Let Me Love You

ตอนที่ 13 : Chapter 12 : I don't understand myself. 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,947
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 875 ครั้ง
    8 ธ.ค. 62



ตอนนี้เป็นเวลาเช้าตรู่ที่เช้าตรู่จริงๆเพราะนี่เป็นเวลาประมาณตีห้าครึ่งได้และตอนนี้ฉันก็ลงจากรถแท็กซี่ซึ่งแล่นมาจากใจกลางเมืองจนตอนนี้จอดสนิทที่บ้านสองชั้นที่ฉันคุ้นเคย


หลังจากที่ตื่นมาจากที่หลับไปตอนไหนก็ไม่รู้อาจจะเพราะวันทั้งวันได้ออกไปสนามแข่งในตอนนั้นและวุ่นวายกับคนป่วยกายเลยทำให้ฉันหลับได้เลยเพียงแค่ทิ้งตัวลงแต่ดีหน่อยที่ก่อนจะหลับแอบตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้เลยทำให้ตื่นขึ้นมาได้ในตอนนี้


เมื่อตื่นมาก็รู้สึกว่ามันคล้ายกับอาการที่เขาเรียกว่าเดจาวูเลยตื่นมาก็เจอกับใบหน้าคมๆของคนตัวสูงเหมือนกับวันแรกที่เราเจอกันแต่หากต่างออกไปคือความรู้สึกที่ตื่นขึ้นมามันไม่ได้ตกใจเหมือนกับตอนนั้นเพราะทุกอย่างรู้อยู่แล้วว่าเพราะอะไรถึงได้มาอยู่ตรงนี้ก่อนที่จะลุกขึ้นและออกจากห้องมาก็รีเช็คแล้วว่าคุณคีย์น่าจะอาการโอเคขึ้นแล้วเพราะดูจากสีหน้าที่ดูสดใสขึ้นมากเลยออกจากห้องและไม่ได้บอกลาหรือขอบคุณที่ให้พักจากตอนแรกที่กลัวว่าเขาจะทำตัวคุกคามหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้ฉันไม่ไว้ใจเขากลับดูรักษาระยะห่างได้ดีและฉันเองก็เช่นกันอาจจะเพราะเขาป่วยจนไม่มีแรงจะทำอะไรอย่างที่เขาว่าจริงๆด้วยซึ่งนั้นก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ฉันกล้าที่หลับได้อย่างเต็มตื่น 


ควานหากุญแจบ้านอยู่สักพักก็เจอและเปิดประตูเข้าไปในบ้านตอนนี้ย่าน่าจะตื่นแล้วเพราะท่านมักจะตื่นเช้ามาทำบุญตักบาตรตอนเช้าเสมอเข้ามาในบ้านก็อย่างที่เห็นเลยเมื่อร่างท่วมกำลังจัดเตรียมอาหารใส่ถาดและข้าวสวยที่เตรียมเอาไว้เป็นชุดๆ 


ย่าคะ” ได้ยินอย่างนั้นท่านก็หันมามองตามเสียงฉันทันที


เอ้ากลับมาแล้วหรอลูกหยูเป็นไงบ้างล่ะ” ในมือยังถือถาดที่เหมือนกำลังจะเตรียมออกไปใส่บาตร


นี่คงเป็นประโยคที่ย้ำว่าท่านเชื่อไปแล้วว่าฉันไปนอนกับหยูเนื่องจากเมื่อก่อนฉันค่อนข้างไปนอนกับมันบ่อยๆในช่วงที่ทำโปรเจ็คสมัยเรียนมหาลัยและก่อนออกมาจากคอนโดคุณคีย์ก็ไม่ลืมที่จะเปลี่ยนชุดกลับไปเป็นชุดเดิม


ค่ะดีขึ้นแล้วค่ะ” ตอบได้ไม่เต็มปากเท่าไหร่เมื่อต้องมาโกหกท่านแบบนี้ 


ดีแล้วล่ะลูกแต่นี่ก็พอดีเลยไปใส่บาตรกับย่ามั้ยจะได้เป็นการเริ่มต้นวันที่ดี” ท่านยิ้มอย่างอ่อนโยนส่งมา


เอาสิคะไม่ได้ทำบุญนานแล้วเหมือนกัน” 


หลังจากนั้นฉันก็ช่วยย่าเตรียมอาหารที่ท่านทำไว้เผื่อเตรียมไว้อีกสองสามชุดและออกไปรอพระไม่นานก็เห็นพระทั้งห้ารูปเดินมาเตรียมบิณฑบาตและหยุดลงตรงหน้าเราจากนั้นทั้งฉันและย่าก็รับพรจากท่านและกรวดน้ำก็เดินเข้าไปในบ้านและฉันก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้พอดี


ย่าคะเมื่อคืนหนูฝันด้วย” เพราะด้วยความที่ฉันเป็นคนที่มักจะหลับสนิทอยู่ตลอดเวลาจึงไม่ค่อยฝันจะเรียกว่านานๆทีจะฝันก็ได้ 


หื้อฝันว่าไงละลูกไหนเล่าให้ย่าฟังสิมันสามารถเป็นลางบอกเหตุได้นะ” 


หนูฝันถึงแม่ค่ะในความฝันจำได้ว่ามองไปที่ไหนก็เจอแต่อาหารที่เต็มโต๊ะไปหมดเราอยู่ในสถานที่ที่แปลกตามากอยู่ท่ามกลางผู้คนที่แปลกหน้าไปหมดทุกคนต่างแต่งตัวด้วยชุดที่สวยงามมีดอกไม้ประดับเต็มข้างทางที่เรากำลังเดินไปสถานที่แปลกตาไม่เว้นแม้แต่ผู้คนนั้นทำให้หนูไม่ได้รู้สึกกลัวเลยกลับมีความสุขทุกครั้งที่ได้เดินไปยิ่งเดินเข้าใกล้แสงสว่างมากเท่าไหร่หนูก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น...” ย่าจ้องมองมาอย่างแสดงให้เห็นว่ากำลังตั้งใจฟังในสิ่งที่ฉันพูดแต่มันมีสิ่งหนึ่งที่แปลกมากเลยค่ะ


ใช่พอเล่าและนึกมาถึงจุดนี้แล้วฉันจำได้ว่ามันมีเรื่องที่น่าแปลกมากอยู่อย่าง


ในขณะที่อยู่ๆหนูก็รู้สึกว่าแม่กำลังจะเดินทางไปที่ไหนก็ไม่รู้แม่ยังไม่ได้พูดอะไรนะแต่หนูกลับรู้สึกอย่างนั้นแม่เอาแต่พูดว่าขอให้หนูมีความสุขขอให้สุขมากๆวนอยู่อย่างนั้น” แต่นี่ยังไม่ใช่เรื่องแปลกที่ฉันว่าเพราะมันหลังจากนี้ต่างหากจากนั้นแม่ก็จูบเบาๆที่หน้าผากแต่มันทำให้หนูรู้สึกว่าจูบนั้นมันดูจริงมากมันอ่อนโยนจนทำให้หนูตื่นมาละเหมือนสัมผัสที่เบาบางนั้นยังอยู่เลย


