Let Me Love You

ตอนที่ 14 : Chapter 13 : You try to look at that sea. 109%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,647
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,063 ครั้ง
    8 ธ.ค. 62


Yang’s Talk

 

นี่เป็นครั้งแรกในรอบสองเดือนเลยที่ผมกลับบ้าน และเหตุผลที่ทำให้ผมไม่ได้กลับบ้านก็ทั้งเรื่องงานและ...ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ถ้าจะต้องพาใครต่อใครมาต่อกันที่บ้าน การเลือกที่จะอยู่คอนโดเลยเป็นทางเลือกที่ดี ทั้งม้าและป๊าก็เข้าใจในความเป็นผม แค่ไม่ทำอะไรที่ต้องมาเดือดร้อนตัวเองภายหลัง

 

เอาเรื่องนี้ไว้ก่อนดีกว่า เพราะตอนนี้เมื่อเดินเข้ามาในบ้าน ก็ได้ยินเสียงบทสนทนาที่เหมือนจะไม่ได้มีแค่น้องผมและม้าแต่เหมือนจะมีใครอีกสองคนเพิ่มมาด้วย ผมเดินตามเสียงเข้ามาจนถึงห้องอาหารของบ้านก็เจอกับคุณย่าและน้องพาย ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่เพราะเห็นทั้งสองคนมาทำอาหารในบ้านบ่อยๆ ถึงจะได้ชิมอาหารฝีมือคุณย่าแบบแทบนับครั้งได้ แต่ก็ทำให้ติดใจได้บ่อยครั้ง

 

ทุกคนสังเกตเห็นคนมาใหม่อย่างผมก็ชวนเชิญมานั่งกินข้าวด้วยกัน ซึ่งผมก็ไม่ได้ปฏิเสธเพราะไม่บ่อยครั้งที่จะได้กินข้าวกับที่บ้าน

 

และการทานข้าวครั้งนี้ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวังเหมือนเคย เพราะได้รู้จักกับหลนปลาเค็มที่เพิ่งเคยได้ยินชื่อนี้และได้ลองเป็นครั้งแรก และมันก็อร่อยมากๆ ถึงคำแรกจะไม่ค่อยคุ้นกับปลาเค็มแต่เมื่อได้กินไปเรื่อยกลับทำให้ผมถูกใจ

 

จนเมื่อมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมละความสนใจคือข้อความจากเพื่อนและขึ้นชื่อเป็นชื่อไอดีไลน์ของพีทที่ทักเข้ามาในกลุ่มซึ่งมีผมและคีย์เป็นสมาชิกด้วย

 

PPpete : [เสาร์หน้ามีเปิดตัวรีสอร์ทใหม่ที่สีชัง พวกมึงต้องว่าง]

 

เมื่อเปิดอ่านข้อความเพื่อนก็ทำให้นึกขึ้นได้ว่า พีทที่ลอยชายตัวเองมาหลายปีหลังเรียนจบ ก็ได้โดนพ่อมันให้ไปรับผิดชอบบริหารรีสอร์ทที่เปิดใหม่ที่ชลบุรี

 

และไอ้คำว่า พวกมึงต้องว่างนั้นก็ทำให้รู้ว่าถึงจะติดดิวงานกับลูกค้าที่สำคัญแค่ไหนก็ต้องไปให้ได้

 

GYang : [มึงจะทำงานทั้งทีกูไม่ไปได้ไง]

 

PPpete : [น่ายินดีมากมั้ง]

 

ใครก็ดูออกว่าพีทไม่อยากไปทำงานแค่ไหน แต่นี้พ่อมันคงทนไม่ได้แล้วที่ลูกชายคนเดียวจะไม่ยอมทำอะไรเลย ก็ไม่รู้นะว่าไปคุยกันยังไง คนที่ดื้อดึงอย่างพีทถึงได้ยอมทำ

 

PPpete : [อย่าลืมหิ้วสาวไปด้วยนะ เพราะในงานจะมีกิจกรรมดีดีที่เราแม่งคู่ควร]

 

 

KeYYP : [ยังไงวะ]

 

และก็มีบทสนทนาของคนที่เงียบไปแทรกขึ้น

 

PPpete : [บอกไม่ได้วะเพื่อน เอาเป็นว่าทำตามที่บอกก็พอ]

 

ตอนนี้ผมไม่ได้สนว่าพีทมันเตรียมกิจกรรมอะไรไว้หรอกนะ ก็เพราะรู้อยู่ว่าถ้ามันได้ลองทำอะไร คิดดีไม่ได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ทำให้รอยยิ้มมุมปากของผมได้ยกขึ้น เห็นจะเป็นผู้หญิงตัวเล็กที่นั่งเยื้องกับผมอยู่ตอนนี้

 

GYang : [ตอนนี้กูกำลังกินข้าวกับที่บ้านว่ะ]

 

เมื่อผมพิมพ์ประโยคที่ดูเหมือนจะเป็นการบอกเล่าธรรมดา หากประโยคนี้ไม่ได้อยู่ท่ามกลางบทสนทนาระหว่างผมกับเพื่อน

 

PPpete : [แล้วยังไง จะบอกว่าเหงา?]

 

และก็เจอกับประโยคที่กวนประสาทของพีท

 

GYang : [เปล่าหรอก แค่กำลังคิดว่าจะชวนน้องกับเพื่อนของน้องไปงานนี้ด้วยกันดีหรือเปล่า]

 

PPpete : [....]

 

KeYYP : [....]

 

ผมเว้นช่วงอย่างตั้งใจ ก่อนที่จะพิมพ์ประโยคถัดไป

 

GYang : [มึงคิดว่าไงวะคีย์?]

 

พร้อมตั้งใจแท็กชื่อของมันในไลน์ไปโดยตรง และผมเชื่อได้ทันทีว่ามันต้องเข้าใจในสิ่งที่ผมต้องการจะสื่อแน่นอน

 

KeYYP : [มึงอยากได้อะไร]

 

ประโยคนั้นก็ทำให้ผมพอใจและเผยรอยยิ้มออกมาในตอนนี้  คีย์มันเป็นคนฉลาด ไม่ต้องถามหาเหตุผลหรอก พุ่งเป้าเข้าในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อ นั้นคือสิ่งที่มันจะทำ และเมื่อเพื่อนเข้าใจจุดประสงค์ของผมแล้วมีที่ไหนที่ผมจะรอช้า

 

GYang : [พอดีจอง Mustang Shelby GT350 ไม่ทันวะ มึงพอจะทำให้มันหลุดจองสักคันมาเป็นของกูได้มั้ย]

 

อาจจะฟังดูเป็นประโยคคำถามแต่จริงๆแล้วผมรู้ดีว่าถ้าคีย์ได้ลองทำอะไรแล้ว มันไม่มีผิดพลาดแน่นอน ขึ้นอยู่กับว่าประโยชน์ที่จะได้ตอบแทนนั้น มันสมควรที่จะลงมือทำหรือเปล่า ถึงแม้ว่ารุ่นนี้จะเพิ่งทำมาแต่ยอดจองได้เต็มหมดแล้ว และมันก็เป็นรถที่น่าสนใจมากสำหรับผม และผมก็สนใจมันช้าไปหน่อยเลยพลาดจองไป

 

KeYYP : [กูจะให้ธนิตจัดการให้]

 

และนั้นก็มั่นใจได้แล้วร้อยเปอร์เซ็นว่าเร็วๆนี้ผมได้ขับ Mustang รุ่นใหม่นี้แน่นอน แต่เหนือสิ่งอื่นใดมันยิ่งทำให้ผมรู้ว่าผลตอบแทนที่มันจะได้นั้น คงถูกใจมากแน่

