คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Osomatsu-san : Ichimatsu X Jyushimatsu] The Forbidden Word

โดย Mimmok

คำต้องห้ามที่ไม่อาจพูดออกไปได้ ในวันหนึ่งที่อิจิมัตสึได้รุ้สึกถึงความรู้สึกที่เปลี่ยนไป เมื่อได้อยู่เคียงข้างกับจูชิมัตสึ...

ยอดวิวรวม

461

ยอดวิวเดือนนี้

4

ยอดวิวรวม


461

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


7
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  23 มิ.ย. 59 / 22:56 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เรื่องราวของอิจิมัตสึแห่งบ้านมัตสึโนะ ในวันหนึ่งที่เขาเบื่อกับชีวิตในทุกๆอย่าง จูชิมัตสึ น้องชายฝาแฝดได้มอบแมวตัวหนึ่งให้ ความอ่อนโยนของจูชิมัตสึที่ทำให้อิจิมัตสึเปลี่ยนแปลงไปนั้น เขาจะสามารถพูดคำว่ารักออกไปได้หรือไม่...

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 23 มิ.ย. 59 / 22:56

บันทึกเป็น Favorite



[ในวันหนึ่งที่ใจฉันเปลี่ยนไป]

            ในวันที่ท้องฟ้าที่ฉันเคยมองนั้นไม่เหมือนเดิมนั้น

      ฉันไม่เคยรู้สึกเลยว่าท้องฟ้าสีครามหรือสีส้มนั้นสบายตาและใจเหมือนเคย

            ฉันเห็นแต่สีของเพดานห้องนั่งเล่นและห้องนอนที่ฉันอยู่

            และฉันคิดว่ามีความสุขอย่างที่เป็นอยู่

         

จริงเหรอฮะ พี่อิจิมัตสึ พี่ไม่อยากออกไปไหนบ้างเลยเหรอ?เสียงที่ถามฉันคือเสียงของน้องชายฝาแฝด

            จูชิมัตสึ  น้องคนที่5แห่งบ้านมัตสึโนะ

          แล้วนายมายุ่งอะไรด้วยล่ะจูชิมัตสึ?ฉันถามกลับไปพลางกอดเข่าให้แน่นขึ้น

            ฮัสเซิลๆ ออกไปเล่นกันเถอะน่าจูชิมัตสึวิ่งไปรอบๆห้องนั่งเล่นที่มีแค่ฉันกับเขา

            อย่ามากวนน่าฉันขึ้นเสียง

            จูชิมัตสึหยุดวิ่ง แม้ว่าใบหน้ายังร่าเริงอยู่ แต่แววตากลมโตคู่นั้นที่มีความตกใจอยู่ นั่นทำให้ฉันละสายตาทันที เพราะไม่อยากจะมองหน้าตาแบบนั้นของอีกฝ่าย

            กลัวที่จะใจอ่อนกับหมอนี่ที่สุดเลย

         

         

หลายวันผ่านไป

ฉันออกไปข้างนอกบ้าง ก็แค่รู้สึกว่าการที่อุดอู้อยู่ในบ้านหลายวันมันทำให้ฉันหงุดหงิด

การเดินไปเรื่อยๆนั้นช่วยให้หายเบื่อได้นิดหน่อย แต่ยังไงๆก็ไม่ชอบการที่ต้องเจอกับผู้คนเลยสักนิด ทั้งน่ารำคาญเสียงพูดคุย ทั้งกลัวที่เขาจะมองว่าตัวฉันเป็นคนยังไง

แต่นั่นก็ยังไม่ใช่ที่สุดที่ฉันกลัว

ในตอนนี้เป็นเวลาเย็นแล้ว ฉันทรุดตัวนั่งลงที่เนินหญ้าใกล้แม่น้ำและร้านโอเด้งของจิบิตะ ฉันนั่งกอดเข่ามองสายน้ำที่ไหลเอื่อยๆ มีประกายเพราะทอกับแสงอาทิตย์ยามเย็น

สิ่งที่ฉันกลัวที่สุด คือกลัวที่จะหักหลังคนที่เรียกว่า เพื่อน

แสงอาทิตย์ค่อยๆหมดไป ถูกแทนที่ด้วยความมืดยามค่ำคืน ฉันคงจะนั่งอยู่เกินชั่วโมงแล้ว คิดว่าน่าจะได้เวลากลับเสียที

ฮัสเซิลๆ มัสเซิลๆ เบสบอลไงล่ะ เสริมกล้ามเนื้อไงล่ะ ฮัสเซิลๆเสียงที่ฉันได้ยินทำให้เหลือบไปมองด้านหลังที่ถนน เห็นจูชิมัตสึเดินมาอย่างร่าเริง

อ๊ะ พี่อิจิมัตสึ!” ดูเหมือนว่าจูชิมัตสึจะเห็นฉัน เขารีบวิ่งเข้ามาแล้วนั่งลงข้างๆทันที

อะไรของนายฉันกระชับเข่าที่กอดอยู่แน่นขึ้น ชายตามองดวงตากลมโตด้วยความหงุดหงิด

ฮัสเซิลๆ ผมเพิ่งไปฝึกหวดลูกมาครับ ฮัสเซิลๆ ดีใจจังที่เห็นพี่อิจิมัตสึออกมาข้างนอกบ้างจูชิมัตสึพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง แขนเสื้อที่ยาวนั่นโบกสะบัดไปมา

ฉันกลับล่ะเพราะความรำคาญหรืออยากจะหนีกันแน่ฉันก็ไม่รู้ แต่ฉันก็ลุกพรวดแล้วหันหลังเดินจากไปทันที

เดี๋ยวสิฮะพี่อิจิมัตสึ กลับด้วยกันกลับผมสิ ฮัสเซิลๆจูชิมัตสึรีบวิ่งตามมา มือที่ไม้เบสบอลแกว่งไปมาจนกลัวว่าจะเผลอโดนหัวผู้คน

ไปให้ไกลๆฉัน จูชิมัตสึ!” ฉันขึ้นเสียง

อะ…” จูชิมัตสึหยุดสะบัดแขนเสื้อ เขาลดแขนเสื้อลง แม้ว่าใบหน้าจะยังคงยิ้มอยู่ แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นที่มองฉันก็มีหยาดน้ำใสๆออกมาเล็กๆ

จูชิมัตสึ…” ฉันเรียกน้องชายที่ยังคงทำหน้าแบบนั้น

อย่าทำหน้าแบบนี้สิฟะ

ฮัสเซิลๆ ผมจะไปตีลูกต่อนะครับจูชิมัตสึพูดแล้วหันหลังกลับไป ท่าทีที่ดูร่าเริงเวลาพูดถึงการหวดลูกนั้น ฉันควรจะสบายใจ แต่แผ่นหลังที่ดูเศร้านั้นทำให้ฉันถอนหายใจ

จูชิมัตสึ นี่ก็มืดแล้ว กลับบ้านฉันเรียก

ไม่เป็นไรครับ หวดลูกๆ กล้ามเนื้อๆ บอกแม่ด้วยว่าผมจะกลับช้าหน่อย ฮัสเซิลๆ

จูชิมัตสึ ฉันสั่งให้นายกลับบ้านพร้อมฉันเดี๋ยวนี้!!” เออ ไอ้น้องชายบ้า ฉันยอมแพ้แล้ว กลับบ้านพร้อมกันก็ได้ เพราะงั้นก็หันกลับมาสิเฟ้ย!

