Bewitched รอยปรารถนา (ChanBaek)

ตอนที่ 3 : รอยปรารถนา ๒

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,064
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 134 ครั้ง
    29 ก.ย. 61

 


 

 

{  ชนวน  }

 

 

 

 

            แบคฮยอนแยกกับคิมมินอาตอนพระอาทิตย์ตกดินแล้ว คนตัวเล็กต้องอธิบายอยู่นานว่าปาร์คชานยอลแค่เอาของที่แบคฮยอนทำตกไว้มาคืนให้ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น แบคฮยอนเพิ่งเคยเจอพวกเขาทั้งสองครั้งแรกคือวันนี้ คิมมินอาฟังสลับกับส่งเสียงว้าย ๆ ออกมาเป็นระยะ เมื่อเห็นว่าแบคฮยอนยืนยันเสียงหนักเพื่อนใหม่ก็ยอมปล่อยเขากลับบ้านในที่สุด หากยังไม่วายทิ้งท้ายให้แบคฮยอนต้องคิดหนัก

 

 

เราว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้นอ่ะแบคฮยอน รุ่นพี่ชานยอลทำเหมือนจงใจมารอนายนะ คิดดูสิรูปถ่ายแค่ใบเดียวจะคืนให้ตั้งแต่เมื่อเช้าก็ได้แต่ไม่คืน รอมาคืนตอนกลับบ้านงี้ แล้วกิจกรรมเราจะเลิกตอนไหนใครจะรู้ใช่ไหม มารอแบบไม่รู้กำหนดเวลา ติดต่อก็ไม่ได้ มันดูไม่ค่อยสมเหตุสมผล

 

 

คงไม่มีอะไรหรอก พี่เค้าอาจจะเพิ่งว่าง

 

 

ไม่ใช่อ่ะ เราว่ายังไงก็ไม่ใช่

 

 

จะใช่หรือไม่ใช่แบคฮยอนก็อยากให้เรื่องมันจบแค่นั้น เท่าที่รู้มาทั้งปาร์คชานยอลและคิมจงอินเป็นคนดัง ขยับตัวไปทางไหนก็มีแต่คนสนใจ ในโลกโซเชียลก็มีคนติดตามเป็นหมื่นเป็นแสน ถ้าคนพวกนี้มายุ่งเกี่ยวกับเขาแบคฮยอนก็จะกลายเป็นจุดสนใจตามไปด้วย นั่นไม่ใช่เรื่องดีแน่ ๆ แบคฮยอนไม่พร้อมจะกลายเป็นคนดัง ชีวิตเขาตอนนี้เหมาะจะอยู่อย่างเงียบที่สุด นิ่งที่สุด ให้ไร้ตัวตนไปเลยยิ่งดี

 

 

            ร่างเล็กดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ เข็มสั้นเกือบจะชี้เลขเจ็ดแล้วทั้งที่ตั้งใจจะกลับให้เร็วเพราะไม่อยากเบียดคนบนรถเมล์แต่ก็โดนคิมมินอาดึงตัวไว้จนถึงเวลาเร่งด่วนเข้าจนได้ คนตัวเล็กมองสภาพการจราจรอย่างหนักอก ไม่รู้ว่าจะทนอยู่ในเมืองใหญ่ที่แสนวุ่นวายแห่งนี้ได้นานแค่ไหน

 

 

            โทรศัพท์สั่นเตือนในเป้ แบคฮยอนล้วงออกมามองหน้าจอก่อนจะขมวดคิ้วน้อย ๆ

 

 

            เพิ่งแยกกันเมื่อเช้านี่เองนี่นา

 

 

            “ครับ?” ไม่รับไม่ได้หรอก เจ้าเครื่องสีดำราคาแพงลิ่วนี่อีกฝ่ายเป็นคนซื้อให้ จะแกล้งเฉยปล่อยให้โทรมาเก้อ แบคฮยอนก็ไม่ใจร้ายพอ เขาไม่มีเหตุผลจะทำแบบนั้นด้วย แบคฮยอนดีใจที่คุณโทรมา

 

 

            ( อยู่คอนโดหรือยัง? )

 

 

            “ยังเลยครับ เพิ่งออกมาจากคณะ กำลังจะเดินไปสถานีรถไฟ”

 

 

            ( ทำไมกลับช้าล่ะ กำหนดการของวันนี้มีถึงสี่โมงเองไม่ใช่หรือ ) แต่ตอนนี้เกือบจะทุ่มแล้ว

