล่มาตอนตีหนึ่ง ชายหนุ่มบังคับให้แบคฮยอนกินและพัก ตอนเช้าก็ปลุกพี่ชายตัวเล็กตื่นไปออกกำลังด้วยกัน แบคฮยอนไม่ต่อต้าน คนน้องบอกให้ทำอะไรก็ทำตามอย่างว่าง่าย

 

เจ้าของบ้านกำลังจิ้มค็อกเทลไก่ชิ้นที่สองตอนที่จงอินชวนว่า

 

“วันนี้ไปร้านพี่จุนมยอนกันดีไหม” ช้อนส้อมตกกระแทกจานดังเคร้ง ดวงตาเรียวตวัดมองคนตัวโตกว่า แบคฮยอนไม่ได้ลืมว่าวันนี้เป็นวันอาทิตย์และจงอินก็ไม่ได้ลืมเช่นกัน “ไปบ่าย ๆ แวะไปสักพักแล้วเราค่อยไปทานข้าวเย็นที่บ้าน ตามนัดหมาย”

 

“ถ้าอย่างนั้นก็แยกกันไป เจอกันที่บ้านนายเลย”

 

“ไปด้วยกันนี่แหละ ผมจะขับรถให้ พี่จุนมยอนบ่นคิดถึงแบคฮยอนหลายครั้งแล้ว ไปให้แกเห็นหน้าพอชื่นใจแล้วค่อยกลับ ตกลงนะ” แบคฮยอนไม่อยากไปแต่ก็เหนื่อยใจเกินกว่าจะปฏิเสธ เขาทำผิดความตั้งใจของตัวเองหนีมาครั้งหนึ่งแล้ว แบคฮยอนไม่อยากทำตัวงี่เง่าเพื่อย้ำความเจ็บปวดอีก 

 

ช่วงเช้าคนตัวเล็กกลับไปตั้งใจกับงานที่ค้างอยู่ต่อ เที่ยงออกมาทานข้าวฝีมือจงอิน เกือบบ่ายสองโมงทั้งคู่ก็มาถึงร้านดอกไม้ของคิมจุนมยอน จงอินให้เวลาพี่ชายตั้งตัวครู่ใหญ่กว่าจะเดินนำเข้าร้านไป ความจริงแล้วแบคฮยอนไม่จำเป็นต้องตั้งตัวหรือเตรียมใจเพราะให้ยังไงใครบางคนก็ไม่มีทางอยู่ในร้านเวลานี้ ชานยอลน่าจะกำลังเพลินอยู่กับเครื่องยนต์ในอู่ซ่อมรถของคุณคังอิน ที่ร้านดอกไม้จึงมีเพียงเจ้าของร้านใจดีที่เปิดยิ้มละมุนให้พร้อมเสียงทักทายอย่างคุ้นเคย

 

“ดีขึ้นแล้วนะ” แบคฮยอนจำเป็นต้องพยักหน้า เด็กหนุ่มนั่งลงตรงชุดโซฟา หัวเราะน้อย ๆ เมื่อจุนมยอนยังมองไม่วางตา

 

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ไม่แย่อย่างที่คิดหรอก”

 

“ก็ยังดีที่ยิ้มได้ ผอมลงไปนะ ตัวดำขึ้นเป็นกอง”

 

“แค่คล้ำเถอะ อย่าถึงกับดำเลย”

 

“ดำสิ ว่ายน้ำทุกวัน ขึ้นจากทะเลก็นอนบนหาด ถ้าผมไม่บังคับให้เล่นตอนเย็นมะเร็งผิวหนังคงถามหาไปแล้ว” คนเป็นพี่จิ๊ปาก ยื่นมือไปรับถ้วยชามาวางไว้

 

“มีตาแก่ขี้บ่นไปด้วย ผมไม่มีเวลาเศร้าหรอก บอกตรง ๆ” จุนมยอนหัวเราะร่วน ชายหนุ่มเป็นอย่างที่เซฮุนว่าไว้ รู้หลายเรื่อง รู้มากกว่าคนอื่นแต่ไม่เคยพูดออกไป

