Let Me Love You

ตอนที่ 3 : Chapter 2 : We meet at (the song) Havana 100 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,950
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 497 ครั้ง
    20 ม.ค. 63


Chapter 2 
We meet at (the song) Havana 






          หลังจากได้ลองไวน์ราคาแพงนั่นไปหลายแก้ว แอลกอฮอล์ก็เริ่มไปหล่อเลี้ยงความยับหยั้งชั่งใจฉันทีละนิด ไม่ได้ให้มันมีเพิ่มแต่อย่างใด แต่มันกลับลดลงจนหน้าตกใจ เพราะตอนนี้มือไม้ที่จับแก้วเริ่มไม่อยู่นิ่ง 


ร่างกายก็เริ่มขยับไปตามเพลงที่เปิดแรงขึ้นเรื่อยๆ หน้าเริ่มร้อนผ่าวขึ้นทีละนิด 


หยูวววววว อยากไปเต้นนนนนน


เสียงที่เร่ิมยานเล็กน้อยนั้นบ่งบอกให้ตัวเองได้รู้เลยว่าถ้าได้นั่งอยู่เฉยๆมีหวังหลับฟุบไปตรงนี้แน่ มันต้องทำให้ร่างกายได้ตื่นซักหน่อยแล้ว


ไปดิ แต่แกไหวนะ


ไม่ต้องมาพูดเลยนังตัวเด เพราะแกอ้าาาฉันเอามือผลักหัวหยูไปหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้ที่มันเอาแต่คะยั้นคะยอให้ดื่มอีกแก้วดื่มอีกแก้วอยู่นั่นนี่ยังรู้เรื่อง แต่บางทีอาจจะความคุมอารมณ์ม้ะดะประโยคสุดท้ายฉันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบา เพราะเอาตรงๆตอนนี้ฉันไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเท่าไหร่


เออน่า ไม่ต้องห่วง ตอนนี้มีสติดูแลแกได้


แกต้องดูแลเค้าให้ดีนะหยูวววว สัญญาอยู่ๆฉันก็ยกนิ้วก้อยไปตรงหน้ามัน เอาละเว้ย นี่ฉันเมาหรือปัญญาอ่อนเอาดีดี


มันมาละใช่มั้ย งั้นรีบไปเต้นดีกว่า มันต้องเอาเหงื่อออกเว้ย


ที่มันมาน่ะ คือความเมาของฉันทุกคน และเหมือนมันจะมาแล้วจิงๆ


หยูรีบดึงมือฉันให้ลุกขึ้นไปทันที มีเสียจังหวะตอนลุกเล็กน้อยแต่ก็ดึงตัวเองกลับมาได้ 


หยูไม่ได้เดินเร็วมากนัก จึงทำให้กว่าจะถึงจึงใช้เวลา จากที่ก้มหน้าเดินมานานก็เร่ิมมองรอบข้าง กลับพบว่าจริงๆแล้วรอบตัวเต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังเบียดกันไปมา แต่ที่ไม่รู้สึกว่าโดนเบียดเพราะหยูเอามือมาโอบไว้และค่อยๆกันคนออกให้ หื้มมม นี่ก็แอบคิดว่ามันควรจะเป็นตุ๊ดจริงๆน่ะหรอ 


จากนั้นอีกสักพักก็เดินมาหยุดอยู่ที่กลางฟลอร์ในโซนของเพลง EDM ซึ่งตอนนี้ดีเจกำลังเปิดเพลงที่เป็นงานรีมิกซ์ของตัวเอง


ปกติถ้าเริ่มเมาแล้วได้เดินนิดหน่อยร่างกายฉันจะค่อยๆกลับมามีสตินะ แต่นี้อะไร ไม่ได้มีวี่แววที่จะกลับมาเลยซักนิด 


ให้ตายเถอะนี่มันไวน์หรืออะไรเนี่ย ทำไมมันถึงได้เมาขนาดนี้


ทันใดนั้นเสียงเพลงโปรดของฉันอย่าง Havana ของ Camila Cabello ก็ดังขึ้นดึงสติของฉันให้มาจดจ่ออยู่กับเสียงเพลงอีกครั้ง


ถึงเมโลดี้จะเปลี่ยนไปจากออริจินอล เพราะดีเจของที่นี้ได้รีมิกซ์ออกมาใหม่ และหลังจากที่ฟังก็สนุกไม่หยอกเลยแฮะ 


เมื่อถึงจังหวะที่เริ่มคุ้นเคย ฉันจึงเอามือคล้องคอของหยูเพื่อเป็นที่ยึดและพยายามยัดเหยียดให้มันเต้นไปกับฉัน


ยัยบ้า นี่อีกนิดจะได้เสียกันอยู่แล้วนะเว้ย


หยูยื่นหน้ามากระซิบข้างหู และแอบยี่หน้าทำท่าทางรังเกียจกันสุดๆ


เนื่องจากเสียงรอบข้างมันดังมาก การกระซิบคุยกันในตอนนี้จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด


