Bewitched รอยปรารถนา (ChanBaek)

ตอนที่ 11 : รอยปรารถนา ๑๐

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,629
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 181 ครั้ง
    29 ก.ย. 61









 

กิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อน้อง ๆ นั้นสิ้นสุดภายในวันเดียว เมื่อประกาศผลแพ้ชนะเรียบร้อยก็ได้เวลาแยกย้ายกันกลับบ้าน น้องกลุ่มของแบคฮยอนกลับช้าที่สุดเพราะมัวแต่ล่ำลาพี่ ๆ วนไปมาเหมือนไม่อยากจาก โดยเฉพาะแจฮวานกับอูจินที่เอาแต่แข่งกันแย่งความสนใจของพี่โบอาจนคนเป็นพี่ต้องต้อนขึ้นรถก่อนพระอาทิตย์จะตกดินเสียก่อน ที่นี้ก็เหลือเพียงนักศึกษาชมรมวรรณศิลป์ที่จะต้องสานต่อกิจกรรมตามบุญกรรมที่สร้างสมมาทั้งวัน กลุ่มชนะได้พักผ่อนตามอัธยาศัย กลุ่มแพ้โดนลงโทษ แบคฮยอนจึงเริ่มด้วยการชวนมินอาไปช่วยงานที่โรงครัว

มินอาใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะทำใจเดินออกนอกห้องพักได้ เด็กสาวเป็นคนเมืองหลวงแต่กำเนิด ไม่เคยเจอเหตุการณ์ทำนองนี้มาก่อนในชีวิต พอเจอก็เจองานโหดชนิดที่ว่าเจ้าถิ่นยังขยาด ความรู้สึกขยะแขยงตามติดให้เนื้อตัวสะท้าน แม้จะอาบน้ำแต่งตัวเป็นชุดใหม่แล้วก็ยังผวาไม่หาย ไอ้การจะให้เดินผ่านสนามหญ้าหรือพุ่มไม้นอกตัวอาคารจึงเป็นเรื่องสั่นประสาทอย่างช่วยไม่ได้ แต่ว่าก็ว่าเถอะ อาการหวาดผวาจนเพื่อนเป็นห่วงเป็นใยทั้งค่ายนั้นมันรักษาได้ง่ายแบบที่ไม่มีใครคาดคิดเลยทีเดียว

แบคฮยอนปล่อยให้น้ำล้างผ่านผักกาดหอมพลางจับเจ้าใบสีเขียวขึ้นรับน้ำสลับกับมองไปยังเพื่อนรักที่กำลังช่วยพ่อครัวมือหนึ่งใส่ปลาแห้งกับสาหร่ายแผ่นใหญ่ลงไปในหม้อต้มซุป มินอาในตอนนี้หัวเราะเสียงใส ใบหน้าแช่มชื่น นอกจากดวงตาบวมช้ำแล้วก็แทบไม่เหลือคราบคนที่เคยร้องไห้สะอึกสะอื้นเมื่อตอนบ่ายอยู่เลย แบคฮยอนทั้งขำทั้งอ่อนใจได้แต่ยิ้มกับตัวเองเมื่อเห็นเพื่อนสนิทเผลอทำหน้าเขินตอนรุ่นพี่จงแดตบไหล่เบา ๆ ไม่รู้ว่าคุยอะไรกันแต่ทั้งคู่เดินมาทางแบคฮยอนแล้วตอนนี้

“เก่งมากเลยนะแบคฮยอน”

“ครับ?” ดวงตาเรียวรีบอกชัดว่าไม่เข้าใจความหมายที่เจ้าของรอยยิ้มใจดีต้องการสื่อ แบคฮยอนแค่ล้างผักไปไม่กี่อย่างนับเป็นความดีจนรุ่นพี่จงแดต้องเดินเข้ามาชมด้วยเหรอ

“เรื่องที่เราช่วยเพื่อนไว้ที่แม่น้ำหลังโรงเรียนพี่รู้แล้วนะครับ ขอบใจมากที่ช่วยแก้ไขสถานการณ์ให้ ถ้าไม่มีแบคฮยอนอยู่ตรงนั้นน่ากลัวจะมีคนช็อคจนเป็นลมหลายคน” หนึ่งในหลายคนที่เข้าข่ายว่าจะช็อคเขินตัวบิด มินอายกมือขึ้นปิดหน้า ส่งเสียงประหลาดที่ทำให้รุ่นพี่จงแดยิ้มกว้างกว่าเดิม

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร” อีกอย่างมินอาก็เพื่อนเขา เพื่อนช่วยเหลือเพื่อนมันก็เป็นเรื่องสมควรอยู่แล้ว

“เรื่องใหญ่มากต่างหากครับ ถ้าเกิดมีใครเป็นอะไรระหว่างทำกิจกรรมจะกระเทือนหมดทุกฝ่าย พี่เองก็ไม่อยากให้มีน้องต้องบาดเจ็บแต่จะตามไปดูแลทุกกลุ่มก็ไม่ได้ ครั้งนี้ถือว่าพวกพี่ติดค้างแบคฮยอนไว้ครั้งหนึ่งเลยนะ”

“โธ่ รุ่นพี่อย่าถือเป็นบุญคุณเลยครับ ถ้าตอนนั้นคนที่อยู่ใกล้มินอาเป็นคนอื่นผมว่าเขาก็ต้องทำเหมือนกัน”