หลังจากที่ฉันเล่าจบย่าก็ยิ้มบางๆออกมาก่อนจะเอื้อมมือมาลูบผมฉันเบาๆอบ่างเอ็นดู


ย่าว่าหนูอาจจะกำลังคิดถึงแม่อยู่จนเก็บไปฝันส่วนสัมผัสนั้นอาจจะเพราะว่าแม่ก็คงกำลังคิดถึงหนูอยู่เหมือนกัน


เมื่อฟังอย่างนั้นหัวใจกลับพองโตขึ้นเพราะมันเป็นเรื่องจริงเพราะฉันอยู่กับการที่คิดถึงแม่ทุกวัน


ไปลูกไปอาบน้ำเร็วเดี๋ยวไปทำงานสายเอานะ” 


ค่าาาา” สงสัยที่ฝันเป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้คงเพราะนอนแปลกที่แน่ๆเมื่อเลิกคิดอย่างนั้นแล้วก็ไปอาบน้ำเตรียมตัวลงมากินข้าวก่อนออกไปอู่


วันนี้มีอะไรกินคะ” เมื่อเดินลงมาก็เจอกับกับข้าวที่วางเรียงกันอยู่สองสามอย่าง 


ก็อาหารตามที่ย่าทำไปใส่บาตรแหละลูกพวกแกงส้มชะอมทอดไข่เจียมแหนม” ท่านพูดพร้อมกับจัดๆจานให้เรียงสวยๆมาเร็วกำลังอุ่นๆเลย


ฉันก็นั่งลงและได้กลิ่นหอมๆของอาหารที่กำลังส่งเสียงเรียกให้ไปกินมันอยู่ฉันเริ่มตักอาหารให้ย่าและตามด้วยของตัวเองจากนั้นก็ลงมือทานอาหารทันที


เมื่อวานเห็นว่าไปทำงานนอกสถานที่ด้วยเค้าให้เราไปทำอะไรล่ะลูก


อ่อเออ...” ไม่รู้จะบอกย่ายังไงเลยแฮะเพราะจนถึงตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าตัวเองไปทำอะไรที่นั้นพอดีคุณคีย์เค้ามีโปรเจ็คทำสนามแข่งรถครบวงจรน่ะค่ะเลยไปดูงานกันเพื่อเตรียมความพร้อมวันเปิดตัว


สนามแข่งรถหรอเออๆน่าสนใจนะลูกย่าเคยเห็นผ่านๆในทีวี” ท่านดูสนใจอย่างที่พูดจริงๆ 


ค่ะโปรเจ็คใหญ่เหมือนกัน


เค้าดูเป็นคนเอาการเอางานเนอะ” อยู่ย่าก็ดูเหมือนหันมาถามความคิดเห็นฉัน


ก็คงประมาณนั้นมั้งคะ” ก็จากที่ดูเขาก็ดูตั้งใจทำงานที่ขัดกับลุคแบดๆนึกภาพดูสิผู้ชายรอยสักเต็มแขนนั่งอยู่บนโต๊ะบริหารมันดูย้อนแย้งเหมือนกันนะ 


ติ๊ง!


เสียงไลน์เรียกความสนใจจากฉันให้ไปดูป๊อปอัพบนโทรศัพท์ที่แสดงให้เห็นข้อความที่ส่งมา


[ยัยพายพรุ่งนี้ว่างม้ะและข้อความนั้นก็ถูกส่งมาจากหยู


[ตอนไหนล่ะ


[ตอนเย็นพอดีหม่าม้าให้มาชวนแกกะย่าไปกินข้าวที่บ้านเป็นข้อความที่ทำให้ต้องเลิกคิ้วนี่มันช่วงกลางเดือนนี่น่า


ปกติหม่าม้าของหยูจะชอบชวนย่าฉันไปทำอาหารกินกันที่บ้านนู้นเนื่องจากย่าเป็นคนที่มีฝีมือการทำอาหารที่เยี่ยมยอดสุดพรีเมียมขออวยหม่าม้าติดใจและอยากทำให้ได้แบบนี้จึงหาเวลาเดือนละสองสามครั้งไปทำอาหารกินกันที่บ้านนู้นและนี่คุณหญิงเขาคงว่างแล้วถึงได้ชวนไป 


ย่าคะหม่าม้าให้มาชวนไปกินข้าวเย็น” พูดแค่ไปกินข้าวเย็นสาวๆเขารู้กันพรุ่งนี้เย็นนะ


เอาสิย่าก็กำลังอยากเอาสูตรแกงเขียนหวานสูตรโบราณไปแชร์เธอสักหน่อยย่าไปเจอเพื่อนมาละเจอสูตรเด็ด” ถูกใจเขาเลยถ้าเป็นเรื่องทำอาหารเนี่ย


งั้นเดี๋ยวพายตอบหยูให้” เมื่อเห็นอย่างนั้นก็ลงมือกดส่งข้อความไปหาเจ้าตัวทันที


[ย่าบอกโอเค


[หยูส่งสติกเกอร์รูปหมียิ้มแป้น]


[ว่าแต่แกเหอะอย่าบอกว่าไปเมื่อวานจะกลับมาพรุ่งนี้เลยก็ได้ข่าวว่าไปปารีสไม่ใช่หรอ 


[ใช่ฉันได้แรงบันดาลใจละกะจะรีบกลับมาทำชุดเลยหยูตอบมาก็ทำให้เข้าใจจ่ะ  โปรดเข้าใจความติสๆบวกความรวยๆของมันบินไปกลับแบบbusiness class ชั้นประหยัดไม่เคยได้โดนตูดมันหรอกหากบินในประเทศถ้าไม่ไปกับเพื่อนก็จะซื้อที่นั่งข้างๆตัวเองเพื่อให้ไม่ต้องนั่งกับคนอื่นเลยด้วยนะยอมป่ะล่ะ 



อัพต่อละเด้อ++++

หลังจากที่คุยกันอีกนิดหน่อยก็ประจวบกับที่อิ่มพอดีจึงเดินเข้าไปกอดย่าอย่างทุกวันและออกไปทำงาน ออกมากะจะขับรถออกไปตามความเคยชินก็ทำให้นึกออกว่ารถของตัวเองยังจอดที่อู่อยู่เลย จึงกดโทรเรียกแท็กซี่ 


ขณะที่ยืนรอรถอยู่ที่หน้าบ้านนั้นก็มีเสียงแจ้งเตือนจากแอพพลิเคชันไลน์ ฉันก็หยิบยกเอาโทรศัพท์ออกมาดูและเปิดเข้าไปอ่าน 