 

ตอนนี้ก็เข้าสู่กระบวนการที่ทำยังไงก็ได้ให้น้องพายไปงานนี้ให้ได้เลยเลือกที่จะเปิดประเด็นนี้กับม้าก่อน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเมื่อเห็นว่าม้าก็รับรู้แล้ว และหยูก็ดูจะตื่นเต้นอย่างนี้ เห็นทีว่าต้องล้อมให้หยูหาเพื่อนไปด้วยแล้วล่ะ

 

“อืม เอาสิถือซะว่าไปเที่ยว ม้าว่าน่าสนุกดีนะ” และม้าก็เป็นคนที่ดูจะสนับสนุนเป็นคนแรก ตอนนี้คนตัวเล็กได้ดูมีท่าทีที่เลิกลั่กอาจจะไม่แสดงอาการออกมาไม่มาก แต่ก็พอมองออกว่ากำลังกังวนอะไรบ้างอย่าง

 

“พายไม่ค่อยมีความรู้ในเรื่องของรีสอร์ทเลยค่ะ พายว่าไม่ดีกว่าค่ะ” พายยิ้มน้อยๆและก้มหัวให้ดูว่าเธอขอปฏิเสธในครั้งนี้

 

“งานนี้ไม่ซีเรียสหรอกครับ เป็นการเปิดตัวรีสอร์ทในแบบของไอ้พีทเฉยๆ เฮียว่าต้องสนุกแน่ๆ” ผมยังคงพูดล้อมเธอต่อไป และไม่ใช่แค่พายด้วย การที่น้องจะไปเหตุผลแค่นี้ไม่พอแน่นอน “เฮียได้ข่าวว่ามีดีไซเนอร์ที่ทำงานให้กับนิตยสาร Voul ด้วยนะ”

 

จึงเลือกที่จะดึงความสนใจไปที่หยูแทน และก็เหมือนจะได้ผลเมื่อหยูได้ยินชื่อของนิตยสารชื่อดังของเอเชียก็ถึงกับเบิกตากว้าง

 

“จริงดิเฮีย นี่พี่พีทไปเอาคนติสต์และหาตัวจับยากขนาดนั้นมางานได้ยังไง บ้าไปแล้ว” หยูทำหน้าอึ้งขณะที่มองมาทันที

 

“พาย ไปกานนนน” เมื่อหยูหันไปเร่งเพื่อนตัวผมก็ลอบมองท่าทีของเธอไปด้วย

 

“แต่ฉันไม่ได้รู้จักกับคุณพีทเขาเลยนะ แกจะให้ฉันไปในฐานะอะไร”

 

“น้องสาวเฮียไง” และผมก็รีบชิงพูดทันที แน่นอนน้องพายสามารถไปงานนั้นได้ในฐานะน้องสาวผมได้อยู่แล้ว เผลอๆอาจจะมีฐานะอื่นเพิ่มมาด้วยอีกก็ได้ใครจะไปรู้

 

“แต่พาย...”

 

“เอาน่ะลูก ม้าก็ไปใครจะว่าอะไรหนูได้ ไปเที่ยวกันน่าสนุกดีออก คุณย่าว่าไงคะ?” และม้าที่มักจะชอบจัดการอะไรให้เสร็จสรรพก็หันไปถามคุณย่าทันที ทั้งๆที่เจ้าตัวยังไม่ทันได้พูดจบ

 

“เอาสิพาย หนูก็ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวที่ไหนอยู่แล้วนิลูก ย่าว่าไปเปิดหูเปิดตาบ้างก็ดีนะ”

เมื่อมีคุณย่าเห็นด้วยอีกคนก็ไม่มีเหตุผลที่น้องจะต้องปฏิเสธแล้ว การได้ไปเที่ยวเป็นเรื่องที่ดี นอกซะจากว่าการที่เธอจะได้ไปเที่ยวครั้งนี้ มีบางคนที่เธอกำลังกังวนอยู่

 

The End - Yang

 

อัพละเด้ออออ


ตอนนี้ฉันได้แต่นั่งนิ่งอยู่บนเตียง มองหยูที่กำลังรื้อตู้เสื้อผ้าที่ต้องไปทะเลในวันพรุ่งนี้ ใช่ค่ะ ทุกคนอ่านไม่ผิด พรุ่งนี้ฉันต้องไปชลบุรีซึ่งเป็นงานเปิดตัวรีสอร์ทใหม่ของคุณพีท

 

ย้อนกลับไปวันที่เฮียหยางเปิดบทสนทนาที่เกี่ยวข้องกับงานนี้บนโต๊ะอาหารที่มีทั้งหม่าม้าและย่า มันคือเรื่องดีมากเลยนะกับการที่เราจะได้ไปเที่ยวที่ไหนสักที่ และฉันเองก็ว่างแน่นอนอยู่แล้วเพราะเป็นวันหยุด แต่การที่อยู่ๆเขาก็เปิดประเด็นนี้ขึ้นมาและทั้งสายตาที่ฉันบังเอิญเห็นในวันนั้นอีก มันทำให้ฉันไม่ไว้ใจ เพราะอย่าลืมว่าเฮียหยางเป็นเป็นเพื่อนคุณคีย์ อาจจะฟังดูเข้าข้างตัวเองนะ แต่หลายๆครั้งที่ต้องเจอพวกเขาสามคนอยู่ด้วยกัน มันมักจะต้องมีเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นทุกที

 

แต่พอนึกถึงคนตัวสูงที่ไม่เจอเขามาเกือบจะสองอาทิตย์แล้วตั้งวันที่เขาป่วยเพราะหลังจากวันนั้นเขาต้องบินไปฮ่องกง ส่วนฉันฉันก็มารู้ทีหลังจากคุณธนิตเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าที่เขาต้องอยู่ฮ่องกงนานถึงสองสัปดาห์นั้นเป็นการที่เขาต้องไปวันครบรอบวันเสียของคุณพ่อเขาและส่วนหนึ่งก็เนื่องจากต้องจัดการธุระภายในครอบครัว เขาจึงฝากให้ฉันดูแลอู่ไปก่อนในช่วงที่คุณคีย์ไม่อยู่ ส่วนอู่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็เรียบร้อยดี ไม่ได้มีปัญหาอะไร

 

“โว๊ยย ทำไมรู้สึกว่าไม่มีไรใส่เลยวะ” และเสียงที่ดูหงุดหงิดดึงฉันให้กลับสู่ปัจจุบัน ทำให้ฉันต้องมองตามเสียงของคนตัวสูงที่กำลังค้นตู้เสื้อผ้าของตัวเองที่ยาวต่อกันห้าตู้ได้

 

“ต้องให้ช่วยรื้อแล้วเอามากองให้ดูมั้ยว่ามันเยอะแค่ไหน พูดออกมาได้ไงว่าไม่มีไรใส่” ฉันขมวดคิ้วพูดออกไป และก็โดนเพื่อนจ้องกลับมา

 

“ผู้หญิงอย่างแกไม่เข้าใจคำว่าไม่มีไรจะใส่ได้ยังไงวะ” พูดเสร็จหยูก็หันไปรื้อตู้เสื้อผ้าของตัวเองต่อ

 

ฉันจึงส่ายหัวและนอนราบลงกับเตียง ตอนนี้ฉันอยู่ในห้องนอนของหยูเพราะหยูไปรอรับฉันที่บ้านตั้งแต่รถแล่นเข้าจอด จัดการเลือกชุดและเครื่องประดับให้เสร็จสรรพพร้อมลากฉันมานอนด้วยกันเนื่องจากพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้า แล้วตอนนี้ก็จะเที่ยงคืนแล้ว คุณชายเขาก็ยังเตรียมกระเป๋าไม่เสร็จเพราะคอลเลคชั่นอินเดอร์ซียังไม่ลงตัว

