Bewitched รอยปรารถนา (ChanBaek)

ตอนที่ 4 : รอยปรารถนา ๓

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,599
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 116 ครั้ง
    29 ก.ย. 61




 

รับน้อง  }

 

 

 

 

            “แบคฮยอน! แบค! ทางนี้”

 

 

            “ขอโทษที่ช้า มินอามาถึงนานหรือยัง?”

 

 

            “สักพักแล้วล่ะ เนี่ย ได้ของแจกเต็มเลย อะไรมั่งก็ไม่รู้แต่เรารับมาเผื่อนายด้วยนะ อ่ะ เก็บใส่กระเป๋าไว้” แบคฮยอนรับมาพร้อมเอ่ยขอบใจเพื่อนใหม่ที่ได้เจอกันอีกครั้ง วันนี้เป็นวันรับน้องรวมของมหาวิทยาลัย มองไปทางไหนก็มีแต่ผู้คนแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีสันสดใสและเสียงกลอง คึกครื้นจนแบคฮยอนตื่นเต้นไปหมด ดีนะที่คราวก่อนแลกเบอร์โทรศัพท์กับมินอาไว้ไม่อย่างนั้นเขาต้องมึนคนจนทำอะไรไม่ถูกแน่เลย แค่เดินจากประตูด้านหน้าเข้ามาถึงจุดลงทะเบียนแบคฮยอนยังต้องโทรหามินอาเพื่อถามทางเลย

 

 

            “ไปรายงานตัวกันเถอะจะได้รู้ว่าอยู่บ้านอะไร”

 

 

            “ตรงไหนเหรอ?”

 

 

            “มะ มาทางนี้” มินอาลากข้อมือขาวไปทางซุ้มที่มีรุ่นพี่ยืนตีกลองร้องเพลงเชียร์อยู่ แค่เห็นเด็กชายหญิงออร่าน้องใหม่ผ่านไปใกล้ เสียงเพลงก็ยิ่งดังขึ้น คราวนี้เจาะจงแซวเจ้าของดวงตาเรียวเน้น ๆ แบคฮยอนยืนตัวแข็งตอนที่พี่สาวคนหนึ่งแกล้งเซมาชนไหล่แล้วร้องกรี๊ด ๆ กลับไป กว่าจะบอกชื่อ ลงชื่อ รับป้ายชื่อพร้อมสูจิบัตรงานแบคฮยอนก็โดนทั้งหยอกทั้งแซวไปอีกหลายดอก

 

 

            “เหยยยย อยู่คนละบ้านอ่ะ พี่หนูอยากอยู่กับเพื่อนอ่ะ เปลี่ยนบ้านได้ไหมคะ”

 

 

            “ได้ แต่น้องต้องไปขอพี่บ้านเอาเองนะ”

 

 

            “แต่เปลี่ยนได้แน่ใช่ป่ะคะ”

 

 

            “ได้จ้ะ ตอนนี้แยกไปตามหาบ้านตัวเองตามพิกัดที่บอกหลังป้ายชื่อก่อนนะ” มินอาอยู่บ้านของชมรมแดนซ์ชื่อบ้านฮาร์ทบีท เจ้าตัวบ่นงึมงำว่าแค่ชื่อบ้านก็เปลี้ยแล้ว ยังไงก็ต้องขอเปลี่ยนให้ได้ ส่วนแบคฮยอนนั้นถูกจับอยู่บ้านปากกาขนนกของชมรมวรรณศิลป์ โชคดีที่ฐานประจำบ้านของทั้งสองอยู่ไม่ไกลกันนัก แบคฮยอนต้องไปลานต้นไม้ข้างหอประชุมใหญ่ส่วนมินอาต้องไปห้องชมรมแดนซ์ที่อยู่ถัดจากหอประชุมไปอีกหนึ่งตึก

 

 

            สุดท้ายก็ต้องอยู่คนเดียวอยู่ดี  

 

 

