Bewitched รอยปรารถนา (ChanBaek)

ตอนที่ 6 : รอยปรารถนา ๕

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,919
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 115 ครั้ง
    29 ก.ย. 61










{ เชื้อไฟ }

 



            วันนี้เป็นวันที่ดีอีกวันหนึ่งของแบคฮยอน ถึงแม้จะโดนรุ่นพี่ผลัดเปลี่ยนหน้าเข้ามาแกล้งไม่ซ้ำรูปแบบแต่มันก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความแปลกใหม่อันน่าตื่นตาตื่นใจ ได้ทำเรื่องที่ไม่เคยทำ ได้เต้นบ้าบออย่างที่ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ ได้หัวเราะเพราะเรื่องชวนหัวจนปวดท้องและน้ำตาไหล กิจกรรมวันรับน้องคงเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ทำให้เด็กบ้านนอกอย่างแบคฮยอนประทับใจไม่รู้ลืม แม้จะมีเรื่องที่ทำให้รู้สึกอึดอัดใจกับสายตาและวิธีการมองของรุ่นพี่คนนั้นอยู่บ้างแต่เมื่อวันแรกผ่านไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นแบคฮยอนก็แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นและลืมเลือนไปในที่สุด หลังจากจับพลัดจับผลูมาอยู่ใกล้กับมินอาและดีโอแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจตามลำดับ พอจบกิจกรรมสุดท้ายในตอนค่ำของวันที่สองแบคฮยอนก็สรุปในใจคนเดียวว่าดีโอนั้นไม่ได้หยิ่งอย่างที่หลายคนคิด แค่ไม่ค่อยพูดและไม่ค่อยแสดงสีหน้าเท่านั้น

 

            “แบคฮยอนจะกลับยังไง?”

 

            “วันนี้เราจะกลับรถไฟ มินอาล่ะ?”

 

            “พี่ชายเรามารับอ่ะ ไปด้วยกันมะ เดี๋ยวให้พี่ไปส่ง” แบคฮยอนปัดมือไปมา บอกด้วยความเกรงใจอย่างที่สุด “อย่าเลย บ้านเราอยู่คนละทางกัน”

 

            “ไม่ต้องเกรงใจน่า”

 

            “ไม่ได้ เราเกรงใจ มินอาไปเถอะ วันนี้เราตั้งใจจะศึกษาการเดินทางด้วยรถไฟ ตอนเปิดเทอมจะได้ไม่หลง” มินอาหัวเราะคิกขณะที่อีกหนึ่งชีวิตลดหนังสือลงบนตักหลังจากได้ยินแบคฮยอนอ้างเหตุผลนั้น

 

            “ขอไปด้วยคนสิ”

 

            “ห๊ะ? อะไรนะดีโอ?” ดีโอไม่ได้มองหน้ามินอา ดวงตาคู่โตยังสบกับดวงตาเรียวเล็ก เพื่อนใหม่ไม่พูดซ้ำสองแต่จ้องจนแบคฮยอนต้องพยักหน้ารับแบบงง ๆ

 

            “ได้สิ”

 

            เด็กปีหนึ่งสองคนที่ทั้งรูปร่างทั้งส่วนสูงใกล้เคียงกันจนเหมือนจะเป็นแฝดจึงมายืนมึนอยู่หน้าเครื่องขายตั๋วแบบอัตโนมัติ ตอนแรกนั้นแบคฮยอนคิดว่าดีโอน่าจะพอเป็นที่พึ่งพาในยามยากได้เพราะดีโอเป็นคนเมืองหลวงโดยกำเนิดแต่เห็นแววตาว่างเปล่าของเพื่อนใหม่ตอนมองหน้าจอแล้วแบคฮยอนคิดว่าแบคฮยอนควรจะเดินไปถามเจ้าหน้าที่ที่คอยอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารดีกว่า ปัญหาก็คือไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่แถวนี้เลยเนี่ยสิ

 

            “เรา...ต้องเลือกบัตรแบบไหนนะ” แบคฮยอนเปรยหลังจากกลับมายืนงงต่อ

 

            “ต้องเลือก Destination ก่อนหรือเปล่า” เพื่อนใหม่เสนอความเห็น

 

            “ไม่เลือกประเภทบัตรก่อนเหรอ? One-day trip เลยไหม จ่ายทีเดียว”

 

            “เราแค่นั่งกลับบ้าน ขาเดียว”

 

            “เผื่อหลงล่ะ?”