 

กว่าฉันจะได้นอนเมื่อคืนก็ปาไปตีสองกว่าเพราะต้องถ่างตาช่วยมันเลือกชุดและแอคเซสเซอรี่อีกร้อยแปด นี่งงไปหมดว่าไปงานเปิดตัวรีสอร์ทหรือว่างานเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ของตัวเอง และเหตุผลที่มันใช้เวลาในการเลือกชุดคือ ต้องทำให้หลิ่นอี้ หวัง ดีไซน์เนอร์นิตยสารที่หยูต้องการไปเจอเตะตากับการแต่งตัวของมันจนอยากได้ไปขึ้นปก

 

และการที่ได้นอนไปแค่สามชั่วโมงนั้นก็ทำตาฉันบวม เรามาก่อนเวลาเยอะมาก เพราะงานเปิดตัวรีสอร์ทจะเริ่มตอนเย็น แต่ฉันกับหยูวางแผนว่าจะมาตั้งแต่เช้าเลยจะได้มีเวลาเที่ยวส่วนคนอื่นๆเช่นหม่าม้าและป๊าของหยูจะตามทีหลัง ส่วนเฮียหยางก็ไม่เจอเขาเลยเช่นกันหลังจากวันนั้น

 

ตอนนี้พวกฉันถึงชลบุรีแล้วใช้เวลาเดินทางไม่นานก็มาถึงเกาะสีชัง เมื่อนั่งรถของรีสอร์ทที่ถูกส่งมารับพวกเราทางเข้าอาจจะดูซับซ้อนแต่ไม่ได้เปลี่ยว เมื่อเข้ามาถึงตัวรีสอร์ทก็ต้องอดที่จะประทับใจไม่ได้ เพราะถ้ามองจากตรงนี้ ที่ตั้งของรีสอร์ทค่อนข้างจะเป็นส่วนตัว นี่ถ้าไม่บอกว่าที่นี่คือเกาะสีชังคงเข้าใจไปแล้วว่ามันคือเกาะส่วนตัว มองจากตรงนี้ส่วนของพื้นที่รีเซ็ปชั่นเป็นจุดที่น่าจะต่ำที่สุด ทำให้ถ้ามองจากตรงนี้ จะเจอกับตัวของบ้านแต่ละหลัง ที่ต้องว่าบ้านเพราะรีสอร์ทที่นี่แบ่งห้องออกเป็นตามตัวบ้าน ที่ถ้ามองไม่ผิดต้องมีสระวาดน้ำในตัวด้วยแน่

 

เมื่อพนักงานออกมาตอนรับและยกกระเป๋าลงให้ ก็พาเอาไปเช็คอินเข้าที่พัก โดยเฮียหยางฝากเลขห้องทุกอย่างมาผ่านหยูหมดแล้ว ฉันเพียงแค่เดินตามเพื่อนเข้ามาเท่านั้นจากนั้นเราก็นั่งรถกอล์ฟเพื่อเดินทางไปที่ห้องพักของเรา โดยฉันกับหยูพักที่เดียวกัน

 

เมื่อเปิดประตูเข้ามาก็ต้องทึ่งกับความหรูหราและพอมองออกไปที่บานประตูใสที่ตอนนี้สายตาสามารถทอดมองออกไปผ่านกระจกนั่นเห็นทะเลที่อยู่ไกลสุดลูกหูลูกตา ตัดกับท้องฟ้าที่แซมไปด้วยก้อนเมฆสีขาวนั้นอีก

 

“โฮ้วว นี่พี่พีทเขาหมดเงินสร้างที่นี่ไปเท่าไหร่วะเนี่ย” เสียงหยูดังขึ้นขณะเปิดประตูกระจกเพื่อเดินออกไปนอกตัวบ้านเพื่อจะได้มองวิวให้ชัดๆ นั้นสินะ ต้องหมดเงินเท่าไหร่กันถึงจะสร้างที่แบบนี้ได้ ไหนจะเงินที่ต้องจ่ายเพื่อแลกกับที่ดินที่มีวิวขนาดนี้อีก “เพื่อนเฮียแต่ละคนนี่เขาคบกันจากทรัพย์สินที่ครบครองกันหรือไงวะ”

 

เออ พี่ชายมันก็ทายาทผู้ผลิตเครื่องดื่มและนำเข้าแอลกอฮอล์ อีกคนก็เจ้าของรีสอร์ทและที่ดินอีกไม่รู้กี่เท่าไร่ ส่วนอีกคน...ก็เจ้าของบริษัทผลิตและนำเข้ารถยนต์ที่ใหญ่อันดับต้นๆของเอเชียอีก คนประเภทเดียวกันมักจะดึงดูดกันจริงๆ

 

“เก็บของเสร็จแล้วขอนอนพักซักงีบได้ม้ะแก ไม่ไหวอะ” หยูเลิกมองวิวภายนอกและหันมาพูดกับฉัน สายตาที่ดูอ่อนเพลียตามที่พูดนั้นก็ทำให้ฉันเห็นด้วย

 

“เอาสิ นอนสักพักแล้วค่อยออกไปแล้วกัน”

 

เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้นก็แยกกันเก็บของในห้องของตัวเองเนื่องจากภายในตัวบ้านก็จะแยกห้องออกไปอีกสองห้อง ความง่วงที่มีมากและเพลียจากการเดินทางก็ทำให้ฉันเผลอหลับไป

 

 

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

“ยัยพายตื่นโว๊ยยยย”

 

ฉันสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงเรียกจากคนด้านนอก เมื่อสายตาเริ่มปรับรับแสงได้แล้ว ก็รู้สึกตัวและเบิกตากว้างตื่นทันทีเมื่อนึกได้ว่าตัวเองเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

 

ตอนนี้กี่โมงแล้ววะเนี่ย

 

“ยัยพายโว๊ยยย” เสียงเรียกของหยูก็ยังคงดังไม่หยุด ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดเข้ามา “โอ้โห้ เกินเบอร์มาก นี่แกนอนหรือซ้อมตายอ่ะโทษที”

 

“ทำไมไม่ปลุกฉันวะ ตอนนี้กี่โมงแล้วเนี่ย” ฉันยังคงงัวเงียพร้อมดึงผ้าห่มออกจากตัวก่อนจะลุกขึ้นมองหาโทรศัพท์

 

“ตอนนี้บ่ายสามละ”

 

“ห้ะ จริงดิ” ฉันเบิกตากว้างเมื่อได้ยิน จำได้ว่ามาถึงที่นี่ประมาณแปดโมงเช้าได้ นี่ฉันหลับไปนานขนาดนั้นเลยหรอ “ทำไมแกไม่ปลุกฉัน หมดกันแพลนที่วางไว้”

 

“นี่ฉันก็เพิ่งตื่นได้ไม่นานหรอก งั้นเราก็เปลี่ยนเป็นวันนี้เก็บแรงไว้ปาร์ตี้ตอนเย็น โดยการไปหาไรกินละเดินเล่นแถวนี้แทนละกัน”

 

“อืม งั้นขอเปลี่ยนชุดแปปหนึ่งแล้วเดี๋ยวตามออกไป”

 

เมื่อจัดการล้างหน้าล้างตาตัวเองเสร็จฉันก็เปลี่ยนชุดเป็นกางเกงยีนส์ขาสั้นที่ปลายรุ่ยพร้อมเสื้อกล้ามสีดำครึ่งตัว โดยทับปิดด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวตัวใหญ่ ที่ติดกระดุมให้คอเสื้อทิ้งตัวไปทางด้านหลัง จนเผยให้เห็นแผ่นหลังขาวเนียน และไม่ลืมหยิบกล้องขนาดเล็กไปด้วย