แบคฮยอนเมียงมองไปรอบตัว ยังไม่หมดเวลาลงทะเบียนคนที่มาก่อนเลยกระจัดกระจายกันทั่วลานนั้น เสียงกลองเสียงร้องเพลงยังได้ยินอยู่ไม่ขาด พี่คนหนึ่งมีน้ำใจเข้ามาทักแบคฮยอนแล้วบอกให้หาที่นั่งรอระหว่างที่เพื่อนคนอื่น ๆ ยังไม่มา แบคฮยอนเลือกเก้าอี้หินอ่อนตรงโคนต้นไม้เพราะเห็นมีคนนั่งอยู่คนเดียว

 

 

            “ขอโทษนะ ตรงนี้ว่างไหม” ดวงตาค่อนข้างโตเหลือบมองแบคฮยอนก่อนริมฝีปากรูปหัวใจจะขยับอย่างเชื่องช้า

 

 

            “ว่าง” ว่างก็ขอนั่งเลยละกัน

 

 

            “เอ่อ ชื่ออะไรเหรอ เราชื่อแบคฮยอนนะ” นั่งอยู่สักพักเลยกลั้นใจถาม อีกฝ่ายละสายตาจากหนังสือขึ้นมองตอบแบบไม่มีเสียง แบคฮยอนเห็นอย่างนั้นเลยรีบเอ่ยปากขอโทษ ความพยายามในการผูกมิตรเพื่อนใหม่ล้มเหลวไม่เป็นท่าแบคฮยอนจึงลุกจากตรงนั้นเสีย เขาไม่ได้โกรธแต่คิดว่าถ้านั่งต่ออาจจะทำให้คนมาก่อนเสียสมาธิ ที่อีกฝ่ายนั่งอยู่คนเดียวตั้งแต่แรกคงเพราะต้องการปลีกวิเวก แบคฮยอนก็ไม่ทันคิดเข้าไปขอนั่งด้วยแล้วยังส่งเสียงรบกวนอีก ไม่ดูอะไรเลยแบคฮยอน

 

 

ท่องไว้ว่าที่นี่คือมหาวิทยาลัยไม่ใช่แถวบ้าน ท่องไว้

 

 

            แล้วแบคฮยอนก็เข็ดจนไม่กล้าเข้าไปทำความรู้จักกับใครอีก ได้แต่ภาวนาให้คิมมินอาขอย้ายมาอยู่บ้านเดียวกันได้สำเร็จ จนมีเสียงกลองดังรัว ๆ และเสียงรุ่นพี่ประกาศผ่านโทรโข่งเรียกให้ไปรวมตัวกันตรงกลางลาน แบคฮยอนเดินตามคนอื่นไปได้อยู่เกือบแถวหลังสุด กำลังตั้งใจฟังพี่บ้านแนะนำตัวก็มีแรงสะกิดเบา ๆ ตรงแขน พอเหลียวไปมองก็พบผู้หญิงผมสั้นส่งยิ้มมาให้

 

 

            “นายชื่ออะไรน่ะ เราเอมินะ”

 

 

            “บยอนแบคฮยอน ยินดีที่ได้รู้จัก เธอชื่อเก๋ดีจัง” เอมิหยิบป้ายชื่อขึ้นมาดู แบคฮยอนเห็นแล้วว่าเพื่อนใหม่คนล่าสุดเรียนคณะเดียวกัน

 

 

            “แม่เราเป็นเป็นเจแปนนีสน่ะ ว่าแต่เมื่อกี้เราเห็นนายอยู่กับดีโอ รู้จักกันเหรอ?” อีกครั้งแล้วที่มีคนมาถามถึงคนที่แบคฮยอนไม่รู้จัก เด็กหนุ่มส่ายหน้า ตอบตามจริงว่า “ไม่รู้จักหรอก”

 

 

            “ถึงว่าเราก็ไม่เคยเจอนายที่โรงเรียน ว่าแต่แย่หน่อยนะ มาวันแรกก็เจอฤทธิ์เจ้านั่นแล้ว” แบคฮยอนได้แต่ทำหน้างง ไม่ต้องถามอีกฝ่ายก็เหมือนรอจังหวะจะเล่าอยู่แล้ว “ก็ที่ต้องลุกหนีมาเมื่อกี้ไงล่ะ ไม่ต้องคิดมากนะ เจ้านั่นน่ะมนุษย์สัมพันธ์แย่ ถือว่าบ้านรวยเลยมองไม่เห็นหัวใคร อยู่ที่โรงเรียนเดิมก็ไม่ค่อยมีใครคบหรอก หยิ่งจนคนเอือม”

