มาดูแลผิวพรรณ+รูปร่างกันเถอะ

ตอนที่ 117 : เรื่องหอมๆ เพื่อความผอม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,081
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    30 พ.ค. 51

90 เปอร์เซ็นต์ ของคนที่มีปัญหาเรื่องความอ้วน แพทย์กล่าวว่า มีสาเหตุมาจากการบริโภคอาหารเกินกว่า
ความต้องการของร่างกายและหลายๆ ครั้งอาหารจำนวนมากที่กินเข้าไปนั้น ร่างกายเผาผลาญหรือย่อยได้ไม่ดี
ก็จะตกค้างเป็นของเสียและไขมันสะสมในร่างกาย

ศาสตร์ของการบำบัดด้วยน้ำมันหอมระเหย ( Aromatherapy ) กล่าวว่า มีกลิ่นของน้ำมันหอมระเหยบางชนิด
ช่วยกระตุ้นระบบการย่อยอาหารให้ทำงานดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็น

มะกรูด ( Leech Lime ) คนไทยเราคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว นำผลมะกรูดสดมาคลึงให้ต่อมน้ำมันที่ผิวแตกแล้ว
สูดดม หรือใช้น้ำมันหอมระเหย bergamot ซึ่งมีลักษณะกลิ่นและคุณสมบัติใกล้เคียงกัน สามารถหาซื้อได้ง่าย
นำมาจุดเผาเอากลิ่นก็ได้ นอกจากจะช่วยเรื่องระบบย่อยอาหารแล้ว ยังมีผลทางจิตใจ ช่วยทำให้ใจสงบ
สามารถควบคุมอารมณ์ และช่วยให้หลับสบายขึ้นด้วย กลิ่นมะกรูดและ Bergamot นี้จึงเหมาะกับอาหาร
มื้อสุดท้ายของวันเป็นอย่างยิ่ง

ส้ม ( Orange ) น้ำมันหอมระเหยสกัดกลิ่นส้มมีจำหน่ายทั่วไป หาซื้อได้ง่ายเช่นเดียวกับมะกรูด
วิธีการใช้ก็ไม่แตกต่างกัน เพียงแต่คนไทยไม่นิยมรับประทานเปลือกส้ม จะมีเพียงอาหารบางชนิด เช่น
หมี่กรอบ ที่ซอยผิวส้มซ่าลงไปด้วย แต่สำหรับอาหารต่างประเทศ ผิวส้มใช้ทำอาหารกันมาก เช่น แยมผิวส้ม
ผิวส้มโรยหน้าขนมหวาน ซึ่งจะได้ประโยชน์มากในการช่วยย่อยอาหาร กลิ่นส้มยังช่วยกระตุ้นให้สดชื่นแจ่มใส
กระปรี้กระเปร่า เหมาะกับมื้อเช้าและการเริ่มวันใหม่

แคลรี่เสจ ( Clary Sage ) น้ำมันหอมระเหยชนิดนี้ไม่ค่อยเห็นมีขายในบ้านเรา จะมีก็แต่ใบเสจ
( พืชตระกูลเดียวกัน ) เป็นผักที่ใช้ประกอบในอาหารต่างประเทศหลายอย่าง ใบเสจมีหลายพันธุ์ หลายสี
ให้กลิ่นและรสต่างๆ กัน ชนิดสีม่วงและแดงเป็นส่วนผสมสำหรับสอดไส้เนื้อสัตว์ มีสรรพคุณช่วยย่อยอาหาร
ที่ย่อยยากประเภทเนื้อ นม และไข่ได้ดี การใช้กลิ่นแคลรี่เสจ หรือใบเสจเล็กน้อยยังช่วยลดความเครียด
บรรเทาอาการหดหู่หรือกระวนกระวายได้ดีอีกด้วย

ไธม์ ( Thyme ) หากอยากได้กลิ่นไธม์ก็ไม่จำเป็นต้องหาซื้อน้ำมันสกัดราคาแพง เพราะปัจจุบันใบไธม์
ปลูกได้ในประเทศ มีขายตามซูเปอร์มาร์เก็ต นิยมใช้เพิ่มกลิ่นและรสแก่อาหารประเภทซุป สตู เนื้อย่าง
แบบฝรั่ง หากคนที่ชอบรับประทานอาหารฝรั่งซึ่งส่วนใหญ่เป็นเนื้อสัตว์ การรับประทานอาหารใบไธม์
นี้ด้วยจะช่วยทำให้ย่อยได้ง่ายขึ้น

