[Yaoi] Feel Addict|รู้สึกติด [Mpreg]

ตอนที่ 4 : Chapter 3 : ชีวิตใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,643
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 332 ครั้ง
    26 ม.ค. 62


Chapter 3 : ชีวิตใหม่

ผลของการกระทำ ก็ตกอยู่กับตัวผู้กระทำ



หมับ!


ร่างเล็กของเพื่อนร่วมทีมถูกร่างสูงของเซนที่วิ่งอยู่ใกล้ๆคว้าไว้ได้ทันก่อนที่จะล้มลง เพื่อนคนอื่นๆรีบวิ่งมาดูด้วยความตกใจ โดยเฉพาะเจ้าของใบหน้าหล่อเลวที่รีบปัดน้ำจากแฟนสาววิ่งเข้ามาดูเพื่อนสนิททันที


“ชาๆ ตื่นๆ ”


“เฮ้ย! ไหวไหมมึง”


“ชาๆ”


เสียงเรียกดังแซ่เซงจนไม่รู้ว่าใครเป็นใคร


 “พวกมึงออกไปก่อนอย่าเพิ่งมุง” เป็นฝิ่นที่ได้สติก่อนรีบไล่เพื่อนที่มุงอยู่รอบๆออก รับยาดมที่ถูกยื่นมาให้มาอังใต้จมูกของร่างเล็ก


“กูว่าพาไปโรงพยาบาลก่อนดีกว่า” เซนเสนอความคิดเห็น


“อืม” ฝิ่นรับคำในลำคอแล้วรวบตัวของชาขึ้นตั้งท่าจะเดินออกจากสนามแต่แรงดึงจากแขนข้างซ้ายทำให้เขาชะงัก เมื่อหันกลับมาก็พบว่าเป็นแฟนสาวของตัวเอง


“พี่ฝิ่น แล้วนัดของเราล่ะคะ?”


“เอาไว้ก่อนแพรว! ไม่เห็นหรอว่าเพื่อนพี่เป็นยังไง!” ร่างสูงว่าใส่เสียงดัง แล้วรีบเดินออกไปทันทีไม่ได้สนใจท่าทีไม่พอใจของแฟนสาวสักนิด


นี่เธอไม่ได้เจอเขาเพราะเพื่อนไม่สบายมาเกือบอาทิตย์ ยังต้องมายกเลิกนัด เพราะเพื่อนเขาแค่เป็นลมอีกหรอเนี่ย!!


 


|Fin Part|

 

ตอนนี้ผมกำลังนั่งรอผลตรวจของร่างบางหน้าห้องพักคนไข้ ปล่อยให้เปาและไฮนซ์เฝ้าชาในห้องไป ผมรู้สึกไม่สงบใจเลยสักนิดถ้าต้องอยู่ในห้องที่มันนอนไม่ได้สติอยู่ ถึงหมอจะบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรงแค่เป็นลมแต่สาเหตุของการเป็นลมล่ะ??


 ตอนนี้ผมก็ทำได้แค่นั่งก้มหน้าบีบมือตัวเองเอาไว้ เพื่อเรียกสติให้ตัวเองรอคำตอบจากหมอ มีไอ้รัฐนั่งลูบหลังอยู่ข้างๆบอกให้ผมใจเย็นๆ ส่วนไอ้เซนไอ้กัลป์ และไอ้แกมม่าลงไปหาซื้ออะไรขึ้นมากินกันแล้วครับ เพราะยังไม่มีใครได้กินอะไรกันสักคน


            “ญาติของคุณปัทธิชาญใช่ไหมครับ?” เสียโทนทุ้มของคุณหมอวัยกลางคนทำให้ผมเงยหน้าขึ้นมองรีบลุกพรวดทันที


            “ใช่ครับ!ชามันเป็นโรคอะไรกันแน่!” ผมรีบถามไปอย่างร้อนใจ มันอาการไม่ดีมาหลายวันแล้ว แต่ผมก็ยังยอมให้มันลงไปเล่นบาสในสนาม รู้สึกหงุดหงิดดตัวเองชะมัด


            “ใจเย็นๆครับ อย่างที่หมอบอกไปไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรงครับ” หมอยังตอบอย่างใจเย็น


            “แล้วมันเป็นอะไรหรอครับ” รัฐถามขึ้นบ้าง มันก็คงสงสัยเหมือนกัน


            “ที่จริงเป็นเรื่องที่น่ายินดีด้วยซ้ำครับ”


            “น่ายินดี?” ผมทวนคำอย่างแปลกใจ ไอ้ชามันไม่สบายมันน่ายินดีตรงไหนว่ะ?


