[Fic Naruto] Doctor Who แพทย์มือใหม่ หัวใจปิ๊งรัก

ตอนที่ 24 : 22 : Circles never end

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,661
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    26 ม.ค. 59

Doctor Who

Circles never end

 

 

 

               


                ซากุระกลับไปทำงานตามปกติเมื่อซาราดะอายุครบหนึ่งเดือน รินเป็นคนคัดเลือกพี่เลี้ยงของหลานสาวเองกับมือ ก่อนจะบินกลับไปเยอรมนี และทิ้งอดัม คนขับรถไว้คอยรับส่งซากุระแทน


                เพื่อนร่วมงานของซากุระกล่าวแสดงความยินดีและมีของขวัญมาฝากเธอเต็มไปหมด ซากุระยิ้มรับและทำงานในทุกวันด้วยความสุข เธอคิดว่าชีวิตเธอที่เป็นอยู่ตอนนี้มันดีอยู่แล้ว แค่มีเธอ มีลูก แค่นี้ก็พอ เธอไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านี้


                ซากุระเลิกงานและกลับถึงบ้านเกือบหกโมงเย็นในทุกวัน เธอกล่าวขอบคุณคลอเดีย พี่เลี้ยงวัยกลางคนที่อยู่ดูแลลูกสาวให้เธอทั้งวัน


                หลังส่งพี่เลี้ยงกลับบ้านแล้ว ซากุระก็เช็คกลอนประตูบ้าน ล็อกให้เรียบร้อย แล้วถึงอุ้มลูกสาวขึ้นไปบนห้องนอน เธอเพิ่งกินข้าวมาจากที่โรงพยาบาลจึงไม่จำเป็นต้องทานที่บ้านอีกรอบ ซากุระเปิดประตูห้องนอนเข้าไปแล้ววางซาราดะไว้บนที่นอนกลางเตียง นำหมอนข้างมากั้นไว้ทั้งสองข้างกันลูกตกเตียง ซาราดะนอนมองมารดาตาแป๋วและเปล่งเสียงหัวเราะ มือเริ่มปัดป่ายไปมาในอากาศตามแต่ที่เด็กอายุสามเดือนจะทำได้


                “ขอหม่าม๊าอาบน้ำก่อนนะคะ เดี๋ยวหม่าม๊าออกมาเล่นด้วย”


                “แอ้ แอ้”


                ซาราดะเปล่งเสียงคล้ายตอบรับ ซากุระยิ้มให้ลูก แล้วจึงเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการธุระของตัวเอง

 

 


                เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว ซากุระจึงขึ้นไปนั่งบนเตียง เล่นกับลูกสาวไปสักครู่ใหญ่ เด็กน้อยก็เริ่มทำปากจุบจิบ ซากุระรู้ได้ทันทีว่าถึงเวลาให้นมหนูน้อยแล้ว หญิงสาวจึงปลดกระดุมชุดนอน จากนั้นจึงจัดท่าให้ซาราดะดูดนมจากเต้าได้สะดวก


                ซากุระชอบเวลาที่ได้มองหน้าลูกตอนที่ให้นม ดวงตากลมโตไร้เดียงสาของซาราดะเป็นเหมือนน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจที่แห้งผากของซากุระให้ชุ่มชื้น ไม่ว่าจะเหนื่อยจากการทำงานมากแค่ไหน เพียงแค่ได้กลับมาเจอหน้าลูก มองดูแกนอนกลิ้งไปมาหรือแม้แต่ยามที่แผดเสียงร้อง ราวกับเป็นขุมพลังที่ช่วยเติมเต็มให้กับหญิงสาวได้ไม่มีวันหมด


                เพราะลูกคือเหตุผล คือเป้าหมายเดียวที่ทำให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อไปได้


                “หม่าม๊ารักหนูนะคะ ซาร่า”


                ซากุระเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและก้มหน้าลงจุมพิตที่ศีรษะซึ่งถูกปกคลุมด้วยเส้นผมสีดำสนิทของลูกสาว มือบางลูบไล้เส้นผมนิ่มเนียนละเอียนอย่างอ่อนโยน ในใจนึกไปถึงชายหนุ่มอีกคนที่เป็นคนร่วมกันสร้างซาราดะออกมา


                เขาจะเป็นยังไงบ้างนะ ตอนนี้

 

 

 

 

                วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งในปัจจุบัน ซาราดะอายุสองขวบกว่า หนูน้อยกลายเป็นขวัญใจของคุณลุงคุณป้าและพี่ชายทั้งสอง โดยเฉพาะป้ารินของสาวน้อยที่เห่อหลานจนต้องแวะมาเยี่ยมทุกๆเดือน


                ซากุระพาลูกสาวบินมาเยี่ยมรินที่เยอรมนีเป็นเวลาห้าวัน หลังจากที่รับปากจะมาเที่ยวที่เยอรมนีนานแล้ว โชคดีที่เธอเร่งเคลียร์งานจึงพอหาเวลาว่างหยุดยาวมาเยี่ยมพี่สาวในครั้งนี้ได้


