(END) Lovely you เธอน่ารัก ::: ChanBaek

ตอนที่ 22 : Lovely you : เธอน่ารัก ตอนยี่สิบสอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,431
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 279 ครั้ง
    4 ธ.ค. 58













            แบคฮยอนต้องทนกับการกลั่นแกล้งของโชรงอีกหลายวัน แม้จะขุ่นเคืองสักแค่ไหนเด็กหนุ่มก็บอกตัวเองให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะนิ่งได้ ฝ่ายนั้นฉลาดที่รู้จักใช้อำนาจในหน้าที่การงานเป็นเครื่องมือ ไม่ว่าจะเป็นการไหว้วานให้ช่วยขนหนังสือหนัก ๆ จัดดิสเพลย์ของพนักงานที่ลาหยุด ห่อปกหนังสือทีละเป็นตั้งหรือส่งลูกค้าต่างชาติขาวีนมาให้คนแล้วคนเล่า ทุกสิ่งล้วนมาพร้อมรอยยิ้มอ่อนหวานเสียสิ้น แบคฮยอนมองดวงตาคู่โตด้วยความอดทน มันเป็นการฝึกจิตใจในระดับยากแต่ก็ไม่ยากเกินจะทำได้  

 

โชคดีที่สองสามวันมานี้ใครบางคนทำตัวน่ารักจนคุณแบคฮยอนแทบลืมความแค้นเคืองทั้งหมด ชานยอลแปลกไปจริงดังที่คิด แม้กระทั่งในเวลางานคนตัวโตยังเฝ้าคอยห่วงใยโดยไม่เกรงสายตาใคร(หรืออาจจะเพราะปกติก็ไม่ได้สนใจใครอยู่แล้ว) หากงานของตัวเองเสร็จสิ้นชานยอลมักจะเดินตามหาแบคฮยอน หลายครั้งที่คุณหนูตัวขาวกำลังตกที่นั่งลำบากก็ได้ชายหนุ่มช่วยไว้ อย่างค่ำวันหนึ่งแบคฮยอนเจอเคสหนัก ต้องห่อปกหนังสือกองใหญ่จนใกล้หงุดหงิดชานยอลก็ลากฮิมชันออกมาช่วย แม้จะสงสัยว่าทำไมถึงมีแค่แบคฮยอนทำอยู่คนเดียวชายหนุ่มก็ไม่พูดไม่ถาม ถ้าฮิมชันไม่ติงว่าทำไมโชรงไม่ขอความช่วยเหลือเข้าไปในห้องพักแบคฮยอนก็คงไม่รู้ว่านั่นเป็นหนึ่งในแผนของเจ้าเก่ารายเดิม

 

“พอแล้วครับ ที่เหลือผมกับฮิมชันจัดการเอง”

 

“ไม่เป็นไร เราทำได้”

 

“คุณทำมาเยอะแล้ว กองนั่นทั้งหมดเลยใช่ไหม” คุณแบคฮยอนผงกหัวหงึกหงัก

 

“ก็ใช่ แต่งานก็ยังไม่เสร็จไง”

 

“อีกเดี๋ยวก็เสร็จครับ”

 

“ไม่เอาอ่ะ เราอยากทำ เล่มนี้เราชอบ ปกมันสวย เราจะห่อ” บู้ปากพลางดันมือใหญ่ออกจากหนังสือ ชานยอลหรี่ตามอง เปลี่ยนไปจับอีกมุม ยื้อแย่งหนังสือเล่มเดียวกันโดยลืมไปว่ามีคิมฮิมชันยืนกลอกตาไปมาเป็นหัวหลักหัวตออยู่ตรงนั้นด้วย

 

“อย่าแย่งนะ”

 

“จะแย่ง”

 

“ฮื่อ! ตกลงจะมาช่วยหรือจะมาทำให้งานเสร็จช้าลง” คนหวังดีเขาไม่ตอบอะไรนอกจากก้มหน้าก้มตาห่อปกพลาสติกแล้วก็ยิ้ม คุณแบคฮยอนเกลียดจริง ๆ นะ แค่หน้านิ่งคุณหนูก็แพ้ราบคาบแล้วนี่ยังกระตุกยิ้มหล่อเป็นมนต์สะกดมารปิดท้ายอีก อะไรทำให้ปาร์คชานยอลอัพเลเวลความร้ายได้รวดเร็วปานนี้

 

คุณหนูจับได้ว่าหลังจากนั้นชานยอลจะเข้ามาช่วยงานแทบทุกครั้ง ทั้งสองมีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น คุยกันมากขึ้น แบคฮยอนอาจจะเขินบ้าง ใจเต้นบ้าง หลายครั้งเกือบทำงานพลาดเพราะมัวแต่มือไม้สั่นแต่เขาก็มีความสุข สุขมากกกกกจนทำให้ผู้หญิงบางคนยิ่งเคืองหนัก ถ้ามีชานยอลอยู่แถวนั้นโชรงจะเอาตัวรอดด้วยการทำเหมือนเพิ่งเห็นว่าแบคฮยอนกำลังลำบากแล้วก็รี่เข้ามาช่วยอย่างเต็มใจ แบคฮยอนจะตั้งใจทำงานไม่ตอบโต้ไม่ต่อคำปล่อยให้คู่กรณีทำตาใสใส่ชานยอลให้เต็มที่ อยู่กันสองต่อสองคุณแบคฮยอนจะน่ารักเต็มอัตราแต่ถ้ามีผู้หญิงอีกคนแทรกกลางเด็กหนุ่มจะเก็บคำเงียบ ยิ้มบ้างบางจังหวะ ชานยอลมีตาก็ต้องรู้ว่าแบคฮยอนไม่สนิทใจกับหญิงสาวอีกคน คนกลางต้องมองออกว่าใครเป็นผู้ถูกกระทำ ไม่จำเป็นต้องฟ้องเป็นคำพูด แบคฮยอนเล่นละครเก่ง โชคดีที่มีแค่คนใกล้ชิดอย่างอี้ชิง จงอินและบิดาที่รู้เรื่องนี้

 

“ครับ ด้วยความยินดีครับ” แบคฮยอนเลือกวางหูโทรศัพท์ในตอนที่หนึ่งในเพื่อนร่วมงานกำลังลุกจากเก้าอี้ เด็กหนุ่มส่งยิ้มสดใสยามรั้งตัวอีกฝ่ายไว้

 

“โบมี ถ้าผ่านชั้นศูนย์สี่ ช่วยสอยหนังสือมาเผื่อสักเล่มสิครับ” โบมีเจอรอยยิ้มแห่งมิตรภาพเข้าไป ไอ้ที่เคยจำได้ว่ารายนี้เคยทำให้เพื่อนสาวขุ่นไว้อย่างไรบ้างก็เลยเลือน ๆ ตกปากรับคำอย่างเต็มใจ แบคฮยอนยิ้มตบท้ายแล้วรอยยิ้มกว้างขวางก็พลันเปลี่ยนเป็นเม้มปากแน่น

 

ชานยอลยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมหนังสือในมือ

 

ดวงตาดำลึกกำลังมองตรงมา

 

คนมั่นใจอย่างคุณแบคฮยอนเขินจนเกือบจะมุดเข้าไปในจอคอมพิวเตอร์!

