Let Me Love You

ตอนที่ 12 : Chapter 11 : You'll Aways have me , I promise. 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,088
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 925 ครั้ง
    8 ธ.ค. 62



ในห้องที่อุณหภูมิต่ำประมาณยี่สิบองศาได้นั้นไม่ได้ทำให้อุณหภูมิในร่างกายของฉันต่ำลงได้เลย และในตอนนี้เราทั้งคู่ได้เข้ามาในห้องของร่างสูงที่ในตอนนี้นั่งอยู่บนโซฟาตัวยาว โดยที่ทิ้งหลังพิงพนักเอาไว้สายตาพลางจ้องมองไปที่ทีวีที่ตอนนี้กำลังมีสัตว์นานาชนิดเคลื่อนไหวกันอยู่เนื่องจากเป็นช่องสารคดีสัตว์ 


ส่วนฉันตอนนี้น่ะหรอ เมื่อเข้ามาได้ก็เข้ามาในห้องครัวหรูทันที ที่มองไปทางไหนก็เจอกับอุปกรณ์ทำอาหารที่ดูจะครบครันและที่สำคัญยังดูใหม่มากซะจนเหมือนกับว่าไม่เคยผ่านการใช้งานมาเลย 


และที่ต้องเข้ามาอยู่อย่างนี้เพราะหลังจากที่เหมือนผีผลักให้ตัวเองเสนอทำอาหารให้เขาแบบนั้นเมื่อได้สติก็เลยหลบเข้าครัวมาโดยไม่ได้พูดได้คุยอะไรกันอีกหลังจากนั้น ยิ่งคนที่ชอบพูดจาเจ๊าะแจ๊ะกับฉันมาโดยตลอดตั้งแต่บอกว่าจะจีบฉันวันนี้กลับเงียบเพราะพิษไข้ เอาแต่นิ่งและชอบทำตัวไม่ถูกเวลาที่ฉันทำอะไรให้อย่างนี้ เขากำลังทำให้ฉันปรับตัวไม่ทันนะตัวรู้บ้างมั้ยเนี่ย


เสียงทีวียังคงดังไปเรื่อยๆ ฉันจึงเอียงตัวที่หลบอยู่หลังตู้เย็นมาได้สักพักนั้นหันกลับไปมองคนตัวสูงที่ควรจะนั่งอยู่บนโซฟาตอนนี้กลับมองไม่เห็นแล้ว ไปไหนของเขานะ สงสัยได้ไม่นานจึงตัดสินใจเดินไปดูและก็พบว่าตอนนี้คนตัวสูงได้นอนกอดหมอนอิงสีน้ำเงินเข็มที่เข้าชุดกับโซฟานี้อยู่แล้ว เหมือนกับว่าตัวเขาจะสูงเกินกว่าขนาดของโซฟาไปมากจึงได้แต่นอนคดตัวอยู่ ผมที่ตอนนี้กำลังปิดหน้าอยู่ทำให้ฉันเผลอเอื้อมมือไปปัดออกให้เขานอนได้อย่างสบายมากขึ้น นั้นจึงทำให้เผยใบหน้าที่เนียนใสขัดกับบุคลิกของเขาและการใช้ชีวิตที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยใส่ใจนั้นเท่าไหร่เลย 


เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นผ้าห่มสีเทาพื้นเล็กที่วางอยู่บนชั้นเก็บผ้าผืนต่างๆเอาไว้ เมื่อเดินไปเอาแล้วจึงนำมาห่มให้คนตัวสูง ผ้าห่มผืนเล็กที่ไม่สามารถปิดร่างของเขาได้หมดทำให้รอยยิ้มได้ปรากฎบนมุมปากของฉัน


แต่เมื่อนึกย้อนไปตอนแข่งก็ยังเห็นดีดีอยู่เลยนะ ทำไมตอนนี้ถึงทรุดตัวลงมาเร็วอย่างนี้กัน ถ้าเกิดว่าเป็นระหว่างที่กำลังแข่งอยู่จะทำยังไง ความเร็วขนาดนั้นจะสามารถบังคับรถให้ปลอดภัยได้จริงๆหรอ ทำไมถึงต้องทำงานหนักจนไม่มีเวลาดูแลสุขภาพตัวเองแบบนี้นะคุณคีย์ 


และก่อนที่ฉันจะจ้องมองและนึกอะไรไปเรื่อยให้มันมากกว่านี้โทรศัพท์ที่สั่นในกระเป๋าตอนนี้ก็ปลุกฉันให้กลับมา นี่ดีนะที่ตั้งสั่นไว้ ถ้าเป็นเสียงคนตัวสูงด้านหน้าได้ตื่นขึ้นมาแน่ 


เมื่อล่วงเอาโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าผ้าที่เพิ่งนึกได้ว่ายังไม่ได้วางเก็บเอาไว้เลย เห็นหน้าจอที่กำลังสว่างอยู่ตอนนี้ก็ทำให้ฉันต้องเบิกตากว้างมากขึ้นเมื่อสายที่โทรเข้ามาเป็นย่าที่ตอนแรกตั้งใจจะโทรกลับไปหาแล้วตอนนี้ก็เกือบสามทุ่มเข้าไปแล้ว 


ฉันกึ่งเดินกึ่งวิ่งหลบเข้ามารับโทรศัพท์ในครัวที่แยกส่วนออกมาจากห้องนั่งเล่นอย่างชัดเจน และแน่ใจแล้วว่าคนที่กำลังนอนอยู่จะไม่ได้ยิน


ค่ะย่าเมื่อถึงแล้วฉันก็กดรับสายทันที


(หนูยังทำงานยังไม่เสร็จหรอลูก) เสียงที่ดูจะงัวเงียกว่าปกติทำให้ฉันรู้ว่าท่านต้องเผลอหลับไปในขณะที่กำลังรอฉันกลับบ้านแน่ และดูเหมือนว่าท่านคงจะตื่นมาและไม่เห็นฉันถึงได้โทรกลับมา 


เอ่อ...ค่ะย่า วันนี้อาจจะกลับดึกหน่อย พอดีเพื่อนหนูเขาไม่สบายนิดหน่อย ย่าปิดบ้านดีดีแล้วนอนก่อนหนูเลยนะฉันกรอกเสียงลงไปให้ดูเป็นปกติที่สุด และเลี่ยงที่จะบอกว่าใครที่เป็นคนป่วยเพราะถ้าบอกว่าคุณคีย์เรื่องต้องไม่จบแค่นี้แน่ 


