(END) Lovely you เธอน่ารัก ::: ChanBaek

ตอนที่ 2 : Lovely you : เธอน่ารัก ตอนสอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,304
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 278 ครั้ง
    22 พ.ย. 58

















 

            เฮ้อออออออออออ!

 

            ใครสักคนเคยเตือนว่าถ้าคุณถอนหายใจหนึ่งครั้งจะอายุสั้นไปหนึ่งปี ยิ่งเราถอนหายใจบ่อยมากแค่ไหนอายุขัยของเราก็จะยิ่งหดสั้นลงมากเท่านั้น แต่แบคฮยอนไม่สนใจหรอก ถ้าไม่ได้เจอคนที่อยากเจอภายในวันสองวันนี้เขาอาจจะตรอมใจตายโดยไม่ต้องเสียเวลาถอนหายใจด้วยซ้ำ คนตัวเล็กพ่นลมยืดยาว กระวนกระวาย ไม่มีใจอยากทำอะไรนอกจากคิดหาวิธีเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์กับเพื่อนของลูกผู้น้อง เกิดมายังไม่เคยชอบใครจริงจัง ไม่เคยต้องเป็นฝ่ายทุ่มเทความรักให้ใครก่อน เลยไม่รู้จะเริ่มจากจุดไหนให้เรื่องมันไปได้ดีที่สุด คืบหน้าเร็วที่สุดและจบอย่างสวยงามสุด ๆ 

 

            แบคฮยอนเป็นคุณหนูนะ ตั้งแต่จำความได้ก็มีแต่คนคอยเอาใจ ถึงไม่ใช่ทุกคนที่เจอ ไม่ใช่ทุกคนในโลก แต่คนใกล้ชิดทุกคนล้วนเป็นแบบนั้น เพราะเกิดมาหน้าตาน่ารัก นิสัยดี ใครเห็นใครก็นึกเอ็นดูชื่นชอบ กระทั่งคุณพ่อคุณแม่ของคิมจงอินยังสอนลูกชายว่าให้คอยดูแลช่วยเหลือและเอาใจพี่ชายคนนี้ แบคฮยอนอยากได้อะไรก็มีคนหามาให้ ไม่เคยหรอกที่จะต้องกลุ้มเพราะเรื่องนอกกาย เขาเจอเรื่องพรรค์นี้มาจนชินบ่อยครั้งที่เคยนึกรำคาญคนรอบตัวแต่คราวนี้กลับนึกรำคาญที่ไม่มีใครสักคนเสนอตัวเข้าร่วมปฏิบัติการเพื่อรักแท้ครั้งนี้เลย ไม่รู้ความช่วยเหลือที่เคยมีมาอย่างไม่ขาดมันหายไปพร้อมลมหนาวหรือยังไง!

 

             คิมจงอินหายเงียบเข้ากลีบเมฆ รับทราบความกลุ้มของพี่ชายไปแล้วก็ทำเป็นเฉย ส่งข้อความไปไม่ตอบ โทรไปก็อ้างว่าติดสายบ้าง ติดเรียนบ้าง ติดสาวบ้าง หันมาหาเพื่อนสนิท อี้ชิงก็เอาแต่บ่นเรื่องครอบครัว รักแท้ของคุณแบคฮยอนกลายเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วเมื่อเทียบกับสารพันปัญหาของคุณแม่ลูกหนึ่ง สองคนที่พอจะระบายความในใจให้ฟังได้ไม่มีใครอยากฟังปัญหาใหญ่เท่าเทือกเขาแอลป์ของคุณหนู คนตัวขาวถึงได้อึดอัดพาลรีพาลขวางจนใครก็เข้าหน้าไม่ติด

 

            “แบคฮยอนครับ...” ดวงตาเรียวสวยวาดไปหาต้นเสียง นิสิตชายคนหนึ่งมาหยุดยืนข้างที่นั่งเมื่อไหร่แบคฮยอนก็ไม่รู้(แล้วก็ไม่อยากจะรู้ด้วย) สิ่งที่ข้องใจตอนนี้มีเพียงแค่

 

“มีอะไรหรือครับ?”

 

            “เสาร์หน้าผมจะจัดปาร์ตี้ที่บ้าน ปาร์ตี้เล็ก ๆ เชิญแค่คนคุ้นเคย อยากให้คุณแบคฮยอนไปด้วย” แล้วฉันไปคุ้นเคยกับนายตั้งแต่เมื่อไหร่ คุณหนูกดเสียงถามในใจ มองการ์ดเชิญที่เจ้าของงานยื่นมาให้เงียบ ๆ ฝ่ายนั้นเห็นอาการนิ่งของคุณหนูคนสวยก็รีบเสริมว่า “เชิญคุณอี้ชิงด้วยนะครับ ถ้าพวกคุณไปผมจะดีใจมาก”

 

            แล้วยังไง นายดีใจแล้วชานยอลจะรีบบิดมอเตอร์ไซค์มาขอความรักฉันวันนี้พรุ่งนี้เลยหรือไง ก็ไม่ใช่ ไม่มีอะไรเกี่ยวกับผู้ชายตากลมผมดำคนนั้นซักกะนิด ไร้แรงจูงใจขนาดนี้แล้ว ทำไมคุณแบคฮยอนต้องแคร์!

 

            “ผมไม่ว่าง วันนั้นมีนัดกับเพื่อนแล้ว” แต่คุณหนูก็เรียนรู้เรื่องมารยาทมาดีเกินไป เจ้าของดวงตาเรียวสวยไม่ได้แสดงสีหน้าหงุดหงิดอย่างที่ใจเป็น กลีบปากบางวาดเป็นรอยยิ้มหมอง สีหน้าเสียดายอย่างสุดซึ้ง

 

            “อย่างนั้นหรือครับ...แล้วคุณอี้ชิง...” พอเป้าหมายหลักพลาด ลูกชายเศรษฐีใหญ่ก็แก้เก้อด้วยการหันไปหาคุณแม่ยังสาว อี้ชิงยิ้มหวาน สะบัดผมบ็อบสั้นสวย ๆ

 

            “ฉันก็ไม่ว่างค่ะ ต้องดูแลลูก” ยังไงเสีย สุดท้ายก็ผิดหวังกลับไปอยู่ดี เห็นอยู่ว่าหลายวันมานี้คุณแบคฮยอนไม่อยู่ในอารมณ์อยากสังสรรค์กับใคร รายล่าสุดคงไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้คุณหนูปฏิเสธคำชวนของเพื่อนทั้งในและนอกวงสังคมร่วมสิบรายเข้าไปแล้ว แบคฮยอนไม่อยากไปไหน ไม่อยากทำอะไร รู้สึกว่ามันไม่สนุกแล้วก็คงไม่คุ้มที่จะออกไปปั้นหน้ายิ้มในงานปาร์ตี้ ความสนใจของคุณหนูพุ่งไปหาคน ๆ เดียวที่ยังไม่เคยได้คุยกันเป็นเรื่องเป็นราวสักครั้ง

