Bewitched รอยปรารถนา (ChanBaek)

ตอนที่ 8 : รอยปรารถนา ๗

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,154
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 92 ครั้ง
    29 ก.ย. 61












แบคฮยอนเคยอ่านเจอในหนังสือสักเล่ม ข้อความในหนังสือเล่มนั้นกล่าวไว้ว่าหากเรารู้สึกไม่ถูกชะตา ไม่ชอบ ไม่พึงใจกระทั่งรู้สึกเกลียดชังใครสักคนโดยไม่มีเหตุผลนั่นหมายความว่าเมื่ออดีตชาติใครคนนั้นเคยทำผิดบาปต่อเราไว้ เขาอาจจะเคยทำร้ายให้บาดเจ็บ แย่งชิงของมีค่าและอาจร้ายแรงถึงขั้นเคยทำลายชีวิตเราเมื่อชาติปางก่อน ความเกลียดชังนั้นจึงตามติดมาถึงชีวิตปัจจุบัน เป็นสาเหตุที่เรารู้สึกไม่ชอบคนคนนั้นทั้งที่เพิ่งเคยพบหรือรู้จักกัน เช่นเดียวกันหากจะมีใครโกรธเกลียดเราทั้งที่เราไม่เคยทำอะไรให้นั่นก็อาจเป็นเพราะกรรมเก่าแต่ชาติปางก่อน

ตอนนั้น...แบคฮยอนได้แต่ทำความเข้าใจตัวอักษรเล่านั้นด้วยความเชื่ออันเจือจาง แบคฮยอนเข้าใจว่าแนวคิดนั้นเป็นแนวทางในการปลูกฝังให้คนรู้จักปลดปลงและอภัย ไม่ให้คนก่อกรรมชั่วต่อกันอีกนั่นเอง

          ตอนนี้...แบคฮยอนรู้สึกเหมือนถูกใครบางคนเกลียด ถ้าเชื่อตามสิ่งที่รู้มา แบคฮยอนควรจะปล่อยวางหรือควรคิดอย่างไรให้สบายใจ คิดเสียว่าชาติก่อนเขาอาจเคยก่อกรรมชั่วไว้กับอีกฝ่าย มาชาตินี้เลยได้รับความเกลียดชังเป็นสิ่งตอบแทน แม้จะจดจำไม่ได้เลยว่าเคยก่อกรรมชั่วให้ทุกข์แก่ใครคนนั้นไว้ตั้งแต่เมื่อใด หากว่าแบคฮยอนเพียงแค่หลีกเร้น อยู่ให้ห่าง ไม่สานต่อ ไม่เกี่ยวข้องกัน แล้วทุกอย่างก็จะจบอย่างในหนังสือคำสอนเล่มนั้นไหม

คิดไม่ออกจริง ๆ ว่าเคยทำอะไรให้คนคนนั้นไม่พอใจ

          ทำไมรุ่นพี่ปาร์คชานยอลถึงเกลียดเขา

          ความอึดอัดที่หาเหตุผลไม่ได้ระหว่างแบคฮยอนกับคนคนนั้นมีสาเหตุมาจากความรู้สึกพื้นฐานอย่างที่สุดเช่นความเกลียดชังเท่านั้นเอง เพียงแค่บังเอิญเอื้อมมือไปคีบเครื่องเคียงชนิดเดียวกันปาร์คชานยอลถึงกลับดึงมือคืน แบคฮยอนหน้าชามากขึ้นทุกนาทีเมื่อเห็นว่าอีกคนไม่ยอมแตะเครื่องเคียงในจานใบนั้นอีกเลย เด็กหนุ่มตอกย้ำตัวเองในความหดหู่...บางทีคงไม่ใช่แค่เกลียดแต่อาจจะถึงขั้นรังเกียจเสียด้วยซ้ำ กลีบปากบางเม้มแน่น จำกัดสายตาไว้เพียงแค่จานอาหารตรงหน้า ไม่มองไปทางรุ่นพี่ตัวโตโดยไม่จำเป็น เพราะคนอ่อนวัยกว่าอย่างแบคฮยอนทำได้แค่สำรวมกริยาเพื่อไม่ให้เกะกะสายตาและความรู้สึกรุ่นพี่ หวังในใจว่างานเลี้ยงจะผ่านพ้นไปด้วยดีแม้ตัวเองจะรู้สึกแย่มากแค่ไหนก็ตาม