 

“......”

 

“เราควรซื้อ T-money เลยดีไหม?”

 

            “มันคืออะไร?” สายตาว่างเปล่าของเด็กเมืองหลวงกดดันให้แบคฮยอนรีบค้นหาความรู้ที่ได้จากการเสิร์จหาในอินเตอร์เน็ตอย่างเร่งด่วน

 

            “มันคือบัตรโดยสารนี่แหละแต่เป็นแบบเติมเงิน เค้าบอกว่าเราเติมเงินใส่ไว้แล้วก็แตะอย่างเดียวตอนเข้าออกเลย ไม่ต้องคอยกดบัตรใหม่บ่อย ๆ แล้วก็เอาไว้จ่ายแทนเงินเวลาซื้อของได้ด้วย จ่ายค่ารถเมล์ก็ได้ ค่าแท็กซี่ก็ได้ ค่าจอดรถก็ได้ จ่ายได้หมดเลย”

 

            “เหมือนเครดิตการ์ดอย่างนั้นหรือ?”

 

            “ก็ น่าจะอย่างนั้นมั้ง”

 

            “แล้วมันซื้อได้จากไหนล่ะ?” เด็กบ้านนอกมองไปรอบ ๆ เพื่อหาร้านสะดวกซื้อน่าเสียดายที่ประตูนี้ไม่มีร้านค้าที่ต้องการ “วันนี้ เรากดบัตรแบบเที่ยวเดียวก่อนละกันเนาะ จะได้ลองหลาย ๆ วิธี”

 

            “อือ” เมื่อเสียงเป็นเอกฉันท์ทั้งสองก็ก้าวเข้าไปใกล้หน้าจอ กำลังจะจิ้มเพื่อเลือกปลายทางก็เป็นอันต้องสะดุ้งสุดตัว ใบหน้าเล็กหันขวับไปมองด้านหลังแบบแพ็คคู่ พอเจอว่าเจ้าของเสียงเป็นใครเด็กทั้งสองก็ชะงัก ก้าวถอยออกจากเครื่องขายตั๋วแบบมีพิรุธสุด ๆ

 

            “ทำอะไรกัน?”

 

            “.......”

 

            “อะไรนะ?” เสียงอุบอิบจากรุ่นน้องตาโตไม่ดังพอจะให้ได้ยิน ขายาวจึงสืบเข้าหา ดีโอเป็นคนเดียวที่ปักหลักยืนแล้วตอบด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิมเพราะอีกคนนั้นเคลื่อนตัวถอยไปหลบหลังเพื่อนตั้งแต่หันมาเจอรุ่นพี่ปีสามแล้ว

 

            “แค่กดบัตรโดยสารแล้วทำไมต้องทำท่าประหลาด ๆ ด้วย รู้ไหมว่าทำคนอื่นกลัวจนไม่กล้ามาต่อแถวหลายคนแล้ว” คราวนี้ดีโอปิดปากเงียบแบคฮยอนแอบเห็นว่าคิ้วเข้ม ๆ ของรุ่นพี่เริ่มย่นเข้าหากันเลยอ้อมแอ้มตอบมาจากแถวหลัง “เรากดไม่เป็นครับ ไม่เคยกดก็เลย...ช้า...”

 

            “ทำไมไม่ถามเจ้าหน้าที่?”

 

            “ไม่มีใครอยู่เลยครับ”

 

            “โอเค เข้าใจแล้ว จะไปลงที่ไหน?” เด็กสองคนมองหน้ากันแล้วก็ตอบพร้อมกันแต่คนฟังก็ยังจับใจความได้ ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้เครื่องออกบัตร จัดการไม่ถึงนาทีก็ได้บัตรสี่เหลี่ยมสีส้มมาสองใบ เขายื่นให้ดีโอกับแบคฮยอนโดยไม่ลืมอธิบายเสียงเรียบ “ไปสายสีเขียวเหมือนกัน คงไม่หลงนะ”

 

            “ขอบคุณครับ” ดวงตาดำใหญ่มองปราดมาหาแบคฮยอนแวบหนึ่ง เพียงชั่ววินาทีเดียวแล้วก็ผ่านไปพร้อมความโล่งใจที่กลับมาหาแบคฮยอนอีกครั้ง หนึ่งเด็กเมืองกรุงกับหนึ่งเด็กบ้านนอกพาตัวเองผ่านเครื่องสแกนบัตรเข้ามาด้านในได้อย่างปลอดภัย ไปยืนจ้องแผนผังการเดินรถกันครู่หนึ่งจึงได้รู้ว่าบ้านพวกเขาไปทางเดียวกัน ไม่ต้องเปลี่ยนสายและดีโอก็ถึงก่อนแบคฮยอน