 

หยูที่ยืนรออยู่ข้างรถกอล์ฟตอนนี้อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ติดกระดุมเพียงสองสามเม็ดล่างเผยให้เห็นอกที่ดูแลอย่างดี หยูไม่ชอบผู้หญิงก็จริง แต่มันก็ไม่ลืมที่จะดูแลตัวเองให้สมกับความเป็นชายที่ได้รับมาอย่างดีเลย ส่วนแว่นตากันแดดสีชาก็ไม่ได้ปกปิดใบหน้าตี๋หล่อของมันได้ด้วยเช่นกัน

 

“เราจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดีอะ”

 

“หาไรกินก่อนแล้วกัน ฉันว่าเราขับออกไปหน้ารีสอร์ทแล้วหาร้านอาหารแถวๆนี้เอา ฉันไม่อยากกินอาหารที่รีสอร์ทอะ มาทะเลทั้งที” ไหนๆเราก็มาถึงทะเลแล้ว ตื่นมาก็จะเย็นแล้วขืนยังจะกินข้าวที่รีสอร์ทคงไม่ได้ออกไปไหนพอดี

 

“เอาสิ กินเสร็จละคงมีเวลาเดินเล่นอีกสักแปปก็คงต้องกลับมาเตรียมตัวไปงานคืนนี้แล้ว”

 

ขณะที่รถขับไปเรื่อยๆระหว่างทางก็มีต้นไม้ที่ถูกปลูกรายล้อมสองข้างทางเอาไว้ มีดอกไม้แซมขึ้นตลอดทาง ทำให้กล้องฟิล์มที่ฉันหยิบมาได้ทำงาน กดจนไม่ได้สนใจจำนวนฟิล์มในกล้องเลย

 

เมื่อขับออกมาจนถึงบริเวณหน้ารีสอร์ทก็เจอกับแยกที่จะออกไปเพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวถนน หยูก็จอดก่อนจะหันหน้ามาถาม

 

“ซ้ายหรือขวาดีวะ”

อัพละเด้ออออ

“ขวาร้ายซ้ายดี เลี้ยวซ้ายละกัน อาจจะเจอร้านอาหารก็ได้” ฉันตอบออกไปแกมไม่ได้สนใจเพื่อนเท่าไหร่ เพราะตอนนี้กำลังสนุกกับการกดถ่ายภาพรอบๆตัว

 

“แต่ตอนที่เรามาก็มาทางซ้ายนะ ไม่เห็นเจอร้านอาหารเลย”

 

“เอ้า ถ้าแกรู้แล้วจะถามฉันทำไมเนี่ย”

 

หลังจากนั้นเราก็นั่งตกลงกันถึงทางที่จะสุ่มไปเพื่อหาร้านอาหารแถวนี้ ได้ไม่นาน ก็ตกลงกันได้ว่าจะเลี้ยวขวา เพราะเราตกลงกันไม่ได้เลยเป่ายิ้งฉุบโดยหยูเป็นคนชนะ เมื่อออกรถมาห่างจากตัวรีสอร์ทมาไม่ไกลก็เจอกับวิวและมองไปข้างหน้าก็เจอกับร้านอาหารที่มีให้เลือกมากมาย

 

“ที่นี่โคตรสวยอ่ะ” ฉันที่นั่งมองไปตามข้างทางก็พยักหน้าเห็นด้วยกับหยู สายตาของฉันตอนนี้เห็นเพียงแค่ต้นไม้สีเขียวที่มองผ่านไปเจอกับสีฟ้าใสๆของทะเล ฉันหยิบกล้องขึ้นมากดอย่างไม่ห่วงจำนวนฟิล์มที่เหลือ

 

“ฉันชอบทะเลที่สุดเลย มันให้ได้หลายอารมณ์ดี”

 

“ยังไงวะ” หยูหันมาถามด้วยท่าทีฉงน

 

“ก็มันดูทั้งสนุก สบายใจ เศร้า หรือแม้กระทั่งเหงา ไม่ว่าจะอารมณ์ไหนก็นึกถึงทะเลทั้งนั้นเลยนะ”

 

“ก็จริง แต่ตอนนี้ความรู้สึกอะไรก็ไม่สู้ความรู้สึกหิวแล้วล่ะ” เมื่อได้ยินอย่างนั้นฉันก็หัวเราะออกมา จะไม่ให้หิวได้ยังไงทั้งวันยังไม่ได้กินอะไรเลยนิ

 

 

 

ไม่นานก็ถึงร้านอาหาร ฉันกับหยูกินข้าวกันด้วยบรรยากาศที่มีลมโชยพัดมาตลอด เพราะร้านอาหารที่เราเลือกเป็นร้านที่อยู่ติดกับทะเลเลย มองออกไปก็เจอและได้ยินเสียงคลื่นเข้ากระทบชายฝั่ง เราใช้เวลาในการทานข้าวไม่นานเพราะต้องทำเวลาเพื่อจะได้เดินไปถ่ายรูปและสูดรับอากาศที่บริสุทธิ์

 

“บรรยากาศโคตรดีเลยแกว่าม้ะ” เมื่อเดินตามทางออกมาก็เจอกับพื้นทรายที่ตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าใสพร้อมกับคลื่นที่สาดซัดมาเข้าฝั่ง

 

“อืม อยากทิ้งตัวลงตรงนี้มากอ่ะ” ฉันพูดพร้อมกับกางแขนออกรับลมเย็นๆ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะห้าโมงเย็นแล้วพระอาทิตย์ที่ส่องแสงเริ่มหลบและอีกไม่นานคงลาลับขอบฟ้าไป บรรยากาศตอนนี้ทำให้ฉันรู้สึกดีมากจนต้องส่งรอยยิ้มกว้างๆให้กับทะเลตรงหน้าสักหนึ่งที

 

“พายถ่ายรูปให้หน่อย” และหยูที่วิ่งลงไปใกล้ทะเลตอนไหนไม่รู้ก็เรียกฉันที่ถือกล้องอยู่ตรงต้นชายหาดให้ยกกล้องขึ้นเพื่อถ่ายรูป ฉันชอบถ่ายรูปมาก โดยเฉพาะกล้องฟิล์มเพราะมันให้โอกาสเราเพียงครั้งเดียว ฉนั้นทุกรูปจึงสำคัญเสมอ

 

ฉันยกกล้องขึ้นส่องไปยังคนตัวสูงที่แอคท่าเตรียมให้ฉันกดชัตเตอร์อยู่ ตอนนี้ที่ชายหาดเงียบมากทั้งๆที่เวลานี้คนควรจะเยอะ รูปที่ฉันกดไปจึงเป็นรูปที่มีหยูยืนส่งยิ้มอยู่แล้วมีแบล็คกราวเป็นสายคลื่นที่กำลังซัดมา

 

ในขณะที่ฉันกำลังกรอม้วนฟิล์มเพื่อถ่ายรูปต่อไป กลับมีมือปริศนามาสะกิดบริเวณเอวของฉันเบาๆ ฉันผละจากกล้องแล้วมองตามมือนั้น ก็พบกับมือเล็กที่ติดจะดำคล้ำของเด็กชายที่ในมือกำลังหอบตะกร้าอยู่พร้อมกับดวงตาที่สุกใส

 

“หื้ม? หนูมีอะไรหรอคะ” ฉันลดกล้องลงพร้อมย่อตัวลงให้ตัวเท่ากับคนตัวเล็กตรงหน้าพร้อมเลิกคิ้วถาม

 