          “แบคฮยอนจะกลับยังไง” คนถามไม่ใช่เพื่อนสนิททั้งสอง ไม่ใช่สายรหัสแต่เป็นหนึ่งในสามดาวเด่นของงานคืนนี้อย่างคิมจงอิน เจ้าของชื่อเงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือพลางนึกทวนคำถามในใจ หลังจากล่ำลาสมาชิกคนอื่น ๆ เรียบร้อยแล้วทั้งสามสหายก็ยืนแกร่วอยู่แถวหน้าร้านเพื่อรอส่งคิมมินอาที่พี่ชายจะมารับ ส่วนดีโอนั้นยังสนุกกับระบบขนส่งมวลชนจึงชวนแบคฮยอนกลับรถไฟด้วยกัน

          “กลับรถไฟครับ”

          “กลับกับใครครับ?”

          “เพื่อนครับ” ชี้ไปทางดีโอที่ยืนถัดไปจากมินอาอีกที รายหลังเพียงแค่ผินหน้ามาแสดงตัวอย่างเชื่องช้าแล้วหันกลับไปมองจอภาพขนาดใหญ่บนตึกฝั่งตรงข้ามต่อ “บ้านเราไปทางเดียวกันน่ะครับ”

          “ถ้างั้นให้พี่ไปส่งนะ ทั้งสามคนเลย” แบคฮยอนโบกมือพร้อมส่ายหน้าให้ทันที

          “ไม่เป็นไรครับ พวกเรากลับกันเองได้ สถานีก็อยู่ไม่ไกลด้วย”

          “ของฉันพี่ชายมารับค่ะ ฝากรุ่นพี่ส่งเพื่อนฉันแทนก็แล้วกันนะคะ แบคฮยอนเพิ่งมาจากต่างจังหวัดเขายังงง ๆ เรื่องรถราอยู่เลยค่ะ ส่วนอีกรายนั่น เป็นเด็กเมืองแต่ไม่เคยเดินทางเอง น่าเป็นห่วงพอกันเลยค่ะ”

          “เวอร์ไปแล้วมินอา ทุกวันนี้เราก็ไปกลับเองนะ”

          “แต่ตอนนี้มันดึกแล้ว เกิดรถไฟหยุดวิ่งระหว่างทางจะทำยังไง เรียกแท็กซี่แล้วจะบอกทางคนขับถูกเหรอถามที”

          “ไปกับพี่เถอะ วันนี้พี่ไม่ได้ดื่มรับรองว่าพาไปส่งถึงที่หมายปลอดภัยแน่นอน โอ๊ะ แป๊บหนึ่งนะ อย่าเพิ่งไปไหนนะ เดี๋ยวพี่มา” ร่างสมส่วนผละห่างไปพร้อมอุปกรณ์สื่อสารที่ขึ้นหน้าจอว่ามีคนโทรเข้า เสียงสนทนาแว่วมาถึงจุดที่เด็กรุ่นน้องทั้งสามยืนรอตามคำสั่ง แบคฮยอนจับใจความไม่ได้เพราะในเวลาเดียวกันนั้นกลุ่มของเอมิกำลังออกมาจากร้านพร้อมเสียงหัวเราะรื่นเริง เด็กหนุ่มเบี่ยงตัวหันหน้าเข้าหาเงามืดแต่จุดที่พวกเขายืนรอรถอยู่นั้นคงสะดุดตาคนผ่านไปมาอย่างที่สุด นอกจากรุ่นพี่คิมจงอินแล้วตอนนี้เอมิก็ยังโฉบเข้ามาหา

          “ยังไม่กลับอีกเหรอแบคฮยอน ออกมาตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ เอ๊ะ หรือรอใครมารับจ๊ะ”

          “รอพี่ชายมินอามารับน่ะ กำลังจะถึงแล้วล่ะ” แบคฮยอนบอกเผื่อว่าจะมีคนใจดีเป็นห่วงเด็กบ้านนอกแล้วเสนอตัวไปส่งอีก แค่รุ่นพี่คิมจงอินคนเดียวก็เกรงใจจะแย่แล้ว

          “กลับพร้อมกันทั้งหมดเลยเหรอ” เพื่อนสาวถามเสียงใส ทั้งน้ำเสียงและสีหน้าบอกชัดว่าใส่ใจและห่วงใยสวัสดิภาพของเพื่อนไม่น้อย

          “เปล่าหรอกเธอ” คำตอบหวานใสไม่แพ้ คิมมินอายิ้มน้อย ๆ ยามเพิ่มระดับเสียงอย่างจงใจ “ฉันกลับกับพี่ชาย ส่วนแบคฮยอนเขามีคนอาสาไปส่งแล้ว นู่นแน่ะ เดินมานู่นไง”

          “ฮึ? รุ่นพี่คิมจงอินเหรอ?”