 

            “พอเถอะน่า ถอนหายใจบ่อย ๆ ไม่ดีนะ นอกจากจะทำให้อายุสั้นลงแล้วยังเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ให้ชั้นบรรยากาศโดยใช่เหตุอีกด้วย” ไม่ชัวร์หรอกว่ามันคือก๊าซนี้ แต่คุ้น ๆ ว่าเคยได้ยินคนอื่นพูด เด็กสายศิลป์ก็เลยจำมาใช้อีกที ผิดถูกอย่างไรคนฟังก็คงไม่แคร์หรอก

 

            “อยากมีความสุขจนลืมหายใจไปเลยเหมือนกันแหละ เราคงอยู่ได้ถึงอายุร้อยห้าสิบโดยไม่ต้องผลาญออกซิเจนแบบเปล่าประโยชน์ด้วย”

 

            “ไปปาร์ตี้ซะ”

 

            “ไม่อ่ะ เบื่อ”

 

            “เมื่อก่อนเห็นออกจะชอบ”

 

            “เปล่านะ อี้ชิงอ่ะ พูดแบบนี้ใครมาได้ยินจะหาว่าเราเป็นคนไม่เอาไหน จะเหนือจะใต้ก็มีแค่ปาร์ตี้หรอก” ที่กลัวคือกลัวจะมีข่าวไม่ดีลอยไปเข้าหูปาร์คชานยอลต่างหาก ต้องรีบแก้ต่างป้องกันตัวเองไว้ก่อน “เราไปเพราะคิดว่าคนเราต้องมีสังคมบ้าง การไปปาร์ตี้ทำให้โลกทัศน์เรากว้างขึ้น นอกเหนือจากเรื่องการแลกเปลี่ยนความเคลื่อนไหวในสังคมแล้ว ยังได้พบปะกับผู้คนมากหน้าหลายตา ได้เรียนรู้นิสัยคนหลายประเภท ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี เราไม่ได้ไปเพราะหวังสนุกอย่างเดียวสักหน่อย”

 

            “ค่า เชื่อค่า ไม่ต้องอธิบายให้ยาวหรอก แหม ทำเหมือนกลัวใครจะเข้าใจผิดอย่างนั้นแหละ” แบคฮยอนไม่ปฏิเสธ เป็นตัวเองได้เต็มที่เสมอกับคนที่ไว้ใจ “ก็ป้องกันไว้ก่อน ถึงเราจะมั่นใจว่าชานยอลไม่ใช่คนที่ชอบตัดสินใครจากข่าวลือก็เถอะ เรื่องไหนที่ป้องกันได้ก็ต้องกันไว้ ความประทับใจแรกเป็นสิ่งสำคัญนะ”

 

            “อ้าว ก็เจอกันไปแล้วไม่ใช่หรือ จะมาประทับใจแรกอะไรอีก” ก็เมื่อไม่กี่วันก่อน เจ้าตัวเพิ่งโทรมาเพ้อให้ฟังว่าไปอุดหนุนร้านดอกไม้มา ได้สบตากับพนักงานรูปหล่อตั้งสองวินาทีแถมปาร์คชานยอลยังเข้ามาคุยด้วยอย่างสุภาพ(?) นั่นไม่เรียกว่าแรกพบ(ของทั้งสองฝ่าย...เพราะแบคฮยอนเคยเจอชานยอลโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัวมาก่อนแล้ว)หรอกหรือ “เจออีกครั้งเค้าก็ไม่เรียกครั้งแรกแล้วนะ โดยเฉพาะแบคฮยอนน่ะ ครั้งที่สามแล้วด้วยซ้ำ”

 

            “ประทับใจทุกครั้งที่ได้เจอก็ยิ่งดีนี่”

 

“จะไปเจออีกหรือ” นิ้วเรียวขาวเคาะโต๊ะก๊อกแก๊กแล้วก็ไต่เข้าหากัน

 

“อยากเจอ...คิดถึง...” คำหลังอุบอิบแทบไม่มีเสียงแต่ก็ไม่พ้นโดนอี้ชิงเอ็ดทันที

 

“แบคฮยอน! รุกมากเกินไปเกิดฝ่ายนั้นรู้สึกไม่ดีขึ้นมาจะแย่เอานะ เราว่าแบคฮยอนควรอยู่กับตัวเองสักพักหรือหาเรื่องอื่นทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจไปจากปาร์คชานยอลบ้าง หายใจเข้าหายใจออกเป็นคน ๆ เดียวแบบนี้ ไม่เหลือสมองไว้คิดเรื่องอื่นกันพอดี”

 

“อี้ชิงก็ช่วยเราคิดสิ”

 

“แนะนำได้แค่ที่บอกไป ถ้าไม่เชื่อก็เลิกถาม เรามีงานล้นมือไม่ว่างฟังใครเพ้อถึงเด็กวิศวะตลอดทั้งวันหรอก ช่วงนี้เจ้าตัวเล็กทานข้าวยาก ป้อนอะไรใส่ปากก็คายออกลูกเดียว สงสัยต้องเปลี่ยนอาหารเสริมแล้ว” ปัญหาใหญ่สำหรับตอนนี้คือคนรอบตัวไม่มีใครยอมให้ความร่วมมือกับแบคฮยอนเลย จงอินหลีกหลี้หนีหน้า อี้ชิงเอาภาระครอบครัวมาอ้าง แบคฮยอนรู้ว่าทั้งสองคนไม่เห็นด้วยกับความรักครั้งนี้ ทำไมนะทำไม แค่เรื่องความต่างของฐานะทำไมทุกคนต้องมองว่าชานยอลไม่คู่ควรกับคุณแบคฮยอนด้วย

 

            ร่างเล็กถอนใจอย่างหนักอก หารู้ไม่ว่าตัวเองนั้นเข้าใจผิดไปไกล

 

การวางเฉยของจงอินและอี้ชิงไม่ใช่เพราะอยากกันนักศึกษาธรรมดา ๆ ออกจากชีวิตอันเลิศเลอของคุณหนู แต่เป็นเพราะทั้งคู่รู้พิษสงของคุณแบคฮยอนดี ดีมากจนไม่อยากให้คนดี ๆ อย่างปาร์คชานยอลมารับเคราะห์ด้วยต่างหาก!

