(END) Lovely you เธอน่ารัก ::: ChanBaek

ตอนที่ 1 : Lovely you : เธอน่ารัก ตอนหนึ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41,809
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 426 ครั้ง
    12 ธ.ค. 58













 

            หนึ่งในหลักสำคัญของการใช้ชีวิตแบบแฮปปี้โอ้ลัลล้าของบยอนแบคฮยอนคือจะต้องนอนให้ได้มากกว่าเจ็ดชั่วโมงต่อหนึ่งวัน...แบบรวดเดียวตื่น ไม่ใช่หลับ ๆ ตื่น ๆ หรือเพิ่งหลับไปสี่ชั่วโมงแล้วต้องสลึมสลือขึ้นมารับโทรศัพท์ที่แผดเสียงตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า

 

แบบนี้!

 

            มือขาวที่ไม่เคยผ่านศึกหนักมากไปกว่าเซ็นลายเซ็นบนเครื่องสแกนบัตรเครดิต(แบบไม่จำกัดวงเงิน)ให้กับแบรนด์ดังในห้างหรูควานไปทั่วเตียงขนาดหกคูณหกฟุตเพื่อเสาะหาที่มาของเสียงรบกวนยามเช้า แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เจอสิ่งที่ต้องการ ท้ายที่สุดทั้งที่ตั้งใจว่าจะจบเรื่องโดยไม่ทันลืมตาก็ต้องฝืนเปิดเปลือกตาขึ้นสู้แสงสลัวที่ส่องลอดผ้าม่านเนื้อดีแบบสองชั้น(แน่นอนว่าต้องเป็นผ้าทอมือ นำเข้าจากฝรั่งเศสเท่านั้น) หยีตามองหาโทรศัพท์หนึ่งในสามเครื่องอย่างเสียไม่ได้

 

            ถ้าไม่เห็นว่าดังมาจากเครื่องส่วนตัวแบบสุด ๆ ๆ ๆ ๆ จะปล่อยให้ดังไปถึงเที่ยงเลยทีเดียว คว้าโทรศัพท์สีไวท์ออร์คิดขึ้นมาเพ่งหน้าจอ หน้าดำ ๆ ที่เห็นชินตามาตั้งแต่จำความได้ยิ่งเพิ่มความขุ่นเคืองรับเช้าวันใหม่ รู้อยู่ว่าไม่ชอบให้ใครกวนตอนเช้าก็ยังจะกล้านะคิมจงอิน!

 

            ( หยุด สต็อบ อย่าเพิ่งด่านะ ใจเย็นก่อน ไม่ได้ตั้งใจจะกวนเวลานอนแต่มีเรื่องสำคัญจริงๆ ) คนถูกดักทางกระแทกลมหายใจอย่างไม่คิดจะปิดบัง ทำไมต้องปิด ไอ้ลูกพี่ลูกน้องที่รู้เช่นเห็นชาติกันมาตั้งแต่แก้ผ้าอาบน้ำด้วยกันมีอะไรจะต้องเป็นความลับ “สิบวินาที มีอะไรก็ว่ามา”

 

            ( อะไรกัน สิบวินาที หายใจก็หมดแล้ว จะไปทันพูดอะไร )

 

            “เหลืออีกเจ็ดวินาที”

 

            ( ผมลืมเอารายงานติดมามหาวิทยาลัยด้วย แบคฮยอนไปเอามาให้หน่อยสิ )

 

            “ลืมไว้ที่ไหน”

 

            ( บ้าน )

 

            “ก็จำได้นี่ว่าลืมไว้ที่ไหน ทำไมไม่กลับไปเอาเอง เรื่องอะไรมาใช้คนอื่น” ตอบไปแบบนั้นแต่ตอนนี้ก็ต้องขยับลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงแล้ว ลองว่าจงอินเสี่ยงโทรมาหาตอนเช้าแบบนี้ก็แสดงว่าจำเป็นจริง ๆ หรือหาทางออกอื่นไม่ได้แล้วนั่นแหละ ก็บ้านเจ้านั่นอยู่ไกลจากมหาวิทยาลัยเป็นสองเท่าของคอนโดนี้เลยนี่นา “ฉันเคยบอกนายแล้วใช่ไหมว่าก่อนนอนให้ตรวจกระเป๋าให้เรียบร้อย ไม่ใช่เอาแต่ไปเมาหัวราน้ำกับเพื่อน เตือนทีไรก็เถียง ๆ เป็นไงล่ะ ลืมของสำคัญในวันสำคัญ ส่งงานอาจารย์ไม่ทัน สมน้ำหน้า”

 

            ( รู้แล้ว ๆ จะสั่งสอนก็เก็บเอาไว้ก่อนได้ไหม ขอร้องล่ะนะ แบคฮยอนเอามาให้หน่อยเถอะ ตัวนี้คะแนนตั้งยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ถ้าขาดส่งต้องลงเรียนใหม่อีกรอบ มีหวังป๋าได้แพ่นกะบาลแยกแน่ ๆ ) แบคฮยอนถอนใจอีกรอบ กรรมเวรอะไรของเขาที่ต้องมาคอยเดือดร้อนกับชีวิตการเรียนของไอ้ลูกผู้น้องคนนี้ด้วยนะ ใช่มันเท่าเขาแต่พอดีชะตาฟ้าลิขิตให้มาเกิดในท้องคุณน้าของแบคฮยอนเลยถือตำแหน่งลูกผู้น้องไปครองตามระเบียบ แล้วถ้าจะพูดแบบไม่ยกยอตัวเองมากเกินไปนัก แบคฮยอนเก่งกว่า ฉลาดกว่าน่ารักกว่า จงอินต้องนับถือเขาเป็น(ลูก)พี่ก็ถูกต้องแล้ว

 

ร่างขาวจัดสะบัดผ้าห่มออกจากตัว ย่ำเท้าล่วงเข้าไปในห้องน้ำ เริ่มกิจวัติประจำวันทั้งที่ปลายสายยังไม่หยุดร้องเร่ง (ตกลงว่าแบคฮยอนจะไปเอามาให้ใช่ไหม เร่งหน่อยก็ดีนะ อีกครึ่งชั่วโมงก็ต้องส่งงานแล้ว )

 

            “ครึ่งชั่วโมง! จะบ้าหรือเปล่า ครึ่งชั่วโมงนั่นฉันอาบน้ำยังไม่เสร็จเลยด้วยซ้ำ ไหนจะเซ็ตผม แต่งตัว เลือกเสื้อผ้ารองเท้า กระเป๋าให้เข้าชุด ไหนจะต้องขับรถวนไปบ้านนายอีก สองชั่วโมงเป็นอย่างต่ำเหอะ” งานของตัวเองไม่รับผิดชอบแล้วมาเดือดร้อนพี่น้อง มันน่าปล่อยให้สอบตกนัก

 

            ( โอย พี่ผมหน้าตาดีอยู่แล้ว ไม่ต้องแต่งอะไรมากก็น่ารัก น่านะ คิดว่าเห็นแก่น้องคนนี้(อีก)สักครั้งนะ ผมจะรอตรงทางเข้าคณะนะ รีบ ด่วน แล้วเจอกัน )

 

            “คิมจงอิน!”