 

“ตอนนายไม่อยู่เซฮุนมันแวะมาบ่อยมาก คงเหงา”

 

“มันเหงาเพราะเมียมันไม่อยู่ ปกติก็เจอกันแต่ที่คณะ นอกเวลาเรียนก็นู่น เฝ้าเมีย” ชายหนุ่มหยิบขนมเข้าปากแล้วก็เผื่อป้อนพี่ชายทุกครั้ง จงอินรู้ดี ถ้าไม่บอกให้กินแบคฮยอนจะเหมือนลืม ไม่ยอมกินอะไรเอง

 

“วันนี้ทานข้าวเย็นด้วยกันไหม”

 

“วันนี้นัดกับที่บ้านไว้แล้ว คราวหน้าก็แล้วกัน ขอผมเคลียร์งานที่ค้างจากห้าวันที่ผ่านมาก่อน”

 

“พี่ชวนคุณแบคฮยอน ไม่เกี่ยวกับนาย”

 

“อ้าว พี่ครับ ผมน้องพี่หรือเปล่าเนี่ย”

 

“ก็ทำไมล่ะ ทีนายหนีไปเที่ยวยังไม่ชวนพี่สักคำ”

 

“เหอะ พูดเหมือนพี่จะยอมเสียโอกาสทางการขายอย่างนั้นแหละ” แบคฮยอนยิ้มกับตัวเอง เด็กหนุ่มนึกขอบคุณที่จุนมยอนไม่พาดพิงถึงเรื่องที่ทำให้เขาต้องเจ็บปวดและไม่เอ่ยถึงชื่อบางชื่อ คนตัวเล็กเดินดูดอกไม้ในร้านเหมือนทุกครั้งที่แวะมา แว่วยินเสียงน้องชายหัวเราะเรื่องเม้าท์(เซฮุน)ของจุนมยอนก็หัวเราะตามบ้าง

 

ประตูหน้าร้านถูกดันเข้ามาพร้อมเสียงกระดิ่ง

 

จุนมยอนลุกขึ้นยืนอย่างกระตือรือร้น

 

“ยินดีต้อนรับครับ...” อาการชะงักหลังเสียงทักทายทำให้แบคฮยอนใจหายวาบ ด้วยใจที่คอยระแวงอยู่แล้วทำให้พาลสะดุ้งกับทุกสิ่ง ร่างเล็กก้าวถอยพร้อมกับที่จงอินลุกพรวดแล้วก้าวยาว ๆ เข้ามาหา

 

“มาได้ยังไง วันนี้ไม่ต้องไปอู่หรือ?” ร่างสูงใหญ่อยู่ใกล้เพียงระยะผู้ชายสองคนกั้น แบคฮยอนมองเพียงกลีบกุหลาบสีแดงสด มองทั้งที่ไม่รู้ว่ากำลังมองอะไร เขาได้ยินเสียงฝีเท้าสองคู่

 

“วันนี้หยุดครับ” และแบคฮยอนก็ได้ยินเสียงนี้

 

“แวะมามีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า”

 

“ฉันอยากได้ดอกไม้น่ะค่ะชานยอลก็เลยพามาซื้อ วันนี้ตั้งใจจะไปแสดงความยินดีงานแต่งเพื่อนค่ะ” เสียงหวานใสปิดท้ายด้วยเสียงหัวเราะน่าฟัง แบคฮยอนเม้มปากเข้าหากัน มองหน้าน้องชายด้วยสายตากล่าวหาหากจงอินส่ายหน้า ชายหนุ่มเองก็ไม่รู้ว่าวันนี้จะเกิดเรื่องบังเอิญขึ้นที่นี่

 