 

 

 

 

 

 

 

            จุนมยอนเลิกคิ้วจนหน้าผากย่น ดวงตาสีเข้มเขม้นมองราวกับไม่อยากเชื่อสิ่งที่เห็น แต่ตาเขาก็ไม่ได้ฝ้าฟางจนมองภาพผิดเพี้ยนไป ร่างขาวจัดที่กำลังรอข้ามถนนมายังฝั่งนี้คือคุณลูกค้าเมื่อวันก่อนไม่ผิดแน่นอน ยิ่งเห็นรถยนต์คันสวยที่จอดไว้ด้านหลังชายหนุ่มก็ยิ่งมั่นใจ เกิดอะไรขึ้นกับช่อดอกทานตะวันที่เขาบรรจงจัดให้หรือเปล่านะ ผู้สืบทอดร้านดอกไม้ของทางบ้านครุ่นคิดด้วยความกังวล

 

            “ยินดีต้อนรับครับ” ชายหนุ่มเอ่ยต้อนรับพร้อมเปิดประตูออกกว้าง แบคฮยอนยิ้มตอบ เดินเข้ามาสู่ไอเย็นและกลิ่นหอมของร้าน

 

“หอมจังเลยครับ”

 

            “ทางสวนเพิ่งส่งกุหลาบมาให้เมื่อสักครู่ครับ” เมื่อคุณหนูตัวขาวไม่มีท่าทีขุ่นเคือง จุนมยอนก็ใจชื้น กลับมาพร้อมยิ้มหวานแบบนี้คงไม่ใช่เพราะตัวสินค้ามีปัญหาแล้วล่ะ “มีอะไรให้ทางร้านเราบริการได้บ้างครับ?”

 

            “คือ ดอกไม้ที่จัดให้เมื่อคราวที่แล้วน่ะครับ เพื่อนชอบมาก ใครเห็นก็ชมว่าสวยดี วันนี้ก็เลยอยากรบกวนช่วยจัดให้อีกสักช่อ” จุนมยอนค้อมศีรษะน้อย ๆ

 

            “ยินดีครับ อยากได้ดอกอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าหรือเหมือนเดิม” เหมือนเดิมคือชายหนุ่มออกไอเดียทั้งหมดแบคฮยอนมีหน้าที่แค่บอกข้อมูลของผู้รับเท่านั้น คุณลูกค้ากวาดตามองไปรอบ ๆ หยุดมองกุหลาบหลายสิบดอกที่จุนมยอนแยกไว้ตามสี ชายหนุ่มจัดทั้งหมดโชว์ไว้ในถังสีขาววางไล่ระดับต่ำบ้างสูงบ้าง ความสวยของราชินีดอกไม้จึงยิ่งโดดเด่นและสะดุดตามากที่สุด

 

            “กุหลาบที่เพิ่งมาวันนี้ก็ได้ครับ อืม...คนรับเป็นผู้หญิง ขอเป็นกุหลาบสีชมพูก็แล้วกันครับ” บอกผ่านรอยยิ้มใส เจ้าของร้านเชิญให้นั่งที่ชุดโซฟาแต่แบคฮยอนตอบอย่างกระตือรือร้นว่าอยากยืนดูการจัดดอกไม้มากกว่า ลักษณะอ่อนโยน ยิ้มง่าย สุภาพแบบไม่มากและไม่น้อยเกินทำให้คุณหนูลดกำแพงกั้นระหว่างทั้งคู่ลงอย่างรวดเร็ว อันที่จริง คุณแบคฮยอนตั้งใจจะสร้างความคุ้นเคยกับเจ้าของร้านอย่างตั้งใจเองแหละ

 

            “คุณเก่งจังเลย ดูแลดอกไม้ตั้งเยอะแยะ ทำงานกับสิ่งที่เปราะบางยากไหมครับ”

 

“ทั้งยากทั้งง่ายครับแต่อาศัยว่าใจรักเลยไม่ท้อไปเสียก่อน” ส่วนใหญ่แล้วคนที่เป็นเจ้าของร้านดอกไม้มักเป็นผู้หญิง เขาไม่ค่อยเห็นผู้ชายเลือกดอกไปพลางยิ้มละมุนให้ดอกไม้ทุกดอกไปด้วยสักเท่าไหร่ ผู้ชายคนนี้ต้องมีใจรักให้ไม้ดอกไม้ประดับเป็นพื้นฐานสำคัญอยู่แล้ว

 

“แล้วนานไหมครับกว่าจะจัดได้คล่องแบบนี้”        

 

“ไม่นานครับ ถ้าเราสนุกเราจะอยากทำอยู่เรื่อย ๆ พอได้ริลอง ปรับแต่งของเก่า ทดลองของใหม่ มันก็ทำให้เราเกิดไอเดียดี ๆ ไม่นานก็คล่องมือเอง ผมโชคดีที่ทางบ้านมีสวนดอกไม้ แม่มีร้านอยู่ก่อนแล้ว ผมเลยมีที่ฝึกปรือฝีมือ คุณเองถ้ามีโอกาสได้จัดดอกไม้เองสักครั้งก็อาจจะทำได้ดีกว่าผมก็ได้” แบคฮยอนถอยออกจากโต๊ะ

 

“ไม่ไหวล่ะครับ กลัวจะช้ำคามือ สงสารดอกไม้ ถ้ามีเซ้นส์รับรู้ได้ พวกมันคงร้องไห้ตั้งแต่ได้ยินคุณพูดแล้วล่ะ” จุนมยอนหัวเราะจนรูปตากลายเป็นขีดโค้ง เสียงหัวเราะของเขาทำให้ผู้ชายอีกคนที่กำลังเดินพับแขนเสื้อออกมาจากด้านหลังย่นคิ้วด้วยความสงสัย เพื่อนสนิทคนไหนแวะมาเยี่ยมหรือเปล่า พี่จุนมยอนมันถึงได้หัวเราะเสียลั่นกระจกร้าน ช่วงขายาวก้าวตรงไปทางโต๊ะจัดดอกไม้ แล้วภาพตรงหน้าก็ทำให้ผู้ช่วยหนุ่มเกือบชะงัก

 

ลูกค้าคนนั้นอีกแล้ว

 