เขาไม่พูดอะไรเลยนอกจากหยิบกำไลข้อมือที่ถักด้วยผ้าฝ้ายที่น่าจะถูกยอมสีเป็นสีต่างๆ และฉันเพิ่งสังเกตุได้ว่าตะกร้าที่น้องถือมาคือตะกร้าที่เต็มไปด้วยสร้อย กำไลข้อมือ และอีกบลาๆที่ดูเป็นของที่น่าจะทำเอง เมื่อกำไลที่ถูกหยิบออกมานั้นกางออกเหมือนกำลังรอให้ฉันยื่นมือไปใส่มัน

 

“ให้พี่หรอ” ฉันถามด้วยหน้าฉงน พร้อมชี้มือเข้าหาตัวเอง

 

“ใช่ฮะ” และคนตัวเล็กก็ยอมที่จะพูดกับฉัน

 

“ทำไมล่ะคะ” ฉันยังคงถามเขาไม่เลิก จนคนตัวเล็กต้องวางตะกร้าลงบนทรายและยื่นมือเล็กมาจับมือฉันไปก่อนจะสวมกำไลข้อมือที่ถักด้วยผ้าสีม่วงและร้อยด้วยลูกปัดสีขาวสลับกับเปลือกหอย

 

“จองไว้” ปากเล็กที่ขยับพูดหลังจากที่สวมกำไลข้อมือให้ฉันเสร็จ

 

“หื้อ?”

 

“เขาบอกว่าจองไว้ก่อน” เมื่อคนตัวเล็กพูดจบประโยคก็เดินหอบเอาตะกร้านั้นเดินจากไป ฉันได้แต่ยืนขมวดคิ้วนิ่งมองตามร่างเล็ก

 

“พาย มีไรวะ” หยูที่คงสังเกตเห็นเด็กคนนั้นแล้วจึงเดินเข้ามาหาฉัน

 

“นั้นสิ อะไรวะ” ฉันพูดพร้อมกับมองกำไลข้อมือนั้นนิ่งพร้อมกับทวนคำพูดของน้องในใจ จองหรอ ใครจอง แล้วจองอะไร

 

“เอ้า อะไรของแกวะ” หยูได้แต่ขมวดคิ้วถามฉันออกมา พร้อมก้มมองนาฬิกาข้อมือแล้วเบิกตากว้าง “ตายละ ได้เวลาที่ต้องกลับละยัยพาย เดี๋ยวเตรียมตัวไม่ทัน ไปเหอะ”

 

หยูเดินนำฉันไปทางรถที่จอดเอาไว้ แต่เมื่อมองกำไลบนข้อมืออีกครั้งก็ตัดสินใจหันหลังกลับไปทางทะเลพร้อมยกแขนขึ้นอีกมือก็กรอม้วนฟิล์มและพบว่าเหลือถ่ายได้อีกแค่รูปเดียว ก่อนที่จะกดชัตเตอร์

 

โดยรูปนั้นเป็นรูปของข้อมือฉันที่มีกำไลข้อมือสีม่วงนี้ มีแบล็คกราวเป็นท้องฟ้าสีส้มกับน้ำทะเลสีฟ้า ไม่รู้ว่าความบังเอิญนี้คืออะไรนะ แต่ฉันชอบมันจัง

 

 

 

เมื่อกลับมาจัดการตัวเองได้สักพักก็เรียบร้อย ตอนนี้ฉันอยู่ในเดรสยาวสายเดี่ยวสีขาวที่มีลายปริ้นเป็นดอกไม้สีชมพูดม่วงแซมอยู่ ผมที่ยาวประบ่าตอนนี้ถูกดัดให้เป็นลอนใหญ่ๆ ก่อนจะสำรวจตัวเองเพื่อความเรียบร้อยสายตาก็หันไปมองกำไลที่ถูกถอดวางไว้ที่หน้าโต๊ะกระจก ก่อนจะตัดสินใจหยิบมันมาใส่ และกลับรู้สึกว่ามันเข้ากับชุดวันนี้ซะงั้น

 

เมื่อมั่นใจแล้วว่าไม่ได้ลืมอะไรก็เปิดประตูออกไปก่อนจะเจอกับหยูที่กำลังเดินออกมาจากห้อง

 

“พอดีเลย เมื่อกี้ม้าเพิ่งโทรมาตาม” หยูยกโทรศัพท์ขึ้นพร้อมพูดออกมา เห็นว่าคนอื่นๆมากันตั้งแต่บ่ายช่วงที่เราออกไปเที่ยวแล้ว

 

“อื้ม ไปกัน” ฉันส่งยิ้มให้หยูพร้อมกับเดินคู่กันออกไป

 

เมื่อออกมาจากตัวของห้องพักก็เริ่มได้ยินเสียงที่ดูคึกคักพร้อมกับแขกที่เริ่มทยอยกันเข้ามาในงาน ในส่วนของการจัดงานนั้นเป็นการจัดตรงลานกว้างที่น่าจะเอาไว้จัดงานสังสรรค์และถ้ามองออกไปก็จะเจอกับวิวทะเลและลมที่พัดโชยเอากลิ่นอายของทะเลยามค่ำคืนเข้ามา

 

แขกในงานต่างอยู่ในชุดที่ดูสบายกว่างานเปิดตัวรีสอร์ททั่วไป คงเหมือนอย่างที่เฮียหยางว่า ว่างานนี้ไม่ได้ถูกจัดขึ้นมาให้ดูจริงจัง แต่เป็นการให้ลูกค้าได้เข้ามานอนพักเพื่อเป็นการยืนยันด้วยตัวเองว่าที่นี่ดียังไง และแขกในงานวันนี้ถึงแม้จะไม่ได้ใส่สร้อยเพชรที่บ่งบอกถึงฐานะแต่กลับประชันด้วยชุดราคาแพง

 

“นั่นม้านิ” หยูพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปยังโต๊ะที่อยู่ยังจุดที่ชิดกับวิวทะเลมากที่สุด

 

เห็นดังนั้นจึงก้าวเดินไปทางโต๊ะที่หยูชี้ แต่ฉันที่ไม่ทันได้ดูอะไรก็เผลอไปชนเข้ากับแขนของใครบางคน

 

“อ๊ะ ขอโทษ...ค่ะ” ฉันที่กำลังจะกล่าวขอโทษบุคคลที่ฉันไปชนก็ต้องเบิกตากว้าง น้ำเสียงที่กำลังจะขอโทษเธอกลับติดขัดขึ้น

 

“น้องพาย? มางานนี้ด้วยหรอคะ” เสียงใสทักขึ้นก่อนที่จะมองฉันด้วยสายตาฉงน ใบหน้าสวยหวานและมีท่าทีที่ดูดีสมกับเป็นลูกสาวคนโตของตระกูลผู้ดีเก่าแก่นั้นทำให้ฉันเผลอจ้องหน้าเธอนิ่ง รอยยิ้มจริงใจที่เธอมักจะมีให้ฉันเสมอ แต่เป็นฉันเอง...ที่ไม่สามารถรับหรือยิ้มตอบกลับไปได้อย่างเธอเลยสักครั้ง

 

“ค่ะ” ฉันยกมือไหว้เธอและตอบกลับประโยคนั้น แต่มันกลับยากเมื่อต้องมาเจอกันในสถานการณ์ที่ไม่ได้เตรียมใจมาก่อนอย่างนี้ 


มาละจ้าาาาาาา 


“ไม่เจอกันนานสวยขึ้นเยอะเลยนะเรา” เธอทักและส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้

 

“ขอบคุณค่ะ” น้ำเสียงที่ราบเรียบนั้นทำให้รอยยิ้มอ่อนโยนฉงัก ใบหน้าที่ดูผิดหวังและทำตัวไม่ถูกนั้นฉายให้เห็นเพียงแค่แวบเดียวก่อนจะกลับมายิ้มดังเดิม ฉันรู้ตัวว่าตอนนี้กำลังทำตัวไม่น่ารักใส่คุณ จิง ที่มีศักดิ์เป็นพี่สาว พี่สาวที่ต่างทั้งพ่อและแม่ของฉันคนนี้เธอยังคงไม่ยอมแพ้และชวนคุยต่อไป

 

“วันจันทร์นี้เป็นงานวันเกิดคุณพ่อ พายไปด้วยกันนะ เดี๋ยวพี่จิงส่งรถไปรับ มาทานข้าวที่บะ...”