จูชิมัตสึค่อยๆเดินห่างจากฉันไปเรื่อยๆ ไกลออกไป ไกลออกไปเรื่อยๆ

ชิ ไอ้เด็กนี่ไม่สิ ก็อายุเท่ากัน แต่ยังทำตัวแบบนี้อีก

ฉันก้าวไปข้างหน้า แต่เป้าหมายก็ยังไกลอยู่ดี สุดท้ายก็กลายเป็นฉันวิ่งตามจนทันจูชิมัตสึ

กลับบ้านฉันคว้าแขนเสื้อแล้วดึงให้หันกลับมาประจันหน้าฉัน

อะ

ใบหน้าของจูชิมัตสึที่ยังคงยิ้มอยู่นั้นสองแก้มอาบด้วยน้ำตาที่ไหลออกมา ดวงตากลมโตและยังมีรอยยิ้มส่งมาให้ แต่ถึงกระนั้นน้ำตาก็ยังไหลออกมาไม่หยุด

จูชิมัตสึ…” ฉันเรียกชื่ออีกฝ่ายเบาๆ

ฮัสเซิลๆ มีอะไรหรือพี่อิจิมัตสึ รีบๆกลับบ้านสิฮะ ผมจะไปหวดลูกต่อ

ไม่ต้องแล้ว!” ฉันขึ้นเสียง แล้วดึงแขนเสื้อของอีกฝ่าย กลับด้วยกันได้แล้วฉันพูดจบก็หันหลังแล้วดึงแขนเสื้อให้ตามมาด้วย

ตลอดการเดินที่เงียบ ไม่มีการสนทนาเกิดขึ้นจนฉันรู้สึกอึดอัด แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังคงดึงแขนเสื้อย้วยๆนั่นให้ตามมา

จูชิมัตสึขอโทษนะเออ ฉันเป็นฝ่ายขอโทษแล้วนะ พอใจยังเล่า

ฉันพูดจบก็หันไปชำเลืองมองหน้าหน้องชายฝาแฝดที่เงียบผิดปกติ

ขอโทษเรื่องอะไรหรือฮะ?จูชิมัตสึถามพลางเอียงคอเล็กๆ

เขาหยุดร้องไห้แล้วฉันมองเข้าไปในดวงตากลมโตที่จ้องฉันอยู่

ที่ฉันขึ้นเสียงใส่นาย

ไม่ได้โกรธอะไรครับพี่อิจิมัตสึจูชิมัตสึตอบ ฉันปล่อยมือจากแขนเสื้อ แล้วสองมือก็ล้วงกระเป๋ากางเกงแทน  ไปกันต่อเถอะฉันพึมพำแล้วเดินตามไป

ไม่ได้โกรธอะไรพี่อิจิมัตสึเลยฮะ ผมแค่น้อยใจที่พี่ไล่ผม แต่ยังไงผมก็จะไม่ไปไหนนะฮะ

เสียงของจูชิมัตสึดังอยู่ไกลเหลือเกิน ฉันหันหลังกลับไปดู ก็พบว่าคนที่พูดอะไรยาวๆเมื่อครู่หายไปแล้ว

จูชิมัตสึ?ฉันมองไปรอบๆ แต่ไม่เห็นร่างของจูชิมัตสึเลย

เมี้ยววววฉันได้ยินเสียงแมว ถึงจะชอบแมวสักแค่ไหน แต่ฉันไม่มีเวลาไปยุ่งกับแมวหรอกนะ

เมี้ยวววววววเสียงแมวดังขึ้นอีกครั้ง

ฮ่าๆๆๆๆ ฮะๆเสียงหัวเราะที่ฉันจำได้ทันทีว่าเป็นเสียงของจูชิมัตสึ

จูชิมัตสึ นายอยู่ตรงไหนน่ะ จูชิมัตสึ ฉันเดินไปตามเสียง แล้วก็เห็นจูชิมัตสึกำลังเล่นกับแมวอยู่ เขาหันมาด้วยรอยยิ้ม แล้วอุ้มแมวขึ้นมายื่นให้

แมวตัวนี้เหมือนจะไม่มีที่อยู่นะฮะ พี่อิจิมัตสึเอาไปเลี้ยงสิฮะ

ฉันรับแมวมาอุ้ม ห๊า ไม่เอาอ่ะ ขี้เกียจจะตายฉันส่ายหน้าแล้วกำลังจะวางแมวลง

เอาไปเลี้ยงเถอะนะ ดีกว่าพี่อิจิมัตสึนั่งอุดอู้อยู่คนเดียวไง จะได้ไม่เหงาจูชิมัตสึพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนฉันแปลกใจ แต่ในวินาทีต่อเขาก็กลับมาเป็นจูชิมัตสึคนเดิม  ฮัสเซิลๆ มีเพื่อนเป็นแมวก็น่าจะดีนะฮะ ฮัสเซิลๆ

เออๆ เลี้ยงแค่ชั่วคราวพอนะ เดี๋ยวจะแปะป้ายติดประกาศแมวหาย แค่รับเลี้ยงไว้ก็พอใช่มั้ยฉันกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น

แมวก็ดีเหมือนกันนะฉันคิดในใจ

พี่อิจิมัตสึก็ดูท่าทางดีใจดีนะฮะ ผมจะได้ไม่เป็นห่วงเวลาผมออกไปหวดลูก

อะไรนะจูชิมัตสึฉันร้องอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง

ฉันได้ยินคำว่า เป็นห่วง ออกมาจากปากจูชิมัตสึ

ไม่มีอะไรฮะ ฮัสเซิลๆ รีบกลับบ้านไปกินข้าวเถอะ ผมจะได้มีกล้ามเนื้อเยอะๆไง มัสเซิลๆจูชิมัตสึพูดไปสะบัดแขนเสื้อไป แล้วก็หยิบไม้เบสบอลขึ้นมา  แค่จนถึงเจ้าของแมวจริงๆมารับไปก็ได้ แต่พี่อิจิต้องสัญญาว่าจะเลี้ยงนะฮะ

เออๆ เลี้ยงก็เลี้ยงไง แต่ไม่นานหรอก ฉันก็ขี้เกียจเหมือนกันถึงจะพูดอย่างนั้น แต่ฉันก็ยินดีที่จะอุ้มแมวหน้าตาประหลาดๆกลับไป

ขนสีเหมือนนายเลยนะ จูชิมัตสึ เจ้าแมวนี่น่ะ แต่แววตาคล้ายๆฉันเลยนะ ฮะๆ

จูชิมัตสึแอบมองอิจิมัตสึที่เหมือนจะยิ้มออกมาได้เมื่อได้อุ้มแมวจรจัดกลับบ้าน

เอ้อ แล้วที่นายบอกว่าน้อยใจ…” ฉันกำลังจะถามเรื่องที่เจ้าตัวพูดออกมาว่าน้อยใจฉัน แต่เจ้าตัวก็โบกแขนเสื้อสะบัดแรงๆแล้วรีบวิ่งนำหน้าฉันไปทันที

อะไรของหมอนั่น

เฮ้ยจูชิมัตสึ แมวตัวนี้ต้องรับผิดชอบด้วยกันสิ แล้วนายจะรีบวิ่งกลับบ้านก่อนฉันได้ไงเล่าฉันพูดจบก็วิ่งตามไปโดยมีแมวส่งเสียงร้องอยู่ในอ้อมแขน

ในที่สุดก็กลับมาถึงบ้าน ทันเวลาอาหารเย็นพอดี

หลังจากมื้อเย็น ฉันและจูชิมัตสึก็ช่วยกันดูแลแมวกันสองคน

 

หลายวันต่อมา

ฉันเริ่มเบื่อแมวความรู้สึกผิดเกิดขึ้นในใจของฉัน ความจริงแล้วฉันไม่ได้ตั้งใจจะเบื่อ แต่เพราะว่าฉันเหมือนพูดคนเดียวตลอดเวลา นั่นทำให้ฉันรู้สึกเหงากว่าที่เคยเป็นซะอีก

ถ้าไม่มีเจ้าแมวนี่อาจจะไม่เป็นอย่างนี้ก็ได้

วูบหนึ่งในใจที่ฉันเผลอคิดอะไรแบบนี้ออกมา เสียงแมวหน้าตาประหลาดร้องเมี้ยวออกมาเมื่อฉันยืนประจัญหน้ามัน ในวินาทีที่ฉันอุ้มขึ้นกะว่าจะเอาแมวไปปล่อยตามเดิมนั้น!!