“พี่ว่าไม่นะ ไม่ใช่ทุกคนที่เห็นตัวดูดเลือดพวกนั้นแล้วจะนิ่งได้อย่างเรา ชานยอลเล่าให้ฟังว่าแบคฮยอนเป็นคนเดียวที่มีสติ ไม่ตื่นตูมแถมยังควบคุมสถานการณ์ได้ดี ไม่อย่างนั้นน้องมินอาอาจจะหัวใจวายเพราะตกใจเสียงกรี๊ดของไอ้คีย์ไปแล้ว” ชื่อที่ไม่คิดว่าจะปรากฏขึ้นมาในบทสนทนาทำเอาประโยคต่อ ๆ มาของรุ่นพี่ปีสี่กลายเป็นแต่เสียงผ่านหูไปวูบหนึ่ง แบคฮยอนเกือบจะท้วงแล้วว่ารุ่นพี่พูดผิดหรือเปล่า ใครที่บอกว่าแบคฮยอนมีสติ ว่าไม่ตื่นตูมและอะไร ๆ นั่น ใช่รุ่นพี่คนนั้นแน่หรือที่เอ่ยชมแบคฮยอน  

คุยกันอีกสองสามคำรุ่นพี่จงแดก็กลับขอตัวไปทำหน้าที่พ่อครัวต่อ แบคฮยอนกลับมาล้างผักหั่นผักต่อแบบงง ๆ เมื่อคิดอย่างไรก็ไม่ได้คำตอบคนตัวเล็กจึงสลัดคลื่นรบกวนที่ชื่อปาร์คชานยอลออกจากหัวเสีย ช่วยกลุ่มแพ้กิจกรรมเตรียมอาหารเย็นจนเสร็จก็แกะคิมมินอาออกจากข้างกายรุ่นพี่จงแด ลากไปหาดีโอที่กำลังสุขสบายกับเวลาว่างก่อนมื้อค่ำด้วยการแอบงีบบนห้องพัก ตามเพื่อนลงมากินข้าวแล้วก็มานั่งล้อมวงรอบกองไฟฟังสรุปผลกิจกรรมของทั้งวัน รับทราบตารางของวันพรุ่งนี้ จากนั้นก็แยกย้ายกันเข้านอน

เวลาผ่านไปในความเงียบเกือบครึ่งคืน ตึกเรียนทั้งหลังตกอยู่ในความสงัด แสงสว่างจากดวงไฟเลือนรางอยู่ตรงทางเดินเพียงบางจุด ความเหน็ดเหนื่อยจากกิจกรรมที่ทำมาตลอดวันประกอบกับการเดินทางหลายชั่วโมงส่งผลให้ทุกคนหลับสนิท เปิดโอกาสให้ใครบางคนลอบออกจากห้องได้โดยไม่ถูกจับได้เสียก่อน กรอบเงาร่างนั้นหยิบรองเท้าจากชั้นวางเดินอย่างแผ่วเบาไปตามทางเดินหน้าห้องและโดยไม่กริ่งเกรงต่อเงาสลัวหรือความมืดของค่ำคืนก็ก้างล่วงออกไปยังชั้นดาดฟ้าในที่สุด

ถึงจะเหนื่อยมาทั้งวันแถมเมื่อคืนยังได้นอนน้อยเพราะต้องรีบตื่นมาขึ้นรถแต่สมองกลับไม่รู้สึกถึงความง่วง ดวงตาเรียวรีเพ่งผ่านแสงสลัวลางไปยังแนวเขาเบื้องหน้า แม่น้ำสายเดิมยังทอดตัวอยู่ด้านล่าง ผิวน้ำสะท้อนแสงจันทร์เป็นประกาย ได้ยินเสียงไหลเรื่อยกระทบหินผสานเสียงนกกลางคืนที่ดังมาจากชายป่า ตอนที่สูดเอากลิ่นหอมสะอาดเข้าปอดจนสุดลมก็พัดมาวูบหนึ่ง ไอเย็นส่งผลให้รู้สึกไหววูบจนต้องยกสองแขนกอดตัวเอง

ที่บ้านก็อากาศแบบนี้

หนาวเย็นแบบนี้

ดวงตารื้นน้ำมองยังจุดเดิม

และก็ไม่มีพ่อกับแม่แบบนี้เหมือนกัน

เหมือนเวลาถูกหยุดไว้หรืออันที่จริงแล้วแบคฮยอนจมอยู่กับอดีตของตัวเองจนลืมทุกอย่างก็ไม่รู้ได้ ร่างเล็กยืนนิ่งอยู่ที่เก่า ไม่นำพาความมืดที่คนเค้าว่าน่ากลัว ไม่แคร์เสียงหวีดหวิวยามใบไม้ต้องลมเสียดสี กระทั่งสัมผัสได้ถึง ...กลิ่นเผาไหม้ ...ฉุนจัด เหลียวมองหาต้นตอของสิ่งรบกวนก่อนจะพบจุดสีแดงลุกวาบทางด้านหนึ่ง ร่างเล็กแข็งทื่อ ในหัวเห็นภาพตัวเองล่นหนีออกจากตรงนี้แบบไม่รอให้ใครเขียนบทสั่ง การถูกรบกวนความสงบไม่ได้ทำให้แบคฮยอนหวาดหวั่น กรอบร่างคุ้นตานั่นต่างหากที่ทำ ทว่าหลังจากกลั้นใจจนตั้งสติได้แบคฮยอนก็นึกโมโหตัวเองขึ้นมารำไร กลัวเขาทำไมแบคฮยอน ภูตผีปีศาจหรือก็ไม่ใช่

