Bewitched รอยปรารถนา (ChanBaek)

ตอนที่ 9 : รอยปรารถนา ๘

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,275
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 107 ครั้ง
    29 ก.ย. 61





 


{สัญญาณ}

 

 

            “เอาของมาครบแล้วใช่ไหม?”

          “คิดว่าครบแล้วนะครับ”

          “เช็คให้ดี ๆ ตกหล่นอะไรไปหาซื้อตอนนี้ก็ยังทัน พวกยาล่ะได้เอาไปด้วยหรือเปล่า”

          “เอามาบางอย่างครับแต่ในเอกสารที่เค้าแจกมาบอกแค่ให้เตรียมไปถ้าเรามีโรคประจำตัว ยาอื่น ๆ ฝ่ายสวัสดิการน่าจะเตรียมไปให้แล้ว”

          “เสื้อผ้า ครีมกันแดด สเปรย์กันยุง เงินสด บัตรเครดิต มีอะไรอีกไหม” แบคฮยอนคิดตามรายการที่เสียงทุ้มไล่เรียงมาแล้วก็พยักหน้า เมื่อคืนแบคฮยอนก็มั่นใจว่าเช็คครบแล้วนะพอมีคนทักแบคฮยอนก็นอยด์ต้องมาไล่ทบทวนรายการอีก รถยุโรปสีดำคันใหญ่แล่นมาจอดเทียบด้านหลังตึกกิจกรรม แบคฮยอนชะเง้อมองไปรอบ ๆ เห็นคนเดินไปมาประปรายแต่ไม่มีใบหน้าไหนคุ้นตาจึงรีบคว้ากระเป๋าใบย่อมแล้วบอกลาคนมาส่งง่าย ๆ

          “ผมไปก่อนนะครับ”

          “มีอะไรก็โทรมานะ”

          “ครับ คุณขับรถไปทำงานดี ๆ นะครับ” มือหนาวางทับเรือนผมสีเข้มก่อนจะลดลงซ้อนแก้มนุ่มแล้วไล้เบา ๆ เวลาที่ผ่านไปชั่วระยะหนึ่งผสมกับความเอาใจใส่ที่คนแก่วัยกว่าเพียรมอบให้ส่งผลให้ความประดักประเดิดที่เคยมีลดลงไปในที่สุด อย่างน้อยตอนนี้แบคฮยอนก็ไม่สะดุ้งตอนเขาสัมผัสแล้ว

          “เจอกันวันมะรืน ดูแลตัวเองดี ๆ แล้วก็ เอ่อ สนุกกับกิจกรรมให้เต็มที่นะ” แบคฮยอนหัวเราะออกมากับการอวยพรน่ารัก ๆ นั้น เด็กหนุ่มเอ่ยขอบคุณปิดท้าย ลงมายืนบนทางเท้าแล้วก็รอให้คุณขับรถออกไปก่อนจึงได้เดินอ้อมไปยังที่นัดหมายด้านหน้า ฟ้ายังมืดหลายคนนั่งรอตรงเก้าอี้ใต้ตึกเพราะมีแสงสว่างจากหลอดไฟมากกว่าบริเวณอื่น รถมินิบัสสีเหลืองสดสองคันจอดต่อกันนั่นคงเป็นยานพาหนะที่จะพาเขากับคนอื่น ๆ อีกเกือบสามสิบชีวิตไปทริปครั้งนี้แน่ ๆ แบคฮยอนมองแล้วก็เม้มปากด้วยความตื่นเต้น นี่ใช่ไหมกิจกรรมของเด็กมหาลัย

            “น้องแบคฮยอน”

          “รุ่นพี่คิมจงแด อรุณสวัสดิ์ครับ”

          “สดใสตั้งแต่เช้าเลยนะ แล้วนี่มายังไงครับ ใครมาส่ง” แบคฮยอนตอบว่าผู้ปกครองมาส่งรุ่นพี่จงแดชวนคุยอีกสองสามคำก็บอกให้แบคฮยอนไปเช็คชื่อที่รุ่นพี่อึนจี พี่ปีสามผู้เป็นประธานชมรมจะบอกเองว่าน้องแต่ละคนต้องไปรถคันไหนและต้องทำอะไรบ้าง “เพื่อนแบคฮยอนมากันแล้วนะ นั่งอยู่ในรถแน่ะ” ขวัญใจของคิมมินอาบอกแล้วก็ผละไปเมื่อมีเสียงเรียกจากสตาฟคนหนึ่ง แบคฮยอนรีบวิ่งไปเช็คชื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็หิ้วกระเป๋าขึ้นรถโดยไม่รอช้า