(เอ้าหรอ แล้วเป็นยังไงบ้างล่ะ) 


ก็เป็นไข้นิดหน่อยค่ะ คงไม่เป็นไรมากฉันพูดพลางหันกลับไปมองคนตัวสูงที่ยังคงหลับนิ่งอยู่บนโซฟาสีน้ำเงินเข็มติดจะดำนั้น และที่บอกว่าไม่เป็นไรมาก แค่หวังว่าหรอกนะ 


(อ้อ งั้นก็บอกเพื่อนให้หาอะไรร้อนๆเบาๆกินไปก่อนนะลูก ช่วงนี้ไวรัสไข้หวัดมันกำลังมา ต้องทานของร้อนเพื่อป้องกันตัวเองเอาไว้ก่อน) 


ความเป็นห่วงเป็นใยที่ท่านมักจะมีต่อคนรอบข้างเสมอมานั้นทำให้ฉันเผลอยิ้มออกมา 


ค่ะย่า


(งั้นก็ไปดูแลเพื่อนเถอะลูก กลับบ้านก็ขับรถระวังๆด้วยนะ) และเหมือนว่าท่านกำลังจะวางสาย ฉันเองก็พลันนึกขึ้นได้ว่า ที่ต้องเข้ามาอยู่ในนี้เพราะอะไร ทำกับข้าวนิ และฉันก็นึกอะไรได้บางอย่างและมันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก


ย่าเดี๋ยวค่ะ...” นี่ฉันลืมไปได้ยังไงว่าตัวเองน่ะไอ้ของร้อนๆเบาๆ เช่นข้าวต้มนี่ หนูต้องเริ่มทำยังไงบ้างคะ 


ว่าตัวเองน่ะ ทำกับข้าวได้ที่ไหน


เฮ้ออ ยัยพายผีต้องผลักปากแกให้พูดไปจริงๆถึงได้เป็นอย่างนี้ ทำกับข้าวไม่ได้เรื่องแต่ดันอาสาจะมาทำข้าวให้เขากินเนี่ยนะ ตอนนั้นฉันกำลังคิดอะไรอยู่ถึงได้พูดออกไปแบบนั้น แค่เพราะเห็นปากซีดๆร่างสูงใหญ่ที่เดินทีเหมือนจะล้มลงไปอย่างนั้น แค่นั้นจริงๆหรอ?


(หื้อ?) เสียงที่ฟังออกว่าท่านคงจะสงสัยแน่ๆว่าทำไมอยู่ฉันถึงต้องมาถามวิธีทำข้าวต้มกับท่านในเวลานี้ 


พอดีเพื่อนพายมันยังไม่ได้กินข้าวเลยอะย่า แล้วตอนนี้ก็มีแค่ของเวฟที่ไม่มีประโยชน์ทั้งนั้นเลยฉันพูดพร้อมกับกวาดตามองไปตามชั้นที่ใช้วางอาหารสำเร็จรูปที่แค่เวฟก็ทานได้แล้วนั้น และแต่ละอย่างก็มีแต่ของที่ไม่เหมาะเลยที่เขาจะกินในตอนนี้ 


(อ่อ งั้นหนูก็ต้องเริ่มต้มน้ำให้เดือด ใส่รากผักชี ซุปก้อน เพิ่มซีอิ๊วขาว น้ำตาลลงไปนิดหน่อยพอไม่ต้องเยอะมากนะ เมื่อทุกอย่างดูเหมือนจะเข้าที่แล้วก็ใส่จำพวกเนื้อสัตว์ที่อยากกินลงไป เนื้อสุกหนูก็เริ่มใส่ข้าวที่หุ้งสุกเอาไว้ใส่ลงไปแล้วปิดไฟเลย มันจะพอดีกับข้าวที่เราหุ้งจนสุกแล้ว ข้าวจะได้ไม่เละมาก...) ฉันตั้งใจฟังและเรียบเรียงขั้นตอนในหัวไปด้วย (อ้อ ถ้าโรยกระเทียมเจียวไปด้วยเนี่ยจะอร่อยมากเลยนะลูก ข้าวต้มจะยิ่งหอมน่ากินเลยล่ะ) 


ฟังดูก็เหมือนจะทำง่ายนะ ขั้นตอนก็ไม่มีอะไรมาก หลังจากที่รู้แล้วก็วางสายจากย่าไป และโชคดีหน่อยที่ย่าไม่ได้ซักไซร้อะไร เพราะขืนรู้ว่าคนที่จะได้กินอาหารฝีมือฉันเป็นคนแรกในชีวิตคือคุณคีย์ มีหวังได้ความดันขึ้นแน่ ไม่ใช่เพราะตกใจที่ฉันทำอาหารหรอกนะ แต่เพราะจะตกใจที่เขาจะได้ลองรสชาติอาหารที่ฉันทำต่างหากละ



อัพต่อเด้ออ++++



จากนั้นฉันก็เตรียมหาอุปกรณ์และวัตถุดิบที่จะใช้ทำทันที เมื่อเปิดตู้เย็นก็พบว่าแทบไม่มีอะไรเลยนอกจากเบียร์กระป๋อง น้ำเปล่าก็มีเพียงสองสามขวดเท่านั้น นี่แต่ละวันเขาใช้ชีวิตยังไงนะเนี่ย เมื่อเปิดช่องฟรีชก็เจอข้าวที่เอาไว้เวฟกิน เห็นดังนั้นก็คิดได้ว่าน่าจะใช้แทนข้าวหุ้งสุกได้อยู่ ส่วนเนื้อสัตว์เห็นจะมีแต่อกไก่สงสัยคงเอาไว้เป็นโปรตีนสร้างกล้ามเนื้อตอนออกกำลังกายแน่ ทีเรื่องหุ่นนี่ดูแลดีจังเลยนะ ฉันหาของไปบ่นเขาเบาๆในใจไปด้วย 


เมื่อเอาของทุกอย่างมากองรวมกันก็ขาดจำพวกผักชี ไม่มีคงไม่เป็นไรหรอกมั้งนะ 


จากนั้นก็ตั้งหม้อรอน้ำเดือด และทำตามขั้นตอนที่ย่าบอกไว้ทุกอย่าง จนได้เป็นข้าวต้มอกไก่ ที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากข้าว อกไก่ และน้ำซุปที่มีสีขึ้นมานิดหน่อย คงพอทานได้แหละมั้ง