อันที่จริงแบคฮยอนไม่เคยกลัวผีด้วยซ้ำ

เมื่อคิดได้ดังนั้นแทนที่จะเดินกลับห้องพักก็ทำเฉยเสีย ไม่รู้ว่าระหว่างแบคฮยอนกับรุ่นพี่คนนั้นใครมาก่อนใครมาหลัง อาจจะเป็นเขาที่ขึ้นมาหาที่สูบบุหรี่ก่อนหรืออาจจะเป็นแบคฮยอนที่เหม่อจนไม่ได้ยินเสียงคนตามมา ตัวแบคฮยอนนั้นไม่รู้อยู่แล้วว่ามีคนอื่นอยู่ด้วยเขาจึงไม่ได้ระวังกริยาวาจา ก็นับว่าโชคยังดีที่ไม่ได้พูดเรื่องในใจออกไป ไม่อย่างนั้นนะ ในความเงียบสงัดแค่เสียงกระซิบก็อาจจะดังไปถึงอีกคนได้

“ทำไมยังไม่นอน?” เสียงทุ้มต่ำลอยมาพร้อมกลิ่นฉุนของมวนนิโคติน แบคฮยอนหันไปมอง เมื่อเห็นว่าเขายังยืนอยู่ที่เดิมและไม่มีท่าทีคุกคามอย่างที่กลัวจึงตอบไปตามความจริง

“ผมนอนไม่หลับครับ”

“ทำไมถึงนอนไม่หลับ?”

“........”

“หรือเพราะแปลกที่?” แปลกที่อย่างนั้นเหรอ แบคฮยอนมองผ่านแสงจันทร์ออกไปก่อนจะส่ายหน้า

“ไม่ใช่หรอกครับ แค่ คิดอะไรนิดหน่อย” หลังจากนั้นคือความเงียบ ปาร์คชานยอลไม่ถามอะไรอีก แบคฮยอนเองก็ไม่อยากอยู่ตรงนี้ต่อแล้ว คนตัวเล็กมองไปทางคู่สนทนาอีกครั้ง เห็นเจ้าของร่างสูงยังสนใจเพียงแต่กลุ่มควันที่พวยพุ่งไปในอากาศจึงค่อยดึงตัวเองถอยออกมาอย่างระมัดระวัง

แปลกที่หนนี้แบคฮยอนรอดมาได้โดยไร้บาดแผล

 



วันที่สองฝนตก จากที่เมื่อคืนแจ้งว่าจะมีกิจกรรมเดินชมป่าเลียบแม่น้ำขึ้นไปหาน้ำตกก็เป็นอันต้องเปลี่ยนแผนตามสภาพอากาศ แม่ค่ายอย่างรุ่นพี่จองอึนจีเรียกประชุมกลุ่มสตาฟรุ่นพี่ทุกคนก่อนจะเดินยิ้มกลับมาพร้อมแผนสองที่ช่วยกันคิดขึ้นมาสด ๆ ร้อน ๆ นั่นคือให้ทุกคนใช้เวลาครึ่งวันแรกในการเขียนผลงานส่งหนึ่งชิ้น จะเป็นร้อยแก้วหรือร้อยกรองก็ตามแต่ถนัด จะไปเขียนในห้องพักหรือจุดไหนก็ได้ในโรงเรียนและอาณาบริเวณโดยรอบแต่หัวข้อจะต้องเกี่ยวข้องกับการมาค่ายรับน้องครั้งนี้ แบคฮยอนกับเพื่อนอีกสองคนไม่มีปัญหากับการเขียนความเรียงเพราะคณะของพวกเขาต้องเชี่ยวชาญเรื่องการอ่านการเขียนเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ใช้เวลาไม่นานทั้งสามก็เลือกหัวข้อของตัวเองได้ดีโอเป็นคนเสนอให้แยกกันทำงานเพราะจากประสบการณ์หากอยู่ด้วยกันคงไม่พ้นจะชวนกันคุยจนเสียงาน มินอาอิดออดเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็ยอมถือสมุดปากกาวิ่งไปหามุมส่วนตัวก่อนเพื่อน

“จะไปตรงไหน?” แบคฮยอนเลิกคิ้วมองคนถาม ดีโอกำลังหยิบสมุดปากกาขึ้นจากพื้น พอไม่ได้ยินแบคฮยอนตอบก็เลิกคิ้วมองแทนการย้ำคำถาม

“ไม่รู้เหมือนกัน เราว่าจะเดินดูรอบ ๆ ก่อน บรรยากาศตอนฝนไม่ตกกับตอนฝนตกอาจจะต่างกัน”

“ให้อยู่ด้วยไหม?”

“อ้าว เมื่อกี้ดีโอบอกอยู่ด้วยกันก็ชวนกันคุยเลยให้แยกไปทำงานของใครของมันไม่ใช่เหรอ”

“ฉันไม่ได้พูดมากเหมือนคิมมินอานี่” แบคฮยอนฟังแล้วก็หัวเราะเสียงใส

“แยกกันดีกว่า อยู่คนเดียวเผื่อจะทำเสร็จเร็ว”

“แล้วเล็งตรงไหนไว้บ้าง?”

“...ก็...อาจจะดาดฟ้า...”

