คัดลอกลิงก์เเล้ว

Fic Daiya No Ace [Misawa] - Flower Language [รวบเป็นตอนเดียวจบ]

โดย Mimmok

ภาษาดอกไม้จะสื่อไปถึงใจของนายได้มั้ยนะ

ยอดวิวรวม

415

ยอดวิวเดือนนี้

4

ยอดวิวรวม


415

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


21
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  19 ต.ค. 59 / 00:43 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เรื่องราวของ มิยูกิ คาซึยะ กัปตันแห่งเซโด และ ซาวามูระ เอจุน พิชเชอร์แห่งเซโด  // ฉันไม่ได้เห็นนายเป็นแค่เพื่อนร่วมทีม แต่ฉันจะทำยังไงให้นายรู้สึกเหมือนครั้งแรกที่เราเจอกัน ฉันจะทำยังให้นายกลับมารักฉันอีกครั้ง ฉันจะทำยังไงให้ภายในใจนายมีฉัน ภาษาดอกไม้...จะช่วยสื่อใจของฉันไปถึงนายได้ไหมนะ ซาวามูระ... แต่มันต้องลองดูสิ!!!

**คำเตือน!!!!  ฟิคนี้เป็นฟิคดราม่านะคะ หากอ่านจบแล้วไม่พอใจ จะว่ายังไงก็ได้ แต่ขออย่างเดียว....อย่าตามตรบบบไรเตอร์นะคะ ฮาาาาาา // หากชอบฟิคนี้ ก็ขอบพระคุณมากๆค่ะ เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์ต่อไปนะคะ   // ฟิคนี้เป็นฟิคเดียวกับ Fic Daiya No Ace [Misawa] - Flower Language  ซึ่งเป็นฟิคแบบแบ่งเป็นตอนๆ แต่ฟิคนี้จะเป็นฟิคที่ไม่แบ่งตอน รวบเดียวจบเลยค่ะ

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 19 ต.ค. 59 / 00:43

บันทึกเป็น Favorite


     

       //ฟิคนี้เป็นฟิคเดียวกับ    Fic Daiya No Ace [Misawa] - Flower Language แต่อันนี้แบบไม่แบ่งเป็นตอนๆ ซึ่งเราได้รวบไว้เป็นตอนเดียวจบ อ่านกันยาวๆอย่างไม่ขาดตอนค่ะ  // ขออภัยจริงๆ  ที่เคยลบฟิคนี้แล้วไปลงแบบแบ่งตอน คอมเม้นในตอนแรกเราได้แคปไว้แล้วนะคะ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านค่ะ


------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


           คุณเคยรู้สึกไหมว่า เรื่องบางเรื่อง ช้าเกินไป

           

ฉันกำลังรู้สึกอย่างนั้นอยู่  ฉันนั่งอยู่บนเนินหญ้าแล้วมองดอกไม้มืออย่างเสียใจ

            ฉันช้าไปสินะ ฉันเป็นคนความรู้สึกช้าเหรอ หรือเพราะเรื่องที่ฉันกำลังเกลียดอยู่นี่คือเรื่องเดียวที่ฉันไม่เคยรู้สึกตัวกัน มันคงเป็นเรื่องเดียวที่ฉันรู้สึกช้าสินะ

      ……………………หรือว่าเพราะฉันไม่แน่ใจตัวฉันเองกันแน่   ฉันถึงไม่กล้าที่จะทำมันออกไป

            ……………………ไม่กล้าที่จะบอกว่ารักออกไป……

         

      ฉันชำเลืองมองไปที่แววตาเป็นประกายคู่หนึ่ง

            ในแววตาของเขาไม่มีฉันอยู่ในแววตาคู่นั้นอีกแล้ว 

            ฉันมันโง่มิยูกิ คาซึยะ  ฉันมันโง่สิ้นดี ฉันมันบ้าที่สุด

            ตัวฉันที่ไม่รู้แม้แต่ใจตัวฉันเอง ก็โดนช่วงชิงรอยยิ้มที่เคยส่งมาให้ฉันอย่างง่ายดาย

            …………ฉันไม่สมควรที่จะเสียใจ  ฉันไม่มีสิทธิ์ที่จะเสียใจนะ มิยูกิ  คาซึยะ

 

            เพราะตัวฉันเองนี่แหละที่รักษารอยยิ้มนั้นที่ให้กับฉันไม่ได้

          บ้าที่สุด……………

 

-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-

         

      รุ่นพี่คริส วันนี้ไม่มีเรียนเหรอครับ?ซาวามูระถามเมื่อเห็นรุ่นพี่คริสเดินเข้ามาในโรงอาหาร แล้วนั่งตรงหน้าเจ้าตัว

            ฉันจะมาหาแฟนไม่ได้เหรอ ?รุ่นพี่คริสพูดยิ้ม ๆ เจ้าเด็กนั่นก็หน้าแดงแจ๋แล้วตอบกลับอย่างอุบอิบ เปล่าครับ

            นี่คือสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน  ตัวฉันที่อยู่ปีสาม ซาวามูระอยู่ปีสอง รุ่นพี่คริสอยู่มหาลัย และอนาคตไกลถึงทีมชาติ แต่ถึงจะท่าทางยุ่ง ๆ ยังไง เขาก็สามารถปลีกตัวมาหาซาวามูระได้อาทิตย์ละครั้งเลยล่ะ

            แล้วตอนนี้พวกเขาก็ถึงขั้นเรียกชื่อกันได้แล้วด้วย

       ฉันที่ปกติจะกินข้าวไม่เร่งรีบ ถ้าเจอภาพแบบนี้ทีไร ฉันจะกินเร็วขึ้น และรีบออกไปจากโรงอาหารอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

            แค่จะกระเดือกข้าวให้อิ่มยังไม่อยากจะทำเลย แล้วไอ้ภาพบาดตาที่คมชัดทะลุแว่นแบบนี้ ยิ่งไม่อยากจะเห็น!!!

            ฉันที่เดินออกมาจากโรงอาหารแล้วก็เดินเตร่ไปเรื่อย ๆ ตามทางที่ต้องวิ่งทุกเช้า แล้วทรุดตัวนั่งลงบนเนินหญ้า และมองไปยังความมืดเบื้องหน้า

          นี่คงเป็นภาพที่ดีที่สุดล่ะมั้ง มืดจนแทบมองอะไรไม่เห็นแบบนี้น่ะเป็นภาพที่เหมาะกับฉันที่สุดแล้วนะ ความมืดที่ทำให้มองไม่เห็นแม้แต่ประกายดวงตาของหมอนั่นน่ะดีที่สุดแล้วล่ะ

          อะไรก๊านนนน หนีมานั่งอยู่นี่นี่เองฉันที่เอาแต่จ้องความมืดเบื้องหน้าจนไม่ได้สังเกตว่ามีคนหย่อนตัวนั่งลงข้างๆฉัน

            คุราโมจิ ?...โนริ ?ฉันเลิกคิ้วเมื่อโดนนั่งขนาบทั้งสองข้าง

            มานั่งอะไรแถวนี้ ไปอาบน้ำนอนเถอะน่าโนริพูดจบก็ยื่นน้ำผลไม้กระป๋องให้ ฉันรับมาอย่างงง ๆ แต่ก็แกะดื่ม

            นายนี่นะ เวลาลีดหรือคิดอะไรน่ะไม่มีใครมองออกหรอก ยกเว้นตอนเจอภาพบาดตานี่สังเกตโคตรง่ายเลย ย้าฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ คุราโมจิหัวเราะแล้วนอนแผ่ลงไปบนหญ้า

            ฉันไม่ได้ตอบอะไร เอาแต่จิบน้ำอย่างเงียบ ๆ

           ถ้ารักทำไมไม่พูดออกไปว่ารักล่ะ?เมื่อโนริถาม ฉันหยุดดื่ม ฉันหยุดนิ่ง แม้แต่หายใจฉันก็เกือบหยุดไปด้วย

            รักอะไร ?ฉันตีหน้านิ่งตอบกลับเบา ๆ แล้วก็ยกน้ำกระป๋องกระดกรวดเดียวหมด

            จะเรื่องอะไรเล่า ก็พิชเชอร์เจ้าของหัวใจแคชเชอร์คริสน่ะสิ ย้าฮ่า ๆ ๆ ๆคุราโมจิพูดออกมา ฉันปากระป๋องใส่หัวหมอนี่ทันที   แล้วมันใช่เรื่องของฉันไหมล่ะ

       นายนี่จะปากแข็งไปถึงไหนกัน ตั้งแต่สองคนนั่นคบกัน นายก็ดูออกได้ง่ายกว่าเมื่อก่อนอีก ตาของนายสั่นไหวนะรู้ไหม ย้าฮ่า ๆ ๆ ๆคุราโมจิยังคงหัวเราะอย่างสบายอารมณ์

            ฉันไม่ได้โต้อะไรกลับไป จะว่าเหนื่อยก็ใช่ จะว่าขี้เกียจตอบก็ใช่ จะว่าเถียงไม่ออกมันก็ถูกอีกนั่นแหละ

            ยังไงก็เถอะ ทำอะไรตามใจตัวเองน่าจะดีกว่าไม่ใช่เหรอ ?โนริพูด

            นายจะบอกให้แย่ง ???ฉันถามเสียงสูง

            ก็เปล่า ก็แค่อืม จะว่าไงดีล่ะ ถ้าซื่อสัตย์กับความรู้สึกก็บอกตามความรู้สึกไง

       อืมมม งั้นเหรอ ขอบใจนะ โนริฉันพูดยิ้ม ๆ

            แล้วพวกฉันก็กลับหอไปอาบน้ำ

            ระหว่างที่แช่น้ำ ฉันก็เอาแต่ครุ่นคิด ความคิดหลาย ๆ อย่างตีกันในหัวของฉัน แต่ฉันก็แช่ได้ไม่นาน ฉันก็เลิกแช่ แล้วตัดสินใจกลับไปนอนเอื่อยที่เตียงคงจะดีกว่า

 

 

            ฉันไม่แน่ใจตัวฉันเอง ฉันไม่มั่นใจเลยสักนิดเรื่องความรัก เพราะฉันไม่เคยคิดจะเหลียวแลสิ่งที่เรียกว่าความรักเลยสักครั้ง

            ในหัวที่มีแต่ความสนุกเวลาที่ได้ลีดอยู่ตลอด แต่พอฉันได้เปิดประตูในใจบานหนึ่ง ประตูแห่งความปิดกั้นทุกอย่างยกเว้นเบสบอลนั้น ฉันได้ก้าวเข้าไปในประตูบานนั้น แล้วฉันก็ได้พบเจอกับสิ่งที่ฉันไม่เคยเข้าใจและไม่เคยคิดจะไขว่คว้าเลยสักครั้ง

            ความรัก

            แววตากลมโตที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและสนุกสนาน

            เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม ทุก ๆ อย่างที่เป็นนาย ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันเห็น ที่เป็นนาย

            ฉันเคยคิดจะถอยหลังกลับ ฉันเคยถอยไปจนจะออกจากประตูบานนั้น แต่ฉันก็ทำไม่ได้ ประตูที่ฉันเปิดทำให้ฉันได้เจอโลกใบใหม่ ฉันไม่สามารถพาตัวฉันออกมาจากโลกที่มีนายอยู่ได้ ฉันยิ่งก้าวออกไปเพื่อให้ใกล้นายมากขึ้น ให้ได้เห็นแววตาคู่นั้นชัดขึ้นผ่านแว่นตามัว ๆ นี่  ให้ได้ยินเสียงหัวเราะของนายดังขึ้น  ให้ได้เห็นความพยายามของนาย ให้ได้รู้ถึงความคิดของนาย  ให้ฉันได้แอบมองนาย  ให้ฉันได้ใกล้กว่าเดิม  ให้ฉันได้ยินเสียงหัวใจของฉันดังมากขึ้นเมื่อใกล้นาย

            ฉันไม่สามารถกลับจากความสุขที่ฉันได้จากนายแล้วล่ะ

            ฉันมองมือของฉันที่เคยสัมผัสร่างของเขา มือของฉันที่เคยเอื้อมไปถึงตัวเขา แต่คงไม่เคยไปถึงใจของเขา

            พอมาคิด ๆ ดูแล้ว คนที่ทำให้ความสุขนั้นพังทลายลงคือตัวฉันเองนี่นา

           

            มันพังลงเพราะฉันในวันนั้น

-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-

            หลายวันก่อนวันซ้อมวันนี้ ซาวามูระเพิ่งหายจากข้อมือเคล็ด ความกดดันเริ่มมีมากขึ้น แต่โชคดีมากที่เขาหายทันตอนซ้อมช่วงสำคัญตอนนี้ แต่ถึงอย่างนั้น แม้ว่าเขาจะขว้างได้นานหลายอินนิ่งขึ้น แต่กับลูกทีมบางคนก็ยังมีนินทาว่าร้าย ฉันที่ได้ฟังก็ปล่อยผ่านไป ตราบใดที่หมอนั่นไม่ได้ยินก็ไม่ต้องแก้ตัวอะไรให้มากความหรอก ความจริงเคยห้ามแล้วแต่ลูกทีมไม่ค่อยจะฟังมากกว่า ฉันนี่มันแย่เหมือนกันนะที่ห้ามไม่ได้

            แต่ถึงอย่างนั้น ฉันคนนี้ก็เชื่อว่าซาวามูระจะขว้างได้ดีเหมือนเดิม

ซาวามูระ วันนี้ก็ขว้างดี ๆ ล่ะฉันบอกเมื่อเขากำลังวอร์มอยู่ในบลูเพน อีกสองอาทิตย์จะถึงซ้อมแข่ง แล้วหลังจากนั้นหนึ่งเดือนคือการแข่งใหญ่ เพื่อตีตั๋วไปสู่ระดับประเทศ

            แน่นอนอยู่แล้ว นายเองก็ตั้งใจรับลูกของฉันล่ะ

      แน่นอนสิคู่หูฉันพูดยิ้มแล้วชกอกซาวามูระเบา ๆ

            เจ้าตัวยิ้มออกมาน้อย ๆ และหัวเราะออกมา

            หลังจากตอนนั้น นี่ก็เพิ่งครั้งที่สองเองนะที่นายเรียกฉันว่าคู่หูน่ะ นายรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ เหรอมิยูกิ ?

            จากใจฉันเลยล่ะ ฮะฮะฮะ

       หลังจากบทสนทนาชวนเขินนั่น ก็ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง การซ้อมกลับแย่ลงกว่าที่ฉันคิด ไม่รู้เพราะวันนี้ซาวามูระตั้งใจซ้อมจนถึงที่สุด หรือเพราะกำลังประหม่า หรือเกิดอะไรขึ้นกันแน่  ซาวามูระทำบอลเสียไปหลายลูกซึ่งเกินลิมิตจากการแข่งไปแล้ว นอกจากนี้ลูกยังไม่คมเหมือนทุกครั้งที่ซ้อม ข้อมือดูเหมือนจะบิดมากเกินไป และลูกมาสูงตลอดการซ้อมจนฉันหงุดหงิด

              จะถึงการแข่งอยู่แล้วนะ เป็นอะไรของหมอนั่น หรือว่าจิตใจไม่แข็งแล้วรึไง กังวลอะไรกัน นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดเรื่องอื่นนอกจากขว้างลูกให้ดีที่สุดนะ!!! 

       บอลมาสูงอีกแล้ว มาให้ต่ำกว่านี้หน่อยฉันตะโกนเมื่อลูกที่พุ่งเข้ามาในถุงมือมาไม่ได้ดั่งใจอย่างที่ฉันหวังอีกแล้ว

               จะกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ฉันเอาแต่คิดถึงความสำเร็จ ฉันกังวลทุกอย่างแม้ว่าจะไม่ได้แสดงสีหน้าออกมาก็เถอะ ทำไมลูกถึงมาไม่ได้อย่างที่ฉันต้องการเลยนะ ฉันจะลีดยังไงดี?

               ขอโทษครับซาวามูระตอบกลับอย่างสุภาพ แม้ว่าเจ้าตัวดูใจเย็นและสงบใจได้มาก แต่ฉันก็ไม่ได้มองส่วนนั้น ฉันต้องการลูกที่ใช้งานได้จริง ลูกที่ปราบคู่แข่งจนอยู่หมัด

               ถ้านายพลาดอีก ฉันจะเปลี่ยนแผนให้ฟุรุยะกับโนริขว้างตลอดจนจบนะ ไม่ต้องการลูกมาง่าย ๆ เข้าใจไหม!!! จำเอาไว้ว่าถ้าพังมันก็เพราะนาย!!!”