 

            ไอ้น้องบ้า เดี๋ยวเถอะ เขาจะเอาปึกรายงานฟาดกะบาลสักทีสองที โทษฐานทำให้แบคฮยอนต้องมีเรื่องให้คิ้วขมวดตั้งแต่เช้า เมื่อไม่มีทางเลือกเด็กหนุ่มเลยได้แต่ฮึดฮัด การออกจากบ้านโดยไม่ได้จัดเต็มเป็นเรื่องที่แบคฮยอนไม่เคยคิดจะทำแต่ชีวิตการเรียนของลูกผู้น้องก็บังคับให้จำยอมจนได้ เมื่อไม่ได้ทาครีมบำรุง ไม่ได้เซ็ตผม สิ่งจำเป็นอย่างที่สุดคือแว่นกันแดดอันโตกับหมวกหนึ่งใบ ชุดที่เรียงแขวนเป็นแนวอยู่ในห้องแต่งตัวถูกจับออกมาหนึ่งชุด แบคฮยอนทำหน้าบึ้งโดยพยายามไม่ให้คิ้วย่น ธีมนี้เขาตั้งใจว่าจะเอาไว้ใส่ไปดูหนังฮอลลีวู้ดฟอร์มยักษ์รอบสื่อมวลชนตามคำชักชวนของเพื่อนเซเลปคนหนึ่ง สุดท้ายก็ต้องจับมาแต่งเพื่อไอ้บ้าจงอิน

 

            เมื่อรับปากแล้วก็ไม่เคยผิดคำพูด แต่กว่าจะถึงที่หมายก็สี่สิบห้านาทีต่อมา จงอินนั้นรู้นิสัยลูกผู้พี่ดีว่ายังไงก็ต้องมาช้าชายหนุ่มถึงได้บอกเวลานัดเผื่อไว้ เมื่อรถเบนซ์สีขาวมุกแล่นปราดเข้ามาเทียบเขาจึงมีเวลาเหลืออีกเกือบครึ่งชั่วโมงก่อนเข้าห้องเรียน

 

            แบคฮยอนกดกระจกลง ไม่ยอมถอดแว่นกันแดดทรงกลมออก

 

            “นายต้องชดใช้ที่ทำให้ผิวฉันเสียเวลาพักผ่อนไปสี่ชั่วโมง”

 

“แค่วันเดียวเอง ผิวแบคฮยอนเนียนเด้งเป็นตูดเด็กแบบนี้ไม่เหี่ยวง่าย ๆ หรอก” จงอินหยอกแกมชม โน้มหน้าลงมองหารายงานแต่หายังไงก็หาไม่เจอ

 

            “ไหนอ่ะ รายงาน”

 

            “อ๋อ อยู่นี่” เอี้ยวตัวไปหยิบมาจากเบาะหลัง “ฉันให้เด็กที่บ้านนายใส่ถุงซ้อนอีกชั้น กลัวฝุ่น” ไม่ใช่กลัวฝุ่นจับรายงานแน่นอน รุ่นนี้คงกลัวฝุ่นจากกระดาษรบกวนระบบทางเดินหายใจเสียมากกว่า แบคฮยอนยืดตัวยื่นรายงานคืนเจ้าของ ภารกิจการส่งมอบยังไม่ทันสำเร็จลุล่วงก็ถูกขัดจังหวะเสียกลางคัน

 

            .

 

            .

 

            .

 

 

            ความจริงแล้วมันก็แค่การปรากฏตัวของผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่บังเอิญเป็นเพื่อนกับจงอิน น้องชายแบคฮยอนจำเสียงรถมอเตอร์ไซค์ของอีกฝ่ายได้จึงละความสนใจจากคนพี่ไปแวบหนึ่ง ยักคิ้วส่งให้คนที่กำลังผ่านไป ฝ่ายนั้นเองก็ละสายตาจากถนนมองตอบกลับมาเป็นเชิงรับรู้  

 

เวลาเพียงแค่สามวินาที แบคฮยอนแน่ใจว่าไม่นานเกินนั้นแต่ภาพที่ปรากฏในมโนกลับก่อให้เกิดแรงสะท้อนย้อนซัดเข้าใส่อกซ้ำแล้วซ้ำเล่า เด็กหนุ่มครางเสียงสั่น ฤดูใบไม้ผลิ สายลม แสงแดด เส้นผมที่ปลิวไปตามรูปหน้า คุณหนูคนกล้าเห็นภาพเหล่านั้นในแบบสโลโมชั่นตั้งแต่ต้นจนจบ!

 

“ได้เวลาเรียนแล้ว ผมต้องไปละ”

 

 

“............”

 

 

            จงอินมองมืออันว่างเปล่าของตัวเอง ถอนใจเมื่อปึกรายงานที่ต้องการไม่ยอมวางใส่มือเสียที จอมเหวี่ยงของคนน้องมัวแต่มองตามท้ายรถกระป๋องของไอ้มนุษย์หน้าหล่อ ไม่ใช่มองตามต้องบอกว่ามองตั้งแต่ขวาสุดไปซ้ายสุดต่างหาก มองแบบตาไม่กะพริบ!

 

จงอินรู้สึกหนาววูบในอก

 

ไม่นะ หวังว่าคงจะ...ไม่หรอกน่า... - - -

 

            มันคงไม่ซวยขนาดนั้นหรอก!

 

            “ใครน่ะ...” เสียงแผ่วหวิวดังผ่านริมฝีปากกระจับเล็กดับความหวังของชายหนุ่มไม่มีเหลือ จงอินนิ่วหน้าเมื่อเอวด้านหนึ่งถูกแบคฮยอนลงแรงกำขยุ้มจนถึงเนื้อหนัง ดูเหมือนจะไม่รู้ตัวด้วยนะ

 

“เพื่อน”

 

            “ชื่ออะไร”

 

            “ปาร์คชานยอล”

 

“ชื่อแปลกจัง” ไม่เคยได้ยิน

 

“ชื่อเต็มคือ ปาร์คชานยอล ชานยอล แต่พวกเราเรียกไอ้ชาน แค่คนสนิทนะ คนอื่นเรียกจะโดนมันเตะเอา” ปกติแล้ว ถ้าได้ยินเรื่องทำนองนี้คุณหนูจะต้องทำหน้าเบ้ ประณามการกระทำนั้นว่าโหดร้าย ป่าเถื่อน ไม่น่าคบ แต่คราวนี้ใบหน้าน่ารักกลับค่อย ๆ พรายยิ้ม ปลาบปลื้ม  แบคฮยอนกำลังจะเร่งให้น้องชายพูดต่อแต่จงอินก็รู้ใจ(ลูก)พี่เกินไป

 

“หล่อใช่ไหมล่ะ” คนตัวขาวหลับตาปี๋ ตอบเสียงสั่น

 

“มากกกกกกกกกก!

 

            “...แต่จนนะ”

 

            “...หา?”

 

            “จน ชนชั้นกลางเต็มตัวเลยล่ะ” แบคฮยอนเข่าอ่อนทั้งที่ยังนั่งอยู่ โหดร้าย โหดร้ายทั้งความจริงและวิธีการเล่าของคิมจงอิน เป็นถึงนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ทำไมไม่เลือกใช้คำที่ทำร้ายความรู้สึกคนฟังน้อยกว่านี้ นั่นน่ะ คำนิยามของคุณปาร์คเชียวนะ

 

คุณหนูมองตามแผ่นหลังน้องชายพลางส่งเสียงเหมือนจะร้องไห้...ไม่ได้ร้องจริง ๆ หรอก แค่แสดงอาการให้รับกับอารมณ์เท่านั้น มือป้อมกำหมัด ทุบลงกับเบาะพอให้เกิดฟีลรันทดเล็กน้อย

 

ทำไม ทำไมพระเจ้าใจร้าย

 

ทำไมต้องให้เค้าคนนั้นเกิดมาเป็นคนจนด้วย!