พี่อิจิมัตสึเสียงของจูชิมัตสึดังเข้ามาในห้องนั่งเล่น ฉันที่อุ้มแมวขึ้นมาก็หันไปมองจูชิมัตสึที่ยืนอยู่ตรงประตูห้องนั่งเล่น

มีอะไร?ฉันถามจูชิมัตสึ

คือว่า พี่อิจิมัตสึไปเล่นแคชบอลเป็นเพื่อนกับผมมั้ย มัสเซิลๆจูชิมัตสึพูดไปสะบัดแขนเสื้อไป

ไม่ไปฉันตอบสั้นๆ แล้วก็อุ้มแมวเดินผ่านไป

เมื่อออกมาจากบ้าน ในขณะที่กำลังเดินไปเรื่อยๆนั้น

นายตามฉันมาทำไมจูชิมัตสึ?ฉันหยุดเดินแล้วหันไปมองน้องชายฝาแฝดที่มีใบหน้ายิ้มแย้มแล้วสะบัดแขนเสื้ออยู่

ก็จะไปเล่นแคชบอลกับพี่อิจิมัตสึไงฮะจูชิมัตสึตอบ

ฉันไม่ได้จะไปเล่นแคชบอลกับนายนะ ฉันจะ…” ในวินาทีที่ฉันกำลังจะพูดว่าเอาเจ้าแมวนี่ไปทิ้ง ฉันก็เกิดอาการชะงัก

จูชิมัตสึเป็นคนหาแมวมาให้ฉันเพื่อเลี้ยงไว้คลายเหงา ถ้าฉันเอาแมวตัวนี้ไปทิ้ง เขาจะโกรธฉันมั้ย

พี่อิจิมัตสึจะเอาแมวไปเล่นแคชบอลด้วยเหรอฮะ? ก็ดีนะฮะจูชิมัตสึพูดด้วยรอยยิ้มโดยไม่เอะใจอะไร แขนเสื้อสะบัดไปมา วิ่งๆเดินๆไปข้างๆฉัน

แล้วแบบนี้ฉันจะพูดออกไปได้ยังไงกันเล่า!!!

อ๊ะ พี่อิจิมัตสึ สนามเด็กเล่นน่ะไปทางนี้นะฮะจูชิมัตสึชี้ไปทางแยกอีกทาง

จูชิมัตสึฉันไม่ได้มาเล่นกับนายนะฉันพูดจบก็เดินตรงต่อไป จุดหมายคือซอกแสนสกปรกที่เจอเจ้าแมวตัวนี้ต่างหาก

ไม่นะฮะ ไปเล่นกับผมเถอะฮะพี่อิจิมัตสึ เบสบอลไงล่ะ กล้ามเนื้อๆ มัสเซิลๆจูชิมัตสึรั้งตัวฉันไว้แล้วพยายามจะพาไปอีกทาง

ปล่อยฉันนะจูชิมัตสึ!” ฉันขึ้นเสียงแล้วก็ผลักจูชิมัตสึ จนอีกฝ่ายล้มลงไปกองกับพื้น

แย่ล่ะ

จูชิมัตสึ เป็นอะไรหรือเปล่า โทษทีฉันอุ้มแมวด้วยมือซ้าย ส่วนมือขวาพยุงจูชิมัตสึให้ลุกขึ้นมา

พี่อิจิมัตสึ…” จูชิมัตสึทำท่าเหมือนจะพูดอะไรต่อแต่ก็เงียบไป จนฉันใจไม่ดีนิดๆ

มีอะไร…” ผมกลั้นใจถามกลับไป

พี่อิจิมัตสึคงไม่ได้จะเอาแมวตัวนี้ไปปล่อยตามเดิมหรอกนะฮะจูชิมัตสึถามด้วยเสียงแผ่วเบา  ริมฝีปากที่เคยยิ้มแย้มนั้นไม่ได้ยิ้มอีกต่อไป

ภายในใจวูบวาบด้วยความกลัว

สิ่งที่ฉันกลัวที่สุด ก็คือการที่จูชิมัตสึจะมองว่าฉันหักหลังเขา

-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-

[จ้องตาจูชิแล้วตัดภาพย้อนกลับไป]

 

หากย้อนกลับไปนั้น ฉันสามารถอธิบายหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นกับชีวิตฉันได้หลายเรื่องเลยล่ะ เรื่องของฉันที่มีจูชิมัตสึเข้ามาในใจน่ะ

ฉันมักเขาหาผู้คนไม่ค่อยได้ จนกลัวการเข้าสังคม กลัวผู้คน กลัวที่จะโดนหักหลัง

แต่ที่แย่กว่านั้นคือกลัวว่าตัวฉันเองที่จะหักหลังทุกคน

กำแพงที่กั้นทุกคน ทั้งครอบครัวและตัวฉัน กำแพงน้นค่อยๆสู้งขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็กลายเป็นป้อมปราการที่แข็งแรง หนา และสูงใหญ่

เกินกว่าที่ใครจะทำลายหรือปีนข้ามมาได้

 

ฉันไม่นึกเลยว่าจะมีสิ่งหนึ่งที่ทะลวงกำแพงเข้ามา

น้องชายที่อายุเท่ากัน น้องชายที่ฉันรำคาญ น้องชายที่ฉันม่ค่อยคุยด้วย แต่ทำไมฉันถึงยอมเล่นกับน้องชายได้ตลอด

มันไม่ได้มีความสุขอะไรขนาดนั้นหรอก มันก็แค่ความเหงาและความเบื่อ จนทำให้ฉันยอมเล่นกับน้องชายเรื่อยๆ จนในที่สุด ฉันก็กลัวที่จะรักน้องชาย เกินกว่าคำว่าน้องชาย

 

สีเหลืองที่สว่างจ้าจนฉันแสบตานั้นค่อยๆฉายแสงสาดส่องฉัน ดึงฉันออกมาจากความมืด

จูชิมัตสึ

-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-

       เมื่อฉันจ้องมองเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้นที่ภายในสะท้อนภาพฉันกลับมา ทำให้ฉันเผลอคิดถึงเรื่องภายในใจที่ฉันไม่เคยบอกอีกฝ่ายให้รู้ถึงการที่เขาช่วยฉุดฉันขึ้นมาจากความมืด

            ฉันกำลังจะเอื้อยเอ่ยอธิบายให้อีกฝ่ายฟัง แต่แล้วจูชิมัตสึก็ยิ้มออกมา

            ผมมีความคิดดีๆนะจูชิมัตสึโบกแขนเสื้อสะบัดแรงๆ ไม้เบสบอลในมืออีกฝ่ายที่โบกไปตามแรงสะบัดแขนช่างน่ากลัวที่จะโดนหัวยิ่งนัก

            ความคิดอะไร?ฉันถาม

            ก็ทำให้พี่อิจิมัตสึรู้ถึงความคิดของเจ้าแมวตัวนี้ไงฮะ จะได้ไม่เหงาไงจูชิมัตสึพูดด้วยรอยยิ้ม  พี่อิจิมัตสึรอตรงนี้แปบนึงนะฮะจูชิมัตสึพูดจบก็วิ่งหายไปจากไป ฉันมองตามไปอย่างงงๆ แล้วไม่ถึงห้านาทีต่อมาเขาก็กลับมา ไม้เบสบอลไม่อยู่ในมือแล้ว

            ไม้เบสบอลไปไหนซะล่ะ?ฉันถาม แต่แล้วจูชิมัตสึก็ดึงให้ฉันเดินตามเขาไป

            เอาไม้ไปฝากจิบิตะไว้น่ะจูชิมัตสึตอบ แล้วเดินนำไปเรื่อยๆ เร็วบ้างช้าบ้างจนฉันกะจังหวะการเดินไม่ถูกเลย

 

            จูชิมัตสึพาฉันเดินมาในเมือง แล้วก็หยุดลง ณ ที่แห่งหนึ่ง

            มีใครอยู่มั้ย มีใครอยู่มั้ยเสียงจูชิมัตสึที่ร่าเริงราวกับเด็กๆนั้น การร้องเรียกที่หน้าประตูราวกับร้องเพลง ทั้งสดใสและกังวานดังกึกก้องในใจ แต่ถึงกระนั้นฉันก็อดแซวไม่ได้

            คิดว่าตัวเองอายุเท่าไหร่แล้ว?