       ฉันกังวลกับการแข่งที่กระชั้นเข้ามาเรื่อย ๆ จนตวาดซาวามูระ คุราโมจิตะโกนมาจากตำแหน่งที่เขาอยู่

              เฮ้ ๆ พูดแรงไปแล้วนะ ผ่อนคลายสิผ่อนคลาย นายอย่าตวาดแบบนี้สิ

             อ่ะฉันที่เพิ่งรู้สึกตัวว่าพูดอะไรออกไปก็มองไปที่ซาวามูระ

            เขาไม่ได้แสดงใบหน้าตกใจหรืออะไรออกมา แต่แต่แววตานั่นประกายหายไป

             ถ้าพร้อมแล้วก็ขว้างมาได้เลยฉันตะโกนอีกครั้ง

            ฉันขยับเบี่ยงไปอีกเล็กน้อย คิดว่าความสูงประมาณที่กะน่าจะได้ลูกที่ดี แล้วทำสัญญาณให้ขว้างลูกอินไซด์

            ซาวามูระตั้งกำแพง หลบแขนไปด้านหลัง วาดขาไปข้างหลัง แล้วเหวี่ยงออกมา

            ลูกพุ่งมาและหักเลี้ยว แต่แล้ว

      ลูกหักเลี้ยวก่อนถึงถุงมือของฉัน ฉันเบิกตากว้างกับลูกที่ประหลาดกว่าทุกลูกที่เคยขว้างมา

            เฮ้ยยย นั่นมันขว้างพลาดนี่นา ออกไปเลย ๆ ๆ ๆปีสองรุ่นเดียวกับซาวามูระตะโกนมาจากรอบสนาม

            ใช่ ๆ ขว้างไม่เข้าก็ออกไปสิวะ ไม่ต้องการพิชเชอร์ที่ไม่มีประโยชน์นะเฟ้ย

      กัปตัน เขาพลาดแล้วไง ให้ลงมาจากเนินขว้างเซ่

      เสียงตะโกนรอบทิศดังไปทั่ว คนที่ยังไม่พอใจซาวามูระยังมีอีกเยอะสินะ

           พวกนายหยุดพูด ฉันตัดสินใจเอ-----” ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดจบ ซาวามูระก็หันหลังเดินลงจากเนินขว้างเอง

            เขาเดินลงจากเนินขว้างเอง ทำไม ทำไมกัน?ฉันตกใจ แล้วรีบถอดหน้ากากออก

            ซาวามูระ ฉันยังไม่ได้อนุญาตให้นายลงจากเนินขว้างนะ กลับไปยืนตรงนั้นเดี๋ยวนี้

       อีกฝ่ายไม่มีท่าทีจะหยุดฟัง เขาไม่ได้เดินเข้าไปหลบในร่ม แต่เดินออกจากสนามไป

            เอาไง ?คุราโมจิวิ่งมาแล้วมองไปรอบ ๆ อย่างกังวล

            จะหยุดซ้อมกลางคันก็ไม่ได้ จะถึงการแข่งอยู่แล้ว หมอนั่นก็ดันทำอะไรแบบนี้อีก

            ก็จริงที่การไปดูสภาพจิตใจพิชเชอร์เป็นหน้าที่ของกัปตัน แต่ว่าความรับผิดชอบต่อทีมก็มีมากเกินไป ฉันจะทำยังไงดี จะทำยังไงดี

       โซโนะ นายมาเป็นแคชเชอร์ แล้วฟุรุยะมาซ้อมต่อ โนริวอร์มไหล่ไป คำสั่งมิยูกิคุราโมจิตะโกนแล้วตบไหล่ฉันหนึ่งที  การไปดูพิชเชอร์ก็หน้าที่ของแคชเชอร์และกัปตันนะ ทางนี้น่ะให้ฉันจัดการเถอะ ยังไงนี่ก็แค่ซ้อม ไม่ใช่แข่งจริงซะหน่อย

      แต่ว่า…” ฉันตั้งท่าจะเถียง

            ไปเร็ว ๆ เถอะน่า จะให้ย้อนรอยซ้ำเหรอ ฉันไม่ชอบเห็นไอ้เด็กนั่นซึมนะ นายเองก็คงไม่อยากเห็นเหมือนกันใช่ไหมล่ะ?

      มันก็ฉันจะพูดอีกครั้ง แต่คุราโมจิก็ผลักฉันเบา ๆ

            ไปได้แล้ว ฟุรุยะขึ้นมาบนเนินแล้ว

      อะ อื้ม ฝากด้วยนะฉันพยักหน้ารับแล้วหันหลังวิ่งออกจากสนามไป

            ฉันวิ่งไปหยุดหน้าหอ ฉันไม่รู้จะวิ่งไปที่ไหน ฉันไม่รู้ว่าเจ้าเด็กบ้านั่นอยู่ไหน ฉันลองเสี่ยงไปเคาะประตูห้อง แต่ห้องก็ล็อกและไม่มีเสียงตอบกลับมา ฉันหันไปทางโรงยิมแล้วลองวิ่งไปทางนั้น

            ฉันเปิดประตูโรงยิม ก็เห็นซาวามูระนั่งอยู่แถวหน้ากระดานที่ใช้ประชุมทบทวน

            เฮ้ ลงมาจากเนินขว้างทำไม ? ฉันยังไม่ได้สั่งให้ลงเลยนะ

       “…ฉันขว้างพลาดไปแล้วนี่

       นายพูดอะไร ? ลูกนั้นไม่ได้พลาด ฉันลีดผิดเอง เพราะงั้นกลับไปยืนบนเนินใหม่ซะ

       พลาดก็คือพลาด ฉันไม่มีสิทธิ์ไปยืนตรงนั้นแล้ว การแข่งที่จะถึงนี้ ฉันไม่มีสิทธิ์แล้ว

       ไม่ต้องพูดมาก กลับไปกับฉันเดี๋ยวนี้!!!” ฉันพูดจบก็คว้ามือซ้ายของอีกฝ่าย แล้วฉันก็ชะงักไป

              มือซ้ายที่สั่นไม่หยุดนี่มัน

       ฉันย่อตัวลงแล้วตะปปแก้มของอีกฝ่ายขึ้นมาเพื่อมองใบหน้าให้ชัด ๆ

       ฉันตกอยู่ในห้วงแห่งความกลัวขึ้นมา เพราะตาคู่นั้นไม่มีประกายส่งมาให้เห็นอีกครั้ง

            นายไม่เป็นไรใช่ไหมนายังขว้างลูกได้อีกใช่ไหม ? ตอบฉันสิฉันเลื่อนมือจากแก้มแล้วเขย่าตัวอีกฝ่าย แต่ซาวามูระก็ไม่ได้ตอบอะไร นัยน์ตาว่างเปล่ามองตาฉันเป็นคำว่า ปล่อยเดี๋ยวนี้  ฉันปล่อยมือ อีกฝ่ายลุกขึ้นแล้วหันหลังทำท่าจะเดินจากไป

            เดี๋ยวนายจะไปไหนฉันลุกพรวดแล้วดึงไหล่อีกฝ่ายให้หันมา

            เป็นอีกครั้งที่เขาไม่ตอบอะไร ฉันกลัว ฉันรู้สึกกลัวขึ้นมา สถานการณ์เริ่มเลวร้ายเรื่อย ๆ

            คำว่าคู่หูที่นายเคยพูดเมื่อสามปีก่อนและวันนี้มันไม่มีความหมายสินะ…”

      ห๊ะ!!!”

      พูดให้ฉันตายใจ พูดให้ฉันรู้สึกดี ทำให้ฉันมาที่นี่เพราะนาย นายก็แค่คนที่ชอบใช้ผลประโยชน์ นายไม่เคยเห็นความสำคัญของคำที่พูดใช่ไหม ?

       ไม่ใช่ ฉันไม่เคยหาผลประโยชน์แบบนั้น ที่พูดเพราะเชื่อใจต่างหาก

       คำพูดที่สวนการกระทำแบบนี้ นายจะให้ฉันเชื่ออีกเหรอ

        พรึบ ฉันคว้าคอเสื้ออีกฝ่ายแล้วพูดชัด ๆ  ฉันเชื่อใจนาย!!!

       “…แต่ฉันไม่เชื่อนายอีกแล้วซาวามูระพูดจบก็แกะมือฉันออกจากคอเสื้อ

            หนนี้เขาหันหลังเดินออกจากโรงยิมไป โดยที่ฉันไม่คิดจะไขว่คว้าอีก

           

            ความเชื่อใจที่พังทลายลง ฉันใส่อารมณ์เพราะความเครียดและกังวลส่งผลให้ฉันเพิ่งทำลายความเชื่อใจของอีกฝ่ายลง เพราะฉันเขาถึงมือสั่นไม่หยุด เพราะฉันสร้างความกดดันให้เขา เพราะฉันที่ไม่สามารถสยบคำพูดของลูกทีมได้ ทำให้เขาถอดใจที่จะเล่นต่อไป

            เขาเพิ่งขว้างลูกที่ยอดเยี่ยมที่สุดมา แต่ฉันรับพลาดเองเพราะไม่ลีดให้ดีว่าลูกจะโค้งเข้าใกล้แบตเทอร์ระยะเฉียดขนาดนั้น มันเป็นลูกแบบใหม่ที่เขาตั้งใจขว้างเต็มที่ แต่ฉันก็ทำลายความหวังของลูกอินไซด์ที่ดีที่สุดนั่นลง

            ฉันได้แต่กัดฟันแน่น รู้สึกแย่ชะมัด

            เพราะฉันเพิ่งทำลายโลกความสุขที่ดีที่สุดของทั้งฉันและเขาลง

 

            หลังจากการขว้างในวันนั้น ฉันได้แต่แอบมองการซ้อมขว้างของซาวามูระ เขาไม่มาซ้อมกับฉันอีก แต่กลับขัดเกลาลูกด้วยตัวเขาเอง เขาไม่ได้ถอดใจที่จะสู้ แต่เขาไม่อยากจะสู้พร้อมกับฉันอีกแล้ว เขาไม่ได้กระทบกระเทือนถึงอาการยิปส์ แต่การขว้างความคมก็ลดลง แต่เพราะขว้างกับกำแพงและเอาแต่วิ่งล่ะนะ เขาถึงขว้างแบบไม่เป็นตัวของตัวเอง

            ทำไมนายไม่รับลูกหมอนั่นล่ะ นั่นน่ะลูกที่ยอดเยี่ยมในระดับนึงเลยนะรุ่นพี่คริสโผล่มาจนฉันสะดุ้ง

            วันนี้คุณไม่มีเรียนเหรอครับฉันกระซิบถาม

            อืม เพิ่งซ้อมของมหาลัยเสร็จน่ะ

       อ่อฉันพยักหน้ารับรู้

            มีเรื่องกันเหรอ คาเนมารุไม่บอกอะไรเลย เขาบอกแค่ว่าหมอนั่นไม่ยอมขว้างกับนาย

       ฉันมองหน้ารุ่นพี่คริส คงจะมีแต่เขาที่ซาวามูระจะเปิดใจยอมคุยด้วย

            ผมมีเรื่องจะขอร้องรุ่นพี่คริสครับ หลังฟังจบ ช่วยผมด้วยนะครับฉันก้มหัวขอร้องเขา

            ยินดีช่วยเสมอรุ่นพี่คริสตอบกลับ แล้วเขาก็ยิ้มน้อย ๆ

            รอยยิ้มนั่นทำให้ฉันเบาใจ เพราะฉันฝากความหวังไว้กับเขา แต่ไม่นึกเลยว่า การฝากความหวังหนนั้น จะทำให้ฉันรู้สึกหัวใจค่อย ๆ ชาหนึบขึ้นทุกวัน

       เพราะสองคนนั่นเริ่มมีกันและกันมากขึ้นจนฉันเข้าไปแทรกไม่ได้ไงล่ะ

 

หลังจากฝากความหวังไว้กับรุ่นพี่คริส  พวกเราก็ชนะการแข่งซ้อมได้ด้วยการขว้างลูกของซาวามูระตั้งแต่อินนิ่งที่สี่จนจบการแข่งขัน แล้วหลังจากนั้นสองสามวัน

ฉันกับซาวามูระคบกันแล้วคำประกาศช่วงเย็นในโรงอาหารของรุ่นพี่คริสทำให้ฉันชะงักการตักกับข้าวเข้าปาก ตะเกียบในมือร่วงพื้นดังเคร๊ง ๆ แต่ก็ไม่มีใครได้ยิน เพราะทุกคนมัวแต่ประหลาดใจ และแห่แสดงความยินดีกับทั้งสอง

ฉันมองไปที่ซาวามูระและรุ่นพี่คริสที่กอดคอกันด้วยรอยยิ้ม ซาวามูระยิ้มร่าและหัวเราะออกมา ฉันรู้สึกไม่ได้ยินเสียงหัวเราะที่สนุกแบบนี้นานแล้ว แต่เขาไม่ได้หัวเราะให้ฉัน ไม่ได้ยิ้มให้ฉัน ไม่ได้มองตาฉัน ในสายตาเขาที่มองแต่รุ่นพี่คริส

แปล๊บแปล๊บแปล๊บ หัวใจของฉันกำลังเต้นผิดจังหวะอย่างที่ไม่เคยเป็น มันไม่ใช่จังหวะที่เต้นอย่างดีใจ แต่กำลังเต้นอย่างชาหนึบและเจ็บที่สุด ภาพบาดตาที่ฉันยิ้งเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ จนอยากจะเขวี้ยงแว่นทิ้งนี่มันงี่เง่าที่สุด

ฉันลุกขึ้นอย่างเบา ๆ เดินผ่านไปทางประตูอย่างเงียบๆ และออกไป ออกไปจากภาพบาดตานี่ที่ทำให้ฉันทนไม่ไหว

ฉันเดินเอื่อย ๆ ไปที่สนามแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นดินข้างประตูสนามแล้วกอดเข่าซบหน้าลงไป

ความคิดที่ตีไปมาในหัวทำให้ฉันจิกนิ้วลงบนแขนที่กอดอยู่

ฉันเพิ่งได้รู้สิ่งที่ฉันเจ็บที่สุด ฉันเพิ่งได้รับรู้สิ่งที่ฉันปราถนาที่สุด ฉันเพิ่งได้รู้จักความรัก และความผิดหวังที่เรียกว่าอาการอกหัก

มารู้ตัวตอนนี้ก็ช้าไปแล้วเจ้าโง่ฉันพูดกับเข่าที่ซบหน้าลงไปด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า

-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-

ฉันที่เพิ่งนึกย้อนกลับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็มองมือของตัวฉันเอง ฉันคงไม่สามารถไขว่คว้าให้เขากลับมาหาฉันได้อีกแล้ว

ในวันนั้นที่ฉันกอดเข่าให้กับความเจ็บของฉัน ฉันพล่ามบอกกับตัวฉันเองว่าฉันจะเข้มแข็งขึ้นและไม่หวั่นไหวหรือเจ็บปวดเมื่อได้เห็นทั้งสองส่งยิ้มให้กันอีก

แต่ฉันก็ทำไม่ได้

ยิ่งนานวันเข้าฉันยิ่งทนไม่ไหวกับภาพบาดตา และความชาหนึบที่หัวใจก็มีมากขึ้น จนตอนนี้แค่เย็นวันไหนเห็นสองคนนั่นฉันก็ไม่กินข้าวเลยด้วยซ้ำ

ฉันรู้ตัวดีว่าฉันกำลังทำร้ายตัวเอง ทั้งร่างกายและจิตใจ มันน่าโมโหนักที่กัปตันและแคชเชอร์ของทีมทำตัวแบบนี้

ฉันพลิกตัวพยายามข่มตาให้หลับแม้ว่าตอนนี้จะยังเร็วไปที่จะรีบหลับก็เถอะ แต่ว่าฉันก็อยากจะหลับๆ ไปเพราะช่วงที่ได้ตกอยู่ในห้วงนิทราฉันสามารถลืมภาพเจ็บปวดทั้งหมดไปจากใจของฉันได้

 

-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-

            ยิ่งนานวันเท่าไหร่ ๆ

            ฉันไม่รู้ว่าจะทนไปได้นานแค่ไหน แต่เพราะเรื่องส่วนตัวเอามายุ่งกับทีมไม่ได้ทำให้ฉันต้องเก็บความเจ็บนี้ไว้เงียบ ๆ และทำตัวให้เป็นปกติ ลีดตามปกติ เล่นตามปกติ และทำทีมตามปกติ

            ซาวามูระขว้างได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ บางลูกใกล้เคียงคัทฟาสบอลเลยด้วยซ้ำ ถ้าหมอนี่สามารถควบคุมลูกได้ดั่งใจนึกก็คงยากแก่การชนะของคู่แข่งแน่นอน

            แต่ถึงฉันจะชมอย่างไร หมอนั่นแค่มองหน้าฉัน แล้วไม่ได้พูดอะไร เขาพูดกับฉันแค่ที่จำเป็น ซึ่งก็นับว่าน้อยครั้งหรือนานๆทีตอบเลยทีเดียว

            จนฉันคิดว่าฉันลืมเสียงของเขาไปแล้ว

          วันนี้วิ่งอีกห้ารอบก็เลิกได้ฉันตะโกนบอกในทีมตามโปรแกรมที่โค้ชวางไว้

            หลังจากวิ่งห้ารอบ ฉันแวบหายไปจากทุกคนเพื่อไปนั่งรับลมที่เนินหญ้าที่เดิม พักนี้ฉันมาที่แห่งนี้บ่อยขึ้น มันเป็นสถานที่ที่ฉันได้รู้สึกพักใจจนท้องฟ้ามืดสนิท เบื้องหน้าเหลือแต่ความมืดฉันถึงจะกลับหอไปทานอาหารเย็นและอาบน้ำ ฉันทำซ้ำ ๆ แบบนี้ตั้งแต่สองคนนั่นคบกัน

            อยู่นี่จริง ๆ ด้วยเสียงคุราโมจิมาจากด้านหลังอีกแล้ว ฉันหันไปมองก็เจอทั้งคุราโมจิและโนริ ทั้งสองทั้งตัวขนาบข้างฉันอีกแล้ว

            ช่วงนี้นายทำตัวแปลกเกินไปแล้วนะ กัปตันและแคชเชอร์ของทีมไม่ควรทำร้ายตัวเองแบบนี้ ช่วยกินข้าวให้หมดซะทีเถอะโนริกอดอกมองฉัน

            ภาพจะบาดตาแค่ไหนก็ต้องกินให้ครบสามถ้วยสิ อย่ากินทิ้งกินขว้าง และก็ซ้อมทุกวันมันใช้พลังงานนะคุราโมจิผสมโรงด้วย

            อะไรของพวกนายเนี่ย ?ฉันเลิกคิ้ว แต่ก็พยายามไม่สบตาทั้งคู่ แล้วมองไปเบื้องหน้า

            ตอนนี้เยื้องไปทางซ้ายนิดหน่อยฉันก็มองดอกไม้เล็ก ๆ ที่กำลังสั่นไหวตามแรงลม

            สีเหมือนลิลลี่สีส้มเลยเนอะ พุ่มดอกไม้เล็กๆนั่นน่ะโนริพูดเมื่อมองฉันที่เอาแต่จ้องดอกไม้  ภาษาของดอกลิลลี่สีส้มคือความร่าเริง ตอนนี้นายไม่มีอยู่เลยนะ

      หา ??ฉันเลิกคิ้วอีกครั้ง เพิ่งเคยรู้ถึงภาษาดอกไม้เป็นครั้งแรก

            อะไรกัน ไม่รู้หรอกเหรอ ภาษาดอกไม้น่ะมีเยอะแยะเลยนะ เวลาจะซื้อก็แล้วแต่จะเลือก อย่างกุหลาบก็มีทั้งสีแดงสีขาว ถึงจะชื่อเหมือนกัน แต่ความหมายก็ต่างเมื่อสีต่างกัน