 

 

 

 

 

 

           

            “เท่าที่ฟังมาก็ไม่ได้จนมากนี่”

 

            “ย่าห์! ไม่ได้จนมากอะไร ขี่รถมอเตอร์ไซค์มาเรียน ทำงานพิเศษตั้งสองสามที่ แถมพักอยู่ในอพาร์ตเม้นท์เก่า ๆ แบบไม่มีห้องนอนแยกด้วยอ่ะ จนชัด ๆ” คู่สนทนาคนปัจจุบันคือเพื่อนสนิทจากคณะ หญิงสาวร่างอวบอันเป็นผลมาจากการให้กำเนิดลูกชายคนแรก คุณแม่ลูกหนึ่งจางอี้ชิง

 

            “นี่นะคุณหนูบยอน ที่พูดมาทั้งหมดนั่นไม่ได้เรียกจนหรอก เค้าเรียกคนธรรมดา นักศึกษาที่แยกมาอยู่คนเดียวโดยไม่ขอเงินพ่อแม่เค้าก็อยู่กันแบบนี้ทั้งนั้นแหละ ว่างจากเรียนก็ไปทำงานพิเศษ ยิ่งขี่เวสป้ามีเงินแต่งรถก็แสดงว่าไม่ได้กรอบสุดเนื้อสุดตัว บางคนเรียนจบมีงานทำแล้วก็ยังไม่มีปัญญาซื้อรถใช้เลยก็มีเยอะแยะ”

 

สิ่งที่ได้รับรู้เป็นเรื่องมหัศจรรย์ใจสำหรับคนฟังมาก ดวงตาเรียวสวยเบิกกว้าง ประหลาดใจกับความรู้ใหม่โดยไม่ได้แกล้งทำ จริงอยู่ว่าการใช้ชีวิตในสังคมทำให้รู้เห็นความเป็นไปของคนมากมายแต่ให้ยังไงโลกของคนจนก็เป็นโลกที่คุณหนูบยอนไม่เคยคุ้นอยู่ดี ชีวิตเขาไม่เคยต้องไปข้องแวะกับกลุ่มคนในระดับนั้น คุณหนูไม่ได้รังเกียจ ไม่ได้จงใจแบ่งแยกแต่ไม่มีใครกล้าเสนอตัวเข้ามาหาเลยต่างหาก เขาเลยอยู่แต่ในวงล้อมของเพื่อนในสังคมชั้นสูงหรือที่เรียกกันแบบแพร่หลาย(และน่าหมั่นไส้หน่อย)ก็คือพวกเซเลบริตี้หรือไฮโซไซตี้ มนุษย์ชนชั้นกลางกลุ่มเดียวที่สนิทสนมด้วยคือครอบครัวของจางอี้ชิง แบคฮยอนพอใจในจุดนั้น การใช้ชีวิตอย่างทุกวันนี้ก็สบายดีแล้ว ไม่ได้เรื่องใดให้เดือดเนื้อร้อนใจ บางขณะที่รู้สึกเบื่อหน่ายโลกภายนอกเขาก็นอนอ่านหนังสืออยู่บ้าน เบื่อเพื่อนกลุ่มเดิม ๆ ก็หนีไปเที่ยวต่างประเทศ เรียน ปาร์ตี้ ไปเที่ยว การไม่รู้จักอีกโลกก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

 

แบคฮยอนมองว่าก็เป็นอีกสังคมที่ประกอบให้โลกนี้เป็นโลก แต่โลกเปลี่ยนไปทุกวัน...แบคฮยอนส่ายศีรษะไปมา ไม่สิ โลกเปลี่ยนไปตั้งแต่วินาทีที่เขาเห็นใครคนนั้นขับรถผ่านหน้าไปต่างหาก

 

            “จริงหรือ” ที่ปรึกษาจำเป็นสะบัดผมบ๊อบสั้นเผยใบหน้าค่อนข้างหวาน

 

            “จริงมาก ๆ”

 

            “ใช้ชีวิตอยู่ได้ยังไงเนาะ ลำบากแย่”              

 

            “เค้าก็อยู่กันได้ เกินกว่าครึ่งของประเทศเราก็อยู่กันแบบนั้นแหละ” คุณหนูตัวขาวถอนใจ วงหน้าเล็กหมองจนน่าสงสาร เพื่อนสนิทที่รู้จักโลกมากกว่า เห็นความจริงมากกว่า เอ่ยปลอบใจตามประสาคนที่รู้เห็นความรักมาหลายรูปแบบ “คุณสมบัติไม่ผ่านก็ไม่ต้องไปสนใจหรอกน่า เจอกันประเดี๋ยวประด๋าว อีกสองสามวันก็ลืมไปได้เอง เชื่อเราสิ คนหน้าตาดีมีฐานะบนแผ่นดินนี้ยังมีอีกเยอะ”

 

            “มันไม่ใช่แบบนั้น” คุณหนูแย้งเสียงเข้ม คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างไม่กลัวรอยยับย่น อี้ชิงผลักหมอนใบเล็กออกจากตัก เริ่มรู้สึกถึงสายตาแน่วแน่...ผิดปกติ

 

            “ไม่ใช่แบบนั้น แล้ว แบบไหน?”

 

            “เราไม่ได้มายด์ว่าเค้าจะจนหรือรวยนะ ถ้าชอบก็คือชอบ” อี้ชิงอ้าปากค้าง ตกลงว่าชอบแล้วเรอะ! “มันไม่ได้เกี่ยวกับฐานะหรอก คนจะรวยจะจนมันเป็นเรื่องที่พระเจ้ากำหนดลงมาแล้ว อย่างเราน่ะไม่ต้องดิ้นรนอะไร อยากได้อะไรก็ได้ เงินทองมีใช้โดยไม่ต้องขอ” อืม พูดง่าย ๆ ว่าแค่เกิดมาก็สบายแล้ว ถ้าไม่รู้จักคนพูดมาก่อนอาจหมั่นไส้ได้เลยนะเนี่ย “แต่ที่คิดมากก็เพราะไม่เข้าใจ ทำไมพระเจ้าต้องทำให้คน ๆ นั้นลำบากด้วยนะ น่าสงสารจังเลย”

 

            “สรุปคือถึงจนก็ไม่แคร์”

 

            “แคร์สิ ไม่ว่าใครก็ไม่อยากเห็นแฟนตัวเองลำบากหรอก” เอ้า ตกลงเป็นแฟนกันแล้ว! คุณแม่ลูกหนึ่งได้แต่กลอกตามองเพดาน แย่แล้วล่ะ ผู้ชายคนนั้นตกที่นั่งลำบากแล้ว เธอรู้ได้เลยว่านับจากนี้ชีวิตของปาร์คชานยอลจะต้องพบกับเรื่องราวแปลกประหลาดอย่างที่ไม่เคยเจอไม่ซ้ำวัน คุณหนูบยอนผู้ไม่เคยจริงจังกับเรื่องความรัก จู่ ๆ ดันเห็นคนไม่รู้จักขับรถผ่านแล้วติ๊ต่างเอาว่านั่นคือรักแรกพบ อี้ชิงเอาฟันหน้าของสามีเป็นประกัน ชุลมุนหนักแน่งานนี้ 

 

            “อี้ชิงว่า คน ๆ นั้นจะชอบเราบ้างไหมอ่ะ”

 

            “เคยคุยกันแล้วหรือ?”