 

“พายว่าไม่ดีกว่าค่ะ” ฉันตัดบทก่อนที่คนตรงหน้าจะพูดจบ เธอจ้องมาด้วยใบหน้าที่เจื่อนลง ฉันรู้สึกแย่นะที่ต้องทำตัวแบบนี้ แต่การที่ได้ยินเรื่องของ เขา กำแพงที่เดิมสูงอยู่แล้วกลับยิ่งทำนบขึ้นอีกเป็นเท่าตัว “วันนั้นพายไม่น่าสะดวกน่ะค่ะ”

 

ก่อนที่จะเผลอทำตัวเย็นชาใส่คนตรงหน้าไปมากกว่านี้ เลยเลือกที่จะบอกลาและเอาหยูมาอ้าง

 

“พายขอตัวนะคะ พอดีแม่ของเพื่อนพายรออยู่” ฉันก้มหน้าเพื่อเป็นการบอกลาเธอและลากมือหยูให้ออกมาเพื่อมุ่งหน้าไปยังโต๊ะของหม่าม้าทันที

 

ไม่ชอบเลย...

 

ฉันไม่ชอบตัวเองที่ทำตัวแบบนี้เลย ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันลองพยายามทำให้ทุกอย่างมันดูไม่มีอะไร ฉันไม่เป็นไรมาตลอด แต่พอมาเจอกันอีกครั้งในรอบหลายปี กลับทำให้รู้เลยว่ามันไม่ได้ผล

 

“พาย โอเคป่ะวะ” หยูดึงมือฉันที่กำลังเดินต่อไปให้หยุดลง และก่อนจะพบว่าตอนนี้เผลอกำมือเข้ากับมือของหยูแน่น

 

“อืม” ฉันเค้นเสียงตอบออกไป พร้อมกับยิ้มบางๆเพื่อแสดงให้เห็นว่าฉันไม่เป็นไร “ไปเหอะ ม้ารอนานแล้ว”

 

ฉันตัดสิ่งที่กำลังรบกวนจิตใจออกไปก่อน จะเดินนำหยูมายังโต๊ะที่มองเห็นหม่าม้ากำลังนั่งคุยกับผู้ใหญ่อีกสองสามคนบนโต๊ะ

 

“เอ้า มากันพอดีเลยลูก” ฉันยกมือไหว้หม่าม้าและป๊าของหยูทันทีเมื่อเธอสังเกตเห็นพวกฉันแล้ว และยังไม่ลืมไหว้คนอื่นๆบนโต๊ะด้วย

 

“โอ้โห้หยู โตขึ้นนี่หล่อเหมือนพ่อเลยนะ” และเสียงของคนที่ฉันไม่คุ้นที่สุดในโต๊ะนี้คงหนีไม่พ้นส.ส.ที่เป็นเจ้าของรีสอร์ทนี้และมีศักดิ์เป็นพ่อของคุณพีท

 

“ครับ” หยูที่ยิ้มรับหน้าเจื่อนๆทำฉันต้องลอบยิ้ม

“แล้วนี่ใครกันล่ะคุณหญิงหน้าตาน่าเอ็นดูเชียว” คุณพ่อของคุณพีทหันหน้ามาทางฉันและหันไปถามหม่าม้าท่าทางที่ดูเอ็นดูฉันเหมือนที่ท่านพูดนั้น ทำให้ฉันยิ้มตอบกลับไป

 

“เพื่อนหยูเขาน่ะค่ะ ชื่อหนูพาย หนูพายสวัสดีคุณลุงเขาหรือยังลูก” ฉันได้ยินอย่างนั้นก็เตรียมจะยกมือไหว้เขาอีกครั้งก็ต้องลดมือลงเมื่อได้ยินคุณสุพจน์พูด

 

“ไม่ต้องพิธีมากหรอกหนู ตามสบายๆ” เขาพูดอย่างไม่ถือสาและเป็นกันเอง “แหม่ นี่ท่าไอ้ลูกชายเอาการเอางานกว่านี้ซักหน่อยก็อยากจะแนะนำลูกชายให้หนูเลยนะเนี่ย”

 

ท่านพูดอย่างไม่ได้จริงจัง ฉันจึงได้แต่ยิ้มให้ท่านไป ก่อนจะหยิบน้ำสีๆที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดื่มแก้เก้อ

 

“ก็ลองได้แนะนำดูสิพ่อ ลูกชายพ่อได้กลายเป็นศพลงข่าวหน้าหนึ่งแน่” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นนั้นทำให้ฉันหยุดชะงักมือที่กำลังดื่มน้ำในแก้ว แต่ขนที่กำลังลุกซู่ขึ้นมาเฉยๆนี่มันอะไร

 

และฉันก็ต้องได้เข้าใจถึงอาการขนลุกของฉันก่อนหน้านี้ เมื่อเห็นว่าคุณพีทเขาไม่ได้มาแค่เสียงและตัวเขา แต่ยังติดสอยเอาเพื่อนของเขาอีกสองคนห้อยตามมาด้วย

 

สายตาของคนที่ไม่ได้เจอกันตลอดสองอาทิตย์นั้นจ้องกลับมาอย่างไม่วางตา สายตาที่ไล่มองตั้งแต่ใบหน้า ไล่ลงมาเรื่อยจนถึงเกาะอกที่เผยให้เห็นเนื้อผิวที่ขาวใสของฉัน ก่อนจะลากกลับแล้วเอาสายตาเย็นๆนั้นกลับมาวางที่นัยน์ตาของฉันดังเดิม

 

นั้นทำให้ฉันต้องลอบกลืนน้ำลายหนืดๆลงคอ ก่อนจะค่อยๆหยิบแก้วที่วางอยู่ขึ้นมาดื่มดังเดิม และคราวนี้ก็ทำให้ฉันรับรู้รสชาติได้ชัดเลย เมื่อน้ำสีชมพูม่วงๆนั้นน่าจะถูกผสมแอลกอฮอล์ลงไปไม่น้อยเลย

 

“ถึงฉันจะไม่เข้าใจที่แกพูด แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่ดีเลยนะ มูลนิธิการกุศลทั่วประเทศต้องยกย่องขอบคุณแกแน่ ที่ฉันไร้ทายาท ทรัพย์สินทุกอย่างจะได้ถูกบริจาคให้องค์กรมูลนิธิหมด” ท่านส.ส.พูดพร้อมกับหยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ

 

“พ่อ!” คนเป็นลูกได้แต่ฟึดฟัดก่อนจะได้รับเสียงหัวเราะจากคนที่นั่งกันอยู่บนโต๊ะ เว้นแต่คนตัวสูงตรงหน้าที่เอาแต่จ้องมาไม่หยุด

 

“จ้องขนาดนี้ น้ำจิ้มต้องมาละป่ะ เฮียคีย์ดูพร้อมย่างแกกินตรงนี้เลยอะ” หยูเอียงหน้ามากระซิบให้ได้ยินกันแค่สองคน