 

 

            “พอดี คุยกับเพื่อน ๆ เพลินน่ะครับ”

 

 

            ( ให้ไปรับไหม? ) กลีบปากบางเผลอหลุดยิ้มออกมาจนได้

 

 

“กลับเองได้ครับ ขึ้นรถเมล์ คงไม่หลง” แค่อาจจะลงผิดป้าย

 

 

( งั้นก็รีบกลับมานะ ...ฉันรอ )

 

 

แบคฮยอนลดโทรศัพท์ลง ปลายสายตัดไปแล้วรอยยิ้มยังระบายอยู่บนใบหน้าเรียว ทว่าเมื่อไฟหน้าจอดับลงรอยยิ้มนั้นก็ค่อยจางลง หลบซ่อนมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่นและความทุกข์ของตัวเอง แบคฮยอนได้แต่ภาวนาว่าในวันหนึ่งวันใดข้างหน้าเขาจะมีทางอื่นให้เลือกก่อนจะต้องทำให้ใครเจ็บปวด

 

 

แบคฮยอนไม่ต้องการชีวิตแบบนั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

น้ำแข็งก้อนกลมใสระบายความเย็นรับเมรัยสีอำพันที่ถูกรินโดยมือผู้ชำนาญงาน มือคร้ามจับตัวแก้วก่อนจะส่งไปยังอีกด้านของโต๊ะมีก้านนิ้วยาวรับไปแกว่งสองสามครั้งก่อนจะยกขึ้นจิบพอให้รสข่มและกลิ่นหอมอุ่นอวลในโพรงปาก ชายหนุ่มผู้เป็นแขกรินเครื่องดื่มของตัวเองก่อนจะเอนร่างพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมเข้มที่รับมาจากเชื้อสายฝั่งบิดาชำเลืองมองเพื่อนสนิทที่นับตั้งแต่เปิดประตูรับเขาก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ชวนตั้งวงหน้าตาเฉย

 

แล้วมันก็นั่งเป็นพระเอก เหยียดขายาวไขว้กัน เหม่อมองวิวจากระเบียงชั้น 20 ของคอนโดหรูส่วนตรู...ชงเหล้าให้แม่งครับ

 

 

“ตกลงจะบอกได้หรือยังว่ามึงเป็นอะไร กูสังเกตมาหลายหนแล้วนะ พักหลังมานี่มึงทำตัวแปลก ๆ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า”

 

 

“ก็มี แต่มันเป็นเรื่องของคนอื่น” หมายความว่าเขาหมดสิทธิ์รู้เพราะเจ้าตัวมันจะไม่ยอมปริปากแน่นอน คิมจงอินผงกหัวช้า ๆ “ที่มึงแผ่รังสีอำมหิตจนคนเค้าผวาไปทั้งแปดทิศนี่เพราะเรื่องของคนอื่น?”

 

 

“ก็ทำนองนั้น”

 

 

“เรื่องร้ายแรงมากหรือวะ ท่าทางมึงเครียดมากเลยนะ” นัยน์ตาสีเข้มใต้เปลือกตาหนาวาดมองมา รอยยิ้มรู้ทันตรงมุมปากนั้นบอกให้รู้ว่าความพยายามในการล้วงความลับของเขาล้มเหลว

 

 

โอเค เขายอมรับเรื่องนั้น

 

 

“เรื่องคนอื่นก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของคนอื่นไปละกัน มาคุยเรื่องมึงกันบ้าง เมื่อตอนเย็นนั่น...อะไร...”

 

 

“อะไร?”

 

 

“มึงไปทำอะไรที่อักษรฯ”

 

 

“เอาของไปคืน”

 

 

“แค่นั้น?”

 

 

“แค่นั้น”

 

 

“จะให้กูเชื่อ?”