 

            “ยังงงงงงงงงงงง ก็เพิ่งเห็นหน้าวันนี้ ใครจะกล้าคุย เรานะรีบออกจากบ้านเอารายงานไปให้ไอ้บ้าจงอินไม่ได้พิถีพิถันกับการแต่งตัวเหมือนทุกที เสื้อผ้าหน้าผมก็...ไม่ค่อยจะเป๊ะ” เพราะมีเวลาเลือกไม่พอ “สภาพไม่พร้อมเลยไม่กล้าเข้าไปแนะนำตัว”

 

คิดจะไปแนะนำตัวกับอีกฝ่ายด้วย! อี้ชิงโบกมือเรียกลมทั้งที่ในห้องรับแขกเปิดแอร์ไว้เย็นฉ่ำ หญิงสาวมองไปทางห้องนอนเล็กเห็นประตูปิดอยู่ก็โล่งใจ เผื่อตอนไหนหล่อนคุมสติไม่อยู่เผลอกรี๊ดกับความเยอะของคุณแบคฮยอน ลูกจะได้ไม่ตกใจตื่น

 

            “ยังไม่ได้คุย ยังไม่รู้จักก็ตอบไม่ได้หรอก แต่...คงไม่มีใครเห็นคุณแบคฮยอนแล้วจะไม่ชอบหรอก” ในเมื่อเด็กหนุ่มตรงหน้าเธอนี้มีครบทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติอันจำเป็นแก่การเป็นมนุษย์พิเศษ

 

แบคฮยอนเป็นลูกชายคนเดียวของนักธุรกิจหนุ่มใหญ่ อาศัยอยู่ในห้องชุดสุดหรูขนาดสามห้องนอน รายได้ต่อเดือนในวัยที่ยังเป็นนักศึกษาประเมินค่าไม่ได้เพราะมีบัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงินใช้และเงินสดที่เบิกได้อย่างง่ายดายเพียงแค่กดสายถึงเลขาฯ ส่วนตัว รูปโฉมก็เป็นที่ประทับใจของผู้พบเห็นได้ง่าย ใบหน้าได้รูปน่ารัก ปากบางสีระเรื่อเจ่อเชิดน่าลุ้นว่ายามนี้เจ้าตัวกำลังยิ้มแย้มอารมณ์ดีหรือขัดเคืองไม่พอใจ ดวงตาเรียวยาวดำมัน ผิวพรรณหรือก็ลูกผู้มีอันจะกินโดยแท้ หนำซ้ำพระเจ้ายังกลัวว่าชาวโลกจะอิจฉาแบคฮยอนไม่มากพอจึงประทานสมองอันชาญฉลาดให้อีกอย่าง คุณหนูหัวดีถึงไม่เข้าเรียนก็ยังทำคะแนนให้อาจารย์พอใจได้เสมอ  ชัวร์สิ ถ้าเก่งแค่ใช้เงินคงไม่ข้ามขั้นจนได้มาเป็นเพื่อนร่วมชั้นปีกับอี้ชิงหรอก

 

            คุณสมบัติเลิศเลอขนาดนี้ ใครปฏิเสธก็โง่เต็มที       

 

            “หมายความว่า ถ้าได้รู้จักกันก็มีโอกาสที่คนนั้นเค้าจะชอบเราสินะ”

 

            “ก็แล้วแต่ว่าจะรู้จักในแง่มุมไหน” ร้ายสุดหรือดีสุด มันสมองระดับแบคฮยอนคงไม่ทำให้เป้าหมายวิ่งหนีตั้งแต่แวบแรกที่เห็นหน้าหรอก ตอนแรกพบยังอาจทำให้ประทับใจได้แต่ต่อจากนั้นนี่สิ คงบุพเพอาละวาดของแท้ “แต่สำคัญคือต้องเป็นความสัมพันธ์ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความจริงใจนะแบคฮยอน”

 

คุณหนูแบคฮยอนสนใจฟังเป็นอย่างมาก

 

ดวงตาเรียวจับนิ่งที่หน้าต่าง

 

ปากพึมพำคำเดิมซ้ำไปมาว่าโอกาส...โอกาส...

 

            ตอนออกมาจากบ้านอี้ชิงนั้น แบคฮยอนรู้สึกโล่งใจขึ้นเล็กน้อย อาจเป็นเพราะได้พูดอย่างที่อยากพูด เรื่องที่อึดอัดทับถมอยู่ในใจมาหลายชั่วโมงเลยได้ระบายออกไปบ้าง แต่จนแล้วจนรอดก็อดคิดถึงต้นเหตุของความว้าวุ่นใจไม่ได้ คุณหนูไม่ได้ไร้เดียงสา โลกที่เติบโตมาล้วนมีเรื่องรักใคร่เป็นกรณีศึกษาอยู่ไม่ขาด เพียงแต่มันไม่เคยเกิดขึ้นกับตัวเอง หมายถึงว่าแบคฮยอนไม่เคยรู้สึกหวิวในท้องเหมือนเวลารถเบนซ์คันโปรดลอยข้ามลูกคลื่นถนน ไม่เคยรู้สึกร้อนวาบตรงท้องน้อยเหมือนมีลูกไฟวิ่งผ่านยามที่คิดถึงใคร ไม่เคยกระหายใคร่รู้เรื่องของอีกฝ่ายจนอยู่ไม่เป็นสุข แบคฮยอนอยากเจอ อยากอยู่ใกล้ อยากรู้ทุกความเคลื่อนไหว วูบวาบไปทั้งอกยามเมื่อคิดถึงความทรงจำที่มีใครคนนั้นอยู่ อาการแบบนี้คุณหนูฟันธงโดยไม่ต้องปรึกษาหมอที่ไหนเลยว่ากำลังมีความรัก

 

คุณหนูคิดอย่างครึ้มใจว่าหากเป็นคนอื่นที่ถูกความรักจู่โจมกะทันหันคงอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก แต่เคสนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นกับคุณแบคฮยอนแน่ ๆ เขาน่ะตั้งตัวรอมาตั้งแต่ครบสิบห้าแล้ว!

 

“มาเลยความรัก! เรามาเจอกันสักตั้ง!” คุณหนูคนเก่งนึกกระหยิ่มจนกล้าประกาศสงครามกับความรักอย่างไม่กลัวเกรง ความรักที่หน้าหล่อ ตัวสูง ขายาวและยังไม่เคยสบตากับคุณหนูเลยแม้แต่ครั้งเดียว!

 

 

 

 

 

 

แรงรักรุมเร้าทำเอาคนที่เคยได้ดั่งใจทุกอย่างไม่สามารถทนรอพ้นวันได้ เพียงแค่ต่อสายถึงเลขาฯ ส่วนตัวรายละเอียดสถานที่ทำงานพิเศษทั้งสามแห่งของเป้าหมายก็ถูกส่งมาให้ถึงบ้าน ระบุชัดเจนตั้งแต่แผนที่ไปจนถึงเวลาเข้ากะของชายหนุ่มนามปาร์คชานยอล แบคฮยอนอาบน้ำแต่งตัวอย่างพิถีพิถัน เลือกเสื้อเชิ้ตสีชมพูจางคู่กับกางเกงขายาวสีเทา รองเท้ากระเป๋าเลือกสีน้ำตาลเข้มคอลเลกชั่นต้อนรับฤดูใบไม้ผลิของเบอร์แบรี่ สำรวจตัวเองหน้ากระจกสองสามรอบก่อนจะพรมน้ำหอมตรงซอกคอ ทดลองยิ้มจนพอใจแล้วจึงคว้ากระเป๋ากับรองเท้าเดินฮัมเพลงออกจากห้อง

 

หกโมงถึงสามทุ่มวันเสาร์อาทิตย์ ชานยอลทำงานพิเศษที่ร้านดอกไม้ซึ่งเป็นกิจการของคนรู้จัก ร้านนี้อยู่ในเขตทงแดมุน เปิดจนดึกทุกคืน ชายหนุ่มมารับช่วงต่อพนักงานประจำที่จะเลิกงานตอนหกโมงสิบห้า อยู่จนถึงเวลาปิดร้าน แบคฮยอนนึกถึงเสี้ยวหน้าคมคายติดจะเครียดเคร่งของใครคนนั้นแล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ ผู้ชายหน้าเฉยกับดอกไม้ เข้ากั๊น เข้ากัน

 

“ขอโทษนะครับ”

 

“ครับ?...”

