(END) Lovely you เธอน่ารัก ::: ChanBaek

ตอนที่ 19 : Lovely you : เธอน่ารัก ตอนสิบเก้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,168
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 271 ครั้ง
    2 ธ.ค. 58


















            ลมหายใจที่สูดเข้าปอดมีไอเย็น มีกลิ่นหอมของน้ำยาปรับอากาศและมีกลิ่นกระดาษ หากแบคฮยอนกลับไม่รู้สึกถึงมัน คนตัวเล็กสัมผัสได้เพียงแค่อาการอัดอั้นในอก กว่าจะรู้ตัวว่ากำลังกลั้นลมหายใจจนเกือบหน้ามืดก็ตอนที่เปลือกตาหนาพับปิดลง ชานยอลทำอะไรไม่รู้ คนตัวโตหลับตาเม้มปากแล้วก็ลืมขึ้นมองแบคฮยอนอย่างรวดเร็ว สมองแบคฮยอนทำงานอย่างเชื่องช้ากว่าจะประเมินได้ว่าชานยอลกำลังยิ้มให้อย่างอ่อนโยน...เจือรอยเศร้า อีกฝ่ายก็หลบตาก้มลงเก็บหนังสือเล่มหนาส่งคืนมาให้เสียแล้ว

 

          เปลือกตาบางกะพริบตาถี่ เส้นขนตาเรียงตัวสวยขยับไหวล้อหลอกให้ดวงตาคมหลงมองอีกครั้ง ลืมตัวลืมตนได้ง่ายเพียงเพราะรอยยิ้มสดใสเสียงหัวเราะรื่นหูและดวงตาพราวระยับ

 


ทำไม

 


ทำไมถึงไม่ระวังตัวชานยอล


 

            “ทำงานต่อเถอะครับ”

 

            “แล้ว ชานยอลไม่อยากรู้แล้วหรือว่าทำไมเราถึงยอมให้ชานยอลขับรถให้” คนหล่อระบายยิ้มในหน้า รอยยิ้มนั้นสั่นขั้วหัวใจคนตัวเล็กได้ร้ายกาจพอกับสร้างความหวั่นเกรงอย่างโหดร้าย ชานยอลมองต่ำเพียงหนังสือในมือเป็นการบังคับให้แบคฮยอนรับมาถือไว้อย่างปฏิเสธไม่ได้

 

            “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมนึกออกแล้ว”

 

“นึกออก?”

 

“ตอนนั้นมือคุณแบคฮยอนเป็นแผลแล้วผมก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มือคุณเจ็บ เราคุยกันแล้วนี่ครับว่าผมจะขับรถให้จนกว่าคุณแบคฮยอนจะขับรถเองได้ ผมลืมคิดไป ขอโทษที่เก็บมาถามอีกนะครับ” มันไม่ใช่อย่างที่แบคฮยอนอยากให้ชานยอลคิด แม้ใจหนึ่งจะกลัวแต่อีกใจแบคฮยอนลุ้นระทึก แอบหวังให้ชานยอลสงสัย ให้คิดลึกมากกว่านี้ คิดไปทางใดก็ได้ที่จะทำให้แบคฮยอนมีความกล้าที่จะเฉลยความในใจให้ฟัง แต่ชานยอลก็ยังคงเป็นชานยอลคนเดิม เป็นคนดีที่ไม่แม้จะทิ้งสายตาให้ความหวัง ใบหน้าหล่อเหลาราบเรียบเจือรอยยิ้มสุภาพ เพ่งมองให้ตายยังไงก็ไม่มีร่องรอยของความอาวรณ์ เหมือนดังที่แบคฮยอนมีให้อีกฝ่ายอยู่เต็มอารมณ์

 

            ชายหนุ่มลำเลียงหนังสือใหม่ขึ้นเชลฟ์เรียบร้อยหันกลับมาอีกครั้งแบคฮยอนก็ยังยืนอยู่ในท่าเดิม เจ้าของดวงตาเรียวสวยยังถือหนังสือนิ่ง มันจะไม่แปลกและไม่กระเทือนหัวใจชานยอลเลยถ้าคุณหนูไม่ได้มองเขาด้วยดวงตาหม่นหมองคู่นั้น

 

            “คุณแบคฮยอน...” เรียกครั้งแรกไม่มีการรับรู้ ชานยอลกล้าเพียงจะจับหนังสือเล่มหนาในมือขาวขยับเบา ๆ คราวนี้คนตัวเล็กสะดุ้งเฮือกปล่อยของในมือคล้ายคนโดนไฟฟ้าช็อต สารานุกรมเล่มหนาปกแข็งกระแทกลงกับปลายเท้าคนทักแบบไม่ทันได้หลบหลีก ชายหนุ่มครางเสียงต่ำค่อยทรุดลงนั่งพร้อมกับแบคฮยอนที่คุกเข่าลงทันทีเช่นกัน