 

            “ให้เราเดินไปด้วยไหม?” แบคฮยอนอาสาอย่างมีน้ำใจเมื่อตัวหนังสือในหน้าจอเหนือศีรษะบอกว่าสถานีต่อไปคือที่หมายของคยองซูแต่เพื่อนตาโตกลับส่ายหน้า

 

            “ไปได้”

 

            “งั้น โชคดีนะ เจอกันวันเปิดเทอม”

 

            “ถึงบ้านปลอดภัย” โดคยองซูทิ้งท้าย ไม่รู้ว่านั้นคือคำอวยพรให้เพื่อนหรือให้ตัวเองแต่ใบหน้าดีโอก็จริงจังเสียจนคนที่เพิ่งรู้จักกันไม่กล้าจะหยอกเล่น แบคฮยอนได้แต่ชะเง้อมองอีกคนจนลับหายไปจากสายตาแล้วก็กลับมานับสถานีจำนวนสถานีที่เหลือต่อ พอเริ่มสบายใจกับการเดินทางก็เริ่มสนใจสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ทุกอย่างดูวุ่นวายไปเสียหมดสำหรับเด็กที่โตมากับทุ่งนาและภูเขาอย่างแบคฮยอน ย่างเข้าสู่เดือนที่สองแล้วแต่เด็กหนุ่มก็ยังไม่ชินกับความพลุกพล่านของเมืองใหญ่สักที คนพวกนี้ใช้ชีวิตอยู่ได้ยังไงกันนะ พื้นที่คับแคบคนเยอะแย่งกันกินแย่งกันใช้ ไม่มีกระทั่งเศษเสี้ยวเวลาให้ชื่นชมสิ่งรอบตัว แต่จะว่าไปแล้ว มันก็ไม่ค่อยมีอะไรให้ชื่นชมเท่าไหร่นี่นะ มองไปทางไหนก็เจอแค่ตึกกับคน คนแล้วก็คน

 

ความคิดสะดุดลงพร้อมอาการสะดุ้งที่โจมตีซ้ำ ไม่รู้ว่าปาร์คชานยอลยืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ริมสุดของตู้โดยสาร ใกล้กับประตูทางออก ร่างสูงสะดุดตาจนไม่น่าจะมีใครมองข้ามแต่แบคฮยอนก็มองข้ามไปแล้ว กว่าจะเห็นว่ารุ่นพี่บ้านรับน้องยืนหน้าเคร่งอยู่ตรงนั้นก็เป็นตอนที่รถไฟเข้าจอดสถานีใกล้คอนโดพอดี ร่างเล็กลุกจากที่นั่งกลั้นใจค้อมศีรษะให้อีกคนแล้วก็ก้มหน้าก้มตาวิ่งออกจากสถานีราวกับมีฝูงปีศาจไล่หลัง

 

โผล่ออกมาสูดอากาศด้านบนได้แบคฮยอนก็ถอนใจให้ปอดโล่งเสียทีหนึ่ง เมื่อแบมือออกจึงได้รู้ว่าตัวเองเผลอกำบัตรโดยสารสีส้มแน่นจนเป็นรอยกดลึกบนฝ่ามือ

 

 

 

“ห้างสรรพสินค้าหรือครับ?”

 

“ใช่ อยากไปไหม”

 

“แต่คุณต้องกลับไปทำงานนี่ครับ” เท่าที่คุณออกมาทานข้าวเที่ยงด้วยแบคฮยอนก็เกรงใจจะแย่แล้ว ทั้งที่บอกว่าไม่เป็นไรคุณก็ยังหิ้วมื้อเที่ยงเข้ามาให้ถึงห้องแถมยังนั่งกินเป็นเพื่อนแบคฮยอนอีก แบคฮยอนอยากอยู่กับคุณนะแต่ถ้าต้องทำให้คุณต้องเสียงานแบคฮยอนก็ไม่ค่อยสบายใจนัก

 

“บ่ายนี้ฉันไม่มีงานด่วนอะไร”

 

“ถ้าไม่มีงานด่วนคุณก็ไม่ต้องอยู่ออฟฟิศหรือครับ”