          “แบคฮยอน! ทางนี้ ๆ”

          “มินอา ดีโอ มาถึงนานแล้วเหรอ”

          “ตั้งแต่ตีสามครึ่งอ่ะ มา ๆ นั่งคนเดียวได้ไหม” ที่นั่งสองแถว แถวละสองเบาะ มินอาเอากระเป๋าจองแถวต่อจากที่ตัวเองกับดีโอนั่งไว้ให้แบคฮยอน พอเพื่อนมาเด็กสาวก็ยืดตัวไปดึงกระเป๋าออก

          “ได้สิ หิวหรือเปล่า เรามีขนมปังกับนมมาด้วย” เก็บกระเป๋าไว้บนชั้นเหนือศีรษะแล้วก็แยกถุงกระดาษใบเล็กออกมา ส่งไปให้มินอาที่ยื่นมือมาคว้าหมับ แบบไม่ต้องชวนซ้ำ

          “ขอแซนวิชทูน่า ว้าย ขนมปังไส้ไก่ผัดซอสแดง เนื้ออบมันฝรั่ง เอาไงดี ดีโอนายจะกินอะไร” ดีโอหยิบแซนวิชไส้ทูน่าจากมือคนถามแล้วก็มีใจหันไปถามคนที่เกาะเบาะอยู่ด้านหลัง “ของนายล่ะ?”

          “กินกันเลยเรายังไม่หิว”

            “แล้วซื้อมาทำไมตั้งหลายชิ้น” แบคฮยอนซื้อที่ไหนล่ะคุณต่างหากที่แทบจะกว้านทุกอย่างใส่ถาดให้พนักงานคิดเงิน

          “ซื้อมาเผื่อไง นั่งรถตั้งสี่ชั่วโมงแถมยังออกต่างจังหวัดด้วย กลัวหิวกันระหว่างทาง ตื่นเต้นจังเลยเนาะ เมื่อก่อนที่โรงเรียนเราก็มีพี่ที่จบไปแล้วกลับมาแนะนำเรื่องเรียนต่อให้เหมือนกัน ตอนนี้กลายเป็นเราที่จะได้แนะนำรุ่นน้อง ไหนจะกิจกรรมวันอื่น ๆ อีก ไม่รู้จะมีอะไรบ้าง รุ่นพี่ไม่ยอมบอกเลย” มินอาสบตากับดีโอ ทั้งสองมองแบคฮยอนอย่างขำ ๆ ก่อนเพื่อนสาวคนเดียวในกลุ่มจะเย้าพร้อมกัดขนมปังคำแรก

“ตื่นเต้นจริงจังนะเนี่ย ปกติพูดเยอะอย่างนี้ที่ไหน”

          “อย่าล้อสิ ก็เราไม่เคย”

          “ไม่มีใครเคยหรอกนอกจากพวกรุ่นพี่” ดีโอว่า “ประชุมสรุปงานครั้งล่าสุดก็ไม่มีอะไรเพิ่ม หลัก ๆ คือรับน้องนอกสถานที่เหมือนเดิม”

          “ตั้งสามวันสองคืนมันต้องมีอะไรมากกว่านั้นสิ”

“ที่แน่ ๆ คือต้องมีการเต้นสันทนาการนอกสถานที่ค่ะ คิมมินอามั่นใจและรอคอย!” หญิงสาวหัวเราะคิกคัก อารมณ์ดีไปเสียหมดเพราะทริปนี้รุ่นพี่ที่ตัวเองปลื้มก็ไปด้วย หญิงสาวรวบผมตัวเองเป็นหางม้าง่าย ๆ พอสะบัดหน้าทีพวงผมก็ฟาดมาโดนตาแบคฮยอน เด็กหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายอุทานพร้อมผงะถอยไปทางหนึ่ง ผลคือเอาหัวไปโขกใส่คนที่กำลังเดินผ่าน แบคฮยอนระล่ำระลักขอโทษเสียงโหย