[ทำไมถึงชอบหนี ไปตอนเช้ามืดแบบนี้ทุกที] 


และข้อความนั้นก็ทำให้ฉันเบิกตากว้างหลังจากที่อ่านมันไป ใครหนีกัน ฉันไม่ได้หนีสักหน่อย ฉันกำลังเถียงกับเจ้าของข้อความในใจ แต่ก็จริงนะ ฉันไม่ได้หนีเขาจริงๆ แค่รู้สึกว่ามันถึงเวลาที่ต้องกลับแล้วเท่านั้นและก็ไม่อยากรบกวนเวลานอนพักของเขาด้วย ตอนออกมาเลยไม่ได้บอกแค่นั้นเอง 


แต่จากข้อความของเขาก็ทำให้ฉันต้องกลับไปนึกถึงเรื่องวันนั้นอีกแล้ว ฉันเก็บโทรศัพท์กลับเข้ากระเป๋าและไม่ได้ตอบอะไรเขาออกไป เพราะดูจากรูปประโยคแล้วก็เหมือนเป็นแค่ประโยคที่อยากจะป่วนกันในเช้าวันนี้เฉยๆ และแท็กซี่ที่เรียกไว้ก็มาพอดี จึงขึ้นรถและบอกปลายทางแกคนขับไป


ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงอู่และมาเช้ากว่าปกติ จราจรจึงไม่ติดขัดก็ยิ่งส่งผลให้ฉันมาถึงเร็ว ตอนนี้ที่อู่ก็เงียบเพราะยังไม่แปดโมงดีเลย ที่นี่เริ่มทำงานกันตั้งแต่แปดโมงครึ่งและปิดเที่ยงคืน เนื่องจากคอนเซ็ปท์ของที่นี่เป็นอู่ครบวงจร จึงต้องเปิดเพื่อตอบโจทย์ให้กับลูกค้า จึงมีทั้งพนักงานที่ผลัดเปลี่ยนเวรกันทำงานอยู่เป็นประจำแต่มีพนักงานที่ต้องอยู่ดึกเป็นประจำนั้นคือบูมที่ฉันเห็นเขาทุกวัน ส่วนลุงทดที่แกเองก็อายุมากแล้วก็อยู่ถึงหกโมงเท่านั้น ที่พูดถึงแค่สองคนนี้เพราะทั้งคู่ต่างทำให้ฉันรู้สึกไม่เหงาเลยเวลาทำงาน เวลามาทำงานทีไรจะชอบนึกถึงสองคนนี้ก่อนตลอด ตอนนี้พวกเขาเป็นเหมือนมิตรภาพในที่ทำงานของฉันเลยล่ะ


วันนี้ทั้งวันก็เป็นการทำงานที่ไม่มีอะไรอีกเช่นเคย ฉันก็ตั้งหน้าตั้งตาทำให้สิ่งที่เคยทำ เช่นการเดินออกไปดูความเรียบร้อยของพนักงาน พบลูกค้าวีไอพีบ้าง แต่วันนี้มีบางคนที่หายไปคือคุณคีย์ จนเย็นเอาป่านนี้ก็ยังไม่พบวี่แววของเจ้าของอู่ หรือว่าลาป่วยนะ อาการไม่ดีขึ้นหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ 


จนเมื่อได้รับข้อความจากเจ้าตัวที่หายไปวันนี้ก็ได้รู้ว่าเขามีธุระจำเป็นต้องบินไปฮ่องกงหลายวันช่วงนี้เลยไม่ได้เข้ามาที่อู่ สงสัยคงไปทำงานของเขาอีกเช่นเคย ฉันตอบรับออกไป แสดงว่าช่วงนี้ก็ไม่ได้เจอคนตัวสูงที่นั่งทำงานอยู่ภายในห้องสินะ ก็ดีเหมือนกันเวลาทำงานแล้วมีเขานั่งอยู่ด้วยกันฉันจะแอบกดดันตัวเองแปลกๆด้วย แต่กลับกัน เมื่อวันทั้งวันฉันเอาแต่เผลอจ้องไปที่โต๊ะทำงานที่ว่างเปล่าตรงหน้า ก็ไม่รู้ทำไมมันดูว่างๆแปลกๆ





และวันนี้ก็เป็นตอนเย็นในวันที่หยูได้ไลน์มาบอกว่าอยากนัดฉันกับย่าเพื่อมาทานข้าวที่บ้านมัน จากที่ทำงานเสร็จฉันก็ตรงดิ่งมารับย่าที่บ้านทันที ร่างท้วมที่จัดเตรียมข้าวของจำพวกผัดสดและของสดใส่ตระกร้าหอบมาอย่างพะลุงพะลังลงมาจากรถก็มีหมอกที่เป็นแม่บ้านของที่นี่วิ่งมารับของจากพวกเราไป


คุณย่ามาเดี๋ยวหมอกช่วยค่ะเธอยิ้มแย้มตอบกลับมาและรีบเอาของไปช่วยฉันและย่า 


ขอบใจนะลูกย่าขอบคุณเธอและยิ้มตอบกลับไป 


เอ้า คุณพายมาๆเดี๋ยวลุงช่วยถือและก็มีอีกเสียงตามมาคือเสียงของลุงช่วย หรือลุงบุญช่วยที่ปรี่เข้ามาช่วยถืออีกแรง


ขอบคุณมากนะคะลุงช่วย 


ไม่เป็นไรครับ วันนี้มีอะไรกินครับเนี่ย ไม่ได้กินอาหารฝีมือคุณย่านานแล้วเหมือนกันนะครับเขาหันไปหาคุณย่า


วันนี้มีทีเด็ดเลยล่ะพ่อช่วย รอกินๆเมื่อย่าพูดจบก็มีเสียงที่แสดงความยินดีจากทั้งสองคน ช่วยเรียกรอยยิ้มจากพวกเราได้ดีเลย 


ฉันกับย่ามาทำอาหารกันที่บ้านของหยูบ่อยมากหลังจากที่เรารู้จักกันถึงจะไม่ได้รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กแต่ก็สนิทกับเหมือนพี่น้องซะอีก และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เราสนิทกับคนบ้านนี้ตั้งแต่เจ้าของบ้านยันคนงานของที่นี่ เราจะทำเผื่อคนทั้งบ้าน ทุกคนไม่เว้นแม้แต่คนงานจึงได้ทานอาหารฝีมือย่ากันทุกคน 


เมื่อเดินเข้ามาในบ้านก็ยังไม่เห็นเจ้าของบ้านที่ชวนเรามาทานข้าววันนี้เลย พวกเราเลยเดินตรงไปที่ห้องครัวเลย พอยิ่งใกล้เท่าไหร่ก็เริ่มได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของหยูและหม่าม้าแล้ว 