ซึ่งมันก็เป็นผลดีต่อฉันเพราะถ้าใครมองเข้ามา ยังไงก็ดูเหมือนฉันกับหยูเป็นคู่รักที่กำลังดูสนุกและนัวเนียสุดๆในตอนนี้ สายตาของผู้ชายรอบข้างจึงลดลง ตอนนี้จึงทำให้ฉันปล่อยตัวไปกับเสียงเพลงมากขึ้น เพราะยังไงตอนนี้ก็มั่นใจได้แน่ๆว่ายังไงก็มีหยูดูแล ท่าทางมันดูโอเคมากๆ มากกว่าฉันตอนนี้เยอะเลย และดูเหมือนว่ามันจะไม่ดีขึ้นด้วย


ในขณะที่เพลงและเสียงดนตรียังคงทำหน้าที่ต่อไป อยู่ๆก็มีมือปริศนามาสะกิดแขนของฉันในตอนที่ฉันผละออกจากหยูพอดี 


พอหันไปมองก็ต้องเบิกตากว้างกับคนที่เจอในตอนนี้


พี่พลอยยยยยย

พี่พลอยคือลูกพี่ลูกน้องที่สนิทที่สุดในบรรดาญาติๆ และนี้ก็ปีหนึ่งแล้วมั้งที่ไม่เจอกัน หลังจากที่พี่แกจบไปเราก็ไม่ได้คุยกันเลย พี่แกเป็นทั้งลูกพี่ลูกน้องและยังเป็นพี่คณะฉันอีกด้วย เมื่อก่อนเราจึงสนิทกันมาก


ไม่เจอกันนานเลยนะพาย พี่เห็นเรามาสักพักละ แต่เพิ่งได้เข้ามาทัก ยินดีด้วยนะน้องพี่ เรียนจบแล้ววว


เสียงพี่พลอยตอนนี้ไม่ต่างจากฉันเท่าไหร่ และนั้นก็บอกได้ดีว่าพี่สาวของฉันก็กำลังเมาได้ไม่ต่างกันเท่าไหร่


อ่ะ พี่ขอให้เราสักแก้ว หมดแก้ว หมดแก้ว น้องพี่ น้องพี่


พี่พลอยตอนนี้ทำฉันต้องยิ้มแห้ง พร้อมทั้งแก้วในมือพี่แกนั่นอีก น้องจะอ้วกแล้วน้าา


แกไหวป่ะวะ ให้กินให้ป่ะ


หยูหันหน้ามากระซิบกับฉันสงสัยมันจะเห็นท่าทางฉันไม่ค่อยดีแล้ว แต่ยังคิดว่าตัวเองไหวอยู่เลยพยักหน้าให้มันรับรู้ ก่อนจะยื่นมือไปรับแก้วจากพี่พลอยและดื่มรวดเดียวหมด 


อ๊าา


ฉันเผลอครางออกมาตอนที่เหล้าในมือได้หมดไป เพราะความแสบร้อนในคอ และสายตาตอนนี้พล่ามัวไปแวบหนึ่งเลย


อันตรายมากนะเหล้าเบียร์เนี่ย


แต่อยู่ๆกลับมีเสียงเอะอะอะไรสักอย่าง และเหมือนจะอยู่ใกล้ๆพวกเราด้วย


เห้ย คือมึงจะเอาให้ได้ใช่ป่ะ


ไม่ค่ะ พายไม่เอาอะไรทั้งนั้นค่ะ พายจะฟังเพลง นี่เหล้าแก้วเดียวจะทำให้เพลงสนุกขึ้นขนาดนี้ไม่ได้ ฮาว่านะอูนานา 


พาย เกิดเรื่องละโว๊ยย คนมีเรื่องกัน


เรื่องไร ไหน เล่าให้พายฟังด้วยยย


ไม่ใช่โว๊ยย ตีกันอะ ตีกันไอ้เวรรรหน้าของหยูตอนนี้เลือนลางมากๆ และเมื่อกี้มันพูดอะไร หยูพายไม่ได้ยินแล้ว ตะโกนในใจ


อ้ะ


แต่อยู่ๆฉันก็โดนอีกร่างปะทะเข้าอย่างเต็มแรง ส่งผลให้ร่างของฉันจะล้มลงพื้น แต่ก็แค่จะอะนะ เพราะเหมือนมีอีกร่างมารับไว้ได้ก่อน หน้าของฉันตอนนี้เลยซุกอยู่ตรงอกกว้างที่ดูจะแน่นๆ แต่เอ๊ะ หยูมันไปเล่นกล้ามมาตอนไหนวะ หรือว่ามันไปแอบเล่นแล้วกะจะเอาไว้แอ๊วผู้


ดังนั้นจึงไม่ได้สนใจอะไร แต่เหมือนเพื่อนจะกลัวฉันล้มลงไปอีกถึงได้กอดแน่น และเอามือกดหน้าลงแนบแผงอกขนาดนี้ ฉันส่งเสีบงอู้อี้เบาๆ เพราะมันแน่นเกินไป