      นายแลรู้ดีนะโนริฉันเท้าคางมองทางขวาบ้างว่าจะเจอดอกไม้อะไรอีกบ้างไหม

            ดอกทางขวานั่นสีเหมือนฟอร์เก็ตมีน็อตเลยนะคุราโมจิพูดบ้าง ความหมายคืออย่าลืมฉัน ประมาณนี้ล่ะนะ

      โนริพูดถึงดอกไม้ยังไม่เท่านายที่พูดเลยนะคุราโมจิ ขนลุกชะมัดฉันแลบลิ้นใส่หมอนั่น

            ย้าฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ  ก็นะ นาน ๆ ทีจะจีบหญิงบ้างเลยอ่าน ๆ ไว้ ความจริงก็แอบอ่านเมล์ซาวามูระล่ะนะ คนที่ชื่อวาคานะส่งเมล์มาคุยเรื่องดอกไม้ แต่หมอนั่นยังไม่ได้ตอบตามเคย

      แล้วนายจะมาพูดถึงซาวามูระตอนนี้เนี่ยนะโนริหันไปค้อนเล็ก ๆ ใส่คุราโมจิ

            อ้ะดูเหมือนคุราโมจิเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าพูดถึงใคร

            ช่างเถอะน่า กะอีแค่ยกตัวอย่างนี่ฉันพูดจบก็ทิ้งตัวลงนอนแล้วหลับตา

            ถ้าจะนอนก็กลับไปกินข้าวแล้วก็อาบน้ำก่อนสิเฟ้ยไอ้กัปตันคุราโมจิพูด

            กลับกันเถอะโนริสะกิดฉัน ฉันลืมตาขึ้นช้า ๆ แล้วมองโนริ 

            พวกนายกลับไปหอก่อนเถอะ ฉันอยากอยู่คนเดียว

      แต่ว่า…” โนริตั้งท่าจะเถียง แต่คุราโมจิส่ายหน้าเบา ๆ

            ปล่อยมันไป เรากลับไปกินข้าวกันเถอะโนริ มันจะทำอะไรก็เรื่องของมันแล้ว ไม่ต้องไปสนใจคุราโมจิพูดจบก็ลุกขึ้นแล้วเดินมาดึงแขนให้โนริลุกตาม

            รีบๆ กลับหอล่ะโนริทิ้งท้ายแล้วทั้งสองก็เดินกลับไป

            ฉันนอนตะแครงแล้วเด็ดหญ้าเล่นนิด ๆ หน่อย ๆ  พอมองไปไกลกว่าเดิมก็เห็นดอกไม้เล็ก ๆ อยู่ในระยะที่สายตามองเห็นอีกแล้ว

            ฉันเริ่มอยากรู้ภาษาดอกไม้ให้มากกว่านี้ ตั้งแต่เมื่อกี้ที่รู้สึกว่าภาษาดอกไม้มันล้ำลึกกว่าที่ฉันคิดไว้ มีความหมายที่ดีแฝงอยู่เยอะ ถ้าฉันถ้าฉันอยากจะคืนดี จะใช้ภาษาดอกไม้เป็นการสื่อสารได้ไหมนะ ฉันจะใช้วิธีนี้ได้ไหมนะ

            ต้องลองดูสิ มิยูกิ คาซึยะ ก็แค่ยื่นดอกไม้ให้ บอกถึงความรู้สึกในใจทั้งหมดที่มี ผลลัพธ์ก็ไม่ต้องไปสนใจสิ ถ้าฉันได้บอกออกไปน่าจะดีกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้

            แต่ว่ามันช้าไปไหมนะ ความรู้สึกของฉันตอนนี้จะส่งไปให้เขาได้รับรู้ไหมนะ ถ้าหมอนั่นได้เห็นความรู้สึกที่แท้จริงของฉัน เขาจะยอมเลิกลากับรุ่นพี่คริสไหมนะ

       โครก ครากกก ฉันรู้สึกหิวอย่างหนัก วันนี้ก็ใช้พลังงานไปเยอะเหมือนเดิม ฉันจำเป็นต้องไปกินข้าวเพื่อให้ซ่อมแซมร่างกายที่ใช้อย่างหนัก

            ฉันลุกขึ้นแล้วเดินกลับหอเพื่อกินมื้อเย็น อาบน้ำและรีบนอนเพื่อจะได้ตื่นเช้าได้

 

            เช้าวันต่อมา

            วันนี้วันอาทิตย์ เป็นวันที่มีซ้อมแค่ช่วงบ่ายถึงเย็น ฉันรีบอาบน้ำแล้วออกไปในเมือง ฉันไม่ค่อยได้ออกไปไหนบ่อยๆ เพราะวันอาทิตย์แบบนี้ส่วนมากฉันจะนอนเอาแรงไว้ให้เยอะที่สุดเพื่อชดเชยกับการตื่นเช้าวันอื่น ๆ แต่วันนี้ฉันก็ออกมาจนได้ล่ะนะ

            ฉันแวะไปดูบ้านของฉันด้วย เพราะอยู่หอเลยไม่ค่อยได้กลับบ้านอยู่แล้ว ฉันแค่เดินผ่านเพื่อให้รู้ว่าที่บ้านน่าจะปกติทุกอย่าง แล้วฉันก็เดินผ่านร้านดอกไม้ที่ฉันตั้งใจจะมา

            ร้านขายดอกไม้ตรงหน้าฉันเป็นร้านเล็ก ๆ แต่ดอกไม้ก็อัดแน่นเต็มร้าน ฉันชำเลืองมองดอกนั้นทีดอกนี้ที แม้จะมีสีสันที่สวยงาม แต่ฉันก็เริ่มรู้สึกว่านี่ฉันมาทำบ้าอะไรในที่แบบนี้กันนะ

            สนใจดอกไม้อะไรหรือคะคุณลูกค้า?เสียงของพนักงานดังขึ้นจากข้างหลังของฉัน  ฉันหันไปสบตาเล็กน้อยแต่ก็ส่ายหน้าเบา ๆ  ไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษครับฉันตอบเบา ๆ

            อืมมม งั้นแค่มาเดินดูหรือคะ หรือว่าตั้งใจจะมาซื้อคะ ? ให้ดิฉันช่วยไหมคะ

      เอ่อ จะดีเหรอครับ ? ผมเองก็ไม่รู้ว่าผมมาทำอะไรในที่แบบนี้ฉันตอบแล้วเกาแก้ม

            การที่คุณลูกค้าก้าวเข้ามาก็คงเพราะอยากได้ดอกไม้อะไรสักอย่างแน่นอนค่ะ แต่เพราะคุณลูกค้าไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไรใช่มั้ยคะ ถ้าต้องการความหมายว่าอะไรบอกฉันได้เลยค่ะ

      ความหมาย ?

      ความหมายของดอกไม้ค่ะ ดอกไม้ทุกดอกในร้านนี้มีความหมายของมัน คุณลูกค้าอาจจะกำลังตามหาความหมายที่ใช่อยู่ก็ได้นะคะ ถ้าเพื่อขอเป็นแฟนหรือง้อ ให้ดิฉันจัดการให้ได้เลยนะ

      อะเอ่อฉันที่กำลังอึ้งก็ชะงักไปเพราะไม่รู้จะตอบโต้อะไรดี

            ไหงตรูต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ด้วยนะ ตรูเองยังไม่เข้าใจตัวตรูเองเล้ยยยย

          คุณลูกค้า? กำลังสับสนอะไรอยู่ด้วยหรือเปล่าคะ ?พนักงานสาวถามยิ้ม ๆ

            อืมมม นั่นสินะ ผมก็คงกำลังสับสนนั่นแหละ

      หน้าร้านมีคนดูแลอยู่แล้ว ถ้ายังไงให้ฉันบอกความหมายของดอกไม้แต่ละดอกไหมคะ หรือคุณลูกค้าพอจะบอกความรู้สึกได้ไหมคะว่าตอนนี้กังวลอะไร หรืออยากมอบดอกไม้ให้คนแบบไหน หากได้ฟังดิฉันเชื่อว่าดิฉันจะต้องช่วยคุณลูกค้าได้แน่นอนค่ะ

      อืมมมมฉันเกิดความลังเลในใจอย่างมาก จะเปิดเผยให้คนที่เพิ่งเจอกันได้ฟังจะดีเหรอ ? ไม่สิ จะเล่ายังไงดีต่างหากล่ะ เพราะตัวฉันเองก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงด้วย

            เอายังไงดีคะคุณลูกค้า ?พนักงานถามซ้ำ

            ผมผมอยากจะบอกกับคนคนนึงว่าผมรู้สึกยังไงมาตลอด และผมก็อยากขอโทษที่พูดไม่ดีกับเขาด้วยครับ

       รู้สึกยังไงมาตลอดรักสินะคะ แล้วก็ขอโทษ กรุณาตามดิฉันมาค่ะ คุณจะได้ดอกไม้ที่คุณต้องการแน่นอนค่ะ

        อะ เอ่อ ครับฉันเผลอเดินตามพนักงานไปทันที ฉันเหมือนได้แรงกระตุ้นว่าความคิดนี้ดี และจะทำให้ฉันได้คืนดีกับเขาได้จริง ๆ

            ฉันเชื่ออย่างนั้น และฝังใจกับความคิดนั้น

 

-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-

           

พรึบ

      ดอกไม้ในมือตกร่วงลงพื้น กลีบดอกไม้แตกกระจายบินว่อน

          ฉันจ้องเข้าไปในตาของของเด็กหนุ่มตรงหน้าฉัน เขาไม่แม้แต่จะรับดอกไม้จากฉัน แต่เขากลับปัดแรงๆ จนกลีบดอกไม้กระจาย

           คิดจะทำอะไรเหรอมิยูกิ ตอนนี้ทุกอย่างมันสายไปหมดแล้วนะซาวามูระพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาจนฉันหนาวไปถึงขั้วหัวใจ

            ฉันกัดฟันอย่างเจ็บใจและกำก้านดอกไม้ในมือแน่น

            อานั่นสินะ สายไปแล้วที่ฉันจะบอกกับนายฉันพูดด้วยรอยยิ้ม

            ไม่ว่ายังไง ถึงเขาไม่ยิ้มให้ฉัน แต่ฉันก็อยากยิ้มให้เขา

            ฉันออกมาจากร้านดอกไม้ ระหว่างที่เดินกลับก็เจอเขาที่ออกมาวิ่งแต่เช้าในสนาม ในใจของฉันเต้นตูมตามเพราะตื่นเต้นและดีใจที่ไม่ต้องไปหาเขาให้เหนื่อย ฉันอาศัยจังหวะนี้เรียกเขาให้มาคุยกับฉันที่ข้างสนามใกล้ ๆ กับเนินหญ้า แล้วฉันก็ยื่นดอกไม้ในมือให้

            ดอกกุหลาบสีม่วง หมายถึง  รักแรกพบ

            ดอกลิลลี่สีส้ม  หมายถึง  ความร่าเริง

            ดอกกุหลาบสีชมพูเข้ม หมายถึง  ความรู้สึกขอบคุณ

            ดอกซ่อนกลิ่น  หมายถึง  ฉันแอบรักนายอยู่

            ดอกไฮเดรนเยีย  หมายถึง  การขอโทษและขอความอภัย

            ดอกบานชื่น  หมายถึง  ฉันคิดถึงนาย

 ดอกกล้วยไม้  หมายถึง  ไม่อาจห้ามใจไม่ให้คิดถึงนายได้

และดอกเยอบีร่า  หมายถึง  ในใจฉันไม่เคยหยุดรักนาย

ซึ่งดอกเยอบีร่าคือดอกที่เหลือรอดอยู่ในมือของฉัน

ภาษาดอกไม้งั้นเหรอ ฉันรู้ความหมายทุกดอกในมือนายนะ เพราะรุ่นพี่คริสก็ให้ดอกไม้ฉันด้วยภาษาดอกไม้เหมือนกันซาวามูระพูดยิ้ม ๆ  ซึ่งแน่นอนว่าฉันตอบรับ

ฮึหมายความว่าดอกไฮเดรนเยียที่นายทำลายไปก็ไม่มีความหมายใช่ไหมล่ะฉันมองใบหน้าเขา เขาแค่ยักไหล่

ก็แล้วแต่จะคิดซาวามูระเอียงคอนิด ๆ แล้วตอบสั้น ๆ

งั้นดอกเยอบีร่านี่ ช่วยรับไว้ได้ไหม ?ฉันยื่นให้ซาวามูระ เขามองดอกไม้ในมือฉัน แล้วมองหน้าฉันอีกครั้ง  แต่ในใจฉันหยุดรักนายไปแล้วนะมิยูกิ ฉันตอบรับนายไม่ได้ และตอนนี้ก็สายเกินกว่าที่ฉันจะถอยหลังกลับมารับความรู้สึกนาย

ในวินาทีที่ฉันได้รับคำปฏิเสธจากปากของเขา มือของฉันก็เลื่อนลงไว้ข้างตัว แต่ฉันก็เงยหน้ามองซาวามูระและยิ้มให้อีกครั้ง

       ขอบคุณสำหรับคำตอบนะ ฉันฝืนตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง

        มือของฉันที่กำดอกเยอบีร่านั้นสั่นไปหมด

            ก็ไม่เชิงว่าไม่เคยรักนายนะก็อย่างที่บอก ความรู้สึกของฉันน่ะมันพังทลายลงไปจากใจฉันแล้วแบบไม่มีทางหวนย้อนกลับอีก ซาวามูระพูดทิ้งท้าย แล้วเขาก็หันหลังไป เขาเดินจากฉันไป และไม่หันกลับมาอีก

 

         

คุณเคยรู้สึกไหมว่า เรื่องบางเรื่อง ช้าเกินไป

         

ฉันกำลังรู้สึกอย่างนั้นอยู่  ฉันทรุดตัวนั่งบนเนินหญ้าแล้วมองดอกไม้มืออย่างเสียใจ

          ฉันช้าไปสินะ ฉันเป็นคนความรู้สึกช้าเหรอ หรือเพราะเรื่องที่ฉันกำลังเกลียดอยู่นี่คือเรื่องเดียวที่ฉันไม่เคยรู้สึกตัวกัน มันคงเป็นเรื่องเดียวที่ฉันรู้สึกช้าสินะ

       ……………………หรือว่าเพราะฉันไม่แน่ใจตัวฉันเองกันแน่   ฉันถึงไม่กล้าที่จะทำมันออกไป

          ……………………ไม่กล้าที่จะบอกว่ารักออกไป……

          ตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วเจ้าโง่…”

 

           

            เวลาล่วงเลยไป

            ฉันสามารถพาทีมเซโดไปพิชิตระดับประเทศได้อีกครั้งด้วยพิชเชอร์สุดแกร่งอย่างซาวามูระ ฟุรุยะ และคาวาคามิ

            เบสบอลมอปลายของฉันนั้นสวยงาม ฉันมีทุนนักกีฬา ฉันได้รับการทาบทามจากหลายมหาลัยและจากทีมชาติ อนาคตของฉันและทีมเซโดแทบทุกคนไปได้สวย

            ฉันมีความสุขดีกับอนาคต แต่ยกเว้นเรื่องเดียวที่ฉันไม่เคยสมหวังเลย

            ความรักของฉัน ในวันที่เข้าใจฉันก็ไม่สามารถไขว้คว้าเอาไว้ได้ และในวันนี้ฉันก็ยังคงเสียใจและเจ็บภายในใจตลอดมา

            หมอนั่นไม่ต่อยฉันก็ดีเท่าไหร่แล้วสินะฉันพึมพำเมื่อนึกย้อนไปในวันที่ถูกปฎิเสธ

 

            มอปลายของฉันกำลังจบลงด้วยพิธีจบการศึกษา

            ในวันนี้ที่มีทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องในชมรมมาร่วมแสดงความยินดีกับรุ่นของพวกเราที่จบ ฉันได้ถ่ายรูปกับรุ่นน้องและรุ่นเดียวกันหลายคน แต่แล้วฉันก็รู้สึกเบื่อ ๆ จึงปลีกตัวออกมาแล้วหนีไปที่แห่งเดิมที่ชอบไปนอนเล่นบ่อย ๆ

            เนินหญ้าที่ใช้ซ้อมวิ่งในตอนเช้าไงล่ะ

            ฉันทิ้งตัวลงนั่ง สถานที่แห่งนี้มีความทรงจำมากมาย ทั้งเรื่องทีดีใจ เสียใจ หรือแม้แต่วันที่โดนปฎิเสธ ฉันก็เจ็บหัวใจตรงที่แห่งนี้

            อยู่นี่จริง ๆ ด้วยเสียงคุ้นเคยเสียงหนึ่งดังมากจากข้างหลังฉัน ถึงจะบอกว่าเป็นเสียงที่คุ้นเคย แต่ฉันก็แทบไม่ได้ยินเสียงของเขาคุยกับฉันตรง ๆ หลายเดือนแล้ว

            นี่นาย ?ฉันหันไปมอง แล้วซาวามูระก็เดินมาหยุดข้างตัวฉันที่นั่งอยู่ เขาไม่ได้ก้มมองฉัน แต่มองสนามเบื้องหน้า

            ยินดีด้วยที่เรียนจบแล้วนะ มิยูกิ

      ฮึเฮอะ มาแสดงความยินดีเหรอ ?ฉันแค่นเสียงหัวเราะ แล้วก็ลุกขึ้นประจันหน้าอีกฝ่าย ฉันจ้องเข้าไปในดวงตากลมโตนั่น ตอนนี้อีกฝ่ายมีแววตาประกายส่งมาให้ฉัน แววตาที่ฉันโหยหาและไม่ได้เห็นมานานแสนนานจนฉันแทบจะหยุดหายใจ

            ฉันมีของจะให้นายซาวามูระพูดด้วยรอยยิ้ม

            บังเอิญจังนะ ฉันก็มีของจะให้นายเหมือนกันฉันตอบไป  ให้พร้อมกันเลยดีไหม?ฉันถามออกไป ถึงจะไม่ได้หวังอะไรก็เถอะ