 

 

            แบคฮยอนฟังแล้วก็ยิ้มน้อย ๆ ไม่ได้พูดอะไรออกไป

 

 

“นายไม่ใช่คนแรก ไม่ต้องคิดมากนะ”

 

 

“ขอบใจนะ แต่เราไม่ได้คิดอะไรหรอก ที่จริงแล้วคนที่เอมิว่าเค้าไม่ได้ทำอะไรเลย เราต่างหากที่เสียมารยาทไปรบกวนตอนเค้ากำลังอ่านหนังสือ”

 

 

“เอาเถอะ เรารู้จักนายนั่นดีกว่าแบคฮยอน คราวหลังก็เลี่ยง ๆ ไว้ก็แล้วกัน จะได้ไม่โดนอย่างวันนี้อีกหรือถ้าเกิดอะไรขึ้นก็บอกเราได้นะ เป็นเพื่อนกันแล้วนี่” แบคฮยอนยิ้มตอบเช่นเคย ใบหน้าเรียวผินไปมองด้านหน้าเมื่อพ่อบ้านกับแม่บ้านที่เป็นพี่ปีสามแจ้งกติกาง่าย ๆ ของการอยู่รวมกันในสองวันนี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องทั่วไปอย่างเรื่องอาหารการกิน การเล่นเกม การสันทนาการ การเชียร์โต้ ซึ่งพี่ ๆ ย้ำหนักหนาว่าบ้านปากกาขนนกไม่เคยแพ้ ไปตีบ้านไหนเราต้องชนะ

 

 

พูดถึงเชียร์โต้ก็ต้องมีเพลงเชียร์ พี่ ๆ สันทนาการไม่พูดพร่ำทำเพลง รัวกลองแล้วก็เร่งให้ทุกคนลุกขึ้นยืน ตอนนั้นเองที่แบคฮยอนเห็นคิมมินอาวิ่งหน้าตั้งมาจากทางหนึ่ง เพื่อนสาวเห็นแบคฮยอนแล้วพอส่งกระดาษให้รุ่นพี่คนหนึ่งเรียบร้อยก็โผเข้ามาหา

 

 

“แบคฮยอน!” ตอนแรกแบคฮยอนก็คิดว่าเพื่อนดีใจที่ได้ย้ายมาอยู่บ้านเดียวกันแต่ประโยคต่อมาทำให้แบคฮยอนเริ่มคลอนแคลนในความคิดเดิม

 

 

“แบคฮยอน โอ๊ย แย่แล้วแบค แย่แล้ว”

 

 

“อะไรแย่?”

 

 

“ไม่รู้เหรอ!” แบคฮยอนส่ายหน้าขยับตัวตามจังหวะที่รุ่นพี่สอนไปเรื่อย ๆ ดีที่เสียงกลองดังนะไม่อย่างนั้นทุกคนต้องหันมามองพวกเขาเป็นตาเดียวแน่ คิมมินอาเองก็ความสามารถเป็นเลิศเต้นไปตื่นเต้นไปพูดไปก็ได้

 

 

“เราเห็น! พวกรุ่นพี่ชานยอลกำลังเดินมาทางนี้”

 

 

“รุ่นพี่ชานยอล?”

 

 

“รองนายกสโมฯ ฝ่ายกิจกรรมนิสิตไงเล่า คนที่เอารูปมาคืนนายคราวก่อนไง”

 

 

“จำได้ แล้วยังไงอ่ะ รุ่นพี่เดินมาแล้วมินอาตื่นเต้นอะไร” เข้าใจว่าเป็นแฟนคลับแต่ต้องออกอาการขนาดนี้เลยเหรอ แค่เห็นคนเดินเองนะ “รุ่นพี่สวมเสื้อบ้านเราน่ะสิ นั่นก็หมายความว่ารุ่นพี่เป็นพี่บ้านเรา สองวันนี้เราจะได้เจอพวกเค้าตั้งแต่เช้าจรดเย็นเลยนะแบคฮยอน ที่สำคัญนะ คนคนนั้นก็มาด้วยล่ะ อ๊ายยยยยย”