          “ใช่จ้ะ รุ่นพี่คิมจงอิน” เอมิมองค้างไปชั่ววินาทีก่อนจะหันไปยิ้มซุกซนกับกลุ่มที่มาด้วยกัน รอยยิ้มนั้นทอดอ้อยอิ่งที่เจ้าของร่างสูงใหญ่เป็นพิเศษ “เอ ชักจะยังไงแล้วเนาะพวกเรา รุ่นน้องอยู่ด้วยตั้งหลายคนทำไมรุ่นพี่คิมจงอินถึงเจาะจงจะไปส่งแบคฮยอนแค่คนเดียวก็ไม่รู้เนาะ”

          “ไม่ใช่เราคนเดียวเอมิ รุ่นพี่ตั้งใจจะไปส่งพวกเราทุกคน”

          “แหม ไม่ต้องเขินหรอก เราเข้าใจ” แบคฮยอนไม่เข้าใจว่าการชี้แจงอย่างเรียบเรื่อยที่สุดนั้นแสดงถึงความเขินอายได้อย่างไร คนตัวเล็กตั้งท่าจะอธิบายให้ชัดเจนแต่คิมจงอินก็เดินมาถึงเสียก่อน สีหน้ารุ่นพี่ปีสามเต็มไปด้วยความกังวลผิดกับเมื่อครู่นี้เป็นคนละคน “ขอโทษนะแบคฮยอน พี่คงไปส่งเรากับเพื่อนไม่ได้แล้ว พอดีพี่มีธุระด่วน”

          “ไม่เป็นไรครับรุ่นพี่ พวกผมกลับกันเองได้”

          “แต่ฟังจากที่มินอาบอกแล้วพี่ไม่วางใจเลย เอาอย่างนี้ เดี๋ยวพี่ฝากเพื่อนไปส่งแบคฮยอนกับดีโอดีกว่า” คนฟังใจหายตั้งได้ยินคำว่าเพื่อนจากปากคิมจงอินแล้ว ดวงตาเรียวเล็กเบิกกว้างยามเมื่อรุ่นพี่หน้าเข้มหันไปสบตากับคนที่ยืนเงียบอยู่กลางกลุ่มเอมิ ร่างเล็กขยับจะค้านทว่าความเชื่องช้าของแบคฮยอนนั้นน่ารำคาญและน่าโมโหมาก กว่าจะเอ่ยคำว่าไม่ออกไปเสียงคิมจงอินก็กลบทุกเสียงไปแล้ว

          “มึงต้องไปไหนต่อหรือเปล่า กูฝากไปส่งแบคฮยอนกับดีโอหน่อยได้ไหม เมื่อกี้กูรับปากจะพาน้อง ๆ ไปส่งแต่ดันโดนที่บ้านตามตัวว่ะ”

          “รุ่นพี่ ไม่เป็นไรจริง ๆ ครับ ผมกลับเองได้”

          “พี่รู้ แต่ตอนนี้มันดึกแล้ว ทั้งคู่ไม่คล่องทางเดี๋ยวขึ้นรถผิดสายจะลำบาก ให้เพื่อนพี่ไปส่งน่ะดีแล้ว เราปลอดภัยพี่ก็สบายใจ โอเค? มึงโอเคไหมชานยอล”

          “รุ่นพี่จงอิน ผมเกรงใจ”

          “เกรงใจทำไม?” เสียงที่ดังแทรกนั้นทุ้มต่ำ ยากจะบอกอารมณ์ความรู้สึก ยิ่งคนพูดยืนหันหลังให้แสงไฟด้านหลังยิ่งยากจะจับสีหน้าและแววตา ปาร์คชานยอลก้าวออกมาจากกลุ่มรุ่นน้องชมรมวรรณศิลป์ ดวงตาดำลึกใต้เปลือกตาที่หรี่ลงกว่าครึ่งจับดวงตาเรียวใสไม่ยอมให้หลบหลีก