 

            “เจ็บมากไหม เราขอโทษ เราไม่ได้ตั้งใจ” ชานยอลสูดลมหายใจเข้า น้ำหนักของหนังสือเล่มใหญ่ไม่ใช่น้อย ๆ ตกใส่ตรงปลายนิ้วเท้าอย่างจังเขาคงบอกไม่ได้ว่าไม่เจ็บ ไม่เป็นไร ชายหนุ่มกดสันมือกับรองเท้าอีกมือจับมือเล็กออกเมื่อแบคฮยอนพยายามจะจับตาม

 

            “อย่าครับ มือคุณจะเปื้อน”

 

            “ช่างมันเถอะน่า นายเจ็บอยู่นะ”

 

            “นิดหน่อยเองครับ อีกเดี๋ยวก็หาย หนังสือไม่เป็นอะไรใช่ไหม” แบคฮยอนตวัดตามองอย่างเหลืออด รักก็รักอยู่นะ รักมากด้วยแต่คราวนี้ขอสักทีเถอะ “ห่วงตัวเองก่อนได้ไหม! หนังสือน่ะถึงจะเสียหายซ่อมแค่แป๊บเดียวก็เสร็จแล้วแต่คนน่ะถ้าเป็นแผลมันใช้เวลานานกว่าหลายเท่านะ ไหนจะเจ็บอีก...”

 

            “ผม ไม่เป็นไรแล้ว”

 

            “ไม่เชื่อหรอก”

 

            “คุณแบคฮยอน...”

 

“ขอดูหน่อย ตรงไหน ชานยอลเจ็บตรงไหน ตรงหลังเท้าหรือแถวนิ้วเท้า...” หลังจากชานยอลเชื่อฟังด้วยการยอมให้นิ้วน้อยแตะ ๆ จับ ๆ ไปตามรูปรองเท้าคุณแบคฮยอนก็เลิกทำเสียงดุใส่คนตาคม เจ้าของดวงตาเรียวก้มหน้าสนใจเพียงบาดแผลที่ซ่อนอยู่ในรองเท้าสีดำขัดเงา ปากกระจับบางเอ่ยถามเสียงอ่อน เมื่อไม่มีปฏิกิริยาใดตอบกลับนอกจากเสียงลมหายใจหนัก ๆ แบคฮยอนก็เงยหน้าขึ้นมอง

 

แทบจะกรี๊ด(?)ลั่นร้านหนังสือ ไอ้ระยะห่างสามฟุตในตอนแรกนั้นมันย่นลงมาเหลือหนึ่งคืบตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ภาพที่สายตาแบคฮยอนประมวลผลได้ตอนนี้คือใบหน้าหล่อที่สุดจะหล่อ รูปสลักของคิ้วเข้มทอดตัวยาวเหนือดวงตาคมลึก จมูกโด่ง สันจมูกตรง ริมฝีปากหยักมุมที่เผยอออกจากกันและสันกรามทองคำ

 

มันคือการทดสอบจากพระเจ้า

 

แบคฮยอนมั่นใจว่าเป็นอย่างนั้น ลมหายใจที่ทอดถอนคล้ายมีกลิ่นฉุน ระหว่างที่สายตามองตกไปยังกลีบปากอิ่มหนาสมองน้อย ๆ ก็จินตนาการถึงร่างสูงใหญ่ยามยืนพิงกำแพงตึกไหนสักตึกแล้วก็สูบบุหรี่ด้วยท่วงท่าเท่บาดตาอย่างไร้ที่เปรียบ คุณหนูเห็นลูกกระเดือกตรงลำคอหนาขยับขึ้นลงแล้วก็เห็นมือของตัวเองแตะลงตรงนั้น แบคฮยอนลืมไปแล้วว่าพวกเขาอยู่ตรงไหนในร้าน อันที่จริงคุณหนูลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ากำลังทำงานอยู่ในร้านหนังสือ ลืมไปด้วยว่าไม่ควรแตะเนื้อต้องตัวปาร์คชานยอลโดยที่เจ้าตัวไม่ได้อนุญาต

 