      มีใครอยู่มั้ยยยยจูชิมัตสึยังคงร้องเรียกอยู่หน้าประตู จนในที่สุด ประตูก็เปิดออก

            ดอกเตอร์เดกะปานออกมาทักทาย

 

            เมื่อเข้ามาข้างในแล้ว จูชิมัตสึเริ่มเข้าประเด็น

            พี่อิจิมัตสึไม่มีเพื่อนเลยครับ มีแต่แมวเป็นเพื่อน แต่ยังไงก็คุกยกับแมวไม่รู้เรื่อง มียาอะไรที่ทำให้คุยกับแมวรู้เรื่องหรือทำให้แมวพูดได้มั้ยฮะ เย้ๆๆๆคำถามสุดประหลาดที่ใครมาได้ยินเข้าต้องคิดว่าบ้าไปแล้วแน่ๆ

            พอโดนสะกิดเรื่องเพื่อน ทำให้ฉันเกิดความไม่พอใจ มายุ่งเรื่องอขงฉันแล้วจะได้อะไรขึ้นมา

            อย่ายุ่งไม่เข้าเรื่องน่าจูชิมัตสึ ทีตัวนายเองยังพูดไม่รู้เรื่องเลยนะฉันพูดออกไปแบบนั้น แล้วก็เล่นกับเจ้าแมวประหลาดต่อไป

            พรึบๆๆ จูชิมัตสึไม่ได้สนใจในสิ่งที่ฉันพูด เขาสะบัดแขนเสื้อพึบพั่บไม่หยุด  ลองเถอะน่าพี่อิจิมัตสึเขาไม่ได้เข้าใจความหมายที่ฉันพูดเลย ไม่สิ ไม่ได้สนใจฟังเลยมากกว่า

            นายนี่ดีจังนะ คิดอะไรก็พูดออกมาเลยต่างจากฉัน

      ถ้าฉันพูดอะไรออกไปได้อย่างที่ใจคิดก็ดีสิ

-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-

            สุดท้าย ตัวฉันไม่ได้โดนฉีดยาประหลาด แต่เป็นเจ้าแมวตัวนี้ที่โดนฉีด

            แล้วก็กลายเป็นแมวเอสเปอร์มีพลังจิตจนได้

         

            ฉันนั่งกอดเข่าอยู่ที่มุมห้อง ยิ่งเห็นเจ้าแมวตัวนั้นพูดความจริงในใจของแฝดแต่ละคนออกมา ฉันยิ่งกลัวมากขึ้น ฉันไม่อยากให้เจ้าแมวตัวนี้ล่วงรู้ทุกอย่างภายในใจของฉันหรอก!!!

      ไม่ลองคุยหน่อยเหรอ?จูชิมัตสึมายืนข้างๆ สองมืออุ้มเหมียวเอสเปอร์อยู่

            ไม่ล่ะฉันตอบสั้นๆ

            ทำไมล่ะ สนุกนะจูชิมัตสึยังคงเซ้าซี้

            อย่ายุ่งไม่เข้าเรื่องน่า

            จูชิมัตสึไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่กลับวางเจ้าแมวบนเข่าฉัน

            ทำอะไรของนายเนี่ย?!” ฉันร้องอย่างตกใจ เจ้าเหมียวอันตรายอยู่ตรงหน้าซะแล้ว

            ชิ ไอ้แมวบ้านี่จ้องฉันไม่วางสายตาเลยนะ

            พี่อิจิมัตสึไม่รู้จักสายสัมพันธ์อะไรหรอกโทโดมัตสึกำลังสบประมาทฉัน

            แต่เพราะคำพูดนั้น ทำให้ฉันพูดความในใจที่โกหกออกมา

            เฮอะ ก็นะ ของแบบนั้นไม่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตอยู่แล้วนี่ฉันพูดความในใจจอมปลอมออกมา ทุกคนก็ทำได้ดีเลยนะที่ปรับตัวให้เข้าได้น่ะฉันยังคงพูดต่อไป  เพื่อนเหรอ? พวกพ้องเหรอ? ของแบบนั้นฉันไม่เคยต้องการหรอก

       [ความจริงไม่เป็นแบบนั้นหรอก] เสียงๆหนึ่งดังขึ้น ไม่ใช่ทั้งเสียงฉันหรือใครก็ตามในห้อง แต่เป็นเสียงของแมวที่เกาะเข่าของฉันอยู่

            เห อะไรกันโอโซมัตสึลุกขึ้นวิ่งเข้ามาหยุดข้างๆจูชิมัตสึ  ที่จริงแล้วก็อยากได้เพื่อนสินะ

      อึก ไม่ได้อยากได้ซะหน่อยฉันยังคงปฎิเสธ

            [อยากได้] แมวร้องตอบกลับมา

            บ้าจริง!!!!

      ก็บอกว่าไม่อยากได้ไงเล่าพูดจบฉันก็ลุกขึ้น เจ้าแมวประหลาดจึงรีบกระโดดลงจากเข่าในจังหวะที่ฉันยืนพอดี

            ทำไมต้องสร้างของยุ่งยากแบบนั้นขึ้นมาด้วย?ฉันทิ้งท้ายคำถามไว้แล้วก้าวเดินออกไป ซึ่งเจ้าแมวประหลาดเดินตาม 

      [ทำไมผมถึงไม่มีเพื่อนล่ะ?] เสียงของแมวยังคงดังมาจากด้านหลัง

            ก็เพราะคนที่มีค่าพอที่จะเป็นเพื่อนด้วยน่ะ ไม่มีหรอกฉันหยุดกึกกับคำถามนั้นแล้วตอบกลับไป  

            [ก็เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะมีค่าขนาดนั้น] เสียงแมวตอบความในใจกลับมา

            ไม่มีประโยชน์หรอก การสานสัมพันธ์กับคนอื่นน่ะ!” ฉันเริ่มขึ้นเสียง

            [กลัวที่จะสานสัมพันธ์กับคนอื่น] แมวยังคงตอบความในใจกลับมา

            น่ารำคาญทำไมแกต้องรู้ทุกอย่างด้วยเป็นแค่แมวแท้ๆ

      คนพวกนั้นต้องทรยศหักหลังแน่ๆฉันพูดอีกครั้ง

      [ก็ตัวฉันเองน่ะ อาจจะทรยศต่อพวกเขาก็ได้]

            ใครที่ไหนอยากมีเพื่อนเป็นแมวกันเล่า! พูดก็ไม่ได้ คุยกันไม่รู้ด้วยซ้ำ

      [มีแมวเป็นเพื่อนนี่สบายใจกว่าตั้งเยอะ เพราะอย่างนั้นถึงได้ไม่เจ็บปวดไงล่ะ]

      งี่เง่าสิ้นดี! เพื่อนอะไรน่ะฉันไม่ต้องการหรอก!!” ฉันระเบิดความจริงจอมปลอมในใจออกมา

            [อา เหงาจังเลยนะ] แมวยังคงแปลความในใจของฉันต่อไป [เพื่อนอะไรน่ะฉันไม่ต้องการหรอกนั่นก็เพราะผมน่ะมีทุกคนอยู่แล้วไงล่ะ]

            อะ…” ฉันพูดอะไรไม่ออก

            ความในใจจอมปลอมที่ถูกทำลายลงเพราะความจริงที่ถูกเปิดเผยนั้น ความจริงที่ไม่อยากให้ใครได้รับรู้ ทั้งตัวฉันเองและทุกคน

      เจ้าแมวบ้า น่ารำคาญที่สุด น่ารำคาญ น่ารำคาญ น่ารำคาญ!!! เป็นแค่แมวแท้ๆมาทำเป็นรู้ดีเรื่องของฉัน!!!