          “รถจอดอยู่ข้างร้าน ไปกันเลยไหม...แบคฮยอน”

 

          บ้านของดีโอถึงก่อนคอนโดแบคฮยอน ตอนที่เพื่อนลงแบคฮยอนก็รีบรวบกระเป๋าอยากลงด้วย แต่รุ่นพี่ปาร์คชานยอลนั้นยึดมั่นกับคำขอของรุ่นพี่คิมจงอินอย่างที่สุด แบคฮยอนปีนลงจากตอนหลังของรถคันโก้ไปยืนข้างเพื่อนแล้วรุ่นพี่ยังออกไปยืนข้างรถอีกฝั่งเพื่อบอกให้แบคฮยอนกลับเข้าไปนั่งข้างคนขับ เจอหน้านิ่ง ๆ ตาคม ๆ เข้าไปแม้แต่ดีโอยังไม่สามารถทนแรงกดดันได้ ต้องผลักไล่ไสส่งแบคฮยอนทั้งสายตาและการกระทำให้ได้ดั่งใจคนแก่วัยกว่า น้อยอกน้อยใจเพื่อนพอสมควรเลยล่ะแต่ไอ้ครั้นจะยืนกรานความตั้งใจตนก็มีแต่จะทำให้เรื่องง่าย(ในความคิดคนอื่น)ยืดเยื้อน่ารำคาญเกินพอดี แบคฮยอนจึงต้องมานั่งกอดเป้อยู่ข้างเจ้าของรถคันโก้อยู่อย่างนี้ไง

          “เวลาใกล้ครึ่งคืนในเมืองใหญ่มันไม่ได้ปลอดภัยเหมือนต่างจังหวัด อันตรายซ่อนอยู่ทั้งในที่มืดและที่แจ้ง รักจะใช้ชีวิตแบบคนเมืองก็อย่าประมาท ถ้าเกิดอะไรขึ้นคนที่ต้องเสียใจมากที่สุดคงไม่พ้นตัวเอง”

“ครับ ผมจะจำไว้”

“อีกอย่างฉันรับปากเพื่อนมาแล้วยังไงก็ต้องไปส่งให้ถึงบ้าน ปล่อยนายลงกลางทางแล้วเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นฉันคงรับผิดชอบไม่ไหว ถึงไม่มีอะไรเกิดขึ้นรุ่นพี่จงอินของนายรู้เข้าคงไม่พอใจฉันเท่าไหร่ ทนเอาหน่อยก็แล้วกันอีกไม่นานก็ถึงแล้ว”

“ผมไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องที่ต้องทนอะไร ผมแค่เกรงใจรุ่นพี่ เท่านั้นจริง ๆ”

“ไม่ได้กลัวว่าจะมีใครเข้าใจผิดหรอกหรือ?”

“เรื่องนั้นผมก็ไม่ได้คิดครับ” รุ่นพี่ปาร์คชานยอลอยู่ระดับไหน แทบจะเรียกได้ว่าหนึ่งในสี่จตุรเทพของสายบริหาร ถึงพี่เขาจะมาหาแบคฮยอน ไปกินข้าวกับแบคฮยอนแล้วขับรถไปส่งแบคฮยอนถึงคอนโดแต่ก็ไม่มีใครคิดว่าปาร์คชานยอลจะมาอะไร ๆ กับแบคฮยอนหรอก ของแบบนี้มันต้องดูลักขณาราศีอีกฝ่ายด้วยว่าเหมาะสมจะเข้าใจไปทางไหน

“กลับดึกบ่อยหรือเปล่า?” เสียงทุ้มเอ่ยหลังจากรถคันใหญ่หยุดรอสัญญาณไฟจราจร ด้านหน้าเราคือทางคนข้ามที่ไม่มีผู้สัญจร ด้านข้างและหลังเราไม่มียานพาหนะ แบคฮยอนมองกวาดไปในความมืดรอบด้าน แถวนี้เป็นย่านที่อยู่อาศัยของพวกคนมีเงิน(ซึ่งหมายรวมถึงดีโอแล้ว)เลยไม่มีคนหรือรถราพลุกพล่าน จะว่าดีก็ไม่ใช่ดี แบคฮยอนชอบความสงบแต่ไม่ชอบความเงียบเหงาวังเวง

“มองอะไร?”