น่าแปลกที่เขาจำอีกฝ่ายได้แม้กระทั่งด้านหลัง ร่างเล็กยืนไขว้ขา เท้าแขนกับขอบโต๊ะ เรือนผมดำเป็นมันเลื้อยยาวสะบัดปลายเคลียปกเสื้อ วันนี้ไม่ได้สวมแว่นกันแดดอย่างคราวก่อน ชานยอลมองไม่เห็นหน้าแต่ได้ยินเสียงชัด เสียงแหบใสเอาแต่ถามถึงเรื่องการคัดเลือกดอกไม้ การจัดวาง เอ่ยชมจุนมยอนด้วยความทึ่งในฝีมือเจ้าของร้าน ชานยอลกลั้นยิ้ม หรือคุณลูกค้าจะสนใจอย่างอื่นมากกว่าดอกไม้ก็ไม่รู้สิคราวนี้

 

“มีลูกค้าเข้าร้านตลอดคุณก็เหนื่อยแย่สิครับ” ไม่ได้อยากแอบฟังใครคุยกันนะ ชานยอลกำลังคัดเยอบีร่าที่เสียแล้วออกจากถัง ช่วยไม่ได้ที่ต้องมายืนอยู่ข้างหลังคนตัวเล็กพอดี

 

“ผมมีผู้ช่วยประจำครับ”

 

“ผู้ช่วย อ๋อ คน...ตัวสูง ๆ ตาสวย ๆ หน้านิ่ง ๆ หน่อย คนที่เคยเจอคราวก่อนใช่ไหมครับ” เจ้าตัวได้ยินแล้วก็นึกทึ่ง เห็นเป็นคุณชายหัวสูง เชิดหน้าตลอดเวลาอย่างนั้นนึกว่าจะไม่ทันสังเกตใครเสียอีก ชายหนุ่มกดยิ้มส่งให้จุนมยอน รู้กันว่าตั้งใจล้อ “ไม่ใช่ครับ คนนั้นเป็นรุ่นน้องผมเอง ชานยอลจะมาช่วยตอนเย็นวันหยุดหลังจากผู้ช่วยของผมกลับไปแล้ว เห็นหน้าตาไร้อารมณ์แบบนั้น หมอนั่นจัดดอกไม้เก่งพอ ๆ กับผมเลยนะครับ”

 

“จริงหรือครับ! คุณ...คนนั้นก็จัดดอกไม้เป็นหรือครับ?”

 

“ครับ พนักงานของเราต้องรู้เรื่องดอกไม้ดีทุกคน เพื่อให้บริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า” คุณหนูยกสองแขนกอดอก สีหน้าไม่เปลี่ยนไปเลยยามพึมพำในลำคอ จัดดอกไม้เก่งด้วยอ่ะ

 

“ถ้าไม่เชื่อคุณถามเจ้าตัวดูก็ได้” คิมจุนมยอนพยักพเยิดไปข้างหน้านั่นหมายความว่าแบคฮยอนต้อง(รีบ)หันหลัง เด็กหนุ่มเผยอปากออกจากกัน ข้อเท็จจริงใหม่ล่าสุดที่ได้รู้ทำให้เกิดพลุไฟระเบิดตูมตามในอกอีกครั้ง ไม่แน่ใจว่ากลุ่มควันขาวที่ลอยออกจากปากนั้นคือลมหายใจหรือวิญญาณตัวเองกันแน่

 

ชานยอลค้อมศีรษะลงตามมารยาทสากล ชายหนุ่มถือตะกร้าสานก้นแบนสำหรับใส่ดอกไม้ที่ต้องคัดทิ้ง มืออีกข้างกำลังดึงเยอบีร่าสีเหลืองออกจากถังบนชั้นกระจก เมื่อรอแล้วคุณลูกค้าก็ไม่เอ่ยปากถามอย่างที่จุนมยอนแนะ ชายหนุ่มก็หันมาสนใจงานในมือต่อ เมื่อสำรวจแล้วเห็นว่าดอกไม้พร่องไปเยอะจึงตั้งใจจะเข้าไปเอามาเพิ่ม เพิ่งจะหมุนตัวกลับก็ต้องเปลี่ยนทิศอย่างฉับพลัน ร่างเล็กที่อยู่ห่างไม่เกินสามก้าวถอยมาปะทะพร้อมเสียงร้องของความตกใจ

 

“โอ๊ะ!” ชานยอลเสือกตะกร้าไปบนชั้นกระจก เอ่ยขอโทษเสียงต่ำก่อนจะจับมือขาวหงายขึ้น

 

“หนามกุหลาบ” ได้ฟังแค่นั้นอาการชาก็ไหลเข้ามาในร่างพร้อมออกซิเจน คุณหนูครางเสียงสั่น รู้สึกเหมือนมีแสงสว่างจ้าสาดใส่หน้า ร่างเซเสียหลัก สาบานได้ว่าไม่ตั้งใจแต่ลืมตาอีกทีแพขนตาก็กระพืออยู่บนปกเสื้อเชิ้ตสีขาวเสียแล้ว คุณแบคฮยอนร้องโฮในอก แข้งขาอ่อนเหมือนตุ๊กตาเทียนแต่ก็ต้องแข็งใจยกใบหน้าออกจากซอกไหล่กว้าง นานกว่านี้จะสิ้นชีพเอาง่าย ๆ นะ มาย ลอร์ด

 

“เป็นยังไงบ้างครับ! เจ็บมากไหม!” เจ้าของร้านผู้อารีละมือจากงานทันที จุนมยอนก้าวเข้ามาใกล้ มองของเหลวสีแดงเข้มดันตัวออกมาจนท่วมเศษหนามแล้วก็หน้าเครียด “ขอโทษด้วยครับ ผมทำงานไม่เรียบร้อย คุณเลยต้องมาเจ็บแบบนี้”

 

แบคฮยอนไม่พูด คนตัวเล็กยุ่งกับการดึงมือออกจากมือหนาแต่ชานยอลไม่ยอม เขาใช้ปลายนิ้วดึงหนามอันใหญ่ออกจากเนินฝ่ามือนุ่มในครั้งเดียวแล้วก็กดเค้นรอบ ๆ แผลให้เลือดยิ่งไหลหนัก เสียงทุ้มร้องบอกจุนมยอนให้เข้าไปเอากล่องปฐมพยาบาล ยิ่งไม่มีคนที่สามอยู่ด้วย คนตัวเล็กกว่ายิ่งออกแรงฝืน

 

“ผมไม่เป็นไรแล้ว” ไม่รู้ว่าเขาเชื่อคำนั้นหรือพอใจกับการคัดเลือดทิ้งแล้ว ชานยอลถึงได้ยอมปล่อยมือขาวง่าย ๆ คนตัวโตมองผิวแก้มระเรื่อกับดวงตาวาววับแล้วก็เข้าใจว่าลูกค้าคนพิเศษไม่พอใจ