 

 

“ก็เรื่องของมึง กูเก็บของได้เลยเอาไปคืนเจ้าของก็แค่นั้นแล้วก็เลิกทำหน้าเจ้าเล่ห์รู้ทันด้วยคิมจงอิน มันไม่ใช่แบบที่มึงคิด” คิมจงอินหัวเราะชอบใจ เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แค่สงสัยเท่านั้น แต่ชานยอลมันเล่นปฏิเสธเสียงแข็งทั้งที่มันจะเฉยแล้วปล่อยให้เรื่องผ่านไปโดยไม่โต้ไม่เถียงเลยก็ได้ น่าสงสัยโคตรรรร

 

 

“มึงเก็บอะไรของเค้าได้วะ”

 

 

“รูปถ่าย”

 

 

“แล้วรู้ได้ยังไงว่าเป็นของน้องเค้า”

 

 

“กูมีตานี่ เจ้าตัวก็ฉีกยิ้มอยู่ในรูปจะไม่รู้ได้ยังไง”

 

 

สมัยนี้คงมีไม่กี่คนที่พกรูปตัวเองถ่ายคู่กับแม่ติดตัว รายนี้ไม่ได้พกไว้ในกระเป๋าเงินเหมือนทั่วไปแต่สอดไว้ในสมุดโน้ต เวลาใช้สมุดแต่ละครั้งก็คงหยิบขึ้นมาดูทุกครั้งเลยล่ะมั้ง ตอนเขาเอาไปคืนสีหน้านั้นบอกว่าดีใจมาก ชานยอลยังจำได้ จากความสงสัยแกมไม่พอใจที่ทอผ่านดวงตาเรียวรีค่อยเปลี่ยนเป็นริ้วรอยยินดีก่อนลูกแก้วสีเข้มนั้นจะช้อนมองเขาอย่างซาบซึ้งใจ เมื่อยามเอ่ยคำขอโทษ ดวงตาคู่นั้นก็รู้สึกผิดจริงจัง

 

 

“แล้วทำไมมึงไม่คืนให้ตั้งแต่ตอนที่เก็บได้” คนถูกซักฟอกหมุนแก้วเหล้าในมือ สีหน้ายังไม่เปลี่ยน หน้ากากไร้อารมณ์ของชานยอลใช้ได้ดีเสมอในทุกสถานการณ์ มันทำให้ยากจะบอกได้ว่าเจ้าตัวไม่รู้สึกอะไรจริง ๆ หรือรู้แต่ปกปิดไว้อย่างมิดเม้น

 

 

“เมื่อตอนเช้าพวกเราทำงานติดพันอยู่ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิตเรียกตัวกูด่วนแล้วถ้ากูตามไปที่ซุ้มนั่นมึงคิดว่ากูจะได้ออกมาง่าย ๆ หรือ”

 

 

“ก็จริงของมึง” จงอินไหวไหล่เมื่อหมดข้อข้องใจ ใบหน้าหล่อเข้มพรายยิ้ม ดูเล่ห์ร้ายแต่ชวนมองสมฉายาเพลย์บอยอันดับต้น ๆ ของมหาวิทยาลัย หัวข้อการคุยเปลี่ยนไปเป็นเรื่องสัพเพเหระ ทั้งเรื่องงานในความรับผิดของฝ่ายกิจการนิสิต เรื่องเรียนของเทอมใหม่ไปจนถึงเรื่องของคนรู้จัก จงอินกำลังจะเติมเครื่องดื่มอีกรอบคนที่นั่งตรงข้ามก็ลุกจากเก้าอี้พร้อมโทรศัพท์มือถือ

 

 

“ครับ”

 

 

( พี่เองนะ ยุ่งอยู่หรือเปล่า )

 

 

“ไม่ครับ พี่เฟยมีอะไรหรือเปล่า”

 

 

( ขอโทษนะ พี่รู้ว่าช่วงนี้เรายุ่งกับกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยแต่ถ้าพอมีเวลาช่วยกลับมาบ้านหน่อยได้ไหม )

 

 

“เกิดอะไรขึ้นครับ?” ญาติผู้พี่ถอนหายใจยาว

 

 

( เรื่องเดิมนั่นแหละ )

 

 

“ผมจะไปเดี๋ยวนี้” ไม่ต้องรอให้อีกคนถาม หันไปเจอหน้าดำ ๆ มองรออยู่ชายหนุ่มก็ชิงบอกเสียก่อน “กูกลับบ้านใหญ่นะ มึงจะค้างที่นี่ก็ได้ ออกไปล็อคห้องให้ด้วย”

 

 

“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าวะ” ชานยอลยกเหล้าดื่มจนหมดก่อนจะวางแก้วลง

 

 

“ไม่มีหรอก พี่เฟยแค่อยากให้กูกลับไปกินข้าวที่บ้านบ้างเท่านั้น”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