“เปล่าครับ คือ...” เมื่อกี้พี่เขาถามว่ายังไงนะ “ผมไม่เคยมาแถวนี้เลยมองอะไรไปเรื่อย ปกติเลิกเรียนก็กลับห้องเพราะไม่รู้จะไปไหน ยังไม่คล่องทางด้วย”

“ไม่ไป กินข้าว ดูหนัง ช็อปปิ้งที่ห้างล่ะ”

“ผมไม่ชอบกินข้าวนอกบ้านครับ ไม่มีของที่อยากซื้อแล้วก็ไม่ค่อยมีเงินด้วย”

“แปลกนะ วันก่อน ฉันไปซื้อของที่...” เขาเอ่ยถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ไม่ห่างจากที่พักแบคฮยอนนัก “เจอคนหน้าเหมือนนาย” เสียงทุ้มเปรยราบเรียบ ดวงตาดำลึกหรุบมองมือที่จับพวงมาลัยพอดีกับที่ไฟหน้ารถสักคันสาดสวนมา แบคฮยอนเกร็งร่างติดเบาะหนัง ความกลัวผุดพร่างอาบร่างตามประสาคนมีชนักปักหลัง

“สงสัยจะมองผิด ก็บอกว่าไม่ชอบเที่ยวห้างนี่ ใช่ไหม?”

“ไม่ครับ ไม่ชอบ” RX350 ทะยานผ่านทางแยก ชานยอลลอบมองผู้โดยสารเพียงคนเดียวโดยไม่มีการชวนพูดคุยถึงเรื่องใดอีก 


วัวสันหลังหวะ แค่นกบินผ่านก็สะดุ้งแล้ว


รถยนต์คันใหญ่ชะลอความเร็วลงเมื่อถึงที่หมาย แบคฮยอนที่นั่งมองเส้นทางมาตั้งแต่ออกจากบ้านดีโอพอเห็นทางเข้าที่เริ่มคุ้นตาก็พยักหน้ากับตัวเองเบา ๆ ปกติเขาเดินทางด้วยรถไฟเป็นส่วนใหญ่ รองลงมาก็รถเมล์แต่สายประจำก็มีเส้นทางประจำ แบคฮยอนไม่เคยออกนอกเส้นทางยกเว้นเวลาไปไหนมาไหนกับคุณคริสสองสามครั้ง เพิ่งรู้ว่าบ้านดีโอที่อยู่ห่างกันแค่สองสถานีรถไฟใต้ดินนั้นพอเปลี่ยนมาวิ่งด้วยรถยนต์จะไกลขึ้นและใช้เวลามากขึ้นถึงสองเท่า เมื่อรถจอดสนิทแบคฮยอนก็รีบหันไปขอบคุณทั้งยังกอดกระเป๋าพร้อมลงรถอย่างไม่รีรอ

“ห้องอยู่ชั้นอะไร?”

“...ชั้น...15 ครับ”

“ขอใช้ห้องน้ำหน่อยได้ไหม?” แม้ในอกจะเต็มไปด้วยความแปลกใจแต่แบคฮยอนก็ต้องตอบตกลงอย่างเลี่ยงไม่ได้ เด็กตัวขาวพาปาร์คชานยอลเข้าลิฟต์ออกลิฟต์เดินมาถึงห้อง ระหว่างนั้นรุ่นพี่ตัวสูงสำรวจทุกสิ่งที่ผ่านตาโดยไม่มีคำพูด ขณะที่แบคฮยอนนั้นก็ได้แต่เก็บคำเงียบและพยายามควบคุมหัวใจที่เต้นตึกตัก ๆ ตามจังหวะเสียงฝีเท้าตลอดทาง

“เชิญครับ ห้องน้ำอยู่ตรงนั้น” เจ้าของห้องผายมือไปทางประตูบานหนึ่งตรงข้างทางเข้าส่วนของห้องครัวฝั่งขวามือ ปาร์คชานยอลเดินหายไปครู่ใหญ่ก็กลับออกมาพร้อมใบหน้าที่สดชื่นขึ้นและเรือนผมที่เปียกเล็กน้อย แบคฮยอนส่งขวดน้ำผสมวิตามินรวมและเกลือแร่ให้คนตัวโตแต่อีกคนไม่ดื่มทันที ชายหนุ่มกวาดตามองจนทั่วห้องกลางบ้านนั้นแล้วก็ถามด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์เช่นเคย

“อยู่คนเดียวหรือ?”