            “ผมไม่เป็นไรแล้ว!” ประโยคห้วน สั้น ส่งผลให้คนที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ลึกรู้สึกตัว แบคฮยอนดึงมือจากแนวกรามแกร่ง ถอยมายืนตั้งหลักไกลจากตำแหน่งในทีแรกสองเท่าตัว คุณหนูแลบลิ้นเลียริมฝีปากมองคนตัวโตค่อยลุกขึ้นยืนแล้วก็กำมือแน่น อยากเข้าไปช่วยประคองแต่แบคฮยอนก็ไม่ไว้ใจตัวเอง ถ้า ถ้าเมื่อกี้ชานยอลไม่ให้เสียงขัดขึ้น แบคฮยอนจะทำอะไรลงไปบ้างก็ไม่รู้ คนตัวเล็กหันไปเจอหนังสือตัวการนอนเค้งเก้งอยู่ติดเชลฟ์ก็รีบก้มลงหยิบขึ้นมาถือ หาทางออกให้ตัวเองเร็วที่สุดเท่าที่สมองจะเอื้ออำนวยในตอนนี้

 

            “เราจะเอาเล่มนี้ไปหุ้มพลาสติก”

 

            พี่เลี้ยงตัวโตไม่ว่าอะไร คุณหนูก็ผละออกไปทางห้องสต็อกทันที ชานยอลพาดสองแขนกับชั้นไม้สีเข้ม ใบหน้าคมคายโน้มต่ำ เปลือกตาปิดลงไม่สนใจเงยหน้ามองแม้จะมีลูกค้าเดินผ่านไปคนแล้วคนเล่า

 

 

 

 

 

 

 

            “ตั้งแต่นั้นมาก็สอง...ไม่สิ สามวันแล้ว ยังไม่ได้คุยกันอีกหรือ”

 

            “คุย แต่ แต่ไม่ได้คุยเหมือนทุกที”

 

            “ยังไง”

 

            “คุยกันแค่เรื่องงาน เรื่องดินฟ้าอากาศ เรื่องอาหารการกิน เรื่องเรียน” อี้ชิงอยากจะท้วงออกไปว่านั่นมันก็แทบครบทุกเรื่องอยู่แล้วหรือคุณหนูบยอนไม่พอใจเพราะอยากคุยเรื่องการวางแผนชีวิตคู่อีกเรื่อง “แต่ก็คุยเหมือนพยายามหาเรื่องมาคุยไม่ให้อึดอัดแบบนั้นมากกว่า มัน มันไม่สนุกเหมือนทุกทีอ่ะ”

 

            “ไม่ใช่เพราะแบคฮยอนเบื่อเด็กวิศวะแล้วหรือ”

 

            “อี้ชิง เราซีเรียสนะ ซีเรียสมาก”

 

            “แหม เข้าใจว่าซีเรียสแต่แบคฮยอนพูดเองว่าไม่สนุก เราก็คิดว่าตัวเองเบื่อที่จะจีบรุ่นน้องวิศวะคนนั้นแล้วน่ะสิ ไม่สนุกแล้วจะฝืนคุยต่อทำไม จบไปเถอะ จะได้ไม่ต้องมานั่งคิดมาก เปลืองสมองแถมยังทุกข์ใจด้วยนะ” แบคฮยอนกดมือลงกับพวงมาลัยหนังแท้ สองตามองสัญญาณไฟจราจรข้างหน้าแต่ปากยังต่อความ

 

“เราอยากให้กลับไปเป็นเหมือนเดิม เหมือนทุกที หัวเราะกันได้โดยไม่ต้องระวัง เข้าใกล้โดยไม่ต้องรู้สึกหวาดระแวง ไม่ต้องกลัวว่าตัวเองจะพูดหรือทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่ชอบใจหรือเปล่า บรรยากาศระหว่างเรากับชานยอลตอนนี้น่ะแม้แต่ปาร์คโชรงยังแอบยิ้มเยาะใส่เลย”

 

            “ร้ายกาจ แบบนี้ยอมไม่ได้ หัวเด็ดตีนขาดก็อย่าให้ยัยคนสวยสองหน้านั่นชนะเด็ดขาด” บอกตามตรงว่าช่วงสองสามวันที่ผ่านมาแบคฮยอนไม่ได้คิดถึงเรื่องแพ้ชนะเลยแม้แต่น้อย ใจเขาวนเวียนอยู่แต่กับชานยอลและชานยอล ครุ่นคิดแต่เพียงว่าจะต้องทำอย่างไรให้ตนเองสามารถเข้าใกล้คนตัวโตได้โดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวางใจ แต่จนแล้วจนรอดพอมีโอกาสเมื่อไหร่ใจมันก็คอยแต่คิดถึงกลิ่นลมหายใจหอมสะอาด กลิ่นฉุนของบุหรี่ที่ไม่เคยคุ้น อุณหภูมิของผิวเนื้อที่ปลายนิ้วได้สัมผัสและดวงตาดำกว้าง สั่นไหว

 

            “เราไม่น่าเลย...”

 

            “เอาน่า อยู่ต่อหน้าคนที่ชอบใครก็ลืมตัวกันได้”

 

            “อี้ชิงเคยลืมตัวกับพี่อี้ฝานหรือ?”