หยูต้องให้หั่นมะเขือแล้วแชร์น้ำเกลือทันที ดำหมดแล้วเนี่ยลูกกก 


ก็หยูไม่รู้อ่ะม้า รอกินอย่างเดียวไม่ได้หรอ ไม่ทำแล้วได้มั้ยเนี่ยเสียงโอดครวญของหยูดังขึ้น


ไม่ดะ... เอ้ามาแล้วหรอคะเมื่อม้าที่กำลังเหมือนจะว่าเพื่อนฉันต่อไปก็เจอพวกเราที่เดินเข้าไปซะก่อน เธอหยุดคำพูดเอาไว้แค่นั้นและหันมาทางเราสองย่าหลาน


สวัสดีค่ะหม่าม้าฉันยกมือไว้ม้าและหันไปหยักคิ้วให้หยูก่อนจะหันกลับมามองหม่าม้า 


สวัสดีค่ะลูก สวัสดีค่ะคุณย่าไม่เจอกันนานเลยยหม่าม้าที่ดูท่าทางเหมือนเด็กที่ไม่เจอแม่มานานด็โผเข้ากอดย่าทันที ท่านดูเป็นกันเองกับพวกเรามากอย่างเช่นทุกที


สองสามอาทิตย์เองคุณก็ย่าฉันที่ก็กอดตอบเธอ และใช้สรรพนามที่ท่านชอบเรียกม้าว่าคุณ เพราะท่านให้เหตุผลว่าอยากจะให้เกียรติเธอเอาไว้ ตอนแรกม้าก็ไม่ยอมแต่ก็สู้คนที่หัวรั้นอย่างย่าไม่ได้อยู่ดี จึงต้องยอมๆกันไป


เมื่อสองสาวเจอกันก็เริ่มเตรียมวัตถุดิบเอาไว้เพื่อทำอาหารในวันนี้ ส่วนฉันก็โดนหยูที่เดินเข้ามาและสะกิดพูดกับฉันเบาๆ 


เมื่อกี้โดนม้าดุด้วย มะเขือหันแล้วต้องแช่น้ำเกลือกันด้วยหรอวะ ไม่เห็นรู้เรื่องเลยฉันแอบมองบนเบาๆให้มันกับท่าทีที่ดูซื่อไม่รู้เรื่องจริงๆของมัน ถึงฉันจะทำอาหารไม่ได้เรื่องแต่เรื่องนี้ก็พอจะรู้บ้างหรอกนะ ไม่ว่าจะหันผักอะไรเตรียมไว้ก็ควรจะแช่น้ำเกลือไว้ก่อนเพื่อให้ผักสดอยู่ตลอดเวลา แต่ก็เข้าใจมันแหละ เรื่องแบบนี้มักไกลตัวคุณชายอย่างมันอยู่แล้ว 


คุณย่าวันนี้เราจะทำอะไรกินบ้างคะ?” และเสียงของหม่าม้าก็ดึงเราทั้งคู่ให้หันไปสนใจอีกฝ่ายทันที 


เมื่อเช้าย่าไปตลาดมาเจอปลาเค็มเจ้าอร่อยเขามาขายพอดี ย่าเลยกะจะทำหลนปลาเค็มและกะจะใส่กุ้งด้วย พอดีกับช่วงนี้เข้าหน้าฝนผักนี่ขึ้นเขียวกันเต็มหลังบ้านเชียว นี่ถ้าเอามาลวกกินกับหลนนี่เด็ดอย่างนี้เลยน้าาย่าที่มีผมขาวขึ้นแสดงถึงอายุที่มากขึ้นยกนิ้วโป้งประกอบท่าทางที่ดูแล้วน่ารักนั้น ทำให้เรียกเสียงหัวเราะเบาๆอย่างเอ็นดูจากหม่าม้าและป้าทิพย์แม่บ้านคนเก่าแก่ที่อายุไล่เลี่ยกับย่า และไม่พ้นได้รับรอยยิ้มจากฉันและหยูไปอีก 


โอ้โห้ ย่ากำลังทำหยูหิวนะเนี่ยยส่วนคนข้างตัวก็เอากับเขาด้วย ยิ่งทำให้คนมีอายุตรงหน้าได้ใจใหญ่ 


อดใจเอาไว้ลูก วันนี้ย่าเตรียมทำซุปไก่ให้หยูด้วยนะ เห็นว่าเป็นไข้ ละยิ่งอากาศอย่างนี้ ยิ่งต้องดูแลสุขภาพนะลูก ต้องกินอะไรเบาๆร้อนๆ


และคำพูดนั้นก็ทำให้ฉันเบิกตากว้างเมื่อนึกขึ้นได้ว่าโกหกอะไรย่าไป มือที่กำลังหันมะเขือต่อหยูก็ต้องหยุดชะงัก ไม่นะ สายตาฉงนป่นความสงสัยของหม่าม้า และเมื่อฉันหันไปมองหยูก็พบว่ายืนทำหน้างงอยู่ข้างกาย และปากที่กำลังจะขยับพูดอะไรออกไป 


หยูไม่ดะ...” 



ใช่หยู ฉันว่าแกต้องบำรุงให้มากๆเลยล่ะ ออกไปซุปเปอร์หาของบำรุงร่างกายหน่อยดีกว่าฉันวางมีดและจับไปที่ข้อมือดึงร่างสูงให้ลุกขึ้นพร้อมกับหน้าที่ยังคงอยู่กับความสงสัยไม่หาย 


ซวยแล้วยัยพายยยยย 


อัพละเด้ออออ++++



เมื่อลากหยูออกมาจากย่าและสายตางงๆของหม่าม้าได้แล้ว ตอนนี้พวกเราก็อยู่กันที่สวนหลังบ้าน ที่เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้ดอกหลากหลายชนิดล้อมรอบอยู่

 

เดี๋ยวๆและก่อนที่ฉันจะลากหยูออกไปไกลกว่านี้ และติดอยู่กับความคิดที่จะพูดยังไงดี หยูก็เรียกและรั้งแขนฉันไว้ก่อน ไม่มีพิรุธเลยนะยัยพาย

 

สายตาที่มันมองมาราวกับกำลังจับผิดฉันอย่างนี้ ยิ่งทำให้รู้เลยว่าหากจะหาข้อมาโกหกมันต่อไปคงไม่ดีต่อตัวฉันเองแน่

 

พูดมา ฉันไปป่วยตอนไหนตอนนี้มันยืนจ้องฉันอย่างไม่วางตา พร้อมเอามือกอดอกอยากต้องการความจริง

 

“...”