 

“ขอโทษ ผมไม่มีเจตนาจะล่วงเกิน แค่ไม่อยากให้แผลติดเชื้อ”

 

“ไม่ใช่! ผมไม่ได้คิดว่าคุณจะ...ทำอะไรแบบนั้น”   

 

“รีบทำแผลเถอะครับ” ว่าแล้วร่างสูงก็ถอยห่าง ปล่อยให้จุนมยอนเข้าไปทำหน้าที่แทน พอเจ้าของร้านบอกให้นั่งตรงโซฟาแบคฮยอนก็ทำตามอย่างว่าง่าย ยอมให้ชายหนุ่มหน้าสวยทำแผลโดยไม่มีการต่อต้าน ชานยอลยืนอยู่ที่เดิมรอจนจุนมยอนปิดพลาสเตอร์ยาเรียบร้อยจึงเสนอเสียงเรียบ

 

“ถ้าคุณอยากไปหาหมอเพื่อความแน่ใจ...”

 

“ไม่ครับ ผมไม่เป็นไรจริง ๆ” ถึงเลือดจะไหลจนเปื้อนมือเป็นคราบแต่พอทำความสะอาดเสร็จก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างตอนแรกแล้ว แบคฮยอนบอกปัดเพราะเห็นว่าไม่จำเป็น ไม่อยากให้ชานยอลต้องเป็นห่วง ยิ่งเห็นว่าที่แฟนหน้าเครียดคุณหนูก็ยิ่งใจเสีย

 

โถ คนดีของคุณแบคฮยอน นี่คงห่วงเขามากถึงได้ทิ้งงานโผเข้ามาดูแผลเป็นคนแรก แบคฮยอนยังไม่ทันตั้งตัวกับการพบกันในระยะประชิด ตาพร่าขาสั่น ไม่ทันระวังเลยกดฝ่ามือใส่หนามแหลมเข้าเต็มเปา ยังไม่ทันรู้สึกเจ็บปวดกับบาดแผลก็เกือบจะหัวใจวายเพราะใบหน้าหล่อเหลาที่โน้มเข้ามาใกล้ซะก่อน แบคฮยอนจะป้องกันตัวเองด้วยการสะบัดมือออกแล้ววิ่งหนีไปสุดขอบทะเลทรายซาฮาร่าพระเจ้าก็คงไม่กริ้วหรอก ก็ชานยอลน่ะหล่อทำร้ายทำลาย ใครมันจะทนไหว

 

ร่องรอยที่คนตัวโตสัมผัสยังหลงเหลือเต็มมือข้างที่เจ็บ มือของชานยอลใหญ่จนกุมมือเขาแทบมิด ผิวชานยอลร้อน ร้อนจนแบคฮยอนเผลอสะบัดด้วยความตกใจ หนามกุหลาบตำมือไม่เคยทำให้ใครตายแต่คุณแบคฮยอนอาจจะหัวใจวายตายเพราะโดนคนหล่อจู่โจม ช่วยด้วยเถอะ ขนาดยืนห่างไปหลายก้าวยังทำให้คนโดนจ้องเกร็งทั้งตัวได้

 

“ทางเราจะชดใช้ค่าเสียหายให้นะครับ เป็นความผิดของผมเองที่ทำมือคุณเป็นแผล” แบคฮยอนไม่อยากได้การชดใช้ ใจอาจจะรวนเพราะถูกกระทบกระเทือนแต่ก็ไม่ได้พังเสียหาย ตั้งสติไม่นาน หัวใจก็จะกลับมาทำงานเป็นปกติเอง ส่วนบาดแผลเล็กน้อยตรงมือก็ลืมมันไปเสียเถอะ ไอร้อนจากมือใหญ่ฆ่าทุกเชื้อให้เรียบร้อยแล้ว

 

“ไม่ต้องหรอกครับ ผมซุ่มซ่ามเอง เข้าไปเกะกะตรงโต๊ะทำงานของคุณจนตัวเองได้แผล ขอโทษนะครับ เลยทำให้วุ่นวายกันไปหมด”

 

“ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ คุณไม่ผิดอะไรเลย” มันแน่นอนอยู่แล้ว สำหรับร้านค้าลูกค้าคือพระเจ้า ไม่ว่าจะผิดหรือไม่ผิดยังไงก็กล่าวโทษไม่ได้ แต่แบคฮยอนเห็นว่าครั้งนี้ตนก็มีส่วนทำให้เกิดเรื่อง (ไม่ยอมพาดพิงถึงต้นตอที่ทำให้ตัวเองสติหลุดแม้สักขณะจิต) คนตัวเล็กยิ้มบาง กำมือแล้วคลายอยู่สองสามรอบ

 

“ไม่เจ็บแล้วครับ หายแล้ว”

 

“ถ้าอย่างนั้น ดอกไม้ช่อนี้ถือว่าเป็นของปลอบขวัญคนเจ็บก็แล้วกันนะครับ” แบคฮยอนเลยได้กุหลาบสีชมพูช่อใหญ่มาแบบไม่ต้องเสียเงิน เด็กหนุ่มวางมันลงบนเบาะข้างตัว ไล้ปลายนิ้วกับกลีบบอบบางแล้วก็อมยิ้ม

 

วันนี้ได้มายิ่งกว่ากุหลาบหนึ่งช่อเสียอีก พอเขาลุกขึ้นยืนปาร์คชานยอลก็อาสาเข้ามาช่วยถือดอกไม้มาส่งถึงรถ สัญชาตญาณป้องกัน(ใจ)ตัวเองทำให้เกือบจะหลุดปากปฏิเสธเหมือนครั้งก่อนแต่อีกฝ่ายไวกว่า ร่างสูงเดินนำ เปิดประตูพาคุณแบคฮยอนออกมาสู่แสงไฟด้านนอก คุณหนูนึกอยากให้ถนนที่ตัดผ่านหน้าร้านกว้างสักแปดเลนส์สิบหกเลนส์ก็ไม่ก็มีอุโมงค์มุดลงใต้ดิน เขาจะได้มีเวลาอยู่กับว่าที่แฟนสองต่อสองนานมากกว่าสองนาที

 