 

“ลูกค้าโทรมาจองหนังสือหรือครับ?” พนักงานน้องใหม่พยักหน้ารับเร็ว ๆ ไม่ตอบคำก็ใช่ว่าคนชวนคุยเค้าจะยอมแพ้ล่าถอยนะ ชานยอลดึงเก้าอี้มานั่ง เอ่ยพอให้ได้ยินเพียงรัศมีหนึ่งช่วงแขน

 

“เก่ง รับออเดอร์ลูกค้าได้แล้ว”

 

“ก็ไม่ได้ยากอะไร แค่จดรายละเอียดลงในแบบฟอร์มการจองแล้วก็เอาไปแปะกับตัวเล่ม แยกหนังสือมาเก็บไว้ในเคาน์เตอร์ แค่นั้นเอง”

 

“ปกติพนักงานใหม่ไม่ค่อยมีใครกล้ารับลูกค้า กลัวทำงานพลาด กลัวคุยกันไม่รู้เรื่อง กลัวลูกค้าไม่พอใจ แต่ผมดูแล้วคุณแบคฮยอนไม่เป็นแบบนั้นเลย”

 

“แหม ก็ทำงานมาตั้งนานแล้วก็ต้องชินบ้างสิ”

 

“ไม่ใช่ครับ คุณเป็นแบบนี้มาตั้งแต่วันแรก” แบคฮยอนยอมหันไปมองพี่เลี้ยงแวบหนึ่ง พูดแบบนี้กะจะให้เราเข้าใจว่าแอบมองกันตั้งแต่วันแรกล่ะซี่

 

“ก็ เพราะครูสอนดี นักเรียนเลยเก่ง” ที่แบคฮยอนทำได้โดยไม่เคอะเขินเป็นเพราะเขาไม่กลัว ไม่กลัวทั้งลูกค้าทั้งความเสียหาย คนที่ต้องกลัวควรจะเป็นคนอื่น

 

“นักเรียนเก่ง เก่งจนครูไม่กล้าสอนแล้ว” คนตัวเล็กย้ายสายตากลับไปมาระหว่างใบหน้าคมคายกับปากกาในมือ กระจับปากเล็กยื่นนิด ๆ ชวนให้สงสัยนัก

 

“อะไรครับ?” คุณหนูอมยิ้ม

 

“ชานยอลน่ะ ต่อความล้อเล่นกับคนอื่นก็เป็นเนาะ”

 

“แล้วกัน ผมก็คนธรรมดา เรื่องแบบนี้เค้าก็ทำกันโดยทั่วไปไม่ใช่หรือครับ” ไม่หรอก สำหรับแบคฮยอนแล้ว ชานยอลไม่มีทางธรรมดา ชานยอลเป็นมากกว่าคำว่าพิเศษเสมอ คุณหนูทำใจกล้าสู้สายตาคมพราว มีหลายเรื่องที่อยากสานต่อหากโบมีก็เดินกลับมาพร้อมหนังสือที่แบคฮยอนต้องการเสียก่อน คนตัวขาวยื่นสองมือออกไปรับส่งเสียงขอบคุณผ่านรอยยิ้มกว้าง

 

“แป๊บนะ” ติดกระดาษจองไว้ตรงหน้าปกแล้วก็เอาไปเสียบไว้ตรงแถวหนังสือด้านหลัง ต่อจากนั้นลูกค้ากลุ่มใหญ่ก็เดินตรงเข้ามา ชานยอลลุกไปรับหน้าที่อย่างไม่อิดเอื้อน แบคฮยอนมองจากจุดเดิมเห็นร่างสูงโดนห้อมล้อมด้วยเด็กสาวมอปลายก็ถอนใจแผ่วเบา ไม่ใช่แค่เขา คนที่มีตาล้วนมองเห็นคุณค่าของผู้ชายตรงหน้า ลงแบบนี้แล้วแบคฮยอนจะปล่อยให้นางร้ายมือสมัครเล่นแย่งไปได้ยังไง

 

 

ถึงจุดนี้ คงไม่มีใครยอมถอย ต่างฝ่ายต่างเปิดเผยความตั้งใจต่อกันโดยไม่คิดจะเกรงใจหน้าไหน สงครามเย็นที่เริ่มก่อเค้านับตั้งแต่พบหน้าทวีความรุนแรงอยู่ภายใต้รอยยิ้มของทั้งสองฝ่าย โชรงไม่เคยคิดเรื่องใครจริงจังเท่าชานยอล ชายหนุ่มเป็นคนเดียวที่ทำให้หล่อนต้องการครอบครองเป็นเจ้าของจนอยู่ไม่เป็นสุข หล่อนกลัดกลุ้มไม่เป็นอันทำอะไรเมื่อเห็นคนอื่นล่วงล้ำเข้าไปในพื้นที่หวงห้าม พื้นที่ที่หล่อนเพียรพยายามแทรกซึมเข้าไปแต่ไม่เคยสำเร็จ หากพูดอย่างไม่อคติเกินไปแบคฮยอนคือศัตรูตัวฉกาจ คุณสมบัติของเด็กคนนั้นเหนือกว่าหล่อนทุกอย่างยกเว้นรูปร่างหน้าตา

 