                เมื่อมาถึงสนามบินนานาชาติแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี นาฬิกาที่นี่ก็บอกเวลาบ่ายโมงพอดี ซากุระเข็นรถเข็นที่ซาราดะนั่งอยู่ออกมาที่อาคารผู้โดยสารขาเข้า ร่างบางเผยยิ้มสดใสเมื่อเห็นร่างของพี่สาวโบกไม้โบกมือให้ ข้างหลังมีบอดี้การ์ดยืนอยู่ด้วยสามคน


                ซากุระเดินเข้าไปหารินและโผเข้ากอดด้วยความคิดถึง จนกระทั่งได้ยินเสียงร้องเรียกของซาราดะที่เพิ่งตื่นนอนนั่นแหละ สองสาวจึงยอมผละออกจากกัน


                “คนเก่งของป้า มาให้ป้าหอมทีสิลูก”


                รินเอ่ยออกมาและอุ้มร่างกลมป้อมของหลานสาวที่อยู่ในชุดเสื้อโค้ตสีชมพูดูน่ารักน่าเอ็นดูออกมาจากรถเข็นเด็ก แก้มเล็กแดงจัดทำให้คนเป็นป้าอดใจไม่ไหวต้องก้มลงฟัดด้วยความมั่นเขี้ยว


                “ซาร่า สวัสดีป้ารินด้วยค่ะลูก”


                “สะ หวัด ดี ค่า ป้า ริน”


                เสียงเล็กๆที่ออกเสียงยังไม่ค่อยชัดแต่เอ่ยออกมาดังลั่นมั่นใจทำให้ผู้ใหญ่ในที่นั้นหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดู ซาราดะเมื่อเห็นป้าและมารดาหัวเราะจึงเอียงคอมองอย่างไร้เดียงสา และหัวเราะตามไปด้วย


                “ดูทำเข้าสิ หนูรู้เหรอคะว่าป้าหัวเราะอะไร หื้อ”


                ซาราดะสั่นหัวไปมาและอวดยิ้มสดใสจนเห็นฟันขาวสะอาดเรียงสวยเป็นระเบียบ รินก้มลงหยิกแก้มเบาๆอย่างเอ็นดูก่อนจะบอกว่า


                “ไปกันเถอะ ป่านนี้สองหนุ่มที่บ้านคงรอจนรากงอกแล้วมั้ง”


                “ดอมกับอเล็กซ์เหรอคะ”


     ซากุระเอ่ยถามและรับร่างของซาราดะมาอุ้มไว้ เสียงหวานกล่าวขอบคุณบอดี้การ์ดของรินเบาๆที่มาช่วยเข็นสัมภาระให้


                “จะใครซะอีกล่ะ พอรู้ว่าซาร่าจะมาอยู่กับพี่ที่เยอรมันสองอาทิตย์ ดอมถึงกับยอมไม่ไปดูฮอกกี้ กีฬาโปรดเลยนะ ส่วนอเล็กซ์ก็แคนเซิลไม่ไปทัศนศึกษากับโรงเรียน เพราะอยากมาหาน้องมากกว่า”


                รินเล่าถึงลูกชายทั้งสองด้วยความภูมิใจ ปัจจุบันดอมินิกอายุย่างเข้าสิบสี่ปี ในขณะที่อเล็กซิสอายุย่างสิบสอง ทั้งสองอยู่ในวัยที่กำลังโตเป็นหนุ่ม รินเริ่มปวดหัวกับการรับมือจากบรรดาเด็กผู้หญิงที่โทรมาหาดอมินิก แต่เจ้าลูกชายตัวดีกลับยื่นโทรศัพท์มาให้เธอพร้อมกับบอกว่า หม่ามี๊จัดการให้หน่อยดูท่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้า หากอเล็กซิสเริ่มเลียนแบบพี่ชาย เธอคงต้องปวดหัวยกกำลังสองแน่ๆ          


                “งั้นก็ดีเลยสิคะ ซาร่าเองก็คงคิดถึงพี่ๆเหมือนกัน ใช่มั้ยคะ”


                “ค่า”


                ซาราดะรับคำเสียงใสแม้จะไม่ค่อยเข้าใจที่ผู้ใหญ่คุยกันเท่าไหร่นักก็ตาม ซากุระปล่อยให้ซาราดะเดินสำรวจไปรอบรถตู้คันใหญ่ที่รินใช้มารับ แม้ปากจะคอยพูดคุยกับริน แต่สายตาของเธอกลับมองไปที่ลูกอยู่ตลอดเวลา ช่วงนี้เป็นช่วงที่ซาราดะชอบเดินสำรวจเป็นพิเศษ หากคลาดสายตาเพียงนิดเดียว ลูกสาวของเธออาจก่อเรื่องวุ่นๆขึ้นมาก็ได้




 