คุณหนูหยิบแว่นกันแสงขึ้นมาสวมแล้วก็พรูลมหายใจอย่างเป็นสุข ตอนที่เดินมาถึงรถแล้วยืนรอพร้อมช่อดอกไม้ อย่างกับแฟนหนุ่มเดินมาส่งคนรักแน่ะ คนหล่อในชุดเดทเชิ้ตขาวพับแขนกับกางเกงยีนส์สีเข้ม(ถึงจะมีผ้ากันเปื้อนคาดเอวสีน้ำตาลก็ดีลิททิ้งชั่วคราวได้อ่ะนะ) ตอนชานยอลส่งดอกไม้ให้ ปลายนิ้วเลยได้แตะกันนิดหน่อย

 

โอ๊ย คุณแบคฮยอนเขินจนคอแข็งไปเลย >.<

 

 

 

 

 

 

“ไม่รู้ว่าใช้น้ำหอมหรือเปล่าแต่กลิ่นหอมมาก ทีแรกเราคิดว่าเป็นกลิ่นในร้านดอกไม้แต่ก็ไม่ใช่เพราะไม่ได้หอมหวาน หอม สะอาด กลิ่นสดชื่น ๆ หน่อย”

 

“บางคนไม่ชอบใช้น้ำหอม อาจเป็นกลิ่นแชมพูหรือไม่ก็ครีมอาบน้ำมั้ง”

 

“อย่างนั้นหรือ อืม ก็อาจจะใช่ แต่หอมมากเลย อยากรู้จังว่าถ้าได้...ใกล้ ๆ จะเป็นยังไง” อี้ชิงจัดกุหลาบดอกสุดท้ายใส่แจกันเสร็จแล้ว ก่อนจะต้องทนฟังเพื่อนสนิทเพ้อถึงร่างกายผู้ชายมากไปกว่านี้คุณแม่ยังสาวก็ลุกขึ้นยืน ถือแจกันเอาไว้ในมือทั้งสองข้าง

 

“ยินดีด้วยนะที่คืบหน้าไปอีกขั้น”                        

 

“ขอบคุณค้าบบบบ โชคดีนะที่ชานยอลทำงานพิเศษที่ร้านดอกไม้แค่วันหยุด ถ้าทำทุกวันเราคงหาเหตุผลไปหาที่ร้านบ่อย ๆ ไม่ได้ คราวก่อนซื้อให้เพื่อนผู้ชาย คราวนี้ซื้อให้เพื่อนผู้หญิง คราวหน้าคิดไม่ออกว่าจะซื้อให้ใครอีก คุณคิมจุนมยอน...เจ้าของร้านน่ะ ให้นามบัตรมาแล้วด้วยบอกว่าถ้าไม่สะดวกไปก็ให้โทรไปสั่งแทน เหอะ ไม่เห็นจะอยากโทรเลย สู้ไปที่ร้านเลยก็ไม่ได้” กลีบปากบางห่อเข้าหากัน ดวงตาเรียวพราวระยับ มีความสุขกับจินตนาการอันงดงามอยู่ตรงโซฟาบ้านเพื่อน “แต่ถ้าเป็นร้านหนังสือค่อยมีเหตุผลให้ไปได้ทุกวันหน่อย”

 

“ทุกวัน? แบคฮยอนตั้งใจจะไปทุกวันหรือ?”

 

“ที่จริงก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก วันไหนว่างก็ตั้งใจว่าจะไป” เชื่อเถอะว่าคุณหนูต้องหาเวลาว่างให้ตัวเองทุกวันจนได้ “ก็แค่ช่วงเย็นหลังเลิกเรียนเอง ไม่ได้โดดเรียนไปซะหน่อย การเรียนไม่เสีย การเงินไม่กระทบ ไม่มีปัญหา”

 

“เราเตือนด้วยความหวังดี อย่าไปร้านนั้นเลย”

 

“ทำไมอ่ะ?”

 

“ไม่ต้องถามหรอก ยิ่งชอบปาร์คชานยอลยิ่งไม่ควรไป” พูดแบบนี้ยิ่งต้องไปสิ แบคฮยอนผุดลุก เดินไปดักหน้าอี้ชิง ถ้าไม่ยอมบอกก็ไม่หลีกทางให้แน่

 

“อี้ชิงรู้อะไรมาแล้วไม่ยอมบอกเรา”

 

“เราไม่บอกเพราะคิดว่าแบคฮยอนคงไม่อยากได้ยินข่าวนี้”

 

“โห คุณอี้ชิง อารัมภบทซะน่าสนใจขนาดนี้แล้วไม่ต้องเก็บไว้หรอก เรื่องอะไรก็พูดมาเลย” ข่าวอะไรที่เขาจะไม่อยากได้ยิน มันต้องเกี่ยวกับชานยอล แค่อี้ชิงเปรยแบคฮยอนก็มือเย็นแล้ว คนเก่งกลัวพอ ๆ กับกล้า แต่ถ้ารู้แค่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ก็แย่กว่า เฉลยให้จบไปเลยดีกว่า 

 

“แน่ใจนะว่าอยากรู้”

 

“แน่”

 

“แบคฮยอนกำลังอินเลิฟหัวปักหัวปำ แน่ใจนะว่าถ้ารู้ว่าปาร์คชานยอลมีแฟนแล้วจะรับได้?” คุณหนูไหวไหล่

 

“ไม่มีปัญหา เราจิตแข็งอยู่แล้ว แค่...อะไรนะ!” อี้ชิงปัดหลังมือสะบัดผมบ็อบด้วยท่าประจำตัว ดวงตาหวานจ้องเข้าไปในดวงตาเรียวยาว หล่อนไม่ซ่อนความพอใจในน้ำเสียงแม้แต่น้อยยามเอ่ยถ้อยคำบาดหัวใจเพื่อนสนิท

 

“ปาร์คชานยอลมีแฟนแล้ว ทำงานพิเศษด้วยกันที่ร้านหนังสือ”

 

“ไม่จริง เป็นไปไม่ได้”

 

“เรารู้มาอย่างนี้”

 

“จงอินเคยบอกเราว่าชานยอลยังไม่มีแฟน”          

 

“เราไม่รู้หรอกว่าคนอื่นรู้มายังไง แต่เรารู้ข่าวจากรุ่นน้องคณะ เด็กคนนั้นเป็นเพื่อนกับฝ่ายหญิง เพื่อนสนิท แต่ก็อย่างว่าแหละ ถึงเป็นเพื่อนก็ใช่ว่าจะรู้จริงทุกเรื่อง แบคฮยอนไปตรองดูก็แล้วกันว่าจะเชื่อข่าวจากสำนักไหน”

 

 

 

 

 