            นับถอยหลังแล้วให้พร้อมกันซาวามูระตอบแล้วล้วงกระเป๋า ฉันเองก็ล้วงเข้าไปในชุดสูทโรงเรีนเช่นกัน

            สาม สองหนึ่ง!!!” ฉันนับจนครบแล้วก็ดึงของยื่นให้

            ในมือของฉันคือดอกฟอร์เก็ตมีน็อต  ซึ่งหมายถึง  อย่าลืมฉัน

            ในมือของซาวามูระคือดอกไลแลคสีม่วง  ซึ่งหมายถึง  นายคือรักครั้งแรกของฉัน

            ฉันและซาวามูระจ้องตากัน ฉันได้ยินเสียงหัวใจของฉันเต้นโครมคราม และเสียงหัวใจของซาวามูระก็เต้นดังจนฉันได้ยินเช่นกัน

            ทั้งฉันและซาวามูระเลื่อนสายตาลงมามองดอกไม้ที่ยื่นไปข้างหน้า ฉันรับดอกไลแลคสีม่วงมา และซาวามูระก็รับดอกฟอร์เก็ตมีน็อตไป

            ตอนนี้ทั้งฉันและก็นายกลับไปเริ่มต้นไม่ได้แล้วสินะฉันพูดแล้วทาบดอกไม้ลงที่อกซ้ายของฉัน

            อา ฉันก็ไม่คิดที่จะกลับไปเริ่มต้นใหม่อีกครั้งด้วย

       ฉันคือรักครั้งแรกของนายจริง ๆ เหรอ?ฉันถามออกไป ดอกไลแลคยังคงทาบอยู่อกของฉัน เพราะฉันอยากจะสัมผัสความหมายที่เพิ่งได้รับมา

            ใช่นายคือรักแรกของฉัน…” คำตอบนี้ที่ได้ยินอย่างชัดเจน ทำให้ฉันใจเต้นแรง แต่ก็สงบลงอย่างรวดเร็ว เพราะทั้งฉันและเขาไม่สามารถรักกันอย่างที่รู้สึกได้อีกแล้ว

            ทั้ง ๆ ที่เราต่างเป็นรักแรกทั้งคู่แต่เราก็รักกันไม่ได้สินะฉันพูดอย่างกล้ำกลืน

            ใช่ ฉันกับนายกลับไปที่ความรู้สึกนั้นไม่ได้อีกแล้วซาวามูระตอบเบา ๆ  ขอบใจสำหรับดอกฟอร์เก็ตมีน็อตนะ ฉันจะไม่ลืมนาย

       ขอบคุณ…” ฉันตั้งใจจะขอบคุณ แต่ฉันก็อยากจะทำอะไรตามใจของฉันครั้งแรกและครั้งสุดท้าย

       ฉันกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายให้เขามาใกล้อีกสักนิดและฉันก็โน้มไปข้างหน้า ฉันประทับจุมพิตลงไป ฉันประทับอยู่อย่างนั้นได้ครู่เล็ก ๆ ก็ค่อย ๆ ถอนออกอย่างอ้อยอิ่ง ฉันไม่อยากจะถอนออกเลยสักนิด ฉันอยากจะให้มันเป็นจูบที่นานกว่านี้แต่ฉันทำไม่ได้ เพราะฉันกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันนี่

            ขอบคุณสำหรับดอกไลแลคนี่นะ ที่ทำให้ฉันได้รู้ว่าฉันไม่ได้คิดไปเองคนเดียว แล้วก็ขอโทษด้วย ฉันห้ามตัวฉันเองไม่ได้ แต่ก็จะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่ฉันจะทำแบบนี้แหละนะ

      ซาวามูระไม่ตอบอะไรฉัน แต่ใบหน้าที่แดงถึงใบหูทำให้ฉันค่อนข้างพอใจกับผลลัพธ์อยู่

            แต่ฉันก็รู้สึกผิดอยู่ในใจล่ะนะ เพราะฉันไม่มีสิทธิ์ทำอย่างนี้กับแฟนชาวบ้านนี่นา

            เอ่อ เงียบไปเลย โกรธหรือเปล่า ?ฉันทำใจกล้าถามกลับไป

            ไม่ได้โกรธหรอก แต่ว่านะ----อย่าทำอีกล่ะ รู้อยู่แก่ใจใช่ไหม ?ซาวามูระปิดปากกระซิบเบา ๆ แม้เสียงที่ออกมาจะอู้อี้ แต่ฉันก็เข้าใจความหมายดีเลยล่ะ

            ซาวามูระมีรุ่นพี่คริสอยู่แล้ว ฉันต้องรู้อยู่แก่ใจ และต้องเข้าใจทุกอย่างว่าฉันกับเขาไม่สามารถที่จะรักกันได้อีกแล้ว

            แต่อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้รู้สึกรักอยู่ฝ่ายเดียวอีกแล้ว  ฉันคิดแล้วมองดอกไลแลคสีม่วง

            ฉันรู้ดี ก็บอกแล้วนี่ว่าจะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่จะทำแบบนี้

       ซาวามูระสบตาฉันอีกครั้ง แล้วเขาก็ยิ้มออกมา ในที่สุด เขาก็ยิ้มให้ฉันแล้ว

            งั้นขอตัวก่อนนะเขายิ้มค้างอยู่อย่างนั้น แต่แล้วฉันก็ตกใจ เพราะเขาสวมกอดฉัน แต่ในเสี้ยววินาทีก็หยุดกอดแล้วถอยห่างออกมา เขาไขว้มือไว้ข้างหลังแล้วฉีกยิ้มกว้างอยู่อย่างนั้น  ยินดีด้วยนะ มิยูกิ แล้วก็ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะ ไว้ค่อยเจอกันนะ

            ซาวามูระพูดจบก็ถอยห่างออกไปแล้วหันหลังวิ่งไปทันที แต่ก่อนที่จะลับสายตา เขาก็หันมาโบกมือลาฉัน ฉันไม่ได้โบกมือตอบ แต่มองเขาที่โบกมือให้ แล้วเขาก็วิ่งลับตาไป

            แค่นี้ก็ดีแล้ว ฉันจะหวังอะไรล่ะ เขาไม่โกรธที่ฉันจูบเขาก็ดีแล้ว เขายอมยกโทษเรื่องเมื่อตอนนั้นแล้วนะ แล้วเขาก็กอดฉันด้วยนะ ฉันต้องดีใจให้มาก ๆ สิ

          แม้ว่าฉันไม่มีทางที่จะสมหวังกับเขา แต่ฉันก็ต้องไม่เสียใจ และไม่ลืมรอยยิ้มละมุนเมื่อครู่นะ แค่นี้ก็คือสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นกับตัวฉันแล้วนะ

          ฉันมองดอกไลแลคสีม่วงอีกครั้ง แล้วยิ้มบาง ๆ ออกมา ความหมายของดอกไม้ดอกนี้ช่วยให้ฉันรู้สึกดีขึ้น ถึงฉันจะไม่สมหวังกับเขา แต่ฉันก็จะสาบานกับดอกไลแลคสีม่วงดอกนี้ว่า

            ฉันจะรักนายตลอดไปนะเอจุนอา อยากเรียกชื่อนายได้เหมือนที่รุ่นพี่คริสเรียกนายเลยนะ แต่ก็ แค่นี้ก็ทำให้ฉันมีความสุขมากแล้วล่ะ

       ฉันยิ้มโง่ๆออกมาอีกครั้ง ฉันเก็บดอกไม้เข้าไปในชุดสูท แล้วกลับไปที่หอประชุม ป่านนี้ทุกคนคงยกขวบนไปฉลองกันแล้วล่ะมั้ง

            หัวใจของฉันไม่ได้รู้สึกชาหนึบอีกแล้ว ถึงจะรู้สึกอุ่นอีกครั้ง แต่ก็เจ็บแปล๊บอยู่ดี แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ต้องทำใจแล้วก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้ ยิ่งตอนนี้ฉันได้รู้ความหมายจริง ๆ ที่เขาสื่อมาถึงฉันแล้ว ฉันจะไม่เสียใจที่ฉันไม่ได้อยู่กับเขาอย่างที่หวังไว้ แต่ฉันจะคอยแสดงความยินดีกับเขาในทุกเรื่อง ๆ ด้วยระยะห่างที่มีของฉันฉันคิดแบบนั้นแหละ

           

      ย้าฮ่า ไปไหนมาล่ะ เรากำลังจะไปฉลองกันนะเมื่อฉันเดินไปถึงหอ ประชุม คุราโมจิก็พุ่งเข้ามากอดคอ

            เมื่อคุราโมจิปล่อยคอฉัน ฉันก็บิดคอคลายควายเมื่อยเล็กน้อย จากนั้นก็รู้สึกอยากทำอะไรบ้า ๆ ขึ้นมาสักอย่าง

            ฉันกางแขนจนสุด แล้วตะเบ็งเสียงดังลั่น

            เรียนจบแล้วโว้ยยยยยย ขอบคุณมากนะ ชมรมเบสบอลเซโด!!!” ฉันยิ้มกว้างหลังตะโกนจบ ทำเอารุ่นเดียวกัน รุ่นพี่ และรุ่นน้องที่เป็นสมาชิกทีมหยุดชะงัก แต่แล้วทุกคนก็ยิ้มออกมาแล้วพุ่งเข้ามาจับมือบ้าง กอดบ้าง ลูบหัว แล้วก็ร่วมหัวเราะไปกับฉัน

            นี่ก็เป็นความสุขอีกเรื่องด้วยสินะ

            วันนี้น่ะ ฉันจะไม่ลืมเลย ตลอดไป

            ทั้งเรื่องที่สมหวัง ผิดหวัง ร้องไห้ ดีใจ เสียใจ หัวเราะ และรอยยิ้ม

            ฉันจะไม่ลืมเรื่องในวันนี้แม้ว่าจะมีทั้งดีและไม่ดี แต่ก็ทำให้ฉันเข้าใจความหมายของชีวิตมากขึ้น แค่เวลาไม่กี่ชั่วโมงในวันนึง ๆ จะเจออารมณ์ความรู้สึกที่หลากหลายขนาดนี้

            ช่วงเวลามอปลายของฉัน ช่วงเวลาที่ได้เป็นสมาชิกชมรม ช่วงเวลาที่ได้เป็นกัปตัน ช่วงเวลาที่ได้หัวเราะเมื่อชนะ หรือเจ็บใจเมื่อแพ้ แต่ฉันและทุกคนก็ผ่านความรู้สึกแบบนั้นเพื่อมาเจอรอยิ้ม เสียงหัวเราะ และน้ำตาในวันนี้

            นี่คือวันที่ดีที่สุดอีกหนึ่งวันในชีวิตเลยล่ะ

            ไม่มีอะไรต้องเสียใจอีกต่อไปแล้ว เพราะฉันน่ะได้ทำเต็มที่ทุกเรื่องแล้วนี่นา

         

            ลาก่อนช่วงเวลามอปลายของฉัน

            ลาก่อนหน้าที่กัปตัน

            ลาก่อนตำแหน่งแคชเชอร์

            ลาก่อนเบสบอลมอปลายเซโด

            และก็ลาก่อนซาวามูระ  เอจุน

           

            ตัวฉันถูกสมาชิกในชมรมยกตัวขึ้นแล้วพาแห่ไปที่สนามเบสบอล ฉันมองไปรอบๆก็เห็นซาวามูระ เจ้าตัวเผลอสบตากับฉัน เขาหลบตาไปครู่นึง แต่ก็หันกลับมายิ้มให้ ฉันเม้มปากแล้วยิ้มตอบ

            ซาวามูระ!!!” ฉันตะโกนเรียก

            ซาวามูระสะดุ้ง แต่ก็ป้องปากตะโกนกลับมา  มีอะรายยยยย!!!”

      ขอบใจนะ นายน่ะนายน่ะขว้างลูกที่เจ๋งใส่ฉันตลอด ฉันดีใจที่ได้รับลูกที่นายขว้าง เพราะงั้นไว้มาจับคู่และเป็นคู่หูกันใหม่นะ!!!”

      อะไรนะ อะไร ๆ ไม่ได้ยินเลยยยยยยซาวามูระตอบกลับมาแล้วฉีกยิ้มกว้าง

            ไว้-มา-เป็น-คู่-หู-กัน-ใหม่-นะฉันเน้นทีละคำ

            สัญ-ญา-นะ-กัป-ตานนนนซาวามูระตอบกลับมา

            ฉันและซาวามูระยิ้มให้กัน แม้ว่าระยะห่างจะห่างออกไปเรื่อย ๆ แต่สายตาของฉันที่จับจ้ององเขา และสายตาเขาที่มองตอบฉัน ทำให้ฉันรู้สึกระยะห่างของฉันนั้นยังเป็นระยะที่ยังได้ยินเสียงหัวใจของกันและกันเต้นอยู่

            ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

            ฉันว่าทั้งฉันและซาวามูระกำลังได้ยินเสียงหัวใจดังชัดเลยล่ะ

            ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆฉันหัวเราะออกมาอย่างสบายอารมณ์ จนมาถึงสนาม ทั้งทีมก็ปล่อยฉันลงกลางสนาม ซึ่งพวกเขาปล่อยแบบตั้งใจจนฉันเจ็บแทบทั้งตัว

       โอ๊ยยยยยยยย นี่พวกนายทำอะไรเนี่ย

       ก็แก้แค้นที่ให้วิ่งเยอะ ๆ ไงล่ะ ถ้าไม่ได้สะสางเสียหน่อยพวเราคงนอนไม่หลับทั้งทีมประสานเสียงและแสะยิ้มพร้อมกันจนฉันรู้สึกคิ้วกระตุก

            ตอนนี้แหละ รุมกอดกัปตันเล้ยยยยยยยยยยยยยมีเสียงหนึ่งสั่ง แล้วตัวฉันก็โดนสมาชิกทับจนลุกไม่ขึ้นผลักไม่ไหว

            อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก หนักนะโว้ยยยยยยยยยยยยยย

      ฉันร้องลั่น แต่สุดท้ายก็หัวเราะออกมาอยู่ดี

            อา ยอมโดนแกล้งไปก่อนแล้วกันนะ

          ก็พวกนี้แกล้งเพราะว่ารักกัปตันสินะฮะฮะฮะ

            ตุบ รู้สึกได้ถึงแรงกดที่มากขึ้น

            ยิ่งหนักขขึ้นแบบนี้….แสดงว่ารักม้ากมากสินะ ฮะฮะฮะ

 

-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-

            ห้าปีผ่านไป

            ในวันคริสต์มาสแบบนี้ ทีมเซโดได้ส่งคำเชิญให้ฉันมางานเลี้ยงรุ่น ฉันที่ตื่นแต่เช้าก็วางงานทุกอย่างแล้วนอนเอาแรงทั้งวันเพื่อที่ว่าตอนเย็นจะได้ออกไปสังสรรค์งานนี้ได้

            ห้าปีแล้วสินะผ่านมาตั้งห้าปีแล้ว ถึงจะโดนปฎิเสธมา แต่ในใจของฉันก็ยังคงมีแต่ภาพของ ซาวามูระ  เอจุน  อยู่ในหัวทุกวัน

            ปากเก่งว่าไม่เจ็บอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ฉันก็ช็อกไปเหมือนกันเมื่อรู้ว่าหมอนั่นหมั้นกับรุ่นพี่ คริสแล้วเรียบร้อย

            ฉันทั้งอยากไปงานและไม่อยากไปงานก็มีแต่ความคิดนี้ตีในหัวตลอดทั้งวันจนตกบ่าย สุดท้ายฉันก็ออกไปก่อนเวลานัดจนได้

            เวลานัดคือหกโมงเย็น ฉันออกมาตั้งแต่บ่ายสี่โมง แล้วก็เดินเข้าไปในโรงเรียนเซโด ผ่านสนามที่ฝึกซ้อมไปถึงเนินหญ้าที่ชอบหนีมานั่งบ่อย ๆ

            ดวงอาทิตย์ตกเร็วขึ้นเพราะช่วงนี้ฤดูหนาว ฉันเตร่เดินได้พักเดียวก็ออกมาแล้วเดินไปเรื่อยๆโดยไม่คิดจะนั่งแท็กซี่เลย ฉันอยากจะเดินเตร่ไปเรื่อย ๆ

            แต่แล้วฉันก็ชะงัก เพราะฉันกำลังจะเดินผ่านร้านดอกไม้ที่ฉันเคยเข้าไปซื้อ

            ฉันมองเข้าไปในร้าน ฉันไม่มีความคิดที่จะซื้อ แต่ขาของฉันก็ก้าวเข้าไปในร้านอย่างไม่ลังเล เมื่อรู้ตัวอีกทีฉันก็มาหยุดในร้าน แล้วฉันก็เดินดูไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดฉันก็ตัดสินใจซื้อ

            เมื่อซื้อไปแล้วก็แอบไว้ในเสื้อโค้ทแล้วก็รีบเร่งเดินไปร้านอาหารที่นัดไว้

 

      มาแล้ว ๆ กัปตันเซโดที่ดังแห่งยุค!!!มิยูกิ  คาซึยะ!!!” ทันทีที่ฉันก้าวเข้าไปในร้าน ฉันก็ได้รับการต้อนรับจากรุ่นพี่ รุ่นน้อง และรุ่นเดียวกันก็เข้ามากอดคอกันให้หายคิดถึง

            หนึ่งชั่วโมงผ่านไป รุ่นพี่คริสและซาวามูระก็มาถึง

            ขอโทษที่ให้รอครับ พิชเชอร์สุดเจ๋งมาแล้วครับ

      คู่รักมาช้านะนี่เสียงแซวดังไปทั่ว ส่วนตัวฉันที่ตอนแรกจิบน้ำส้มอยู่ก็คว้าแอลกอฮอล์มาดื่มทันที

            ฉันกับเอจุนจะแต่งงานกันคำประกาศของรุ่นพี่คริสทำเอาฉันทำแก้วร่วงแตกกระจาย แต่หนนี้ก็เหมือนกันตอนนั้นที่ฉันได้รู้ว่าทั้งคู่คบกัน ซึ่งก็ไม่มีใครได้ยินและแห่แสดงความยินดีกันใหญ่เหมือนตอนนั้นอีกครั้ง