เมื่อเห็นว่าได้เวลาแล้วก็เดินไปกะจะปลุกคนตัวสูงให้มากินข้าวกินยา

คุณคีย์คะฉันย่อตัวให้ระดับหน้าอยู่พอดีกับเขาเพื่อที่จะได้ยินเสียงของฉันให้ชัดขึ้น แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผล จึงสะกิดแขนที่กอดรัดหมอนอิงอย่างแนบชิดอยู่คุณคีย์ 


สะกิดพร้อมเรียกให้เสียงดังขึ้นอีกนิด ก่อนที่ร่างสูงจะขยับและส่งเสียงครางงัวเงียเหมือนคนโดนขัดใจและไปกวนเวลานอนของเขา


ลุกมากินข้าวกินยาก่อนค่ะ แล้วค่อยนอนต่อฉันเอียงคอให้สายตาอยู่ในระนาบเดียวกันกับคนตัวสูง แต่ก็ยังรักษาระยะห่างไว้อยู่ ตอนนี้ดวงตาเรียวรีแต่กลับมีตาสองชั้นของเขาได้จ้องตอบกลับมาอย่างนิ่งๆ 


“…” 


ยังไม่มีเสียงตอบรับจากคนตรงหน้า เอาแต่จ้องมองมาอยู่อย่างนั้น 


คุณคีย์เดี๋ยวข้าวต้มเย็นหมด ลุกขึ้นมาก่อนค่ะ นี่ก็ดึกแล้ว คุณต้องรีบกินยานะฉันเร่งเขาอีกครั้ง


ฟึ่บ! 


เสียงโซฟาที่ยวบกลับคืนที่เมื่อร่างสูงที่นอนทับไปได้แล้วสักพักลุกขึ้น ผมยุ่งๆที่ลู่ไปตามหน้าตอนนี้เหมือนเด็กเพิ่งตื่นนอน ส่วนฉันที่ยังนั่งยองๆอยู่ก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกับลุกขึ้นเต็มความสูง 


เดี๋ยวฉันไปเอาข้าวต้มกับยามาให้นะคะ 


เมื่อปลีกตัวออกมาก็จัดข้าวต้มที่มีควันแสดงให้เห็นว่ากำลังร้อนได้ที่กับถุงยาพร้อมน้ำเปล่า มาถึงก็วางลงไว้บนโต๊ะกระจกที่คู่กับโซฟาที่ตอนนี้เขาก็ยังคงนั่งอยู่ 


ถ้ากินหมดแล้วคุณจะกลับเลยหรอเสียงทุ้มที่ตอนนี้ไม่ได้แหบเท่าตอนแรกแล้วดังขึ้นจากที่เงียบมานาน น้ำเสียงที่ฟังดูอ่อนโยนเลิกคิ้วถามขึ้น


ค่ะ นี่ก็ดึกแล้วด้วยฉันก้มมองนาฬิกาบนข้อมือ ก็พบว่าตอนนี้ก็ปาเข้าไปสามทุ่มจะสี่ทุ่มแล้ว ไหนต้องแวะไปเอารถที่อู่อีกคุณคีย์รีบกินเร็วค่ะ จะได้กินยา 


ฉันเร่งเขาเพราะเดี๋ยวจะปวดท้องไปอีก จากนั้นฉันก็เดินมานั่งบนโซฟาตัวเดียวกันแต่ฉันจะชิดพนักอีกฝั่งหนึ่ง และกะจะแอบดูปฎิกิริยาของคนตัวสูงขณะที่กินข้าวต้มของฉันด้วย


คุณคีย์เร่ิมลงมือคนเพื่อไล่ความร้อนในถ้วยข้าวต้ม ก่อนที่เริ่มตักข้าวที่มีอกไก่ขึ้นมา ฉันจ้องมองช้อนที่กำลังเข้าปากเงียบๆ เม้มปากลุ้นเหลือเกินว่าฉันคงไม่ไปเพิ่มโรคให้เขา เมื่อคำแรกเข้าปากก็ไม่ได้มีปฎิกิริยาอะไรตอบกลับมานอกจากตักคำต่อไปเข้าปากไปอีกเรื่อยๆ


คุณทำอาหารบ่อยหรอ?” เขาถามพลางหันมามองฉัน คำถามแบบนี้แสดงถึงอะไรได้บ้างนะ นี่ขอเข้าใจไปได้มั้ยว่าข้าวต้มของฉันมันอร่อยน่ะ ไม่ได้ชิมด้วยนะ ใส่ๆแล้วตักมาเลย มันจะเป็นไปได้ด้วยหรอ แต่ถ้าเขาถามมาอย่างนั้นถ้าจะตอบว่านี่น่ะครั้งแรกเลย คุณได้กินฝีมือการทำอาหารครั้งแรกของฉันที่ไม่รู้ด้วยว่ามันจะออกมายังไงเขาจะรู้สึกยังไงเนี่ย แถมยังเป็นคนอาสาขอทำเองอีก


ก็...เรื่อยๆค่ะหมายถึงกินเรื่อยๆนะคะ ฉันตอบออกไปและต้องแอบถอนสายตาออกจากเขาอย่างเนียนๆ เวลาโกหกนี่ฉันไม่กล้าสบตาใครจริงๆ เพราะมีอะไรฉันพูดออกไปเลยตรงๆอยู่แล้ว แต่นี้เพราะสถานะการณ์บังคับ 


อ่อออเขาพยักหน้าสำทับว่าเขาเข้าใจ แต่รอยยิ้มบางๆที่มุมปากทำให้ฉันเริ่มเขวแล้วว่าเขาเชื่อฉันจริงหรือเปล่า แต่การที่ตักข้าวต้มเข้าปากไม่หยุดแบบนั้นก็ทำให้ใจชื่นขึ้นมาหน่อย เพราะเขาไม่จำเป็นต้องแกล้งว่ามันอร่อยนี่น่า 


เขานั่งกินข้าวต้มเงียบๆส่วนฉันก็จ้องเสือในจอขนาดใหญ่ที่กำลังเตรียมล่ากวางน้อย ทั้งจ้องคุณคีย์ที่ตอนนี้ก็เหลือแค่น้ำที่ก้นชามเท่านั้น จากนั้นเขาก็กินยาเข้าไปอย่างว่าง่าย เมื่อเห็นอย่างนั้นฉันก็เหมือนกับสำเร็จภาระกิจที่ตั้งเอาไว้แล้ว และก็เกินจากที่คาดไว้ในตอนแรกมากด้วยซ้ำ 