โชรงลำพองว่าอย่างน้อยหล่อนก็มีเสน่ห์เย้ายวนมากกว่าอกแห้ง ๆ ของเด็กผู้ชาย ทุกวันหล่อนมีผู้ชายเข้ามาจีบ แสดงความสนใจทั้งลูกค้าขาจรขาประจำหรือแม้แต่ตอนเดินถนน แล้วบยอนแบคฮยอนมีใคร เวลาอยู่ในวงสนทนาก็ไม่เคยได้ยินเรื่องเด็กนั่นกับมนุษย์หน้ามืดที่ไหน อีกอย่างที่โชรงเหนือกว่าคือโอกาส หล่อนเจอชานยอลทุกวันขณะที่เด็กนั่นแทบไม่มีโอกาส ตราบจนมันเสนอตัวมาทำงานที่เดียวกันโชรงถึงเริ่มเครียด ทางเดียวที่จะทำคือเคลียร์ทางให้โล่งเหมือนเดิม

 

ทุกวันนี้หล่อนมีความสุขกับการมาทำงานเหลือเกิน ได้แกล้งคู่แข่งวันละหลาย ๆ ครั้งโดยที่ไม่มีใครรู้ ไอ้เด็กไฮโซนั่นก็ถือหน้าตาศักดิ์ศรีไม่ยอมปริปากบอกใคร ไม่ว่าจะโดนกดดันแค่ไหนก็แค่เม้มปากหน้าเชิดตอบกลับ โชรงเฝ้ารอวันที่คุณหนูบยอนอกแตกตายหรือไม่ก็ทนไม่ไหวอาละวาดออกมา หล่อนอาจจะยอมเสี่ยงให้ตบหรือเจ็บตัวนิดหน่อยนะ ถ้ามันทำให้เสี้ยนหนามหลุดไปจากชีวิตรักได้โชรงยอม

 

ดีเสียอีก

 

ผู้ถูกกระทำเรียกคะแนนสงสารได้ล้นเหลือเสมอนี่นา

 

หญิงสาวเพลิดเพลินกับแผนการโดยที่ไม่รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามแสดงตัวเป็นผู้ถูกกระทำกับเป้าหมายหลักอย่างแนบเนียน แทบไม่เว้นวัน

 

แบคฮยอนเคาะนิ้วกับตู้เก็บของ ดวงตาเรียวยาวหยุดนิ่งอยู่บนหน้าจอมือถือ(หนึ่งในสามเครื่อง)อยู่พักใหญ่ คนตัวเล็กมองแล้วก็ยิ้มอยู่อย่างนั้นจนอีกคนเพิ่งมาถึงสงสัย ขายาวหยุดเยื้องไปเล็กน้อย ชานยอลไม่ได้ถือวิสาสะมองชายหนุ่มเพียงแต่ถามอย่างสุภาพ

 

“มีเรื่องดี ๆ หรือครับ”

 

“มาแล้วหรือ? ทำไมวันนี้ช้า เรารอตั้งนานแน่ะ” จะถามก็ได้น้าว่ารอทำไม มีธุระอะไรถึงต้องรอ แต่แฟนคุณหนูไม่ถามร้อกกกก หลายวันมานี้เค้ารอกันตรงหน้าสถานีทุกวัน เรื่องปกติ “ทำงานกลุ่มครับ เสร็จช้าเพราะเพื่อนคนหนึ่งลืมเอกสารต้องกลับไปเอาที่บ้าน ผมโทรมาบอกผู้จัดการแล้วว่าขอลาหนึ่งชั่วโมง มีปัญหาอะไรหรือเปล่า”

 

ถ้ามีกับชานยอลก็อยากมีเหมือนกันแหละ >.<

 

“เปล่า เป็นห่วงเฉย ๆ” คนตัวโตกว่าเก็บของไปพลางยิ้มไปพลาง แบคฮยอนเขินจนต้องกลั้นยิ้มแล้วออกเดินมาก่อน ชานยอลเดินตามมาทันตอนออกจากห้องสต็อกพอดี แรงรั้งเบา ๆ ตรงแขนเสื้อเรียกให้คนตัวเล็กหันกลับ ภาพที่เห็นคือเรือนผมดกดำใกล้กับช่วงไหล่

 

เอาจริง ๆ ไหม ไหววาบไปทั้งเนื้อทั้งตัวอ่ะ

 

“ผ้ากันเปื้อนหลุด ผมจะผูกให้ใหม่”

 

“มะ ไม่ทันรู้เลย”

 

“ก็มัวแต่ยิ้มกับโทรศัพท์”

 

“...ชานยอลน่ะ...แปลกไปจริง ๆ ด้วย...” ยิ้มอีกแล้ว หยอดอะไรไปก็เอาแต่ยิ้มลูกเดียว ไอ้ครั้นจะให้ไปวอแวเค้นเอาคำตอบใจตัวก็ไม่แกร่งพอ ชะดีชะร้ายเจอคนหล่อมองตาพราวให้จะพ่ายหมดท่ากลับมาครางหงิง ๆ อีก คุณหนูหันกลับทางเดิมพอดีกับที่โชรงกำลังถือหนังสือเดินผ่านมา ริมฝีปากบางรีบวาดยิ้ม ทักทายประหนึ่งเพื่อนรักเพื่อนเลิฟ

 

“พักเบรกหรือครับคุณโชรง?”

 

“ค่ะ” สายตาคู่นั้นมีคำถาม มีความข้องใจเมื่อเห็นชานยอลยืนซ้อนหลังร่างเล็กอยู่ หากแบคฮยอนจงใจเพิกเฉยหันไปขอบคุณคนตัวโตพร้อมรอยยิ้มน่ารัก คุณหนูก้าวหลบเมื่อชานยอลเดินล้ำหน้าไปก่อน พ่อคนดีเขามุ่งมั่นกับงาน ยิ่งวันนี้มาช้ากว่าปกติยิ่งไม่อยากสนใจอะไรนอกจากหน้าที่ความรับผิดชอบ ชานยอลเลยไม่สนใจเมื่อแบคฮยอนไม่ตามไปทันทีและก็ไม่เห็นแบคฮยอนไหวไหล่ยั่วกิเลสคุณโชรงคนสวยอย่างตั้งใจ

 

“ผ้ากันเปื้อนหลุดน่ะครับชานยอลเลยผูกให้”        

 

“ดีนะคะที่ยังหลุดแค่ผ้ากันเปื้อน ไม่จงใจทำอย่างอื่นให้หลุดด้วย” แบคฮยอนกลอกตาไปซ้ายทีขวาที เอาให้รู้กันไปเลยว่าแกล้งทำ