 

ตอนนี้ฉันเอาแต่เงียบเพราะไม่รู้จะเริ่มเล่าจากตรงไหน และทำไมฉันต้องกลัวที่จะเล่าด้วยเนี่ยฉันบริสุทธิ์ใจนะ และก็ไม่ได้มีอะไรเสียหายสักหน่อย

 

อย่ามาเงียบนะเว้ย นี่แกโกหกย่าไปเที่ยวกับผู้ชายใช่มั้ย หยูพูดด้วยน้ำเสียงเล่นๆ และไม่ได้จริงจังอะไร แต่คำพูดเล่นๆของมันดันมาสะกิดใจฉันและเผลอเบิกตากว้างมองมันกลับไป นี่อย่าบอกนะ ว่าแกแอบหนีไปกับผู้ชายจริงๆแล้วเอาฉันมาอ้าง

 

ตอนนี้ฉันถูกเพื่อนมองมาอย่างมีคำถาม และกลัวจริงๆว่ามันจะด่าฉันเอา

 

หนีบ้าไรล่ะ ไม่ได้หนีโว๊ยย นี่แกคิดไปไกลแล้วเนี่ย ต้องรีบแก้ต่างให้ตัวเองก่อน

 

เอ้าหรอ นี่ก็เผลอดีใจ นึกว่าแกจะเลิกตายด้านเรื่องนี้ละ

 

และคำพูดของเพื่อนก็ทำให้ฉันอยากจะกระโดดกรี๊ดใส่หน้ามันมากๆ นึกว่าจะหวงเพื่อนที่ไหนได้ มันเป็นห่วงเรื่องนี้มากกว่า

 

แต่มันต้องมีมูลเรื่องนี้บ้างล่ะ ไหนเล่าสิ

 

ต่อมความอยากรู้ของมันก็แสดงออกมาอย่างปิดไม่มิดจนฉันเลือกที่จะอธิบายให้มันฟังดีกว่าเลือกที่จะด่า

 

ก็วันนั้นฉันต้องออกไปทำงานนอกสถานที่ แล้วพอดีคุณ... คุณคีย์เขาไม่สบายมากเลยต้องดูแลนิดหน่อยติดจะพูดชื่อเขาออกมานิดหน่อย เพราะคนที่ไวต่อเรื่องของคุณคีย์อย่างหยูนี่อันตรายมากที่จะต้องพูดเรื่องของเขา

 

เฮียคีย์อีกแล้วหรอ?” หยูเลิกคิ้ว พร้อมกับน้ำเสียงที่ดูเหลือเชื่อว่าทำไมถึงเป็นเขาอีกแล้ว แต่แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการที่ฉันต้องป่วยไปตามเฮียละ

 

ก็มันจะไม่เป็นไรเลย ถ้าไทยตอนที่แกกำลังบินไปปารีสไม่พายุเข้าน่ะ ต้นไม่ล้มระเนระนาดขว้างทางเข้าออกหมู่บ้านฉัน จนย่าบอกให้ฉันนอนอยู่ห้องเพื่อนไปก่อนและเพื่อนที่ย่าเข้าใจคือแกไง

 

แล้วเพื่อนที่ป่วยจริงๆก็คือเฮียคีย์ ส่วนเพื่อนที่เพิ่งกลับมาอย่างฉันก็ต้องป่วยๆไปก่อนใช่ม้ะ

 

อืมมม ช่วยหน่อยน้าหยูวววววตอนนี้ฉันต้องรีบเปลี่ยนโทนเสียงและมาเกาะแขนอ้อนมันแทนทันที เพราะหยูได้มองจุดประสงค์ของฉันอย่างทะลุปุโปร่ง

 

แหม ฉันนี่มีประโยชน์ขึ้นมาเชียวนะปากที่เหยียดๆออกมาอย่างไม่ตั้งใจนั้นยิ่งทำให้ฉันต้องกอดแขนและอ้อนมันเข้าไปใหญ่ แต่เดี๋ยว...

 

หื้ม?” ฉันเลิกคิ้วและเงยหน้าขึ้นมองมัน

 

นี่แกดูปกติมากเลยนะ คืนนั้นไม่มีไรเกิดขึ้นเลยหรอ” หยูถามขณะที่ฉันก็คลายมือออกจากมัน ทำให้ตอนนี้อยู่ในระดับที่สามารถมองเห็นใบหน้าเพื่อนได้อย่างชัดเจนขึ้น ตอนนี้สายตาที่ดูสงสัยและไม่ค่อยเชื่อได้ฉายชัดอยู่ภายในดวงตาที่เฉียวคมนั้น

 

“ก็ใช่น่ะสิ ไม่มีอะไรอย่างที่แกคิดและหวังไว้หรอกนะ”

 

“และนี่ฉันแปลกใจอะไรเนี่ย ถ้ามันถึงขั้นนั้นละแกไม่ยอม คงมีข่าวแกกัดลิ้นตายเพราะกลัวโดนผู้ชายที่โคตรจะฮ็อตและรวยโคตรอย่างเฮียปล้ำเอา” หยูพูดพร้อมไล่สรรพคุณเขาออกมา

 

ป้าบ!

 

เสียงฝ่ามือของฉันที่ตีเข้าต้นแขนเนียนขาวตามประสาคนเชื้อสายจีนอย่างหยูจนขึ้นสีแดงนั้น แสดงออกได้ดีว่ามันต้องเจ็บแปรบๆที่ต้นแขนแน่ และนั้นคือสิ่งที่ฉันหวังล่ะ

 

“ปากดี” ฉันจิ๊ปากพร้อมพูดออกไป

 

“หรือแกจะบอกว่าไม่จริง ถ้าเฮียเกิดอยากบังคับใจแกขึ้นมา แกต้องหาไม่ทางใดก็ทางหนึ่งแน่ๆ” หยูพูดพร้อมหยักไหล่เบาๆ “แต่คนอย่างเฮียคงไม่อดอยากปากแห้งขนาดนั้นหรอก”

 

จบประโยคนั้น ฉันก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป เพราะก็จริงอย่างที่หยูว่า คนอย่างคุณคีย์ไม่จำเป็นต้องบังคับใคร และคืนนั้นฉันก็พอจะมองออกว่าเขาเห็นท่าทีของฉันเลยพยายามรักษาระยะห่างด้วยเหมือนกัน เพราะการที่อยู่ด้วยกันสองต่อสองแบบนั้นมันออกจะมีหลายทางที่เขาจะหาทางฉวยโอกาสกับฉันแต่เขาก็เลือกที่จะไม่ทำอะไร

 

“คุณหยูคุณพายคะ คุณหญิงให้มาตามค่า”

 

เสียงหมอกดังมาก่อนตัวจึงทำให้เราหันไปมอง และก็เจอกับหญิงสาวร่างเล็กที่อยู่ในชุดแม่บ้านรองเท้าแตะเดินออกมาตามเราตามคำสั่งของคุณผู้หญิงของบ้านนี้

 

“เดี๋ยวพายตามเข้าไปจ้ะ” ฉันหันไปคุยกับเธอเมื่อเธอเห็นอย่างนั้นก็พยักหน้าและหมุนตัวกลับเข้าไป