งั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะคะฉันขว้าเอากระเป๋าที่วางไว้ข้างๆขึ้นมาสะพายก่อนจะลุกขึ้น


เดี๋ยวสิเขาลุกขึ้นตาม พร้อมหันไปที่หน้าต่างกระจกที่ตอนนี้ม้านได้แวกออกไปครึ่งหนึ่ง ฉันมองตามเขาก็ทำให้เห็นสภาพอาการข้างนอกที่ตอนนี้มีสายฝนสาดลงมาอย่างหนัก และที่ไม่ได้ยินเสียงเลยเพราะว่าห้องนี้คงเก็บเสียงได้อย่างดี เพราะดูจากสายฝนในตอนนี้เหมือนกับพายุกำลังเข้าเลย 


เดี๋ยวฉันเรียกแท็กซี่กลับได้ค่ะฉันตอบยิ้มๆ เพราะก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้วแค่ฝนตก


แต่นี่มันดึกแล้ว ผมยอมไม่ได้หรอกเขาพูดพร้อมกับก้มหยิบกุญแจที่วางอยู่ข้างชามข้ามต้ม ทั้งเอามือปิดปากเพื่อหาวแต่ก็ทำให้เห็นแค่แปปเดียวจะเห็นก็แต่น้ำตาที่กำลังคลอเบ้า ส่งสัยเป็นเพราะฤทธิ์ยาแน่ เพราะมีหลายตัวที่ต้องกินก่อนนอนเพราะมันจะออกฤทธิ์ที่ทำให้ง่วงออกมา


คุณคีย์ฉันกลับได้จริงๆ ถ้าคุณไปส่งฉันตอนนี้มันก็ไม่ต่างจากฉันปล่อยให้คุณกลับเองตั้งแต่แรกมั้ย ยิ่งกินยาไปแล้วมันจะยิ่งง่วงนะคะ อันตรายอยู่ดี 


ถ้าคุณไม่ให้ไปส่ง และผมก็ไม่มีทางปล่อยให้คุณกลับเองแน่ๆ...งั้นนอนที่นี่มั้ย?” คำพูดเสนอชวนถูกพูดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติแต่กลับทำฉันเบิกตากว้างต่อคำถามนั้น แต่ข้อเสนอเขามันไม่ยิ่งอันตรายกว่าหรือไง 


มะ…” แต่ก่อนที่ฉันจะได้พูดปฎิเสธออกไปก็สายหนึ่งโทรเข้ามาหาก่อน และก็เป็นย่าอีกเช่นเคย นึกว่านอนไปแล้วซะอีก แต่ก็ดีแฮะ นี่อาจจะใช้เป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันกลับบ้านได้เร็วขึ้น 


ค่ะย่าฉันกดรับทันที และก็โดนคนตัวสูงจ้องกลับมาอย่างให้ความสนใจ 


(ยัยหนูยังไม่กลับมาใช่มั้ยลูก) เสียงที่ตอนนี้ดูตื่นเต้นต่างจากก่อนหน้านี้มากทำให้ฉันรู้สึกใจไม่ดี


ยังค่ะ เกิดไรขึ้นคะ?!” 


(โอ๊ยย ดีเลย! ก็พายุเข้าซะจนต้นไม้ล้มปิดทางเข้าหมู่บ้านน่ะสิลูก ถ้าพายกลับตอนนี้ก็เข้าบ้านไม่ได้อยู่ดีแถมลมพัดแรงมากด้วย ย่าว่ามันอันตรายถ้าหนูจะขับกลับตอนนี้) ถึงแม้จะโล่งใจที่ไม่ได้มีไรเกิดขึ้นกับย่าแต่ก็กลับมาไม่สบายใจแล้วว่าแล้วหลังจากนี้ฉันควรต้องทำยังไง 


อัพละเด้อ+++


สายตาที่กำลังจ้องมองมาอย่างสงสัยของคุณคีย์ ทำให้ฉันกำโทรศัพท์พร้อมเม้มปากแน่น 


(เอางี้นะลูก หนูนอนกับหยูไปก่อนเลยพรุ่งนี้ค่อยกลับ เพราะถ้าฝืนขับรถกลับมาตอนนี้ย่าต้องอดเป็นห่วงไม่ได้แน่) 


ย่าที่บอกว่าให้นอนกับหยูไปก่อนคงเพราะเข้าใจว่าเพื่อนที่กำลังไม่สบายตอนนี้เป็นหยู มิน่าละถึงไม่ได้สงสัยหรือถามอะไร แต่ย่าเข้าใจผิดแล้ว คนที่ย่ากำลังบอกให้หนูนอนกับเขาไปก่อนคือผู้ชายคนเดียวกับที่เขามาเอาครั้งแรกของหนูไปทั้งที่ยังไม่ได้รับอนุญาติ


ถ้าจะบอกย่าคงไม่ดีแน่ และถ้าจะโทรบอกให้หยูมารับก็ไม่ได้แล้วเพราะนางบินไปปารีสเพราะได้รับเชิญจากแวดวงแฟชั่นให้ไปดูแฟชั่นโชว์เมื่อวานนี้เอง 


เข้าใจแล้วค่ะฉันตอบท่านเสียงหง่อยและจำยอมเมื่อไม่มีทางเลือกแล้ว เมื่อวางสายไปก็หันกลับมามองหน้าคนตัวสูงที่ตอนนี้ก็ยังคงมองกลับมา และดูมีท่าทางที่กำลังสงสัยในตัวฉันอยู่ ทำไมวันนี้ถึงไม่ได้ดั่งใจฉันเลยนะ 




Key’s Talk 


ไม่รู้วันนี้มันเป็นวันอะไรของผม อยู่ๆร่างกายก็ป่วยเอาดื้อๆ ในชีวิตผมนับครั้งที่ตัวเองป่วยได้เลยยิ่งไม่ค่อยป่วยแบบนี้ เป็นทีเลยจะหนักมากกว่าที่มันควรจะเป็น ครั้งล่าสุดก่อนหน้านี้คือช่วงเข้าปีที่สองของการทำงานได้ละมั้ง และก็มีครั้งนี้ที่ร่างกายที่ไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ได้ประท้วงแล้วว่าไม่ไหว แต่เหมือนว่าร่างกายที่ดูจะไม่รักดีกลับไม่รักดีได้ถูกช่วง เพราะมันทำให้คนตัวเล็กยังคงนั่งอยู่ข้างๆกันในตอนนี้ ท่าทางที่ดูกระตือรือร้นตอนที่รู้ว่าผมป่วย และยังไม่ยอมให้ผมขับรถเอง บอกตรงๆว่าไม่เคยต้องให้ผู้หญิงที่ไหนมาขับให้นั่งเลยสักครั้ง และที่ยอมเพราะวันนี้ดูท่าจะไม่ไหวและที่สำคัญถ้าเกิดอุบัติเหตุไปมันคงไม่คุ้มแน่เพราะมีเธอนั่งมาด้วย 