 

“ไม่ดีหรอกครับแบบนั้น ถ้าเป็นในห้องก็ว่าไปอย่าง แต่ถึงตอนนั้นคิดว่าคงช่วยกันทำหลุดแหละครับ โอ๊ะ เลยเวลาพักมาหลายนาทีแล้ว ไปทำงานก่อนนะครับ ไม่อยากโดนพี่เลี้ยงดุ” คุณหนูหัวเราะเสียงใสกิ๊งปิดท้าย ไม่สนใจว่าโชรงจะหน้าแดงก่ำไปถึงส่วนไหนบ้าง ร่างเล็กโฉบผ่านไปยังแผนกพืชและสัตว์ ผู้ดูแลตัวโตกำลังขะมักเขม้นกับการจัดหนังสือ แบคฮยอนยิ้มยิงฟันใส่ตาคู่คม ใจนั้นอยากรี่เข้าไปช่วยแต่อีกใจก็เป็นห่วงงานสำคัญ พอหมดพักเบรกของกะค่ำพวกกะเช้าก็ได้กลับบ้าน ตอนนี้ในแผนกเลยเหลือพนักงานอยู่เพียงไม่กี่คน แบคฮยอนกำลังตรวจหนังสือแถวหลังเมื่อโชรงกลับมาประจำตำแหน่ง พอโดนตอกกลับไปจัง ๆ เสียครั้งหนึ่งเจ้าหล่อนก็ยิ่งทวีแรงแค้น แบคฮยอนเลยถูกรุ่นพี่คนสวยใช้ให้กรอกตัวเลขใส่ตารางจนตาลาย

 

“สวัสดีค่ะ” ได้ยินเสียงโบมีร้องทัก ทุกคนในแผนกก็เงยหน้ามองผู้มาใหม่อย่างพร้อมเพรียง ลูกค้าคนล่าสุดเป็นหญิงวัยกลางคน สวมแว่นสายตากรอบเหลี่ยม ท่าทางเจ้าระเบียบและเย่อหยิ่งไม่น้อย

 

“ฉันมารับหนังสือที่จองไว้”

 

“ค่ะ ขอทราบชื่อผู้จองด้วยค่ะ” บอกชื่อก่อนจะเสริมด้วยเสียงระดับเดิม

 

“หนังสือเรื่องรอยปรารถนา คนรับเรื่องคือพนักงานผู้หญิงชื่อคุณปาร์คโชรง” พอได้ยินชื่อหนังสือโชรงก็รู้ทันทีว่าเป็นขอบเขตรับผิดชอบของตน หญิงสาวลุกขึ้นยืนพร้อมรอยยิ้มสดใส

 

“ดิฉันรับเรื่องไว้เองค่ะ รอสักครู่นะคะ” แบคฮยอนวางมือจากงานตั้งแต่ได้ยินชื่อลูกค้าเช่นกัน คุณหนูเอนพิงพนักด้านหลัง มองโชรงไล่สายตาไปตามสันหนังสือบนชั้นวางเงียบ ๆ

 

“เอ อยู่ไหนนะ วันก่อนแยกมาเก็บไว้แล้วนี่นา”

 

“มีปัญหาอะไรหรือเปล่า” โบมีถาม โชรงละมือจากชั้นเก็บหนังสือจอง ใบหน้ายังเปื้อนยิ้ม

 

“ไม่มีอะไร...รอสักครู่นะคะ ดิฉันจะไปเอาหนังสือมาให้” คุณลูกค้าไม่ว่าอะไร รอจนโชรงเดินหน้ายุ่งกลับมา โบมีอีกเช่นเคยที่เอ่ยปากถาม

 

“หาไม่เจอหรือ?”

 

“หนังสือหายไปจากเชลฟ์ทั้งแถบเลยมีเรื่องอื่นมาวางตรงนั้นแทน เล่มที่สำรองไว้ตรงนี้ก็ไม่มี หายไปไหนนะ” แบคฮยอนมองเจ้าของหมวดนวนิยายกรอกข้อมูลลงเครื่องสืบค้นแล้วก็ลุกไปด้านหลัง ชานยอลจัดหนังสือเสร็จพอดี ชายหนุ่มตามเข้ามาสมทบในแผนก เห็นคุณลูกค้ายืนหน้าเคร่งอยู่ก็ถามแบคฮยอนเบา ๆ

 

“เกิดอะไรขึ้นครับ”

 

“ลูกค้าโทรมาจองหนังสือกับคุณโชรงแต่ตอนนี้หาหนังสือไม่เจอ” ร่างสูงก้าวเข้าไปหาโชรง เอ่ยเสียงทุ้ม “ให้ผมไปหาในสต็อกให้ไหม”

 

“รายการนี้ฉันไม่ได้เก็บลงสต็อกเลยค่ะ มีอยู่แค่เจ็ดแปดเล่มเลยดิสเพลย์บนเชลฟ์หมดเลย ดูสิ ยอดนิ่งมาตั้งนานจู่ ๆ ก็ขายได้เกือบหมด อะไรกัน”

 

“สรุปแล้วฉันจะได้หนังสือที่จองไว้ไหมคุณ” ลูกค้าที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ครู่ใหญ่ถามเสียงงวด โชรงรีบลุกจากที่นั่งอีกครั้ง

 

“ได้ค่ะ ตอนนี้มีหนังสือเหลืออยู่เล่มหนึ่งพอดี รอสักครู่นะคะ”

 

“ก็ไหนคุณบอกสำรองไว้แล้ว แจ้งชื่อก็รับไปได้เลย ทำไมยังต้องหากันอีก”

 

“ขอโทษด้วยค่ะ รอสักครู่นะคะ ในฐานข้อมูลยังมีเหลืออยู่หนึ่งเล่ม คงเป็นเล่มที่จองไว้นั่นแหละค่ะ อาจจะมีคนมาย้ายที่เก็บ” โชรงว่าแล้วก็ตั้งท่าจะเดินออกจากเค้าเตอร์ไป

 

“ยังไงกันแน่ เล่มนี้ฉันหามาหลายร้าน อุตส่าห์ดีใจว่าที่ร้านนี้มีเลยจองไว้ จะผิดหวังอีกแล้วหรือยังไง...” เมื่อลูกค้าเริ่มขมวดคิ้วพนักงานทั้งหมดก็รู้แล้วว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดี แบคฮยอนค่อยถอยหลัง ดึงหนังสือเล่มหนึ่งออกจากกองหนังสือชำรุดแล้วก็เสียบเข้าไปในแถวหนังสือจองอย่างรวดเร็ว พอโชรงกลับมาค้นอีกรอบก็พบเล่มที่ต้องการทันที

 

“เจอแล้วค่ะ เมื่อกี้คงจะผ่านตาไป หนังสือของคุณฮันกาอินนะคะ เอ๊ะ...”