                บ้านพักของรินที่เยอรมนีอยู่แถบชานเมือง เป็นบ้านทรงยุโรปโบราณสองชั้นกว้างขวาง สนามหญ้าหน้าบ้านปกคลุมไปด้วยหิมะ ซากุระมองต้นไม้สูงใหญ่พลางคิดว่าหากเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิคงจะได้เห็นใบไม้สีสวยเต็มต้น


                รถตู้วนมาจอดที่ประตูหน้าบ้าน ทันทีที่รถจอดสนิท เด็กชายในชุดเสื้อโค้ตอย่างดอมินิกกับอเล็กซิสก็แย่งกันมาเปิดประตูรถ ซาราดะร้องกรี๊ดด้วยความตื่นเต้นเมื่อเห็นหน้าพี่ชายที่ไม่ได้เจอกันนาน


                “มาเรียอาดูแลเด็กๆให้ดีๆด้วยนะ อย่าให้ดอมกับอเล็กซ์เล่นกับน้องแรงเกินไปล่ะ”


                “ค่ะ มาดาม”


                มาเรียอาหรือก็คืออดีตพยาบาลที่เลี้ยงดอมินิกกับอเล็กซิสมาตั้งแต่เกิดรับคำ รินจึงหันมาเดินควงแขนซากุระขึ้นไปบนชั้นสองของบ้านโดยมีเด็กรับใช้ขนกระเป๋าเสื้อผ้าตามมาติดๆ รินพาซากุระเดินไปยังห้องริมสุดทางฝั่งปีกซ้ายของบ้านพร้อมกับเปิดประตูห้องนอนเข้าไป


                “อยู่ได้ไหม ซากุระ”


                ซากุระมองห้องนอนกว้างขวางแล้วหันมาพยักหน้าให้พร้อมกับยิ้ม


                “สบายมากค่ะ ใหญ่กว่าห้องนอนที่บ้านตั้งเยอะแน่ะพี่ริน”


                “โอเค งั้นเอากระเป๋าเข้าไปวางได้เลย” รินหันไปสั่งเด็กแล้วจึงพูดกับซากุระต่อว่า “มาเถอะ ลงไปช่วยพี่ทำของว่างหน่อย วันนี้นอกจากจะมีพวกเราแล้ว ครอบครัวของอิทาจิ ยกทีมมากันครบเลยนะ”


                ซากุระสะดุดหูชื่อของสามีรินแล้วโพล่งถามออกไประหว่างลงไปยังห้องครัวว่า


                “สามีพี่ริน เอ่อ เป็นคนญี่ปุ่นเหรอคะ”


                “ใช่จ๊ะ ทำไมเหรอ นี่คิดว่าพี่แต่งงานกับคนต่างชาติหรือไง”


                รินตอบและถามน้องสาวกลับ พร้อมกับยกกล่องใส่ผลไม้ออกมาจากตู้เย็น ส่งให้ซากุระนำไปจัดการล้างต่อ ซากุระรับกล่องใส่ผลไม้มาและเอ่ยว่า


                “หน้าดอมกับอเล็กซ์เหมือนลูกครึ่งซะขนาดนั้น ใครก็ต้องคิดแหละค่ะ”


                “ก็ไม่ผิดหรอก เพราะสามีพี่เป็นลูกเสี้ยวน่ะ ความจริงต้นตระกูลก็อยู่ที่ญี่ปุ่นนั่นแหละ แต่หลังจากญี่ปุ่นที่แพ้สงครามโลกครั้งที่สอง คุณทวดของอิทาจิเขาก็ย้ายคนในตระกูลบางส่วนมาเริ่มต้นใหม่ที่อเมริกาเลย ในตอนนั้นพ่อแม่ของคุณทวดเพิ่งตายไป ท่านก็เหมือนตัวคนเดียวที่นี่แหละ โชคดีที่ท่านได้พบกับคุณย่าทวดซึ่งเป็นคนอเมริกันแท้ๆก็เลยตัดสินใจแต่งงานกันแล้วก็มีลูกหลานสืบทอดตระกูล”  รินเล่าประวัติของตระกูลสามีด้วยความภาคภูมิใจต่อไปว่า 