เราต้องออกไปก่อน


คนที่ตอนนี้คางทิ่มอยู่ตรงหัวฉันได้พูดขึ้น แล้วจะให้ออกไปไหนละเพลงฉันยังไม่จบเลย แต่ว่านะเหล้านี่ทำให้เสียงหยูทุ้มขึ้นได้ด้วยหรอ 


ขอฟังเพลงนี้ให้จบก่อนนะ แล้วจะไปไหนไปกันเล้ยยยฉันพูดน้ำเสียงงอแงและงัวเงียเนื่องจากตาตอนนี้เริ่มหนักเรื่อยๆ แต่ไม่มีแม้กระทั้งแรงจะเงยหน้าไปพูดกับเพื่อนตรงๆฮาว่านาอูนาน่ะ



เดี๋ยวพาไปฟังที่ห้อง


ทำไมอยู่ๆเสียงของหยูทำให้ขนอ่อนมันลุกขึ้นพร้อมกันแบบนี้ แต่ฉันก็สงสัยได้ไม่นาน มันคงหมายถึงจะพากลับคอนโดไปนอนเลยมองข้ามๆคำพูดและน้ำเสียงนั่นไป 


งั้นไปกัน ง่วงแล้วว


ฉันยกมือขึ้นโอบรอบคอของหยู และแค่นั้นร่างสูงตรงหน้าก็ก้มลงไปช้อนตัวฉันขึ้นมาอุ้มไว้ 


ง่วงจัง ขอนอนตอนนี้ได้มั้ยนะ ฉันกระฉับแขนเพื่อให้ดูมั่นคงเท่าที่แรงจะมี และพยายามเปิดเปลือกตาขึ้นอีกนิด ในตอนนี้หน้าฉันอยู่ระหว่างคอของคนตัวใหญ่ ขณะที่เขาก็อุ้มฉันเดินไปข้างหน้า ก็เหมือนกับว่าหน้าฉันได้มองย้อนกลับเข้าไปในผับ สายตากลับมองเห็นภาพของหยูอีกคนที่อยู่ท่ามกลางฟูงคน และเหมือนพยายามกวักมือให้กลับไป ภาพตรงหน้ามันวุ่นวายมาก ดูแล้วเวียนหัวชมัด 


แต่เอ๊ะ...!?


นั่นก็หยู นี่ก็หยู นี่หรือว่า.... 


         สมองที่เหมือนกำลังจะประมวลผลได้ อยู่ๆก็เหมือนถูกถอดปลั๊กออกด้วยความง่วงที่ตอนนี้ต้านทานไม่ไหว และแวดล้อมรอบตัวก็มืดลงและเงียบดับไป


อัพต่อจ้า++++++++


พาย


“...”


ยัยพาย


เสียงหยูช่วยดึงฉันให้กลับมาที่ปัจจุบัน หลังจากที่ฉันเล่าเหตุการณ์ตอนตื่นมาเจอหน้า ...เขา และความทรงจำเท่าที่จะจำได้ มันจ้องหน้าฉันด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย แต่ฉันนี่สิ ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มรู้สึกอะไรก่อนเลย


แล้วแกจำอะไรไม่ได้อีกเลยหรอ ว่า...ไปโผล่ที่คอนโดเฮียคีย์ได้ยังไงอะ


ไม่อะ จำได้แค่ว่าโดนอุ้มออกไป หลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย


ฉันพูดพร้อมสายหน้าเป็นการยืนยันอีกทาง แต่จะบอกจำไม่ได้เลยก็คงไม่ใช่ซะทีเดียว มันแค่เลือนลาง และก็ไม่มีเหตุผลที่จะรื้อฟื้นมันด้วย 


ยาคุม


หยูพูดขึ้นหลังจากที่นั่งเงียบมานาน ด้วยท่าทางที่เหมือนเพิ่งคิดอะไรออก


แวะซื้อระหว่างทางมาแล้ว กินแล้วด้วย


ฉันตอบหยูออกไป ถึงนี่จะเป็นครั้งแรกแต่ฉันก็ไม่ได้ซื่อจนไม่รู้ว่าวิธีไหนจะทำให้ตัวเองปลอดภัย จากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดแบบนี้ 


แกกกก... ฉันขอโทษนะ


สงสัยฉันคงเผลอทำหน้าเป็นกังวลออกไป เลยพลอยทำให้เพื่อนรู้สึกผิดไปด้วย 


เหอะน่าา มันไม่ใช่ความผิดแกหรอก จริงๆฉันเองก็ควรดูแลตัวเองให้ได้ ถ้าจะกินให้ตัวเองเมาขนาดนั้นฉันก็ควรเตรียมใจกับเรื่องพวกนี้ไว้