มีเวลาตั้งตัวสั้นนัก พอโชรงเริ่มต้นมองหาดอกไม้ชานยอลก็เข้ามาช่วยตามที่หญิงสาวร้องขอ ดวงตาคมหวานเริ่มสำรวจพันธุ์ไม้ตามความเคยชิน ก่อนจะรู้ว่าชายหนุ่มตัวสูงที่ยืนหันหลังให้ไม่ใช่ลูกค้าอย่างที่เข้าใจในตอนแรก

 

“จงอิน...” เจ้าของชื่อหันกลับไปเต็มตัว ทักกลับพร้อมรอยยิ้มร้าย

 

“ควงสาวสวยมาเย้ยเพื่อนถึงที่เลยหรือวะ”

 

“เพื่อนหรือคะชานยอล” ชานยอลพยักหน้ารับ ถ้าจงอินมาร่างเล็กที่ยืนอยู่ด้านหลังนั่นก็คงจะเป็น...“อุ้ย! คุณแบคฮยอน ดีใจจังเลยค่ะที่เจอ หายไปไหนมาตั้งนานคะ เพื่อนที่ทำงานบ่นคิดถึงกันใหญ่เลย”

 

คุณแบคฮยอนก้าวเข้ามาใกล้ ยิ้มบางแทนการทักทาย แม้การสบตาโชรงจะต้องทนกับประกายพราวระยับของผู้ชนะแต่ก็ดีกว่าต้องมองดวงตาที่เราไม่มีความหมายในนั้น

 

แบคฮยอนสั่งตัวเองตั้งแต่เลิกร้องไห้

 

เมื่อชานยอลไม่ต้องการเขาก็จะไม่ทำให้ชานยอลลำบากใจอีกต่อไป

 

แบคฮยอนจะเป็นแค่คนรู้จัก

 

แค่นั้นมันคงไม่มากเกินไป

 

“ไปเที่ยวทะเลมาครับ”

 

“ว้าว ถึงว่าผิวสวยกลับมาเลยนะคะ ว่าแต่...แอบไปกับใครเอ่ย?” แบคฮยอนเกือบจะถอนใจใส่หน้าคน

 

“ไปกับผมเองครับ เราไปกันแค่สองคน” โชรงยิ้มหวาน ถึงสิ่งที่หวังจะยังไม่ก้าวหน้าแต่รู้ว่าคู่แข่งคนสำคัญสละสิทธิ์ไปแล้ว เธอก็อดยินดีไม่ได้

 

“ฉันจำคุณได้ค่ะ เราเคยเดินชนกันหน้าร้านหนังสือ ตอนนั้นยังคิดอยู่เลยคุณหน้าตาดีจัง สุดท้ายก็เป็นคนกันเอง” จงอินแนะนำตัวเองสั้น ๆ จากนั้นก็ปล่อยให้โชรงเดินหาดอกไม้จัดเข้าช่อพร้อมที่ปรึกษาพิเศษ เสียงหวานดังสลับกับเสียงห้าวบางครั้งก็เป็นเสียงหัวเราะสดใสแทรกขึ้นมา แบคฮยอนไม่โทษตัวเองเลยที่อ่านหนังสือหน้าเดียวมาหลายนาทีแล้วไม่ยอมจบเสียที

 

“อ้าว คุณจงอินเป็นเพื่อนกับคุณจุนมยอนด้วยหรือคะ” จุนมยอนตอบด้วยรอยยิ้มสุภาพ จงอินเองก็เงยหน้าจากการอ่านหนังสือ “ไป ๆ มา ๆ ทุกคนก็รู้จักกันหมด มิน่าล่ะคุณแบคฮยอนถึงได้สนิทกับชานยอล ที่แท้ก็เป็นแฟนกับเพื่อนในกลุ่มนี่เอง”

 

คนถูกพาดพิงตวัดตามองเจ้าของเสียง

 

ชานยอลยืนอยู่ข้างโชรงถึงไม่อยากมองแบคฮยอนก็ต้องมอง

 

“ผมเคยพูดหรือครับว่าเป็นแฟนกับใครในกลุ่มนี้”

 