 

“ที่จริงก็ควรต้องอยู่นะแต่ถ้ามีธุระหรือเรื่องจำเป็นจะไม่อยู่ก็ได้” ใบหน้าอ่อนเยาว์ย่นยู่เป็นกังวลในทันใด การพาแบคฮยอนไปห้างไม่ใช่เรื่องจำเป็นสักนิด คุณไม่ควรต้องมาเสี่ยงให้โดนคนครหาเพราะตัวถ่วงอย่างเขา เท่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ก็มีเรื่องให้เสี่ยงมากพออยู่แล้ว

 

“ไม่ดีกว่าครับ ผมไม่ชอบที่ที่คนเยอะ ๆ อยู่ในที่แบบนั้นทีไรผมเวียนหัวทุกที” คุณเลิกคิ้วก่อนจะจ้องหน้าแบคฮยอนอย่างแปลกใจ

 

“แล้วไม่มีของที่ต้องซื้อเลยหรือ อีกไม่กี่วันจะเปิดเทอมแล้วนะ เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับ” แบคฮยอนยิ้มบาง

 

“คุณเพิ่งพาไปซื้อเมื่อไม่นานมานี้เองนะครับ บางชิ้นยังไม่ได้แกะออกจากกล่องเลย” ไม่มีเสียงใด ๆ ต่อจากนั้น โต๊ะกินข้าวขนาดสี่คนนั่งตกอยู่ในความเงียบและมันก็อึดอัดมาก ๆ แต่แบคฮยอนก็ไม่รู้จะทำยังไงให้บรรยากาศระหว่างเราดีขึ้น แบคฮยอนไม่ใช่คนช่างพูดและแบคฮยอนก็รู้ว่าหลายครั้งคุณพยายามจะเป็นฝ่ายเริ่มทั้งที่คุณเองก็พูดน้อยพอกัน บางทีเราอาจต้องการเวลามากกว่านี้ซึ่งมันก็มีคำถามตามมาอีกว่าแบคฮยอนสมควรร้องขอสิ่งที่เรียกว่าเวลาจากคุณหรือเปล่า

 

คำตอบก็คือไม่ ไม่ควร

 

            ก่อนที่ความคิดมืดหม่นจะดึงเด็กน้อยให้จมลงไปในห้วงเหวแห่งความทุกข์สัมผัสอุ่นก็ทาบลงบนหลังมือ ไล้แผ่วเบาไปตามเรียวนิ้วก่อนเสียงทุ้มจะดังผ่านริมฝีปากสีสดหลังจากลังเลอยู่นาน

 

            “...แหวน...ไม่ชอบใส่หรือ?”

 

            “ไม่ใช่ครับ ช่วงก่อนต้องไปรับน้องผมกลัวจะหายเลยถอดเก็บไว้แล้วก็ไม่ได้เอามาใส่อีก” ดวงตาเรียวกว้างจับจ้องแน่วนิ่งแต่แบคฮยอนกลับไม่กล้าจะมองสบดังทุกที คนตัวเล็กก้มหน้างุดเผลอเม้มปากเข้าหากันยามอีกฝ่ายเลื่อนมือออก “ขอโทษครับ”

 

            “ขอโทษทำไม? กลัวหายก็เก็บไว้น่ะถูกแล้ว”

 

            “ผมอยากใส่นะครับแต่คุณบอกว่าแหวนวงนั้นมันสำคัญกับคุณมากผมแค่กลัวว่าตัวเองจะเลินเล่อทำมันหาย ผม ผมไม่อยากให้คุณเข้าใจว่าผมไม่เห็นความสำคัญของสิ่งที่คุณให้”

 

            “กอดได้ไหม?”

 

            “ครับ?” วงหน้าอ่อนใสเงยมองคนที่ค่อยลุกจากเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม หัวใจที่ซุกไว้ใต้อกเริ่มโยนตัวตึกตักเป็นจังหวะช้าหนักตามจังหวะการก้าวของช่วงขายาว

 

            “ขอฉันกอดแบคฮยอนได้ไหม?” แบคฮยอนกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะหลับตาแล้วแนบใบหน้าเข้ากับอกกว้าง นับตั้งแต่พบกันอีกครั้งนี่เป็นกอดแรกที่คุณร้องขอการสัมผัสกันอย่างตรงไปตรงมา “ขอโทษนะ เพราะความขี้ขลาดของฉันแบคฮยอนเลยต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ อย่างนี้”