 

            “บ่อยจะตาย จูบกลางห้างก็ทำมาแล้ว ทำไปแบบไม่คิดถึงเวลาหรือสถานที่ด้วย อยากทำก็ทำ แหม ก็ใครใช้ให้คุณสามีน่ารักล่ะ” แบคฮยอนหัวเราะเมื่อคิดถึงผู้ชายที่ถูกภรรยาชม คุณพ่อหัวเกรียนแถมมีรอยสักเต็มตัวนี่ไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าน่ารักเลยนะ คุณหนูเหยียบคันเร่งผ่านแยกใหญ่ อีกไม่นานก็จะถึงร้านดอกไม้เป้าหมายของบ่ายวันเสาร์นี้แล้ว “คนที่เราชอบย่อมมีอิทธิพลกับอารมณ์และการกระทำเราเสมอเพราะฉะนั้นเราไม่ผิดหรอก เป็นความผิดของอีกฝ่ายที่ดันน่ารักน่าฟัด”

 

“ใช่ ชานยอลน่ะน่ารักมากเกินไป”

 

“นี่แหละความจริงอย่างที่สุด”

 

            “จางอี้ชิง! แทบัก!” อี้ชิงหัวเราะคิก

 

            “อย่าไปคิดมาก ถ้าแบคฮยอนตั้งใจว่าจะสอยคนนี้ให้ได้ ทางเลือกของนายมีทางเดียวคือเดินหน้า สู้ต่อไป”

 

            “โห พูดเหมือนแฟนเราเป็นผลไม้สักพันธุ์ อยากได้ก็ต้องสอยลงมาแล้วก็จิ้มน้ำจิ้มกิน” อี้ชิงหัวเราะร่วน แกล้งหลิ่วตาใส่คนขับรถอย่างจงใจ “สูง หล่อ หน้าตาดี บอดี้เป๊ะขนาดนั้น สงสัยจะเป็นพันธุ์ดีด้วยนะ เสียอย่างเดียว เรายังไม่เคยชิมเลยไม่รู้จะรสดีแค่ไหน”

 

            “นิดหนึ่งเถอะนะคุณแม่ พูดอะไรก็เกรงใจลูกชายที่บ้านบ้าง” คุณแม่หัวเราะทะเล้นเช่นเคย

 

            “ถึงแล้วหรือ?” รถคันสวยแล่นเข้าเทียบที่จอดเดิม ฝั่งตรงข้ามร้านขายดอกไม้ มองจากตรงนี้แบคฮยอนเห็นคิมจุนมยอนกำลังเปิดประตูร้านออกมา ชายหนุ่มมองซ้ายขวาก่อนจะหยุดตรงจุดที่แบคฮยอนกำลังนั่งจัดเสื้อผ้าหน้าผมอยู่ คุณหนูรีบเก็บทุกอย่างใส่กระเป๋า ปัดผมหน้าม้าเสร็จพอดีที่เจ้าของร้านมาหยุดข้างรถ แบคฮยอนเลื่อนกระจกลงพร้อมรอยยิ้มละไม

 

            “ลมอะไรหอบมาถึงนี่”

 

            “คิดถึงครับผม วันนี้เป็นคนว่างงานเลยชวนอี้ชิงออกมาหาว่าจะชวนคุณจุนมยอนกับชานยอลไปทานข้าวเย็นกันสักมื้อ เลี้ยงตอบแทนของเยี่ยมไข้คราวก่อนไง”

 

            “เลือกเวลาชวนดีจริง ๆ ผมอยากไปนะแต่วันนี้ร้านคนเยอะแถมผู้ช่วยดันลาป่วยไปเสียคนหนึ่ง ขยับไปไหนไม่ได้เลย” คิ้วเรียวขยับหายไปในแนวผมหน้าม้า แบคฮยอนได้แต่ตีหน้าสงสัยปล่อยให้อี้ชิงร้องถามมาจากเบาะข้าง ๆ “ผู้ช่วยลาป่วย? คงไม่ได้หมายถึงชานยอลหรอกนะคะ”

 

            “ผมหมายถึงรายนั้นนั่นแหละครับ เห็นว่าเริ่มมีอาการตั้งแต่เช้าแล้วยังดันทุรังไปทำงานที่อู่ซ่อมรถอีก ตอนบ่ายเลยได้กลับมานอนซมอยู่บ้าน เพิ่งโทรมาขอลากับผมเมื่อกี้เอง”

 

            “ตายจริง แล้วมีใครพาไปหาหมอมาหรือยังคะ”

 