      หนวกหูโว้ย อย่ามาทำเป็นรู้ดีไปทุกๆเรื่องของฉัน!” ฉันหันหลังมาตวาดแมว

            ไม่ใช่นะอิจิมัตสึ แมวนี่ก็แค่รู้ความรู้สึกที่แท้จริงของนายนะโจโรมัตสึพูด

            น่ารำคาญอยู่ดี!!! น่ารำคาญ อย่ามาร้องความจริงบ้าบออะไรแถวนี้นะ!!!

       ฟางเส้นสุดท้ายของฉันขาดพึง มือเลื่อนประตูเปิดกว้าง

            แกมันน่ารำคาญ! ออกไปเลยนะ!” ฉันไล่แมวออกไป

            [แกมันน่ารำคาญ ออกไปเลยนะ] เสียงของแมวแผ่วลง แล้ววิ่งออกไปจากห้อง

            นี่แหละความในใจของฉัน สำนึกสิเจ้าแมวจอมสอดรู้!!!

     อิจิมัตสึ นาย…” โจโรเหมือนพยายามจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่ได้พูดออกมา

            ฉึบ ฉันตวัดสายตามองไปทางจูชิมัตสึ

            นายก็ด้วยจูชิมัตสึ เพราะนายสอดไปทุกเรื่อง ยุ่งไม่เข้าท่า ไปให้ไกลๆจากหน้าฉัน!!” ฉันตวาดลั่น

            ใบหน้าของจูชิมัตสึที่ดูอึ้งไป ใบหน้าของแฝดคนอื่นๆก็เช่นกัน แม้แต่ดอกเตอร์เดกะปานก็คงไม่นึกว่าฉันจะกล้าพูดอะไรแบบนี้ออกมา

            เฮ้ย อิจิมัตสึ!” โจโรทำท่าเตรียมจะดุว่า แต่จูชิมัตสึสะบัดแขนเสื้อกั้นไว้

            จูชิมัตสึเดินมาหยุดตรงหน้าฉัน ใบหน้าของเขายังคงยิ้มแย้มอยู่แม้ว่าจะโดนฉันตวาดไป

            คือว่านะ พี่อิจิมัตสึ…” ยังไม่ทันที่จูชิมัตสึจะพูดอะไรกับฉันจนจบประโยค ฉันก็ตวัดสายตามองอีกครั้ง จ้องเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น

            ไม่ต้องพูดอะไร! ไปให้ไกลๆจากหน้าฉัน!! ไปให้พ้น!” ฉันไล่ด้วยน้ำเสียงที่โกรธจัด

            จูชิมัตสึที่ยกแขนเสื้อเหมือนจะโบกสะบัดตามปกติก็ลดแขนลง ริมฝีปากที่ขยับเหมือนจะพูดอะไร สุดท้ายก็หุบลง เขาเดินผ่านตัวฉันไป

            ในจังหวะที่จูชิมัตสึเดินผ่านตัวฉัน ฉันเห็น

      น้ำตาของจูชิมัตสึไม่ใช่แค่ที่ขอบตาอย่างที่เคยเห็น น้ำตาที่ไหลออกมาอาบแก้มนวล

            ฉันจะหันไปคว้าแขนเสื้อของจูชิมัตสึ แต่เจ้าตัวก็เดินผ่านตัวฉันไปอย่างรวดเร็ว แล้ววิ่งออกจากบ้านไป

            หักหลังฉันหักหลังจูชิมัตสึ

          เพื่อนบ้าเพื่อนบออะไร แค่กับครอบครัว น้องชายในไส้ฉันยังทำได้ลงคอ แล้วแบบนี้ฉันจะมีหน้าไปมีเพื่อนได้ยังไง!!!

      ในใจของฉันที่เริ่มเจ็บปวด มันค่อยๆเจ็บขั้นเรื่อยๆ ราวกับมีโซ่ตรวนรัดหัวใจของฉันแน่น ฉันหายใจติดขัด จุกในลำคอ ขาขยับไม่ออก ไม่กล้าพอที่จะวิ่งตามจูชิมัตสึไป

      ตอนพูดไม่คิดฉันมันบ้าที่สุด

       ฉันทำได้เพียงมองไปที่ประตูบ้านที่เปิดกว้าง แต่ไม่สามารถตามจูชิมัตสึไปได้เลย

         

            ไม่ตามไปเหรอ?โอโซมัตสึถาม

            ฉันจะตามไปเพื่ออะไร? เขาไม่อยากเจอฉันอีกแล้วล่ะฉันมั่นใจ ไม่สิ ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าเขาคงจะ… “เกลียดฉันไปแล้วล่ะฉันพูดโดยที่มองพื้นห้อง

-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-

       หลายชั่วโมงผ่านไป

            เป็นเวลาเย็นแล้ว ในที่สุดฉันก็ออกมาจากบ้าน เพราะไม่อยากอุดอู้ด้วยบรรยากาศอึมครึมจากครอบครัว แม้ว่าพวกเขาจะหวังดี สลับๆกันออกไปตามหาจูชิมัตสึและแมวก็ตาม

            ยุ่งไม่เข้าเรื่องทุกคนเลยฉันกัดฟันแน่นขณะเดิน

            ฉันเดินไปเรื่อย ในยามเย็นที่แสงอาทิตย์กลายเป็นสีส้ม ฉันเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ฉันไม่ได้เห็นมานาน สีส้มงั้นเหรอ

      สีที่ฉันเห็นชัดที่สุด คือสีเหลืองต่างหากล่ะ

            คิดบ้าอะไรอยู่ฟะ   ฉันส่ายหน้าแรงๆกับความคิดที่เผลอคิดไปชั่ววูบ

            จูชิมัตสึ…” ฉันเรียกชื่อที่ฉันกำลังคิดถึงออกมาอย่างแผ่วเบา

            เมี้ยวววววเสียงแมวดังขึ้น ทำให้ฉันชะงัก เสียงดังมาจากกองขยะ ฉันลังเลไปเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจคุ้ยกองขยะ

            เหมียวแมวที่ฉันเจอนั้นไม่ใช่แมวประหลาดนั่น

            ฉันหวังอะไรอยู่กันแน่นะ?