 

“ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ ผมเองต่างหากที่อยู่ผิดที่ผิดทาง”

 

“อย่าพูดแบบนั้น”

 

“ผมไม่ควรมาแทรกระหว่างพวกคุณ”

 

“ไม่ ฉันต้องการให้แบคฮยอนอยู่ตรงนี้ อยู่กับฉัน ให้สมกับที่ฉันรอมานาน อดทนหน่อยนะ ฉันสัญญาว่าจะไม่ให้แบคฮยอนรอนาน” ร่างที่ซุกกอดอยู่ในอกส่ายหน้า อยากให้รู้ว่านั่นมันไม่สำคัญเลย

 

“นานแค่ไหนผมก็รอได้ครับ” ขอแค่ไม่ทำให้คุณเดือดร้อนและลำบากใจ

 

“ให้อยู่อย่างนี้ตลอดไปผมก็อยู่ได้” นอกจากคุณผมก็ไม่มีใครอีกแล้ว

 

 

 

 

“คุณครับ!

 

“อะไร?” คนท้วงทำหน้าง้ำงอ มองหน้าคนตัวโตสลับกับประตูอยู่อย่างนั้น ประตูที่ว่านี่ไม่ใช่ประตูห้องนอนหรือประตูห้องน้ำนะแต่เป็นประตูห้าง ประตูกระจกที่เชื่อมลานจอดรถกับด้านในอาคารที่เปิดแอร์เย็น ๆ มีร้านค้าเยอะ ๆ ให้คนมาเดินเยอะ ๆ น่ะ

 

“ผมบอกแล้วว่าไม่ชอบที่คนเยอะ ๆ”

 

“ก็รู้ ถึงได้พามาช่วงนี้ไง ช่วงบ่ายวันทำงานคนไม่เยอะหรอก มาเร็ว เย็นกว่านี้คนเยอะแน่” เด็กน้อยยังคว่ำปาก “มาสิ ดื้อเดี๋ยวไม่พาไปซื้อของเล่นนะ”

 

“หื่อ ไม่ใช่เด็กสักหน่อย”

 

“งั้นซื้อขนม”

 

“คุณน่ะ!” นอกจากไม่ฟังแล้วคุณยังเดินมาลากแบคฮยอนให้เดินตาม ไม่สนใจอาการระแวดระวังของเด็กบ้านนอก ซ้ำยังยิ้มออกมาอีกแน่ะ “ถ้ารู้ว่าขัดใจแล้วจะทำให้แบคฮยอนเลิกทำหน้าเศร้า ฉันจะขัดใจตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกันเลย”

 

“คุณก็รู้ว่าเราไม่ควร...”

 

“อย่าคิดมาก อะไรจะเกิดเมื่อถึงเวลามันก็ต้องเกิด ตอนนี้...ไปส่งฉันหน่อยนะ ฉันมีธุระสำคัญต้องทำก่อน” ธุระของคุณอยู่ที่ร้านเครื่องประดับที่ทุกอย่างเป็นเงาวาววับตั้งแต่ป้ายหน้าประตู แบคฮยอนเดินงง ๆ ตามคุณเข้าไปแล้วก็นั่งรอคุณเลือกสร้อยสารพัดแบบที่พนักงานเอามาวางเรียงไว้ตรงหน้า คุณหยิบจับสลับกับมองมาทางแบคฮยอนหลายทีสุดท้ายก็สวมสร้อยทองคำขาวให้แบคฮยอน ครางอย่างพอใจแล้วก็เปิดกระเป๋ายื่นการ์ดให้พนักงานเป็นอันจบธุระสำคัญที่คุณว่า

 

“ให้ผมหรือครับ?” เกลียวเชือกเส้นเล็กทิ้งตัวลงใต้รอยต่อของกระดูกตรงแอ่งใต้ฐานคอลงไปเล็กน้อย ไม่ยาวมากแต่ก็ไม่ได้สั้นจนทำให้อึดอัด เมื่อทาบกับผิวเนื้อเนียนก็ยิ่งส่งเสริมให้สูงค่ามีราคาทั้งคนทั้งเครื่องประดับ

 

“เดี๋ยวถึงห้องแล้วเอาแหวนมาคล้องแทนจี้นะ” คุณว่า ตัดปัญหาเรื่องแบคฮยอนจะซุ่มซ่ามทำของสำคัญหายโดยการหาสร้อยมาให้ร้อยแหวนติดตัวไว้เสียเลย