            และก็เป็นอีกครั้งที่ฉันทนกับประโยคบาดใจกับภาพบาดตาไม่ได้ ฉันแอบออกมาจากร้านเงียบ ๆ กดกาแฟดำร้อนๆจากตู้ขายอัติโนมัติแล้วนั่งลงที่ริมฟุตบาทห่างจากร้านไปหน่อย แล้วก็เริ่มต้นจิบกาแฟร้อนเงียบ ๆ

            ว่าแล้วตัวฉันนี่มันนึกว่าจะทำใจให้ชินได้ แต่ถึงอย่างนั้นพอมาเจอกับภาพนี้จริง ๆ ฉันก็ทนไม่ได้แล้วหนีออกมาอีกแล้ว

          ทั้ง ๆ ที่ในวันนั้น วันจบการศึกษานั่น ทั้ง ๆ ที่คิดว่าฉันจะก้าวผ่านความรู้สึกทุกอย่างไปได้ แต่ก็ทำไม่ได้อย่างที่คิด ทั้งๆที่คิดว่าได้แค่นั้นก็ดีเท่าไหร่แล้ว แต่มาถึงวันนี้ในใจลึก ๆ ของฉันยังเจ็บอยู่สินะ ฉันมันไม่รู้จักจำเลยนะ มิยูกิ  คาซึยะ ความรักเป็นเรื่องที่ฉันโง่เง่าอยู่เรื่องเดียวนี่ล่ะนะ

          ออกมานั่งจิบกาแฟแบบนี้หนาวจะตาย เข้าไปนั่งสังสรรค์กันข้างในสิ

       เสียงเสียงที่ฉันไม่ได้ยินมาห้าปีแล้ว แต่ฉันก็จำได้ดี

            ซาวามูระออกมาทำไมล่ะ ? ฉันถามพลางจิบกาแฟ

      ก็ฉันไม่ได้คุยกับนายนานแล้วนี่นา ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนทะเลาะกันออกบ่อย ๆ แท้ ๆ ต่อปากต่อคำ เถียงกันบ่อยแท้ๆ แล้วก็ ฉันมีของที่จะให้นายด้วย

      อะไรล่ะ ? การ์ดแต่งงานเหรอ หรือว่าโปรแกรมทัวร์ฮันนีมูนล่ะ

      หลับตาแล้วแบมือทำท่าแบบขอทานซาวามูระสั่ง

            หา ?ฉันเลิกคิ้ว ซาวามูระเดินเข้ามาใกล้แล้วดึงกระป๋องกาแฟไปจากมือฉัน 

      แบมือเดี๋ยวนี้!!!” เขาสั่งเสียงเข้ม ฉันที่ขมวดคิ้วจนเป็นปมมากที่สุดเท่าที่เคยทำก็หลับตาลงแล้วแบมือตามที่เจ้าตัวสั่ง

      อะไรก็ตามที่วางอยู่บนมือฉันตอนนี้ฉันก็ขอเดาตามความรู้สึกเลยว่ามันคือดอกไม้ แถมหลายดอกเลยด้วย

            เอ้า ลืมตาได้แล้ว

      ฉันลืมตาขึ้นช้า ๆ แล้วมองดอกไม้ในมือ

            ดอกกุหลาบบานหนึ่งดอกและตูมสองดอก   หมายถึง  นี่คือความรักของฉันที่แอบซ่อนอยู่

 ดอกกุหลาบสีส้ม  หมายถึง  บอกความในใจถึงความรักและสิ่งที่ผ่านมา

 ดอกกุหลาบบานสีแดง  หมายถึง  ฉันรักนายเข้าแล้ว

 และดอกสุดท้ายคือ ดอกกุหลาบสีแดงที่โรยแล้ว  หมายถึง  ความรักของเรานั้นจบลงแล้ว

 ฉันมองดอกกุหลาบทั้งหมดสลับกับมองดวงตาที่สั่นไหวของซาวามูระ

คงรู้ความหมายของทุกดอกสินะ…[ ฉันมีความรักที่มีต่อนายซ่อนอยู่ ฉันอยากจะบอกความในใจของฉันมาตลอด ว่าฉันรักนายเข้าแล้ว แต่ว่าสุดท้ายความรักของเราก็จบลงไปแล้ว ] เข้าใจใช่ไหม

อืม เข้าใจสิ เข้าใจดีเลยล่ะฉันตอบยิ้มๆ  ตอนนั้นนายก็เข้าใจความหมายที่ฉันให้ใช่ไหม ?  [ ฉันรักนายตั้งแต่แรกพบ ฉันชอบความร่าเริงของนาย ฉันรู้สึกขอบคุณที่นายช่วยฉันด้านความรู้สึกหลายๆอย่าง ฉันแอบรักนายอยู่ ฉันอยากจะขอโทษที่ตวาดนาย ที่ทำให้นายหมดความเชื่อใจ และอยากให้นายยกโทษให้ฉัน ฉันคิดถึงนาย ยิ่งนานวันไปฉันก็รู้ว่าฉันไม่อาจห้ามใจไม่ให้คิดถึงนายได้  และในใจฉันไม่เคยหยุดรักนายเลย ] นายก็เข้าใจสินะ

ฉันหยิบช่อกระดาษที่บรรจุดอกไม้ยื่นให้ซาวามูระ เจ้าตัวรับแล้วแกะออกดู

ดอกกุหลาบสีขาว  หมายถึง  ฉันรักนายโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน

ดอกกุหลาบสีชมพูอ่อนและขาว เมื่อรวมกัน   หมายถึง  ฉันจะรักนาย และจะรักตลอดไป

มิยูกิ----” ซาวามูระกำลังจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ฉันก็ส่ายหน้าแล้วพูดแซง

ไม่ต้องพูดอะไรหรอก แค่นายฟังฉันอย่างเดียวก็พอฉันกลืนน้ำลายหนึ่งครั้ง จ้องเข้า

ไปในดวงตาของซาวามูระแล้วก็ยิ้มออกมา  นายไม่ต้องรู้สึกเสียใจหรือแย่หรอกนะ คนที่นายเลือกน่ะคือคนที่ดีที่สุดของนายแล้ว คือคนที่จะดูแลนายได้ตลอดไป ตลอดชีวิต และรักนายมาก ๆ นายเองก็รักรุ่นพี่คริสมาก ๆ เพราะงั้นทั้งนายและรุ่นพี่คริสก็เป็นคู่ที่เหมาะสมกัน ทั้งมีความรักที่ดีให้กัน เพราะงั้นมีความสุขมาก ๆ นะ ซาวามูระฉันพูดจบก็ยังคงยิ้มให้ ยิ้มอยู่อย่างนั้น

            แต่ภายในใจน่ะแปล๊บ แปล๊บ แปล๊บ

            หัวใจของฉันเต้นรัวและเหมือนมีเข็มนับพันมาทิ่งแทง ไม่ใช่ทิ่มแทงทีเดียวจบ แต่ค่อยๆทิ่มแทงเพื่อทวีความเจ็บขึ้นไปเรื่อย ๆ จนหัวใจแทบจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ

            ว่าแล้วจะผ่านไปกี่ปี ฉันก็ยังทำใจไม่ได้จริง ๆฉันที่ยังคงยิ้มก็นึกในใจอย่างเจ็บปวด

            หน้านายใกล้จะร้องไห้แล้วนะมิยูกิซาวามูระกระซิบเบาๆ

            หา ? ฉันนี่นะ ฉันไม่เคยร้องไห้ นายก็เห็นอยู่ว่าจะเรื่องอะไรก็ไม่เคยร้องเลยสักครั้งฉันรีบเถียงกลับ ถึงจะรู้สึกว่าขอบตาร้อนนิด ๆ ก็เถอะ

            แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีน้ำตาหรอก ฉันเก็บอารมณ์ได้ในระดับนึงนะ

            ขอบคุณสำหรับดอกไม้นะมิยูกิ แล้วก็ขอบคุณสำหรับความหมายด้วย แต่นายจะไม่เสียใจแน่เหรอ ?ซาวามูระถือดอกไม้อย่างทะนุทถนอม

            มาถึงขั้นนี้มันก็ย้อนกลับไปไม่ได้อยู่แล้วนี่ ฉันไม่เสียใจหรอกอืม ไม่สิ เสียใจแต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากยิ้มและยอมรับนี่นาฉันยักไหล่แล้วถือดอกไม้ขึ้นมาโชว์ให้ชัด ขอบคุณสำหรับดอกกุหลาบทุกดอกนะ อย่างน้อยความหมายที่บอกรักก็ช่วยฉันไว้ได้มากแล้วล่ะ

       แล้วฉันกับซาวามูระก็ตกอยู่ในความเงียบ ไม่ได้พูดอะไร

            ผ่านไปสิบนาที หิมะก็เริ่มลง ฉันเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่มืดมิด หิมะลงมาอย่างช้าๆ ฉันมองการร่วงหล่นแล้วค่อยๆก้มมองตาม แล้วก็ยื่นมือออกไปเพื่อสัมผัสหิมะที่ตกลงมาเรื่อยๆ

            หิมะลงแล้ว เข้าไปในร้านกันเถอะซาวามูระพูด

            ฉันส่ายหน้า เก็บดอกไม้เข้าไปในเสื้อกันหนาว แล้วซุกมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ

            ฉันจะกลับแล้ว นายเข้าไปเถอะ รีบ ๆ เข้าไปด้วยฉันพูดจบก็เดินเข้าไปใกล้แล้วลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆ  ไว้เจอกันตอนงานแต่งนายแล้วกันนะ ขอตัวกลับก่อนล่ะ ฝากบอกพวกในร้านด้วยฉันลูบไปพูดไปจนจบก็ชักมือกลับเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ แล้วหันหลังเพื่อที่จะกลับ

            เดี๋ยว รอก่อนมิยูกิซาวามูระเรียก ฉันที่ก้าวไปห้าก้าวแล้วก็ชะงักแล้วหันกลับไป

            ซาวามูระวิ่งเข้ามา แล้วยื่นผ้าพันคอจ่อหน้าฉัน

            มันหนาวนะ คลุมคอไปซะ

            ไม่ต้องหรอกน่า นี่มันของนายนี่ เดี๋ยวฉันก็ถึงบ้านแล้ว นายน่ะรีบๆ เข้าไปในร้านได้แล้ว

      ให้ตายสิ นายนี่มันน่าโมโหชะมัดซาวามูระทำหน้าไม่พอใจ แล้วในฉับพลันเขาก็คล้องผ้าพันคอที่คอฉันทันทีแล้วก็ทบกันเรียบร้อย

            ฉันที่นิ่งอึ้งอยู่ก็ค่อย ๆ เลื่อมือมาแตะ ๆ ผ้าพันคอ

            ขอบคุณฉันตอบกลับแบบอุบอิบ อุ่นดีแฮะ

      อุ่นใช่ไหมล่ะ ไม่ต้องคืนด้วย ฉันให้นาย นายแน่ใจนะว่าจะไม่ฉลองกันต่อจริง ๆ น่ะ?

            อืม จะกลับไปทำงานค้างให้เสร็จ จะได้ลางานไปพักผ่อนได้ยาว ๆ สักทีไงฉันพูดพลางเกาหัว  นายเองก็ดูแลตัวเองด้วย เข้าใจไหม บ้าแค่ไหนแต่หวัดก็ไม่สนว่านายเป็นคนบ้าหรอกนะ อย่าเชื่อคำว่าคนบ้าไม่ป่วยล่ะ

       หนอย หาว่าฉันบ้าอีกแล้วนะ

       ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ  ฮะ ๆ อะไรกัน อีกแล้วงั้นเหรอ ห้าปีแล้วนะที่ฉันไม่ได้ว่านายน่ะ

       ฉันพูดจบก็ไม่ได้กล่าวลาอะไรอีก ฉันหันหลัง แต่แล้วมือที่ยังไม่ทันซุกเข้าไปในกระเป๋าเสื้อก็โดนซาวามูระคว้าไว้

            นายจะรีบกลับจริง ๆ เหรอ ไม่บ่อยนะที่พวกเราจะได้มาฉลองแบบนี้น่ะ

            ฉันนิ่งอึ้งอีกครั้ง ดวงตาของคนตรงหน้ามีความเว้าวอนอยู่ในนั้น

            แต่ฉันจะอยู่ให้ตัวฉันเจ็บไปมากกว่านี้ทำไมล่ะ พอแล้ว พอได้แล้ว!!!

       พอแล้ว!!!…พอเถอะพอสักทีได้ไหมนายน่ะ ทำไมชอบรั้งฉันไว้ แค่นี้ฉันยังเจ็บไม่พออีกเหรอฉันฉันไม่อยากเห็นนายหัวเราะกับรุ่นพี่คริส  เพราะงั้นนะอย่าให้ฉันเจ็บไปมากกว่านี้เลยซาวามูระ ฉันน่ะอยากจะเรียกชื่อนาย แต่ไม่มีสิทธิ์ และเพราะไม่มีสิทธิ์ฉันถึงไม่อยากจะอยู่ในนั้น ที่อบอุ่นแบบนั้น ฉันไม่อยากจะอยู่ เพราะงั้นหยุดทำร้ายฉัน ให้มันพอแค่ตรงนี้จะได้ไหม ?

            เพราะถ้ามากกว่านี้ก็คงเกินกว่าทีฉันคนนี้จะรับไหวแล้ว

      ฉันขึ้นเสียงกับซาวามูระในประโยคแรก แต่ตอนจบนั้นช่างแผ่วเบาแทบไม่ได้ยินนอกจากเสียงผู้คนและรถที่ผ่านไปมา หิมะเริ่มหนาตามากขึ้นจนแว่นมัว ฉันชักข้อมือที่โดนจับอยู่กลับมา แล้วดึงแว่นออกหยิบผ้าเช็ดแว่นมาเช็ดเลนส์ที่มัว

            มิยูกิคนตรงหน้าเรียกฉัน ฉันเงยหน้ามองทั้ง ๆ ที่ทุกอย่างมัวไปหมด

            ว่ามาสิฉันพูด ตาแพ่งมอง แต่มือยังคงเช็ดแว่นอยู่

            ฉันขอโทษที่พูดอะไรไม่ดีออกไปทำให้นายไม่สบายใจแล้วก็เจ็บเพราะฉันนะ

       ฉันเช็ดแว่นเสร็จกำลังจะใส่แว่นก็ชะงักไป แล้วมองซาวามูระ

            อา มองอะไรไม่ชัดนี่มันก็ดีเหมือนกันนะ คนที่ฉันรักก็ไม่ชัดแล้วในสายตาฉัน แม้แต่ดวงตากลมโตนั่นฉันก็ไม่รู้ว่าเขากำลังแสดงอารมณ์แบบไหนออกมา

            ฉันคิดแบบนั้นแต่ก็ใส่แว่น แล้วก็รู้สึกว่าไม่น่าใส่เลย เพราะใส่แล้วเห็นทุกอย่างชัดไปหมด แม้แต่น้ำตาของคนตรงหน้าที่ไม่รู้ว่าเขาร้องออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่

            ถะถ้าตอนนั้นฉันใจเย็นกว่านี้ ฉันคงไม่ทำให้นายเจ็บ ฉันขอโทษนะ

      เฮ้ ไม่เอาน่า นายจะร้องไห้ทำไม ยิ่งร้องเพราะฉันด้วยแบบนี้น่ะ ฉันไม่อยากเห็นน้ำตาของนายที่ออกมาเพราะฉันนะฉันพูดจบก็ยื่นมือไปปาดน้ำตาอีกฝ่ายออกเบา ๆ แต่ก็ชะงักเพราะฉันไม่ได้เป็นอะไรกับคนตรงหน้า เป็นแค่รุ่นพี่ของเขาเท่านั้น มันเป็นความจริงที่ฉันต้องยอมรับอยู่แล้ว

            ฉันเลื่อนมือลงมาตบที่ไหล่ซาวามูระแทน

            มันไม่ใช่ความผิดของนาย ทุกเรื่องเลย เรื่องในวันนั้นที่ฉันตวาดนาย ทุกวันนี้ฉันก็ไม่ได้ขอโทษนายอย่างจริงจัง ถ้าตอนนั้นขอโทษนายได้ ถ้าตอนนั้นฉันห้ามลูกทีมที่พูดถึงนายได้ ถ้าตอนนั้นฉันพูดออกไปเลยว่ารักนาย ฉันคงไม่เจ็บแบบนี้เพราะงั้นไม่ต้องร้องนะ ยิ้มให้สมกับเป็นนายสิซาวามูระ

            ไม่ใช่ไม่ใช่แค่นายหรอก ถ้าตอนนั้นฉันกล้าพูดว่ารักออกไป ฉันคิดว่าวันนี้ทั้งฉันและนายคงกำลังหัวเราะด้วยกันอยู่ในงานเลี้ยง แล้วก็ให้ของขวัญครบรอบกัน

       หิมะยังคงตกลงมาอยู่ ซาวามูระปาดหน้าปาดตา จนในที่สุด เขาก็ยิ้มออกมาได้

            ฉันต้องกลับจริง ๆ แล้วซาวามูระฉันพูดกับเขา เขาหุบยิ้มลง

            งั้นเหรอ อืม งั้นก็โชคดีนะ ไว้เจอกัน

       รีบ ๆ เข้าไปได้แล้ว มันหนาวนะ แล้วนายก็ไม่มีผ้าพันคอแล้วด้วยฉันดุเขา

            นายไม่มีอะไรจะพูดกับฉันแล้วสินะ ?เขาถามแล้วยิ้มเล็ก ๆ ช่างเดาใจลำบากจริง ๆ

            เรื่องที่อยากจะพูดเหรอ ก็มีแค่คำบอกรักนายเท่านั้นแหละ ฮะฮะฮะฉันพูดแล้วหัวเราะ

            ความจริงมากกว่าบอกรัก คือการได้อยู่กับนาย อยากอยู่กับนายให้นานกว่านี้ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะอยู่เคียงข้างด้วยกันตลอดไปเหมือนที่วาดฝันเอาไว้ แต่ตอนนี้มันก็แค่วิมานลม ๆ แล้ง ๆ ที่ฉันวาดเองและเจ็บเอง