 

“ไม่ใช่ บอกแล้วไงฉันจองไว้ในชื่อเชวจินจู”

 

“เล่มนั้นผมรับจองไว้เองครับ...” รายละเอียดบนแบบฟอร์มการจองนอกจากชื่อลูกค้าจะไม่ตรงกันแล้ว ชื่อผู้รับจองยังไม่ใช่โชรง หญิงสาวหันไปมองคนที่รับสมอ้างว่าสำรองหนังสือเล่มสุดท้ายไว้ให้ลูกค้า

 

“จองเมื่อไหร่ นี่มันหนังสือหมวดฉัน ทำไมฉันไม่รู้” แบคฮยอนยิ้มบาง ดวงตาเป็นประกายพราวระยับ โชรงคนสวย โชรงคนเก่ง เสียงขุ่นเกินไปแล้ว

 

“เมื่อวานครับ ลูกค้าโทรมาจองตอนร้านใกล้จะปิดแล้ว” โบมีเห็นหน้าปกแล้วก็ครางในคอ

 

“อ้อ เล่มนี้ฉันหยิบมาให้คุณแบคฮยอนเองแหละ ลูกค้าโทรมาจองเมื่อวานจริง ๆ ชานยอลก็อยู่ด้วยนะตอนนั้น” โชรงหน้าเผือดราวกับกระดาษ

 

“มันยังไงกันพวกคุณ ฉันโทรมาจองเมื่อสามวันก่อนแต่ไม่ได้หนังสือ ส่วนคนที่จองทีหลังกลับได้อย่างนั้นหรือ พวกคุณทำงานกันยังไง ฉันขอพบผู้จัดการ!

 

แบคฮยอนซ่อนทุกความรู้สึกไว้ภายใต้สีหน้าไร้อารมณ์ เด็กหนุ่มพูดไปแค่สองประโยคแล้วก็เงียบ ตลอดเวลาที่ผู้จัดการยูแจซอกและโชรงถูกลูกค้าตำหนิลูกค้าคนอื่นรวมถึงพนักงานกะค่ำรู้เห็นโดนถ้วนทั่ว หญิงสาวหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายหากดวงตาทั้งคู่เปล่งประกายกร้าว แวบหนึ่งที่ดวงตาคู่นั้นตวัดมาทางแบคฮยอน คุณหนูก็ส่งยิ้มให้ราวกับเห็นใจเสียหนักหนา ผลคือโชรงสะบัดหน้ากลับไปทันที

 

“ฉันไม่ผิดนะ ฉันมั่นใจว่าแยกหนังสือมาไว้แล้ว ต้องมีใครสักคนหยิบไปแน่ ๆ” หล่อนแก้ตัวเสียงสั่น ไม่มีใครรู้ว่าโชรงหมายถึงใครยกเว้นเจ้าตัว หญิงสาวอารมณ์เสียเพราะหลังจากถูกลูกค้าตำหนิต่อหน้าคนทั้งร้านแล้วยังถูกผู้จัดการเรียกตัวไปตักเตือนอีกพักใหญ่

 

“คุณแบคฮยอน ตอนนั้นคุณก็อยู่ด้วยกันนี่” แบคฮยอนกะพริบตาปริบ

 

“ครับ? ผมหรือครับ?” เหตุการณ์ทำนองนี้ไม่ใช่ไม่เคยเกิดขึ้น ความผิดพลาดในการทำงานเกิดขึ้นได้เสมอ หากเป็นเรื่องสุดวิสัยก็จะแก้ไขกันไปตามความเหมาะสม หากเป็นเพราะความผิดพลาดของพนักงานเจ้าตัวจะถูกหัวหน้างานตำหนิและต้องปรับปรุงตัว แต่โชรงมั่นใจว่าตัวเองไม่ผิดและหล่อนก็มั่นใจว่าใครบางคนต้องมีส่วนรู้เห็นกับความอับอายในครั้งนี้ ถึงทุกคนจะจบเรื่องไปแล้วหล่อนก็ยังไม่ยอมจบ

 

“ใช่ ตอนคุณเชวจินจูโทรมาจองหนังสือ คุณแบคฮยอนนั่งอยู่ในเคาน์เตอร์กับฉัน ต้องเห็นสิว่าฉันเอาหนังสือมาเก็บไว้ข้างหลังนี้แล้ว” แบคฮยอนควรฉวยโอกาสนี้เรียกคะแนนนิยม แสดงสปิริตเพื่อซื้อใจคู่แข่ง เขาควรเป็นเด็กหนุ่มโลกสวยผู้พร้อมจะช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน เสียดาย ตอนนี้แบคฮยอนไม่มีอารมณ์อยากช่วยใครเลย

 

“ผม ไม่แน่ใจครับ คงยืนยันได้ไม่เต็มร้อย”

 

“ทำไม เราอยู่ด้วยกันวันที่คุณโดนฉันสาดน้ำใส่นั่นไง!” คุณหนูเม้มปาก ไม่ลืมที่จะชำเลืองสบตากับคุณแฟนตัวสูง ชานอลได้ยินไหมมมมม คุณแบคฮยอนโดนสาดน้ำใส่ล่ะะะะะ

 

“อ๋อ วันที่ผมโดนสาดน้ำใส่กางเกง จำได้แล้วครับ วันนั้นลูกค้าโทรมาจองหนังสือจริง ผมได้ยินนะครับแต่ เอ่อ หลังจากนั้นผมก็มัวแต่หาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตแล้วก็ออกไปรับลูกค้า ไม่ได้อยู่จนถึงตอนคุณโชรงเอาหนังสือกลับมาเก็บก็เลยจำไม่ได้ ขอโทษด้วยนะครับ”

 

“ไม่จริง!” แบคฮยอนสะดุ้งจนเผลอยึดแขนคนตัวโตเอาไว้มั่น ตกใจจริงจริงงงงง ชานยอลยังเปลี่ยนสีหน้าเลยตอนได้ยินแม่คนดีเธอแหวใส่แบคฮยอน