 

 

“ใคร รุ่นพี่คิมจงอินเหรอ?” คิมมินอากลอกตาขึ้นฟ้าทันที

 

 

“ไม่ใช่ย่ะ คนนี้เลิศกว่ามาก หล่อ สุขุม คารมดี บ้านมีกิจการ แถมยังเรียนเก่งมาก ๆ เป็นรองนายกสโมฯ ฝ่ายวิชาการด้วย คิมจงอินน่ะเทียบไม่ติดหรอก”

 

 

“แล้วถ้าเทียบกับรุ่นพี่ชานยอลล่ะ”

 

 

“สูสีเลยแหละ” แล้วก็เต้น ๆ มอง ๆ ไปข้างหน้า แบคฮยอนเลยพลอยตื่นเต้นไปด้วย จนเห็นผู้ชายกลุ่มหนึ่งเดินตัดลานหญ้าข้างหอประชุมตรงเข้ามา ทั้งกลุ่มสวมเสื้อยืดแขนยาวสีเทา สกรีนชื่อบ้านด้วยสีดำตรงแขนแต่ไม่มีป้ายห้อยคอเหมือนพี่คนอื่น ๆ แบคฮยอนจำสองในสามได้ทันที แต่อีกคนที่เดินนำมานี่สิ ไม่คุ้นแฮะ

 

 

“ฮือออออออออ ขอบคุณสววรค์ที่ให้หนูอยู่บ้านนี้”

 

 

“มินอาต้องขอบคุณรุ่นพี่ที่ยอมให้ย้ายบ้านต่างหาก”

 

 

“เออ นั่นแหละ” กลุ่มที่มาใหม่ไม่ได้ขัดจังหวะกิจกรรมแต่กลับเข้าไปรวมกลุ่มกับคนอื่น ๆ อย่าง...ไม่ค่อยจะเนียนเท่าไหร่นะสำหรับบางคน ตัวสูงเด่นแถมยังหน้าเฉยอย่างกับรูปปั้น ผิดกับคิมจงอินที่พอมาถึงก็กระโดดเข้าร่วมวงเต้นโดยไม่รีรอ เต้นไปเต้นมาตาคม ๆ คู่นั้นก็สแกนมาเจอแบคฮยอนในที่สุด

 

 

“แบคฮยอน! อยู่บ้านนี้เหรอเนี่ย บังเอิญจังเลยนะ”

 

 

“สวัสดีครับ”

 

 

“สนุกไหม”

 

 

“ยังไม่รู้เลยครับ เพิ่งเริ่ม” คิมจงอินหัวเราะร่วน

 

 

“สองวันนี้ก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ มีอะไรให้ช่วยก็บอกได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ” แบคฮยอนอุบอิบขอบคุณเพราะรู้แล้วว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตาของคนรอบข้าง โชคดีที่คิมจงอินขยับไปเต้นที่ใหม่แล้วก็เริ่มคุยกันน้องคนอื่นเหมือนที่คุยกับเขาสายตาที่แอบจับจ้องเลยเลื่อนตามไป

 

 

เกือบจะถอนหายใจออกมาละถ้าไม่จับได้ว่ากำลังมีคนจ้องหน้าอยู่ ฝ่ายนั้นเห็นแบคฮยอนมองกลับก็ไม่คิดจะหลบสายตา ท่ายืนกางขาเสมอช่วงไหล่นั่นอย่างกับนายแบบโฆษณาเสื้อผ้าที่แบคฮยอนเห็นในห้างเมื่อวันก่อน คนตัวเล็กชำเลืองมองอีกทีเห็นดวงตาสีเข้มยังไม่เคลื่อนไปไหนก็ค่อย ๆ ขยับไปอยู่ข้างหลังเพื่อน คนเมืองหลวงนี่ก็แปลก ในมือก็มีกระดาษสูจิบัตรอยู่ทำไมไม่ตั้งใจอ่านไปนะ จ้องหน้าคนอื่นอยู่ได้

 

 