          ฉันถอนหายใจออกมา เก็บขยะให้เรียบร้อย แล้วเดินจากไป เดินเอื่อยไปเรื่อย จนหยุดที่สวนสาธารณะ ล้างมือที่ห้องน้ำ แล้วก็นั่งลงที่ม้านั่ง ปล่อยให้สายลมเอื่อยพัดผ่านไป

            [น้อยใจที่พี่ไล่ผม แต่ผมจะไม่ไปไหนหรอกนะ]

     คนโกหก…” ภาพที่จูชิมัตสึเคยพูดไว้ว่าจะไม่ไปไหนวุบขึ้นมาในหัว

            แต่ฉันคือคนที่ผิด คนที่โกหกความรู้สึกน่ะ

     มันฉันสินะ คนที่โกหก หักหลัง และทำไม่ดีต่อนายน่ะ จูชิมัตสึฉันพูดจบก็เงยหน้ามองฟ้าอีกครั้ง

            แสงสีส้มของอาทิตย์ยามเย็นค่อยๆชัดขึ้น และอีกไม่นานแสงนี้คงจะหายไปและถูกแทนที่ด้วยความมืด

            กลับเลยดีมั้ยนะฉันคิด และก้มหน้าลงมองพื้นดินแทน

            ในวินาทีที่ฉันกำลังจะลุกขึ้นจากม้านั่ง ก็มีเงาหนึ่งทับเงาฉัน ฉันมองตามเงาไปจนเห็น

            จูชิมัตสึ!” ฉันร้องอย่างตกใจ

            จูชิมัตสึปรากฎตัวขึ้นต่อหน้าฉัน เนื้อตัวสกปรกมอมแมม ในมือคู่นั้นอุ้มเจ้าแมวเอสเปอร์อยู่

            ฉันมองแมวเอสเปอร์สลับกับมองใบหน้าของจูชิมัตสึ ที่มีรอยยิ้มกว้างส่งมาให้ฉัน

            ชิ! ฉันหลบตามองพื้นดินแทน

            [จูชิมัตสึหุบยิ้มลง แล้วพูดเสียงเบาราวกับเสียงกระซิบ ซึ่งมีเพียงแมวเอสเปอร์ได้ยินเท่านั้น]

      ขอโทษนะเสียงแมวที่ดังขึ้นทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นมามองอย่างตกใจ

            เสียงนั่นออกมาจากแมวก็จริง แต่ว่าคำขอโทษนี่ ของแมวหรือของจูชิมัตสึล่ะ?

            แต่ฉันจะไปคิดให้ยุ่งยากทำไม? แค่ตอนนี้ คนที่อยู่ตรงหน้า คือจูชิมัตสึ กับแมวนี่ ฉันก็ดีใจแล้วไม่ใช่เหรอฉันที่มองแมวสลับกับมองจูชิ

            ในวินาทีต่อมา ฉันโผเข้ากอดจูชิมัตสึที่อุ้มแมวอยู่

            ฉันกระชับกอดให้แน่นเพื่อที่จะโอบกอดจูชิมัตสึไว้ ให้เนิ่นนาน และอบอุ่น พร้อมกับเอ่ยคำที่ต้องพูดกับอีกฝ่ายให้ได้

            ฉันเองก็ต้องขอโทษนะฉันหลับตาลงพลางพูดประโยคนี้อย่างแผ่วเบา

            อ้อมแขนของฉันที่กระชับกอดให้แน่นขึ้นนั้น ฉันอยากจะกอดอีกฝ่ายมากขึ้น นานขึ้น อยากจะอยู่ด้วยกันตลอดไป กับจูชิมัตสึ

            ฉันไม่ต้องคิดอะไรให้มากความแล้ว ฉันผิดที่ไล่เขาไป แต่ในใจกลับเจ็บปวดที่เขาเดินจากไปจริงๆ สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ทิ้งฉันอย่างี่ฉันคิด เขากลับมา พร้อมมิตรภาพที่แสนดีหนึ่งเดียวของฉัน

            ฉันรู้แล้วล่ะจูชิมัตสึ ว่านายน้อยใจฉันที่ฉันไล่นาย ขอโทษนะจูชิมัตสึ ขอโทษที่ไล่นาย ขอโทษที่ตะคอกนาย ขอโทษที่ทำร้ายนาย

      ไม่หรอกฮะ ตอนนี้พี่อิจิมัตสึพูดเยอะจังเสียงของจูชิมัตึตอบกลับมาอย่างสดใสร่าเริง แต่ถึงอย่างไรฉันก็ยังคงกอดร่างของจูชิมัตสึไว้แน่น จนป่านนี้เจ้าแมวคงอึดอัดแล้วล่ะ

            ขอบใจนะจูชิมัตสึฉันพูดแล้วซบไหล่อีกฝ่าย การกอดแนบแน่นและอบอุ่นขึ้น

            ในที่สุดฉันก็คลายกอด จูชิมัตสึมองฉันด้วยรอยยิ้ม ไม่เป็นไรนะฮะจูชิมัตสึพูด แล้วยื่นแมวให้ฉัน

            ฉันกำลังจะเอื้อมมือไปรับ แต่เจ้าแมวก็ดิ้นไปมาแล้วกระโดดจากอ้อมแขนของจูชิมัตสึเข้ามาหาฉันเอง

            เหวอฉันตกใจ แต่ก็รับไว้ได้ทัน

            ขอโทษนะฉันพูดกับแมวแล้วลูบหัว แล้วก็ขอบคุณนะฉันพูดต่อ

            ขอบคุณนะแมวตอบกลับมา

            แสงอาทิตย์สีส้มใกล้จะลับสายตาแล้ว ฉันกำลังจะก้าวเดินไปข้างหน้า แต่แล้วก็ชะงัก แล้วหันมามองจูชิมัตสึที่ยังคงยิ้มอยู่

            จูชิมัตสึ กลับบ้านกันเถอะฉันยื่นมือขวาออกไป มือซ้ายอุ้มแมวไว้

            ครับ!!” จูชิมัตสึตอบรับด้วยท่าทางดีใจ มือซ้ายของเขาจับที่มือขวาของฉัน

            เราเดินจับมือกัน อย่างอบอุ่น

[จบพาร์ทอิจิมัตสึ]

-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-

            หลังจากนั้น ฉันและจูชิมัตสึเล่นด้วยกันบ่อยๆ บางครั้งไปไหนมาไหนด้วยกัน

            หัวใจที่เคยชินชาของฉันก็เปลี่ยนไป

      มันมีความสุขล้นเมื่อได้ใกล้จูชิมัตสึ ทั้งเล่นด้วยกัน หรือแค่อยู่ใกล้กัน ฉันก็รับรุ้ถึงเสียงหัวใจที่เต้นหนักหน่วงอยู่ในอกซ้าย ว่ามันไม่ได้เต้นไปตามจังหวะเดิมเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว

            ความรู้สึกนี้มันไม่ใช่แค่พี่ชายรักน้องชาย

            แต่มันคือหัวใจที่รักใครคนหนึ่งจริงๆ

            นั่นคือสิ่งที่ทำให้ฉันลำบากใจ เพราะจูชิมัตสึนั้นบริสุทธิ์ยิ่งนัก ทั้งไร้เดียงสา เป็นทั้งแสงตะวันและดอกทานตะวันที่สาดแสงและกำลังใจให้ฉัน

            ทุกๆวันฉันใจจดใจจ่ออยู่กับการเล่นกับจูชิมัตสึ แม้เสียงหัวใจจะน่ารำคาญไปบ้าง แต่ฉันก็มีความสุขที่ได้อยู่ด้วยกันกับจูชิมัตสึ

           

            แต่ความรู้สึกของฉันนั้น มันเป็นสิ่งต้องห้ามที่พี่ชายและน้องชายไม่ควรเกินเลย

            เพราะแบบนี้แม้แต่คำว่ารัก ก็เป็นคำต้องห้ามระหว่างฉันกับจูชิมัตสึ

           

            แล้วในวันหนึ่งใจที่เปลี่ยนไปไม่ได้มีแค่ฉัน

            หัวใจของจูชิมัตสึเอง ก็เปลี่ยนไปเช่นกันแต่ไม่ใช่กับฉัน

 

      จูชิมัตสึ วันนี้ไม่ฝึกหวดลูกเหรอฉันถามจูชิมัตสึที่พักหลังทำตัวปกติมากขึ้นราวกับปุถุชนทั่วๆไป

            ไม่หรอกฮะจูชิมัตสึตอบสั้นๆ

            งั้นเหรอ ฉันอุตส่าห์เตรียมตัวฉันพูดพลางมองร่างกายฉันที่มัดกับไม้เบสบอลยาวๆ มัดตัวเองแน่นราวกับเป็นพวกชอบโดนทรมานแบบนี้ ก็เกิดอาการเฟลขึ้นมา

            ขอบคุณนะฮะ แต่วันนี้ผมไม่อยากเล่นจูชิมัตสึพูดด้วยรอยยิ้ม  แล้วเขาก็เข้ามากอดฉันฉันไม่ได้นึกไปเองเขากอดฉันจริงๆ

            ตึกตัก ตึกตัก 

            หัวใจงี่เง่า เงียบสิวะ!!!