“ระวังหน่อย” แค่เสียง ไม่ต้องเงยหน้าจากเนื้อผ้าสีดำก็เหมือนเห็นเงาทะมึนยืนค้ำหัวจนหลังคอเย็นวาบ แบคฮยอนพึมพำขอโทษอีกครั้ง ปรับสีหน้าให้สงบแล้วก็ขยับตัวเข้าไปนั่งเบาะด้านใน คิดว่าถ้าไม่ต่อความอีกฝ่ายก็จะไม่สนใจตนอีกเพราะอย่างไรรุ่นพี่ปาร์คชานยอลก็ไม่ได้ชอบตนอยู่แล้ว

“เจ็บไหมน่ะแบคฮยอน ชนซะแรงเลย เอมิอยู่ข้างหลังรุ่นพี่ชานยอลยังได้ยินเต็ม ๆ” แบคฮยอนยิ้มแหย ส่ายหน้าไปมา

“ไม่เจ็บหรอก”

“ขอโทษนะ นั่นกระเป๋าเอมิเองแหละ ตอนหิ้วออกจากบ้านก็คิดว่ามันใบใหญ่เกินไปเหมือนกัน แต่คุณแม่น่ะสิให้เด็กรับใช้จัดใบนี้ให้ จะเปลี่ยนเอาใบเล็กลงก็กลัวจะสาย เนี่ย เลยต้องลำบากรุ่นพี่ช่วยยกขึ้นมาเก็บให้” พอได้ฟังเอมิเล่าทั้งมินอาและดีโอก็มองไปยังด้านหลังรถ ร่างสูงใหญ่ของรุ่นพี่ปีสี่กำลังเดินกลับมาหลังจากยกกระเป๋าเดินทางใบเล็กวางบนเบาะหลังสุด

“ขอบคุณนะคะ” เอมิยิ้มหวานเอ่ยคำขอบคุณ เมื่อรุ่นพี่ตัวสูงไม่ทำอะไรมากไปกว่าการเดินมาหยุดตรงหน้า หญิงสาวจึงเกาะเบาะที่ดีโอนั่งเพื่อเบี่ยงตัวให้เจ้าของดวงตาคมดุเดินผ่านได้สะดวก ปาร์คชานยอลลงจากรถไปแล้วหญิงสาวก็ส่งยิ้มให้มินอาอย่างจงใจก่อนจะกรายผ่านไปจับจองที่นั่งของตัวเอง

“รู้ว่ากระเป๋าใบใหญ่ก็เก็บไว้ใต้ท้องรถดิ ลำบากให้คนอื่นต้องแบกขึ้นมาทำไม ประหลาดคนไหม”

“ของมียี่ห้อคงกลัวมีรอยกระมัง” แบคฮยอนก็ไม่สันทัดเรื่องสินค้าแบรนด์อะไรหรอกแต่กระเป๋าที่เอมิใช้นั้นโชว์สัญลักษณ์แบรนด์ไฮเอนด์ได้เด่นมาก เขาเลยพอจะเดามูลค่าและความสำคัญของมันได้

“อยากรักษาของแต่ต้องลำบากคนอื่นก็ไม่ไหวไหม แล้วดูนั่น เอากระเป๋าวางบนเบาะ กินที่นั่งคนอื่นไปอีกสองที่ เออ ไม่หน้าด้านจริงทำไม่ได้นะนั่น”

“ไม่เอาน่ามินอา” สาวห้าวของกลุ่มจิ๊ปาก

“นี่นางรู้หรือยังว่าเรามาค่ายรับน้องไม่ได้มาเที่ยวถ่ายรูป”

“รู้ไม่รู้ก็ไม่น่าจะต่าง” ดีโอถอนสายตาจากคนที่กำลังเล็งหามุมถ่ายรูปตัวเองข้างกระเป๋าใบใหญ่ “เธออย่าเพิ่งอารมณ์เสียเลยมินอา รอให้ถึงที่พักก่อน ตอนนั้นอาจจะมีเรื่องสนุก ๆ ให้ดูก็ได้”

 

 

รถบัสทั้งสองคันถึงจุดหมายเวลาแปดโมงเช้า จองอึนจีใช้โทรโข่งประกาศให้ทุกคนมารวมตัวกันก่อนจะแจ้งกำหนดการแรกให้ทราบด้วยประโยคง่าย ๆ ว่า “ให้เวลาสามสิบนาทีสำหรับการเอาของเข้าไปเก็บข้างในตึกและล้างหน้าแปรงฟันจากนั้นมารวมตัวกันที่นี่ เราจะเดินไปเจอน้อง ๆ ที่โรงอาหารด้านหน้า ผู้หญิงตามพี่โบมีไปห้อง 3A ได้เลย ส่วนผู้ชายพี่จงฮยอนจะพาไปห้อง 3C เข้าใจแล้วก็กระเป๋าใครกระเป๋ามันเลยค่ะ”

“พี่คะ พี่อึนจี”

“ค่ะ ว่าไงคะ?”