 

 “เกินไป” ฉันตอบเสียงเรียบกลับ

 

“หมายถึงฉันพูดเกินไป๊?” หยูถามกลับเสียงสูง

 

“หมายถึงเฮียคีย์ของแกเนี่ย จ้องกันเกินไปแล้ว นี่แอบกลั้นหายใจหลายทีละ” ฉันตอบไปเหมือนจะเล่นมุกนะทุกคนแต่นี่แอบคิดจริง เพราะตั้งแต่มาเขายังไม่ยอมละสายตาไปจากฉันเลย ไม่ว่าฉันจะยกแก้วตรงหน้าขึ้นดื่มไปอีกกี่แก้ว ไม่ว่าจะหยิบของวางกินจนท้องป่องจะเกินชุดเดรสที่ใส่มาวันนี้ แต่พอได้ลองมองตรงไปยังคนตรงหน้าก็เจอกับสายตาเฉี่ยวคมคู่นั้นที่มองมาอยู่ก่อนแล้วตลอด

 

“เออ นี่นั่งข้างๆก็ขนลุกตามไปหลายทีละ”

 

“ฉันว่าฉันเดินออกไปรับลมหน่อยดีกว่าวะ” ก่อนที่ฉันจะขาดออกซิเจนตายลงตรงนี้ ต้องขอตัวออกไปจากตรงนี้ซะแล้ว

 

“ให้ไปด้วยม้ะ” หยูที่เตรียมจะลุกตามฉันไปด้วย

 

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันมา” เมื่อบอกหยูเสร็จก็หันไปคุยกับหม่าม้าให้ได้ยินกันแค่สองคน “ม้าคะ เดี๋ยวพายขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”

 

แต่เสียงนั้นก็เหมือนจะอยู่ในการรับรู้ของคนตัวสูงตรงหน้าด้วย เพราะสายตาก่อนที่ฉันจะลุกออกจากโต๊ะดูมีประกายแปลกๆเมื่อเขามองมา

 

“เห้อออ ทำไมถึงได้รู้สึกหายใจติดขัดได้ขนาดนี้นะ”

 

ฉันพูดพรางเดินออกมาจากตรงนั้นและเดินตามทางเข้ามาตามทางเดินที่ดูเหมือนจะทอดไปอีกโซนของงาน งานในวันนี้ส่วนมากดูเหมือนจะเป็นคนอายุอยู่ในช่วงคุณพีทเจ้าของงานกันซะส่วนใหญ่ มีคนที่ดูเป็นนักธุรกิจรุ่นใหญ่กันอีกประปราย แต่สายตาที่มองมาในระหว่างทางที่ฉันเดินไปนี้สิ ทำไมมันให้ความรู้สึกอึดอัดยิ่งกว่าสายตาของคุณคีย์ที่มองมาอีกนะ

 

เมื่อฉันเดินได้สักพักก็เจอกับสระวายน้ำขนาดใหญ่ นี้ฉันก้าวล้ำเข้ามาในอีกงานหนึ่งหรือเปล่าเนี่ย เพราะที่นี่เป็นเหมือนปาร์ตี้ที่ดูแตกต่างจากอีกโซนมาก ทุกคนต่างดูกำลังกรึ่มและดูปล่อยตัว บ้างก็กระโดดลงไปเล่นน้ำคลอเคลียกับสาวสวยที่ใส่บีกินี่อวดร่างสวยอยู่กลางสระ

 

เดี๋ยวนะ หรือนี่จะเป็นคอนเซ็ปจริงๆของคุณพีทกัน

 

Who know sexy please put your hands up!! (ใครรู้ตัวว่าเซ็กซี่ โปรดยกมือขึ้น!!!!)” ดีเจถามขึ้นพร้อมกับเปิดเพลงเพื่อเร้าอารมณ์ของคนที่นี่ และนั้นก็มีสาวสวยมากมายที่ยกมือขึ้นด้วยความมั่นใจ

 

แค่นั้นยังไม่พอ ผู้ชายบางคนก็ถอดเสื้อออกโชว์แผงกล้ามที่ดูดีออกมาให้เห็นและได้รับเสียงกรี๊ดจากผู้หญิงในงานได้ดี ทั้งยังเหลือบไปเห็นช็อตบางคู่ที่กำลังนัวเนียกันอยู่บนเก้าอี้ชายหาดอีก

 

นี่เพลง ฉันมาทำอะไรที่นี่ดังขึ้นกลบเสียงเพลงที่ดีเจเปิดละนะ

 

That’s so hot!!!! (เจ๋งสุดๆ)” ละนั้นก็ดูจะถูกใจดีเจในงานและคนที่อยู่ที่นี่ได้อย่างดีเลย

 

เมื่อรู้ตัวแล้วว่าไปนั่งกลั้นหายใจอยู่บนโต๊ะที่มีคุณคีย์ยังดูจะดีกว่ามากลั้นใจตายเพราะช็อตบาดใจตรงหน้า ฉันก็เตรียมจะหมุนตัวกลับแต่ดันโดนรั้งไว้ด้วยมือหนาของใครบางคน เมื่อฉันหันไปก็เจอกับร่างสูงที่ไม่คุ้นเคย เขายิ้มด้วยสายตาที่ดูหยาดเยิ้มและดูท่าน่าจะแอลกอฮอล์มากพอสมควรแล้วในร่างกาย

 

ฉันมองตามมือที่เขายังไม่ยอมปล่อยก่อนที่คนตรงหน้าจะรู้สึกตัวก่อนจะส่งยิ้มมาให้อย่างขอโทษแต่ฉันกลับรู้สึกแปลกๆกับรอยยิ้มของเขา แต่สายตาที่มองมานี่สิแสดงออกถึงจุดประสงค์ได้ชัดเจนมาก

 

“โทษทีครับ เห็นยืนอยู่คนเดียวเลยกลัวจะเหงา”

 

“อ่อ ค่ะ” ฉันตอบรับเพียงเท่านั้นเนื่องจากต้องการแสดงออกว่าฉันไม่ต้องการสานสัมพันธ์ต่อใดใด “ขอตัวก่อนนะคะ”

 

“เดี๋ยวก่อนสิครับ” แต่เขากลับเดินมาขว้างเอาไว้ซะก่อน ฉันถอยห่างมาอีกหนึ่งก้าวเพื่อต้องการรักษาระยะเอาไว้ “ทำไมดูรีบจัง นัดใครไว้หรือเปล่าครับ”

 

“ค่ะ มี คนที่นัด ไว้แล้ว” ฉันเน้นคำว่ามีคนที่นัดไปจงใจให้อีกฝ่ายรู้ตัว และปล่อยฉันไปได้แล้ว

 

“อ้ออออ” แต่ดูเหมือนคนตรงหน้าจะไม่ยอมปล่อยฉันให้ไปง่ายๆ แถมยังหยักไหล่เหมือนไม่ยี่หระในสิ่งที่ฉันพูดเลย

 

“คนที่นัดไว้คงรอไม่นานเท่าไหร่ หากผมอยากรู้จักแค่ชื่อของคุณ ผมคามินนะ ส่วนคุณ...?” เขาเว้นช่วงไว้ให้ฉันตอบ

 

แต่ก่อนที่จะได้พูดหรือปฏิเสธอะไรไปกลับมีวงแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยสักที่เป็นเอกลักษณ์พาดผ่านจากด้านหลังมา ท่าทางตอนนี้เหมือนเขากำลังโอบฉันจากด้านหลังเพียงแค่ใช้มือข้างเดียวและมือนั้นก็กำลังถือกระป๋องเบียร์ไว้ในมือ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เป็นเอกลักษณ์ผสมกับกลิ่นบุหรี่ที่ชัดเจนเหมือนเพิ่งดูดมา ไม่พอยังมีกลิ่นของเบียร์ที่ตีกันจนทำฉันตาลายไปวูบหนึ่ง มันเหมือนกำลังชักจูงในฉันต้องนิ่งงันอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างห้ามไม่ได้  