 

“ผมเห็นคุณมองจากตรงนี้เข้าไปได้สักพักแล้ว มีอะไรให้ทางร้านช่วยหรือเปล่าครับ” อ่า เขาเพลิดเพลินกับจินตนาการจนไม่รู้ว่าตัวเองกำลังยืนเกาะกระจกร้านหรือนี่ แย่ละ ทำตัวตลก ๆ ออกไปหรือเปล่าก็ไม่รู้

 

“ผม คือ ผมอยากได้ดอกไม้ไปให้...เพื่อนน่ะครับ แต่ไม่รู้ว่าควรจะให้ดอกอะไรดี” ผู้ชายคนเดิมยิ้มจนตาเป็นขีดโค้ง เสียงของชายหนุ่มนุ่ม ท่าทางใจดี วิธีการพูดจาก็อบอุ่นเป็นกันเองเหมาะกับบรรยากาศร้านดอกไม้

 

“ลองเข้าไปดูด้านในก่อนสิครับ เผื่อจะได้ไอเดียดี ๆ”

 

“ได้หรือครับ?”

 

“ได้สิครับ เรายินดีต้อนรับแขกพิเศษเสมอ” แบคฮยอนสูดลมหายใจเข้าอก ชั่งใจไม่ถึงครึ่งนาทีก็พยักหน้าตกลง ไหน ๆ ก็มาถึงร้านแล้ว อย่าป๊อดจนลืมเป้าหมายที่แท้จริงสิแบคฮยอน นายมาที่นี่เพื่อความรัก เพื่อตามหาความรัก

 

ว่าแต่...

 

ความรักของคุณแบคฮยอนอยู่ไหนนะ?

 

“ต้องการดอกไม้เนื่องในโอกาสอะไรครับ” นั่นสิ โอกาสอะไรดี?

 

“ขอบคุณครับ แทนคำขอบคุณ” ที่ไอ้น้องบ้าคิมจงอินพาให้เขาได้พบกับเนื้อคู่เสียที แบคฮยอนพยักหน้าย้ำความคิดในใจ พนักงานชายที่มีป้ายชื่อกรอบทองติดบนอกซ้ายว่าคิมจุนมยอนยิ้มกับอาการครุ่นคิดนั้น ชายหนุ่มถามต่อว่า “เพื่อนคุณมีดอกไม้ที่ชอบเป็นพิเศษไหมครับ”

 

“นั่นสิครับ” ปกติเห็นแต่หอบไปให้ผู้หญิง ไม่รู้เจ้าตัวชอบอะไร “ผมไม่แน่ใจ คือ...ผมบอกลักษณะนิสัย ความชอบของอีกฝ่ายแล้วคุณช่วยจัดตามนั้นได้ไหมครับ”

 

“ได้ครับ แบบนั้นยิ่งง่าย”

 

“จัดยังไงก็ได้ครับ ขอช่อใหญ่ ๆ ไม่เกี่ยงเรื่องราคา เท่าไหร่ก็โอเค” ฝ่ายนั้นยิ้มรับเช่นเคย มายลอร์ด คุณแบคฮยอนเจอมือโปรเข้าแล้วสินะ คนตัวขาวประกบสองมือเข้าหากัน นึกดีใจที่ตัวเองมีเหตุผลให้อยู่ในร้านได้อีกพักใหญ่ นี่ถ้าพนักงานจัดดอกไม้เสร็จแล้วยังไม่เจอเป้าหมายแบคฮยอนจะให้จัดเพิ่มอีกสักช่อสองช่อส่งไปเป็นของขวัญหลาน คุณหนูเผยอปากเตรียมจะสาธยายสรรพคุณลูกผู้น้องจอมซ่า แต่คำแรกยังไม่ทันหลุดจากปาก ผู้ชายคนหนึ่งก็โผล่ออกมาจากหลังตู้เก็บดอกไม้ แบคฮยอนสะดุ้งขึ้นทั้งตัว ปากและลิ้นพาลหายวับไปพร้อมเรี่ยวแรงทั้งร่าง

 

“เปลี่ยนน้ำในถังดอกหน้าวัวเรียบร้อยแล้ว”

 

ดอกหน้าวัวมันเป็นยังไง?

 

ชื่อมันแปลกประหลาดแต่คงเป็นดอกไม้ที่เลอค่าหาที่เปรียบไม่ได้

 

ดอกไม้ที่...ชานยอล...ลงมือเปลี่ยนน้ำให้ด้วยตัวเอง

 

แบคฮยอนกดเปลือกตาให้พ้นจากภาพนั้นอย่างยากลำบาก ต้องสั่งตัวเองให้หยุดหายใจเพื่อรีสตาร์ทกระบวนความคิดใหม่ทั้งหมด กลั้นลมหายใจนับหนึ่งถึงสิบแล้วจึงมองไปยังกระจกที่ตั้งอยู่ทางหนึ่ง โชคดีที่คิมจุนมยอนหันไปมอบหมายงานอย่างอื่นให้กับเพื่อนร่วมงานเด็กหนุ่มจึงมีเวลาสำรวจตัวเองในกระจก เอาน่ะ ถึงจะไม่มีเวลาจัดทรงแต่หน้าก็ยังพอไหว วาวนิดหน่อยตรงปลายจมูก มือเล็กล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าขึ้นมาแตะซับอย่างรวดเร็ว พอลดมือลงคิมจุนมยอนก็หันมาอีกครั้ง

 

“ขอโทษครับ เรามาเริ่มกันเลยเถอะ เพื่อนคุณคนนี้เป็นคนยังไงครับ”

 

“อ่า เป็นผู้ชาย อายุยี่สิบต้น ๆ เอ่อ กำลังเรียนมหาวิทยาลัย”

 

“ครับ แล้ว...”

 

“หล่อ เอ๊ย! ไม่ ไม่ใช่หล่อครับ หน้าเข้ม ตาคม แบบว่า หน้าตาดีน่ะครับ” โอ๊ย ทำไมต้องมาเรียงดอกไม้แถวนี้ด้วยเล่า คนอื่นเค้าเสียสมาธินะ

 

“นิสัยหรือความชอบส่วนตัวล่ะครับ พอจะบอกได้ไหม”

 

“ชอบ...” ชอบผู้ชายที่สวมเชิ้ตสีขาวคาดผ้ากันเปื้อนคนทางขวานี่แหละ ช่วยบอกต่อให้หน่อยได้ไหมอ่ะ >///< “ดูเหมือนว่าจะชอบขับรถเล่น เคร่งขรึม ไม่ค่อยพูด จริงจังแต่ที่จริงแล้วคงใจดีไม่น้อย”

 

“คงหรือครับ?”

 

“ครับ? อ๋อ ครับ” นะ ก็จับต้องดอกไม้อย่างเบามือทุกดอก ผู้ชายที่ใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อย ทะนุถนอมดอกไม้ที่บอบบาง ต้องเป็นคนใจดีอยู่แล้วล่ะ ...ไม่ใช่แล้วแบคฮยอน! นายต้องซื้อดอกไม้ให้คิมจงอินนะ ไม่ใช่ปาร์คชานยอล “เป็นคนร่าเริง มีมนุษยสัมพันธ์ดี ชอบก่อกวนคนอื่น แต่บางทีก็โลกส่วนตัวสูงเหมือนกัน ข้อมูลแค่นี้พอได้ไหมครับ”

 

“ถึงทางร้านเราจะไม่ค่อยได้จัดดอกไม้ให้คุณผู้ชายเท่าไหร่แต่รับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวังแน่ครับ ชานยอล หยิบทานตะวันให้หน่อยสิ เอาดอกเล็กนะหลาย ๆ ดอกหน่อย” ได้ยินแค่ชื่อแบคฮยอนก็ต้องรีบกัดปากตัวเองโดยด่วน กลัวจริง ๆ กลัวตัวเองจะทนไม่ไหว ปิดหน้าแล้วก็ครางหงิง ๆ อย่างหมดท่าอยู่ตรงนี้

 

คนอะไร แค่เงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียกก็หล่อได้อีก!