            “ครับ ตอนนี้คุณปัทธิชาญ  ตั้งครรภ์ได้ 8 สัปดาห์แล้วครับ”


 “!!


ผมรู้สึกเหมือนสติหลุดลอยไปทันทีที่เสียงหมอสิ้นสุด ไอ้ชาท้อง!?


“คุณหมอว่ายังไงนะครับ?” ไอ้รัฐที่เหมือนจะไม่เชื่อถามขึ้นอีกรอบ


“ผมบอกว่าคุณปัทธิชาญ  ตั้งครรภ์ได้ 8 สัปดาห์แล้วครับ หมอตอบด้วยสีหน้าปกติเหมือนมันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่เฮ้ย


ไอ้ชามันเป็นผู้ชาย!!


“หมอ พูดอะไรชามันเป็นผู้ชายนะน็น


“ครับคุณปัทธิชาญเป็นผู้ชาย แต่เป็นผู้ชายที่มีความผิดปกติครับ


“หมายถึง?”


“คุณปัทธิชาญ มีภาวะIntersexual ครับ ซึ่งลักษณะภายนอกที่เห็นจะดูกึ่งหญิงกึ่งชาย แต่มีลักษณะของเพศชายมากว่า แต่ภายในพบมดลูกและที่น่าแปลกคือสามารถใช้งานได้ เพราะโดยปกติแล้วผู้ที่มีภาวะIntersexualที่แสดงลักษณะเป็นเพศชายนั้นมดลูกจะมีความบกพร่องไม่สามารถใช่งานได้


“แต่ชาไม่ได้มีอวัยวะเพศหญิง”


“ในส่วนนี้จากการX-reyตรวจดูพบว่าในส่วนของมดลูกนั้นเชื่อมต่อกับทวารหนักครับ ทำให้หากมีเพศสัมพันธ์ทางด้านหลังก็จะท้องได้ จริงๆแล้วเคสแบบนี้เกิดน้อยมากเลยนะครับส่วนมากจะเป็นในผู้ที่มีลักษณะเพศหญิงมากกว่า มีอะไรสงสัยอีกไหมครับ หมอจะได้ขอตัวกลับไปทำงานต่อ”


หมอพูดด้วยน้ำเสียงนิ่มๆเหมือนเดิม  แต่ผมกลับรู้สึกหนักอึ้งขึ้นมาทั้งตัว ความรู้สึกหลายๆอย่างมันปนกันมั่วไปหมด ทั้งตกใจ ดีใจ และเสียใจ เสียใจที่เป็นคนทำให้ชามันเป็นอย่างนี้ สำหรับผู้ชายแล้วการต้องมาอุ้มท้องเป็นเรื่องที่ไม่ใช่จะรับกันได้ง่ายๆ แต่เป็นผมเองที่ทำร้ายมัน มักง่ายไม่ป้องกันทำให้มันท้องขึ้นมา


“ไม่แล้วล่ะครับ ขอบคุณมากนะครับ” สงสัยเห็นผมนิ่งไปนานไอ้รัฐที่ยืนอยู่ข้างๆถึงตอบหมอไปแทน หมอรับคำสั้นๆแล้วเดินกลับไป มันถึงได้หันมาสนใจผมแทน


“มึงเป็นพ่อเด็กรึเปล่า” น้ำเสียงของมันจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วเดินกลับไปนั่งเก้าอี้ตัวเดิม ก่อนตอบคำถามมัน


“เออ”


“ตอนไหนว่ะ” ไอ้รัฐเหมือนจะงงหนักมาก แน่ล่ะถึงมันจะแซวพวกผมเป็นผัวเมียกันแต่มันก็ไม่ได้คิดว่าเป็นกันจริงๆ แค่แซวกันขำๆ แต่นี่เล่นมีหลานออกมาให้พวกมันดูต่างหน้าเลยสัส!


“ตามที่หมอบอกมึงก็นับย้อนดูสิ”


“กูจำเป็นต้องทำขนาดนั้นไหมสัส กูแค่อยากรู้ว่าได้ไงหรืออะไร” มันว่าแล้วเดินมาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ


“เมา” ผมก็ตอบไปสั้นๆ ก็เมาจริงๆครับรู้ตัวแต่คุมไม่อยู่ทั้งเมาทั้งอยากแถมไอ้ชายังยั่วสุดๆ ไม่ทำอะไร กูก็ไปเกิดเป็นรูปปั้นแล้วครับ


“กูว่าแล้ว แล้วนี่มึงจะเอาไง” มันหันมาเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม


“ไม่เอาไง เด็กเกิดก็เลี้ยงยังไงก็ลูกกูกับมัน”


“แล้วเมียพวกมึง?”