กิจกรรมรับน้องรวมนั้นสนุกจริง ๆ แบคฮยอนไม่เคยเจออะไรแบบนี้เลยเพลินจนลืมสายตาชวนอึดอัดใจของใครบางคนไปได้ไม่ยาก เด็กหนุ่มได้เพื่อนใหม่ต่างคณะหลายคน พอมีเพื่อนคอยร้องเล่นเต้นรำด้วยกันคนตัวเล็กก็หัวเราะได้ไม่หยุด แบคฮยอนวิ่งไปมาตามฐานกิจกรรม หอบแฮ่กจากการเต้นท่าแปลกประหลาดและตลกแบบเกินจะสาธยายได้ สุดท้ายก็ได้พักก่อนถึงเวลาอาหารเที่ยงประมาณสิบนาทีได้ ตอนที่พวกรุ่นพี่ฝ่ายสวัสดิการกำลังลำเลียงข้าวกล่องลงจากรถตู้สีขาวแบคฮยอนก็ชวนคิมมินอาไปห้องน้ำ ตั้งใจจะล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นก่อนมากินมื้อกลางวัน

 

 

“จะไปไหนเหรอแบคฮยอน” เอมิที่นั่งลูบแขนลูบขาอยู่กลางเพื่อนกลุ่มใหญ่ร้องถาม แบคฮยอนยังไม่ทันตอบก็ถูกคิมมินอาลากแขนให้เดินเลยได้แต่ชี้ไปทางห้องน้ำเท่านั้น

 

 

“มินอา เอมิเค้าถามนะ”

 

 

“ไม่ต้องไปคุยมากหรอก”

 

 

“ทำไมล่ะ?”

 

 

“ไม่ถูกชะตา พวกปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ”

 

 

“เฮ้ย แรงไป”

 

 

“ไม่แรง เราว่านายเองก็น่าจะมองออกนะ ยัยนั่นดูเผิน ๆ ก็มนุษยสัมพันธ์ดีอยู่หรอก คุยสนุก เฮฮา ดูไม่หยิ่งแต่นิดหนึ่งเถอะ ไอ้เรื่องที่หยิบเอาปมด้อยคนอื่นมาล้อเล่นนี่ไม่ไหวนะ บอกเลยว่าเราไม่ตลก” แบคฮยอนก็พอดูออกแต่ไม่ใช่วิสัยที่จะโพล่งออกมาตรง ๆ อย่างมินอาและไม่อยากจะทำให้ใครขุ่นใจตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกันเลยมอง ๆ ผ่านไปเสีย เด็กทั้งสองแยกกันเข้าห้องน้ำแบคฮยอนทำธุระเสร็จก่อนเลยออกมารอด้านนอก กลายเป็นว่าเขาเดินออกมาเจอคนตาโต ๆ ที่เจอเมื่อเช้า เกือบจะชนให้แล้วล่ะ

 

 

“ขอโทษ”

 

 

“ไม่เป็นไร” ฝ่ายนั้นตอบกลับมา ใบหน้าน่ารักเรียบเฉยเหมือนที่เห็นมาทั้งวัน ดีโอหน้าตาหยิ่งอย่างที่เอมิว่าจริง ๆ แต่ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมาแบคฮยอนก็เห็นดีโอให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมโดยไม่อิดออด เอมิเสียอีกที่แอบบ่นกับกลุ่มเพื่อนไม่ขาดปาก

 

 

“สนุกเนาะ” แบคฮยอนว่า ตอนนี้ดีโอไม่มีหนังสือในมือแถมแถวนั้นยังมีแค่พวกเขาสองคน จะต่างคนต่างเงียบแบคฮยอนก็ว่ามันจะอึดอัดเกินไป ยังไงก็เพื่อนร่วมบ้านแถมยังร่วมคณะอีก

 

 

“ดีโอ ตั้งใจจะเรียนเอกอะไรเหรอ?”

 

 

“ยังไม่ได้ตัดสินใจ...นายล่ะ?”