ฉันพูดออกไปตามใจฉันคิด ไม่ใช่แค่ให้เพื่อนสบายใจ ฉันไม่ได้คิดจะโทษใคร แม้กระทั่งเขา อย่างที่บอกฉันว่าเราเองก็ผิดทั้งคู่ 


พายยย...” อยู่ๆมันก็พูดด้วยน้ำเสียงที่เริ่มจะสั่นเคลือ ตาหยูตอนนี้เริ่มใสไปด้วยน้ำตาที่คลอเบ้า


เห้ย แกอย่าร้องไห้นะเว้ยฉันที่เห็นเพื่อนเป็นแบบนั้นก็เริ่มใจไม่ดี รีบขยับตัวเข้าไปใกล้พร้อมเข้าไปกอดนี่แกกำลังทำฉันสับสนนะว่าใครกันแน่ที่เสียตัว


พายยย


อาไรร


ฉันที่ก็รอมันพูด จากที่จะใจไม่ดีจะเริ่มหงุดหงิดละ ไม่พูดสักที มัวแต่เรียกชื่อฉันเหมือนกับว่ากลัวอะไรสักอย่าง


จริงๆแล้วฉะ...”


กริ๊งง! กริ๊งง!


เสียงอ๊อดที่หน้าห้องทำให้ฉันและหยูสดุ้งและผละออกจากกัน แต่เมื่อกี้เหมือนมันมีอะไรจะพูดกับฉันเลย และไม่นานก็ต้องละความสนใจและหันไปให้ความสนใจกับคนที่มาใหม่แทน 


เมื่อหยูเดินออกไปเปิดประตูก็พบกับเลขาของเฮียหยาง น่าจะใช่นะเพราะเคยเห็นเขามาแล้วสองสามครั้งได้ เหมือนจะชื่อคุณพจน์ หรืออะไรสักอย่าง


คุณพจน์มีอะไรหรอฮะหยูถามออกไป ส่วนฉันยังนั่งอยู่ที่เดิมมองพวกเค้าสองคนคุยกัน


นี่เป็นของขวัญวันเรียนจบจากคุณหยางครับคุณพจน์พูดพรางยื่นกล่องขนาดไม่ใหญ่มากให้หยูตัวรถจอดอยู่ที่จอดรถวีไอพีข้างกับคันเดิมนะครับ


“…”


ยินดีกับคุณหยูด้วยนะครับ ผมขอตัวคุณพจน์ว่าจบก็ก้มให้หยูนิดหนึ่งแล้วเดินออกไป


ส่วนหยูก็เอาแต่ยืนเงียบ เงียบจนน่าแปลกใจ นี่ได้รถเป็นของขวัญวันเรียนจบเลยนะเว้ย และฉันก็เห็นแวบๆด้วยว่ารุ่นไหน


หยู


ฉันเรียกมัน ส่วนมันก็สดุ้งโยง เอ๊ะนี่มันชักจะมีอะไรแล้วนะ เหมือนคนกลัวและกังวนอยู่กับอะไรซักอย่าง


พายถ้าฉันพูดอะไรออกไป แกจะยังเป็นเพื่อนฉันใช่มั้ย


หยูพูดด้วยน้ำเสียงติดจะจริงจัง และหน้าเสียไป ตอนนี้หยูยังคงยืนอยู่ที่เดิมจ้องฉันนิ่ง 


ก็เออดิ ที่ผ่านมาแกดีกับฉันมาตลอดแล้วมันต้องมีเรื่องอะไรละวะ


ฉันพูดออกไปตามความเป็นจริง จะพูดง่ายๆที่ผ่านมาเวลาฉันมีเรื่องอะไรหยูจะเป็นคนแรกที่ฉันจะปรึกษาหรือขอความช่วยเหลือ และมันก็เป็นไปด้วยดีมาตลอด และอย่างเมื่อคืนมันยังมาเสียใจที่ดูแลฉันไม่ดีอยู่เลย ในชีวืตคงไม่มีอะไรที่จะทำให้ฉันเลิกเป็นเพื่อนกับมันแน่ๆ


จริงๆแล้วที่ฉันบังคับแกให้กินไวน์จนเมาขนาดนั้น เป็นเพราะ....”


“…”


ฉันมีข้อตกลงกับเฮียไว้


ห้ะฉันที่ฟังหยูพูดจนจบก็ยังไม่เข้าใจในสิ่งที่มันจะพูดหมายความว่าไง


กะ แก ต้องใจเย็นๆก่อนนะเว้ยหยูกระวนกระวายรีบพูดและยกมือขึ้นห้ามให้ฉันที่ตอนนี้ยืนขึ้นและจ้องหน้ามันอย่างคาดคั้น 


จริงๆเมื่อคืนเฮียไลน์มา บอกว่าถ้ายังอยากได้รถที่คุยกันไว้อยู่ ให้ทำยังไงก็ได้ให้แกเมา