RX350 แล่นผ่านประตูตรงเข้าไปจอดในโรงรถที่กินพื้นที่เป็นแนวยาวไปตามรั้วสูง พื้นที่สำหรับจอดรถได้ประมาณห้าคันตอนนี้มีเพียงเมอเซเดสเอสคลาสจอดคู่กับรถสปอร์ตสัญชาติยุโรปแค่สองคัน ชานยอลมองที่ว่างในโรงรถก่อนจะก้าวยาว ๆ ไปทางตัวบ้าน ก็ไม่ผิดจากที่คิดนัก บีเอ็มดับเบิ้ลยูสีดำไม่อยู่ในที่ประจำ

 

 

“ชานยอล ขอบใจนะที่มา”

 

 

“พี่เฟยพูดอะไรแบบนั้น ผมกลับบ้านตัวเองนี่ต้องขอบใจกันด้วยหรือครับ” น้องชายคนเล็กหัวเราะพลางหยอกแซว เฟยในวัยสามสิบห้าค้อนขวับ พาน้องชายตัวสูงเข้าบ้านปากก็ระบายความอึดอัดในใจให้ฟังไม่หยุด

 

 

“ไม่ยอมกินข้าวเย็น เมื่อกลางวันก็กินไปนิดเดียว ของว่างอะไรก็ปฏิเสธหมด อ้างว่าจะอ่านหนังสือ ๆ อ่านอะไรทั้งวันก็ไม่รู้”

 

 

“แล้วตอนนี้อยู่ไหนครับ”

 

 

“ห้องหนังสือนั่นแหละ สั่งห้ามใครรบกวนด้วย พี่ถึงต้องโทรตามเรามายังไงล่ะ ถ้าเป็นน้องชายสุดที่รักรายนั้นคงไม่ว่าอะไร” ชานยอลหยุดอยู่ตรงบันไดขั้นแรก เมื่อมั่นใจแล้วว่าไม่มีเด็กรับใช้อยู่บริเวณนั้นจึงถามถึงอีกเรื่องที่ข้องใจ

 

 

“พี่เขยยังไม่กลับหรือครับ”

 

 

“ยัง” เฟยมองไปรอบ ๆ ลดเสียงลงกระซิบพอให้ได้ยินกันสองคน

 

 

“เมื่อคืนก็ไม่กลับบ้าน”

 

 

“งานยุ่งหรือครับ”

 

 

“ถ้างานยุ่งพี่ชายเราคงไม่ออกอาการแบบนี้หรอก” ก็พอเดาได้ เหตุผลที่เขาจะถูกพี่เฟยตามตัวกลับบ้านมีแค่ไม่กี่ข้อ อันดับหนึ่งในช่วงปีหลังนี้ก็คือความสัมพันธ์ที่เริ่มระหองระแหงของเจ้าของบ้านนี้กับสามี จากกลับบ้านตามเวลาปกติกลายเป็นกลับดึก นานเข้าก็กลับเช้า หนักสุดคือหายไปทีเดียวสองสามวันและเหตุผลของทุกครั้งคือเรื่องงาน

 

 

เคหะสถานที่เคยสุขสงบตกอยู่ในบรรยากาศอึมครึมยามพี่เขยเขาไม่อยู่ ชานยอลเจอกับตัวเองเมื่อครั้งที่กลับมาค้างบ้านใหญ่ครั้งล่าสุด เจ้าบ้านทั้งสองพูดจากันด้วยดีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พี่ชายเขาน่ารักอย่างไรก็ยิ่งน่ารักมากขึ้นเมื่ออยู่กับสามี อ่อนหวาน อ่อนโยน เอาใจใส่ราวกับไม่มีความทุกข์ซุกซ่อนไว้แต่พอพ้นสายตาคนอื่นเจ้าของรอยยิ้มหวานก็มีสภาพไม่ต่างจากดอกไม้เฉา ๆ ดอกหนึ่ง

 

 

ชานยอลทนอะไรได้หลายอย่างบนโลกแต่ต้องไม่ใช่ความทุกข์ของคนในครอบครัว

 

 