หลังจากหายไปจากสังคมเพื่อนฝูงเพราะรู้สึกผิดต่อเพื่อนรัก ค่ำวันหนึ่งคุณชายคิมก็เอาหน้าหล่อ ๆ โผล่เข้าไปในร้านดอกไม้ของจุนมยอน ชายหนุ่มผิวคร้ามทิ้งตัวลงครองโซฟาลายดอกไม้ เนื้อตัวมีกลิ่นฉุนติดมาจนเจ้าของร้านต้องติง

 

“หายหน้าไปรมควันมาหรือไง กลิ่นแม่งบอกไปถึงตำแหน่งโรงงานผลิต” จงอินยกแขนเสื้อขึ้นดมแล้วก็หัวเราะเก้อ ๆ

 

“โทษทีพี่ มีอะไรให้ดับกลิ่นไหมอ่ะ”

 

“หลังร้าน เปลี่ยนมาใส่เครื่องแบบร้านก่อน พอจะกลับค่อยเปลี่ยนคืน”

 

“แหมะๆๆๆ กะหลอกใช้งานน้องก็บอก”

 

“ร้านจะปิดอยู่แล้วจะทันได้ใช้อะไร”

 

“เหรอ เออดี งั้นผมไม่เปลี่ยนนะ ถ้ามีลูกค้าเข้ามาผมค่อยอัปเปหิตัวเองไปหลังร้านก็แล้วกัน แล้วนี่ ไอ้เหี้ยชานยอลมันไปไหน เพื่อนฝูงแวะมาเยี่ยมเยือนไม่ยอมออกมาต้อนรับขับสู้” จงอินเป็นเพื่อนสนิทกับชานยอลแล้วก็เลยได้มารู้จัก(พร้อมทั้งสนิทสนม)กับคิมจุนมยอนญาติห่าง ๆ ของชานยอลอีกคน

 

“อยากอยากเยี่ยมเพื่อนก็ไปหาที่บ้านสิ นี่ยังอยู่ในเวลางาน มันเอาขยะไปทิ้งหลังร้าน”

 

“ใช้ลูกน้องคุ้มค่าเงินจริง ๆ”

 

“แน่นอน ฉันให้เงินเต็มที่ ชานยอลมันทำงานเต็มที่ แฟร์ ๆ” ตัวจริงของจุนมยอน ภายใต้ใบหน้าใจดี รอยยิ้มละมุน ซ่อนไว้ทั้งความกวนคู่กับความตรง เพื่อนฝูงเท่านั้นที่รู้จริง “ลองอย่างนายมาทำงานสิ พี่ไล่ออกตั้งแต่วันแรก สามสิบนาทีแรกเลยอ่ะ”

 

“เสียใจ ผมไม่ต้องเก็บเงินไว้แต่งรถอย่างไอ้ชาน พี่คงไม่มีโอกาสนั้น แต่ถ้าผมจำเป็นต้องทำงานพิเศษนะ ผมไปเป็นโฮสดีกว่า งานเบาเงินดีมีนารีรายล้อม ไม่ต้องโดนเจ้านายจ้ำจี้จ้ำไชอย่างไอ้ชานด้วย”

 

“เออ ขอให้เจริญ” ถ้าไม่ติดว่ากำลังเช็ครายการที่ต้องสั่งเพิ่มอย่างเร่งด่วนจุนมยอนคงต่อปากต่อคำกับไอ้คุณชายได้อีกยาว ชายหนุ่มตัวขาวจับปากกากรอกตัวเลขที่ผ่านการคำนวณแล้ว ปล่อยให้การต้อนรับจงอินเป็นหน้าที่ของเพื่อนหน้าหล่อไป

 

“ชานยอล! มึงเป็นยังไงบ้างวะ” ร่างสูงหยุดเท้า ตวัดตามองอาการผวาขึ้นทั้งตัวของคนทักอย่างแปลกใจ

 

“ว่าไง? สบายดีใช่ไหม” ยิ่งเห็นสีหน้าจริงจัง ยิ่งรู้สึกว่าไม่ใช่แบบทุกที

 

“ถามแปลก มึงนั่นแหละเป็นอะไรมากหรือเปล่า”

 

“ไอ้นี่ คนเป็นห่วงยังมาย้อน เห็นว่าช่วงนี้มึง...เอ่อ...หายหน้าไป นึกว่ามีเรื่องอะไร” คุณชายเจ้าสำอางขยับเว้นที่ให้อีกคนนั่งแต่ชานยอลเลี่ยงไปยืนพิงสะโพกกับขอบโต๊ะ ช่วงขายาวพาดมาทางเพื่อนหน้าเข้ม หันหน้าไปทางประตูเพื่อจะได้เห็นคนเข้าคนออกได้ตลอด “คนที่หายเงียบไปคือมึงไม่ใช่หรือ เซฮุนแวะมาวันก่อนบอกช่วงนี้มึงไม่เข้าเรียนเลย แอบพาเมียใครไปเที่ยวมาอีกล่ะ”

 

“ห่า กูไปทำธุระให้ป๋า ไอ้เหี้ยฮุนมันก็รู้”

 

“แล้ววันนี้ว่างแล้วหรือ?”

 

“ก็ ว่าง จะชวนไปกินข้าวสักหน่อย”

 

“กินข้าวหรือกินเหล้า” เสียงนั้นร้องถามมาจากหลังเครื่องคิดเงิน จงอินทิ้งตัวลงพิงพนักยาว “ข้าวก็คือข้าวครับพี่ พรุ่งนี้มีเรียนไอ้ชานมันไม่ยอมแดกอะไรนอกจากเบียร์สองแก้วหรอก”

 

“งั้นพี่ไม่ไปนะจะอยู่เคลียร์ของ” จุนมยอนตัดสินใจได้ไวพอกับตอนคิดเงิน เจ้าของร้านหนุ่มบอกแล้วก็ถือสมุดเดินเข้าหลังร้านไป พอเหลือกันอยู่สองคนกับผู้คนที่เดินผ่านหน้าร้านไปมาคิมจงอินก็ฮัมเพลงขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย สร้างความแปลกใจให้อีกคนเป็นคำรบสอง วันนี้ไอ้คุณชายมันมาแปลก ปกติมันหาเรื่องพูดได้ไม่มีหยุด ยิ่งหายหน้าไปนาน ๆ กลับมาต้องมีเรื่องมาเล่าให้ฟังไม่ต่ำกว่าสองเรื่อง น้อยครั้งจะสร้างความอึดอัดในบรรยากาศให้ชานยอลรู้สึกได้อย่างคราวนี้

 

“มึงเป็นอะไรหรือเปล่า”

 

“หา? กูหรือ? เปล่านี่ กูก็สบายดี ไม่เจ็บไม่ไข้”       

 