ห้ะเดี๋ยวนะ ยิ่งฟังฉันยิ่งรู้สึกว่ามันไม่เมคเซ็นท์ฉันไม่เข้าใจ


ฉันก็ไม่เข้าใจ


หยู!!!” ฉันที่ได้ยินแทบจะกรีดร้องออกมา หมายความว่าไงที่บอกว่ามันก็ไม่รู้ 


ใจเย็นนนนนนนตอนนี้ฉันเดินเข้ามาประชิดตัวมัน และตัวมันเองก็ชิดผนังไปแล้วคืองี้นะเว้ย เฮียแค่บอกว่าแค่จะส่งไวน์ขวดนั้นมาให้ และบอกว่าทำยังไงก็ได้ให้แกดื่มมันเข้าไป ซึ่งตอนนั้นฉันยอมรับว่าไม่ได้คิดอะไรเลย เพราะเราเองก็มาฉลองอยู่แล้ว ไม่ได้นึกหาเหตุผลที่เฮียทำแบบนั้นด้วย และที่สำคัญฉันก็มั่นใจว่าดูแลแกได้แน่ๆด้วยอะ


หยูพูดออกมาด้วยเสียงที่อ่อนลงตอนนี้ฉันยังคงยืนจ้องหน้ามัน ประมวลผลกับสิ่งที่เพิ่งได้ยินมา ตอนแรกยอมรับว่าแอบโกรธอยู่เหมือนกัน ที่มันเอาเรื่องรถมาเห็นเป็นเรื่องสำคัญกว่าตัวฉัน แต่ถ้ามองตามหลักความเป็นจริงแล้ว วันนั้นเราก็ตั้งใจจะไปฉลองกันอยู่แล้ว การที่หยูไม่ได้คิดอะไรก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะถ้าเป็นฉัน ฉันก็คงจะทำแบบนั้น 


แล้วเฮียแกจะทำแบบนั้นทำไมฉันถามหยูออกไปเหตุผลที่เฮียอยากจะให้ฉันเมาขนาดนั้น มันคืออะไร


จริงๆฉันว่าหลักๆสำคัญอาจจะไม่ได้อยู่ที่เฮียหยางก็ได้หยูพูดขึ้นพร้อมท่าทางครุนคิดเพราะถ้าเป็นเฮีย ทั้งคิดในแง่ที่ร้ายสุดๆ คนที่แกตื่นขึ้นมาเห็นต้องเป็นเฮียหยางสิ แล้วทำไมเป็นเฮียคีย์ไปได้


“…” ฉันยังคงนิ่งฟังหยูพูดต่อไป พร้อมกับคิดตามมัน


หรือจริงๆแล้ว คนที่ต้องการให้เหตุการณ์มันเป็นแบบนี้คือเฮียคีย์กันแน่วะ 


แล้วอีตาเฮียคีย์ของแกเนี่ย เป็นใคร ทำไมต้องมาทำกับฉันแบบนี้ด้วย


ฉันนึกตามหยูและก็ฟังดูมีเหตุผลที่จะเป็นได้สูง เพราะสิ่งต่างๆมันดูจะเป็นไปตามนั้น


เฮียเป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยเด็กของเฮียหยางแล้ว พ่อกับแม่เรารู้จักกัน และเป็นหนึ่งในสามหุ้นส่วนของผับที่เราไปเมื่อคืนด้วย อย่าให้เมาส์เลยนะ แต่ขอพูดตรงนี้เลยละกัน เฮียคีย์จะเป็นผู้ชายคนสุดท้ายที่ฉันจะแนะนำให้แกรู้จัก


ไม่ทันแล้วมั้ย ตอนนี้มันข้ามขั้นของการทำความรู้จักกันไปแล้วนะเพื่อน


หรือถ้าจะพูดกันอีกอย่าง ถ้าคบกับเฮียได้มันก็ต้องเป็นคนที่ศีลเสมอกันป่ะวะหยางพูดพร้อมเบะปาก และก็ไม่ต้องสืบว่าศีลที่ว่าคงหนีไม่พ้นเรื่องความเจ้าชู้ส่วนเหตุผลที่เขาต้องทำแบบนั้น ถ้าให้ฉันคิด คงเพราะสนใจแก


สนใจฉันฉันพูดพร้อมชี้มือเข้าหาตัวเองเราไม่เคยรู้จักกัน


นี่อาจจะเป็นวิธีของการเริ่มทำความรู้จัก ของผู้ชายอันตรายพวกนี้ก็ได้นะเว้ย


หลังจากฟังหยูพูดจบ ฉันก็ยกมือขึ้นกุมขมับทันที แล้วไอ้วิธีการที่ว่ามันต้องเป็นผู้ชายแบบไหนกันวะ 