 

“พาย...” เขาพูดชื่อฉันขึ้นมา นี่เรียกฉันหรอ? หรืออะไรกัน อยู่ๆเขาก็นิ่งไป ทำให้ฉันต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง กลับพบแค่ปลายค้างของคนตัวสูงเนื่องจากเราชิดกันมาก แต่ก็รับรู้ได้ว่าเขากำลังมองตรงไปยังผู้ชายคนนั้น “ผู้หญิงคนนี้ชื่อพาย”

 

“...” เมื่อเขาเอ่ยประโยคนั้นก็ทำให้ฉันต้องหันไปมองผู้ชายคนนั้นที่เอาแต่อ้าปากมองตรงมาที่เราอย่างอึ้งๆ

 

“อยากรู้อะไรอีกมั้ย” ท่าทางที่ดูชิวๆเหมือนไม่ได้อะไรแต่กลับทำฉันขนลุกอีกแล้ว พลังงานร้อนๆนั้นมันอะไรกัน ไม่พอเขายังกระดกเบียร์ขึ้นดื่ม นั้นทำให้ฉันที่อยู่ระหว่างมือที่เขาใช้ถือเบียร์ยิ่งเข้าไปแนบชิดกับแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่น ทำแบบนี้มันเหมือนเป็นการยิ่งกอดรัดฉันเข้าไปเลยนะ

 

“...”

 

“ว่าไง? กูจะได้ตอบให้จบทีเดียว” 


Talk : โทษนะคะเฮีย ที่ฮ่องกงนี่ไปคุยธุรกิจหรือไปติดต่อ
อาวุธไปทำยุทธหัตถีหรอ ดูพร้อมวางระเบิดได้ทุกเมื่อเลย
วันนี้อัพไปเกินร้อย!!!!

แงงง หายไปนานเหมือนจะไม่กลับมาใช่มั้ย
แต่ไรท์กลับมานะทุกคนนนนนนน ช่วงที่หายไปคือมันเหมือนมีคนมาสตาฟ
ความคิดไรท์ไว้เลย มันบับอึนๆมึนๆยังไงไม่รู้ 
แต่อยากบอกรีดเด้อมากว่า ขอบคุณที่ยังรออ่านนะ 
ช่วงนี่เราไม่มีวินัยเลยยยย แต่จะพยายามให้มากขึ้น 

ปล. ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ที่เข้ามาแก้คำผิดเด้อ 
บางคำไรท์ก็อยากตีตูดตัวเองที่เขียนผิด โคตรเขิน 5555555
ส่งเข้ามาได้เรื่อยๆเลยน้า เราจะแก้และจะพยายามไม่เขียนผิดค่าาา 
ขอบคุณคอมเม้นท์ทุกๆคอมเม้นท์เลย มันคือกำลังจุยที่ดือ

หนึ่งเม้นเท่ากับล้านกำลังใจเด้อออ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.063K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

589 ความคิดเห็น

  1. #565 150221 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 15:34
    เฮียเค้าหวงของเค้า
    #565
    0
  2. #505 kulyasalin2 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:01
    เห็นนิ่งๆ เฮียแกำร้อมบวกเสมอ
    #505
    0
  3. #381 EleJEEN (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 01:17

    เฮียพีท จัดงานไรของเฮียเนี่ยยยน วอนเป็นศพอะเอาจริง ริอาจให้มีคนมายุ่งกับพาย 55555

    #381
    0
  4. #328 MOONLIGHT (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 22:54

    เฮียมาาาาาา
    #328
    0
  5. #311 comtoontrans (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 23:17
    ไรท์นี่พึ่งเข้ามาอ่านครั้งแรก

    แบบอ่านมาอ๊ากชั้นพลาดนิยายนักเขียนคนนี้ไปได้ไง

    คือชอบมากจ้าาา

    ตามอ่านเลยจ้าทีนี้ติดใจมากกกกกก
    #311
    0
  6. #294 warinU (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 15:36
    คิดถึงงงง
    #294
    0
  7. #293 pattypie (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 13:22
    รอนะคะะะ ไม่ไปไหนแน่นอนน
    #293
    0
  8. #292 HUNNY ` (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 12:19
    ขอบคุณที่ยังกลับมานะคะ แง นึกว่าปลิวไปแล้ว
    #292
    0
  9. #291 Baifern_jrsp (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 12:02
    เออ อยากรู้อะไรอีกป่าว 555555
    #291
    0
  10. #290 MpcyL (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 11:28
    ชอบพี่คีย์ มาอัพบ่อยๆๆ นะคะ
    #290
    0
  11. #289 25390217 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 09:31

    เย้ในที่สุดก็อัพแล้ว....สนุกสมกับที่รอมาตลอด


    #289
    0
  12. #288 Peapear (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 06:55
    มาแล้ว
    #288
    0
  13. #287 sirinthip9848 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 04:14
    อีพี่ก็โหดเกิ้นน
    #287
    0
  14. #286 Yoii90 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 02:24
    คิดถึงงงงง
    #286
    0
  15. #285 Nook_8585 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 01:29
    ฮือ มาแล้วววว
    #285
    0
  16. #284 SalinCH (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 00:00
    กลับมากก็หวงเลยต้า แงงง คิดถึงไรท์เตอร์แบะคิดถึงนิยายเรื่องนี้มากกกกกกก เพราะแบบเราเพิ่งได้มาตามอ่านไม่นาน แล้วใจก็เริ่มแป่วแล้วว่าแบไรท์หายไปเลย แต่อยากส่งกำลังใจให้นะคะ ขอให้ไรท์สู้ๆ ภาษาของไรท์ สวยมากจริงๆ เราอ่านอล้วหลงรัก
    #284
    0
  17. #283 Manthanee01 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 23:58
    ถ้าไรท์หายจะตามทวงไปยันในฝันเลย
    #283
    0
  18. #282 fah9095 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 23:50
    ฮืออออออ ไรท์กลับมาอัพแล้วคิดถึงพายกับคุณคีย์มากๆเลยค่ะ คุณคีย์จ้องขนาดนั้นเพราะหวงใช่มั้ยล่ะ เอาแล้วๆยังอยากรู้อะไรอีกมั้ยล่ะ แงงงงงง ค้างมากๆเลยค่ะ อยากอ่านต่อ รอนะคะ
    #282
    0
  19. #281 firstzy93 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 23:44
    มาแล้วววว อิพี่หึงเด้อ
    #281
    0
  20. #280 faijuta (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 23:39
    พ่อมาาาาา

    รอไรท์นะคะะะ
    #280
    0
  21. #279 ไข่มุกสีดำ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 23:31
    รอ รีดรอไรท์อยู่ อยากให้รู้ว่ารีดยังรอ~~~ (โปรดอ่านเป็นทำนอง)
    #279
    0
  22. #278 Rich99 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 23:30
    หวงงงงง จัด
    #278
    0
  23. #277 oss2525 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 23:24
    ชื่นชอบนิยายเรื่องนี้มากสนุกมากคะ..ไรท์อย่าทิ้งกันนะคะ
    #277
    0
  24. #275 Nook_8585 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 00:52
    รอนะคะ
    #275
    0
  25. #274 MpcyL (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 00:16
    เพิ่งเริ่มอ่านสนุกอ่ะ รีบมานะๆๆๆๆ
    #274
    0