“ผมขึ้นไปก่อนนะครับ ฝากพี่เฟยช่วยบอกเด็กจัดโต๊ะให้ด้วย เดี๋ยวผมลงมา” เฟยมีสีหน้าดีขึ้นเมื่อได้ยินคำรับรองจากน้องชายตัวสูง ลองว่าชานยอลจัดการเองญาติผู้น้องของเธอก็คงไม่ขัด รายนั้นใจอ่อนกับน้องชายคนนี้อยู่แล้ว พ้นหลังร่างสูงเฟยก็มองไปทางประตูบ้าน คิดถึงคนที่ไม่กลับบ้านเกือบครบสี่สิบแปดชั่วโมงแล้วก็ได้แต่เก็บความขุ่นเคืองไว้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“หอมจัง”

 

 

คำชมมาพร้อมสัมผัสหนัก ๆ บนแก้มข้างหนึ่ง คนที่กำลังเพลินอยู่กับตัวหนังสือสะดุ้งตัวโยน เอียงหน้าหลบปลายจมูกโด่งที่ทำท่าจะกดลงมาซ้ำอีก

 

 

“ชานยอล! มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ไหนว่าอาทิตย์นี้ยุ่งไง”

 

 

“เรียบร้อยหมดแล้วครับ คิดถึงกับข้าวฝีมือพี่ชายผมจัง”

 

 

“เสียใจ วันนี้พี่ไม่ได้เข้าครัวเอง ทานฝีมือพี่เฟยไปก่อนก็แล้วกันนะ” น้องชายตัวสูงแสร้งถอนใจเหมือนผิดหวังเสียเต็มประดา “อย่างน้อยก็ได้นั่งกินกันพร้อมหน้าพร้อมตา อยู่คอนโดผมกินข้าวคนเดียว เหงาจะแย่แล้ว”

 

 

“แน่ใจว่ามีเวลาเหงา แล้วข่าวที่ว่าเปลี่ยนคนทานข้าวด้วยบ่อย ๆ นั่นอะไร”

 

 

“เพื่อนทั้งนั้นแหละครับ”

 

 

“เพื่อนตลอด เรียนจะจบอยู่แล้วไม่ยอมพาแฟนเข้าบ้านสักที พี่กับพี่เฟยรอจนเหงือกแห้งแล้วเนี่ย”

 

 

“ถ้าเจอแบบพี่ผมก็อยากจะมีเหมือนกันแต่มันไม่เจอนี่สิครับ” พี่ชายหัวเราะเสียงใส นิ้วขาวบีบแก้มให้ด้วยความมันเขี้ยวแกมเอ็นดู

 

 

“อย่ามาหวาน หิวก็ลงไปกินเลยไป กินกับพี่เฟยสองคนได้ไหม พี่ยังไม่ค่อยหิว”

 

 

“ไม่ได้ครับ ถึงเวลากินต้องกิน ไม่หิวก็ต้องกินครับ”

 

 

“พี่รองท้องไปแล้ว”

 

 

“พี่เฟยบอกผมว่าเมื่อตอนกลางวันพี่กินข้าวไปนิดเดียว นอกนั้นก็ไม่ได้ยอมรับอะไรอีก ทำแบบนี้ผมเป็นห่วงนะครับ” พี่ชายที่แก่กว่าเกือบรอบทำหน้าม่อย ดวงตาสีน้ำตาลเข้มฉ่ำปรอย เหมือนจะอ่อนนะแต่หัวใจข้างในนั่นไม่ต่างกับหลักศิลา ลองว่าไม่ก็แค่ยิ้มหวานแล้วยืนยันว่าไม่ น้อยครั้งจะยอมเปลี่ยนใจ ตอนที่ถูกคุณพ่อคุณแม่ขอให้แต่งงานกับลูกชายเพื่อนชานยอลถึงไม่เข้าใจว่าทำไมพี่ชายเขาถึงยอม

 

 

 

เขามาเข้าใจหลังจากนั้นไม่นาน

 

 

 

 ความรักโง่ ๆ  นั่นอีกแล้ว

 

 

 

“ถ้ามันเหนื่อยนัก หยุดแค่นี้ดีไหมครับ”

 

 

“ชานยอล...”