          อย่างน้อยที่สุดตอนนี้นอกจากบอกรักแล้วก็คงเป็นการได้สัมผัสร่างอุ่น ๆ ของนายเป็นครั้งสุดท้าย เพราะฉันคงไม่มีโอกาสแบบนั้นอีกแล้ว ไม่ต้องจูบเพื่อให้รู้สึกดีไปกว่านี้ แค่กอดเบา ๆ ก็ทำให้ฉันคนนี้ไม่ต้องการอะไรจากนายอีกแล้ว

          ฉันที่คิดอย่างนั้นแต่ก็ไม่ได้พูดออกไป แต่ยักไหล่ให้แล้วยิ้ม

            แน่นะ? มิยูกิเขาถามย้ำ ๆ แต่ฉันก็ไม่อยากจะพูดถึงความปราถนาที่ไม่สำเร็จไปมากกว่านี้แล้วล่ะ

            อืม ไม่มีแล้ว

            นายต้องโกหกแน่ ๆ  นายในตอนนี้หัวเราะหรือยิ้มกลบเกลื่อนไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรหรอกนะ แววตานายไม่ได้มีความสุขเลยสักนิด เพราะงั้นให้ฉันคนนี้ที่ทำนายเจ็บได้ทำอะไรเพื่อนายเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ไหม

      นี่นายตื้อจริงนะฉันส่ายหัวเบา ๆ แต่เพราะคำพูดของเขาทำให้ฉันคิดหนัก

            โอกาสสุดท้าย จริงสินะ เจออีกทีก็งานแต่ง นี่คือโอกาสสุดท้าย

      จะชกฉันก็ได้นะ หรือนายจะด่าฉัน อะไรก็ได้ ให้ฉันได้ทำให้นายมีความสุขจากความเจ็บที่ฉันก่อบ้างสักเล็กน้อยก็ยังดี

       “…ถ้างั้นฉัน…” ตัวฉันเกิดอาการจุกที่ลำคอแทบพูดไม่ออก แต่มาถึงขนาดนี้แล้วก็คงต้องพ่นๆออกไปแล้วสินะ   ให้ฉันได้กอดนายเป็นครั้งสุดท้ายได้ไหม

       แค่กอด แค่กอดเองเหรอ ?เจ้าตัวตาโต แต่ฉันก็ไม่รอให้เขาถามอะไรอีก ในฉับพลันฉันก้าวเข้าประชิดตัวซาวามูระแล้วสวมกอดทันทีอย่างไม่ลังเลอะไรอีก

            ไออุ่นนี่มันทั้ง ๆ ที่หนาวขนาดนี้แต่ตัวนายก็อุ่นมากเลยนะ อา แค่นี้ล่ะ แค่นี้ก็พอแล้ว ไม่ต้องมากไปกว่านี้ ไม่ต้องหอมแก้ม หรือจูบ หรือทำอะไรมากไปกว่านี้ แค่กอดนี้ในวินาทีนี้ที่ฉันอยากจะทำมาตลอด เพราะฉันไม่มีสิทธิ์หวังอะไรไปมากกว่านี้

            ฉันรักนายและฉันจะรักนายตลอดไปฉันพูดอย่างแผ่วเบาแล้วกระชับกอดให้แน่นขึ้น

            ความอบอุ่นนี่ แค่นี้ก็มากพอ ฉันไม่ต้องการอะไรไปมากกว่านี้อีกแล้วล่ะ สำหรับตัวฉันน่ะ คนที่ไม่ดีอย่างฉันน่ะ ได้สวมกอดนายอีกครั้ง แม้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ทำแบบนี้ได้ แค่นี้ก็ดีแล้ว แค่นี้ก็ดีมาก ๆ แล้วล่ะ

            เพราะฉันรักโดยไม่หวังอะไรตอบแทน แค่กอดนี้ แค่กอดนายตอนนี้ก็พอแล้ว ขอบคุณนะ แล้วก็ลาก่อนนะ ฉันพูดจบก็ค่อย ๆ คลายกอดออกแล้วถอยหลังไปช้าๆ

            ขอบคุณขอบคุณสำหรับทุก ๆ อย่างนะ ฉันน่ะมีความสุขมาก ๆ แล้วล่ะซาวา---”

      เรียกชื่อฉันก็ได้นะเขาขัดก่อนที่ฉันจะพูดจบ

            ในใจฉันที่เต้นสั่นไหวและเจ็บปวดไปหมด เพราะเรียกชื่อนายได้ในนาทีสุดท้าย

            ฉันมีความสุขมากๆ เลยล่ะเอจุน ขอบคุณนะ ทั้งผ้าพันคอ กอด แล้วก็ทุกอย่างเลย

       อื้ม ฉันดีใจ ที่นายยิ้มให้ฉันเสมอนะซาวามูระพูดแล้วฉีกยิ้มกว้าง

            ฉันยิ้มตอบ แล้วก็หันหลังก้าวเดินจากไป

            ฉันไม่มองไปข้างหลังอีก แม้ว่าซาวามูระจะตะโกนมาว่า ไว้เจอกัน

 

-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-

 

            เดือนเมษายน 

            ในขณะที่ซากุระกำลังผลิบาน ก็ถึงงานแต่งเล็ก ๆ ของรุ่นพี่คริสและซาวามูระ

      เพราะที่ญี่ปุ่นยังไม่มีกฎหมายให้คนเพศเดียวกันจดทะเบียนสมรสได้ ทำให้งานแต่งนี้เป็นงานแต่งเล็กๆ ที่จัดไกลถึงจังหวัดนากาโนะบ้านเกิดของซาวามูระ เป็นงานแต่งที่ไม่ได้เชิญแขกมาร่วมมากมาย คนที่มาคือเพื่อนสมัยมัธยมเป็นส่วนใหญ่

            ฉันมาก่อนงานแต่งสี่วัน มาค้างที่บ้านซาวามูระเพราะเจ้าตัวชวน และรุ่นพี่คริสก็ชวนด้วยเช่นกัน ฉันที่เคลียร์งานล่วงหน้าก็ลางานเพื่อที่จะมาอยู่ในช่วงเวลานี้ ซึ่งรู้สึกดีที่ได้มา เพราะทั้งได้เที่ยวได้พักผ่อน ได้หนีจากงานที่ต้องทำทุกวัน ๆ  ทำให้ฉันรู้สึกดีมาก ๆ

            แต่ถ้าพูดว่าทำใจได้หรือยังคำตอบคือ ฉันยังทำใจไม่ได้

            แล้วทำไมฉันถึงมาทนดูภาพบาดตาบาดใจนี่ล่ะ ?

            เพราะฉันพยายามทำใจไงล่ะ

      มันไม่ง่ายหรอกที่คนเราจะเห็นคนที่เคยรักและตอนนี้ยังรักอยู่ไปรักกับคนที่ไม่ใช่ตัวเรา แต่ฉันก็คิดว่าอย่างน้อยฉันก็ควรให้ตัวเขามีความสุขในแบบที่เขาเลือก

            แค่เห็นนายมีความสุขดี ฉันก็พอจะทำใจได้แล้วล่ะ

         

            ณ ตอนนี้ก็มาถึงพิธีสำคัญ เป็นการแต่งงานแบบคริสต์

            ตัวฉันที่นั่งอยู่แถวหลังสุดก็แทบไม่ได้คุยกับใครเลย

            ในที่สุดพิธิก็เริ่ม ซาวามูระเดินเข้ามาในชุดสูทที่ตัดอย่างดี ใบหน้ายิ้มแย้มของเขาและดวงตากลมโตที่มีประกายภายในนั้น ไม่ได้มองมาที่ฉันที่นั่งใกล้เขาที่สุด แต่สายตาของเขาทอดยาวไปหาเจ้าบ่าวที่ยืนรออยู่ที่แท่นพิธี

            เขาค่อย ๆ เดินผ่านฉันที่นั่งอยู่ไปอย่างช้า ๆ แต่มีมาดความสง่าและงดงามออกมา ส่วนรุ่นพี่ คริสวันนี้ไม่ได้เซ็ตผม แต่ไว้ผมทรงเดิมที่เคยไว้ตอนมอต้น เป็นทรงผมที่ฉันคิดว่าดูดีมากและรุ่นพี่ก็มีใบหน้าที่ยิ้มออกมาเมื่อซาวามูระเดินเข้าไปใกล้แท่นพิธีเรื่อย ๆ

            อาทั้งคู่ช่างเหมาะสมกันจริง ๆ เลยนะ

            ทั้งมีความรักดีๆ ต่อกัน ต่างจากฉันที่ตอนนี้หัวใจชาหนึบแทบไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว

            ทาคิงาวะ คริสยู จะรับ ซาวามูระ  เอจุน เป็นภรรยาหรือไม่ บาทหลวงพิธีผู้เป็นพยานรักเอ่ยดังก้อง

       รุ่นพี่คริสและซาวามูระจับมือกัน สายตาที่จดจ้องกัน แล้วทั้งคู่ก็ยิ้มออกมา

            เจ้าบ่าวผู้หล่อเหลานั้นในวันนี้ไม่ได้มีใบหน้านิ่งสนิทเหมือนที่ผ่านมา แต่กลับยิ้มออกมาอย่างยินดีที่สุด แล้วมือของเขาก็ลูบไล้ใบหน้าคนรักตรงหน้าเบา ๆ อย่างอ่อนโยน

            ฉันก้มมองมือที่สั่นของฉันแทน

          รับครับรุ่นพี่คริสตอบ

            แล้วคุณ ซาวามูระ  เอจุน จะรับทาคิงาวะ คริสยู เป็นสามีหรือไม่

      ซาวามูระยิ้มกว้างแต่ก็มีริ้วรอยความเขินปรากฏขึ้นบนแก้มที่ตอนนี้แดงเรื่อราวกับลูกตำลึงที่กำลังสุดได้ที่ เจ้าตัวหลบตารุ่นพี่คริสที่จ้องอย่างจริงจัง แต่ก็ตอบออกไป

            รับครับ

            ขอประกาศให้ทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน

      เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีดังกึกก้อง ฉันค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมา ก็พบว่าทั้งสองกำลังจูบกันเพื่อเป็นการประกาศว่าทั้งคู่ได้เป็นสามีภรรยากันแล้ว

            ฉันนิ่งค้างกับภาพระยะไกลที่มองเห็น

            ฉันถอดแว่นออกเพื่อไม่ให้มองชัด ปากสั่นระริก หัวใจเต้นแรงแต่เป็นการเต้นที่เจ็บปวด

            ฉันมันโง่เง่าที่สุด ทำใจได้งั้นเหรอ เห็นว่าเขามีความสุขกันแล้วฉันก็บอกว่าฉันทำใจได้เหรอ ฉันนี่มันเป็นคนตลกจริง ๆ ฉันทำใจไม่ได้อย่างที่ปากพูดเลยสักนิด ฉันไม่สามารถยิ้มและโห่ร้องและแสดงความยินดีได้เลย

            ฉันลุกขึ้นแล้วหันหลัง สวมแว่นให้ดีแล้วเดินไปที่ประตู ผลักประตูโบสถ์ออกไป

            ไม่มีใครทันสังเกตว่าฉันออกมา เพราะทุกคนมัวแต่แสดงความยินดีกับรักของทั้งสอง

            ฉันไม่ได้เดินกลับเข้าไปอีก ฉันเดินไปขึ้นรถเมล์กลับไปที่บ้านซาวามูระ แม้จะรู้ดีว่าตอนนี้บ้านล็อคประตูเพราะทุกคนอยู่ที่งาน แต่ฉันก็อยากจะหนีให้ไกลเพื่อไม่ต้องเห็นภาพทั้งสองจูบกัน

            ฉันเดินไปร้านสะดวกซื้อแล้วซื้อบุหรี่มาหนึ่งกล่องกับไฟแช็ค แล้วอัดควันเข้าเต็มปอดแทบสำลัก เพราะฉันไม่ได้สูบบ่อย ๆ ฉันไม่ค่อยชอบสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์อยู่แล้ว แต่เวลาที่รู้สึกเครียด ๆ แบบนี้ฉันก็อยากได้ควันมาอัดปอดสักสองสามมวนเพื่อให้รู้สึกดีขึ้น

 

            ช่วงบ่าย ๆ  ฉันถึงจะกลับไปที่บ้านซาวามูระเพื่อช่วยยกของและเตรียมของเพื่องานกินเลี้ยงช่วงเย็นที่โรงแรม

            ฉันช่วยยกของขึ้นรถและรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดสูทอีกชุดเพื่อไปงานเลี้ยงรอบเย็น

            มิยูกิคุงจะไปงานเองหรือว่าจะไปพร้อมกันเลยจ๊ะคุณแม่ของซาวามูระถาม

            อ่อ ผมจะตามไปทีหลังครับฉันตอบ

            เหรอจ๊ะ ฝากล็อคบ้านด้วยนะจ๊ะ นี่กุญแจจ้ะ ขอบคุณที่มาช่วยงานตลอดเลยนะ งานออกมาดีได้เพราะมิยูกิคุงเลยนะ ขอบคุณที่คอยประสานงานนะจ๊ะ ทั้งช่วยติดต่อโรงแรมกับพิธีกรให้อีก

      ไม่เป็นครับ ผมยินดีครับ เพราะไง ๆ ก็รุ่นพี่รุ่นน้องที่สนิทกันอยู่แล้ว เอ่อคุณน้าครับ มีร้านดอกไม้ใกล้ ๆ ไหมครับ?

      ร้านดอกไม้เหรอจ๊ะ เอ ที่งานคริสคุงก็สั่งดอกไม้ไปจัดแล้วนี่จ๊ะ ไม่พอเหรอ?

            ผมจะซื้อดอกไม้ไปให้คู่บ่าวสาวน่ะครับแหะ ๆ แสดงความยินดีน่ะครับฉันเกาแก้ม

            มีจ้ะ เดี๋ยวเอาแผนที่ให้นะ

       แล้วคุณแม่ซาวามูระก็หายเข้าไปในบ้านห้านาที แล้วก็ออกมาพร้อมแผนที่

            ตามนี้นะจ๊ะ ที่วงไว้คือร้านดอกไม้ ไปงานให้ทันนะจ๊ะ เพราะมิยูกิคุงก็ต้องอวยพรให้คู่บ่าวสาวบนเวทีนะ

      ครับ ขอบคุณมากครับคุณน้าฉันพูดจบก็โค้งให้ แล้วคุณแม่ของซาวามูระก็ไปขึ้นไปนั่งบนรถเพื่อไปรอล่วงหน้าที่โรงแรม

 

            ฉันสูบบุหรี่มวนสุดท้ายในกล่องแล้วไปล้างหน้า แล้วก็ตัดสินใจเปลี่ยนชุดสูทอีกครั้งเพราะว่าตัวที่ใส่อยู่มีกลิ่นบุหรี่ เมื่อล็อคบ้านเรียบร้อยดีแล้วฉันก็ไปตามแผนที่

            ร้านดอกไม้เบื้องหน้าเป็นร้านหรูหราและใหญ่ ฉันก้าวเข้าไปในร้าน

            สวัสดีค่ะคุณลูกค้า ไม่ทราบว่าสนใจดอกไม้อะไรหรือคะ ?

      ครับ ผมต้องการดอกไม้ไปแสดงความยินดีให้คู่บ่าวสาวน่ะครับ

 

       หลังจากซื้อเสร็จแล้ว ฉันก็ล่วงหน้าไปงาน กำชับกับทางร้านว่าให้เอาไปส่งให้ที่โรงแรมเพื่อที่ฉันจะได้ไม่ต้องถือให้เด่นในงาน

            ฉันถึงงานพอดีกับงานเริ่ม ฉันเดินไปนั่งที่ตำแหน่งรายชื่อที่จัดไว้ให้ แล้วก็เริ่มกิน เพราะทั้งวันฉันยังไม่ได้กินอะไรเลย

            ลำดับต่อไป ขอเชิญ มิยูกิ  คาซึยะ  อดีตกัปตันเบสบอลเซโดขึ้นมากล่าวแสดงความยินดีให้กับคู่บ่าวสาวครับ

       ฉันลุกขึ้นเดินไปที่เวที คุราโมจิที่พูดแสดงความยินดีก่อนหน้าฉันก็ยื่นไมค์ให้ฉัน แล้วคุราโมจิก็เดินลงจากเวทีไป

            ฉันรู้อยู่แล้วว่าเวลานี้ต้องมาถึง เวลาที่ฉันต้องแสดงความยินดีกับทั้งสอง

      ขอแสดงความยินดีกับรุ่นพี่คริสและซาวามูระที่ได้แต่งงานกันนะครับฉันพูดประโยคแรก คู่บ่าวสาวที่นั่งเยื้องไปบนเวทีก้มขอบคุณตามธรรมเนียมพิธี

            ผมยินดีมาก ๆ ที่ได้มาเป็นพยานในพิธีแต่งงานทั้งสองนะครับนี่ฉันกำลังพูดอะไรกันหลังจากชัยชนะที่ซาวามูระสร้างไว้ให้กับชมรม ผมรู้สึกขอบคุณมาตลอดที่เขาได้ช่วยให้เซโดชนะและเป็นแชมป์ และรุ่นพี่คริส ผมก็ขอขอบคุณที่คอยช่วยแนะนำผมมาตลอด

            ฉันกลืนน้ำลายหนึ่งครั้งแล้วพูดต่อ  ผมได้รู้จักกับรุ่นพี่คริสครั้งแรกนั้นตอนที่ผมอยู่มอต้น เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยม สมกับเป็นที่ปรึกษาให้กับเซโด และก็เหมาะสมกับโค้ชทีมชาติ และตอนนี้ผมยอมรับว่าเขาคือคนที่ทำให้ซาวามูระมีความสุขที่สุดครับฉันเว้นวรรค แล้วก็มองไปที่ซาวามูระ  ส่วนซาวามูระ ผมได้รู้จักเขาครั้งแรกตอนที่ผมอยู่มอปลายปีหนึ่ง เขามาเซโดเพราะมาสำรวจโรงเรียนว่าจะเรียนต่อไหม นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้จับคู่แบตเทอรี่กับเขา