มิ้นต์ ( Mint ) น้ำมันหอมระเหยกลิ่นนี้เป็นกลิ่นที่คุ้นเคยกันดี มีทั้งในหมากฝรั่ง ลูกอม และอาหารอีก
หลายชนิด ในการนำมาใช้เพื่อช่วยเรื่องย่อยอาหารนี้ทำได้ง่ายมาก เพราะมิ้นต์เมืองไทยก็มีคือสะระแหน่
คุณสมบัติในเรื่องกลิ่นอาจใช้สู้มิ้นต์ต่างประเทศไม่ได้ แต่ถ้าใช้วิธีรับประทานจะสามารถได้รับประโยชน์ของ
น้ำมันหอมระเหยจากสะระแหน่อย่างเต็มที่

นอกเหนือจากนี้น้ำมันหอมระเหยของพืชตระกูลเบซิล เช่น โหระพา กะเพรา แมงลัก สมุนไพรยอดนิยมของ
ครัวไทย ก็มีคุณสมบัติพิเศษในการกระตุ้นระบบย่อยอาหารได้ดีไม่แพ้สมุนไพรของต่างประเทศเช่นกัน และยัง
ช่วยลดความเครียด ปรุงแต่งอารมณ์ให้สดชื่นหลังจากเหนื่อยล้า

ใช้อย่างไร ?
โดยปกติการใช้น้ำมันหอมระเหยบำบัดโรคจะใช้เฉพาะภายนอกเท่านั้น เพราะน้ำมันหอมระเหย
ที่กลั่นได้มีความเข้มข้นสูง หากนำมารับประทานโดยตรงอาจทำลายเนื้อเยื่อภายในร่างกาย หรือทำให้เกิด
อาการระคายเคืองได้ แต่พืชที่มีน้ำมันหอมระเหยทั้งหมดดังที่กล่าวมาล้วนแต่สามารถใช้ปรุงอาหารหรือ
เครื่องดื่มได้ เพราะมีปริมาณน้ำหอมน้อยมาก ไม่เกินร้อยละ 0.14 เท่านั้น คนไทยอย่างเราๆก็คุ้นเคยกันดี
เพราะพืชผักเหล่านี้เป็นส่วนผสมประจำของอาหารไทยอยู่แล้ว เราจึงสามารถได้ประโยชน์จากการ
รับประทานอาหารโดยตรงด้วยนั่นเอง

นอกจากนี้หากต้องการให้น้ำมันหอมระเหยช่วยกระตุ้นให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างสมบูรณ์
คุณสามารถใช้วิธีสูดดมกลิ่นด้วยการจุดเทียนหอม หรือจุดตะเกียงเผาน้ำมันหอมวางมุมหนึ่งในห้องอาหาร
โมเลกุลของกลิ่นหอมจะเข้าไปกระตุ้นเซลล์ประสาทที่ควบคุมการทำงานของร่างกาย

ในกรณีที่เกิดปัญหาจากระบบย่อย เช่นกินแล้วท้องอืด ท้องเฟ้อ มีลมหรือกรดมากในกระเพาะอาหาร
เราสามารถประยุกต์นำน้ำมันหอมระเหย สกัดกลิ่นต่างๆที่กล่าวมามาใช้นวดหรือทาบริเวณผิวหนังบริเวณท้อง
เพื่อบรรเทาอาการเหล่านี้ได้ด้วย เช่นเดียวกับคนไทยสมัยก่อนที่นำมหาหิงคุ์ (ว่านไทยโบราณชนิดหนึ่ง)
มาทาท้องแก้อาการปวดท้องจากอาหารไม่ย่อยได้ดี เพราะอนุภาคเล็กของน้ำมันหอมระเหยจะซึมผ่านผิวหนัง
และระบบน้ำเหลืองเข้าสู่อวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย แต่การนำมาใช้กับผิวหนังต้องนำน้ำมันหอมระเหย
มาเจือจางกับน้ำมันรองพื้นก่อน เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันเมล็ดอัลมอนด์ ฯลฯ
เพื่อป้องกันการระคายเคือง

ล้วนแต่เป็นของไม่ไกลตัวเลย คนที่อยากลดน้ำหนัก วิธีง่ายๆอย่างการใช้กลิ่นหรือการรับประทานพืชผัก
ที่มีน้ำมันหอมระเหยเหล่านี้เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ไม่น่าพลาด
 
  ขอขอบคุณบทความจาก นิตยสาร HEALTH & CUISINE ฉบับที่ 18 กรกฎาคม 2545

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

371 ความคิดเห็น

  1. #305 toklumrak (จากตอนที่ 117)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 14:37
    เราชอบมากๆ เลย ^_^ ขอบใจน่ะ sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite ร้อยไหม IPL Medisyst adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้วถาวร สักคิ้ว 6 มิติ Cover Paint สักไรผม 3D Eyebrow ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อคนโบราณ
    #305
    0