 

“เอาเรื่องของเขาไว้ก่อน แกตอนนี้ต้องป่วยอ่อนๆให้ย่าฉันเชื่อไปก่อนนะ ส่วนม้าแกก็พยายามอย่าให้เธอเอ๋ยถึงเรื่องที่แกไปต่างประเทศด้วย”

 

“เออน่าได้อยู่แล้ว”

 

“ดีมากเพื่อน” ฉันตบเข้าไปทีไหล่มันอีกครั้ง

 

จากนั้นเราก็เดินเข้ามาในครัวกันอีกครั้ง ก่อนจะได้กลิ่นหอมๆจากแกงเขียวหวานที่เห็นหม่าม้ากำลังยืนคนส่วนย่าฉันที่กำลังแกะสลักผักที่จะนำไปกินคู่กับหลน

 

“เอ้า เด็กๆมาพอดีเลยลูก ไปช่วยคุณย่าเตรียมผักเร็ว อาหารใกล้จะเสร็จแล้ว” เมื่อคุณหญิงของบ้านเห็นเราก็พูดขั้นทันที

 

เมื่อเดินเข้าไปใกล้ร่างท้วมที่กำลังแกะสลักแครอทธรรมดาๆให้ไม่กล้าทานอย่างย่าฉันคนนี้ เพราะมันสวยมากจนฉันอยากจะเก็บเอาไว้เฉยๆ

 

ส่วนหยูก็เดินไปนั่งข้างๆย่าอีกทาง ในตอนนี้เลยกลายเป็นเรานั่งขนาบข้างครูวัยเกษียณเอาไว้

 

“พายเอาแตงกวาไปล้างให้ย่าที ส่วนหยูเอาบล็อกโคลี่ไปล้าง เสร็จแล้วมานั่งหันให้เรียบร้อยทั้งสองคนเลยลูก”

 

ในตอนนี้ฉันและหยูกลายมาเป็นลูกมือในห้องครัวที่ทำได้แค่ล้างผักและหันผัก ย้ำว่าหั่นเฉยๆเพราะลองแกะสลักหลายครั้งแล้วไม่รอดจริงๆ


จนตอนนี้อาหารทุกอย่างก็เสร็จแล้ว เมนูในวันนี้มีทั้งหลนปลาเค็มกับผักต้มที่กินคู่กัน แกงเขียวหวานปลา ซุปไก่ให้หยูคนป่วยปลอมๆของฉัน และได้มีของหวานปิดท้ายเป็นบัวลอยไข่หวานและกล้วยบวชชีมะพร้าวอ่อน เป็นอาหารไทยที่ฉันชอบและกลิ่นชวนกินมากๆ


อัพแล้วจ้าา+++++




เมื่ออาหารทุกอย่างถูกจัดเรียงอยู่บนโต๊ะอาหารที่มีที่นั่งนับสิบ ตัวของโต๊ะทำจากหินอ่อนที่ถูกออกแบบให้ดูทันสมัยเพื่อให้เข้ากับตัวบ้าน ดูหรูหราและลงตัวมาก หมอกทำหน้าที่ยืนรอพวกเราอยู่ข้างๆโต๊ะเมื่อเห็นจังหวะแล้วว่าทุกคนพร้อมก็เริ่มตักข้าวลงจานของแต่ละคนทันที ซึ่งตอนนี้คนที่นั่งอยู่บนโต๊ะก็มีหม่าม้าที่นั่งหัวโต๊ะ หยูที่นั่งตรงข้ามกับฉัน ส่วนฉันและย่านั่งอีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะ เมื่อข้าวสวยๆที่ถูกหุงอย่างพอดีทั้งอุ่นกำลังทานง่ายถูกวางไว้ในจานให้พร้อมทานแล้ว ทุกคนก็ลงมือทานอาหารโดยฉันเริ่มจากหลนปลาเค็มที่พร้อมทั้งเครื่องเคียงต่างๆที่ถูกบรรจงแกะสลักมาแล้วอย่างดีโดยฝีมือของคนข้างๆฉัน และเมื่อได้ทานก็ต้องยิ้มออกมาเพราะฝีมือของย่าไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยจริงๆ

 

“หลนคุณย่าดีมากเลยค่ะ ปลาเค็มเค็มกำลังดีเลย” เมื่อหม่าม้าที่ได้ลองแล้วก็ต้องออกปากชม

 

“ปลาเค็มเขาดีด้วยค่ะ เดี๋ยววันหลังย่าซื้อมาฝากคุณด้วย เอาเก็บไว้ทำได้อีกหลายอย่างเลย” คนที่โดนชมก็ยังคงถ่อมตัวและยกความดีความชอบให้ปลาเค็มไป

 

“ถึงวัตถุดิบจะดีแค่ไหน แต่ถ้าเราไม่รู้จักเลือกมาทำ มันก็เสียเปล่านะคะคุณย่า” เธอพูดพร้อมกับตักผักมาใส่จาน “สำคัญที่สุดน่าจะเป็นคนหยิบมันมาปรุงอย่างคุณย่าต่างหากล่ะคะ”

 

“แหมะ คุณก็ชมเกินไป” คนมีอายุที่สุดของโต๊ะพูดเสียงสูงพลางยิ้มออกมาอย่างดีใจและภูมิใจที่ได้ทำอาหารอร่อยๆมื้อนี้

 

อาหารไทยวันนี้ดูจะถูกปากทุกคน แม้กระทั่งหยูที่เป็นคนกินยากมาแต่ไหนแต่ไร โดยเฉพาะผัก หยูเป็นคนที่เกลียดการกินผักทุกชนิดมาแต่เดิม แต่เมื่อเห็นผักที่ดูสวยงามน่าทานในวันนี้ก็ตักกินกับหลนยกใหญ่เลย

 

 “โฮ้ คุณย่าทำอาหารอร่อยซะจนหยูไม่อยากจะเชื่อเลยนะฮะว่ามีหลานเป็นยัยพายอ่ะ” หยูที่ตักข้าวคำแล้วคำเล่าก็เกิดสงสัยในสิ่งที่ฉันต้องหยุดทานและเงยหน้าแยกเขี้ยวใส่มันทันทีเมื่อได้ยิน

 

“ทำไมถึงว่างั้นล่ะหยู” หม่าม้าที่ยังไม่เข้าใจในสิ่งที่ลูกต้องการจะสื่อนั้นได้ถามขึ้น

 

“ก็ยัยพายทำอาหารเป็นที่ไหนละม้า”

 

“นี่ เกินไปๆ” ฉันที่ฟังเพื่อนกำลังเผาเรื่องการทำอาหารของฉันให้ผู้ใหญ่ฟังก็ห้ามมันขึ้นมาทันที “ฉันทำแล้วมีคนกินได้ยะ และดูจะอร่อยมากด้วย”

 