“ถ้าเอมิจะขอเอาลงมาแค่ของจำเป็นก่อนแล้วฝากของที่เหลือไว้บนรถจะได้ไหมคะ กระเป๋าเอมิใบใหญ่มาก กลัวจะลำบากคนอื่นตอนขนขึ้นขนลงหลายรอบน่ะค่ะ”

“อ๋อ เอาลงมาเลยค่ะน้องเอมิ นี่ถึงที่พักแล้ว”

“คะ?” เอมิยิ้มค้าง ดวงตากลมโตของเด็กสาวลูกครึ่งญี่ปุ่นมองรุ่นพี่อึนจีเหมือนอยากให้อีกฝ่ายแปลภาษาบ้านเกิดให้เป็นภาษาบ้านเกิดอีกรอบ อึนจีเองก็เหมือนจะรับสารไม่เข้าใจ หญิงสาวนึกว่ารุ่นน้องฟังไม่ถนัดเลยอธิบายให้ฟังอีกรอบว่า “น้องเอมิไม่ต้องกลัวจะต้องขนของหลายรอบนะคะ เราพักที่นี่จนถึงวันกลับเลยค่ะ ไม่มูฟไม่ย้ายอะไรแล้ว ขึ้นไปจองที่นอนได้เลยนะคะ พี่สตาฟฝ่ายสถานที่มาเตรียมไว้ให้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วค่ะ”

“แต่ที่นี่มัน...”

“คะ?”

“ที่นี่มันโรงเรียนไม่ใช่หรือคะ” เอมิเสียงแผ่วแต่ก็ยังได้ยินมาถึงกลุ่มของแบคฮยอนที่กำลังเดินผ่าน ดีโอสบตากับมินอาก่อนจะเผยยิ้มที่ไม่เหมือนรอยยิ้มใส่กัน...ด้วยความเข้าใจร่วม เด็กทั้งสองลากแบคฮยอนที่ยังมองไปทางเอมิขึ้นบันได ห้องที่จัดไว้คือห้องเรียนของเด็กมอต้นปีสาม ห้องสี่เหลี่ยมถูกเคลียร์พื้นที่จนโล่งไปทุกทิศ ฝ่ายสถานที่คงขนโต๊ะเก้าอี้ออกไปรวมกันในห้องข้าง ๆ เพราะถัดไปอีกห้องก็จัดไว้ให้ผู้ชาย มินอาวิ่งเอาของไปเก็บที่ห้องพักโดยไม่ต้องให้ใครไปส่ง ดีโอกับแบคฮยอนจึงเลือกมุมติดผนังด้านในที่ยังไม่มีใครจองเป็นที่นอนสำหรับสองคืนต่อจากนี้

“ไปล้างหน้าแปรงฟันข้างล่างกัน” ดีโอพยักหน้าเงียบ ๆ ปล่อยให้เจ้าเด็กต่างจังหวัดพาลงมาจากตึกแล้ววกไปใต้ชายคาด้านข้างซึ่งมีก๊อกน้ำเรียงเป็นแถว

“รู้ได้ไงว่ามีก๊อกน้ำอยู่ตรงนี้”

“เดาเอา โรงเรียนนี้เหมือนโรงเรียนเก่าเรามาก แต่ก็คงปกติอ่ะเนาะ โรงเรียนบ้านนอกที่ไหนก็เหมือนกัน ตึกคล้าย ๆ กัน ตำแหน่งอาคารก็คล้าย สงสัยเพราะอยู่ในเขตเดียวกันด้วยมั้ง”

“บ้านนายอยู่แถวนี้หรือ?”