 

 

“ผมไม่อยากเห็นพี่เป็นทุกข์อีกต่อไปแล้ว ถ้าพี่เขยรักเด็กนั่นนักก็ปล่อยพวกเค้าไปอยู่ด้วยกัน เราก็อยู่ของเราเหมือนที่เคยเป็นมา ไม่ต้องเจ็บปวด ไม่ต้องเสียใจ แบบนั้นมันไม่ดีกว่าหรือครับ”

 

 

“ไม่เอานะชานยอล เราคุยกันรู้เรื่องแล้วนี่”

 

 

“ผมรู้ พี่กับเค้าแต่งงานกันเพราะพวกผู้ใหญ่เห็นชอบ พวกพี่อยู่กันด้วยเงื่อนไขของผลประโยชน์ เค้ามีสิทธิ์จะทำอะไรก็ได้ถ้ามันไม่สะเทือนสถานภาพทางสังคมบ้าบอนั่น แต่กับพี่มันไม่ใช่ พี่รักพี่อี้ฟานและพี่ก็ต้องเป็นคนเจ็บอยู่แบบนี้ไงอี้ชิง!” ปลายนิ้วสีระเรื่อแตะลงบนริมฝีปาก มืออีกข้างลูบแขนเขาราวกับจะปลอบโยน ทั้ง ๆ ที่ดวงตาคู่นั้น...ร้าวรานจนคนกล้าอย่างเขายังไม่กล้ามอง

 

 

“พี่ไม่เป็นไรชานยอล จริง ๆ นะ” กี่ครั้งก็เหมือนเดิม ไม่ว่าจะพูดยังไงก็เปลี่ยนใจคนตรงหน้าไม่ได้ หัวใจของจางอี้ชิงมั่นคงยิ่งกว่าหินผา ถ้ามันไม่รู้จักเจ็บเหมือนก้อนหินก้อนดินก็ดีสิ

 

 

“เค้าทำให้พี่เจ็บอีกแล้ว”

 

 

“ไม่ใช่ชานยอล พี่เจ็บเพราะตัวพี่เอง คุณอี้ฟานเสียสละมามาก เพื่อบริษัทของเราเค้ายอมละทิ้งอิสระ ยอมแต่งงานกับพี่ ถ้าไม่ได้เค้ามาช่วยบริหารงานพวกเราคงไม่เหลืออะไรแล้ว ถ้าหาก...การที่เค้ามีใครสักคนจะทำให้เค้ามีความสุขขึ้นมาอีกนิด พี่ก็ยินดี”

 

 

“เพราะแบบนี้ผมถึงได้เกลียด” ...ความรัก

 

 

“อย่าสิ มาถึงก็ขุ่นเอา ๆ นี่เพราะหิวใช่ไหม ป่ะ ลงไปกินข้าวกัน พี่เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน ไม่รู้พี่เฟยจะทำอะไรให้กินบ้าง” พี่ชายตัวขาวฉีกยิ้มกว้าง ลุกขึ้นยืนแล้วก็ออกแรงรั้งน้องชายตัวโตให้เดินตาม หากชานยอลขืนแรงไว้ มือหนากุมกระชับมือบาง ดวงตากลมที่ควรให้ความรู้สึกอ่อนโยนจัดจ้าน่ากลัว

 

 

“อีกแค่ปีเดียว” เสียงห้าวย้ำชัด

 

 

“ผมจะยอมให้พี่ทรมานอีกแค่ปีเดียว เรียนจบเมื่อไหร่ผมจะทวงทุกอย่างคืน”

 

 

ทุกอย่าง รวมทั้งพี่และความสุขของพี่ด้วย!

 

 

 

 

 

 

 


 

 


 

 
 

อ่าว ชานเลย์เฉยเลย

#ฟิครอย


© themy butter

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 134 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

790 ความคิดเห็น

  1. #774 MoMMeaMint (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 23:05
    โห้ นี่มันปมใหญ่
    #774
    0
  2. #749 Omma1991 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 20:52
    น้องนี้เด็กเสี่ย?
    #749
    0
  3. #714 aunaunmtyj (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 11:35
    เอาแล้วววว อี้ฝานอยู่กับแบคแน่ๆ แล้วงี้พี่ชานจะเกลียดน้องไหมอ่าา
    #714
    0
  4. #690 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 23:51
    เดาๆๆๆ เด็กคนนั้นก็คือแบคฮยอน!?
    แบคฮยอนเป็นเด็กอี้ฝาน!?
    อี้ฝานแต่งงานกับอี้ชิงเพราะธุรกิจ!
    อี้ชิงรักอี้ฝาน!!
    โอ้โหหห ต้องมีเหตุผลๆๆ ว่าทำไมแบคฮยอนถึงทำ!!ๆๆๆ
    #690
    0
  5. #665 cuttt (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 14:53
    เอาแล้วเว้ย
    #665
    0
  6. #656 nueng_cb (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 08:15
    หน่วงแล้ววว
    #656
    0
  7. #618 geejajaa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 16:00
    เอาแล้ว เค้ารางความเจ็บปวด ไม่ไหวนะ สงสารอาอี้
    #618
    0
  8. #564 ้ีhunhun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 22:36