                    “หลังจากที่สงครามสงบลง ญาติที่เหลืออยู่ทางญี่ปุ่นก็ติดต่อคุณทวดให้กลับไปที่นั่นนะ แต่คุณทวดปฏิเสธที่จะกลับไป เป็นพี่ก็ไม่กลับล่ะ ตอนนั้นคุณทวดอายุเกือบหกสิบได้มั้ง คงไม่อยากเริ่มต้นใหม่อีกแล้ว ท่านเลยตัดสินใจส่งลูกชายให้กลับไปที่ญี่ปุ่นแทน ท่านมาดาระน่ะเป็นลูกชายคนที่สองของคุณทวดที่แปลกแหวกแนวจากคนอื่นๆ เพราะท่านไม่ยอมสืบทอดการเป็นซามูไรต่อจากคุณลุง แต่เลือกที่จะเรียนสายการปกครองสมัยใหม่แทน ปัจจุบันก็คือคณะรัฐศาสตร์นั่นแหละจ๊ะ หลังจากนั้นญี่ปุ่นก็ระส่ำระส่าย ตระกูลซามูไรถูกกวาดล้าง คนในตระกูลของเราที่เหลือรอดอยู่ตอนนั้นหากไม่ตายก็ถูกถอดยศจนไม่เหลือแม้แต่บ้านที่อาศัยอยู่ มีก็เพียงท่านมาดาระนี่แหละที่รุ่งเรืองในอาชีพนักการทูตมากกว่าคนอื่น นับจากนั้นลงมารุ่นพ่อแม่ของอิทาจิ จนถึงรุ่นของอิทาจิเอง คนในตระกูลต่างก็เลือกเรียนสายการปกครองกันหมดเลย ไม่เป็นทูตก็เป็นนักการเมือง นักบริหาร ปกครองประเทศกันทั้งนั้น ลูกหลานบ้านนี้หากไม่รู้จะเรียนอะไร เขาก็มักถูกผู้ใหญ่ไซโคให้เรียนรัฐศาสตร์กันหมดนั่นแหละ เพิ่งจะมีน้องชายของอิทาจิคนเดียวที่ต่างจากพวกเพราะเลือกเรียนสายแพทย์”


                “โอ้โห้ พี่รินรู้ดีจังเลยค่ะ”


                ซากุระเอ่ยอย่างทึ่งๆ ร่างบางขยับตัวไปหน้าเคาท์เตอร์ หยิบไม้พายมาคนแป้งแทนแม่ครัวที่ถูกรินเรียกไปช่วยทางอื่น


                “พี่มาเป็นสะใภ้บ้านนี้ก็ต้องรู้ทั้งหมดนั่นแหละ เวลาออกงานสังคมกับอิทาจิทีไรก็จะมีคนมาถามอยู่เรื่อยๆ ถ้าไม่รู้สิอายเขาตาย”


                “พี่อิทาจิก็เป็นทูตด้วยเหรอคะ”


                “ใช่จ๊ะ เขาเป็นอัครราชทูตน่ะ ปีหน้าถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็คงจะได้เลื่อนขั้นเป็นรองเอกอัครราชทูต กลับไปประจำการที่วอชิงตันซะที”


                “อายุแค่นี้แต่จะได้เป็นรองเอกอัครราชทูตแล้วเหรอคะ เก่งจังเลยค่ะว่าแต่ ครอบครัวพี่อิทาจิเขามากันครบเลยรึเปล่าคะพี่ริน”


                “มาทั้งบ้านเลยล่ะ ซากุระโชคดีนะเนี่ยที่มาเยอรมันช่วงนี้ พี่จะได้แนะนำเรากับครอบครัวอิทาจิซะเลย”


                ซากุระยิ้มรับ ในใจรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยที่จะได้พบปะกับครอบครัวสามีของรินเร็วๆนี้

 

 



                สองสาวอยู่ในครัวนานจนลืมเวลา กระทั่งได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านพร้อมกับเด็กรับใช้ที่วิ่งหน้าตาตื่นมาบอกว่าครอบครัวของเจ้าบ้านมาถึงแล้วนั่นแหละ รินจึงได้วางมือจากจานขนมที่กำลังตกแต่งอยู่และออกไปต้อนรับพร้อมกับเรียกซากุระให้ไปด้วย


                “ตื่นเต้นจังเลยค่ะพี่ริน”


                ซากุระกระซิบบอก มือไม้เย็นเฉียบ ดวงตาฉายแววกังวล เธอบอกไม่ถูกว่าทำไมถึงได้รู้สึกตื่นเต้นและกังวลแปลกๆที่จะได้เจอครอบครัวฝั่งสามีรินในครั้งนี้


                “ไม่ต้องกังวลนะซากุระ พวกท่านใจดีและต้องชอบเธอแน่ๆ”


                รินให้กำลังใจ สองสาวหยุดสนทนากันเมื่อเดินเข้ามาถึงห้องรับแขกที่บัดนี้มีสมาชิกที่เพิ่งมาถึงใหม่จับจองที่นั่งอยู่เกือบหมด ส่งผลให้ห้องรับแขกที่กว้างขวางแลดูแคบลงไปถนัดตา


                ซากุระหยุดยืนที่ริมประตูห้อง ไม่กล้าเดินเข้าไปต่อเมื่อเห็นคนอื่นที่เธอไม่รู้จักอยู่เต็มไปหมด ร่างบางขยับตัวอย่างอึดอัดแต่ก็อดยิ้มออกมาด้วยความยินดีไม่ได้เมื่อเห็นรินได้รับความรักความเอ็นดูจากครอบครัวของสามี


                “ซากุระ มานี่สิ”