 

“พี่จุนมยอน ใช้เชือกป่านเส้นคู่ก็ดีนะ เหมาะกับดอกไม้แล้วก็...ความต้องการของคุณลูกค้า” ได้อีกกกกกก ซ้ำเติมกันด้วยทักษะในการทำงาน ความเฉลียวฉลาดและสุขุม แบคฮยอนประสานมือเข้าด้วยกัน บีบแน่นเพื่อไม่ให้ตัวเองแสดงสีหน้าอื่นนอกจากรอยยิ้มบางเบา กลีบปากสีชมพูสดวาดค้างในรูปเดิมไม่กล้าเปลี่ยนเพราะตอนนี้มีคนมายืนบังกระจกเสียแล้ว เกิดทำหน้าประหลาดออกไปใครจะรับผิดชอบความเสียหายล่ะ!

 

“เชิญนั่งก่อนก็ได้นะครับ เผื่อเมื่อย” ไม่เมื่อยแต่ขาสั่น ข้อเข่าก็เหมือนจะเสื่อมเอาแบบปัจจุบันทันด่วน แบคฮยอนเหลียวมองหาที่นั่งแล้วก็ต้องสะบัดหน้ากลับทางเดิมอย่างเร็ว โอ๊ย อยากจะบ้าตาย ทำไมต้องมายืนผายมืออยู่ข้างหลังด้วยเล่า แล้วเมื่อกี้น่ะยิ้มใช่ไหม

 

“เชิญที่โซฟาครับ”

 

“อ่า ไม่เป็นไรครับ ผมไม่เมื่อย อยากดูการจัดดอกไม้มากกว่า” เสียงสั่นหรือเปล่านะ ไม่หรอก เขาคุมสุดชีวิตแล้วนี่ แบคฮยอนยกสองแขนกอดอก กำหนดสองตาให้มองเพียงแค่มือที่กำลังทำงาน หากหางตายังได้เห็นผู้ชายหน้าหล่อตัวสูงเคลื่อนย้ายดอกไม้ไปทางนั้นทางนี้ไม่หยุด คุณหนูแอบมองแล้วก็กลายเป็นมองเต็มตา ใบหน้าเรียวหมองคล้อยกับความคิดในใจ เพราะพระเจ้าแท้ ๆ เชียว เพราะท่านกำหนดให้ชานยอลเกิดมาจน ถึงต้องมาลำบากทำงานงก ๆ แบบนี้ คนขยันของแบคฮยอนไม่ปริปากบ่นสักคำ ก้มหน้าก้มตาทำงาน ทางนี้เสร็จก็ย้ายไปทางนั้น คุณหนูแบคฮยอนสงสารว่าที่แฟนจนน้ำตาแทบไหล ไม่รู้ว่าตัวเองจะทนเห็นชานยอลทำงานครบทั้งสามแห่งหรือเปล่า เจ้าของดวงตาเรียวสวยทอดถอนใจ ดอกทานตะวันช่อขนาดย่อมพร้อมนำส่งแล้ว

 

“เรียบร้อยแล้วครับ ขอโทษที่ให้รอนาน”

 

“ไม่เป็นไรครับ ไม่นาน” เร็วเกินไปด้วยซ้ำ แบคฮยอนจัดการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตหนึ่งในหลายใบ เลือกหยิบใบที่หยิบง่ายที่สุด พอเซ็นชื่อเรียบร้อย คนจัดช่อดอกไม้ก็เอ่ยเสียงนุ่ม

 

“จะให้พนักงานถือไปส่งให้ที่รถนะครับ”

 

“ขอบคุณครับ เอ๋!!!!....” พนักงานอย่างนั้นหรือ ก็หมายความว่า...คนที่เพิ่งหลุดเสียงประหลาดที่สุดในชีวิตพ้นปากไปหันขวับไปมองด้านหลัง พนักงานหน้าหยกยืนสงบเสงี่ยมรออยู่แล้ว คุณหนูไม่เข้าใจว่าตัวเองเป็นอะไรแต่ปฏิกิริยาตอบโต้ของเขาคือสั่นหน้าดิก “ไม่เป็นไร ไม่ต้อง ฉัน เอ่อ ผมจอดรถไว้ข้างหน้านี่เองครับ ไม่ไกล”

 

“อย่างนั้นหรือครับ” หากคิมจุนมยอนก็เดินถือช่อดอกไม้ออกมาส่งถึงประตู แบคฮยอนรับของจากมือชายหนุ่ม อดไม่ได้ที่จะกวาดตามองไปในร้าน ผู้ชายคนนั้นกำลังเก็บกวาดเศษขยะที่เพื่อนร่วมงานทิ้งไว้ แบคฮยอนได้แต่ส่งเสียงครางอยู่ในใจ สับสน ใจหวิว เพ้อกับตัวเองด้วยความผิดหวัง

 

“ทำไมไม่เดินออกมาส่งเหมือนเพื่อนเล่า” แต่จะกลับเข้าไปขอบคุณก็ดูจะเกินไป เขาเป็นลูกค้า อีกฝ่ายก็ทำงานตามหน้าที่ไม่มีความพิเศษนอกเหนือจากนั้น คุณหนูได้แต่หอบช่อทานตะวันเดินกลับไปขึ้นรถหงอย ๆ

 

จุนมยอนยิ้มชื่น เปิดประตูเข้าไปในร้านเจอเพื่อนร่วมงานยืนนิ่ง มองทะลุกระจกใสออกไปยังฝั่งตรงข้ามก็อดหยอกไปตามประสาคนสนิทกันไม่ได้

 

“สนใจหรือชานยอล?” คนพูดน้อยส่ายหน้าไปมา

 

“แล้วทำไมมองตามจนสุดตาแบบนั้นล่ะ ปากแข็งนะแบบนี้”

 

“ผมแค่คุ้น ๆ หน้า เหมือนเคยเห็น”

 

“ในฝันหรือเปล่า น่ารักปานนั้น นายอาจเคยเจอแล้วเก็บไปนอนฝัน” ชานยอลไม่โต้ตอบ ไม่ใช่เพราะมันเป็นความจริงแต่เพราะชายหนุ่มไม่สนใจไปมากกว่านั้นต่างหาก เขาแค่รู้สึกคุ้นหน้าลูกค้ารายนี้ แต่ก็ไม่ได้สนใจเก็บมาเป็นอารมณ์ นึกไม่ออกก็ผ่านไป ตั้งใจทำงานต่อผิดกับลูกชายเจ้าของร้าน

 

“คุณชายบ้านไหนไม่รู้ ขับรถเบนซ์ เซ็นบัตรทอง ถ้าสนใจจริง ๆ เค้าก็คงไม่สนคนอย่างเรา ๆ หรอก” คิมจุนมยอนว่า ชานยอลหันไปหยิบกระบอกน้ำมาพ่นลบรอยเปื้อนบนกระจก จบความสนใจในตัวลูกค้ารายล่าสุดเพียงเท่านั้น

 

 

 

 

 

 

“อะไรเนี่ย ใครที่ไหนให้มาอีก”

 

“เอาไปได้แล้ว หนัก”

 

“อ้าว ของตัวเองมายัดเยียดเป็นภาระคนอื่นได้ยังไง”

 

“ของนายนั่นแหละ ซื้อมาให้”

 

“ให้ผม? แบคฮยอนซื้อดอกไม้ให้ผมอย่างนั้นหรือ”

 