“กูรู้สึกเหมือนมึงมีเรื่องในใจ แล้วมันต้องเกี่ยวกับกูด้วย” คุณชายคิมหัวเราะร่วน จากทิ้งตัวพิงพนักก็รูดตัวลงนอนเต็มร่าง ช่วงขายาวเลยโซฟาออกมาเกือบศอก ชายหนุ่มซ่อนหน้ากับท่อนแขน อยากเตือนเพื่อนให้ระวังตัวแต่ก็ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ไม่รู้ว่าควรพูดไหม พี่ชายตัวร้ายออกปากดักไว้ทุกทางตั้งแต่วันนั้น ถ้าไม่ยอมเชื่อฟัง มหันตภัยร้ายจะต้องอุบัติแก่ชีวิตเขาแบบหมดทางรอด กูหนอ เกิดเป็นคนหล่อก็กลุ้มแล้วยังต้องมากลุ้มเพราะมีเพื่อนหล่อ(และพี่ชายติ๊งต๊อง)อีก

 

“มึง กูถามอะไรหน่อยสิ”

 

“ว่ามา”

 

“ถ้ามีคนมาชอบมึง ชอบมาก มึงจะว่ายังไง”

 

“คงไม่ใช่มึงหรอกนะ”

 

“ไม่ใช่โว้ย”

 

“ถามทำไม?”

 

“กูอยากรู้ คือ แบบว่า มีคนเค้าอยากรู้น่ะ”

 

“คนรู้จักมึงหรือเปล่า?”

 

“ก็ เออ รู้จัก”

 

“ถ้าอย่างนั้นก็ยิ่งง่าย” ชายหนุ่มดูนาฬิกาตรงข้อมือ ปลดผ้ากันเปื้อนขึ้นพาดไหล่ ดวงตาคมหวานหรี่ลงไม่มีความตื่นเต้น ไม่มีความยินดี ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกที่ดีหรือไม่ดีจากใครก็ไม่มีผลกับชานยอลทั้งสิ้น “มึงจะได้บอกให้เค้าเลิกคิดตั้งแต่ตอนนี้”

 

“ทำไมวะ?”

 

คำตอบจากเพื่อนตัวสูงมีเพียงรอยยิ้มจาง ๆ บนใบหน้าเท่านั้น

 

 

 

                                                

 

 

 

 

 

 

 

#lovelycb

พี่ชานคนจนมีแท็กแล้วววว











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 278 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,829 ความคิดเห็น

  1. #5805 Pinkkaboo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 12:18
    พิแบคอกหักหรอ;-;
    #5,805
    0
  2. #5779 bwithdekd (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 23:41
    แงงง มีแฟนแล้วหรอ🥺 อย่างงี้พิแบคก็อกหักดังเปร๊าะตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยสิฮือออ
    #5,779
    0
  3. #5739 YunewG (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:47
    อ่าววว ทำไมง่ะ พี่แฟนแล้วจริงหรอ บอกเพื่อนเร็ว อย่าแค่ยิ้มแบบนี้
    #5,739
    0
  4. #5696 mayyamcc (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 01:47
    ทำไมล่ะะะะะ
    #5,696
    0
  5. #5677 Peach9 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 19:53

    ไม่นะชานยอล~~~~
    #5,677
    0
  6. #5628 areenachesani (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 19:37
    แงง พี่ชานนน
    #5,628
    0
  7. #5600 Mookateam (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 16:32
    แงงงงไม่มีใครทีมคุณหนูแต่เดี๋ยวเราจะทีมคุณหนูเอง
    #5,600
    0
  8. #5577 blackunicorn2 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 19:38
    กลับมาอ่านรอบสอง ก็ยังดีงาม เขิงๆ
    #5,577
    0
  9. #5498 kmxiioxe_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 16:11
    ใจแป้วแทนคุณหนูล่วงหน้า :-;
    #5,498
    0
  10. #5444 mmaijii (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 22:14
    ทำไมจงอินดูกีดกันขนาดนั้นอ่า อี้ชิงด้วย งง
    #5,444
    0
  11. #5413 Pinkuplatong (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 19:16
    ชอบอาะ กลั้นยิ้มไม่ไหวเลย มันดีต่อใจมาก คุนหนูน่ารักนะ แต่พี่ชานมีแฟนแบ้วจริงดิ

    ชอบความตงินต่อปากต่อคำพี่จุนมยอนจังเลย
    #5,413
    0
  12. #5393 Jeanve (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 11:15
    ที่ยิ้มนี่มีแฟนอยู่แล้วหรือว่าเจอคนที่ถูกใจแล้ว คนนั้นคือคุณหนูแบคใช่ไหม 555
    #5,393
    0
  13. #5383 sweetticb (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 16:19
    สงสารแบค ฮรือออ อิหนูจะไม่นกตั้งแต่ยังไม่เริ่มใช่มั้ย
    #5,383
    0
  14. #5339 pt_chanbaek (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 21:37
    โหยย ตาพี่ใจร้ายอ่ะ
    #5,339
    0
  15. #5333 Intelligence- (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 12:17
    ทำไมอ่ะ หรือว่ามีแฟนแล้วจริงหรอออ
    #5,333
    0
  16. #5327 Rabbit_Fujoshi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 16:57
    เฮ้อออ ให้โอกาสแบคหน่อยเถอะ
    #5,327
    0
  17. #5320 NaYoRii_OPAL (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 22:06
    ไมเป็นงั้นนน หนูแบคไม่เสียใจนะๆ
    #5,320
    0
  18. #5286 AnymousEiei (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 10:24
    อ่าว เข้
    #5,286
    0
  19. #5253 ❤ Willis ❤ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 19:33
    อ้าว ถ้าชานยอลมีแฟนแล้วยัยคุณหนูแบคจะกล้าเดินหน้าจีบชานยอลต่อปะเนี่ยยยยย
    #5,253
    0
  20. #5249 ตะกุกตะกัก (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 14:31
    ชานยอลนาาาาา
    #5,249
    0
  21. #5209 pim pimmi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 12:49
    ทำไมมมมมม
    #5,209
    0
  22. #5202 CBHHKDss (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 23:13
    โอโห ไม่จริงงงงง
    #5,202
    0
  23. #5098 ปุปปัป (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2559 / 16:39
    มีแฟนจริงอะ
    #5,098
    0
  24. #5078 TheMoush (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 13:15
    ฮือออออ พิชานมีแฟนแล้วหรอ
    #5,078
    0
  25. #5046 aonniieeee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 08:30
    ฮือออออ ชานยอลรู้รึป่าว แง้
    #5,046
    0