“ขึ้นไปได้เหรอ?”

“ได้สิ เราขึ้นไปมาแล้ว” ถึงจะไปตอนมืดก็ถือว่าขึ้นได้ไง ประตูเปิดได้ ไม่ได้ล็อค แค่อาจจะเสี่ยงเจอบุคคลอันตรายหน่อยก็เท่านั้น แต่ปาร์คชานยอลก็กำลังประชุมกับรุ่นพี่คนอื่นคงไม่มีว่างขึ้นไปสูบบุหรี่ถึงชั้นดาดฟ้าเหมือนเมื่อคืนหรอก

“แต่ฝนกำลังตกอยู่”

“มันมีหลังคาบังนะ ไม่ได้โล่งซะหมด อีกอย่างฝนก็ไม่ได้ตกหนัก แค่โปรยลงอย่างนี้ไม่สาดหรอก ดีโอล่ะ?” พอเพื่อนตอบว่าถ้าห้องนอนว่างก็จะไปนอนเขียนในห้องแบคฮยอนก็หัวเราะออกมาอีกรอบ เจ้าของดวงตาเรียวรีเร่งฝีเท้าไปยังจุดหมายพร้อมความหวังใจ ถ้าหากทำงานเสร็จเร็วเรื่องที่ตั้งใจไว้ก็น่าจะมีทางเป็นไปได้อยู่นะ

แบคฮยอนเขียนงานเสร็จเร็วดังที่ตั้งใจ พอส่งงานให้พี่อึนจีเรียบร้อยก็จัดการเรื่องที่ตั้งใจไว้ทันที ประธานค่ายฝ่ายหญิงทำหน้าแปลกใจอย่างล้นเหลือตอนที่ได้ยินคำขอของแบคฮยอน

“แบคฮยอนเป็นคนแถวนี้เหรอ?”

“ไม่ใช่แถวนี้ครับแต่ก็อยู่จังหวัดนี้ ต้องนั่งรถไปอีกนิดหน่อย”

“แล้วจะไปยังไง?” สองมือยกขึ้นประกบกันไว้ตรงกลางอก ตั้งท่าจะอธิบายให้รุ่นพี่วางใจเรื่องที่ขออย่างเต็มที่แต่กลับกลายเป็นว่าต้องอ้าปากค้างเพราะคนที่เพิ่งมาสมทบส่งเสียงแทรกขึ้นเสียก่อน

“ใครจะไปไหน?” แค่เสียงไม่ต้องหันไปมองก็รู้แล้วว่าใคร

“ว่ายังไง ใครจะไปไหน?”

“พอดีมีน้องมาขออนุญาตไปข้างนอกน่ะค่ะรุ่นพี่ ฉันกำลังถามรายละเอียดอยู่” ปลายหางตาที่ปรือต่ำวาดมองมา แบคฮยอนลดมือลงข้างตัว เก็บสีหน้าสำรวมผิดกับตอนที่คุยกับจองอึนจีลิบลับ

“จะไปไหน?”

“ไปทำธุระครับ”

“ธุระอะไร?”

“ธุระส่วนตัวครับ”

“คือ แบคฮยอนเค้าเป็นคนแถวนี้น่ะค่ะรุ่นพี่ น้องมาขออนุญาตไปเยี่ยมญาติ เรื่องนี้ต้องรายงานรุ่นพี่จงแดด้วยใช่ไหมคะ”

“ใช่ แต่ตอนนี้จงแดกำลังคุยเรื่องงานกับทางบ้านอยู่ แจ้งที่พี่ก่อนก็ได้”

“ดีเลยค่ะ แล้วนี่ จะยังไงดีคะ?”

“จะไปยังไง?” คราวนี้เสียงต่ำ ๆ นั่นพุ่งตรงมาที่แบคฮยอน เด็กหนุ่มจึงได้โอกาสเอ่ยถึงเรื่องที่ค้างไว้เมื่อกี้ต่อ “เมื่อกี้ผมไปถามพี่เจ้าหน้าที่ธุรการมา พี่เค้าจะเข้าเมืองพอดี ผมเลยว่าจะขอติดรถไปด้วยครับ พอดีพี่เค้าต้องผ่านที่ที่ผมจะไปอยู่แล้ว พอขากลับพี่ธุรการก็จะแวะรับที่เดิมครับ”

“ที่ที่จะไปมันไกลไหมอ่ะน้องแบคฮยอน?”

“ไม่ไกลครับ”

“ถ้าอย่างนั้นก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไรนะคะรุ่นพี่”

“ไม่ได้หรอก ถึงจะเป็นคนพื้นที่แต่ก็ไม่ได้มาในฐานะเจ้าถิ่น มาในนามของชมรมหากเกิดอะไรขึ้นชมรมต้องรับผิดชอบ เราไม่สามารถเอาความปลอดภัยของสมาชิกมาเสี่ยงได้” เพราะกายภาพที่ต่างกันมาก แบคฮยอนจึงต้องเงยหน้ามองอีกฝ่ายและรู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่ารุ่นพี่ตัวสูงโดยไม่สามารถหลีกเลี่ยง ใบหน้าเล็กฉายแววผิดหวัง ดวงตาทั้งสองหม่นแสง ยิ่งปลายหางตาทั้งคู่นั้นยิ่งแล้วใหญ่ ดิ่งต่ำราวกับเส้นโค้งคว่ำเลยทีเดียว

“หมายความว่าผมไปไม่ได้หรือครับ?”