            “ผมถามแล้วเจ้านั่นไม่ยอมตอบแต่ฟันธงได้เลยว่าอาการไม่น้อยแน่นอนครับเพราะถ้าไม่หนักจริง ๆ ชานยอลจะไม่ลางาน ผมคิดอยู่ว่าปิดร้านแล้วจะไปดูอาการหน่อยแต่ก็คงต้องเป็นช่วงดึก ๆ เพราะวันนี้ลูกค้าเยอะแถมยังมีอีเว้นท์นอกสถานที่กว่าจะเสร็จงานคงไม่ต่ำกว่าห้าทุ่ม” แบคฮยอนเกาะขอบประตู รู้ว่าตัวเองต้องทำอะไรตั้งแต่ได้ยินว่าชานยอลป่วยแล้ว

 

            “คุณจุนมยอนไปทำงานเถอะครับ ไม่ต้องห่วงเรื่องชานยอล ผมกับอี้ชิงจะไปดูให้เอง”

 

            “จะลำบากคุณแบคฮยอนหรือเปล่า”

 

            “ไม่ลำบากครับ ผมเต็มใจ ถ้าอย่างนั้นเราค่อยนัดกันวันหลังนะครับ รอให้โอกาสเหมาะกว่านี้ก่อนดีกว่า” จุนมยอนยิ้มรับง่าย ๆ ตามประสาคนอารมณ์ดี ชายหนุ่มถอยเท้าออกห่างยืนมองรถเก่งคันงามพุ่งทะยานไปบนท้องถนนก่อนจะเดินกลับเข้าร้านพร้อมรอยยิ้มกว้าง

 

 

 

 

 

 

 

 

            แบคฮยอนนั้นรู้มาก่อนแล้วว่าหอพักของชานยอลเป็นตึกขนาดเล็กมีความสูงเพียงไม่กี่ชั้นแถมที่จอดรถยังแคบเกินกว่าเบนซ์คันโก้จะคืบคลานเข้าไปแย่งพื้นที่ของบรรดามอเตอร์ไซค์ทั้งหลายได้ คุณหนูจอดรถห่างออกมาจากหอพักหลายบล็อก เดินหอบหิ้วของเยี่ยมไข้ที่คัดสรรมาอย่างดีเข้ามาจนถึงเป้าหมาย ตึกเก่าที่ไม่เคยคิดจะเหยียบย่างเข้ามา(ก่อนได้รู้จักปาร์คชานยอล) ไม่มีคนคอยเปิดประตูให้ต้องใช้ไหล่ดันเข้าไปเอง ไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหรือพนักงานต้อนรับคอยกล่าวทักทายและเสนอความช่วยเหลือ ที่สำคัญคือไม่มีลิฟต์! คนตัวขาวหอบถุงกระดาษสีน้ำตาลก้าวขึ้นบันไดไปทีละขั้น ผ่านไปแต่ละขั้นความรู้สึกอยากทุบตึกทิ้งก็รุนแรงขึ้นทุกขณะ เขาควรสั่งซื้อตึกนี้แล้วทุบทิ้งเสียให้ราบซะดีไหม คนอื่นจะไปอยู่ที่ไหนก็อยู่แต่สำหรับชานยอลคุณแบคฮยอนยินดีออฟเฟอร์ห้องนอนใหญ่ที่คอนโดให้เลยฟรี ๆ ไม่มีค่ามัดจำ! 

 

ใจเต้นจนแทบจะกระดอนออกมาเคาะประตูห้องแทนหลังมือ ให้สัญญาณไปแล้วก็ได้แต่ยืนรอ เอ หรือเขาจะโทรเข้าเครื่องชานยอลดีนะ จะได้ถือโอกาสนี้เริ่มติดต่อกันทางโทรศัพท์เสียเลย แล้วถ้าชานยอลถามจะบอกว่าเอามาจากไหนล่ะ จะบอกว่าคุณจุนมยอนให้มาก็ไม่ได้ พวกเค้าพี่น้องกันเจอกันทุกวันหยุด เกิดถามกันขึ้นมาล่ะความแตกแน่ว่าแบคฮยอนโกหก บอกว่าเอามาจากฐานข้อมูลที่ร้านดีไหมนะ

 

 

 

กริ๊ก!