“ครับ”

“ห้องกว้างขนาดนี้ สามคนก็อยู่ได้สบาย ๆ ไม่ลองหาเพื่อนมาอยู่ด้วยล่ะ อย่างน้อยก็จะได้มีคนช่วยแชร์ค่าเช่า” เรื่องนั้นแบคฮยอนไม่ได้เป็นคนจัดการเลยไม่รู้จะตอบยังไงไม่ให้มันแปลก “ผมยังไม่สนิทกับใครมากพอจะชวนมาอยู่ด้วยกันได้น่ะครับ คงต้องรอสักพัก”

“ช่วงนี้ก็เหงาแย่เลยสินะ” ก็มีบ้างเวลาคิดถึงพ่อกับแม่ แต่แบคฮยอนก็ปรับตัวได้บ้างแล้ว อย่างน้อยการต้องเรียนรู้ชีวิตคนเมืองก็ทำให้แบคฮยอนเหนื่อยจนไม่ค่อยมีเวลาให้ความเหงาเหมือนช่วงแรก ๆ การเรียนมหาวิทยาลัยกับเพื่อนใหม่ก็ช่วยได้เยอะเช่นกัน

“นี่คุณพ่อกับคุณแม่หรือ?” ร่างสูงเดินไปหยุดตรงโต๊ะเล็กข้างทีวีตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เขาวางขวดน้ำวิตามินไว้บนโต๊ะแล้วหยิบกรอบรูปขึ้นมาถือแทน พอแบคฮยอนตอบว่าใช่รุ่นพี่ก็บอกด้วยหน้าตาอารมณ์เดิมว่าแบคฮยอนหน้าตาคล้ายแม่ แบคฮยอนได้แต่ยิ้ม ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อ หน้าตาเขานั้นเหมือนแม่มากจริง ๆ มากจนคนไม่สนิทยังเดาได้ แต่ที่แบคฮยอนต้องคอยระมัดปากระวังคำอยู่นี่ก็เพราะแบคฮยอนจับเจตนาของคนตรงหน้าไม่ได้ รุ่นพี่ปาร์คที่ในบางครั้งทำให้แบคฮยอนมั่นใจอย่างเหลือเกินว่าถูกเขาเกลียด กำลังถามไถ่เรื่องที่พักและความเป็นอยู่ เป็นความสนใจที่เกือบ ๆ จะเป็นความห่วงใย ชวนให้สับสนจนคนตัวเล็กไม่รู้ว่าควรรับมืออย่างไร

“ห้องสวยระดับนี้ปล่อยเช่าคงเดือนละไม่ต่ำกว่าสองล้าน ไม่กล้าเดาราคาซื้อขายเลยนะ คนซื้อให้คงรักนายมากถึงยอมทุ่มให้ขนาดนี้” กระจกบานใหญ่กรุตลอดแนวแทนผนังทึบ เมื่อเปิดผ้าม่านออกจึงเห็นทิวทัศน์เมืองหลวงไกลสุดสายตา รุ่นพี่ปาร์คก็กำลังมองไปยังทะเลดวงไฟเหล่านั้น

“เป็นความจำเป็นน่ะครับ”

“ใช่ มาเรียนหนังสือ จำเป็นต้องมีที่พักอาศัย มีข้าวของเครื่องใช้ อีกหน่อยถ้าคุ้นทางก็อาจจะมีรถขับ ถึงตอนนั้นคงสบายมากขึ้น นายว่าไหม”

“ไม่รู้สิครับ ผมขับรถไม่เป็น ถึงมีรถก็คงไม่มีประโยชน์”

“อ้อ ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่คนขับ คนนั้นของนายคงเต็มใจ” แบคฮยอนเม้มปากแน่น คิ้วเรียวเหนือดวงตาเรียวเล็กวาดหางโค้งต่ำสะท้อนความรู้สึกย่ำแย่ที่กำลังถูกกวนให้ขุ่นคลุ้ง คนตรงหน้ายังคงมองทะลุกระจกออกไปด้านนอก น้ำเสียงรับกันกับสีหน้าราบเรียบไม่บอกอารมณ์ ไม่มีทีท่าข่มขู่หาเรื่องหรือโกรธเกรี้ยวให้หวาดกลัว แต่ทำไม แบคฮยอนถึงเอาแต่ระแวงคำพูดของอีกฝ่ายครั้งแล้วครั้งเล่า

“ผมยังไม่มีใครครับ”

“จริงหรือ?”