“ไปได้” ปาร์คชานยอลตอบก่อนจะเสริมว่า “แต่ต้องมีคนไปด้วย”

ตอนที่ได้ยินรุ่นพี่ตัวสูงบอกแบคฮยอนนั้นยิ้มเสียเต็มหน้า รีบเอ่ยขอบคุณพลางคิดถึงดีโอหรือไม่ก็มินอาที่กำลังเขียนงานอยู่ที่ไหนสักที่ไม่ใกล้ไม่ไกล แบคฮยอนตั้งใจว่าจะชวนทั้งสองคนไปเป็นเพื่อนหรืออาจจะคนใดคนหนึ่งแล้วแต่เพื่อนจะสะดวก พอเอ่ยปากบอกคนที่ยืนหน้านิ่งฟังกลับฉีกความตั้งใจของแบคฮยอนทิ้งด้วยการขยายความว่าคนที่ไปด้วยต้องเป็นรุ่นพี่สตาฟเท่านั้น ไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่ตอนนี้แบคฮยอนกับปาร์คชานยอลก็กำลังนั่งอยู่ในรถปิ๊กอัพกลางเก่ากลางใหม่ที่กำลังจะแล่นไปตามถนนลาดยางเส้นยาว ผ่านสายฝนที่ซาลงกว่าเมื่อครู่เล็กน้อย ผ่านเข้าไปในเขตที่มีแต่ภูเขาขนาบสองข้างทาง นั่งด้วยกันและไม่คุยกันมาเกือบสามสิบนาทีจนรถจอดสนิทหน้าสถานที่อันเป็นเป้าหมาย

แบคฮยอนเอ่ยขอบคุณพี่เจ้าของรถแล้วถอยมายืนข้างทาง มองจนรถคันที่โดยสารมาหายลับไปจากสายตาแล้วจึงย้ายสายตามายังคนที่ยืนข้าง ๆ อะไรดลใจให้ปาร์คชานยอลตามแบคฮยอนมาแล้วอะไรที่กำหนดให้สถานการณ์มันอิหลักอิเหลื่อได้ขนาดนี้ ใจจริงแบคฮยอนนั้นอยากมาที่นี่คนเดียวด้วยซ้ำแต่เมื่อไม่มีทางเลือกแบคฮยอนก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมให้เขาตามมาจนถึงที่หมาย ปาร์คชานยอลเองก็ไม่ได้สนใจเอ่ยปากซักถาม อาจเพราะสถานที่แห่งนี้มีคำตอบในตัวมันเองอยู่แล้วหรือเพราะเขาไม่สนใจก็ไม่รู้ได้

ร่มสองคันเคลื่อนไปข้างหน้าช้า ๆ เนินสูงชันมีทางลาดสลับขั้นบันไดอำนวยความสะดวกให้ผู้มาเยี่ยมเยียนแต่ความกว้างใหญ่ของอัครสถานก็ทำให้คนเดินเหงื่อตกได้พอประมาณ ชานยอลชำเลืองมองคนข้างตัว บยอนแบคฮยอนเดินนำไปเล็กน้อย ใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามือเขาแดงระเรื่อขัดกับสีหม่นมัวของสภาพอากาศ ศีรษะเชิดขึ้นเพราะวางสายตาไว้กับม่านฝนที่กำลังพร่างพรม ริมฝีปากปิดสนิทไร้ร่องรอยความเหน็ดเหนื่อยให้คนมองรู้สึกแปลกใจ ตัวไม่โตเท่าเขา ท่าทางอ่อนแอ เปราะบาง ไม่คิดว่าจะอดทนเก่ง แล้วเท่าที่ดูมาก็ดูเป็นคนจิตแข็งใช้ได้

ว่าไม่ได้หรอก คนจิตอ่อนที่ไหนจะกล้าทำเรื่องผิดบาปให้แปดเปื้อนตัวเอง

“รุ่นพี่...” คนอ่อนวัยกว่าหันกลับมา ชานยอลหยุดฝีเท้า มองตอบแทนการรับรู้

“รอตรงนี้ก็ได้นะครับ”

“ทำไม?”

“ทางข้างหน้าเป็นทางดิน ฝนเพิ่งตกไปอย่างนี้คงเลอะโคลนเป็นหลุมเป็นบ่อ ผมกลัวรุ่นพี่จะลำบาก”

“แล้วใกล้จะถึงหรือยัง?” คนตัวเล็กกว่าผงกศีรษะ

“ถ้างั้นก็ไปต่อ เกือบจะถึงอยู่แล้วจะให้หยุดตรงนี้คงไม่ใช่เรื่อง”

“แต่ว่า...”

“ไม่อยากให้ฉันไปด้วย?” แม้แววตาจะฉายความกริ่งเกรงแต่แบคฮยอนก็ยังทำใจกล้าพยักหน้า

“ผมอยากคุยกับพ่อแม่ตามลำพัง ขอเวลาสักครู่นะครับ” อาจเพราะเหตุผลที่ไม่คาดคิดนั้นหรือเพราะชานยอลเหนื่อยหน่ายที่จะเห็นน้ำตาของคนคนเดิมซ้ำ ๆ ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะหยุดอยู่ตรงนั้นแล้วมองตามร่มคันสีดำไปโดยไม่มีการรั้งไว้อีก




ฝนหยุดแล้ว

ไม่มีละอองน้ำพร่างพรมทว่าไอเย็นและความชื้นยังลอยล่องเต็มอาณาบริเวณ แบคฮยอนเดินกลับมาพร้อมร่มคันเดิม ดวงตาเรียวรีชื้นน้ำแดงเรื่อมองต่ำ ไม่นำพาสายตาจับจ้องของคนตัวโตร่างเล็กเลือกที่จะค้อมศีรษะให้ชานยอลเพียงเล็กน้อยแทนคำขอบคุณที่เขาอุตส่าห์ยืนรอจากนั้นก็มุ่งหน้าย้อนกลับทางเดิม

“ที่บอกว่ามาเยี่ยมญาติหมายถึงมาเยี่ยมอย่างนี้หรือ?”