                รินเอ่ยเรียกน้องสาวหลังจากที่คลายอ้อมกอดแม่สามี ซากุระจึงเดินเข้าไปหาอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าหญิงวัยกลางคนที่มีรอยยิ้มอ่อนโยนส่งให้


                “มิโกโตะจ้ะ ฉันเป็นแม่สามีของริน”


     ซากุระส่งยิ้ม โค้งตัวลงทำความเคารพและทักทายด้วยความสุภาพ


                “สวัสดีค่ะ”


                “ดีใจที่ได้เจอหนูนะจ๊ะ ซาราดะเป็นเด็กน่ารักมากจนป้าอยากพบแม่ของแกเร็วๆ วันนี้ได้เจอหนูสักที นับว่าโชคดีมาก”


                “พี่ส่งรูปหลานไปให้ดูบ่อยๆน่ะ คุณแม่ท่านชอบเด็กผู้หญิง พอเห็นซาร่าครั้งแรกก็หลงรักเลย ของฝากส่วนใหญ่ที่พี่ส่งไปให้เรา ส่วนหนึ่งก็มาจากคุณแม่ด้วยนะ”


รินอธิบายเพิ่มเติมพร้อมกับกระเซ้าแม่สามี ซากุระยิ้มรับและเอ่ยขอบคุณเบาๆ ดวงตาสีมรกตทอประกายจนทำให้คนสูงวัยกว่ามองด้วยความเอ็นดู


“มาเถอะ พี่จะแนะนำคนอื่นในครอบครัวให้เธอเอง”


รินเอ่ยและดึงร่างของน้องสาวไปทักทายสมาชิกในห้องที่เหลือ ซากุระยิ้มให้กับอิทาจิ สามีของรินที่เพิ่งได้ทักทายกันอย่างเป็นทางการ


“ยินดีต้อนรับสู่บ้านของเรา ซากุระ”


อิทาจิเอ่ยเสียงนุ่มและเดินไปโอบเอวของภรรยาเข้ามากอดหลวมๆ จมูกโด่งก้มลงแตะที่แก้มเนียนของคนในอ้อมแขน ซากุระมองภาพการแสดงความรักของทั้งคู่ด้วยรอยยิ้ม


ถัดจากนั้นอิทาจิจึงเป็นฝ่ายแนะนำสมาชิกครอบครัวที่เหลือให้กับซากุระ เริ่มตั้งแต่บิดาของเขา ฟุงาคุ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกรุงวอชิงตัน ชายวัยกลางคนที่เงียบขรึมแต่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา


“นี่ชิซุย มายูมิซากุระคงคุ้นเคยดีอยู่แล้ว และคริส”


ชิซุย ญาติรุ่นเดียวกันกับอิทาจิที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมด้วยภรรยาอย่างมายูมิและลูกชายคือ คริสเตียน ยูโตะในวัยที่ไล่เลี่ยกับดอมินิกและอเล็กซิส ส่งยิ้มเป็นมิตรมาให้กับซากุระ หญิงสาวจึงยิ้มตอบกลับไป


“คุณลุงโซมะ คุณป้าอาคิโกะ พ่อแม่ของชิซุย”


โซมะ หรือก็คือท่านเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกรุงลอนดอน เพียงยิ้มน้อยๆส่งมาให้กับซากุระ ตรงกันข้ามกับอาคิโกะ ภรรยาคู่ชีวิตที่ดึงตัวซากุระเข้ามากอดพร้อมกับเอ่ยว่า


“ได้ยินชื่อของหนูจากรินมานานแล้ว ดีใจที่ได้เจอกันนะจ๊ะ”


“คุณแม่ท่านชอบซาร่าเหมือนคุณป้ามิโกโตะน่ะจ๊ะ”


มายูมิอธิบายต่อให้เมื่อเห็นท่าทีของซากุระเต็มไปด้วยความมึนงง แม้ว่าจะอยู่กันคนละประเทศแต่ครอบครัวทั้งสองก็ติดต่อกันโดยตลอด ต้องขอบคุณเทคโนโลยีที่ทำให้การติดต่อกันเป็นไปอย่างง่ายดาย ดังนั้นเมื่อรินมีหลานสาวและเจ้าตัวก็ออกอาการ เห่อสุดๆขนาดนี้ มายูมิจึงมีโอกาสได้เห็นหน้าของซาราดะ จากรูปถ่ายที่รินขยันส่งไปให้ดูในกรุ๊ปไลน์ครอบครัวบ้าง หรือกระทั่งเธออดใจไม่ไหวต้องบินไปเยี่ยมซาราดะที่นิวยอร์กพร้อมกับริน ทำให้สามสาวสนิทกันอย่างรวดเร็วเพราะคุยกันได้ถูกคอ


“ครอบครัวเรามีแต่ลูกชายมาตลอด พอมีหลานก็ได้แต่หลานชายซะนี่ ป้าน่ะอยากอุ้มหลานสาวจะตายแต่พวกเด็กๆเขาบอกว่าเหนื่อย พอแล้ว นี่ก็ยังคิดอยู่เลยว่าคงจะต้องเลี้ยงหลานชายไปจนตาย ดีจริงๆเลยนะที่หนูเป็นญาติของริน ทำให้ป้ามีโอกาสได้เลี้ยงหลานสาวกับเขาบ้าง”