“ครับ ทั้งคนคนนั้นและรถคันนั้น ไม่มีทั้งนั้น นั่งรถไฟไปไหนมาไหนก็สะดวกสบายดี ไม่จำเป็นต้องขวนขวายเพิ่มให้เป็นภาระใครอีก” อาจจะเพราะเนื้อเสียงที่งวดกว่าปกตินั่นปาร์คชานยอลจึงยอมลากสายตากลับมามองใบหน้าเล็ก เมื่อแรกก็คาดเดาว่าจะเจอสายตาขุ่นขวางหรือสีหน้าไม่พอใจ แต่กลับไม่ใช่ เสี้ยวหน้าเรียวหม่นหมอง ม่านตาไหวระริก อ้อ บทโศก

“แต่ถ้านายพูดประโยคเมื่อกี้พร้อมทำสีหน้าแบบนี้ฉันว่าคงมีแต่คนอยากเอาทุกอย่างมาประเคนให้มากกว่านะ”

“ผมทำสีหน้ายังไงครับ?” ริมฝีปากหยักงามคล้ายเหยียดยิ้ม คนขี้ขลาดที่เอาแต่ก้มหน้าหลบตานึกอยากปากกล้าขวัญแข็งขึ้นมาแล้วสินะ

“อย่าให้พูดเลย ฉันอธิบายไม่เก่งเดี๋ยวจะกลายเป็นพูดให้นายเข้าใจผิด ทำไม ไม่ลองถามคนที่นายอยู่ด้วยเป็นประจำล่ะ เค้าน่าจะให้คำตอบได้ดีกว่าฉัน” ปาร์คชานยอลไม่เปิดโอกาสให้แบคฮยอนตอบโต้หรือตั้งคำถาม ร่างสูงหันกลับมาหาแบคฮยอนเต็มตัวก่อนจะเอ่ยลาอย่างรวบรัดแล้วทิ้งความรู้สึกอันแปลกประหลาดอย่างที่สุดไว้ให้เจ้าของบ้านตัวเล็ก

พยายามบอกตัวเองแล้วว่าอย่าอคติ อย่าคิดมากจนกลายเป็นความระแวง แต่แม้จะปรับใจให้มองโลกในแง่ดีมากเพียงใดแบคฮยอนก็ยังไม่สามารถมองข้ามความนัยจากดวงตาคู่นั้นได้



ปาร์คชานยอลเกลียดเขาจริง ๆ







#ฟิครอย



สืบเนื่องจากวันเกิดน้องแบคที่ผ่านมา บนขออะไรสักอย่างนี่แหละแล้วพี่ชานก็จัดให้ตามขอ ชีวิตก็ไม่ค่อยจะผูกติดกับไสยศาสตร์เท่าไหร่ *หัวเราะบ้า* บนไว้ว่าถ้าได้...จะแต่ง #ฟิครอย ให้จบภายในเดือน 8 ปีนี้ อือ เป็นกำลังใจให้พี่ด้วยนะจ๊ะ ขอเยอะ ๆ ๆ ๆ เลยล่ะจ้ะ ^+++^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 92 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

790 ความคิดเห็น

  1. #698 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 09:55
    อยากรู้ความจำเป็นของแบคฮยอนมากๆอ่ะ จุดตรงคือความสงสัยที่เฉลยมาทีคือเปิดทุกปม
    #698
    0
  2. #697 promlikit (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 09:51
    พี่ก็เล่นน้องทุกเม็ดเลยจริงๆ สงสางแบค ฮืออออออ
    #697
    0
  3. #670 cuttt (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 15:35
    ชานยอลลลลลล
    #670
    0
  4. #623 geejajaa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 23:41
    โอยยย อยากรู้เบื้องลึกเบื้องหลังแล้วอ่ะ คริสแบค จะเป็นแบบนั้นจริงๆ หรือมีเหตุผลอะไรหรือเปล่า
    คริสไม่รักอาอี้เลยจริงๆเหรอ