 

“โชรง ใจเย็น ๆ น่า เรื่องมันแล้วไปแล้วก็ปล่อยไปเถอะ ผู้จัดการให้บัตรส่วนลดไปตั้งห้าสิบเปอร์เซ็นต์ลูกค้าคนนั้นมีแต่กำไรกับกำไร” โบมีที่เคยเป็นเดือดเป็นร้อนแทนเพื่อนเมื่อครั้งก่อน วันนี้ก็ยังดำรงความยุติธรรมได้อย่างเที่ยงตรง หญิงสาวพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบหากโชรงตกอยู่ในวังวนความเจ็บความอาย หญิงสาวปักใจเชื่อว่าทุกอย่างเป็นแผนการของแบคฮยอน ดวงตาคู่โตประกาศข้อกล่าวหาชัดเจน

 

“แต่ฉันต้องถูกตำหนิว่าสะเพร่า ทำงานพลาด”

 

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณแบคฮยอนล่ะ เค้าจำไม่ได้ เค้าไม่เห็นแต่เค้าก็ไม่ใช่คนที่ทำให้เธอทำงานพลาดสักหน่อย” สายตากล่าวโทษของโชรงทำให้เพื่อนพนักงานคนหนึ่งต้องท้วง ผลคือโดนสาวสวยแหวตอบทันควัน

 

“ฉันไม่ได้พลาด!

 

“ก็เห็นอยู่ว่าพลาด”

 

“นี่!

 

“พอแล้วน่า” โบมีปราม “เรื่องมันแล้วไปแล้ว ถ้าเธอมั่นใจว่าไม่ได้พลาดก็คงเป็นเพราะสาเหตุอื่น”

 

“สาเหตุอะไรล่ะ”

 

“คุณโชรง ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ครับ กระดาษจองอาจจะหลุดเลยไม่มีเอกสารติดว่าเป็นหนังสือจอง คนหวังดีคงเก็บไปคืนที่หมวดให้ เมื่อก่อนก็เคยมีเรื่องแบบนี้นี่ครับ อย่าคิดมากเลย ผู้จัดการคงพูดไปตามหน้าที่แต่พวกเรารู้ดีว่าคุณตั้งใจทำงานเสมอ” โห เพื่อนปลอบเป็นชั่วโมงไม่ยอมเลิกเหวี่ยง เจอเสียงทุ้ม ๆ เข้าไปไม่กี่ประโยคก้มหน้าน้ำตาคลอเลยทีเดียว

 

“ฉันเจ็บใจนี่คะ ไม่ผิดแต่ต้องมาโดนว่า”

 

“เอาน่า ป่ะ เดี๋ยวเลี้ยงของว่างก่อนกลับบ้าน ชานยอลกับคุณแบคฮยอนก็ไปด้วยกันสิ ดื่มเป็นเพื่อนปลอบใจโชรงเค้าหน่อย เดี๋ยวโทรไปตามฮิมชันด้วย หมอนั่นคงเตร่อยู่แถวนี้แหละ” ไอ้ที่โบมีทำดีมาทั้งวันก็มาเสียเอาตอนชวนแฟนคุณแบคฮยอนไปจิบเหล้าปลอบใจโชรงนี่แหละ คุณหนูจะปฏิเสธก็ได้โชรงคงพอใจอย่างนั้นแต่พอดีเขาไม่อยากให้คู่แข่งพอใจ แบคฮยอนเลยเงยหน้ามองคนตัวโต ขอความเห็นด้วยสายตา เอาให้รู้กันไปเลยว่าถ้าชานยอลอยู่เราก็จะอยู่นะแต่ถ้าชานยอลกลับเรากลับ ตรง ๆ ว่าเชื่อฟังแฟน

 

“พรุ่งนี้ผมมีเรียนเช้า ถ้าไม่นานมากก็โอเค” แบคฮยอนโอเคด้วย ร่างเล็กกระชับสายกระเป๋า ชะงักเล็กน้อยเมื่อประสานสายตากับปาร์คโชรง โห หน้าตอนโกรธสวยจัง (หัวเราะ)

 

 

 

 

 

 

“โอ๊ย เปียกหมดแล้ว โชรงเธอเมาหรือเปล่าเนี่ย” โบมีร้องพลางหัวเราะร่วน หญิงสาวรีบดึงแก้วเบียร์ออกจากมือเพื่อนเมื่อคนทำแก้วคว่ำทำท่าจะดึงกลับไปอีก

 

“เมาอะไรกัน ดื่มไปนิดเดียว” โชรงทำหน้ามุ่ย หล่อนดื่มไปหลายแก้ว ความอัดอั้นในอกมีมากจึงหวังจะใช้แอลกอฮอล์ช่วยบรรเทา อีกทั้งต้องการประชดใครบางคนที่เอาแต่นั่งนิ่ง ไม่ยอมปลอบใจโชรงเหมือนคนอื่น ๆ

 

ทำไมนะ ทำไมเขาไม่เห็นใจหล่อนเลย โชรงทุ่มเทใจให้เขาเพียงคนเดียวมาเป็นปี เป็นเพื่อนที่ดี เป็นที่ปรึกษาทุกเรื่องเท่าที่เขาต้องการ คอยใส่ใจถามไถ่ทุกข์สุข หวังเอาความอ่อนหวานเป็นใบเบิกทางให้เขายอมรับ ทำไม ทำไมชานยอลไม่ใจอ่อนกับหล่อนบ้าง

 

ดวงตากลมโตชำเลืองไปทางใครอีกคน บยอนแบคฮยอนนั่งอยู่อีกด้านของคนตัวโต โชรงจึงมีโอกาสเอนเข้าหาไออุ่นจากร่างสูงหลายต่อหลายครั้ง แล้วดูเอาเถอะ ยัยโบมีงี่เง่าก็ไม่รู้กาลเทศะดึงหล่อนออกจากต้นแขนชานยอลอยู่นั่น เจ้าตัวเขายังไม่ว่าอะไรแล้วหล่อนจะมาเจ้ากี้เจ้าการเพื่ออะไรโบมี!