    คือแบบบบทึ้งหัวตัวเองล่วงหน้า

    #564
    0
  9. #548 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 17:35
    ผู้ปกครองของแบคนี่อี้ฟานแน่ๆ ไม่ใช่ผู้ปกครองธรรดาด้วยสินะ
    #548
    0
  10. #497 miaJongin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 14:16
    โอ้โหตอนแรกคิดเป็นอื่นคือแบ้กน่าจะจับโดนคลุมถุงชนไรเทือกนี้ แต่ม่างเอ้ยพลิกหน้าหงายเหลยไปเปงผัวน้อยเค้าอี้กกกกก ;---; รอซับน้ำตารอเลยค่ะแงงงงงง
    #497
    0
  11. #470 แพรินทช์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 19:30
    เราว่าชานยอลก็ต้องรู้แหละว่าเป็นแบค เพราะมันตะหงิดๆ
    #470
    0
  12. #286 Dyo.A (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 12:51
    อี้ฟานแน่ๆๆ
    #286
    0
  13. #281 success12 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กันยายน 2560 / 08:04
    อี้ฟาน มีคนที่3คือหนูแบค เก็ตล่ะ แล้วทีนี้ชานยอลก็จะล้างแค้นแทนพี่อี้ชิง เจ็บทุกคนอ่ะทีนี้
    #281
    0
  14. #269 choikim (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 15:51
    ฮื่ออ เป็นอี้ฟานแน่เลยอ่ะ ;-;
    #269
    0
  15. #256 Ja123 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 13:03
    เห้อออออ สงสารแบคล่วงหน้าได้ไหมอ่ะ 5555 หนักหน่วงแน่อิพี่ดุขนาดนี้ แล้วยิ่งรักครอบครัวมากด้วย ขอให้มินอาเป็นเพื่อนที่รดเราได้แต่หวัง :(
    #256
    0
  16. #244 AB06 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 11:51
    ทำไมน้องต้องแอบมีความสุขตอนที่คนปลายสายบอกว่า ฉันรออยู่ด้วยนะ เเล้วพี่ชานนี่รู้ใช่มั้ยว่าเด็กคนนั้นคือใคร
    #244
    0
  17. #211 PumpkinzBoy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 08:33
    ตะต้องเป็นคุณอี้ฟานแน่ๆ
    #211
    0
  18. #197 pim pimmi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 00:08
    ผู้ปกครองแบคนี่อี้ฟานใช่ป่ะ
    #197
    0
  19. #184 Manow' Cha (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 21:52
    ฟิคดีๆแบบนี้ ทำไมไม่มาอัพต่อ~ ชอบอะไรแบบนี้ เราจะรอจนกว่าจะอัพจนจบ สู้ๆค่ะ! ^^
    #184
    0
  20. #163 rabbit_yeol (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 15:41
    งือ น้องแขคมีผู้ปกครองดูแลแบบนี่เองสินะ
    #163
    0
  21. #153 miniSH (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 10:22
    อ่านจนถึงจอนนี้ก็รู้สึกได้ถึงความคริสแบคแน่ๆ บีเอ็มสีดำ!! โอ่ยยย แล้วชานยอลก็ต้องโมโหร้ายตามเคยยย
    #153
    0
  22. #149 LADYGIFTZY (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 08:45
    ผู้ปกครองของน้องแบค นี่พี่อี้ฟานป่ะ สังหรณ์ใจอยู่
    #149
    0
  23. #141 Manow' Cha (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 เมษายน 2559 / 21:46
    มันปม มันมีที่มาที่ไป มันมีภูมิหลัง เลอค่ามาก!!! ชานยอลดูหล่อมากมาย แบดบอยสุดๆ
    #141
    0
  24. #127 ASMA (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 20:30
    ผู้ปกครองแบคเป็นคริสแน่เลย โหย ชานยอลรู้นี่เรื่องใหญ่
    #127
    0
  25. #108 AeJeaNNy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2557 / 09:53
    งื้ออออ พี่จงอินไปหาเด็กตาโตหรออออ
    #108
    0