“ขอโทษครับ”

“ไม่จำเป็นต้องขอโทษ” และไม่ใช่เรื่องที่ต้องขอโทษ

“จริง ๆ แล้ว ไม่มีญาติอย่างที่บอกรุ่นพี่อึนจีไปหรอกครับ ผมในตอนนี้...ที่เมืองนี้...ไม่เหลือใครอีกแล้ว” หลังจากพูดประโยคเรียบเรื่อยนั้นจบเจ้าตัวก็เม้มปากแน่น ปลายจมูกเล็กขึ้นสีเข้ม เตือนให้ชานยอลเงียบไปอึดใจกว่าจะสานต่อบทสนทนาที่ค้างไว้ บรรยากาศระหว่างทั้งคู่มันต่างจากทุกครั้งและเป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มไม่อยากยืนอยู่ในความคิดตัวเอง

“พ่อแม่อยู่ที่นี่ทั้งคู่เลยหรือ?”

“ครับ”

“นานหรือยัง?”

“หกเดือนที่แล้ว” เมื่อวันก่อนนี้เองที่พวกเขายังอยู่กันพร้อมหน้าก่อนอุบัติเหตุจากพรากทุกอย่างไปจากแบคฮยอน

“แล้วทำยังไง?”

“.......”

“ตอนนั้นน่าจะกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เด็กที่เหลือตัวคนเดียว ไร้ญาติขาดมิตร เจอเรื่องสะเทือนใจรุนแรงขนาดนั้นนายผ่านมันมาได้ยังไง”

“ไม่รู้สิครับ จริง ๆ แล้วตอนนี้ผมก็ยังทำใจไม่ได้เลย”

“ฉันเห็นนายร้องไห้บ่อย ๆ” คนตัวเล็กกว่ายิ้มบาง ไม่มีปฏิกิริยาแปลกใจหรือตกใจตอบสนองแม้จะเพิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายเห็นด้านที่อ่อนแอของตนแล้ว แบคฮยอนก็เพียงแค่ยอมรับตามจริง

“เพราะผมคิดถึงพวกเค้า”

“........”

“คิดถึงจนไม่รู้ต้องทำยังไงแล้ว”

“........”

“ผมไม่อยากออกไปไหน ไม่อยากทำอะไร กระทั่งเรื่องเรียนมหาวิทยาลัยผมก็ไม่สนใจ ผมอยากอยู่ที่นี่เหมือนที่อยู่มาทั้งชีวิต อยากมาหาพ่อกับแม่ได้ทุกวันเหมือนเมื่อก่อน ถึงจะไม่ได้คุยกัน ไม่ได้กินข้าวด้วยกัน เหมือนตอนนั้นแต่มันก็ไม่ได้ไกลจนมองไม่เห็นกันอย่างทุกวันนี้”

“แล้วทำไมถึงไม่อยู่?”

“เพราะเราไม่มีใครที่นี่แล้วและแม่ก็อยากให้ผมไป”

“ไปไหน?”

“โซล”

“แล้วที่โซลนายมีใคร?”

“.........”

“ถ้าอยู่ที่นี่ไม่ได้เพราะไม่มีใครแสดงว่าที่โน่นต้องมี...ใช่ไหม?...” เหมือนสำนึกรู้พุ่งกลับเข้าร่าง สติสัมปชัญญะขับไล่ความโศกเศร้าที่เคยมีจนเหลือเพียงกลิ่นอายสีหม่นเจือจาง สัญชาติญาณระแวงภัยสั่งให้แบคฮยอนถอยเท้าออกห่างทว่าปาร์คชานยอลกลับไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายตั้งตัว ร่างสูงใหญ่ก้าวติด คุกคามด้วยความได้เปรียบในทุกทาง

“ใครหรือที่ทำให้นายยอมทิ้งทุกอย่างที่นี่ไปอยู่กับเขาได้”

“คุณ คุณพูดเรื่องอะไร?”