“ไม่มีปัญหาหรอก”


นั่นเป็นสิ่งที่ผมคิด ส่วนเรื่องจริงเอาไว้อีกที







ChamCha Part

 

มึง...ท้อง...

            เสียงไอ้ฝิ่นดังอยู่ในหัวผมไม่หยุดทั้งๆที่ก็ผ่านมาหลายชั่วโมงแล้ว ตอนนั้นผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตอบอะไรมันไป โว้ยวายอะไรไปบ้าง แต่รู้สึกว่าหัวมันโล่งไปหมด คิดอะไรไม่ออกสักนิด ตอนนี้ผมอยู่ในห้องที่คอนโดเพราะหลังจากผมฟื้นไม่นานหมอก็มาดูอาการ ทำเรื่องฝากท้องแล้วก็ให้กลับได้ ฝิ่นหลังจากกลับมาก็เงียบๆเหมือนคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา ผมก็เหมือนกัน


มันเป็นเวลาที่เราให้เวลาตัวเองในการคิดเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นเด็กคนนึงมันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ และอนาคตของผมก็สำคัญ ถ้าผมไม่ได้มีความผิดปกติ ก็คงบอกว่าแค่เมาแล้วก็จบ แต่พอมาเกี่ยวกับเรื่องเด็กเรื่องเล็กๆมันก็เริ่มไม่เล็กแล้ว ไม่อยากจะคิดว่าถ้าพ่อ แม่รู้จะเป็นยังไง จะผิดหวังแค่ไหน จะทำให้อับอายขนาดไหน เป็นผู้ชายแต่ดันท้องป่องในวัยเรียน มันเป็นความกดดันที่หนักอึ้งมากเลยนะ


ผมไม่แปลกใจเลยสักนิดที่มีเด็กไปแอบทำแท้งกัน บางคนก็ไม่อาจรับความกดดันระดับนี้ได้ ไม่ว่าจะครอบครัว หรือสังคม มันดูน่าหวาดหวั่นไปหมด


ตอนเรียนปีหนึ่งเคยมีหัวข้อดีเบตเรื่องถ้าท้องจะเลือกเก็บเด็กไว้หรือทำแท้ง ถ้าไม่มีเรื่องกฎหมายมาเกี่ยวข้อง มีฝ่ายที่ทำแท้งบอกว่าการที่ให้เกิดมาในสภาวะที่ไม่พร้อม เด็กโตมาในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีก็อาจทำให้เกิดเป็นปัญหาสังคมได้ การทำแท้งถือเป็นการรับผิดชอบต่อสังคม เรื่องนี้มันไม่มีผิดมีถูกคนเรามองต่างมุม แต่ผมไม่คิดจะทำนะเพราะการเก็บเด็กไว้ก็เป็นทางเลือกในการรับผิดชอบของผมเอง แม้แต่หมาแมวยังไม่กล้าตีนับประสาอะไรกับลูกในท้องตัวเอง


แอ๊ดดด...

ผมหันไปมองไอ้ฝิ่นที่เดินเปิดประตูเข้ามาในห้องสีหน้ามันเหมือนคนที่คิดตกแล้ว ตัดสินใจอะไรแล้ว แอบทำให้ผมรู้สึกกดดันไม่น้อยเลย มันเดินมานั่งข้างๆแล้วยกมือลูบหัวผมเบาๆ ผมเลยเอนซบไหล่มันเลย รู้สึกหมดแรงอะไรก็ดูหนักหนาไปหมดสำหรับผมในตอนนี้


เก็บเด็กไว้แล้วไงต่อ? จะเลี้ยงยังไง? จะบอกพ่อแม่ยังไง? คำถามมันเยอะในหัวไปหมด


“คิดมากหรอ?” แม่งมีหน้ามาถาม กูท้องนะเว้ยไม่ใช่ท้องผูกจะได้ไม่คิดมากน่ะ!