 

“มันแพง”

 

“ไม่แพง...” คุณค้าน ดวงตาเป็นประกายจริงจังยามย้ำคำ

 

“ไม่มีอะไรแพงเมื่อเทียบกับแบคฮยอน”

 

 

 

 

“ไปกันเถอะ”

 

“ผมไม่ไป”

 

“ชานยอล อย่าทำให้พี่ลำบากใจ”

 

“แล้วที่พวกมันทำนั่นล่ะ! ผมทำแค่นี้พี่ลำบากใจแล้วไอ้ที่พี่เขยกับเด็กนั่นทำพี่ไม่รู้สึกอะไรเลยหรือ?” เสียงห้าวแตกพร่า ร้าวตั้งแต่อกขึ้นมาจุกตื้อที่ลำคอเพราะต้องสกัดกั้นโทสะและความขยะแขยงที่กำลังพล่านไปทั้งร่าง ผีห่าซาตานตัวไหนมันช่างดลใจให้เขาชวนพี่ชายออกมาเปลี่ยนบรรยากาศในวันกาลีวิปโยคเช่นนี้ ร้อยที่พันแห่งมากมายในเมืองหลวงอู๋อี้ฟานจะไปตกนรกหมกไหม้ที่ไหนก็ได้ทำไมต้องมาที่นี่ ทำไมต้องให้พี่อี้ชิงเห็น

 

“พี่...”

 

“พี่ไม่เป็นไรชาน พี่ไม่เป็นไรจริง ๆ”

 

“พี่เลิกพูดคำนี้เสียที! มันจะไม่เป็นไรได้ยังไงในเมื่อพี่รักอู๋อี้ฟาน พี่รักมันและพี่ก็กำลังเจ็บ พี่จะโกหกผมทำไม” พี่ชายวางมือลงบนท่อนแขนเขา ปลอบโยนเขาให้เพลาแรงอารมณ์ทั้งที่ตัวเองก็แทบใจสลายอยู่แล้ว “มันเจ็บจริง ๆ นั่นแหละชานยอลแต่พี่ไม่เป็นไรจริง ๆ นะ นายก็เห็นเหมือนที่พี่เห็น คุณอี้ฟานหัวเราะเพราะเด็กคนนั้น ยิ้มเพราะเด็กคนนั้น ทำสีหน้าที่...ไม่เคยทำตอนอยู่กับพี่ เค้ากำลังมีความสุข”

 

“มันสุขบนความเจ็บปวดของพี่”

 

“เค้าให้เรามาเยอะเหลือเกิน ถ้าหากวันนี้เค้าจะทำเพื่อตัวเองบ้างมันก็เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว ขอแค่ ขอแค่เค้ากล้าเข้ามาบอกพี่ตรง ๆ ไม่ว่าเค้าต้องการอะไร พี่ก็ยินดีจะให้”

 

“แต่ผมไม่!” ผู้เป็นน้องขัดเสียงเข้ม ดวงตาดำกว้างดูราวจะวาวแสงได้เพราะความเจ็บแค้น “บุญคุณก็ส่วนของบุญคุณ ความเลวก็ส่วนของความเลว จะดีเลิศมากแค่ไหนผมไม่สน ต่อให้เป็นเทวดาถ้ามันทำให้พี่เจ็บผมจะทำให้มันเจ็บกว่า!

 

 









#ฟิครอย

มาแล้วจ้ะ อ่านแล้วก็มาคุยกันนะจ๊ะ ^^
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 115 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