“อยู่จังหวัดนี้แหละแต่ไม่ใกล้หรอก” แบคฮยอนยิ้มตอบ ดวงตาเรียวเล็กเป็นประกายสดใส อากัปกริยาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นผิดกับแบคฮยอนที่ดีโอรู้จัก

“ที่นี่อากาศดี”

“ใช่ ฟ้าโปร่ง อากาศแจ่มใส หายใจได้เต็มปอด ฮื้อออออออออออออ ดีจัง” ทั้งสองแขนลงหลังจากบิดขี้เกียจเสียสุดตัว “หอมกลิ่นดิน”

“หอมกลิ่นดินเนี่ยนะ” เด็กเมืองกรุงส่ายหน้า ซับน้ำด้วยผ้าขนหนูผืนเล็กที่แม่บ้านพับใส่กระเป๋ามาเป็นตับ “ไปกันเถอะ อยากมีเวลานั่งเงียบ ๆ ก่อนรวมตัว”

“ดีโอไปก่อนเลย เดี๋ยวเราตามไป”

“นายจะไปไหน?”

“จะไปดูอะไรแถวนี้หน่อย ฝากของไปเก็บด้วยนะ ขอบใจมาก” ส่งถุงผ้าของตัวเองให้เพื่อนแล้วก็ลัดเลาะผ่านแนวไม้ไปเรื่อย ๆ แบคฮยอนเห็นตั้งแต่ตอนรถวิ่งผ่านเข้ามาแล้ว โรงเรียนตั้งอยู่บนเนินเขา มีแม่น้ำสายเล็ก ๆ ไหลผ่าน เขาจึงหวังว่ามันจะมีอะไรให้ชื่นชมมากกว่าอากาศบริสุทธิ์และความเรียบง่ายของชนบท

 

 

เท้าทั้งสองหยุดก้าวเมื่อเนินหญ้าเขียวขจีปรากฏขึ้นตรงหน้า ข้างล่างนั่น แม่น้ำสายเล็กตีวงโค้งคดเคี้ยว พอมองออกไปก็เห็นหมู่บ้านซุกซ่อนอยู่ระหว่างป่าเขา พื้นที่เกษตรกรรมทั้งเลี้ยงสัตว์และเพาะปลูก ความเคลื่อนไหวเชื่องช้าของยานพาหนะแค่ไม่กี่คัน

เกือบจะเหมือนบ้านที่จากมา

“มองเห็นผมไหมครับ?” แม่น้ำนี้ไหลผ่านบ้านของเราเช่นกัน ป่านี้ก็อาจจะเป็นป่าผืนเดียวกัน

ร่างผอมบางยืนอยู่ตรงนั้นโดยไม่ขยับเขยื้อน สองตาล่องลอยแลไกล ไม่สนใจน้ำตาที่หยดผ่านใบหน้าหยดแล้วหยดเล่า ลมเย็นพัดเอื่อยช้า ช่วยบรรเทาทอนความอาวรณ์ เด็กหนุ่มปิดเปลือกตาลงพร้อมกับสองขาที่ค่อยก้าวย่างไปบนผืนหญ้าหนาช้า ๆ

 

หมับ!

 

ร่างเล็กสะดุ้งเฮือก เบิกตามองตกใจ บรรยากาศสงบสุขเมื่อครู่ถูกกลบด้วยอาการเจ็บแปลบในอกเมื่อยามมองใบหน้าคนมาใหม่ได้ชัด

“รุ่นพี่...”

“คิดจะทำอะไร?”

“ครับ?” หัวใจยังเต้นตระหนกรัวแรง ได้แต่มองคนที่ยึดแขนตนไว้ราวกับไม่เข้าใจภาษามนุษย์ ปาร์คชานยอลเม้มปากจนเป็นเส้นขีด ดวงตาคมกล้าใต้แนวคิ้วยาวจ้องใบหน้าอ่อนใสเขม็ง

ไอ้น้ำตามากมายบนใบหน้านี่มันอะไร?

“มาทำอะไรอยู่ตรงนี้!

“ผม ผมแค่มา ดู”

“ดูแล้วทำไมต้องเดินลงไป เนินนี่มันสูงแค่ไหนรู้ไหม สุดทางข้างล่างนั่นก็แม่น้ำ ถ้าพลาดตกลงไปจะได้เหลือแต่ชื่อ”

“ผมแค่อยากเดินเล่นเท่านั้นเองนะครับ” แล้วก็คงไม่บ้าทำตัวเองตกลงไปหรอก เนินเขาแถวบ้านแบคฮยอนทั้งสูงทั้งชันกว่านี้หลายเท่าเขายังไม่เคยพลัดตกเลย ร่องรอยพยศจาง ๆ ที่สะท้อนจากหน่วยตาเรียวจุดประกายโทสะใส่หัวใจคนที่เคยเหนือกว่ามาตลอด ปาร์คชานยอลปล่อยมือจากต้นแขนคู่สนทนา กดมุมปากเป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา

“อยากจะเดินเล่นจนถึงเย็นก็ไม่มีใครว่าหรอก แต่ต้องไม่ใช่ตอนที่คนทั้งกลุ่มกำลังรอนายคนเดียว”

“แต่พี่อึนจีบอกว่าเรามีเวลาสามสิบนาทีก่อนเรียกรวมตัว”

“แล้วนายคิดว่าตัวเองอยู่ตรงนี้กี่นาทีแล้ว” ชานยอลแค่นยิ้ม ลูกสุนัขไร้ค่าที่เคยหงอไม่กล้าสบตาเขากล้าลุกขึ้นมาเถียง สนุกและสะใจกว่าเวลาได้เล่นงานฝ่ายเดียวอีก

“เข้าใจนะว่ามีใครบางคนให้คิดถึงจนต้องร้องไห้ แต่ระหว่างที่ยังอยู่ในค่าย นายควรใส่ใจเรื่องส่วนรวมเป็นหลัก เรามาเพื่อทำกิจกรรมร่วมกันและทางชมรมมีรุ่นพี่คอยดูแลรุ่นน้องก็จริงแต่ทุกคนก็ต้องรับผิดชอบตัวเองด้วย เรามีกฎ มีกติกา หรืออย่างน้อย ๆ ก็มีมารยาทพื้นฐานที่ควรตระหนักได้ด้วยสามัญสำนึก”

“ผมไม่ได้ตั้งใจเสียมารยาท”

“นายจะพูดยังไงก็ได้ แต่ที่นี่คือค่ายรับน้อง ไม่ใช่ที่บ้าน จะได้ทำผิดแล้วมีคนคอยให้ท้าย ถ้าแค่นี้รับไม่ได้ก็ไม่ต้องคิดเรื่องทำงานร่วมกับคนอื่นหรอก อยู่บ้านให้ผู้ปกครองสปอยล์ไปเถอะ”

เถียงไม่ได้

ถึงถ้อยคำเหล่านั้นจะโหดร้ายรุนแรงเกินกว่าการตักเตือนแต่คนผิดก็ทำได้แค่กัดฟันนิ่งฟัง แล้วย้ำกับตัวเองว่าอย่าได้เผลอทำความผิดขณะที่มีปาร์คชานยอลวนเวียนอยู่ใกล้ตัวอีกเป็นอันขาด!   

 

 

 

 

 

 






 

#ฟิครอย

 

พี่เขาเล่นงานหนัก

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 107 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

790 ความคิดเห็น

  1. #724 Helga Heal (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 22:15
    เหมือนถูกที่แต่ผิดเวลาที่แบคกับพี่ชานได้เจอกัน
    #724
    0
  2. #700 promlikit (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 10:19
    อะไรเนี่ย เห็นเขาร้องไห้แล้วยังจะว่าอีก ใจร้ายเกินไปแล้วนะ
    #700
    0
  3. #699 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 10:06
    ชานยอลปากร้ายจ้น
    #699
    0
  4. #672 cuttt (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 15:46
    ปากร้ายเว่อร์
    #672
    0
  5. #635 MeowKL (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 00:13
    นั่นปากคนหรือกรรไกรกันเจ้าคะ คุณพี่ ร้ายกาจมาก
    #635
    0
  6. #624 geejajaa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 23:48
    ฮือชานยอลที่จริงก็เป็นห่วงนั่นแหละ พอน้องดื้อเลยไม่ยอมเดี๋ยวเสียฟอร์ม แต่ห็นะ ตอนนี้ยังไม่รู้ใจ คงคิดว่า จงเกลียดจงชังไปนั่นแหละ
    #624
    0
  7. #568 hunhun (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 00:00