ชิซุยทำหน้าสีหน้าอ่อนอกอ่อนใจกับมารดาของตน แล้วออกตัวเอ่ยว่า


“ลำบากหน่อยนะซากุระ คนแก่ก็ยังนี้แหละ เอาแน่เอานอนไม่ได้ ตอนพี่ยังไม่แต่งงานก็เร่งให้แต่ง พอแต่งแล้วก็เร่งให้มีหลานเร็วๆ พอพี่มีหลานออกมาให้นะก็เร่งยิกๆอยากมีหลานสาวต่อ อีกหน่อยถ้าหลานโตคงได้บงการชีวิตหลานต่อล่ะ”


น้ำเสียงที่ชิซุยเอ่ยมีแววหยอกเย้ามารดาและเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนได้เป็นอย่างดี อาคิโกะมองค้อนลูกชายอย่างไม่จริงจังนัก


“ดูพูดเข้าสิชิซุย ใครกันนะที่มาร้องไห้กับป้าเมื่อเดือนก่อน รบเร้าให้ป้าชวนแม่เรามาเที่ยวที่นี่”


มิโกโตะยกทัพเข้ามาเสริมและกระเซ้าหลานชายของสามี เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำหน้าปูเลี่ยนก็หัวเราะด้วยความชอบใจ


“โถ่ คุณป้าครับ ผมไม่ได้ร้องไห้สักหน่อย ก็แค่เห็นคุณแม่เหงาๆเลยอยากให้มาผ่อนคลายด้วยกันก็เท่านั้น”


ชิซุยแก้ตัวเสียงอ่อย และมองไปที่ภรรยาอย่างขอความช่วยเหลือแต่มายูมิกลับทำหูทวนลมอย่างต้องการแกล้งสามี


“เอาล่ะ เลิกล้อเจ้าชิซุยมันได้แล้วคุณหญิงเดินทางมาเหนื่อย พ่อขอตัวไปพักก่อนนะลูก”


ฟุงาคุเอ่ยตัดบท แล้วหันไปบอกลูกชายกับลูกสะใภ้เสียงอ่อนโยน


“ผมขอไปด้วยครับพี่นี่ก็ชักล้าๆด้วยเหมือนกัน”


โซมะกล่าวและเดินตามเด็กรับใช้ที่รินสั่งให้มาคอยอำนวยความสะดวกออกไปจากห้องรับแขก


“มัมครับ ผมอยากเจอดอม”


คริสเตียนรบเร้ามารดาบ้าง หลังจากยืนนิ่งฟังผู้ใหญ่คุยกันเสียนาน


“งั้นขึ้นไปเปลี่ยนชุดก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวมัมพาลงมาหาดอมขอตัวก่อนนะคะ ทุกคน”


มายูมิบอกแล้วพาลูกชายเดินตามเด็กรับใช้ขึ้นไปยังห้องที่ถูกจัดเอาไว้


“พูดถึงหลานแล้วนึกขึ้นมาได้ โอคาซากิ โฮชิคาวะอยู่ไหนกันล่ะ”


มิโกโตะเอ่ยถามถึงดอมินิกและอเล็กซิสด้วยชื่อญี่ปุ่น แตกต่างจากคนอื่นที่มักเรียกด้วยชื่อภาษาอังกฤษเพราะออกเสียงได้ง่ายกว่า


“มาเรียอาดูแลอยู่ในห้องพักผ่อนค่ะคุณแม่”


“ซาราดะอยู่ด้วยใช่มั้ยจ๊ะ” อาคิโกะหันไปถามซากุระที่ยืนเงียบมาตลอด


“ค่ะ คุณป้า”


“งั้นดีเลย คุณพี่คะ เราไปหาซาราดะกันดีไหม ฉันอยากอุ้มแกจัง”


“อื้ม เอาสิ หนูคงไม่ว่าอะไรใช่ไหมจ๊ะ” มิโกโตะยังไม่วายหันมาถามซากุระด้วยน้ำเสียงเกรงใจ เมื่อหญิงสาวพยักหน้า สองสาววัยกลางคนจึงพากันเดินออกจากห้องรับแขกตรงไปยังห้องพักผ่อนที่มีเด็กๆอยู่


“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวหนูให้เด็กยกของว่างตามไปให้นะคะ”


รินบอกและแยกตัวจากคนอื่นเข้าไปในครัว เมื่อซากุระตั้งท่าจะตามไปก็ถูกห้ามเอาไว้เสียก่อน


“ไปดูซาร่าเถอะ ถ้าเจอคนที่ไม่คุ้น ลูกจะได้ไม่ตกใจ”