“ใช่สิ หลีกทาง ยืนนานมันเมื่อยนะ หาแจกันใส่ไว้ด้วยล่ะ พี่ชายผู้แสนดีคนนี้อุตส่าห์ขับรถฝ่าการจราจรเข้าไปในเมืองเพื่อจะซื้อดอกไม้มาให้ นายต้องเก็บไว้ในนานที่สุดนะ ถ้ามันไม่สดแล้วก็ค่อยเอาไปแขวนในที่ลมผ่านทำดอกไม้แห้ง แต่คงอีกนานแหละ ของที่ฉันซื้อให้สวยนานเสมอ” คุณชายคิมมองของขวัญยามค่ำ มองหน้าคนให้ มองออกไปนอกหน้าต่าง แล้วเสียงห้าวก็ดังลั่นห้องรับแขก

 

“แบคฮยอน! ไปหาไอ้ชานมาใช่ไหม?” แบคฮยอนลอยหน้ายิ้ม

 

“ถามจริง? นี่ นี่เอาจริงหรือเนี่ย”

 

“เห็นฉันเป็นคนเหลาะแหละ ชอบล้อเล่นตั้งแต่หรือไงกันล่ะ ฉันไปมาแล้ว เห็นตอนเค้ากำลังทำงานด้วย” จงอินแทบจะหมดแรงกับการโอ้อวดนั้น แย่แล้ว เจอตอนเช้าตอนเย็นตามติด ดำเนินการรวดเร็วแถมยังลงพื้นที่ด้วยตัวเองแสดงว่าถูกใจจริงจัง คนเป็นน้องรู้ดี ถึงพี่ชายจะไม่เคยมีความรักไม่เคยถูกใจใครมาก่อนแต่ถ้าเทียบกับความต้องการระดับเหนือมาตรฐานที่เคยเป็นมา ทุกครั้งที่แบคฮยอนเจอของถูกใจคุณหนูก็ต้องได้ตามนั้น เดี๋ยวนั้นเลยยิ่งดี โชคดีที่พี่ชายจงอินยังเป็นพวกคิดเป็นอยู่บ้างแม้จะเอาแต่ใจ ชอบคิดอะไรเพ้อเจ้อล้นกรอบแต่ก็ไม่เคยทำเรื่องเสียหายหรือทำให้ใครเดือดร้อน(ถึงเดือดร้อนเงินก็กลบได้ทุกกรณี) อำนาจเงินเนรมิตให้ได้ดั่งใจไม่เคยพลาด

 

จงอินไม่เคยแคร์ ถือว่าชีวิตใครชีวิตมัน แต่ละคนมีสิทธิ์เลือกใช้ชีวิตแบบที่ตัวเองต้องการ แค่เรื่องลูกพี่ลูกน้องตกหลุมรัก ชายหนุ่มจะไม่เก็บมาคิดให้รกสมองเลยถ้าไอ้ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่เพื่อนสนิทหนึ่งในไม่กี่คนของเขา

 

“เอาดอกไม้ไปเก็บสิ เดี๋ยวก็เฉาหมดหรอก”

 

ครับ คุณหนู

 

จงอินเรียกเด็กในบ้านให้เอาไปจัดใส่แจกันแล้วนำไปวางไว้ในห้องที่นั่งกันอยู่ แบคฮยอนจิบน้ำแร่อุณหภูมิปกติแก้กระหาย กระดิกนิ้วเรียกลูกไล่ตั้งแต่ตอนเด็กให้เข้ามาหา

 

“มานี่มา นั่งตรงนี้” ตบเบาะข้างตัว ลูกชายเจ้าของบ้านคร้านจะดื้อดึง พี่ชายคนดีหน้าตาน่ารักน่าชังแต่นิสัยแสบสันต์ยิ่งกว่าญาติพี่น้องทุกคนรวมกัน ที่สำคัญยังเจ้าคิดเจ้าแค้นจนจงอินไม่อยากขัดใจ “ทำหน้าเซ็งทำไม ไม่พอใจอะไรพี่หรือเปล่าจ๊ะจงอินคนดี”

 

“ใครมันจะกล้า” จงอินบ่นในคอ ยอมนั่งเป็นเสาหลักให้ลูกผู้พี่โอบไหล่เอาหน้าซบ

 

“ถามอะไรสักสองสามข้อสิ”

 

“เรื่องอะไร”

 

“เรื่องเพื่อนนายคนนี้แหละ” คุณชายถอนใจแรง ไม่อยากให้เพื่อนต้องกลายเป็นของเล่นพี่ แต่ก็ไม่กล้าท้าทายนิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นของแบคฮยอน “มาถามผมทำไม นักสืบของแบคฮยอนน่าจะรายงานหมดแล้วนี่”

 

“จะบ้าหรือ ฉันแค่ขอข้อมูลทั่วไป มีเวลาสืบไม่ถึงวันใครมันจะรู้ทุกอย่าง”

 

“งั้นก็รออีกหลาย ๆ วัน เดี๋ยวก็รู้เอง”

 

“ฉันไม่รอ จะรู้เดี๋ยวนี้แล้วนายก็ต้องตอบด้วย”      

 

“ผมตอบอะไรมากไม่ได้หรอก ถึงจะเป็นเพื่อนกันแต่ผมก็ไม่มีสิทธิ์เอาเรื่องของอีกฝ่ายมาพูดลับหลังนะ” อย่างน้อยเขาก็ไม่อยากมีส่วนส่งเพื่อนขึ้นเขียงเชือด แบคฮยอนเอาแต่ใจ อยากได้อะไรก็ต้องได้ แต่พอเบื่อขึ้นมาสองตาก็ไม่เหลียวแล จงอินไม่อยากให้คนจริงจังอย่างชานยอลต้องมาตกหลุมพรางความน่ารักที่เคลือบบนรอยยิ้มสดใส แบคฮยอนน่ารัก เวลาทำตัวดีก็น่าเอ็นดูจนชวนเพ้อ องค์ประกอบเหล่านี้จะกลายเป็นจุดอันตรายที่ทำให้เพื่อนเขาพลาดได้

 

“สรุปคือจะไม่ให้ความร่วมมือกับพี่คนนี้ใช่ไหม”    

 

“แบคฮยอนน่า คนอื่นมีตั้งเยอะแยะ หล่อกว่า สวยกว่า รวยกว่า นิสัยดีกว่า ทำไมพี่ไม่ลองเปิดใจให้สักคน มาติดใจอะไรกับเพื่อนผม ไอ้ชานมันก็แค่นักศึกษาธรรมดา ๆ ใส่เสื้อผ้าราคาถูก เห็นเสื้อยืดที่มันใส่ไหมล่ะ ตัวละห้าพันวอนเองนะ มันกินข้าวกล่องจากร้านสะดวกซื้อ ใช้มือถือตกรุ่น ไม่รู้จักปาร์ตี้ จิบไวน์ไม่เป็น แล้วก็ไม่สนใจอะไรนอกจากเรียนกับทำงานพิเศษ แบคฮยอนอย่าไปสนใจมันเลย”

 

“ทำไมนายถึงคัดค้านนัก?”