        ซาวามูระเป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็งและจิตใจที่อ่อนโยน และเขาก็มีความรักที่ดีต่อรุ่นพี่คริส ผมคิดว่าทั้งสองเป็นคู่รักที่ดีและเหมาะสมกันมาก ๆหยุดนะคาซึยะ ตัวฉันกำลังเจ็บที่หัวใจนะ ผมขอขอบคุณซาวามูระที่ขว้างลูกที่ดีและสุดยอดมาให้ผมซึ่งเป็นแคชเชอร์ได้รับ ผมไม่เคยเสียใจที่ได้รับลูกขว้างของเขา ผมไม่เคยเสียใจที่ได้รู้จักเขา และผมรู้สึกยินดีที่สุดที่คนที่ผมรักทั้งสองได้ครองรักกัน ในฐานะเพื่อน จะขอดื่มให้กับทั้งสองครับ

       ฉันกวักมือเรียกพนักงานเสิร์ฟให้เอาค็อกเทลมาให้ผมบนเวที ผมรับมาแล้วชูแก้วขึ้นสูง

            ขอให้ทุกท่านหยิบแก้วของทุกท่านขึ้นเพื่อแสดงความยินดีแก่ทั้งสองครับ

       ทุกคนในงานทำตาม

            ยินดีด้วยครับผมพูดแล้วชูแก้วขึ้นสูง ทุกคนในงานพูดตามแล้วกระดกเครื่องดื่มในมือ

            และสุดท้ายนี้ ผมขอมอบดอกไม้ให้กับทั้งสองเพื่อเป็นของขวัญครับฉันพูดจบก็กวักมือเรียกคนส่งดอกไม้ให้เอาดอกไม้มาให้ฉัน ฉันรับมาแล้วเดินไปหาคู่บ่าวสาว

            ดอกคาเนชั่นสีขาว  หมายถึง  ชื่นชม ยินดี

ดอกโบตั๋น  หมายถึง  ขอให้ชีวิตแต่งงานมีความสุข

รุ่นพี่คริสและซาวามูระรับช่อดอกไม้ และฉันก็จับมือทั้งสอง

ยินดีด้วยนะฉันพูดแล้วฝืนยิ้ม

รุ่นพี่คริสยิ้มให้ฉัน แล้วเขาก็จับมือซาวามูระ แล้วทั้งสองก็ดึงฉันไปกอดแน่น

ขอบใจนะมิยูกิรุ่นพี่คริสพูด

ฉันดีใจที่มีนายเป็นเพื่อนนะมิยูกิ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างซาวามูระพูด

ฉันรู้สึกเหมือนโดนของหนัก ๆ หล่นใส่ที่อกซ้าย แล้วทั้งสองก็คลายกอดออก ฉันเดินไปที่ไมค์อีกครั้ง แล้วก็ฝืนยิ้มอีกครั้ง แต่คงไม่มีใครรู้ว่าฉันฝืนยิ้มออกมา

ผมรู้สึกดีใจที่ทั้งสองมีความสุขครับ ผมเคยคิดว่าความรักมันบ้า  อ่า ตอนนี้มันก็เป็นเรื่องบ้าๆอยู่ดี ที่ผมรู้สึกว่ามันบ้าคือการที่เราเจอใครสักคนที่ต่างกับเราโดยสิ้นเชิง แต่เรากลับรักและชอบสิ่งที่ตรงข้ามกับตัวเราครับ  แต่เป็นเรื่องบ้าที่น่ายินดีที่สุด เป็นสิ่งที่ดีที่สุด เป็นสิ่งที่มีความสุขที่สุด เพราะงั้น…” ฉันหันไปทางคู่บ่าวสาวอีกครั้ง แล้วยิ้มกว้าง  มีความสุขตลอดไปนะ และรักกันยันแก่เฒ่านะ

ฉันลงมาจากเวที การอวยพรของฉันผ่านไปด้วยดี ฉันดีใจที่ฉันยั้งปากทัน เกือบเผลอตะโกนว่ายังไงฉันก็ยังรักนายอยู่ดีนะซาวามูระ

ฉันเดินออกไปนอกงาน คนส่งดอกไม้ส่งช่อดอกไม้อีกหนึ่งช่อที่ฉันสั่งไว้ ฉันกะให้ซาวามูระเมื่อมีโอกาส แต่ไม่ใช่กลางเวทีเมื่อกี้

ผ่านไปจนดึก ผู้มาร่วมงานก็กลับกันไปเกือบหมดแล้ว เหลือแต่พวกชมรมเซโดบางคนที่ยังดื่มอยู่

ซาวามูระกำลังคุยอยู่กับฟุรุยะและโคมินาโตะคนน้อง ฉันอาศัยจังหวะนี้ที่เจ้าตัวไม่ได้อยู่กับรุ่นพี่คริส เดินเข้าไปสะกิดเบา ๆ

ซาวามูระหันมามองอย่างงง ๆ ฉันยิ้มออกมาเล็ก ๆ  มาด้วยกันหน่อยได้ไหม ฉันมีของจะให้  ฉันพูดแล้วชี้ไปที่ประตูทางออก ซาวามูระมองตามนิ้วไปแล้วก็หันมาพยักหน้า ฉันจึงเดินนำออกไป

เมื่อออกมาแล้ว ฉันก็สูดลมหายใจลึกๆ เพื่อให้มีแรงพอที่จะพูด

ซาวามูระ ขอแสดงความยินดีอีกครั้งนะ

อะไรกันมิยูกิซาวามูระขำออกมา  นายยังแสดงความยินดีไม่พออีกเหรอ?

ฉันส่ายหน้า  ต่อให้พูดว่ายินดีอีกล้านครั้งฉันก็พูดได้ แต่ในใจนี่สิ คงจะแตกเป็นเสี่ยงๆ สำหรับฉันน่ะ ให้นายเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอหรอก ที่ฉันรักนายน่ะ

แล้วทั้งฉันและซาวามูระก็ตกอยู่ในความเงียบ

ฉันหยิบดอกไม้ที่วางอยู่ที่เก้าอี้มายื่นให้ซาวามูระ

ดอกไฮยาซินท์  หมายถึง  ความรักที่ไม่เคยเปลี่ยนแปร

และดอกไฮเดรนเยียที่เมื่อครั้งนั้นซาวามูระไม่ได้รับไว้

นี่นาย…” ซาวามูระกำลังพูด แต่ฉันโบกมือเป็นเชิงไม่ต้องพูดอะไร

ไม่ต้องพูดอะไรหรอก แต่ช่วยรับไว้ด้วย ดอกไฮยาซินท์ที่หมายถึง [ ความรักที่ไม่เคยเปลี่ยนแปร ] และดอกไฮเดรนเยียที่หมายถึง [ ในใจฉันไม่เคยหยุดรักนาย ] ตอนนั้นนายไม่ได้รับไว้ ช่วยรับไว้ด้วยเถอะนะ ซาวามูระ

ซาวามูระยื่นมือมารับ เมื่อรับไปแล้วเขาก็ยิ้มออกมา

ขอบคุณนะมิยูกิ

อื้ม แล้วก็ นี่ด้วยฉันพูดจบก็ล้วงเข้าไปในชุดสูทของฉัน หยิบของที่ต้องการจะให้ออกมา

สร้อยคอเส้นหนึ่ง จี้ของสร้อยมีดอกไม้เล็ก ๆ สีขาวอยู่ข้างใน

ฉันยื่นให้ ซาวามูระรับอย่างงง ๆ

นายจะให้เยอะไปหน่อยไหมเนี่ย อ๊ะ แต่สร้อยสวยนี่นา เอ๊ะ นี่มันดอกฟอร์เก็ตมีน็อต

ใช่ ตัวจี้ใส ๆ นี่ข้างในเป็นดอกฟอร์เก็ตมีน็อต ดอกไม้จริง ๆ เลยที่ใส่ไปในจี้ ฉันว่าตัวสร้อยเหมาะกับนายดี และก็ ความหมายของมันที่ฉันไม่อยากให้นายลืมฉันฉันพูดไปเรื่อย ๆ ในอกซ้ายเต้นรัว แต่ก็ราวกับโดนเข็มนับพันทิ่มแทงอย่างหนัก ฉันเหมือนค่อย ๆ ลิ้มรสความเจ็บช้า ๆ

ฉันจะลืมนายได้ยังไงมิยูกิ ก็นายคือ รักแรกของฉันนี่นาซาวามูระยิ้มให้แล้วชูสร้อยแกว่งไปมา  ใส่สร้อยให้ฉันสิเขายื่นสร้อยมาให้ฉัน ฉันรับแล้วก็สวมสร้อยให้ซาวามูระ

อื้ม เหมาะกับนายจริง ๆฉันพยายามยิ้มเมื่อใส่สร้อยให้เสร็จ  เดี๋ยวนายต้องไปเต้นรำรุ่นพี่คริสนะ

หา? เต้นรำ นี่งานก็เลิกแล้วนะซาวามูระอ้าปากค้าง

ใครว่าล่ะ ฉันไม่ได้เตรียมแค่สร้อยให้นายนี่ มาเถอะฉันพูดจบก็คว้าข้อมือซาวามูระแล้วลากเข้าไปในงาน

เฮ้ เดี๋ยวซาวามูระพยายามสะบัดข้อมือ แต่ฉันก็ลากเจ้าตัวไปหารุ่นพี่คริส

รุ่นพี่คริสครับ ไปยืนกลางฟอร์ลเต้นรำเลยครับ

อะไรนะรุ่นพี่คริสขมวดคิ้ว

ไปยืนตรงนั้นทั้งคู่เลยครับฉันพูดจบก็ดันทั้งสองไปยืนตรงหน้าเวทีที่เป็นพื้นที่โล่ง  บ่าวสาวประจำตำแหน่งแล้ว เอ้า เพลงมาฉันตะโกนไปฝ่ายเครื่องเสียงข้างเวที แล้วฉันก็รีบไปข้างเวทีเพื่อรับไวโอลีนมาจากคนคุมเสียงตรงข้างเวที แล้วสีตามเพลง Asu e no Tobira (เปิดเพลงประกอบด้วยนะคะ)

ฉันพยายามหาเวลาว่างเรียนหัดไวโอลีนหลายปี จนตอนนี้ก็สีได้หลายเพลงแล้ว

และเพลงที่กำลังบรรเลงอยู่นี้คือเพลงที่ฉันเลือกให้ทั้งสอง เป็นของขวัญอีกหนึ่งอย่างจากฉัน  ถึงความจริงแล้ว ฉันอยากจะเป็นคนเต้นรำอยู่ตรงนั้นเองก็เถอะ

เพลงบรรเลงเปิดแค่พอได้ยินเนื้อที่ร้องอยู่ มีเสียงเปียโนตามเพลง และเสียงไวโอลีนที่ฉันสี

[ ได้เห็นเธอที่น่าประทับใจมากกว่าคนอื่น   ทำให้ได้ค้นพบความรู้สึกครั้งแรกของตนเอง ]

[ ความอ่อนโยนใจดีของเธอได้ปกปิดหัวใจของฉันที่เต็มไปด้วยแผลสะเก็ต ]

[ หัวใจที่มีช่องว่างก็ถูกเติมเต็มไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ]

[ การกระทำที่ไม่ได้ตั้งใจที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ ]

[ อยากจะมองหน้าของเธอตอนที่เธอพูดถึงความฝัน   อยากยิ้มให้ความฝันของเธอ ]

[ การแกล้งทำใจแข็งที่ไม่มีที่ไป มันก็ยังสับสนอยู่ในหัวใจ ]

 

ฉันสีไวโอลีนไปด้วยความเจ็บปวด แต่นี่คือสิ่งเดียวที่ฉันทำได้ สิ่งที่ดีที่สุดที่ฉันจะมอบให้  ซาวามูระได้ แม้รู้ดีว่าเพลงนี้ที่ฉันเลือกมา มันเป็นเพลงที่มีความหมายดีที่เหมาะกับงานแต่งนี้ แต่ความหมายของมันก็ทำให้ฉันเจ็บกับประโยค [ อยากจะมองหน้าของเธอตอนที่เธอพูดถึงความฝัน   อยากยิ้มให้ความฝันของเธอ ] ฉันไม่สามารถเติมเต็มความฝัน ความรัก ของทั้งฉันและซาวามูระได้ แต่เพลงนี้ก็สามารถเติมเต็มความหมายของรุ่นพี่คริสและซาวามูระได้ เพราะอย่างนั้น ฉันถึงได้เลือกเพลงนี้ให้เป็นของขวัญแก่ทั้งสอง และเป็นเข็มที่แทงใจฉันอีกด้วย

เพราะทุกความหมายในเพลงนี้คือสิ่งที่ฉันทำให้นายไม่ได้นะซาวามูระ

 

[ ถึงแม้ความยาวของก้าวเดินของเราจะไม่เท่ากัน แต่เราก็เดินกันไปทีละก้าวนะ ]

[ เส้นทางที่เราสองคนเดิน เส้นทางที่ขรุขระ ]

[ Melody ของเราสองคนที่ได้ยินที่หูของเรา ]

[ กลั้นน้ำตาที่ไหลออกมา แล้วบอกกับเธอด้วยคำพูดที่มีทั่วไปว่า  ต่อจากนี้ เราอยู่ด้วยกันตลอดไปนะ ]

 

ฉันอยากจะร้องไห้ออกมา แต่ก็เพราะไม่เคยร้องไห้กับเรื่องใดเลย ทำให้ฉันสามารถกลั้นใจสีไวโอลีนต่อไปได้เรื่อยๆ

รุ่นพี่คริสพาซาวามูระเต้นไปรอบพื้นที่หน้าเวที แม้ว่าซาวามูระจะเต้นเก้ ๆ กัง ๆ ไปบ้าง แต่เจ้าตัวกำลังสนุก และหัวเราะเมื่อรุ่นพี่คริสจับตัวเขาหมุนตัว

ทำไมทำไมไม่ใช่ฉันที่จะเต้นรำกับนายที่จะหัวเราะกับนาย และมีความสุขกับนายนะซาวามูระ

ทำไมฉันถึงได้ปล่อยนายไปโดยไม่ไขว่คว้าไว้ในวันที่ยังพอมีโอกาส

ต่อจากนี้เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปงั้นเหรอประโยคนี้มันไม่ใช่ความหมายที่ฉันคูควรสินะ

แต่ว่ามันก็เหมาะกับนายและรุ่นพี่คริสมากเลยล่ะ

ถึงจะมีความคิดติดลบมากมาย แต่ตัวฉันก็ยังคงสีต่อไป เล่นเพลงต่อไป เพราะเพลงใกล้จะจบลงแล้ว

 

[ พอมารู้ตัวอีกที ก็มีลมที่อ่อนโยนพัดอยู่ในใจ ประตูไปสู่วันรุ่งขึ้นก็เปิดขึ้นช้า ๆ ]

[ คำพูดตอนนี้ก็อยู่เหนือกาลเวลา ทะลุผ่านคำว่าตลอดไป ]

[ ผ่านฤดูกาลที่เปลี่ยนไปหลายฤดูกาล จนถึงจุดหมายของเราสองคน  หลังจากการเดินทางแสนยาวนาน  มาเลี้ยงดูความรักที่เราสัญญากันไว้ ]

 

และเพลงก็จบลง การบรรเลงก็จบลง จบลงไปพร้อมใจของฉัน

ฉันโค้งหนึ่งทีเมื่อเพลงจบ มีเสียงปรบมือดังรอบทิศจากคนที่ยังอยู่ในงาน รวมถึงคู่บ่าวสาวที่ยิ้มให้ฉันและปรบมือไปด้วย

เป็นเพลงที่ยอดเยี่ยมมากเลยมิยูกิซาวามูระตะโกนมา

ความหมายเพลงดีมากเลยล่ะรุ่นพี่คริสพูด

ซาวามูระวิ่งไปข้างเวที แล้วคว้าไมค์ไร้สายมาหนึ่งอัน แล้ววิ่งกลับมาตรงลานหน้าเวที

ทุกท่านครับ ขอบคุณที่มาร่วมงานและอยู่ต่อถึงแม้ว่างานจะจบแล้ว ทุกคนในเซโด ขอบคุณนะครับซาวามูระโค้งให้ทุกคน รุ่นพี่คริสก็ด้วย  ขอบคุณพิธีกรที่ตอนนี้กำลังดื่มไวน์นะครับ ขอบคุณพ่อ แม่ และปู่ ที่ยอมรับงานแต่งนี้ ที่ยอมรับรุ่นพี่คริสนะครับซาวามูระหันไปทางครอบครัวที่ยืนอยู่ ผู้เป็นแม่ร้องไห้ไปยิ้มไป 

แม่ดีใจที่เอจุนมีความสุขนะลูกคุณแม่ตอบกลับมา

ขอบคุณมิยูกิ  คาซึยะซาวามูระหันมาประจันหน้าฉัน และทุกคนที่อยู่ข้างล่างเวทีก็มองฉันเป็นตาเดียว

ฉันเรอะ ?ฉันชี้ตัวเอง

ขอบคุณถ้าไม่มีนาย ฉันกับรุ่นพี่คริสคงไม่มีงานแต่งงานที่วิเศษขนาดนี้ นายช่วยฉันไว้ทุกๆเรื่องเลยทุก ๆ เรื่อง จริง ๆ นะ ฮึกซาวามูระน้ำตาคลอออกมา  นายเนรมิตงานแต่งให้ นายช่วยฉันไว้ตั้งแต่ตอนที่ฉันจะจบมอต้นปีสาม จนจบมอปลาย มหาลัย หรือในตอนนี้ นายน่ะนายคือคนที่วิเศษจริง ๆ เพราะงั้นเพราะงั้น ๆ ๆ ๆ ๆ ขอบคุณสำหรับทุก ๆ อย่าง ที่นายให้ฉันนะ

ฉันนิ่งค้างมือที่ถือไวโอลีนอยู่สั่นเล็ก ๆ

ทุกอย่างที่ฉันให้นายน่ะ เท่าไหร่ก็ไม่พอหรอกเพราะฉันอยากจะให้ความรักต่อนายไปจนวันตายเลยล่ะ