หรือให้ฉันไปเคลียร์กับเฮียเลยมั้ย นี่ก็ไม่โอเคเหมือนกันที่เกิดเรื่องแบบนี้


เห้ยอย่า!” ฉันห้ามหยูที่กำลังจะยกโทรศัพท์กดไปหาพี่ชายตัวเองไม่ได้ ถ้าทำแบบนั้นเรื่องไม่จบแน่ มันเหมือนกับฉันยิ่งพยายามเอาตัวเองไปใกล้เขาเฮียหยางอาจจะรู้เรื่องไวน์ แต่อาจจะยังไม่รู้ว่าเกิดไรขึ้นกับฉันเมื่อคืนบ้าง ถ้ายิ่งต่อเรื่องมันต้องไม่จบง่ายๆแน่ 


เรื่องเมื่อคืนให้มันจบไปแค่นี้ดีกว่า ตอนนี้ฉันขออย่างเดียวคือ ขอให้ตัวเองไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นอีกฉันพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง และฉันก็จริงจังมากๆว่าไม่ขอยุ่งเกี่ยวอะไรอีก เพราะถ้าทุกอย่างเป็นอย่างที่หยูคิด ความผิดครั้งนี้คงไม่ต้องหารสองแล้ว ฉันขอยกให้เขาคนเดียวเลย


เอางั้นก็ดีเหมือนกัน เพราะฉันเองก็เห็นด้วย ว่าผู้ชายแบบเฮียคีย์ควรอยู่ให้ห่างหยูพูดขึ้นบ้างงั้นไปจัดการตัวเองไป เดี๋ยวจะไปส่งที่บ้าน สายป่านนี้แล้วย่าคงเป็นห่วงแย่


จริงด้วย สายที่ไม่ได้รับเหมือนจะมีย่าด้วยนะ เห้อออ ทำไมนึกถึงย่าถึงอยากร้องไห้ที่ตัวเองทำตัวแบบนี้กันนะ 



อัพต่อจ้า++++++



หลังจากวันนั้นฉันก็ปล่อยให้เรื่องเงียบไป โดยการไม่พูดถึงมันอีก และใช้ชีวิตเป็นปกติสุข โดยการรอการตอบรับจากบริษัทที่ยื่นผลงานขอเข้าทำงานไป 


จนกระทั่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็มีข่าวดีเกิดขึ้นกับฉัน เมื่อบริษัท KKC ได้ตอบรับเรซูเมของฉันที่ได้ยื่นไปก่อนทำเรื่องเรียนจบ ให้เข้าไปทำการสัมภาษณ์เพื่อพิจารณาเข้าทำงาน 


และตอนนี้ฉันได้ยืนอยู่ที่หน้าบริษัทนำเข้าและผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ ที่ทำรายได้มากที่สุดเป็นอันดับ1ของเอเชียในตอนนี้ ซึ่งเป็นสายงานที่ตรงสายของฉัน 


เคเคซีเป็นบริษัทชั้นนำที่ในทางของวิศวกรอย่างฉันใฝ่ฝันอยากเข้ามา และแน่นอนว่าการคัดเลือกต้องผ่านหลายด่านและต้องอาศัยเกรดเฉลี่ยที่ดีด้วย บริษัทมีวิศวกรที่เก่งเรื่องการออกแบบยานยนต์ ควบคุม และซ่อมแซ่ม จนกลายเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด 


ฉันก้าวเข้ามาด้วยขาซ้ายตามที่ย่าบอก และอยากแอบกระซิบว่าเมื่อเช้าได้ตื่นเพื่อใส่บาตรขอพรเรียบร้อยแล้ว ไม่ได้เชื่อจนงมงายหรอกนะ แต่ว่าตอนนี้ทำอะไรเพื่อความสบายใจได้ก็ขอทำไว้ก่อน พอก้าวเข้ามาก็ต้องทึ้งกับการออกแบบภายในของตัวบริษัท ทุกพื้นที่จะเน้นสีเงินเหมือนกับการบ่งบอกถึงความเป็นบริษัทผลิตรถยนต์ ทั้งตัวโมเดลรถทีเรียงรายเหมือนกับการจัดนิทรรศการ และดูเหมือนจะเป็นตัวโมเดลในแต่ละปีที่เคเคซีออกแบบและผลิตออกมาขายด้วย 


จากนั้นฉันก็พุ่งตัวไปที่รีเซ็ปชั่นคนสวย นี่ไม่ได้แค่พูดไปนะ แต่เธอสวยจริงๆ จนต้องแอบสงสัยว่า นี่พนักงานตอนรับเข้าคัดจากเวทีนางงามหรือไง 


สวัสดีค่ะฉันพูดพร้อมยกมือสวัสดีเธอทันทีที่เดินถึง 


สวัสดีค่ะ มาติดต่อเรื่องอะไรคะ


ฉันชื่อพีรดา กิจวรชัยค่ะ พอดีมีสิทธิ์เข้าสัมภาษณ์งานของแผนกควบคุมและออกแบบเครื่องยนต์ค่ะ