เมื่อรินยกลูกมาอ้าง ซากุระจึงยอมถอยกลับ ลึกๆก็อดกังวลไม่ได้ว่าหากซาราดะพบเจอผู้คนทีไม่คุ้นจะมีอาการตกใจอย่างที่รินเป็นห่วง เพราะลูกสาวของเธอเข้ากับคนอื่นไม่ได้ง่ายเท่าไหร่นัก ซาราดะเป็นเด็กที่เลือกคนที่จะเข้าหา โดยเฉพาะชายหนุ่มหลายคนที่ริอาจจะจีบเธอ แต่เมื่อเจอฤทธิ์ลูกสาวตัวน้อยเข้าไปก็ล่าถอยกันไปเกือบหมด นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ซากุระยังคงครองตัวเป็นโสดมาได้จนถึงวันนี้ ส่วนอีกเหตุผลคงเป็นเพราะว่าตอนนี้เธอไม่เหลือเวลาที่จะคิดหาความรักครั้งใหม่ เพราะชีวิตที่มีแค่เธอกับลูกในตอนนี้ สำหรับเธอนี่คือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว


หากจะมีใครอีกคนเข้ามาแทนที่เขา


ซากุระหยุดความคิดฟุ้งซ่านของตัวเองเมื่อเดินมาเกือบถึงห้องพักผ่อน ทว่ามิโกโตะกลับชะงักเหมือนนึกอะไรได้บางอย่าง ร่างที่ยังคงงดงามเหมือนในวัยสาวหันมาหาลูกชายที่เดินตามหลังมาติดๆ


“เอ๊ะ แล้วน้องชายเราไปไหนน่ะอิทาจิ”


มิโกโตะเอ่ยถามถึงลูกชายอีกคนที่ตั้งแต่มาถึงบ้านก็หายตัวไปเลย


“ออกไปคุยโทรศัพท์มั้งครับ เดี๋ยวก็คงเข้ามา”


“เลยยังไม่ได้แนะนำให้หนูซากุระรู้จักเลย ให้เด็กไปตามมาที่ห้องพักผ่อนด้วยล่ะ”


“ครับ คุณแม่”


อิทาจิรับคำมารดา มิโกโตะกับอาคิโกะจึงเดินนำเข้าห้องพักผ่อนไปก่อนพร้อมกับซากุระ หลังจากสั่งงานเด็กรับใช้เสร็จแล้ว พอดีกับที่รินนำเด็กรับใช้อีกคนยกของว่างมาพอดี อิทาจิจึงเดินเข้าไปช่วยภรรยาและเอ่ยว่า


“ผมชักหิวขึ้นมาแล้วสิ”


“กินตอนนี้ไม่ได้นะคะ อิทาจิ นั่นของคุณแม่กับคุณป้า”


รินปรามเมื่อมือของสามีหยิบขนมในถาดที่เด็กรับใช้ถือขึ้นมากิน อิทาจิโบกมือไล่ให้เด็กรับใช้เข้าไปก่อน ส่วนตัวเขากลับมองภรรยาตาพราวอย่างที่คนถูกมองหน้าแดงก่ำ อิทาจิก้มหน้าลงไปใกล้แต่ยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไร เขาก็ถูกเสียงหนึ่งขัดจังหวะขึ้นมาก่อน


“ทำอะไร เกรงใจกันมั่งสิครับพี่”


รินถอนหายใจด้วยความโล่งอก และขืนตัวออกห่าง ขณะเดียวกันอิทาจิก็พ่นลมหายใจออกมาด้วยความเสียดาย ดวงตาคมกริบตวัดกลับไปมองคนที่เพิ่งมาใหม่แล้วเอ่ยว่า


“มาขัดจังหวะพี่ตลอดเลยว่ะ ซาสึเกะ”

 

 

 


 

26.01.2015

                ก็ไม่รู้ว่ามันจะมาแก้ตัวอะไรที่หายหัวไปสองปี ค่าตัวอิเกะแพงต้องเข้าใจมันหน่อยค่ะ อนุญาตให้ด่าได้ แต่อย่าเพิ่งเต็มที่นะคะ เดี๋ยวตอนหน้าไม่มีอะไรจะด่ามัน 5555

                ขอบคุณทุกการติดตามค่ะ

 



 