“เอ๊ะ คุณแบคฮยอนกับคุณจงอินไม่ได้...” แบคฮยอนเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย หรี่ตาเหยียดมุมปากด้วยมาดคุณชายหัวสูงเต็มขั้น โชรงเองก็ยังไม่อยากยอมรับความผิดพลาด “ฉันเข้าใจผิดหรือคะ ทั้งคู่ไม่ได้คบกันอยู่หรอกหรือคะ” จงอินหัวเราะในคอ โอบแขนรั้งแบคฮยอนเข้าไปกอด

 

“ผมแสดงออกชัดเจนเลยหรือครับ”

 

“แหม ก็ค่อนข้างชัดนะคะ อย่างสายตาเวลาคุณจงอินมองคุณแบคฮยอนก็ไม่เหมือนเพื่อน เหมือนคนพิเศษมากกว่า บรรยากาศเวลาอยู่ด้วยกันก็ดูเข้ากั๊นเข้ากัน อีกอย่างพวกคุณเพิ่งบอกว่าไปเที่ยวทะเลกันสองต่อสอง มันน่าคิดออกค่ะ” แบคฮยอนไม่มองโชรงแล้ว ดวงตาเรียววาดไปหยุดอยู่ที่ชานยอล แม้ว่าเจ้าตัวจะก้มหน้าสนใจเพียงการจัดช่อดอกไม้ก็ตาม

 

“เจ้าของรถบีเอ็มสีดำที่ไปส่งคุณแบคฮยอนเมื่อวันก่อนนู้นก็คือจงอินใช่ไหมคะ”

 

“ครับ ผมเอง”

 

“เห็นไหม แล้วก็มาเล่นยี่สิบคำถามกับฉัน” จงอินหัวเราะ วางคางกับไหล่เล็ก รวบซ้อนมือแบคฮยอนแย่งถ้วยชามาจิบเสียหนึ่งที

 

“คุณโชรงครับ ขอแนะนำอย่างเป็นทางการอีกครั้ง นี่คือบยอนแบคฮยอน พี่ชายผม” ไม่ใช่แค่โชรงที่เบิกตาค้าง คนที่กำลังผูกริบบิ้นเข้ากับช่อดอกไม้ก็เงยหน้าขวับ ชานยอลลืมหน้าที่ตรงหน้า ดวงตาคมมองตรงไปยังบุคคลที่เพิ่งถูกประกาศสถานะออกมาสด ๆ ร้อน ๆ คุณหนูบยอนแบคฮยอนไม่ได้ส่งยิ้มปะเหลาะให้อย่างทุกครั้ง ร่างเล็กยังทำเหมือนไม่ได้ยินบทสนทนารอบข้าง เชิดใบหน้าขึ้นองศาหยิ่งยะโสอย่างที่สุด

 

“พี่ชาย...หรือคะ?”

 

“ครับผม พี่ชาย คุณแม่ผมกับคุณพ่อของแบคฮยอนเป็นพี่น้องกัน”

 

“ตายจริง" โชรงปรับเสียงอ่อนลง ผสมอาการหัวเราะน้อย ๆ แก้เก้อโดยไม่ต้องให้ใครบอก "ฉันเดาผิดสิคะเนี่ย ขอโทษด้วยนะคะ วันนั้นฉันเห็นคุณสองคนหอมแก้มกันก็เข้าใจไปแล้วว่าเป็นคู่รัก คือ ยังไงดีล่ะ ปกติไม่ค่อยเห็นพี่น้องที่โต ๆ กันแล้วจะ เอ่อ สนิทกันขนาดนี้น่ะค่ะ”

 

“พี่น้องบ้านอื่นเราไม่รู้แต่พวกเราเป็นแบบนี้แหละครับ”

 