 

“หา?” ร่างขาวจัดลุกจากท่านั่งซบไหล่น้องชาย ดึงสองมือกลับมากอดอก เพ่งตาถามเสียงเครียด “ฉันจะรักใคร ชอบใคร ที่ต่างจากตัวเองมันผิดหรือไง เค้าจะเป็นแฟนฉัน ฉันก็ต้องเป็นคนเลือกเอง แล้วในเบื้องต้นฉันก็พอใจปาร์คชานยอล นายมีปัญหาอะไร หรือที่จริงแล้ว...ก็แอบเล็งไว้เหมือนกัน”

 

“เฮ้ย! มันจะเป็นแบบนั้นได้ไงเล่า อย่าพูดเรื่องชวนขนลุกได้ไหม ผมกับไอ้ชานเนี่ยนะ โอย...” คนพี่ดูดกลีบปากเข้าหากัน ก็แล้วไป นึกว่าจะต้องมีศัตรูหัวใจเป็นพี่น้องกันซะแล้ว

 

“ถ้าไม่ได้ชอบแล้วทำไมต้องคัดค้าน ฉันไม่คู่ควรกับเพื่อนนายตรงไหน” จงอินอยากจะบอกว่าทุกตรงนั่นแหละแต่ที่ปั้นเสียงจริงจังตอบไปนั้นเป็นคำตอบเพื่อทางรอดสำหรับเพื่อนรักและตัวเอง “ก็อย่างที่บอกไป มันจน มันต่างกับแบคฮยอนทุกอย่าง ความชอบต่าง ไลฟ์สไตล์ก็ต่างกัน จะคบกันได้ยังไง”

 

“เค้าเป็นคนดี...ใช่ไหม” ถ้าไม่ใช่ เจ้าน้องชายตัวดำมันคงไม่คบด้วย แบคฮยอนค่อนข้างมั่นใจว่าคนที่จงอินอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในชีวิตจะต้องเป็นคนที่ได้รับการคัดเลือกมาแล้วระดับหนึ่ง เขาไม่ได้โง่นี่ ผู้ชายคนนั้นจะต้องมีข้อดีในตัวเอง ดีมาก ๆ ด้วย นักศึกษาธรรมดาทั่วไปไม่บังเอิญได้สิทธิ์มาเป็นเพื่อนคุณชายคิมหรอก อย่างน้อยก็รับรองได้ว่าไม่ใช่คนไม่ดีแน่นอน

 

“บอกมา ปาร์คชานยอลเป็นคนดีหรือเปล่า”

 

“ก็ดี”

 

“แค่นั้นก็พอแล้ว”

 

“แบคฮยอน นี่มันชีวิตจริงไม่ใช่นิยาย”

 

“นิยายมันก็มาจากชีวิตจริงนั่นแหละ นายไม่เห็นด้วยฉันไม่ว่าแต่อย่าคิดขัดขวาง บอกไว้เลยว่าไม่ได้ผล ยิ่งนายห้ามฉันก็ยิ่งไม่อยากยอมแพ้ คอยดูนะ ฉันจะทำให้นายเห็นว่าไอ้ความต่างของฐานะมันไม่มีผลกับความรัก แล้ววันหนึ่งนายจะต้องยินดีกับพวกเราสองคน!” เออ กลายเป็นพวกเราสองคนไปเรียบร้อย จงอินทิ้งศีรษะกับพนักโซฟา ปรือตามองคนที่เริ่มกดปลายคางลงมาบนอกเขาอีกครั้ง แบคฮยอนยิ้มใสซื่อทั้งที่รู้ว่ารอยยิ้มนั้นหลอกญาติผู้น้องไม่ได้

 

“หวังว่าต่อจากนี้ ชานยอลคงไม่ได้รับข้อมูลผิด ๆ เกี่ยวกับพี่คนนี้นะ คิมจงอิน” นักศึกษาวิชากฎหมายยกมือนวดขมับ ตอนเด็กเคยแพ้ทางพี่ชายยังไงโตมาก็ยังคงแพ้อยู่อย่างนั้น

 

 

กูขอโทษนะชานยอล

กูผิดเองที่นัดมึงมาเอาของที่คณะ

ถ้ากูไม่ขี้เกียจเดินไปหามึงที่ลานเกียร์ มึงคงไม่ต้องประสบชะตากรรมแบบนี้

 

 

ยกโทษให้กูด้วยนะเพื่อน! *คุกเข่า

                                                                                                 

 

 

 

 

 

#lovelycb

 Close to you - Carpenters

 

 

                                               



 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 426 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,829 ความคิดเห็น

  1. #5804 Pinkkaboo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 11:50
    ชานยอลจะเจออะไรบ้างนะ55555
    #5,804
    0
  2. #5778 bwithdekd (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 23:21
    เห็นอนาคตชานยอลรางๆ5555
    #5,778
    0
  3. #5775 nananixyoohoo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 07:23
    พี่แบคน่าร้ากกกก
    #5,775
    0
  4. #5738 YunewG (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:39
    สงสารจงอินก่อนแล้วกันตอนนี้ เพราะชานยอลยังไม่เจอกันตัว 555555 เขาเอาจริงนะนั้นพี่แบคฮยอน จะเป็นยังไงน้า
    #5,738
    0
  5. #5736 Ohsehun9494 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 16:12
    ชานยอลปวดหัวแน่ๆ 55555
    #5,736
    0
  6. #5695 mayyamcc (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 23:49
    ท่าทางเค้าแสบใช่เล่นนะคะคนพี่เนี่ย
    #5,695
    0
  7. #5691 BB 'ᄉ' (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 23:17
    ฮือออออ ฟิคดีมากๆแบบมากๆ ทำไมเราเพิ่งได้มาอ่านนะTT
    #5,691
    0
  8. #5660 lololisiine (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 07:37
    5555 น่ารักจังเลยแบคฮยอน แสบจนเป็นห่วงชานยอล
    #5,660
    0
  9. #5627 areenachesani (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 19:13
    5555น่าสนุกก
    #5,627
    0
  10. #5599 Mookateam (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 14:16
    แงงงงทำไมเพิ่งมาเจอฟิคดีๆแบบนี้ย์
    #5,599
    0
  11. #5497 kmxiioxe_ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 15:51
    คุณหนูวว สงสารจงอิน 5555555555555
    #5,497
    0
  12. #5469 Chankuma (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 23:08
    เพิ่งมาเจอเรื่องนี้ ชอบภาษาในการบรรยายมากๆ คุณหนูนี้แสบสุดๆ
    #5,469
    0
  13. #5412 Pinkuplatong (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 18:34
    ชอบพล้อตจังเลย คุนหนูบยอนคนเอาแต่ใจ อยากได้ชานยอลคนเท่ ขับเวสป้า ดีต่อใจจังเลย
    #5,412
    0
  14. #5410 Bow Keswaree (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 15:48
    อ่านรอบ 2 ฮืออออ มันดีจริงๆ ชอบบบบบ
    #5,410
    0
  15. #5406 D-T-M-456 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 10:22
    จงอินขนาดนั้นเลย5555
    #5,406
    0
  16. #5382 sweetticb (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 15:57
    แบคนี่นิยามของคำว่า สมบูรณ์แบบ
    #5,382
    0
  17. #5380 f_ohse (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 19:18
    จงอินดูโอดครวญ5555 คงไม่อยากให้เพื่อนตกอยู่ในชะตากำลำบาก(ใจ&สมอง)สินะ วงวาร5555
    #5,380
    0
  18. #5332 Intelligence- (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 11:18
    โอ้ยยย ขำจงอินนน สงสารชานยอลเลยอ่ะ 55555555
    #5,332
    0
  19. #5326 Rabbit_Fujoshi (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 16:44
    โอ้ยยยยน่ารักกกกกกกกกกกก >.<~
    #5,326
    0
  20. #5319 NaYoRii_OPAL (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 21:55
    โมเม้นน่ารักแบคฮยอน งืออ เขิน
    #5,319
    0
  21. #5317 moonandback ☽ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 06:03
    กลับมาอ่านอีกรอบแล้ว รอบที่สี่5555555
    #5,317
    0
  22. #5294 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 22:08
    คุณหนูแบคน่ายักจิมๆ
    #5,294
    0
  23. #5292 jew___ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 14:22
    น่ารักอะแบคฮยอนน่ารักจัง55555
    #5,292
    0
  24. #5285 AnymousEiei (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 10:23
    5555555555
    #5,285
    0
  25. #5252 ❤ Willis ❤ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 18:53
    คุณหนูแบคฮยอนกำลังตกหลุมรักผู้ชายธรรมดาๆอย่างชานยอลเข้าซะแล้ว แต่ทำไมเราสงสารจงอิน 55555555

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 28 มีนาคม 2560 / 21:13
    #5,252
    0