790 ความคิดเห็น

  1. #777 MoMMeaMint (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 22:25
    โห้ ชานยอลแค้นหนักว่ะ
    #777
    0
  2. #696 promlikit (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 08:39
    สงสารอี้ชิงมากเลยอ่ะ ไม่อยากให้ทนเจ็บอยู่แบบนี้เลย
    #696
    0
  3. #693 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 18:51
    โอ้โหหมดคำพูดสงสารอี้ชิง ก็คืออี้ฝานรักกับแบคฮยอนอยู่ก่อนแล้วงี้? แต่ต้องแต่งงานกับอี้ชิงเพราะธุรกิจ แบคฮยอนเลยต้องอยู่หลบๆซ่อนๆ? หรือ?อะไรหลายๆอย่าง แบคฮยอนก็สงสารนะ แต่แบ่บสงสารอี้ชิงมากกว่า รักเขาแต่เขาไม่รัก ก็ต้องรับผิดชอบความรู้สึกตัวเอง เส้าในเส้า
    #693
    0
  4. #669 cuttt (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 15:21
    โอ้ยย สงสารน้องแบคล่องหน้าเลย
    #669
    0
  5. #650 colmegeegee (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 09:17
    นั่นไง ตายแน่เรื่องนี้ มีคนร้องไห้เหมือนปอกหอมแน่ๆ
    #650
    0
  6. #633 MeowKL (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 19:22
    ว่าแล้วววววว พี่ชานรู้แล้วนะคะ ว่าน้อนนางเป็นใคร ทำมาเปงตีสนิท เดี๋ยวอีกนิดพี่ชานนางจะหลงรักน้อนนู๋
    #633
    0
  7. #621 geejajaa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 17:48
    ง่ะ สรุปเป็นคริสแบคใช่ไหมโอย ไม่อยากจะคิดอ่ะ จริงๆเหรอ ใันต้องมี เหตุผลอะไรมากกว่านั้นสิน่า
    #621
    0
  8. #608 Kisz Pudding (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 09:35
    งื่อออ กลิ่นดราม่าลอยมาแล้ววววววว
    #608
    0
  9. #566 hunhun (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 23:20

    นี่เป็นชานยอลก็โกรธแหละคนในครอบครัว แบคกับอี้ฝานก็ผิดจริงๆแต่ทำยังไงได้คนไม่รักก็คือไม่รักจะไปโกรธที่เค้าไม่รักก็ไม่ได้ ถ้าอี้ฝานกล้ากว่านี้อีกหน่อยก็คงจะดี แต่นี่ก็ไม่เข้าใจว่าแบครู้สึกยังไงกับอี้ฝาน เบื้องลึกเบื้องหลังแบคกับอี้ฝานก็ไม่รู้ ชานยอลพี่จะใจเย็นรอความจริงอีกนิดนึงไม่ได้เหรออออออ นี่ว่าแบคต้องเจ็บหนักแน่ๆ

    #566
    0
  10. #551 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 17:49
    แบคกะพี่อี้ฟาน ชานยอลรู้ใช่ไหมถึงจงใจเข้าหาแบค 
    #551
    0
  11. #507 iamdreamer (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 19:01
    อื้ออหือออออยังไงต่อล่ะทีนี้
    #507
    0
  12. #506 rosebbh04 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 16:08
    นี่เดาๆว่าน้องแบคกับคุณต้องมีเบื้องหลังกันมาก่อน แต่ต้องมาแต่งงานกับอี้ชิงเพราะจำเป็น น้องเลยต้องอยู่แบบหลบๆซ่อนๆ น้องน่ารักอยู่นะ ไม่ได้เป็นคนไม่ดีเลย ฮือ อิพี่อย่าทำอะไรน้องนะเว่ย
    #506
    0
  13. #378 oh_b92 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 12:39
    เนี่ยยย จะฟินชานแบคก็ฟินได้ไม่สุดเพราะความสัมพันธ์ของคุณอี้ฟานกับแบคฮยอนเนี่ย ฮืออออออ ระหว่างคุณเขากับแบคฮยอนมันมีอะไรกันแน่อะ ฮือออออ
    #378
    0
  14. #366 ชานมไข่มุก💦 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 11:47
    อบอุ่นนนน
    #366
    0
  15. #272 choikim (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 17:22
    ฮื่อออออ ชานยอล อย่าทำน้อง อย่าใจร้ายกับน้อง ;;-;; แล้วแบคฮยอนก็ดูเป็นเด็กดีมาก น้องไม่ได้ตั้งใจ มันผิดที่ผิดเวลาไปหมด /เตรียมทิชชู่
    #272
    0
  16. #263 Dabgrl (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 11:53
    อย่าทำอะไรแบคคคคค
    #263
    0
  17. #261 Black Spinel (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 11:29
    คือยังไงอะ ชานยอลกับอี้ชิงเห็นแก่ตัวเวอร์ แค่เพราะความสุขของพี่ชายตัวเองนี่ต้องแผดเผาทุกคนเลยหรอ อี้ชิงพูดถูกแล้วหนิว่าอี้ฟานเสียสละมามาก อยู่ใครอยู่มันสิ อี้ชิงรั
    กแต่อี้ฟานไม่ได้รักหนิ เขื่อนไขก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าแต่งเพื่อบริษัทตัวเอง เห็นแก่ตัวอะ อย่ามาทำน้อวแบคเด้อ อินมากเด้อ555
    #261
    0
  18. #251 ppaewwwww (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 15:30
    โอ๊ยยย!!! น้องแบคหนูซวยแล้วลูก ชานยอลเห็นเข้าจัง ๆ แบบนี้จะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้เนี่ย แต่ว่านะที่แบคกับอี้ฟานเป็นอยู่ตอนนี้มันก็ผิดแหละ อยากรู้มาก ๆ ว่ารักกันมานานแล้วหรือหลังอี้ฟานแต่งงานแล้ว? ชานยอลอย่าร้ายมากเลยเด้อออ
    #251
    0
  19. #247 AB06 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 11:59
    โอ้ยยยยยย ชานยอลรู้ อาจจะรู้ตั้งเเต่เเรกเจอเเล้ว ฮือออออออออออ
    #247
    0
  20. #202 pim pimmi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 00:42
    ฮืออออออออ
    #202
    0
  21. #168 แพะบยอน❤️ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2559 / 03:47
    แบคนี่รักคุณไหม หรือเป็นแค่บุญคุณกัน แล้วนี่มันจะเป็นรักกี่เศร้าเนี่ยคือหน่วงมาแต่ไกลเลย ฮื่อ ;-;
    #168
    0
  22. #167 pimlackie (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2559 / 00:43
    โหยยยย มีความสุขที่ได้อ่าน นี่ถึงกลับไปอ่านใหม่เลยทีเดียว สู้ๆนะคะ รอมานานมากกก อย่าหายไปอีกนะคะ ????
    #167
    0
  23. #166 Ppp (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 16:04
    โอ้ยยยยแม่จ๋าาาาาาาาา อัพแล้วววววววววว