 

“ขอออกไปสูดอากาศหน่อยนะครับ เริ่มมึน ๆ แล้ว” แบคฮยอนว่าแล้วก็ผละจากบาร์ เลื่อนประตูร้านออกมาสู่ไอเย็นด้านนอก ร่างเล็กหันกลับไปด้านหลังก่อนจะเลี่ยงไปยังม้านั่งยาวข้างร้าน อากาศหลังฝนตกกำลังสบายแต่ทำไมคนที่เดินตามออกมาหน้าตาไม่สบายเอาเสียเลย

 

“ฝีมือนายใช่ไหม” คุณหนูเลิกคิ้วข้างหนึ่ง ใช้รอยยิ้มแทนคำตอบอันแท้จริง

 

“นายเป็นคนทำ นายวางแผนทั้งหมด ลูกค้าคนนั้นก็คนของนายใช่ไหม” แบคฮยอนกางนิ้วสำรวจเล็บทั้งสองข้าง ฉลาดรู้นี่แหละดีจะได้ไม่ต้องเสียเวลาบอก เขาต้องการให้ยัยนางร้ายมือใหม่รู้อยู่แล้ว แหมะ ถ้าโชรงไม่รู้ว่าตัวเองตกที่นั่งลำบาก ได้รับความอับอายเพราะฝีมือคู่แข่ง มันจะสะใจได้ยังไงกัน

 

“ลูกค้าคนนั้น? คนไหนครับ? ถ้าหมายถึงคุณเชวจินจูล่ะก็ไม่ใช่ครับ คนนั้นเป็นลูกค้าคุณนี่ วันนี้ผมยังเห็นเค้าด่าว่าคุณทำงานชุ่ยอยู่เลย”

 

“บยอนแบคฮยอน!

 

“ลูกค้าคนนั้นเป็นของคุณ ไม่เกี่ยวกับผม”

 

“แล้วทำไมหนังสือที่ค้างชั้นมาตั้งนานถึงขายหมดในสามวัน เรื่องมันไม่บังเอิญขนาดนี้หรอก นายทำ!” แบคฮยอนยิ้มตาพราว เสียงหัวเราะเริงรื่นยิ่งเร่งให้โชรงตัวสั่น

 

“บังเอิญจริง ๆ ครับ”

 

“.........”

 

“บังเอิญว่าผมเกิดมามีเงิน มีอำนาจ มีคนคอยช่วยเหลือไม่ว่าจะอยากทำอะไร แต่ไม่บังเอิญที่ผมเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นและไม่บังเอิญที่ฉันต้องการเอาคืนเธอ ปาร์คโชรง”

 

“หึ สุดท้ายก็ยอมรับว่านายตั้งใจแกล้งฉัน” แบคฮยอนไหวไหล่ มาดคุณหนูหัวสูงอย่างยากจะเทียบติด

 

“ฉันยอมรับอยู่แล้ว แค่เอาคืนพวกชอบแส่หาเรื่องก่อน ไม่มีเรื่องไหนที่ควรละอายใจแล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตให้ต้องเกรงกลัว” โชรงกำหมัดแน่น ในหัวหล่อนมีภาพตัวเองกำลังจิกทึ้งเรือนผมดกดำแล้วตะกุยเล็บลงบนใบหน้าระรื่นนั้นซ้ำ ๆ ไอ้ตัวดี ไอ้มารร้าย ไอ้ปีศาจ มันเหยียดตามองเหมือนหล่อนไม่มีค่า ไม่คู่ควรพอจะอยู่บนแผ่นดินเดียวกัน หล่อนเกลียดไอ้เด็กไฮโซจนอยากจะทำตามภาพในความคิดทันทีทันใดนั้นเลย

 

“สองหน้า! อยากรู้นักถ้าชานยอลรู้เรื่องนี้เค้าจะว่ายังไง”

 

“เอาสิ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าเค้าจะเชื่อผู้หญิงที่คอยแกล้งเพื่อนร่วมงานอย่างเธอหรือ...” นิ้วเล็กชี้เข้าหาตัวเอง “เพื่อนคนพิเศษอย่างฉัน”

 

“อ๋อ ก็เลยฟ้องชานยอลดักทางไว้ก่อนสินะ นี่หรือคุณหนูจากตระกูลผู้ดีเก่า ไม่ใช่สิ นายไม่ได้เป็นผู้ดีเก่ามาจากไหนนี่ ฉันได้ยินมาว่าก็แค่ลูกพ่อค้าคหบดีที่บังเอิญค้าขายจนร่ำรวยขึ้นมาในรุ่นหลัง มิน่า ไม่มีความเป็นผู้ดีในสายเลือด แต่ละอย่างที่ทำเลยไม่ผิดจากพวกตัวอิจฉาในละครเท่าไหร่ ทำตัวสูงส่งเหนือกว่าคนอื่นแต่สุดท้ายก็วิ่งไล่จับผู้ชายเหมือนกัน” แบคฮยอนเหยียดกลีบปากออกเป็นเส้นตรง ร่างขาวจัดลุกขึ้นจากเก้าอี้ยาว ก้าวเข้าหาคู่สนทนา ช้า ๆ

 

“นี่นะ ปาร์คโชรง เธอจบจากโรงเรียนไหนน่ะ ได้เรียนชั้นอนุบาลหรือประถมหรือเปล่า ทางโรงเรียนเค้าไม่สอนหรือว่าเด็กดีไม่ควรพาดพิงบรรพบุรุษผู้อื่นในทางเสื่อมเสีย” โชรงขยับจะตอบโต้หากทันเพียงอ้าปาก “พ่อแม่ฉันจะเป็นผู้ดีเก่าหรือร่ำรวยหรือไม่ไม่สำคัญแต่พวกท่านก็ไม่เคยสอนให้ฉันลามปามผู้ใหญ่ เธอน่ะ สันดานแย่สุด ๆ ไปเลยนะ”

 

“นายไม่มีสิทธิ์ว่าฉัน!