      งั้นผมไปก่อนนะฮะจูชิมัตสึคลายอ้อมกอดแล้วพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง

            อะ เออฉันตอบ

            แล้วจูชิมัตสึก็เดินออกจากบ้านไป ด้วยท่าทีที่ราวกับเป็นคนปกติ ต่างจากที่ผ่านมา

            มันแปลกมากเลยล่ะ

            นี่มันเป็นสัญญาณเตือนอะไรบางอย่าง ซึ่งฉันค่อนข้างมั่นใจ

ว่าวันที่ฉันกลัวที่สุดได้มาถึงแล้ว

ในวันนึงที่ใจของนายก็เปลี่ยนไป

 

[ใจของจูชิมัตสึที่เปลี่ยนไป]

 

          หากว่าฉันเคยได้รับความสุขและความอบอุ่นมากมายเพียงใดจากดวงอาทิตย์ที่ฉันรัก ฉันก็อยากจะทำให้ดวงอาทิตย์กลมโตดวงนั้นมีความสุขดังเช่นที่เขาเคยให้ฉัน

 

      จูชิมัตสึมีคนที่เหมือนจะคบหาดูใจอยู่

            ในวินาทีแรกที่ฉันรู้คือความแปลกใจ

      ความรู้สึกต่อมาคือดีใจ

      และความรู้สึกสุดท้ายนั้นฉันไม่แน่ใจว่ามันคือความเสียใจหรือเปล่า?

            แต่ฉันมั่นใจว่าถ้าฉันไม่ยินดีกับจูชิมัตสึ ฉันจะต้องเสียใจที่ไม่ได้ให้กำลังใจน้องชายแน่ๆ

           

            หลังจากนั้นเหล่าแฝดทุกคน เมื่อรู้ว่าจูชิมัตสึจะสารภาพรักกับสาวคนนั้น ทุกคนต่างช่วยกันเพื่อทำให้จูชิตมัตสึดูดี

           

จูชิมัตสึ ฉันมีเรื่องจะพูดโอโซมัตสึที่ไม่รู้หายไปไหนมาเพิ่งกลับมาถึง ก็เดินเข้ามาหาจูชิมัตสึ โดยมีฉันกำลังดัดตัวอีกฝ่ายอยู่

            เหจูชิมัตสึมองหน้าโอโซมัตสึ ในวิต่อมาโอโซมัตสึก็รัดคอน้องชาย แกกล้ามีแฟนก่อนฉันได้ไงฟะ

      แต่สิ่งที่ฉันเห็นนั้น ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าโอโซมัตสึมีเรื่องที่อยากจะพูดกับจูชิมัตสึมากกว่านั้น แต่ทำไมเขาไม่พูดออกมากันล่ะ?

            เวลากลางดึก ทุกคนหลับหมดแล้ว แต่โอโซมัตสึอยู่ที่ระเบียง นั่งสูบบุหรี่รับลมยามดึก

            โย่ฉันตัดสินใจลุกขึ้นจากที่นอนแล้วเดินออกไปทักทายโอโซมัตสึ

            ไง นายไม่หลับหรือไง?โอโซมัตสึถาม

            อืมฉันตอบกลับสั้นๆ

            ฉันไม่รอให้เสียเวลาไปมากกว่านี้ เพราะท่าทีของโอโซมัตสึแปลกไปตั้งแต่กลับมาบ้าน

            จะพูดอะไรกับจูชิมัตสึกันแน่?ฉันถามออกไป

            อีกฝ่ายดูชะงัก แต่ก็นิ่งกว่าที่คิด

            นายก็ได้ยินแล้วนี่ เรื่องที่หมอนั่นมีแฟนก่อนพี่ใหญ่ไงล่ะ

      แน่ใจเหรอ?  แววตาของนายแวบแรกเหมือนมีอะไรจะสารภาพจูชิมัตสึนี่ฉันยังคงกัดไม่ปล่อย

            เป็นห่วงหมอนั่นจังนะ นายน่ะโอโซมัตสึเท้าคางอย่างสบายอารมณ์ แต่แววตาของเขาราวกับจะหาเรื่องฉันอยู่

            มีอะไรก็บอกฉันมาสิฉันเขย่าคอเสื้ออีกฝ่าย

            นายแน่ใจเหรอว่าอยากให้ฉันพูดออกไป และนายจะไม่ตกใจกับสิ่งที่เห็นโอโซมัตสึถามเสียงเข้ม

            ฉันสัญญาฉันให้คำมั่นสัญญากับโอโซมัตสึ

            งั้นตามฉันมา เบาๆด้วยล่ะโอโซมัตสึดับบุหรี่แล้วเดินนำออกไป

            เขาพาฉันออกจากตัวบ้านไป ฉันได้แต่เดินตามเขาไปอย่างไม่รู้จุดหมาย

            ถึงแล้วล่ะ โอโซมัตสึหยุดเดิน แล้วเขาก็เดินต่อไป ส่วนฉันที่เดินตามเขามาก็หยุดที่กองขยะ ในตอนแรกที่คิดมาไม่มีอะไรนั้น สายตาก็ไปสะดุดกับถุงจากร้านเช่าหนังเจ้าประจำของโอโซมัตสึ ฉันย่อตัวลงหยิบถุงนั้นออกมา แล้วเปิดออกดู

            สิ่งที่ปรากฎตรงหน้า ทำให้ฉันกระจ่างทุกอย่าง ข้างในมีวิดิโอสำหรับผู้ใหญ่อยู่

            โอโซมัตสึเดินกลับมายืนข้างๆฉัน

            พี่โอโซมัตสึ…” ฉันเรียกเบาๆ

            นายสัญญาว่านายจะไม่พูดอะไรออกมาทั้งนั้น

      นายทำได้ยังไงน่ะนายเก็บเรื่องนี้ไว้ได้ยังไง…” ฉันกำลังจะต่อว่าโอโซมัตสึ แต่เจ้าตัวส่ายหน้าแล้วโบกมือเป็นเชิงให้ฉันหยุดพูด

            ฉันก็เป็นห่วงจูชิมัตสึไม่ต่างจากแกหรอกน่า แต่แบบนี้น่ะดีแล้ว ไม่แน่ว่าจูชิมัตสึอาจจะรู้อยู่แล้ว? หรืออาจจะไม่รู้เลยก็ได้ พรุ่งนี้ก็ต้องทำให้จูชิมัตสึไปสารภาพรักให้ได้

      โอโซมัตสึพูดด้วยใบหน้าจริงจังจนฉันกลืนน้ำลายไปอึกใหญ่

            ครืนๆ เสียงฝนตั้งเค้ามา พยากรณ์อากาศบอกว่าคืนนี้มีวี่แววของฝนตกหนัก

            พรุ่งนี้นายต้องทำให้ได้นะ จูชิมัตสึฉันเงยหน้ารับน้ำฝนที่ตกลงมา

 

วันต่อมา

            จูชิมัตสึออกไปตามเวลานัด โดยมีพวกฉันแอบยืนดูอยู่ห่างๆโดยที่ไม่ได้บอกจูชิมัตสึ

            เมื่อถึงเวลาที่สาวปริศนามาถึง ไม่ทันไรฝนก็เทลงมา แต่เพราะการเตรียมการของพวกฉัน ทำให้จูชิมัตสึพกร่มมาด้วย