 

 

 

รีบยัดโทรศัพท์เครื่องเล็กไว้ในกระเป๋าทันทีที่มีเสียงดังตรงประตู บานไม้ถูกคนข้างในดันออกมา ร่างเล็กเลยถอยหลังอีกหนึ่งก้าวยาว ๆ ก่อนจะได้ประสานสายตากับเจ้าของห้องพัก ชานยอลทำหน้าคล้ายไม่เชื่อภาพที่เห็น ชายหนุ่มมองเลยไปไม่เห็นใครตามติดคุณหนูตัวขาวมาก็ยิ่งข้องใจ คุณแบคฮยอนคนเดียวในอพาร์ตเม้นต์เก่า ๆ โทรม ๆ ช่างเป็นภาพที่ขัดแย้งกันยิ่งนัก

 

            “คุณมาได้ยังไง?” เสียงทุ้มต่ำแหบเสียยิ่งกว่าเคยแหบ แบคฮยอนพยายามสะกดสายตาให้อยู่เพียงปลายจมูกโด่ง ไม่ว่าจะลูกกระเดือกคอหรือดวงตาฉ่ำเพราะพิษไข้ก็ล้วนเป็นจุดต้องห้ามทั้งสิ้น

 

            “เรามาเยี่ยม พอดีแวะไปขอบคุณคุณจุนมยอนเรื่องเมื่อคราวก่อนเลยรู้ว่าชานยอลไม่สบาย แล้ว เอ่อ คุณจุนมยอนเค้าเป็นห่วงนายมากแต่งานที่ร้านยุ่งจนปลีกตัวมาไม่ได้ เราเลยอาสามาแทน”

 

“ครับ...”

 

“ชานยอลไม่สบาย เป็นอะไร”

 

            “แค่ไข้หวัดครับ”

 

            “อา นั่นสินะ นายมีอาการตั้งแต่วันก่อนแล้วนี่นา ไปหาหมอมาหรือยัง มียาทานหรือเปล่า” อยากชะโงกหน้าเข้าไปดูในห้องแต่ก็ยังต้องรักษาทั้งมาดทั้งมารยาท เจ้าของห้องเค้ายืนจับบานประตู ไม่ยอมเปิดกว้างกว่าเดิมแล้วก็ไม่มีทีท่าว่าจะขยับไปที่อื่น หื่อ คุณแบคฮยอนปวดขาแล้ว ขอเข้าไปนั่งในห้องได้ไหม >.<

 

            “มีครับ ผม ไม่ได้เป็นอะไรมาก นอนพักสักหน่อยก็หาย”

 

            “ให้เราทำอะไรให้กินไหม ดูนี่สิ เราซื้อของบำรุงร่างกายคนป่วยมาเยอะเลย” แน่นอนว่าที่หอบหิ้วมานั้นอาหารสำเร็จรูปล้วน ๆ ความหวังของคุณหนูอยู่ที่ไมโครเวฟกับการตกแต่งจานด้วยผักสดกับเครื่องเคียงที่เตรียมมาอย่างพร้อมสรรพ แบคฮยอนถึงกับปรึกษาอี้ชิงก่อนแยกกัน แพลนไว้หมดแล้วว่าจะดูแลคนป่วยอย่างไรให้หายไวที่สุดและประทับใจมากที่สุด

 

            “ไม่รบกวนดีกว่าครับ คุณกลับไปเถอะ” แต่ชานยอลกลับพูดใส่คุณแบคฮยอนแบบนี้ คุณหนูตัวชา หนาวเยือกเพราะความหวาดกลัวที่ระเบิดตัวเองในร่าง ไม่นะ อย่าบอกนะว่าชานยอลกำลังพยายามตีตัวออกห่างจากเราอย่างที่เคยทำกับคนอื่น ๆ ก่อนหน้า พระเจ้า แบคฮยอนแค่เผลอลูบสันกรามคนหล่อไปครั้งเดียวท่านไม่เห็นต้องลงโทษรุนแรงถึงขั้นนี้เลย!

 

            “แต่นายกำลังป่วยนะ”

 

            “เพราะผมกำลังป่วยคุณถึงอยู่ไม่ได้ ผมไม่อยากแพร่เชื้อหวัดให้คุณหรือให้ใครโดยไม่จำเป็น” โถ คนดีของคุณแบคฮยอน ร่างเล็กกลืนริมฝีปากเข้าหากัน แม้สภาพของสุดที่รัก(อัพเลเวลเรียบร้อย)จะดูไม่ค่อยดีเพราะโดนพิษไข้รุมทำร้ายหากความใจดีของชานยอลก็ทำให้คุณหนูปลื้มจนแก้มแทบแตก หลงใจเสียไปตั้งหลายวินาที คิดว่าพ่อคนดีเค้าจะผลักคุณแบคฮยอนออกจากชีวิตเสียแล้ว ที่ไหนได้เค้าห่วงว่าเราจะติดไข้ ไม่อยากให้เราไม่สบายตามไปด้วยนี่เอง แต่ว่าก็ว่าเถอะนะ คนเราถ้าคิดจะร่วมชีวิตกัน มีสุขร่วมเสพมีทุกข์ร่วมต้านมิใช่หรือ ถ้าชานยอลไม่ห่วงจนสั่งเสียงเฉียบคุณแบคฮยอนก็อยากบรรเทาความทุกข์กายของคนตาคมบ้างอ่ะ >.<