แบคฮยอนปลดแขนจงอินออกจากไหล่ บอกโดยไม่ระบุตัวคนว่าจะไปห้องน้ำ เด็กหนุ่มเดินตัวตรงผ่านไปโดยไม่แลมองใคร แบคฮยอนที่ทุกคนเห็นจึงเป็นคุณแบคฮยอนผู้มีกริยาและสีหน้าถือตัวราวกับทุกมนุษย์ในที่นั้นไม่คู่ควรแก่ความสนใจ เพียงเจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ว่าต้องใช้ความพยายามมากเพียงใดที่จะมองผ่านใครบางคน แค่บังคับสายตาให้ถอนจากใบหน้าที่คิดถึงก็แทบไม่เหลือแรงจะปั้นยิ้มได้แล้ว แบคฮยอนไม่มีแรงโต้ตอบกับใครหรอก

 

คนตัวเล็กใช้เวลาปรับอารมณ์จนคิดว่าตัวเองพร้อม ทว่าเมื่อเดินออกมาชานยอลกับโชรงก็ไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว แบคฮยอนมองออกไปนอกร้านแล้วก็นึกเสียใจที่ไม่ยอมห้ามตัวเอง ดวงตาคมหวาน รอยยิ้มบางบนริมฝีปากหยักได้รูป ทุกสิ่งที่รวมเป็นปาร์คชานยอล ปาร์คโชรงกำลังได้ครอบครองอย่างเต็มภาคภูมิ

 

ความรักทำให้เจ็บปวดได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ

 

 

 

 

 

 

จงอินลงจากรถ กวาดตามองไปทั่วลานกว้าง ลมเย็นจากแม่น้ำพัดโชยมาต้องผิวกายราวกับจะปลอบประโลมไอร้อนในอกให้สงบลง ดวงตาสีน้ำตาลเข้มหาเป้าหมายพบในเวลาไม่นาน กรอบร่างสูงใหญ่ที่นั่งหันหน้าออกไปยังแม่น้ำสีดำมืดคือปาร์คชานยอลไม่ผิดแน่

 

กลับจากร้านดอกไม้ตอนบ่ายสามโมงกว่าเขาตั้งใจว่าจะตรงกลับบ้านตามแผนแต่สีหน้าของคนเป็นพี่ไม่ยอมคล้อยตาม จงอินเปลี่ยนใจ ขับรถออกนอกเมือง วิ่งไปตามเส้นที่มีทัศนียภาพสวยที่สุดแม้ว่าภาพความงดงามเหล่านั้นจะไม่ผ่านเข้าไปในใจแบคฮยอนเลยก็ตาม

 

ความมุ่งหวังอันดับหนึ่งจงอินเก็บมันไว้ในใจ อดทนมองดูแบคฮยอนพยายามเอาชนะความเจ็บปวดโดยไม่ยอมปริปาก เขาไม่รู้ต้นสายปลายเหตุของเรื่อง ไม่รู้ว่าความรู้สึกของชานยอลเปลี่ยนไปตอนไหน เขาจึงไม่คิดจะปลอบโยนแบคฮยอนด้วยความจริงที่อาจกลายเป็นอดีตไปแล้ว จนวันนี้ได้เห็นสายตาชานยอลยามมองแบคฮยอนจงอินยิ่งไม่เข้าใจ สายตาคู่นั้นประกาศความรู้สึกชัดเจนเสียยิ่งกว่าคำพูดที่เจ้าตัวเคยสารภาพ แล้วทำไมชานยอลถึงกล้าผลักแบคฮยอนออกจากตัวเอง

 

เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามา ชานยอลละสายตาจากความมืดเมื่อผู้มาใหม่นั่งลงข้างกัน

 

“เรียกออกมากลางดึก มีอะไรหรือเปล่า”

 

“กูมีเรื่องจะถาม”

 

“เรื่องอะไร”

 

“เรื่องแบคฮยอน”

 

 

 

“...........”