ฉันที่นึกไปถึงคนตัวสูงที่ได้กินข้าวต้มของฉันจนหมดชามนั้น ก็นึกอยากจะขิงเพื่อนที่แซวฉันเรื่องนี้ แต่ที่บอกว่าดูจะอร่อยมากนั้นดูฉันจะพูดเกินจริงไปหน่อย เพราะมันไม่ได้มีอะไรที่บอกได้เลยว่ามันอร่อย แต่อย่างน้อยก็น่าจะกินได้แหละน่า

 

“หื้มม แล้ววันนั้นข้าวต้มที่หนูถาม หนูไม่ทำให้หยูหรอลูก” เมื่อสิ้นสุดประโยค ฉันและหยูก็สบตากันอย่างไม่ได้นัดหมาย สายตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อนึกได้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไป

 

เพื่อนในชีวิตฉันบอกได้เลยว่าน้อยมาก หรือจะพูดให้ง่ายๆก็มีหยูแค่คนเดียวนี่แหละ ก่อนที่ฉันจะนิ่งไปมากกว่านี้ ปากหยักลึกของหยูก็เหมือนนึกอะไรได้และจะพูดอะไรออกมานั้น ก็มีเสียงที่ไม่ค่อยได้เจอเขาที่นี่ดังขึ้นมาซะก่อน

 

“ม้าหวัดดีครับ” เสียงนั้นเรียกพวกเราให้หันไปมองเขา และก็พบว่าเป็นเฮียหยางจริงๆ “คุณย่าสวัสดีครับ”

 

เขาเข้ามาในห้องอาหารและกล่าวทักทายทุกคนอย่างให้ความเคารพ ถึงแม้ว่าการใช้ภาษาระหว่างแม่ของเขาดูเหมือนว่าจะไม่ได้ตั้งใจเพราะบ้านนี้เขาสนิทกันอยู่แล้ว ส่วนย่าฉันเขาก็ให้ความเคารพโดยการกล่าวอย่างชัดถ่อยชัดคำ ถึงลุคจะดูแบดๆแต่การกระทำต่อผู้ใหญ่ของเขากลับดูตรงกันข้ามเลย

 

“กลับบ้านกับเขาด้วยหรอลูกชาย” และนั้นก็เป็นเสียงแซวจากคนเป็นแม่ แต่คนที่เป็นลูกชายก็ทำแค่หยักไหล่และเดินเข้ามาหาพวกเรา “กินไรหรือยังลูก มากินข้าวกับม้าเร็ว”

 

“ยังเลยครับ” เขาสายหน้าเป็นการยืนยัน

 

“งั้นเฮียนั่งเร็ว กินข้าวกัน” และหยูก็พยักพเยิดให้คนเป็นพี่นั่งลงกินข้าวด้วยกัน และฉันที่สังเกตเพื่อนกับท่าทางนั้นก็ทำให้รู้ว่ามันกำลังเอาเฮียหยางมาทำให้ทุกคนลืมเรื่องที่เราพูดกันค้างไว้ ซึ่งก็ได้ผลจริงเพราะตอนนี้ทุกคนกำลังให้ความสนใจกับคนที่มาใหม่ และน้อยครั้งมากที่จะเจอเขาที่นี่ ฉันมาที่นี่บ่อยก็จริง สนิทกับหยูและหม่าม้าก็จริง แต่กับเฮียหยางยังไกลกับคำว่าสนิทอยู่

 

เฮียหยางนั่งลงข้างหยูอย่างว่าง่ายและนั้นก็เป็นผลดีของฉัน

 

“ว่าไง ทำไมวันนี้ถึงเข้าบ้านได้” และคนเป็นแม่ก็ยังเลิกสงสัยไม่ได้ว่าทำไมเพลบอยอย่างเฮียที่วันๆพักแต่คอนโดไม่เคยจะกลับบ้านอย่างเขา ในวันนี้ถึงได้มาโพล่อยู่ที่นี่และยังมานั่งกินข้าวกับพวกเรา

 

“หยางคิดถึงบ้านไงฮะ” เขาพูดตาใส

 

“โกหก/ไม่จริง” และนั้นก็เป็นเสียงของแม่และน้องชายของตัวเอง

 

“ฮ่าๆๆ” และนั้นก็เป็นเสียงหัวเราะของคนที่บอกว่าคิดถึงบ้าน “ทำไมทุกคนดูไม่เชื่ออ่ะ หยางน้อยใจนะ”

 

และเขาก็แกล้งทำหน้าตาเศร้าๆ ที่ดูออกเลยว่าแค่แกล้งทำ นี่เวลาเขาอยู่กับครอบครัวเขาเป็นคนที่ขี้เล่นแบบนี้หรอเนี่ย ถ้าสาวๆของเขามาเห็นต้องได้ดิ้นตายลงตรงนี้แน่ๆ

 

“หยางมาเอาของน่ะฮะ ลืมไว้ที่ห้อง” และเขาคงทนต่อสายตาที่คาดคั้นของทั้งสองคนไม่ไหวจึงพูดออกมาง่ายๆ

 

และเขาก็เริ่มลงมือทานอาหาร ส่วนคนเป็นน้องและแม่ของเขาก็ไม่ได้สนใจและปล่อยให้เขาทานอาหารไป

 

“อาหารฝีมือคุณย่าอร่อยเหมือนเดิมเลยนะครับ” เขาหันมายิ้มให้ย่าและนั้นก็เรียกรอยยิ้มให้คนทำได้เป็นอย่างดี

 

“หยางลองชิมหลนปลาเค็มดูสิลูกอร่อยมาก” คนเป็นย่าก็ตักหลนปลาเค็มไปใส่จานของเฮียหยางและเขาก็ก้มหัวลงเล็กน้อยแทนการขอบคุณ เมื่อได้ลองตอนแรกเขาก็ทำหน้างงและถัดมาก็เบิกตากว้างเหมือนคนค้นพบอะไรสักอย่าง

 

“อันนี้อร่อยมากเลยครับ” เขาดูตื่นเต้นเหมือนเด็กที่ได้เจอของที่ถูกใจ

 

“อันนี้เรียกว่าหลนลูก มันทำได้หลายอย่างแต่วันนี้ย่าทำเป็นปลาเค็ม ถ้าหยางชอบทานเยอะๆเลยนะ”

 

และเขาก็ตักหลนปลาเค็มเข้าปากอีกหลายคำหลังจากนั้น ก่อนที่คนบนโต๊ะจะคุยกันเรื่องธุรกิจของที่บ้านและเรื่องจิปาถะทั้งหลาย ฉันกับย่าก็นั่งฟังถึงจะไม่ได้เข้าใจแต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัด เราใช้เวลาอยู่บนโต๊ะอาหารเกือบชั่วโมง ก่อนที่เสียงแจ้งเตือนข้อความของคนของเฮียหยางจะดังขึ้น ฉันเลยเผลอเงยหน้าไปมองตามเสียงนั้น ตามจริงจะไม่สนใจเลยนะ ถ้าไม่บังเอิญสบตากับเขาหลังจากที่เขาก้มมองข้อความในมือและเหมือนจะหันมามองฉันอยู่ก่อนแล้ว