 

 

“ยังไม่ได้ตัดสินใจเหมือนกันแต่เราสนใจประวัติศาสตร์กับวรรณคดีนะ” กำลังจะไปได้ดีแล้วเชียว คิมมินอาดันวิ่งตุบตับออกมาจากห้องน้ำเสียก่อน จังหวะเดียวกับที่พี่บ้านประกาศเรียกให้ไปตั้งแถวแบคฮยอนเลยต้องแยกกับเพื่อนใหม่อย่างนึกเสียดาย

 

 

“หัวแถวนับไปเลยค่ะ 1 ถึง 5 แล้วคนต่อไปก็เริ่มนับ 1 ใหม่ วนไปจนจบแถวเลย” แบคฮยอนยืนรอนับอยู่กับที่แต่มินอานี่สิตั้งหน้าตั้งตานับแล้วก็แวบหายไปด้านหลัง เพิ่งรู้ว่าการนับนั้นคือการแบ่งกลุ่มแบบคละกันก็ตอนที่รุ่นพี่บอกให้แยกแถวไปตามตัวเลข แบคฮยอนนับได้เลข 4 แล้วมินอาที่เคยยืนติดกัน(ก่อนแวบไป)ก็ได้เลข 4 เหมือนกัน

 

 

“ห่างกันสักแป๊บก็ได้นะ” เจ้าของดวงตาเรียวเย้าผ่านรอยยิ้ม คิมมินอาไหวไหล่ กระซิบว่า “เรามีลางสังหรณ์ว่ากินข้าวกับแบคฮยอนแล้วจะมีเรื่องสนุก ๆ เกิดขึ้น”

 

 

“ยังไง?”

 

 

“เถอะน่า อ้าว ดีโอก็เลข 4 เหมือนกันเหรอ” ดีโอแค่หันมามองแต่คนที่ยืนถัดไปจากดีโอโน้มตัวลงมาพร้อมรอยยิ้มน่ารักน่าชัง

 

 

“เอมิก็ 4 นะจ๊ะมินอา” มินอากะพริบตาปริบก่อนจะฉีกยิ้มหวานพอกันส่งกลับไป

 

 

“จ้าาา”

 

 

ท่าทางกลุ่มนี้จะสนุกจริง ๆ

 

 

“น้อง ๆ นั่งล้อมวงตามกลุ่มเลยนะคะ เดี๋ยวพี่ ๆ ฝ่ายสวัสดิการจะแจกข้าวกลางวันให้ มื้อนี้คือดี คืออิ่ม คืออร่อย คือสารอาหารครบ เพราะเราได้สปอนเซอร์จากห้องอาหารญี่ปุ่นสุดหรูของโรงแรมระดับหกดาว!” เด็กใหม่ส่งเสียงชอบใจพลางปรบมือกันเกรียวกราว

 

 

“เชิญตัวแทนสปอนเซอร์ของเรากล่าวอะไรสักหน่อยค่ะ” ผู้ชายร่างสันทัดคนหนึ่งก้าวมาข้างหน้าพร้อมเสียงครางงี้ด ๆ ของคิมมินอา แบคฮยอนจำได้ หนึ่งในสามคนเมื่อเช้า รองนายกสโมฯ ฝ่ายวิชาการหรืออะไรสักอย่าง รู้สึกจะชื่อ...คิมจงแด

 

 

“ยินดีต้อนรับแล้วก็ทานให้อร่อยนะครับ”

 

 

“ฮื้อออออออ หล่อออออออออ!” แบคฮยอนนั่งขำก่อนจะรับกล่องเบนโตะที่ดีโอส่งให้ กลุ่มหนึ่งมีประมาณ 7-8 คน รุ่นพี่ก็ให้นั่งล้อมวงเข้าหากันเพื่อให้กินไปผูกสัมพันธ์กันไป ทานไปได้สองสามคำก็มีเสียงประกาศจากโทรโข่งว่า “เอาล่ะค่ะ กลับตัวหันหลังให้เพื่อนบ้างค่ะ เดี๋ยวเบื่อหน้ากันซะก่อน หันหน้าออกนอกวงนะคะ”

 

 