“ก็จะไม่ให้คิดมากได้ไงว่ะ” ผมเริ่มรู้สึกอารมร์เสียยังไงไม่รู้หันไปจ้องหน้ามันเข็มง


“ใจเย็น แค่เด็กคนเดียวเอง” มันบอกให้ผมใจเย็นผมยิ่งหงุดหงิด มันดูไม่เครียดห่าอะไรเลยทั้งที่ผมคิดมากหัวแทบแตก


“เด็กคนหนึ่งมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะมึง!” ผมขึ้นเสียงใส่มันอย่างเริ่มอารมณ์เสีย


“กูก็ไม่ได้จะเล่นๆ"


“ไม่ได้เล่นๆห่าอะไร ไหนจะพ่อแม่ เมียมึง เมียกูอีก!!” ปกติผมก็ไม่ใช่คนที่อารมณ์เสียง่ายนะแต่ทำไมรู้สึกหงุดหงิดที่มันดูไม่รู้สึกรู้สาอะไรมากขนาดนี้ก็ไม่รู้ ผมยังไม่เข้าใจตัวเองเลย


“กูจริงจัง แค่เด็กคนเดียวทำไมจะช่วยกันเลี้ยงไม่ได้ มึงก็แม่เด็กกูก็พ่อเด็กทำแล้วก็ต้องรับผลปะวะ?” มันว่าเสียงจริงจังและมองมานิ่งๆ ผมเลยชะงักไป


“...”


“ว่าไง?” มันถามย้ำอีกรอบและมองลึกเข้ามาในวงตาของผม สายตามันคงมันทำให้รู้สึกแปลกๆ


“เออ” ผมว่าแล้วก้มหน้างุดหลบสายตาของมันที่ทำให้หน้าร้อนผ่าวแปลกๆ


ตอนนี้อะไรก็แปลกไปหมดแหละ แม่งเอ๊ย!


“หึ...ก็แค่นั้น” มันยิ้มบางๆแล้วลูบหัวผมไปด้วย ยิ่งทำให้อุณหภูมิบนใบหน้าสูงขึ้นไปอีก


“จะนอนได้ยังง่วงแล้ว...” ผมรีบเปลี่ยนเรื่องทันที มันก็ยิ้มขยับตัวไปนอนอีกฝั่ง หันหน้ามาทางผม


แม่งจะยิ้มอะไรนักหนาวะ?


ผมก็รีบล้มตัวลงนอนคลุมโปง หันหลังให้มัน พร้อมรอยยิ้มที่หุบไม่ได้ น่าแปลก ที่พอมันบอกว่าจะช่วยกันเลี้ยงเด็กคนนี้ ทั้งความสับสนความวุ่นวายในใจก็หายไปหมด จากที่เครียดๆก็หายไปหมดเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น นอนคิดไปเรื่อยเปื่อยไม่นานความง่วงก็เข้ามาแล้วก็หลับไป....


..................

..........

.......


“ชา ตื่นได้แล้ว” เสียงทุ้มดังอยู่ข้างๆหู โคตรรบกวนการนอนของผมเลย


“อือ” ผมรับคำในลำคอแต่ขยับตัวซุกผ้านวมเพิ่มขึ้น เช้าๆนี่ไม่ใช่เวลาน่าตื่นเลยนะ


“นี่สายแล้วนะมึง จะสิบเอ็ดโมงแล้ว” เอาเถอะถึงสายก็ไม่ใช่เวลาน่าตื่นอยู่ดี เตียงอุ่นๆตอนตื่นนอนนี่โคตรน่าซุกเลย แบบอยากนอนมันอยู่อย่างงี้ทั้งวัน


หมับ!

ผมรีบลืมตามองทันทีเมื่อไอ้ฝิ่นมันรวบตัวผมไว้ในอ้อมกอดแล้วอุ้มขึ้น


“เฮ้ย! นี่มึงจะทำอะไรปล่อยๆ” ผมรีบโว้ยวายแล้วดิ้นทันที แม่งเล่นอะไรก็ไม่รู้!


“จะพาเด็กขี้เซาไปอาบน้ำ จะได้ตาสว่างไง” แต่มันกลับกระชับอ้อมกอดให้แน่นกว่าเดิม แล้วมองมาด้วยรอยยิ้มขบขัน


“ตื่นแล้วนี่ไง ปล่อยกูเลยยยย” ผมว่ามันหน้าบูด แต่มันก็ไม่สนใจอุ้มผมเข้าห้องน้ำทันที ผมอยากดิ้นให้แรงกว่านี้นะแต่ก็กลัวตกเหมือนกัน เลยได้แต่ปล่อยเลยตามเลย


            ฝิ่นวางผมลงบนพื้นห้องน้ำใต้ฝักบัว มือแกร่งเอื้อมมาปลดกระดุมชุดนอนของผม ทำให้ผมสะดุ้ง รีบถดตัวหนี จับเสื้อไว้แน่น


            ถึงกูจะปล่อยเลยตามเลยแต่ไม่ได้ปล่อยให้มึงอาบน้ำให้กูนะโว้ยยยยย!