อ่อ คุณพีรดา คุณภรรณพหัวหน้าแผนกนี้แจ้งไว้แล้วค่ะ เชิญที่ชั้น 5 แล้วรอที่ห้องฝ่ายบุคคลได้เลยนะคะเธอพูดและยิ้มให้กับฉัน จากนั้นฉันก็ขอบคุณเธอและเดินไปที่ลิฟต์ทันที ฉันยืนรอและมองหมายเลขลิฟต์ที่ลดชั้นลงมาเรือยๆ 


รู้สึกตื่นเต้นเหมือนกันแฮะ ถึงจะยังไม่ได้รับให้เป็นพนักงานแต่พอนึกว่าจะต้องเริ่มทำงานรับผิดชอบชีวิตตัวเองจริงๆก็อดตื่นเต้นไม่ได้ ฉันไม่ได้เกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวยอาจจะไม่ได้ลำบากอะไร แต่ยังไงก็ต้องทำงานอยู่ดี ส่วนหยูน่ะหรอ พูดตรงๆมันไม่ต้องทำอะไรก็ได้ ตอนนี้มันจบวิศวะกลับมองหาลู่ทางเปิดร้านเสื้ออยู่เลย ชีวิตนี่ดีจริงๆ


ติ๊ง!


เสียงลิฟต์ดึงสติของฉันให้กลับมา จากนั้นก็เดินเข้ามาในลิฟต์รอสักพักก็ถึงชั้น 5 เมื่อเดินออกมาก็เจอห้องที่เขียนฝ่ายบุคคลพอดี ฉันยกนาฬิกาขึ้นมาดูเวลาก็พบว่าอีกตั้ง ครึ่งชั่วโมงจะถึงเวลานัด แวะเข้าห้องน้ำเช็คความเรียบร้อยหน่อยดีกว่า


คิดได้ดังนั้นจึงเดินมาที่ห้องน้ำหญิง พอเปิดประตูเข้ามาก็ต้องทึ่งกับการตกแต่งห้องน้ำ ผนังยังคงความเป็นสีเงิน แต่เป็นเงินเมทัลลิก ดูหรูมาก ฉันจึงอดคิดในใจไม่ได้ว่าบริษัททำรายได้ได้ปีละเท่าไหร่กัน


ฉันเลิกสนใจห้องน้ำและมองตัวเองผ่านกระจก วันนี้ฉันอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวความลึกของคอไม่ลึกจนเกินงาม พร้อมกับกางเกงสีดำเรียบๆที่เข้ากับสุด วันนี้ฉันใส่รองเท้าส้นสูงที่ช่วยเพิ่มมั่นใจและเข้ากับชุดอย่างสีครีม ทั้งกระเป๋าสพายข้างสีดำขนาดพอเหมาะที่จะใส่เอกสารต่างๆได้ การแต่งหน้าจะแน่นไปที่ความเป็นธรรมชาติ แต่ก็ให้รู้ว่าแต่งมาเพื่อให้เกียรติกับสถานที่ ผมสีดำธรรมชาติถูกปล่อยและดันลอนปลายนิดหน่อย


ฉันยืนและเช็คความเรียบร้อย ให้กำลังใจตัวเองผ่านกระจก พร้อมบอกว่าสู้ๆหนึ่งครั้งก่อนเดินกลับเข้ามาที่หน้าห้อง กำลังจะเคาะประตูขออนุญาติเข้าไปก็มีเสียงเรียกจากใครบางคนซะก่อน


คุณพีรดาใช่มั้ยครับฉันหันไปมองตามเสียงเรียกก็พบว่าเป็นชาติวัยกลางคนในชุดสูทสีดำแสนเนี้ยบ และน่าจะเป็นพนักงานบริษัทนี้


ใช่ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะฉันตอบออกไปพรางมองเขาเพื่อประเมินสถานการณ์


ผมภรรณพครับ เป็นหัวหน้าแผนก พอดีมีเรื่องด่วนเข้ามาให้คุณพีรดาไปสัมภาษณ์ที่ชั้นสามสิบห้าครับคุณภรรณพพูดจบแล้วก็ผ่ายมือไปทางลิฟท์อีกตัวที่ดูแปลกตากว่าตัวอื่นๆ ฉันเดินตามเขาไปแต่ยังไม่ได้ถามอะไรเนื่องจากคุณเขาดูรีบๆผิดปกติ 


เมื่อเข้ามาในลิฟต์ก็เกิดความสงสัยจนอดที่จะถามออกไปไม่ได้ เพราะชั้นสามสิบห้า เป็นชั้นบทสุดของบริษัทนี้ 


เออคุณภรรณพคะอดรนทนไม่ไหวฉันจึงถามเขาไปอย่างกล้าๆกลัวๆเรากำลังจะไปที่ไหนหรอคะ


อ่อ ห้องของท่านรองประธานบริษัทน่ะครับ


ห้ะ รองประธาน ชั้นสามสิบห้าคือชั้นผู้บริหารสินะ นี่บริษัทนี้เขาคัดกรองคนโดยผู้บริหารเลยหรอ


ติ๊ง!