ยิ่งเห็นความเป็นห่วงเล็กๆจากเธอแล้วยิ่งทำให้ต้องลอบยิ้มในใจอยู่หลายครั้ง เธออาสามาทำข้าวให้กินอีก ปกติผมเป็นคนกินอะไรง่ายๆนะ ไม่ได้เลือกกินว่าจะต้องเป็นอาหารแพงหรืออะไรแค่อร่อยก็กินได้หมด แต่มันมีสิ่งหนึ่งที่ผมไม่ชอบที่สุดในชีวิตเลยคือกระเทียม ตอนแรกที่เห็นกระเทียมเจียวที่เธอโรยมาเต็มชามนั้นทำให้ต้องแอบลอบกลืนน้ำลายลงคอเงียบๆ ถึงจะสงสัยว่าในห้องมีสิ่งที่เรียกว่ากระเทียมอยู่ได้ยังไงก็ต้องละความสงสัยนั้นไป เมื่อเห็นเธอที่ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่ากำลังลุ้นแค่ไหนกับข้าวต้นชามนี้ก็ทำให้ผมกลืนข้าวต้มชามนั้นลงไป และสิ่งที่กลบรสชาติกระเทียมได้คือความเค็มของผงปรุงรสที่เธอใส่ลงไป และก็นั้นแหละครับ ไม่รู้จะขอบคุณความเค็มนั้นดีมั้ยที่มันเด่นกว่ารสชาติกระเทียมจนทำให้ผมกินมันจนหมดชามได้


และกะจะลองเชิงเธอเล่นๆถึงได้ถามออกไปว่าทำอาหารบ่อยมั้ย และสิ่งที่เธอตอบกลับมาเธอกลับตอบว่าก็ทำเรื่อยๆ และกลับกันแทนที่จะโกรธที่เธอโกหกมาแบบนั้นกลับยิ่งเอ็นดูเพราะมันทำให้ผมรู้สึกว่าอย่างน้อยเธอก็ได้ทำอะไรที่ไม่ถนัดให้ผมในครั้งนี้


แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายของวันนี้ที่สุดเห็นจะเป็นหลังจากเธอวางสายจากย่าไปก็เอาแต่อึกอักเหมือนคนทำอะไรไม่ถูก จนผมเองก็สงสัยอยู่สักพัก จากตอนแรกที่กลัวว่าท่านรู้อาจจะไม่พอใจได้ที่หลานสาวมาอยู่ในห้องกับผู้ชายอย่างผม แต่เมื่อดูจากท่าทางที่พยายามเลี่ยงที่จะเอ๋ยชื่อผมออกไปแบบนั้นก็รู้ได้ว่าเธอคงไม่ได้บอกท่านไปตรงๆว่าตอนนี้เธออยู่กับผม จากที่ยืนทำอะไรไม่ถูกอยู่นานเธอก็ตัดสินใจบอกเหตุผลที่ย่าโทรมาและเหตุผลนั้นก็ทำให้ผมแอบลอบยิ้มอยู่ในใจเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ 


และตอนนี้เธอก็เอาแต่นั่งเงียบหลังจากตกลงได้แล้วว่าคืนนี้คงต้องค้างที่นี้อย่างจำเป็น เธอคงคิดแบบนี้แน่เพราะดูจากสีหน้าที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลจนผมต้องกลับหันมามองตัวเองแล้วนะว่าผมดูน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรอ


คุณง่วงหรือยังผมทำลายความเงียบก่อนที่คนตัวเล็กข้างผมจะคิดฟุ่งซ่านไปไกล  


ยังเลยค่ะเธอตอบกลับมาอย่างขึงขัง 


แล้วอยากอาบน้ำหรือยังผมยังคงถามต่อไป


ยังค่ะและเธอก็ตอบออกมาเหมือนเดิมพร้อมกับไม่ยอมหันหน้ามามองกันสักที 


งั้นเดี๋ยวผมไปอาบน้ำก่อนนะ 


คุณคีย์อาบน้ำได้หรอคะ คุณกำลังเป็นไข้นะและคราวนี้เธอก็ยอมหันหน้ามามองกัน ก่อนที่ผมจะลุกออกไป


งั้นทำไงดีล่ะ...” เมื่อได้ยินอย่างนั้นก็นึกอะไรสนุกๆออกงี้ต้องเช็ดตัวหรือเปล่า 


เหมือนจะเป็นคำพูดที่ไม่ค่อยแน่ใจแต่จริงๆในใจเต็มไปด้วยความคิดที่อยากจะแกล้งเธอเต็มไปหมดเลย แต่สีหน้าที่เหมือนเพิ่งนึกอะไรออกของเธอก็ทำให้เกิดรอยยิ้มที่มุมปากเกินขึ้นบางๆของผม


งั้นคุณคีย์ไปอาบน้ำเถอะค่ะ แค่ต้องน้ำอุ่นเธอรีบตอบออกมาอย่างเร็ว คำพูดที่ดูจะย้อนแย้งกับตอนแรกนั้นทำให้ต้องเกือบหลุดขำออกมาจากท่าทีที่ดูระมัดระวังตัวของเธอ 


หลังจากนั้นเธอก็หันหน้าแดงๆออกไป ผมเองก็ตัดสินใจที่จะไม่กวนเธออีก จากนั้นผมก็ลุกขึ้น เมื่อเดินเข้ามาในห้องที่มืดสนิทก็เริ่มเปิดไฟและเดินตรงไปที่ห้องแต่งตัวที่ถูกจัดโซนไว้ต่างหาก ผมเริ่มถอดเสื้อยืดเรียบๆสีดำนี้ออกพร้อมเริ่มถอดกางเกงยีนส์สีซีดและหยิบผ้าเช็ดตัวมาห่อร่างกายส่วนล่างไว้ และก่อนที่จะเข้าไปในห้องน้ำก็นึกได้ว่าบางทีคนที่อยู่ด้านนอกจริงๆอาจต้องการอาบน้ำแต่แค่ไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ เธอออกไปสนามแข่งมาด้วยมันต้องเหนียวตัวและไม่สบายตัวบ้างละ 