 

ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าแต่ทำไมฉันรู้สึกว่าสายตาที่มองมานั้นมันเหมือนจะมีอะไรแฝงไว้อยู่

 

“อ้อ เกือบลืมเลย” ร่างสูงที่วางโทรศัพท์หลังจากที่กดหยุกหยิกพูดขึ้น “ม้ารู้ยังว่าวันเสาร์หน้ามีปาร์ตี้เปิดตัวรีสอร์ทใหม่ของไอ้พีท”

 

“อ่อ เห็นป๊าแกบอกอยู่ว่าส.ส.สุพจน์ชวนไปงานเปิดตัวธุรกิจใหม่” ม้าพูดถึงส.ส.สุพจน์ คงเป็นสุพจน์เดียวกับที่เห็นในข่าวบ่อยๆ ที่นอกจากเขาจะเป็นนักการเมืองแล้วพื้นฐานทางบ้านยังเป็นเศรษฐีที่มีที่ดินอยู่มากนับไม่ถ้วน อันนี้ได้ยินมาจากการดูข่าวนะ แต่ถ้าเกี่ยวข้องกับคุณพีทก็คงเดาไม่ยากว่าคงเป็นพ่อลูกกัน

 

“ใช่ครับ”

 

“จริง พี่พีทจัดงานทีไรสนุกมากจริง นี่หยูยังจำงานวันเกิดพี่เขาปีที่แล้วได้อยู่เลย” หยูเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็ทำหน้าตื่นเต้นและดูดี๊ด๊าเป็นพิเศษ

 

“ใช่มั้ยล่ะ เฮียเลยกะจะชวนพวกเราไปด้วยกัน” คำว่า พวกเรานอกจากจะหันไปมองหน้าของหยูแล้ว ยังหันมามองฉันด้วย นั้นไง ทำไมฉันถึงรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่เปล่งประกายออกมาแปลกๆจากคำพูดนั้นกัน










Talk : เดี๋ยวๆ เฮียหยางจะตัดบทชวนกันแบบนี้ได้หรอออ

ทอร์ค (บ่นๆๆๆ) : หายไปเป็นอาทิตย์เลย หรือมากกว่านั้นนะ
555555 ขอโทษเด้อทุกคนน ไรท์ติดสอบ และยังสอบไม่เสร็จจ้า
แต่นี่เป็นช่วงที่มีเวลาหยุดอ่านหนังสือหลายวัน ก่อนสอบวิชาต่อไป 
เลยเอาเวลานี้มาแต่งและอัพนิยาย เพราะนั่งจิตตกอยู่หลายวัน 
เนื่องจากหายไปนาน  มาง้อรีดเด้อก่อน รอๆเค้าหน่อยเด้ออ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 875 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

589 ความคิดเห็น

  1. #500 kulyasalin2 (@kulyasalin2) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:04
    ชวนแบบมัดมือชก ต้องมีอะไรๆ ตลอด 55555 เรื่องไวน์ก็ทีนึงละนะ
    #500
    0
  2. #380 EleJEEN (@jeenjoong) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 00:52

    ชวนกันดื้อๆ แบบนี้เลยหรอเฮียหยางงงง โดนจ้างมาเท่าไรคะ 555555

    #380
    0
  3. #224 25390217 (@25390217) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 09:33

    รอจ้า..งานนี้ต้องสนุกแน่ๆ

    #224
    0
  4. #220 Amon7755 (@Amon7755) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 19:36
    จ้า

    รอได้จ้า
    #220
    0
  5. #219 chanutratrisirt (@chanutratrisirt) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 19:25
    มาแล้ว..รอไรท์อัพต่อไป
    #219
    0
  6. #218 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 14:32
    มาแล้วววว
    #218
    0
  7. #217 fah9095 (@fahfunkky) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 13:17
    แงงงง ไรท์มาอัพแล้ว คุณคีย์อยู่ไหนคะเนี่ย55555 ว่าแต่ว่า ใครให้ชวนไปด้วยน้าาาา รอนะคะ
    #217
    0
  8. #216 faijuta (@faijuta) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 12:36
    ที่จะชวนพายไปด้วยนี่ความคิดใครเนี่ยยย
    #216
    0
  9. #215 ple91924 (@ple91924) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 08:34
    บ้านนี้เค้าน่รักค่ะ
    #215
    0
  10. #210 palopeark (@pearkpalo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 10:47
    รอน้าาา
    #210
    0
  11. #208 Amon7755 (@Amon7755) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 23:07
    ได้จ้ารอน้า

    เอาใจช่วยคุณคีย์
    #208
    0
  12. #206 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 17:11
    55555 เดือดร้อนเพื่อนอีก
    #206
    0
  13. #205 Naenn (@Naenn) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 18:40
    หิวอ่ะ อยากกินหลนปลาเค็มบ้าง
    #205
    0
  14. #203 Darkmate (@Darkmate) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 14:55
    เกือบแล้ว555555 รอคุณคีย์กลับไทย รอค่าาาา
    #203
    0
  15. #202 fah9095 (@fahfunkky) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 09:36
    คุณคีย์สู้ๆนะคะตอนนี้55555 ยัยพายเกือบแล้ว
    #202
    0
  16. #201 faijuta (@faijuta) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 23:13
    หยูต้องช่วยพายนะ
    #201
    0
  17. #200 iinm (@iinm) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 20:51
    เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ 55555555
    #200
    0
  18. #199 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 20:02
    5555 ความลับเกือบแตก
    #199
    0
  19. #195 Naenn (@Naenn) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 19:46
    ความลับจะไม่แตกใช่มั๊ยเรื่องนอนกับหยูน่ะ
    #195
    0
  20. #192 rumeur (@rumeur) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 22:45

    ชอบค่ะ รออออ

    #192
    0
  21. #191 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 19:27
    ย่าชอบมั้ยคะ 555
    #191
    0
  22. #190 yim04127 (@yim04127) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 11:15
    พึ่งมาอ่าน รวดเดียวจบเลย ไรต์เตื้อเรื่องสนุกมากๆ ติดตามนะคะ มาเร็วววๆนะคะ รอไม่ไหวเเย้วววววว
    #190
    0
  23. #188 MOONLIGHT (@junchaysa) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 07:45

    รอนะคะ
    #188
    0
  24. #187 zur99311569 (@zur99311569) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 00:20

    รอๆๆค่ะ
    #187
    0
  25. #186 jumpoh (@su_jumpoh) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 23:46

    รอคะ สู้ๆๆคะ
    #186
    0