    โอ๊ยยยนี่ไม่รู้จะสงสารใครแล้วนี่ว่าแบคต้องคิดถึงพ่อแม่มากแน่ๆ

    #568
    0
  8. #554 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 17:59
    ความสัมพันธ์ของแบคกะพี่อี้ฟานมันเป็นความสัมพันธ์แบบไหนกันแน่
    #554
    0
  9. #288 Yada Mhs (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 23:04
    อย่าว่าน้องงงง
    #288
    0
  10. #282 joyjoynarak9 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กันยายน 2560 / 12:58
    โอ๊ย อยากอ่านต่อแล้ว ว่างแล้วก็มาอัพต่อด้วยนะ รอค่ะ
    #282
    0
  11. #279 yokky yokkyyokky (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 17:23
    ฮืออออ อยากอ่านตอ รอนะคะะะะะ
    #279
    0
  12. #278 Mookdamama (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 08:02
    รอนะคะะะะ
    #278
    0
  13. #277 evavazz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 18:38
    พี่ชานยอลดุเว่ออ สงสารน้องอะฮืออออ
    #277
    0
  14. #275 choikim (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 22:33
    ชานยอลนี่บับ แรงแค้นเว้อ สงสารน้องอ่ะ เหมือนกลับไปก็ไม่มีใคร ไม่มีทางเลือก ฮรุก ;;-;;
    #275
    0
  15. #266 cycdbh (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 18:15
    หรือพิคริสอาจจะรักน้องแบบลูก อุปการะ ส่งเสีย หื้มมมมมมม
    #266
    2
    • #266-1 kkkk. ★(จากตอนที่ 9)
      26 กรกฎาคม 2560 / 21:58
      ตอนแรกเราก็คิดแบบนี้เหมือนกันแต่พอพี่คริสพูดว่าขอให้รอ แล้วแบคตอบว่านานแค่ไหนก็จะรอ เราเริ่มลังเลว่าจะเป็นแบบอุปการะรึเปล่า /ร้องไห้
      #266-1
    • #266-2 kkkk. ★(จากตอนที่ 9)
      26 กรกฎาคม 2560 / 21:58
      นี่แค่น้ำใจยังหวิวขนาดนี้ถ้าเข้าเนื้อเรื่องจะขนาดไหนคะะะะะะ
      #266-2
  16. #265 yamakawaii (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 07:51
    ทำไมรู้สึกหน่วงงง แบครักอี้ฝานจริงๆเหรอ แล้วจะรอจนเค้าเลิกกันจริงๆเหรอ แบคฮยอนอ่า
    #265
    0
  17. #264 Dabgrl (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 15:07
    โหยพี่ เข้าใจว่าเกลียด แต่ว่าน้องแรงไปมั้งงง
    #264
    0
  18. #259 Ja123 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 14:31
    งื้อหัวใจข้า แต่ถ้าไม่สนใจคงไม่ตามมาถูกหรอกป่ะ กำลังเข้าใจผิดที่แบคร้องไห้แน่เลย อย่าดุน้องนะคะ รอไรท์มาอัพสัก 10ตอนรวด 555
    #259
    0
  19. #255 pim pimmi (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 11:01
    พี่ชานยอลดุมาก
    #255
    0
  20. #254 ppaewwwww (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 16:00
    วร้อยยย ทำไมพี่ชานยอลดุขนาดนี้คะ คำพูดแต่ละคำนี่ช่างรุนแรงเหลือเกินนะ
    #254
    0
  21. #250 AB06 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 12:21
    ดุมาก ดุมากๆเลยพี่ชานวร้อยยยยยยยย
    #250
    0
  22. #241 LADYGIFTZY (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 02:46
    ทำไมพี่เค้าร้ายยย คิดเองเออเองหมดเลยยย ถถถถถถถ.
    #241
    0
  23. #240 Sirirat Nokmeerod (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 21:38
    หมั่นไส้เอมิด้วยอ่ะ5555 รำคาญความเยอะและความขี้อวดแบบไม่เนียนของนาง นางเป็นตัวร้ายมะ?
    #240
    0
  24. #239 Sirirat Nokmeerod (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 21:37
    พิชานปากร้ายมากอ่ะ สงสารน้องแบค สงสัยว่าพิชานรู้แล้วใช่ไหมว่าคนที่พิคริสไปหาคือแบค เลยทำตัวร้ายๆใส่
    #239
    0
  25. #238 Ppp (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 20:50
    ใจเย็นๆ นะคะพิชาน 5555555555555

    ต้องดุน้องขนาดนี้มั้ยอิบ้าาาาาาาาาาาาา



    ชอบเวลาคุณคริสอยุ่กับแบค อบอุ่นมากเลย ขอฉากสวีทของคู่นี้อีกค่ะ สาดมาาาาาาาาา

    กบฏแรงมาก แง้งงงงงงงงงงงงงงงง55555555555555555555555555555555555555
    #238
    0