คิดได้ดังนั้นจึงไปเตรียมเสือยืดสีขาวและกางเกงผ้าฝ้ายสีน้ำเงินเข้มที่เป็นชุดใส่นอนของผมเอง และน่าจะเป็นชุดเดียวของผมที่เธอสามารถใส่ได้ก่อนตอนนี้ 


ก่อนที่จะเปิดประตูห้องออกไปก็เห็นตัวเองแวบๆผ่านกระจกว่าตอนนี้มีแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียว ขืนออกไปแบบนี้มีหวังพายคงได้วิ่งผ่าฝนกลับบ้านแบบไม่สนอะไรแน่ๆ แค่ผมอยู่ในห้องด้วยก่อนหน้านี้ยังนั่งซะชิดพนักพิงเลย เลยตัดสินใจไปเปลี่ยนเป็นชุดคลุมอาบน้ำแทน และไม่ลืมหยิบชุดและผ้าเช็ดตัวออกมาให้เธอด้วย 


เมื่อออกมาก็เจอกับเธอที่กำลังนั่งกดเปลี่ยนช่องทีวีไปเรื่อย พร้อมมองออกไปนอกหน้าต่างเรื่อยๆ สงสัยคงกำลังภาวนาให้ฝนที่ตกเป็นบ้าเป็นหลังตอนนี้ให้หยุดลงสักที 


และผมก็เหมือนไปปลุกเธอให้ออกมาจากผวังนั้นเมื่อเสียงเดินดังขึ้นขณะเข้าไปใกล้เธอเรื่อยๆ และก็ทำให้เธอหันมามองผมพร้อมกับของในมือ


นี่ชุดนอนครับผมยื่นให้พร้อมกับเธอเองก็ยื่นมือมารับถ้าเกิดว่าเปลี่ยนใจอยากอาบน้ำตอนนี้ มีห้องน้ำอีกห้องนะ ถัดจากห้องครัวไปอยู่ทางซ้ายมือ 


อัพละเด้อ++++


เธอรับชุดไปแต่ก็ไม่ได้ตอบรับอะไรออกมา ส่วนผมก็เดินกลับเข้าห้องไปจัดการธุระในส่วนของตัวผมเองต่อไป ใช้เวลาสักพักแต่ไม่ได้นานมาก เมื่ออาบน้ำเสร็จก็รู้สึกดีขึ้น หรือจริงๆแล้วมันเริ่มดีขึ้นตั้งแต่ได้นอนพักกินข้าวกินยาไปแล้วในตอนนั้นก็ไม่แน่ใจ แต่ถ้าให้เทียบอาการดูมันดีขึ้นจากก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด ยิ่งเมื่อได้ลองอาบน้ำก็ยิ่งสบายตัว แต่อาการง่วงนอนจากฤทธิ์ยาก็ยังมีอยู่ไม่หายไปไหน


เมื่อจัดการตัวเองเสร็จก็เปิดประตูห้องกะจะไปดูคนตัวเล็กที่อยู่ด้านนอกสักหน่อย และเมื่อเปิดประตูออกไปก็เจอเธอตอนนี้กำลังอยู่ในเสื้อยืดสีขาวที่ใหญ่จนเกือบถึงเข่า แขนเสื้อก็ยาวจนเกือบจะเป็นเสื้อแขนยาว ส่วนกางเกงขายาวสีน้ำเงินที่ขนาดพับไปขึ้นไปแล้วยังเลยตาตุ่มของเธอลงไปอีก สายตาที่เมื่อเริ่มสังเกตุผมบ้างเหมือนกันก็มองชุดผมเองที่ใส่อยู่นี้ เพราะมันคือชุดเดียวกัน เพราะชุดที่ใส่นอนทุกวันเป็นเสื้อและกางเกงสีเดียวกันทุกชุด ตอนนี้มันเลยทำให้เราดูเหมือนกำลังใส่เสื้อคู่ แต่ดูเป็นเสื้อคู่ที่ไม่ได้นัดไซต์กันมาเลย


คุณคีย์พอจะมีหมอนกับผ้าห่มสักชุดมั้ยคะ?” เธอถามขณะเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผม


หื้ม? เอาไปทำไมหรอ 


ก็ฉันจะเอามาเตรียมไว้นอนที่นี่ไงคะเธอพูดพร้อมกับชี้ไปที่โซฟา ผมเลยเข้าใจจุดประสงค์ของเธอแล้ว เนื่องจากคอนโดของผมมีห้องเดียวเพราะมันเป็นความต้องการของผมเอง เพราะผมอยู่คนเดียวและไม่ได้คิดว่าจะต้องเอาไว้เผื่อใครด้วย ถึงแม้ทั้งชั้นจะเป็นของผมพื้นที่ที่มีมากนี้ก็ถูกจัดส่วนไว้ทำอย่างอื่นไว้หมดแล้ว


นอนในห้องสิ จะออกมานอนที่โซฟาทำไม 


ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเกรงใจ คุณตัวสูงถ้าต้องออกมานอนโซฟาต้องไม่สบายแน่ ให้ฉันนอนนี่เถอะค่ะสบายมากเธอพูดด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้วและท่าทางที่เป็นธรรมชาติมากขึ้นกว่าเดิม แต่สิ่งที่เธอกำลังพูดเหมือนเธอจะเข้าใจว่าผมจะเสียสละออกมานอนข้างนอกและให้เธอเข้าไปนอนข้างใน หื้ม? ผมว่าเธอน่าจะกำลังเข้าใจผิดนะ


ไม่นะ ไม่มีใครต้องนอนโซฟา เพราะเราจะเข้าไปนอนในห้องผมด้วยกันทั้งคู่เมื่อสิ้นคำพูดผมเธอก็เบิกตากว้างมองกลับมา


มะ ไม่เป็นไรค่ะ ฉันนอนง่าย นอนโซฟาได้สบายมากกกท่าทีร้อนร้นเพื่อที่จะปฏิเสธนั้น พร้อมกับรอยยิ้มที่กำลังดูเหมือนทำใจดีสู้เสืออยู่


เตียงผมกว้างจะตาย นอนสองคนได้สบายมากผมเลียนเสียงเธอและตอบกลับไป 


จากคำพูดนั้น อยู่ๆใบหน้าที่ตอนนี้ไร้เครื่องสำอางเผยให้เห็นผิวหน้าที่เนียนใสและแดงระเรื่อขึ้น


หรือว่าคุณกลัวผม?” คิ้วที่เลิกขึ้นเป็นเชิงถามของผมส่งไปที่คนตัวเล็กตรงหน้าเหมือนคำพูดนั้นจะไปกระตุกต่อมอะไรของเธอเข้าถึงได้มีท่าทีที่เปลี่ยนไปเป็นจ้องกลับมาตรงๆหรือเพราะห้องนั้นมันจะทำให้คุณนึกถึงระ...”