    ชานยอลจะเหลียแบค แค้นแลค เอาคืนแบคขนาดไหนอ่ะ เพลาๆหน่อยนะ
    #623
    0
  5. #553 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 17:56
    ชานยอลเริ่มเปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้วสินะ
    #553
    0
  6. #508 iamdreamer (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 19:15
    กี้สสสสสสส สนุกมากกกกกสู้นะคะไรท์ กะลังเจ้มจ้นเลยยยยยยยย
    #508
    0
  7. #382 khnvnss (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 13:32
    สนุกกกก
    #382
    0
  8. #372 nummon555 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 22:51
    ชาน อย่าทำน้องงงงงง
    #372
    0
  9. #289 satana maria (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 02:03
    ถ้าเปนแบค จะถามว่าทำไมพี่ถึงขี้สอดจัง
    #289
    0
  10. #274 choikim (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 21:28
    แสนกลัวชานยอล แต่ความสัมพันธ์ของคริสแบคนี่ยังไงอ่ะ แบบคริสรักแบคแต่รักแบบไหน แล้วแบครักแบบไหน แล้วชานยอลจะทำไรอีก รู้ที่อยู่รู้ห้อง ฮื่อ
    #274
    0
  11. #258 Ja123 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 14:17
    ชานโคตรน่ากลัวเลย เหมือนกับพูดล่อเหยื่อ แล้วค่อยๆจับเชือด กดดันมาก คือ แบครักพี่คริสหรอที่ว่าจำเป็นมันคืออะไร
    #258
    0
  12. #253 ppaewwwww (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 15:51
    พี่ชานยอลรุกแรงจังเลยค่ะ คำพูดคำจาพี่แกโคตรทำให้รู้สึกกดดันอ่ะ กลัวแทนน้องแบคแล้วเด้อ
    #253
    0
  13. #249 AB06 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 12:15
    ชานยอลคือกดดันเเบคมาก พูดให้รู้สึกว่าตัวเเบคเองทำเรื่องอะไรสักอย่างที่ผิดเเละไม่ดี ฮืออออออ
    #249
    0
  14. #230 mini_6 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 13:32
    งือ ชานยอลน่ากลัวอะ
    #230
    0
  15. #223 Senileee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 00:57
    เราเพิ่งได้มาอ่าน ชอบมากๆ ทุกๆอย่างเลย เนื้อเรื่อง การบรรยาย บทพูดดีมากเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ จะรอติดตาม><
    #223
    0
  16. #222 Ppp (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 00:01
    ตอนเห็นมาอัพนี่กรี้ดลั่นบ้านเลยค้าาาาาา น้ำตาจะไหล

    ฟวหวดววดหวหวฟวฟวหวกสกสวหวหกวกวงหฟวฟววฟฟงหงงหหงงฟ

    ชานยอลเปิดฉากต้อนน้องเร็วมาก ไม่ให้น้องได้ตั้งตัวเลยอ่ะ ;-;

    จากที่นางระแวงอยุ่แล้ว คงไม่กล้าออกไปไหนกะพี่อี้ฟานอีกแล้วอ่ะ สงสารน้อง ;-;

    #222
    0
  17. #221 paerrn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 13:07
    รอนะคะฮื่อออชอบมาก
    #221
    0
  18. #220 비bq비+° (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 23:37
    รอนะคะ ฮือ ชอบมากจริงๆ
    #220
    0
  19. #219 hsxq_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 04:47
    ฟิคที่ชอบกลับมาอัพแล้ว ปาดน้ำตา ;;;_______;;; นึกว่าจะแห้วเรื่องนี้ซะแล้วค่ะ นี่รอซื้อเล่มเลยจริงๆ ขอให้เราได้จ่ายตังค์ด้วยนะคะ TvT
    #219
    0
  20. #218 명롱이 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 10:24
    รอมานานมากเป็นกำลัวใจให้นะคะ รออ่านอยู่
    #218
    0
  21. #217 Real1__pcy2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 06:27
    รอแล้วรอเล่าในที่สุดเจ้าก็มา :))
    #217
    0
  22. #216 LADYGIFTZY (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 23:22
    รอคอยมานานแสนนาน...
    และจะจงรักรอคอยต่อไป
    #216
    0
  23. #215 MindCB (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 14:50
    รอนะคะ อยากอ่านต่อแล้วววว
    #215
    0
  24. #214 khunyi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 08:42
    ดีใจมากเลยที่กลับมาอัพต่อ อ่านทุกเรื่องที่ไรท์เเต่งเลยค่าา
    #214
    0
  25. #213 P'Laksi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 20:14
    ชอบเรื่องนี้มาก รอเธอมาแสนนานมาก ขอบคุณที่มาต่อนะคะ 5555 / มันจะจบยังไงเนี่ย
    #213
    0