    รอมาสามชาติเศษ ฮือออออ ดีใจจจจจจ 55555555555555



    คือดูทรงแล้ว อิพี่ฟานไม่ได้รักพี่อี้ชิง แค่แต่งเพราะผลประโยชน์

    พี่อี้ฟานรักกับน้องแบคมาตั้งแต่ก่อนมาแต่งกับอี้ชิงแล้ว

    แต่ต้องมาแต่งกะอี้ชิงเพราะโดนที่บ้านบังคับ งี้แมะ?

    อิพี่ฟาน วัวแก่กินหญ้าอ่อน วรั้ยยยยยยย แต่เราชอบนะ 55555555555555555

    เรื่องมันจะไม่ยุ่งยากถ้าอี้ชิงไม่รักอิพี่อี้ฟาน แต่งแค่ในนาม ใช้ชีวิตใครชีวิตมัน

    แต่อี้ชิงดันรักเข้าไปเต็มเปานี่สิ มันเลยเจ๊บบบบบบบบบบบบบบ ;-;



    คืออิชานไปอยุ่รถไฟขบวนเดียวกะน้องแบคได้ไงวะหื้มมมมมมม

    บังเอิญอีกแล้วเหรอออออออออออออออ บังเอิญจังงงงงงงงงง

    แล้วยังดันไปเจ๊อะกันที่ห้างอีก โอ้ย พระเจ้า เล่นตลกอะไรกั้นนนนนนน

    ละอิชานมันเห็นน้องแบคมั้ยยยยย มันรุ้มั้ยว่านั่นคือน้องแบค เห็นชัดมั้ย

    ถ้ารุ้แจ้งเห็นจริงนี่ไม่อยากจะคิดสภาพเลยค่ะ สภาพน้องแบคน่ะนะ ;-;

    อิชาน ใจเย็นๆ อย่าใจร้ายกับน้องแบคนะ น้องซื่อตรงกับใจ

    #166
    0
  24. #165 rabbit_yeol (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 16:38
    พี่ชานจะทำอะไรต่อนะ รออ่านเบื้องลึกเบื้องหลังของแบคฮยอนกับพี่ฟาน
    #165
    0
  25. #161 lovelylittleduck (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 22:28
    หูยยย รอมาเนิ่นนานเหลือเกิน จะกลับมาแล้วใช่มั้ยคะ เจ้มจ้นมากๆ ชอบสุด อยากรู้ว่าท่านรองฯ จะร้ายแค่ไหนกับเด็กในสังกัดพี่เขย สนุกมาก สู้ๆ นะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #161
    0