งั้นไปค่ะ ไปนอนกัน!” ท่าทีที่ดูเหมือนไม่ต้องการฟังประโยคนั้นของผมต่อกับทำให้ผมเกิดรอยยิ้มที่มุมปาก เมื่อคนตัวเล็กที่ดูออกตั้งแต่แรกแล้วว่าเป็นคนที่อย่าให้ต้องได้ท้าทายอะไรเลย เธอพร้อมจะพุ่งชนเสมอ และครั้งนี้ก็ได้ผลอาจจะบวกกับเธอรู้ว่าผมจะพูดอะไรออกไปและคงไม่ต้องการได้ยินมันเลยตัดปัญหาไป


และเป็นเธอที่เดินนำผมเข้ามาในห้องและดูท่าจะขัดใจเธอไม่น้อยเลย ถึงได้เดินตึงตังเสียงดังเข้าไปอย่างนั้น เธอเหมือนกำลังมองหาและสำรวจอะไรอยู่สักพักและจึงตัดสินใจถามผมออกมา


คุณคีย์คะขอผ้าห่มอีกผืนได้มั้ย ฉันนอนดิ้นมาก เดี๋ยวไปแย้งผ้าห่มคุณเอาเธอยังคงมองหาสิ่งที่ต้องการอยู่ ผมก็ยอมเดินไปเอาให้แต่โดยดีเพราะตอนนี้ก็ดึกแล้ว และร่างกายและสายตาตอนนี้ก็อ่อนแรงลง เมื่อเปิดตู้เก็บจำพวกผ้าห่มผืนเล็กและพวกผ้าเช็ดตัวแบบผืนใหม่ ก็เดินหยิบออกมา 


คุณเอาผืนนี้ไปแล้วกันผมดันผ้าห่มผืนใหญ่ที่ใช้ประจำให้เธอแทน เพราะผมขี้ร้อนแอร์ที่เปิดตอนนี้ก็แค่ยี่สิบองศาเท่านั้น แต่ถ้าเธอต้องนอนในห้องที่มีอุณหภูมิเท่านี้คงไม่ไหวแน่ 


เมื่อมือเล็กเอื้อมมาหยิบผ้าห่มไปในฝั่งที่อยู่ตรงข้ามกับผมที่เธอไปยืนอยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นดังนั้นผมก็นั่งลงในอีกฝั่งทันที 


มาสิครับ นอนกันถึงแม้ท่าทางจะเก้ๆกังๆแต่เธอก็นั่งลงและนอนลงอย่างเงียบๆ ส่วนผมเองก็เอื้มมือไปปิดโคมไฟจนทั้งห้องมืดสนิทลง เราไม่ได้พูดอะไรอีก สายตาที่ตอนแรกต้องปรับแสงเพื่อให้อยู่ในความมืดได้นั้นก็ใช้เวลาไม่นาน 


เสียงผ้าห่มและการเคลื่อนไหวที่ส่งผ่านมายังฝั่งของผมทำให้ต้องหันไปมอง ในตอนนี้สายตาที่เริ่มชินกับความมืดแล้วก็ทำให้เห็นเงาลางๆว่าคนตัวเล็กที่เอาผ้าห่มพันตัวจนเหลือให้เห็นแต่หน้าผากมนและเส้นผมยาวๆนั้นสยายอยู่เต็มหมอนอีกใบ คนตัวเล็กที่เอาตัวเองไปชิดเตียงอีกฝั่นจนผมเป็นห่วงเอาว่าเธอจะกลิ้งตกเตียงไปแน่ในคืนนี้ 


เมื่ออยากมองเธอให้ถนัดขึ้นผมก็พลิกตัวและเอาแขนหนุนแทนหมอนเพื่อมองเธอจากด้านหลัง นานเท่าไหร่ไม่รู้ที่เอาแต่จ้องคนตัวเล็กอยู่แบบนี้ นี่ถ้าเพื่อนรู้มันได้แซวผมแน่ มีผู้หญิงอยู่ตรงหน้าแบบนี้แต่กลับทำอะไรไม่ได้ เธอเป็นคนแรกที่ได้เข้ามาในห้องนี้ ผมเยอะเรื่องผู้หญิงก็จริงแต่เรามักจะจบกันที่อื่นเสมอ ผมชอบความเป็นส่วนตัวและหวงสถานที่ของตัวเองมาก แต่เธอเป็นคนแรกจริงๆที่ผมอยากให้ลองเหยียบเข้ามาดู ไม่ได้รู้สึกอึดอัดแต่กลับอยากให้อยู่ด้วยกันไปอีกเรื่อยๆ เมื่อมองเธออยู่อย่างนี้ ภาพเหตุการณ์วันแรกที่เราได้เจอกันและจบกันที่ห้องนี้ก็ย้อนกลับมาเด็นชัดอีกครั้ง ผู้หญิงที่ผมได้กอดรัดเอาไว้ตลอดในคืนนั้น ท่าทีที่อ่อนประสบการณ์ไม่ประสีประสาเลยนั้นกลับทำให้ผมชอบนึกถึงมันอยู่ตลอด ครั้งแรกแต่ดันมาเจอคนอย่างผมแล้ววันนั้นเธอเอาแรงที่ไหนหนีผมไปกัน นึกแล้วอยากจับมากอดอีกซักครั้งจริงๆเลย แต่ก็ได้แต่บอกตัวเองเอาไว้ว่าให้ใจเย็นๆอดทนเอาไว้ก่อน เพราะเธอเหมือนกระต่ายป่า บางทีก็ดูอ่อนโยนแต่ก็สู้คน หากได้โดนรุกล้ำมากเกินไปก็อาจจะตื่นกลัวและไม่โผล่ตัวออกมาให้เห็นอีกเลย 


พาย…” เสียงผมเรียกเธอออกไปเบาๆทั้งๆที่ก็รู้อยู่แกใจแล้วว่าเสียงลมหายใจที่กำลังจะสม่ำเสมอนั้นแสดงแล้วว่าเธอกำลังจะเข้าสู่ห้วงนิทรา แต่ร่างที่เหมือนกำลังจะหลับนั้นกลับขยับตัวหันหน้ามาทางผมจนระดับหน้าของเราอยู่ในระดับเดียวกัน