หัวใจดวงนี้ของฉันไม่อาจรักใครได้อีกแล้วเพราะฉันได้ให้นายไปหมดแล้ว

แม้ว่าตอนนี้สิ่งที่ได้ตอบแทนกลับมาคือคำว่า เพื่อน หรือ รุ่นพี่ ก็เถอะ

ซาวามูระถึงมันจะไม่คุ้ม แต่ฉัน ฉันน่ะฉันน่ะก็ยินดี ที่จะให้นายตลอดไปนะฉันพูดช้าๆ แล้วมองไปที่รุ่นพี่คริส  ดูแลเขาให้ดี ๆ นะครับ เพราะผมไม่สามารถแทนรุ่นพี่คริสได้ เพราะในใจเขาไม่ได้มีผมเลยฉันพูดจบก็ลงจากเวที แล้ววิ่งออกจากงานไป

 

ฉันไม่อยากได้ยินคำขอบคุณ คำขอบใจอะไรอีกทั้งนั้น

งานกำลังผ่านไปด้วยดี แต่ฉันคือคนที่ทำลายงาน เพราะห้ามใจไม่อยู่ เพราะเจ็บจนอยากตะโกน สุดท้ายก็กลายเป็นบอกว่ารักซาวามูระต่อหน้าทุกคนไปซะได้

ขอบคุณสำหรับทุก ๆ สิ่งงั้นเหรอฉันอยากจะให้นายมากกว่านี้อีก

มิยูกิเสียงรุ่นพี่คริสดังมาจากข้างหลัง

ฉันวิ่งออกจางานไป แต่ก็ยังอยู่ใกล้ ๆ กับประตูงาน ทั้งรุ่นพี่คริสและซาวามูระมาอยู่ข้างหลังฉัน ฉันหันไปมองช้าๆ 

ทั้งๆที่คิดไว้อยู่แล้วว่าวันที่สองคนนั้นจะแต่งงานกันต้องมาถึงและฉันจะทำใจได้ แต่พอมาอยู่ในช่วงเวลานี้จริงๆ ฉันกลับทำใจไม่ได้

ขอโทษ ที่เมื่อกี้พูดอะไรบ้า ๆ ไป

ไม่หรอก ไม่ได้เสียหายอะไรเลยมิยูกิรุ่นพี่คริสส่ายหน้า  เพราะนายวิ่งออกมาก่อน ฉันเลยยังไม่ได้ขอบคุณเลย แต่ช่วยฟังฉันหน่อยนะ  ขอบคุณนะ เพราะนาย ทำให้ฉันได้เจอความรักที่วิเศษ และมีงานแต่งงานที่วิเศษ ที่นายคอยช่วยมาตลอดจนงานผ่านไปด้วยดีรุ่นพี่คริสพูดจบก็ยื่นมือออกมา ฉันมองมืออยู่ครู่นึง แล้วก็จับมือ แต่แล้วรุ่นพี่คริสก็ดึงเข้าไปกอด

ในฐานะเพื่อน ฉันไม่มีอะไรจะตอบแทนเลยมิยูกิ แต่ฉันสัญญาว่าฉันจะดูแลเอจุนให้ดีที่สุด เพราะนี่ก็ถือว่าคือคำขอของนาย

ขอบคุณครับรุ่นพี่คริส แค่รุ่นพี่คริสรักเจ้าบ้านี่ไปตลอดชีวิต ผมก็ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้วล่ะครับ  พูดบ้าอะไรของฉันเนี่ย คาซึยะ ไม่ห่วงงั้นเหรอ ทำใจได้งั้นเหรอ ฉันมันเป็นคนชอบโกหกจริง ๆ เลยนะ

รุ่นพี่คริสปล่อยกอดออกแล้วผลักฉันเบา ๆ ไปประจันหน้าซาวามูระ

มิยูกิสร้อยเส้นนี้น่ะ ฉันจะดูแลอย่างดีเลย และก็ เพลงเมื่อกี้เพราะมากเลยนะ ฉันไม่รู้เลยว่านายเล่นไวโอลีนเป็นด้วย เพราะมากเลยล่ะซาวามูระพูดจบก็ดึงฉันเข้าไปกอด ฉันอึ้งไปชั่วขณะ และเขาก็กระซิบให้ได้ยินเบา ๆ  ไว้เจอกันใหม่นะ ขอบคุณ ขอบคุณที่นายรักฉัน

“…สัญญาว่าจะไม่ลืมฉันนะ ฉันกระซิบให้ซาวามูระได้ยินแค่เบา ๆ

อื้ม ฉันสัญญา

ฉันผลักซาวามูระเบาๆ เพื่อให้เขาปล่อย แล้วฉันก็ยัดไวโอลีนใส่มือเขา  ขอฝากไวโอลีนไว้ก่อนนะ ตัวโปรดของฉันเลยด้วยฉันพูดจบก็หันหลังไป แล้วมุ่งหน้าไปทางออก เมื่อเปิดประตูกำลังจะออก ฉันก็หันไปมองหน้าซาวามูระ และพูดแบบไม่มีเสียง

จะ-รัก-นาย-ตลอด-ไป

แม้ว่าจะไม่มีใครได้ยินแม้แต่รุ่นพี่คริส แต่ฉันคิดว่าซาวามูระเข้าใจดี

ฉันโบกมือบ๊ายบายให้ทั้งคู่ แล้วผลักประตูเปิดออก แล้วเดินออกไป

โดยไม่หันกลับไปมองโรงแรมอีกเลย

-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-o-

 

            20 ปี ผ่านไป

            ฉันในวัยสี่สิบต้น ๆ นอกจากทำงานในตำแหน่งใหญ่โตแล้ว บางทีก็แวะเวียนกลับไปแนะนำให้เซโดเรื่องเบสบอล

            หลังจากงานแต่งงานนั้น ฉันไม่ได้เจอซาวามูระอีกเลย แม้ว่าจะติดต่อกันอยู่บ้าง แต่ก็ใช้อีเมลคุยกัน หรือโทรศัพท์นาน ๆ ทีซะมากกว่า

            มีเงินมากมาย มีเวลาไปเที่ยวบ้าง แต่ความรักของฉันก็หยุดลงไปแล้ว ฉันไม่เคยปันใจให้ใครอีก แม้จะเจอใครเข้ามากมาย แต่ฉันก็ไม่เคยสนใจใครอีกเลย

            ฉันมีหัวใจดวงเดียวซึ่งฉันก็ได้มอบให้เขาไปแล้ว แม้ว่าจะไม่ได้อะไรตอบแทนอะไรกลับมานอกจากคำขอบคุณก็เถอะ

            ความรักเรื่องบ้าๆ ที่ฉันอยากจะเข้าใจ แต่ฉันก็ไม่เคยเข้าใจเลยสักครั้งเดียว แม้ว่าฉันจะมีความรักครั้งแรกและครั้งเดียว แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ฉันได้เข้าใจกับคำว่า [ ความรัก ]  เลยสักนิดเดียว

            ในที่ทำงานไม่กี่วันก่อนบังเอิญได้ยินพนักงานคุยกันว่า [ เคยรักใครที่เขาไม่รักนาย ที่เขาทำให้นายต้องช้ำใจทุกวันหรือเปล่า แต่นายก็เลิกรักเขาไม่ได้ใช่ไหมล่ะ ]  ประโยคนี้ทำให้ฉันอยากจะหัวเราะออกมา เพราะมันเป็นเรื่องที่ฉันประสบพบเจอ และก็ยังคงรักคนคนเดิมมาตลอด

            ผ่านมายี่สิบกว่าปีแล้ว ฉันยังเป็นคนโง่ในเรื่องรักเหมือนเดิม

           

            ฉันเดินไปที่เนินหญ้าริมน้ำ เฝ้ามองเด็ก ๆ เล่นเบสบอลกันริมน้ำ ฉันเด็ดหญ้าเล่นไปด้วย รู้สึกเหงาขึ้นมาจับใจเมื่อมองท้องฟ้าที่กำลังเป็นสีส้มยามเย็น

            นายจะรู้ไหมนะ ว่าเวลาจะผ่านไปอีกกี่ปี ฉันก็ยังรักนาย

       ฉันเฝ้าครุ่นคิดและโทษตัวฉันเองตลอด ที่ฉันไม่สามารถรักษาเขาไว้ได้ ทั้งๆที่เขาให้รอยยิ้มแก่ฉันแล้ว มีใจให้ฉันแล้ว แต่ฉันก็ยังงี่เง่าไม่สามรถรั้งเขาไว้ได้

            มันสายไป และจบลงตั้งแต่วันที่ฉันตวาดเขาและไม่ขอโทษแล้วสินะ

            ฉันจะอยู่ต่อไปได้โดยที่ยังคิดถึงนายอยู่ไหมนะฉันชันเข่าขึ้นมากอดไว้แล้วซบหน้าลงไป

            แต่ก็ต้องอยู่ต่อไปแม้ว่าจะเจ็บสินะอา หัวใจจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ แล้วฉันพึมพำทั้ง ๆ ที่ฟุบหน้าอยู่

            ฉันถลำลึกลงไปจนไม่สามารถกลับขึ้นมาได้อีก นอกจากเรียนรู้ที่จะอยู่กับความรักที่เจ็บปวดต่อไป   ฉันต้องอยู่ต่อไป แม้ว่าจะเจ็บปวดแค่ไหน

          ภาษาดอกไม้สิ่งที่ดี สิ่งที่สวยงาม และเป็นสิ่งที่คอยเชื่อมฉันกับนายให้เข้าใจความหมายของคำว่ารัก เป็นการบอกรักโดยไม่ต้องเอ่ยสิ่งใด แค่ให้ดอกไม้พูดให้ ฉันดีใจที่ได้เรียนรู้ความหมายของมัน ซึ่งนอกจากจะบอกรักแล้ว ทำให้ฉันได้เรียนรู้ชีวิตที่ต้องฟันฝ่าต่อไปอีกด้วย

ฉันคิดว่าฉันเรียนรู้ที่จะอยู่ต่อไปได้ทั้ง ๆ ที่เจ็บแล้ว ฉันพอจะทำใจได้แล้ว

          เพราะงั้นจะอยู่ต่อไปทั้งแบบนี้นะ ซาวามูระ

          จะคอยคิดถึงนายจากที่ห่างไกลตรงนี้ จะรักนายตลอดไปโดยไม่หวังอะไรตอบแทน จะเฝ้ารอนายตรงนี้แม้ว่าความรักของฉันที่ให้นายจะไม่มีวันสมหวังและเป็นจริงก็ตาม

      จะอีกสิบปียี่สิบปีหรือยันแก่ยันตายจากโลกนี้ไป ฉันก็ขอยืนยันคำเดิม

          ว่าจะรักนายตลอดไป ตลอดไป ตลอดไป

 

                ฉันมองดอกเยอบีร่าในมือ มันเป็นดอกไม้ที่ฉันชอบซื้อมาดูทุกวัน เพื่อตอกย้ำตัวฉัน

ซึ่งความหมายของดอกเยอบีร่า  หมายถึง  ในใจฉันไม่เคยหยุดรักนาย

อยู่เพื่อรักนาย โดยที่นายไม่ได้รักฉัน

 

--------------------------The End----------------------------



คำอธิบายฟิคตรงนี้จะเหมือนกับฟิคแบ่งตอนที่ลงไปนะคะ // ขออภัยจริงๆ ที่เคยลบฟิคนี้ตอนที่ลงแบบรวบเดียว แล้วไปลงแบบแบ่งตอน แล้วมาลงแบบรวบใหม่ ขออภัยด้วยค่ะ คนเขียนมึนค่ะ T^T


         เฮฮฮฮ  จบไปอีกฟิคแล้วค่าสำหรับคู่มิซาวะ ตามลำดับฟิคที่เราคิด นี่เป็นฟิค5ค่ะ ฟิคก่อนหน้านี้ที่มีลงคือฟิค [นายจะอยู่ในความทรงจำ] ซึ่งเป็นฟิคแรกที่เราลงในเด็กดีค่ะ ส่วนลำดับแรกหรือบางฟิคคงไม่ลงเพราะว่าเป็นฟิคเรทค่ะ ฮาาาาาา

ตรงนี้เรามีเรื่องอธิบายนิดหน่อยกับฟิคค่ะ ตัวฟิคที่กล่าวถึงภาษาดอกไม้นั้น เราได้แรงบันดาลใจจากการอ่านการ์ตูนไทยค่ะ บางท่านอาจจะเคยอ่านแล้ว เป็นเล่มรวมเรื่องรักๆ สั้นๆ 5เรื่องมั้งนะ เรื่องแรกเลยเป็นเรื่องภาษาดอกไม้ ที่การดำเนินเนื้อเรื่องเป็นภาพและมีความหมายของภาษาดอกไม้แทรก เราได้อ่านแล้วก็อยากจะมีนิยายที่ใช้ภาษาดอกไม้เป็นการบอกรักค่ะ ผลก็ออกมาลงที่ไดยะคู่มิซาวะนี่ล่ะค่า

เรื่องที่2ที่จะอธิบายต่อมา  คือคำแปลภาษาดอกไม้ค่ะ ที่แปลว่านาย แทนที่จะเป็นคำว่าเธอ ที่ใช้คำว่านายเพราะหมีสื่อถึงเอจังค่ะ เป็นผู้ชายทั้งคู่ด้วย 555555

เรื่องที่3ที่จะอธิบาย  คือเรื่องงานแต่งงานค่ะ อย่าได้แปลกใจเลยว่าทำไมถึงแต่งงานแบบคริสต์ เอาง่ายๆ คือญี่ปุ่นชอบแต่งงานแบบตามใจฉันค่ะ ฮาาา อาจารย์ที่เรารู้จัก ท่านบอกว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่รับวัฒนธรรมที่หลากหลาย และศาสนาหลากหลาย แม้จะเหมือนนับถือพุทธ แต่เขาก็สามารถแต่งงานได้ทั้งแบบญี่ปุ่นหรือคริสต์ค่ะ อาจารย์บอกว่าญี่ปุ่นเหมือนไม่มีศาสนาที่แน่นอนและไม่เคร่งเรื่องแต่งงานค่ะ ตามใจฉันเลย // หากข้อมูลส่วนนี้ไม่ถูกต้องชี้แจงได้นะคะ เพราะตัวไรเตอร์เองก็ไม่ค่อยเข้าใจระบบคนญี่ปุ่นค่ะ ฮาาาาา

เรื่องที่ 4 เพลงประกอบ Asu e no tobira เป็นเพลงที่มีความหมายดี เหมาะกับงานแต่งงานค่ะ ไรเตอร์จึงเลือกเพลงนี้มาประกอบ บวกกับพยายามนึกถึงภาพคนแบบหมีสีไวโอลีนด้วย ฟินค่ะ555 และความหมายเพลง เป็นความหมายที่หมีไม่สามารถเป็นให้เอจังได้ค่ะ หรือก็คือเป็นคนรักไม่ได้ เลยเลือกเพลงนี้แหละค่ะ โดนๆ เลย //  คำแปลเพลงนี้เราตัดมาแค่บางท่อนที่จะสื่อถึงมยก.และเอจังนะคะ

เรื่องที่นามปากกาของเราเมื่อก่อนจะเป็น [คุณชายเอ็ม] แต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็น Mimmok ค่ะ เพื่อที่ทุกคนจะสนิทกับเรามากขึ้น เรียกไรเตอร์มิมก็ได้นะคะ ตัวไรเตอร์ในตอนนี้ได้กำเนิดใหม่เป็นมิมม๊อกแล้วค่ะ ฮาาาา

จบเรื่อง อธิบาย 5555 ใครที่อ่านจนจบก็ขอขอบพระคุณมากค่ะ ภาษาไม่ดีไปบ้างก็ขออภัยนะคะ ต้องขออภัยล่วงหน้าที่ไรเตอร์เป็นคนดองงานอยู่บ่อยๆ ตัวไรเตอร์นั้นทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย แต่ยังไงก็จะพยายามปั่นไปเรื่อยๆ ค่ะ

ฟิคนี้ก็เป็นอีกฟิคที่ขึ้นหัวข้อว่า มิซาวะ แต่หมีกับเอจังกลับไม่ได้คู่กันซะงั้น ฮาาาา จะเห็นว่าหมีซังทำทุกอย่างเพื่อคนที่ตนรัก แม้ว่าจะไม่สมหวังแต่ก็ยืนหยัดที่จะทำต่อไป แม้ว่าผลสุดท้ายแล้ว จะจมอยู่กับตนเองตลอดไป (เพราะอีไรเตอร์ตัดฉึบแบบนี้) ไรเตอร์ชอบแนวเรื่องดราม่าค่ะ สำหรับไดยะแล้ว เป็นเรื่องกีฬาที่ไรเตอร์คิดว่าเนื้อเรื่องจริงจังค่ะ ฮาก็ฮา เครียดก็เครียดแบบสุดๆ ค่อนข้างเรียลเหมือนชีวิตนักกีฬาจริงๆ ค่ะ เบสบอลไม่ใช่กีฬาบ้านเราอ่ะเนอะ คนติ่งก็น้อยเหลือเกิน ดีใจที่มีคนแวะมาเยือนบ้าง T^T

ยังไงก็ขอบคุณอีกครั้งนะคะ จะงอกคู่นี้เรื่อยๆค่ะ ลุ้นเอาว่าจะสมหวังหรือไม่สมหวัง ฮาาา แต่ไรเตอร์อยากบอกว่า เพราะรัก จึงทำร้ายนะ มยก.!!!!

อาจจะมีการทำโดไดยะ แต่ยังไม่แน่ใจว่าเรื่องไหนดี เพราะงั้นรอตามข่าวนะคะที่เพจ Mimmok  

https://web.facebook.com/Mimmok-1650937638466108/?ref=hl





ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Mimmok จากทั้งหมด 18 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 25 มกราคม 2559 / 18:59
    เจ็บที่ได้อ่านแล้วเข้าใจมิยูกิ
    #2
    0
  2. วันที่ 24 ธันวาคม 2558 / 05:26
    ฮืออออทำไมเศร้าอย่างงี้อ่าาาาาสงสารย์หมีมากเลยยยย เป็นกำลังใจให้นะค่ะ ไว้มาให้อ่านอีกนะค่าาา ขอบคุณค่าา
    #1
    0