 

“มีสิ! แค่ฉันอยากจะด่าฉันก็มีสิทธิ์แล้ว คนอย่างเธอน่ะเป็นแค่เศษใบไม้แห้ง ๆ บนทางเท้าโชรง บางวันฉันอารมณ์ดีฉันอาจจะแค่เดินผ่าน ถ้าเธอรู้จักเจียมตัวไม่ขืนมาระรานก่อน เธอก็จะมีประโยชน์เป็นพรมปูพื้นหญ้าแบบนั้นไปเรื่อย ๆ แต่เธอมันไม่เจียมตัว กล้าเป็นคู่แข่งกับคนอย่างฉันไม่พอยังใช้วิธีสกปรกอย่างหน้าด้าน ๆ” คุณหนูประสานสองแขนไว้เหนืออก ลอยหน้ายิ้มพริ้มเพรา “ฉันเห็นใจเธอนะที่ชานยอลเค้าไม่มีใจให้น่ะ สงสารด้วยเวลาเห็นเธอมองตามเค้าตาละห้อยแล้วเค้าไม่สน แต่สำหรับคนอย่างเธอ ตอบโต้ด้วยวิธีสกปรกแบบที่เธอคุ้นเคยมันก็เหมาะที่สุดแล้ว!

 

“นายเลือกวิธีด้วยหรือแบคฮยอน เมื่อถึงเวลาจวนตัวที่สุดแล้ว คนเรามันก็ไม่เลือกวิธีหรอก” คุณหนูทิ้งแขนลงข้างตัว ส่ายหน้าไปมา

 

“ไม่ใช่แบบนั้นทุกคนหรอก ตั้งแต่เริ่มฉันพยายามในส่วนของฉันโดยไม่เกี่ยวกับเธอเลยด้วยซ้ำ เธอเองต่างหากที่ล้ำเส้นคนอื่นก่อน จำไว้นะปาร์คโชรง...” หนึ่งก้าวเพื่อลดระยะห่างให้น้อยลง แบคฮยอนบิดปากยิ้มจับมือคู่สนทนามากำไว้มั่น มองจากสายตาคนนอกดูเหมือนคู่รักชายหญิงกำลังคุยกันไม่ผิดนัก

 

 

“เงิน อำนาจ คนรับคำสั่ง ฉันมีมากกว่าเธอและที่สำคัญคือฉันร้ายกว่าเธอ ถ้าไม่อยากเดือดร้อนหนักกว่านี้ อย่าริอาจทำให้ฉันโกรธอีก จำไว้!

 

                                               

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                                                                   #lovelycb

 

จำไว้!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 279 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,829 ความคิดเห็น

  1. #5824 Pinkkaboo (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 16:20
    มันต้องแบบนี้ค่ะคุณหนู!!
    #5,824
    0
  2. #5783 bwithdekd (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 02:03
    อห ดุมาก ดุมากกกกก สุดยอดเลยพิแบค;—; ยัยโชรงกำลังจะโดนไฟคอกตายของจริง
    #5,783
    0
  3. #5760 YunewG (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 04:53
    กรี๊ดดดดดดดด แซ่บมาก คุณหนู อย่ามาวุ่นวายกันนะโชรง เดี๋ยวจะโดนอีก หึหึ
    #5,760
    0
  4. #5754 มายูกิ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:11
    ตัวร้ายสุดในเรื่องนี้คือนายเอกค่ะ55555
    #5,754
    0
  5. #5725 pbcy (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 13:03
    แส้บสุดแล้วรู้กแม่ ให้มันรู้ใครเป็นใครนะโชรง จัมมมม!!!
    #5,725
    0
  6. #5670 Okoy up (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 21:31
    ชอบ สิบบวกเลยยยย
    #5,670
    0
  7. #5663 MYBH43 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 12:21
    จรัมมมม!!
    #5,663
    0
  8. #5644 areenachesani (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 18:30
    จรัมมมม
    #5,644
    0
  9. #5610 CB💕 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 03:11
    จัมวั้ย
    #5,610
    0
  10. #5592 fourfivesix (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 16:30
    อย่าทำให้คุณหนูของขึ้นค่ะ จัม!
    #5,592
    0
  11. #5576 Supaporn Srinoun (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 12:06
    จรัม!นังโชรงชงโค!!!
    #5,576
    0
  12. #5558 hunhun (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 20:58

    ชั้นว่าชานยอลได้ยินหมดเลย พนมมือ

    #5,558
    0
  13. #5520 kmxiioxe_ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 13:37
    คุณหนูดีมากเลย แต่กลัวมันจะพีคตรงชานยอลได้ยินนี่แหละค่าาาาาาา
    #5,520
    0
  14. #5489 qxirn (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 18:25
    ช็อคแทนคุณชานยอล อมกกกกกกก
    #5,489
    0
  15. #5449 mmaijii (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 21:53
    กลัวชานใสได้ยินคร่า
    #5,449
    0
  16. #5432 Pinkuplatong (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 21:47
    โอ่ยยย มาเต็มมาก ชานมาเห็นมาได้ยินคงช้อคไปเลย คนดีของชาน สงสารแบคไว้รอเลย
    #5,432
    0
  17. #5355 Intelligence- (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 12:40
    จำวรั้ยยยยยยยยยยยย 5555555555555555 โคตรสะใจจริงๆตอนนี้ แบบบบบ เจ๋งไปเลยแบคคคคคคคคคคคค หึๆๆๆๆ เป็นไงละค้าาาาา เจอแบคคนจริงเข้าไป หงอเป่าาา อิอิ
    #5,355
    0
  18. #5303 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 14:01
    จำใส่กะโหลกไว้ค่ะอีชานี
    #5,303
    0
  19. #5273 ❤ Willis ❤ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 19:51
    เป็นยังไงล่ะ!! จำใส่สมองอันไม่มีรอยหยักของแกเอาไว้นะว่าทีหลัง..อย่าคิดจะล้ำเส้น!!! อยู่ดีไม่ว่าดีชอบแส่หาเรื่องใส่ตัว
    #5,273
    0
  20. #5229 pim pimmi (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 12:02
    จำไว้!!!!!
    #5,229
    0
  21. #5206 NearPear (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 17:41
    และคงไม่ลงเอยตามที่ว่าพระเอกมา
    #5,206
    0
  22. #5200 irxs-devine (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 19:41
    ไรท์เตอร์สุดยอดดดด เเต่งคาเเรคเตอร์เเบคฮยอนเเบบดีเว่อร์ ชอบที่สุดดด
    #5,200
    0
  23. #5182 Ging_Maneerat (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 22:37
    wow!! ร้ายกาจสุดๆๆ ????????
    #5,182
    0
  24. #5171 kkimmaggurren (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 22:38
    จำใส่สมองไว้
    #5,171
    0
  25. #5128 dodream (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 20:30

    จำวรั๊ยยย ปาร์คโชรง

    #5,128
    0