เสียงลิฟต์ดังขึ้นและดึงสติฉันให้กลับมา ฉันเดินตามคุณภรรณพมาหยุดอยู่ที่หน้าโต๊ะเลขา เมื่อคุณภรรณพแจ้งกับเลขาคนสวย สวยอีกแล้ว เสร็จเธอก็กดโทรศัพท์ตรงเข้าไปถึงบุคคบที่อยู่ภายในห้องทันที 


เมื่อเราได้รับอนุญาตแล้วจึงเปิดประตูเข้าไป ฉันที่ก้มหน้าทบทวนเนื้อหาที่เตรียมมาสัมภาษณ์นั้น ถูกกลบด้วยเสียงที่ทุ้มของท่านรองประธาน


สวัสดีครับคุณพีรดา


ทันใดนั้นเมื่อเงยหน้ามองเขาก็เหมือนมีลมพัดเข้าใส่หน้าจนชาไปทั้งแถบ เบิกตากว้างมองร่างสูงที่นั่งอยู่ในเก้าอี้ผู้บริหาร เขาอยู่ในชุดสูทสีน้ำเงินเข้ม ขลับให้ผิวขาวยิ่งขาวขึ้นไปอีก ผมถูกเซ็ทไม่ได้เนี๊ยบมากแต่ก็ไม่ได้ชี้ฟู พรางจ้องหน้าฉันด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก ของเจ้าของใบหน้าที่เมื่อไม่นานมานี้เราเคยอยู่บนเตียงเดียวกัน


คะ คุณคีย์


ทำบุญตอนเช้าก็แล้ว ก้าวขาซ้ายเข้ามาก็แล้ว ทำไมถึงยังเหมือนมีเจ้ากรรมนายเวรตามมาอยู่แบบนี้ ย่าจ๋า ช่วยหนูด้วย 




Upload 100 %


เราเอาเมจเฮียหยางกับหยูมาฝากด้วยยยยย





เฮียหยาง




หยู




ทำไมสัมภาษณ์พนักงานต้องวีไอพีขนาดนี้คะเฮีย ตอบ!!!!
อัพอีก 20 เปอร์ยั่วๆจ้า ยั่วตีนรีดเดอร์มากที่ทิ้งจบไว้แบบนี้ ฮูฮูฮู

ปล. นี่เป็นนักเขียนมือใหม่เลยไม่รู้จะอ้อนขอกำลังใจจากแม่ยกยังไง 
เลยจะบอกได้แค่ว่า ทุกหัวใจคือกำลังใจที่ดีเยี่ยมมากๆให้กับไรท์เอง
หากผิดพลาดยังไง สามารถเม้นท์บอกกันได้ตลอดเลยเด้ออ นี่จะเอากลับไปปรับปรุงให้ดีขึ้นเลยงับ 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 497 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

589 ความคิดเห็น

  1. #563 150221 (@150221) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 12:11
    เพราะเฮียไม่ใช่เจ้ากรรมนายเวรแต่เฮียคือหลัวที่เป็นเนื้อคู่หนูไงลูก
    #563
    0
  2. #494 kulyasalin2 (@kulyasalin2) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:35
    วีไอพีตลอดอะ
    #494
    0
  3. #370 EleJEEN (@jeenjoong) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 21:03
    น้องจะทำไงต่อไปปปปปปปปปป
    #370
    0
  4. #365 prang_94 (@prang_94) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 09:19
    หนีไม่รอดแล้ว เฮียมันเตรียมรุกแล้วเนี่ย
    #365
    0
  5. #314 White fairyyy (@nurse089) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 11:52
    งื้อออ ชอบการเขียน ดีมากเลย
    #314
    0
  6. #209 TN27 (@TN27) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 01:01
    ชอบๆๆๆ
    #209
    0
  7. #165 Venitah (@PhoRR) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 11:40
    น้องงงง หนีไม่รอดหรอกลูก
    #165
    0
  8. #117 sutadaimp (@sutadaimp) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 23:58
    อิมเมจเจ้าหยู น่ารักกกกก แงงง
    #117
    0
  9. #12 Lovenight2491 (@Lovenight2491) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 15:07
    ให้กำลังใจนักเขียนใหม่. เขียนได้สนุกชวนอ่านและสำนวนใช้ได้ขอให้ประสพความสำเร็จ
    #12
    1
    • #12-1 mindsetFNK (@mindsetFNK) (จากตอนที่ 3)
      11 กรกฎาคม 2562 / 00:03
      ขอบคุณนะค่าาาา ฝากติดตามและเป็นกำลังใจให้ด้วยนะค่าาา
      #12-1
  10. #5 MOONLIGHT (@junchaysa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 10:50
    คุณคีย์ ของเค้าาาาา
    #5
    0
  11. #4 MOONLIGHT (@junchaysa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 10:49
    ดีนะที่เค้าบอกกันตรงๆ เพื่อนกันจริงๆ
    #4
    0
  12. #3 MOONLIGHT (@junchaysa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 13:07
    เค้าชอบบบบบ
    #3
    0