“พูดเรื่องที่นายรู้ดีแก่ใจอยู่แล้วแบคฮยอน ผู้ชายคนนั้น คนที่เสนอตัวเป็นผู้ดูแลนาย คนที่ซื้อคอนโดหรูให้นายอยู่ ให้เงินนายใช้ ขับรถพานายเที่ยว คนที่แต่งชุดสูทพานายไปช็อปปิ้งระหว่างวันทำงาน คนนั้นใช่ไหม”

“คุณรู้เรื่องของผมได้ยังไง”

“เพราะนายทำให้ฉันรู้ ควงกันออกหน้าออกตาขนาดนั้น ไม่ใช่แค่ฉันหรอก อีกไม่นานคนทั้งประเทศก็รู้กันทั่ว”

“ผมไม่เคยทำแบบนั้น!” แบคฮยอนสาบานได้ เขาปฏิเสธแทบทุกครั้งที่คุณชวนออกไปข้างนอกด้วยซ้ำ เพราะรู้ดีว่ามันจะต้องมีวันนี้ วันที่ความลับไม่เป็นความลับแล้วมันจะทำให้คุณเดือดร้อนไปด้วย

“เขาเป็นผู้มีพระคุณของผม”

“ผู้มีพระคุณ? พระคุณอะไร? อ้อ เงินทองที่ให้ใช้สอย ห้องที่ให้อาศัย ก็นับว่าเป็นพระคุณได้เหมือนกันนี่นะ ขอถามหน่อยสิ ผู้มีพระคุณของนายเขาได้บอกไหมว่าเงินทองที่เอามาปรนเปรอนายนั่นน่ะส่วนหนึ่งมันมาจากสมบัติเมียเขา ครอบครัวตัวจริงของเขาตอนนี้!

ใช่แน่แล้ว คุณคริส

ปาร์คชานยอลรู้จักคุณคริส!

แบคฮยอนกระจ่างใจแล้วว่าเพราะเหตุใดรุ่นพี่คนนี้ถึงมีท่าทีอคติกับแบคฮยอนนัก

“คิดอะไรอยู่บยอนแบคฮยอนถึงได้แทรกเข้ามาในครอบครัวคนอื่น หรือจะบอกว่าไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นมีครอบครัวของตัวเองอยู่แล้ว ทำแบบนี้คิดไหมว่าถ้าเมียเค้ารู้ครอบครัวเค้าจะมองหน้ากันยังไง ถ้าบอร์ดบริหารรู้หน้าที่การงานเค้าจะกระเทือนแค่ไหน รู้ไหมว่ามันจะพัง พังหมดทั้งอนาคตนายและชีวิตผู้มีพระคุณของนาย!

“ผมไม่ได้ตั้งใจ!

“.......”

“ผมไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้” ไม่เคยอยากให้คุณต้องเดือดร้อนแต่เพราะคุณขอร้องให้รอ ให้อยู่ด้วยกันจนกว่าวันที่คุณจะพร้อม แบคฮยอนถึงยอมอยู่อย่างสงบเสงี่ยมในโลกแคบ ๆ ของตน แบคฮยอนเริ่มชิน เริ่มวางใจและเพิ่งจะสบายใจได้ไม่นาน ปาร์คชานยอลกลับโผล่เข้ามาตีกลางแสกหน้าแบคฮยอนด้วยความจริงที่เจ็บปวดที่สุด แบคฮยอนก็แค่ตัวแทรก ตัวแถม ตัวทำลาย แบคฮยอนถูกตราหน้าในสุสานที่พ่อกับแม่กำลังพำนักอยู่อย่างสงบ ไม่มีอะไรทำให้เด็กชายรู้สึกไร้ค่ามากกว่านี้แล้ว

“จะไปไหน?”

“ปล่อยผม” มือที่คว้าแขนเล็กถูกสะบัดออก ร่างที่ตัดเข้าขวางหน้าถูกหลบเลี่ยง สองขาเร่งก้าวจนกลายเป็นวิ่ง เนินสูงชันที่เคยก้าวขึ้นอย่างเชื่องช้าบัดนี้ทอดตัวเทลาดลงไปเป็นทางยาว พื้นดินเปียกเฉอะแฉะได้ยินเสียงรองเท้าผ้าใบกระทบเป็นจังหวะสับสน ปาร์คชานยอลทิ้งร่มกระชากไหล่เล็กกลับมาอย่างเหลืออด คิดว่าเขาใจเย็นนักหรือไง!

“คุยกับฉันให้รู้เรื่อง!

“ไม่”

“ฉันสั่ง!

“อย่ามาสั่งนะ ปล่อยสิวะ ปล่อย!” เขาคว้าต้นแขนทั้งสองข้างของแบคฮยอนแล้วบีบแน่น เรี่ยวแรงนั้นชานยอลมั่นใจว่าเขาเหนือกว่า เพียงลงแรงนิดหน่อยความเจ็บจะทำให้อีกฝ่ายยอมจำนนโดยดุษฎี ทว่าปาร์คชานยอลประเมินเด็กบ้านป่าอย่างแบคฮยอนต่ำไป พอเขาใช้แรงคนที่เคยชินกับการใช้แรงงานในไร่ในสวนก็แรงกลับ แบคฮยอนปะทะอกกว้างด้วยสองแรงจากฝ่ามือ หวังใจแค่ให้เขาคืนอิสระให้แล้วแบคฮยอนจะได้มีเวลาถอยไปตั้งหลัก ตั้งสติ ไม่คิดว่าปาร์คชานยอลจะผงะไปข้างหลัง ล้มลงไป ร่างสูงใหญ่ล้มใส่หลักศิลาหนึ่งในหลักที่ตั้งเรียงเป็นระเบียบ ไม่รู้ว่าส่วนใหญ่กระแทกแต่แบคฮยอนได้ยินเสียงทุ้มครางต่ำก่อนของเหลวสีแดงเข้มจะค่อย ๆ ไหลย้อยลงมาจากขมับอีกคน



“รุ่นพี่!