 

            “เราแข็งแรงนะ ฉีดวัคซีนครบทุกตัวด้วย”

 

            “ยังไงก็ไม่ได้ครับ กลับเถอะ ผมจะไปส่ง”       

 

            “โน ๆ ๆ ไม่ต้อง เรากลับเองได้ งั้นชานยอลเอาของพวกนี้ไว้นะ อย่าลืมเก็บใส่ตู้เย็นล่ะเวลาจะทานค่อยเอาออกมาอุ่น รู้ใช่ไหมว่าเป็นหวัดอย่าทานของเย็นเพราะจะทำให้อาการแย่ลง แล้ว แล้วถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็โทรหาเรานะ จะรีบมา” เตรียมมาแล้วล่ะ กระดาษโพสอิทแผ่นเล็กกับปากกาคู่ใจ คุณหนูส่งถุงกระดาษให้เจ้าของห้องแล้วก็ล้วงกระดาษปากกาออกมาเขียนเบอร์โทรอย่างไวว่อง อันที่จริงแบคฮยอนมีนามบัตรดีไซน์หรูติดตัวไว้ตลอดแต่มันคงไม่เหมาะกับงานนี้ แค่กระดาษแผ่นเล็กลายการ์ตูนก็พอแล้ว(มั้ง) เขียนเสร็จแทนที่จะยื่นให้เจ้าตัวก็แปะลงบนถุงกระดาษสีน้ำตาล

 

            “โทรได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง”

 

            “ขอบคุณครับ” แค่นี้น่ะ? แหม คนเค้าอุตส่าห์ให้เบอร์ส่วนตัวจะหอมแก้มเป็นรางวัลหน่อยก็ไม่ได้ ดวงตาเรียวมองสำรวจคนตัวโตจนพอใจแล้วแบคฮยอนก็บอกตัวเองให้พอใจแค่นั้น อย่างน้อยวันนี้ก็ได้มายืนอยู่หน้าห้องโดยที่เจ้าของเค้ารับรู้ล่ะนะ ร่างเล็กโบกมือลา ได้รับรอยยิ้มละมุนตอบกลับมาก็ยิ้มกว้าง ก้าวกระโดดตามเสียงฮัมเพลงจนพ้นตัวตึกออกมาแล้วจึงเงยหน้ามองขึ้นไปอีก รอยยิ้มน่ารักบานเกลื่อนใบหน้าเมื่อเห็นใครบางคนยืนมองลงมาจากทางเดินหน้าห้อง คนตัวเล็กโบกมือไหว ๆ ป้องปากตะโกนกลับขึ้นไปอย่างไม่กลัวว่าใครจะได้ยิน

 

            “เข้าไปพักผ่อนได้แล้ว วันจันทร์จะได้กลับไปทำงานด้วยกัน”

 

            ชายหนุ่มผู้นั้นยิ้มน้อย ๆ ยอมโบกมือตอบในที่สุด

 

            “ไปนะ บ๊ายบาย!

 

เจ้าของความร่าเริงสดใสกลับไปแล้ว กลับไปพร้อมความอ่อนไหวในใจชานยอล ชายหนุ่มตัดใจจากเรือนร่างเล็กมองต่ำเพียงร่องรอยผุพังของตัวตึก ไม่ว่าจะรอยขีดเขียนบนผนัง คราบสีที่หลุดลอก ความคับแคบของบันได เศษฝุ่นผงที่ลอยในอากาศ ทุกสิ่งล้วนตรงข้ามกับคุณหนูผู้เพียบพร้อม ชานยอลยังจำได้ตอนที่ใครคนนั้นยืนยิ้มอยู่หน้าประตู ความบริสุทธิ์งดงามที่ต่างกับสภาพเสื่อมโทรมรอบด้านราวฟ้ากับเหว

 

 

เปลือกตาหนาพับปิดเข้าหากันแน่น

 

 

บยอนแบคฮยอนไม่ควรมาที่นี่

 

 

ไม่ควรอยู่ตรงนี้

 

 

คน ๆ นั้นไม่เหมาะกับทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสถานที่แห่งนี้

 

 

ทุกสิ่ง ไม่มีข้อยกเว้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                                                                                                                    

 

#lovelycb

 

รอจบงาน MAMAแล้วค่อยเม้นต์หรือจะเม้นต์ตอนนี้เลยก็ได้จ้ะ

พี่ชานคนจนเค้าจะทนไม่ไหวแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 271 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,829 ความคิดเห็น