“เชื่อเค้าเลย ระหว่างกินก็ยังจะให้เล่นเกมอีก” มินอาบ่นอุบแต่ก็ต้องหมุนตัวตามคำสั่งรุ่นพี่ ทุลักทุเลกันนิดหน่อยเพราะมือหนึ่งต้องถือกล่องข้าวแบน ๆ อีกมือต้องถือตะเกียบ แบคฮยอนคล่องตัวกว่าเลยจัดการตัวเองได้เร็ว ไม่อย่างนั้นตอนหันกลับมาเจอคนตัวสูงยืนอยู่ไม่ไกลเขาคงทำหลุดมือไปทั้งกล่องข้าวทั้งตะเกียบ

 

 

“คุยกันเองแล้วคุยกับพี่ ๆ บ้างนะคะ กติกาคือคำถามหนึ่งคำแลกกับข้าวหนึ่งคำ อยากให้กินอะไรก็ป้อนเลยค่าาา” แบคฮยอนใจเต้นจนมือเย็นเมื่อพวกรุ่นพี่ที่รออยู่วงนอกเริ่มเดินเข้ามาหาน้อง คนตัวเล็กหันซ้ายหันขวา เห็นคิมจงอินกำลังรับกล่องข้าวจากพี่สตาฟคนหนึ่งก็นึกอยากให้อีกฝ่ายพุ่งมาหาอย่างเมื่อเช้าอีกรอบ ถ้าไม่ใช่คิมจงอินก็ขอเป็นพี่คนอื่นเถอะ แบคฮยอนไม่สู้ตาดุ ๆ ของรุ่นพี่ปาร์คชานยอลจริง ๆ

 

 

“มินอา มินอา...” สะกิดเพื่อนเพราะเริ่มวางมือวางไม้ไม่ถูกแต่คิมมินอาคงไม่เหลือสติจะรับรู้แล้ว คนที่เพิ่งนั่งลงตรงหน้าคิมมินอาคือรุ่นพี่คิมจงแด

 

 

“นั่งตรงนี้ได้ไหม” เสียงทุ้มถามอยู่เหนือหน้าผาก แบคฮยอนจะตอบยังไงได้นอกจากพยักหน้าอย่างไร้ทางเลี่ยง เจ้าของช่วงขายาวนั่งลงไปกับพื้นหญ้า วางกล่องข้าวแล้วก็เริ่มสิ่งที่แบคฮยอนกลัวทันที

 

 

“ถามได้ทุกเรื่องหรือเปล่า?”

 

 

 

คีบกุ้งตัวโตจ่อปากกันทั้งที่หน้าไม่ยิ้มอย่างนี้ ใครจะกล้าปฏิเสธเหอะ T T

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

เอาใจช่วยน้องแบคของเราด้วยนะคะ เย่ เย่

 
   
    #ฟิครอย

 


© themy butter

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 116 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

790 ความคิดเห็น

  1. #788 poppyunderhills (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 12:32
    อย่าบอกนะผู้ปกครองแบคคือ..... พี่เขย?.....
    #788
    0
  2. #775 MoMMeaMint (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 03:34
    กดดันแบบไม่กดดัน
    #775
    0
  3. #691 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 18:13
    ยังไม่ถามแต่เปิดคำถามก็รู้สึกมากุแล้วอ่ะ
    #691
    0
  4. #666 cuttt (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 15:02
    ตื่นเต้น
    #666
    0
  5. #648 colmegeegee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 23:12
    พี่มาดุอ่ะ พี่รู้อะไรมาป่ะเนี่ย
    #648
    0
  6. #619 geejajaa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 17:21
    น้องแบคคค ใจสู้ๆ ถือซะว่าหนุ่มหล่อป้อนข้าว อย่าไปกลัว!!!!
    #619
    0
  7. #565 hunhun (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 22:47