 













#ฟิครอย




ยังอ่านกันอยู่เนาะ

เย่! 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 181 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

790 ความคิดเห็น

  1. #742 ppppia (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 05:21
    หน่วงใจจังเลย สงสารน้อง
    #742
    0
  2. #730 MYBH43 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 15:14
    เดาว่าอาจเป็นเพราะคริส พ่อแม่แบคเลยตายหรือเปล่า เขาเลยรับผิดชอบแทบทุกอย่าง
    #730
    0
  3. #725 Helga Heal (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 22:52
    ความสัมพันธ์ระหว่างคริสกับแบคมันแปลกๆ
    #725
    0
  4. #707 promlikit (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 14:05
    เรื่องมันเป็นมายังไงกันแน่ แบคฮยอนคงไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้แน่ๆ ฮืออออ
    #707
    0
  5. #702 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 10:43
    โอ้ยยยยยหน่วงใจมันใช่แน่ๆ คริสกับแบคฮยอนรักกันอยู่ก่อน แต่มีเหตุทางธุรกิจเลยต้องแต่งกับอี้ชิง เลยทำให้แบคฮยอนต้องอยู่แบบนี้ โอ้โหสงสาร ก็คือคริสบอกให้รอ เลยแบ่บ... โอ้ยยยยย
    #702
    0
  6. #674 cuttt (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 16:22
    สงสารแบค
    #674
    0
  7. #637 MeowKL (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 00:53
    รุนแรงจังเลยรู้กกกก โอ๋ๆน้า ตกใจใช่มั้ยคะ พี่เค้าไม่อ่อนโยนเลยอ่ะ
    #637
    0
  8. #626 geejajaa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 00:15
    ง่ะ สงสารทั้งสองคนเลย อย่าปะทะกันเลย ฮือออออออ แล้วนี้เลือดตกยางออก ชานยอลจะของขึ้นไหมนะ
    #626
    0
  9. #577 Ppp (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 15:40

    สงสารน้อนแบค น้องอยุ่ในโลกใบน้อยๆของตัวเองอย่างเจียมตัว

    ไม่เคยเรียกร้องอะไรเลย แล้วชานยอลก็รุ้ดีนี่ว่าคริสแต่งกะอี้ชิงเพราะอะไร

    ทำไมยังเอาแต่มาคุกคามน้องรุนแรงแบบนี้ 

    เนี่ยๆ สวรรค์ลงโทษ หัวแตกไปเล้ย!!!!!งึ้ยยยยยยยย

    #577
    0
  10. #570 hunhun (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 00:35

    แต่นี่รู้สึกโล่งนะที่ชานยอลพูดแตกเป็นแตกหักเป็นหักกกกก

    #570
    0
  11. #556 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 18:09
    มันยังไงกันนะแบคกะอี้ฟานเนี้ย แค่ผู้มีพระคุณจริงเหรอ
    #556
    0
  12. #509 iamdreamer (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 20:43
    โอยยยยยยยเข้มข้นม้ากกกกก ต่อออออออๆๆๆค่า
    #509
    0
  13. #500 miaJongin (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 15:54
    ก่อนอื่นเลยนะคริสกับแบคเจอกันได้อย่างไร...
    #500
    0
  14. #443 ByunBae01610499 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 22:12
    อ่านอยู่ค้าา
    #443
    0
  15. #389 EIEI____ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 12:34
    โห สงสารแบค เราอ่านอยู่นะคะ ไรท์สู้ๆน้า
    #389
    0
  16. #388 annelf10783 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 19:18
    ต่างคนต่างก็มีเหตุผล ทำไมต้องมาเจอกันในสถานะการณ์แบบนี้กันนะ ฮืออออออออㅠㅠ
    #388
    0
  17. #387 oh_b92 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 17:08
    พี่คริสกับแบคฮยอนต้องมีอะไรสักอย่างแน่ๆ ฮืออออออ
    #387
    0
  18. #386 oh_b92 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 17:08
    ค้างอะะะะ แงงงงงงงวงววววว
    #386
    0
  19. #385 ksmxxi (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 16:39
    ฮื้อออออเขาจะรักกันยังไง~~รอนะคะ มาต่อเร็วววๆจะไม่ไหวแล้ววแงง
    #385
    0
  20. #384 CB.♡ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 15:21
    สงสารน้อง แต่ก็สงสารไม่สุด เหมือนรู้ตัวอยู่แล้วว่าเป็นน้อยเขาแต่ก็ยอมอยู่ในโลกแคบ นี่มองว่ามันไม่ใช่ข้ออ้างเลยอะ แต่ทำไงได้ น้องคงไม่ทีทางให้เลือกมาก
    #384
    0
  21. #380 allergyIII (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 13:07
    อ่านๆๆ เรารออยู่นะจ้ะ
    #380
    0
  22. #379 thewinterarcher (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 12:54
    ฮือออ สงสารน้องจริงๆ อยากรู้เลยว่าน้องกับคุณคริสมารู้จักกันได้ยังไง ทำไมแม่น้องถึงอยากให้น้องไปอยู่โซล จะรอนะคะะ
    #379
    0
  23. #377 CBSEB0461 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 12:25
    รอน่ะคะไรท์อ่านรวดเดียวติดเลยติดfavแล้วสู้ๆน่ะคร้า
    #377
    0
  24. #374 Iamjjjjj (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 00:56
    เครียดค่ะ
    #374
    0
  25. #373 gfernzz (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 23:00
    แงงงงงงงง น้องรู้ความจริงจากปากพี่แล้วววว ฮืออออสงสารน้อง
    #373
    0