       CR.SHL
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

1,168 ความคิดเห็น

  1. #1145 กระต่ายส้ม (@chayapaseehakun) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 10:36
    กรี๊ดดดด. เกะคัมเเบคคคคค จะเกิดอะไรขึ้นล่ะเนี่ยยยย
    #1145
    0
  2. #1109 kakashi-g (@kakashi-h) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:43
    ตอนแรกก็คิดว่าสามีของรินจะเป็นคาคาชิ(สุดที่รัก) แต่ที่ไหนได้กลับเป็นอิทาจิ
    #1109
    0
  3. #1104 hztttao`♡ (@phatsaporn) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:51
    มาแล่ววว เกะมาแล่ววว
    #1104
    0
  4. #942 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 มกราคม 2559 / 15:22
    งั้นเรารอด่ารวบยอดตอนหน้าละกัน 5555555555555
    #942
    0
  5. #941 Sweety Uchiha (@pairloveprin) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 มกราคม 2559 / 14:14
    นั่นไง  มันมาแล้วววววว   สักจะสนุกแล้วสิ  ดูต่อไปว่าอิเกะจะแถอะไร
    #941
    0
  6. #940 Love Lata (@conun_priew) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 มกราคม 2559 / 09:28
    มาต่อไวๆนะค่ะ อุสาลุ้นตั้งนาน
    #940
    0
  7. #939 tong_pn (@tong_pn) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 มกราคม 2559 / 08:24
    มาต่อ เร็วๆนะคะสู้ๆ
    #939
    0
  8. #938 davinqi (@djanggo) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 23:28
    อิเกะออกมาแว้ว ค้างฟุตๆ
    #938
    0
  9. #937 จิ้งจอกวายุ (@27lovely) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 23:12
    ค้างงงงงงง
    #937
    0
  10. #936 ~Akaga~ (@nattita211) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 22:07
    หนีไม่พ้นน รอเก็บไว้ด่าอิเกะตอนหน้าตามไรท์บอก 55
    #936
    0
  11. #935 aunniicuz (@aunniicuz) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 21:30
    ต่อๆ เจอกันครั้งนี้จะเปนยังไง หวังว่าอีเกะคงไม่โง่ ดูไม่ออกหรอกน่ะว่านั้นเปนลูกตัวเอง
    #935
    0
  12. #934 Tsugi_e (@tsugi_e) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 21:27
    นี่อย่าบอกนะว่าแกมาพร้อมกับคาริน โอ้ยยย วอนคุณนายทั้งบ้านช่วยเข้าข้างซากุระที 
    รุมตบเกะเลย วะฮ่าๆๆๆๆๆๆ
    #934
    0
  13. #933 aaymaxthailand (@aaymaxthailand) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 21:24
    อย่ายอม !!!
    ไปตายสะอิเกะ555
    #933
    0
  14. #932 hello it's me (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 21:23
    โอยยย สงสารยัยหมอ

    หนีไม่พ้นซักที ยิ่งมาเจอในดงอุจิวะอีก -- โธ่ คุณพระ

    ขอให้รินปกป้องน้องหน่อยยย
    #932
    0
  15. #931 岭飞 (@Potae-kamui) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 20:52
    มาต่อเร็วๆๆน่าาาา
    ไรท์อ่ะตัดดดด
    เเบบบ
    #931
    0
  16. #930 0840832038 (@0840832038) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 20:48
    อ๊ากกกกกกก!! จะเจอกันแล้ว~~
    #930
    0
  17. #929 SARAH :3 (@sarahpun) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 20:20
    จะได้เจอกันแย้ววววว ตื่นเต้นๆ
    #929
    0
  18. #928 น่านนภา (@hugdarling) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 19:59
    มาทำไมตอนนี้ย่ะ
    #928
    0
  19. #927 René (@otoha2002) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 19:58
    ซากุระ ตบมันนะลูก อย่ายอมๆ บอกไปนี้ลูกฉัน ฉันไปแต่งงานกับคนอื่น ไม่ใช่ลูกนาย ตบมันๆ
    #927
    0
  20. #926 gerre _888 (@gerre_888) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 19:58
    ตาเกะจะมาทำไม 2ปีแล้วนะ กุมาพร้อม นู๋สลัด อย่างนี้ จะมีอะไรมั้ย เกะ นายอย่ามาขอโทษและรู้สึกผิดนะ มันสายไปแล้ว แต่นู๋สลัดจะได้เจอตาเกะ ด้วยอะ รอบนี้
    #926
    0
  21. #925 jubjang124 (@jubjang124) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 19:50
    ไอเกะทำไมแกไม่คิดจะตามหากุเลยห็ะ ปล่อยให้หนูกุมาดูแลลูกอยู่คนเดียวได้ไง มันใช้ไม่ได้เลยนะ รีบไปง้อกุเดี๋ยวนี้เลยยย
    #925
    0
  22. #924 Sophora (@akari007) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 19:47
    ค้างกว่าเดิมอีกค่ะ T T รอตอนใหม่นะคะ
    #924
    0
  23. #923 Memoris S'Misa (@misakikawaichi68) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 19:37
    ผ่านมาสองปี เพิ่งจะโผล่หัวออกมา
    แหมมมม โผล่มาก็อย่ามาล้ำลึกความหลังนะ
    หนูกุมีคนถูกใจแล้ว =???= #มโนแปป
    #923
    0
  24. #922 wine grapes (@winegrapes) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 19:36
    จะเจอกันแล้วสินะ เฮอะๆ อย่าใจอ่อนนะหนูกุ
    #922
    0
  25. #920 Lolie Froleebry. (@temp2545) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 12:15
    อย่าให้หนูสลัดกำพร้าพ่อน้าค้าาาา พลีสสส
    #920
    0