  1. #5821 Pinkkaboo (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 14:53
    เห้อ;-;
    #5,821
    0
  2. #5781 bwithdekd (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 01:11
    เพิ่งมาอ่านเห็นทอร์คคุณไรท์บอกว่าให้ไปโหวตงานmamaคือนึกไปถึงตอนนั้นเลยค่ะ ไปนั่งปั่นเมลกันโหวต;—; //ตาพี่ขอร้องนะ อย่าปิดกั้นตัวเองกับแบคเลยแงงง
    #5,781
    0
  3. #5757 YunewG (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 03:03

    แงงงง คุณพระเอก คิดเข้าข้าง​ตัวเอง​นิดนึงน่ะะะ นะะ ได้มั้ย
    #5,757
    0
  4. #5722 pbcy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 11:51
    พี่ชานคนจน คุณหนูของบ่าวรักจริงหวังแต่งนะ ฮืออออ
    #5,722
    0
  5. #5688 Tonhorm_js03 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 22:02
    คิดมากไปแล้วคนดีของน้องงง
    #5,688
    0
  6. #5658 MINCE (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 23:33

    จะได้รักกันไหมคะ พระนายคู่นี้

    #5,658
    0
  7. #5641 areenachesani (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 16:46
    โถ่ววว พี่ชานยอล
    #5,641
    0
  8. #5606 CB💕 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 20:09
    สงสารชานยอลㅠㅠ
    #5,606
    0
  9. #5590 fourfivesix (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 15:44
    ฮือออออออออออชานยอลลลลลลล แงงงงงงง คนดีของพี่
    #5,590
    0
  10. #5556 ฮุนนนนน (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 20:07

    พอเรื่องคิดเรื่องความสัมพันธุ์ทุกอย่างก็ดูเป็นเรื่องยาก

    #5,556
    0
  11. #5514 kmxiioxe_ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 00:44
    โอ่ยย ชานยอลลลลลล
    #5,514
    0
  12. #5495 kulnipah (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 01:15
    ชานยอลคนดีไปแล้วㅠㅠㅠ
    #5,495
    0
  13. #5476 ❥You're mine. (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:38
    ชานยอลอย่าคิดมากเลยนะ ฮือ
    #5,476
    0
  14. #5455 ัi love 8059 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 15:53
    สงสารคุณชานอะฮืืืืออออออออแอ
    #5,455
    0
  15. #5429 Pinkuplatong (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 13:39
    เง่อออ ชานยอลอ่าาา ทำไมช่างตัดพ้อชีวิตตัวเองตลอดว่าไม่เหมาะไม่สม แต่คุนหนูรักชานนะ
    #5,429
    0
  16. #5391 sweetticb (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 09:42
    พี่อะ ทำไมต้องตัดพ้อตัวเองด้วย ไม่เอาๆ ผชดีๆแบบนี้ชั้นจะหาได้ในชีวิตจริงซักคนมั้ย :(
    #5,391
    0
  17. #5351 Intelligence- (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 02:24
    ว่าแล้วที่ชานยอลไม่ยอมเป็นเพราะอะไร เหตุผลนี้นี่เอง เหมือนที่อี้ชิงพูดเลย เขาต้องคิดว่าตัวเองไม่เหมาะกับแบคฮยอน TT งืออออ
    #5,351
    0
  18. #5290 มาร์เบล (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 21:59
    ไม่เว้นแม้แต่ตัวเอง
    พี่ชาน อะไรจะดีขนาดนี้ ฮื้อออออ
    #5,290
    0
  19. #5270 ❤ Willis ❤ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 16:31
    ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะชานยอลถึงแม้ว่าแบคฮยอนจะเป็นคุณหนูมีความเพียบพร้อมไปทุกอย่างแต่ก็ใช่ว่าคุณหนูจะรังเกียจที่อยู่อาศัยของชานยอลนะ ใครจะไปรังเกียจความเป็นอยู่ของคนที่เราชอบได้ลงล่ะ จริงไหม? 

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 1 เมษายน 2560 / 17:07
    #5,270
    0
  20. #5226 pim pimmi (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 09:46
    พี่ชานนนน ไม่คิดแบบนั้นนะ
    #5,226
    0
  21. #5180 Ging_Maneerat (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 21:02
    งื่อออออ ทำไมเป็นแบบนี่หล๊ ??
    #5,180
    0
  22. #5148 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 18:05
    ชานยอลอย่าคิดแบบนั้นซี่
    #5,148
    0
  23. #5113 ปุปปัป (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 20:14
    ม่ายนะม่ายยยยย
    #5,113
    0
  24. #5087 TheMoush (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 00:08
    ชานยอลลลลอย่าคิดแบบเน้ ไม่เอาหน่าาาาาาาาาาา ยกกเว้นตัวเองไว้อย่างนึง
    #5,087
    0
  25. #5064 aonniieeee (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 / 17:58
    อย่าคิดจะไปไหนนะชานยอล ไม่เอานะ ฮือออออ
    #5,064
    0