 

 

 

“คนที่มึงเคยบอกว่าชอบคือพี่กูใช่หรือเปล่า?”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

#lovelycb

 

 

อีกสองสามวันอาจจะเปิดจองหนังสือ Lovely you นะคะ

ในเล่มจะมีตอนพิเศษ 5 ตอน

สำหรับ 50 คนแรกที่แจ้งโอนเรามีของแถมพิเศษเป็นฟิคชั่นเล่มเล็ก

 Lovely you : With you ให้ด้วยค่ะ

ฝากติดตามด้วยนะคะ

 

Twitter @Minelay07

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 243 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,829 ความคิดเห็น

  1. #5826 Pinkkaboo (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 18:10

    โอ้ยยย
    #5,826
    0
  2. #5764 YunewG (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:10

    โอ้ยยยยยยยยย เจ็บไปหมดแล้วค่ะ
    #5,764
    0
  3. #5729 pbcy (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 14:48
    หมั่นไส้นังโชรงจนถึงตอนนี้อ่ะ หยุดซักที คิดเองเออเองเก่งอ่ะ นึกท่าทางออกเลยว่าจีบปากจีบคอพูด มอหอ
    #5,729
    0
  4. #5561 ฮุนนน (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 21:48

    เอาเลยยยยจงอิ๊นนนนนนนยนนนนนนนนนน สมน้ำหน้าาาาาาโว๊ยยยยยยยย

    #5,561
    0
  5. #5525 kmxiioxe_ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 14:40
    ถ้าคุณหนูของชั้นไม่ผอมลง ผิวเสีย หมองหม่น ไม่สดใสเหมือนเดิม ชั้นจะฆ่าแกนังโชรงตัวดี!! ชานยอลก็ทำอะไรสักทีน้า ตั้งแต่อ่านมายังไม่มีสกินชิพสักนิดเลย หอมแก้มก็ม่าย มีแต่พี่น้องเนี่ยยย 55555
    #5,525
    0
  6. #5436 Pinkuplatong (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 22:48
    ยังค่ะ คนอ่านยังไม่หยุดร้องให้ แงงงง อยากให้แบคกลับมาสดใสเหมือนเดิม
    #5,436
    0
  7. #5360 Intelligence- (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 13:47
    ฮืออออออออ นี่งร้องไห้มากี่ตอนติด จงอินจัดการปาร์คชานยอลคนคิดไปเองเลยนะ!! สงสารแบคอ่ะ ฮือออออออออ
    #5,360
    0
  8. #5359 Intelligence- (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 13:47
    ฮืออออออออ นี่งร้องไห้มากี่ตอนติด จงอินจัดการปาร์คชานยอลคนคิดไปเองเลยนะ!! สงสารแบคอ่ะ ฮือออออออออ
    #5,359
    0
  9. #5304 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 14:24
    เอ้าแร้วๆๆๆๆ
    #5,304
    0
  10. #5277 ❤ Willis ❤ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 14:08
    ทีนี้ก็รู้แล้วนะว่าแบคฮยอนกับจงอินเป็นพี่น้องกัน อึ้งไหมล่ะชานยอล ทีนี้นายจะทำยังไงต่อไปนายยังจะกล้าเจอหน้าคนที่นายเคยตวาดไปเมื่อคราวก่อนหรือเปล่า? ยิ่งจงอินถามมาตรงๆแบบนี้อีกนายจะตอบว่ายังไง?? 
    #5,277
    0
  11. #5233 pim pimmi (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 13:04
    เอ้ออออ. รู้รึยัง
    #5,233
    0
  12. #5192 BaEk_1992 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 / 21:05
    ตึ่งโป๊ะ! อึ้งมั้ยค่ะชานยอล รู้สักทีเนอะ
    #5,192
    0
  13. #5155 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 19:38
    ณจุดนี้เราสะใจที่ได้ตอกหน้าปาร์คชานยอล5555
    #5,155
    0
  14. #5120 ปุปปัป (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 11:06
    เป็นไงล่ะทีนี้ พี่น้องกันนะคะ
    #5,120
    0
  15. #5071 aonniieeee (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 / 20:34
    สะอึกกับความจริงมั้ยล่ะชานยอล ฮืออออ เราสงสารแบคฮยอนจนร้องไห้เลยเนี้ย
    #5,071
    0
  16. #5026 geejajaa (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 เมษายน 2559 / 10:28
    โหยยยย สะตอเบอร์รี่ขนาดไหนนนน ว้นนั้นแบคก็บอก ล้วว่าเป็นน้องชาย
    โอ๊ยยยยยยอยากจะกระทืบ