    พนมมือกับชานยอลจริงๆๆๆพี่ๆๆๆๆๆๆ

    #565
    0
  8. #549 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 17:38
    ทุกอย่างยังคงคลุมเครือ
    #549
    0
  9. #526 bhjlo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 22:46
    ยื่นกุ้งมาขนาดนี้ ถามมาเลยค่ะรุ่นพี่
    #526
    0
  10. #439 ByunBae01610499 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 20:03
    ต้องเกี่ยวกะคนิสเลย์แน่ๆ5555
    #439
    0
  11. #270 choikim (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 16:04
    มันก็จะเกร็งๆหน่อยอ่ะค่ะ ฮื่อ พี่ชานจงใจเข้าหาน้องแบคถูกมะ
    #270
    0
  12. #262 Dabgrl (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 07:18
    โอ้ยยยแอบเขิล
    #262
    0
  13. #257 Ja123 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 13:18
    เอาแล้ว อยากมห้โด้มาเป็นเพื่อนแบคนะเพื่อนที่อยู่ข้างๆและเข้าใจนาง เราไม่อยากให้นางหัวเดียวกระเทียมกรอบ พี่ชานต้องถามคำถามนั้นแน่ รู้แล้วรึยังนะ
    #257
    0
  14. #245 AB06 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 11:52
    น่าสนุก ชานยอลเเน่ๆ
    #245
    0
  15. #198 pim pimmi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 00:22
    ืชารยอลใช่ป่ะ
    #198
    0
  16. #164 rabbit_yeol (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 15:54
    อยากโดนป้อนขังตะ
    #164
    0
  17. #142 Manow' Cha (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 เมษายน 2559 / 22:01
    ตื่นเต้นๆ
    #142
    0
  18. #132 Helwax (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2558 / 19:54
    55555555 พี่ชานจะถามอะไรน้องนะ น้องดูกลัวมากเลย555
    #132
    0
  19. #98 elfpor (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 21:40
    ต้องถามเรื่องส่วนตัวแบคแน่เลยยยย..........
    #98
    0
  20. #82 chanbaekfamily (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2557 / 19:29
    สู้ๆจ้าไฟท์ติ้งงง
    #82
    0
  21. #75 purina (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2557 / 02:23
    พี่ชานจะถามอะไรน้องอ่า T^T 
    #75
    0
  22. #74 Delight.PN (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2557 / 19:12
    เหมือนพี่ชานจะรู้เลยอ่ะว่าแบคเป็นเด็กพี่ฟาน ว่าแต่ทำไมแบคมีแต่เพื่อนสาวมาทักนะ มินอานี่ดูเป็นเพื่อนที่ดีของแบคได้นะ ตามมาตลอดเลย จะเป็นยังไงต่อไปนะ? ไรท์มาต่อเร็วๆเน้อ ^^
    #74
    0
  23. #70 อิ อิ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2557 / 00:16
    เอมิ เดี๋ยวเถอะ มาว่าคยองของเค้า
    แบคสู้ๆนะ พี่ปาร์คจะทำอะไรเนี้ย
    #70
    0
  24. #69 ppp (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2557 / 12:06
    เอายัยเอมิไปทิ้งทีค่ะ 5555555555555555555555555+

    เออ ละทำไมแบคมีแต่เพื่อนสาวมาทักวะ? 55555555555555555+

    กลุ่มอิพิชานนี่จงใจมาอยุ่กับแบคหรือล็อคน้องแบคมาอยุ่ด้วยคะ

    ตอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบค่ะตอบบบบบบบบบบบบบบ

    มันไม่น่าบังเอิญไปได้ทุกอย่างขนาดนั้นมั้ยวะเฮ้ยยยยยยยย

    ละนี่แบบเดินดุ่มๆ มาหาน้องแบค คือ.... มันไม่ใช่การปิ๊งปะวะ??

    จงใจปะ??? คือเหมือนมันรู้ว่าแบคเป็นเด็กเสี่ยฟานปะวะ?

    โอ่ยยยยยยยยยยยยย จะเป็นลม ขอยาดมด้วยค่ะ ระแวงมาก ณ จุดนี้

    ฟวสดงกหสวงงวสงวดสหกดสวฟสดหงสดวงสดวดสวด TT_______TT
    #69
    0
  25. #65 ♥kaejaa♥ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2557 / 23:50
    นี่เค้าเรียกว่าพิชานรุกหรือป่าวคะ น่ากลัวอ่ะ คือพิชานเค้ารู้ไหมว่าน้องเป็นเด็กพี่คริสอ่ะ ถ้ารู้นี่คือไม่อยากจะเดาเลยนะ แหมะตอนแรกรุ่นพี่อีกคนนี่เรานึกว่าโอเซซะอีก ที่ไหนได้พี่จงแดนี่เอง
    #65
    0