หื้มมมเสียงงัวเงียที่ไม่แน่ใจว่าเธอตื่นหรือเปล่า แต่เมื่อเงียบไปผมเลยรู้ว่าเธอแค่ระเมอและคงได้ยินเสียงผมในห้วงความฝันแน่ถึงได้ครางตอบมา 


“…พายผมเรียกเธออีกครั้งแต่ครั้งนี้เธอเงียบไป ตาที่ยังปิดสนิทอยู่ทำให้ผมเอื้อมมือไปจับเส้นผมที่ตกมาระหน้าที่กำลังบดบังผิวเนียนๆของเธออยู่ ผมไล้นิ้วไปตามกรอบหน้าเล็กๆนั้นและย้อนกลับมาลูบแก้มวนเวียนมันอยู่อย่างนั้นก่อนที่จะพูดประโยคถัดมา 


เป็นของผมมั้ย 


ถ้าเป็นทุกครั้งหากอยากได้มาก็แค่สั่ง ไม่เคยต้องถามความเห็นของใครก่อน แต่กับคนตรงหน้ามันกลับทำให้ผมรู้จักที่จะใช้ความพยายามขึ้น รู้จักอดทน และอยากให้ความสำคัญโดยที่เธอไม่ต้องเรียกร้องใดๆ 


เป็นคำถามที่คงไม่ได้คำตอบแน่เพราะมันถูกยืนยันด้วยเสียงลมหายใจที่ดังอย่างสม่ำเสมอ และผมก็ไม่ได้คาดหวังเพื่อให้ได้คำตอบมาในตอนนี้ ผมไม่เร่งรัดอยู่แล้ว ผมให้เวลาเธอได้


และอาการอ่อนเพลียของผมก็ทำให้สายตาที่มองเห็นคนตัวเล็กได้ชัดตอนนี้ก็เริ่มสลัวและมืดดับไป


The End - Key



Talk : พายตื่นมาฟังพี่เค้าเร็ววววววววว 

ขอโทษที่อัพดึกจ้าาา 
ไปค่ะ!!
 ตอนนี้ไรท์อยู่บนความเชื่อที่ว่า
กิจกรรม การศึกษาไปพร้อมกับการแต่งนิยายได้
ฮึ้บ!
ปล.หนึ่งคอมเม้นต์เท่ากับล้านกำลังใจ 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 925 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

589 ความคิดเห็น

  1. #564 150221 (@150221) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 14:35
    อะไรคือขอตอนน้องหลับ ไม่กล้าอะดิ
    #564
    0
  2. #379 EleJEEN (@jeenjoong) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 00:25

    งุ้ย งุ้ยยยยยย

    #379
    0
  3. #367 prang_94 (@prang_94) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 16:36
    รุกหนักจริงๆ
    #367
    0
  4. #214 ple91924 (@ple91924) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 08:23
    เขินนนนนน
    #214
    0
  5. #207 Amon7755 (@Amon7755) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 22:59
    เขินแทน

    แอบฝันแพล็บ
    #207
    0
  6. #196 nattyness1 (@nattyness1) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 22:17
    เป็นค่าาา
    #196
    0
  7. #178 Naenn (@Naenn) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 18:36
    วรั๊ยยยยยย ><
    #178
    0
  8. #175 moorung1996 (@moorung1996) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 07:06
    แหมมมมมอิพี่!
    #175
    0
  9. #174 got72560 (@got72560) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 06:42
    กรี๊ดลั่น
    #174
    0
  10. #173 fah9095 (@fahfunkky) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 23:16
    คุณคีย์สู้ต่อไปนะ ให้เวลาพายหน่อยเนาะ5555 รอนะคะ
    #173
    0
  11. #172 somsomjirapapa (@somsomjirapapa) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 23:01
    คุนคีย์คะฉันตกลงค่ะ55555
    #172
    0
  12. #171 Charlinda88 (@Charlinda88) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 22:59
    รักน้อง หลงน้องน่าดูเลยน๊าาา
    #171
    0
  13. #170 chanok- (@-chanokk) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 22:43
    เป็นของพี่เขาเถอะน้องพายยย

    ละมุนบอยมาก
    #170
    0
  14. #169 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 22:39
    ละมุนนร
    #169
    0
  15. #168 Naenn (@Naenn) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 05:32
    น่ารักกกก
    #168
    0
  16. #167 poupum (@poupum) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 21:13
    ชอบบบบ
    #167
    0
  17. วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 01:58
    สนุกมากเลยค่ะ นางเอกไม่งี่เง่าพระเอกไม่เวอร์เกินมนุษย์เท่าไหร่ รอติดตามน้าา
    #162
    0
  18. #161 Kajonkul9331 (@Kajonkul9331) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 23:54

    ขอตัวหนังสือใหญกว่านี้หน่อยค่ะ สนุกดีนะคะ

    #161
    0
  19. #160 iinm (@iinm) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 23:34
    คนไม่ชอบกระเทียมกลับโดนกระเทียมไปเต็มๆ
    #160
    0
  20. #159 MOONLIGHT (@junchaysa) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 22:45
    สงสารเฮียเนอะ555
    #159
    0
  21. #158 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 22:32
    เอ็นดูอ่ะ5555
    #158
    0
  22. #157 Hskbs575 (@Hskbs575) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 21:23
    งืออออ เป็นเอ็นดูยัยน้อง เก่งที่สุดแล้วปรุงเค็มกลบกระเทียมเจียว555
    #157
    0
  23. #156 rubik cube (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 18:29

    เป็นพระเอกที่น่ากลัวและอันตรายชิบหาย แค่ใช้เวลาไม่นานทำนางเอกใจอ่อน และแสดงอาการอ่อนไหวเบอร์นี้

    ทำให้นางเอกที่มีปมผู้ชายเจ้าชู้แสดงอาการเป็นห่วงเป็นใยขนาดนี้

    #156
    0
  24. #155 fah9095 (@fahfunkky) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 18:05
    แงงงงงง ความเค็มกลบกลิ่นกระเทียม555555555 ไม่รู้จะเอ็นดูหรือขำก่อนเลย รอนะคะ
    #155
    0
  25. #154 Nemo (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 12:48

    นอนห้องคุณคีย์จ๊ะพาย สะกดใจไว้อย่าโดดไปลวนลามคนป่วยล่ะ

    #154
    0