    เป็นไงล่ะชานยอลลลล
    #5,026
    0
  17. #4975 joylnr (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 00:04
    รู้ความจริงสักทีนะชานยอล บางทีการเป็นฝ่ายเงียบก็ไม่ดีเสมอไปหรอก เงียบจนเราอาจจะสูญเสียอะไรไปโดยไม่รู้ตัวก็ได้
    #4,975
    0
  18. #4906 `ตูดหมึก (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 20:14
    บอกตรงถ้าไคแบคไม่ได้เป็นพี่น้องกันเราเชียร์จงอินสุดใจ
    #4,906
    0
  19. #4883 yimyimcute112 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 23:31
    เบิ่อพี่ชานแล้วนะ ฮึ้ยนน
    #4,883
    0
  20. #4796 Firfonst (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 มกราคม 2559 / 02:46
    แอบงงว่าตอนที่โชรงเห็นแบคหอมจงอินนี่ตอนนั้นก้บอกไปแล้วไม่ใช่หรอคะว่าเป็นพี่น้องกัน?? จำได้ว่ายังแซวโบมีอยู่เลย
    แต่พี่ชานไม่รู้แล้วพอมารู้ก้แอบสงสารเข้าใจผิดตั้งนานแหนะ????????
    #4,796
    0
  21. #4748 Dairy-nana (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2558 / 13:41
    สมหน้าอิพี่ชานคนเลว(?) ;)
    #4,748
    0
  22. #4443 BACON_BAEK (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 22:56
    ละอียดเลยสินะคะหน้านะ ทั้งชานยอล ทั้งโชรง
    #4,443
    0
  23. #4378 phakh (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 09:47
    เอาให้เคลียร์....แงงงงงง
    #4,378
    0
  24. #4288 RuNจัง (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2558 / 22:11
    พี่ชานรู้ความจริงแล้วไปเคลียร์กับคุณหนูด่วน ทำให้คุณหนูเสียใจหลายรอบแล้วนะพี่ชาน ไปเถอะ อย่ามัวแต่กังวล กลัวอะไรเลย นะ T_____T
    #4,288
    0
  25. #3793 myname' (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2558 / 17:32
    คือก่อนเปิดมาอ่านนี่ปวดใจมาก อ่านไปแล้วแบบรู้สึกหนึบๆในใจเพราะอ่านสปอยมาเล็กๆแล้วเราเลยรอเรื่องจบก่อนเพราะไม่ชอบอ่านเสียใจนานๆ โดยเฉพาะเรื่องหรือตัวละครที่ชอบมากๆ สงสารคุณแบคฮยอน เวลาชอบใครแล้วเค้าดูปฏิเสธมาเราก็ไม่อยากให้เค้าลำบากใจเวลาเจอหน้าหรอก คุณแบคฮยอนดีมากที่มีน้องอย่างจงอินมีคนที่รักและคอยให้กำลังใจอยู่ข้างๆในเหตุการณ์ที่แย่เหตุการณ์หนึ่งในชีวิต ส่วนชานยอลก็เข้าใจนะแต่เลิกเหอะสงสารคุณหนูเห็นแลัวใช่มั้ยว่าเข้าใจผิด นังชะนีโชรงก็ไปหาหมอเย็บหน้านะ โหแตกละเอียดยิบเลย เราไม่สู้เรื่องคอมเม้นโดนใจได้หนังสือเลย ฮืออ เราจะรอโอนพรุ่งนี้เช้านะค่ะ. ขอให้ทัน50คนแรกเถอะะ ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆนะค่ะ. เป็นกำลังใจให้เด็กมอหกอย่างเราสู้ต่อมาก เดี๋ยวเราอ่านตอนต่อไปจะมาเม้นต่อวะฮ่า
    #3,793
    0