            ฉันที่ยืนดูอยู่ใกล้ๆกับเหล่ามัตสึที่เหลือก็ลุ้นกันอย่างใจจดใจจ่อ

            พรึบ

            สาวปริศาวิ่งจากไป จูชิมัตสึปล่อยร่มลง ปล่อยให้สายฝนชะโลมจิตใจ

            ฉันที่ยืนดูอยู่ห่างๆก็ทนไม่ไหว

            ฉันเดินเข้าไปหาจูชิมัตสึ หยิบร่มคันนั้นของจูชิมัตสึขึ้น เดินเข้าไปใกล้จูชิมัตสึ เขาและฉันอยู่ในร่มคันเดียวกัน

            ไม่เป็นไรนะ จูชิมัตสึฉันถามเขา

            เขาไม่ตอบอะไรฉัน ปากไม่ยิ้มแต่หุบแน่น แววตาที่ฉันไม่สามารถอธิบายได้ สุดท้ายฉันก็ลากจูชิมัตสึกลับมาหาเหล่าพี่น้องที่ยืนดูอยู่

 

            เพราะจูชิมัตสึไม่ดีขึ้น โอโซมัตสึจึงชวนทุกคนออกมากินโอเด้งที่ร้านของจิบิตะ

            จูชิมัตสึ ร้องไห้อย่างหนัก เขาร้องไห้อย่างที่ฉันและทุกคนไม่เคยเห็น

            เขายอมเล่าให้ฟังเรื่องที่สาวคนนั้นช่วยชีวิตเขาไว้ และคืนนี้เธอจะเดินทางด้วยรถไฟชินคันเซ็นกลับไปที่บ้านเกิดของเธอ

            หลังจากฟังเรื่องราวจบ ทุกคนตกอยู่ในความเงียบ

            ถ้าไปตอนนี้ก็น่าจะทันไม่ใช่เหรอ?โอโซมัตสึพูดเบาๆ ทุกคนมองหน้าโอโซมัตสึ แม้แต่จูชิมัตสึก็ดูอ้ำอึ้งไปด้วย

            นั่นสินะฉันพูดแล้วกระดกแอลกอฮอล์ในมือ ฉันนั่งอยู่ข้างๆจูชิมัตสึ  ถ้านายไปตอนนี้ก็ทันนะ ไม่ต้องกลัวผลลัพธ์อะไรหรอก แค่ทำอย่างที่อยากทำก็พอแล้วฉันพูดแล้วมองจูชิมัตสึที่ตั้งใจฟังฉัน

            ถ้านายไม่ทำอะไรเลยนอกจากร้องไห้แบบนี้ นายจะเสียใจนะฉันพูดจบก็ทาบมือลงบนอกซ้ายของจูชิมัตสึ

            เขายิ้มออกมา ในที่สุดเขาก็ยิ้มออกมา แล้วลุกขึ้นพรวด

            งั้นผมไปก่อนนะจูชิมัตสึพูดจบก็วิ่งออกไปจากร้านโอเด้งทันที

            โอโซมัตสึห้ามทุกคนไว้ไม่ให้ไปดู ฉันที่เอาแต่กระดกแอลกอฮอล์เงียบๆ แม้ในใจจะเจ็บขึ้นมาเมื่อเห็นจูชิมัตสึวิ่งออกไปอย่างไม่ลังเล แต่ฉันก็ดีใจที่เห็นเขาวิ่งออกไปตามหาอีกเสี้ยวนึงที่เหลืออยู่

            แม้ว่าคนคนนั้นไม่ใช่ฉัน แต่ถ้าเป็นเธอคนนั้นที่ขำได้แม้กระทั่งมุกปัญญาอ่อนของจูชิมัตสึนั้น แค่นั้นก็พอแล้ว คนที่จูชิมัตสึรักน่ะ

            ที่จูชิมัตสึวิ่งออกไป ก็แค่ไปสารภาพครั้งสุดท้ายเท่านั้น

            ฉันไม่มีอะไรต้องเสียใจอยู่แล้ว แม้ว่าตอนนี้ฉันไม่เอื้อนเอ่ยออกไปว่ารักจูชิมัตสึเกินกว่าพี่น้อง แต่เพราะว่าเป็นพี่น้อง จึงทำให้ฉันคิดว่า ดีแล้วอย่างที่เป็นอยู่

            ฉันไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว เพราะเดี๋ยวเขาก็กลับมาหาฉัน และอยู่ด้วยกันอย่างที่เคยเป็น

            ฉันเท้าคางมองแก้วแอลกอฮอล์แล้วผล็อยหลับไป

         

ฉันไม่รู้ว่าจูชิมัตสึจะทำสำเร็จมั้ย แต่ฉันก็เอาใจช่วยนายเสมอ อยู่ตรงนี้เสมอ และฉันหวังว่า ฉันและจูชิมัตสึ จะเล่นด้วยกันภายใต้แสงจากดวงอาทิตย์ด้วยกัน ตลอดไป

ใจของฉันที่เปลี่ยนไปเพราะจูชิมัตสึ ส่วนใจของจูชิมัตสึที่เปลี่ยนไปเพราะเธอคนนั้น แม้ว่าเขาจะเปลี่ยนไป แต่ฉันมั่นใจว่าสักวันนึง [ฉันจะบอกรักเขาได้โดยที่ไม่มีอะไรมาขวางกั้น] และใจของจูชิมัตสึ จะกลับมาหาฉันอย่างแน่นอน

 

          แม้ว่าจะในฐานะของพี่ชายและน้องชายหรือฝาแฝดก็ตาม แต่เพราะยังไงฉันก็รักเขา มันไม่มีเหตุผลอะไรมาขวางกั้นหรือหยุดมันได้

          แม้ว่าตอนนี้ฉันจะยังไม่พูดคำว่ารักออกไปก็ตาม แต่ในใจก็ไม่เคยลบคำว่ารักออกไปได้ เพียงแค่ฉันไม่สามารถพูดคำว่ารักออกมาได้ก็เท่านั้นเพราะราวกับมันเป็นคำต้องห้าม และฉันก็กลัวจูชิมัตสึไม่ได้รู้สึกเกินเลยแบบฉัน

 

ในฝันของฉันนั้น ภาพฉันและจูชิมัตสึ ที่กอดคอกันในวันฟ้าครามนั้น ช่างอบอุ่นเหลือเกิน

---------------จบ-------------

           

            สวัสดีค่าาาา กลับมาแล้ว กลับมาพร้อมกับแฟนฟิคโอโซมัตสึซัง แพร์ริ่งอิจิจูชิ ฮู่เร่ เป็นคู่ที่เราชอบมากกก จนดูซ้ำๆเลยค่ะ

             แฟนฟิคนี้จะวางขายที่งานมัตสึโนะเฟสติวัล วันเสาร์ที่ 25 มิ.ย.นี้ค่ะ เพราะมีปัญหาหลายๆอย่าง ทำให้ไม่สามารถทำออกมาให้เป็นโดยาวๆได้ ต้องกราบขออภัยจริงๆค่ะ ซึ่งฟิคนี้จะวางขายที่งานคอมิคอเวนิวเดือนตุลาด้วยค่ะ ถึงตอนนั้น ฟิคนี้ต้องได้เป็นโดแล้วแน่นอนค่ะ

               โปรดติดตามกันต่อไปนะคะ // โค้งงงงง

 

 

         

 

 


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Mimmok จากทั้งหมด 18 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 ฮานะ
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 21:19
    เราชอบคู่นี้มากค่ะหายากมากเลย ขอบคุณที่แต่งนะคะ
    #1
    0