            “พอเลย กูจะอาบเอง มึงออกไปเลย ชิ้วๆ” ผมมองมันตาขวางใช้มือข้างที่ว่างโบกไล่มัน แต่มันเสือกหน้ามึนเดินเข้ามาใกล้ช้าๆ ผมก็ถดตัวหนีเรื่อยๆ


            กึก!

หลังของผมชนเข้ากับผนังเย็นเฉียบ ไอ้ฝิ่นยังไม่หยุดขยับเข้ามาใกล้ จนกระทั่งลำตัวของเราแนบสนิทกัน ผมยกมือดันอกมันออกแต่ไม่ขยับซักนิด เลยตวัดสายตาขึ้นมาจ้องมันเขม็ง แต่กลับถูกสายตาของมันตรึงไว้กับที่ มือแกร่งเอื้อมมาปลดเสื้อผมออก โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ จนเผลอเผยริมผีปากขึ้นเองโดยอัตโนมัติ ราวรับรอรับการรุกรานอย่างเต็มใจ ใบหน้าหล่อขยับเข้ามาจนกระทั่ง สายตาอยู่ระดับเดียวกันมองโต้ตอบอย่างลึกซึ้ง ขยับเข้าหาช้าๆ จนผมค่อยๆหลับตาลง


ซ่าาา!

น้ำจากฝักบัวไหลออกมาจนผมเปียกไปทั้งตัว ผมรีบลืมตาอย่างคิดไม่ถึง อ้าปากค้าง มองใบหน้าหล่อร้าย ที่ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ ดูน่าหมั่นไส้ จนเผลอดขบริมฝีปากตัวเองอย่างเจ็บใจ


“ก็จะอาบน้ำให้ไง” ฝิ่นว่าเสียงนุ่มปนขบขันทำให้สติผมขาดผึงทันที อ้าปากเตรียมด่ามันทันที


“ไอ้หะ อุ๊บ!” ริมฝีปากร้ายจู่โจมทันทีที่ผมเปิดปาก ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาตามรอยแยกของริมฝีปากดูดดึงจนคนที่ผลักไสต้องขยับมือบากขึ้นไปโอบรอบลำคอหนากดลงมาให้ริมฝีปากแนบชิดกันยิ่งขึ้น ความร้อนแรงก็เพิ่มขึ้น โดยที่สายน้ำที่ไหลชโลมกายไม่มีสามารถดับความร้อนแรงนั้นได้เลย เสียงจูบดังก้องห้องน้ำอย่างน่าอายแต่ในเวลานี้ไม่มีใครสนใจ สนแค่การตักตวงจากร่างตรงหน้าเท่านั้น...


เราจูบกันจนผมรู้สึกหายใจไม่ทันเลยทุบหลังมันเบาๆเป็นสัญญาณให้ผละออก ผมหอบหายใจถี่อย่างอ่อนแรง เหมือนเรี่ยวแรงถูกสูบไปจนหมดถ้าไม่ได้พิงกำแพงและไอ้ฝิ่นโอบเอวเอาไว้คงล้มไปแล้ว แต่ไอ้ฝิ่นนี่สิมือปลาหมึกชิบหายมือข้างนึงโอบเอวผมไว้และลูบสีข้างเบาๆไปด้วยแต่อีกข้างนี่สิ


แม่งล้วงเข้ามาในกางเกงผมแล้วครับ!!


“พะ...พอเลย...” ผมว่ามันเบาๆ ใช้มือดันอกมันออกแต่ตัวควายๆอย่างมันไม่ขยับหรอกครับ หน้ามันยังซุกอยู่ที่คอผม แถมน้ำก็ไหลลงมาโดนหน้าโดนตารู้สึกโคตรรำคาญ


“นิดนึงหน่า...” เสียงมันโคตรพร่าไม่บอกไม่รู้เลยว่าอยาก


สัส! คิดว่ากูจะยอมรึไง!!


โครม!

ผมยกเท้าถีบร่างสูงจนล้มลงไปวัดพื้นห้องน้ำ แน่ละครับพื้นมันลื้นแถมมันยังไม่ทันตั้งตัวด้วย


เป็นไงตีนกู เคลิ้มไหมล่ะมึง ฮ่าฮ่าฮ่า!!


“ชา!” ไอ้ฝิ่นเงยหน้ามองผมจ้องมาแบบโคตรดุ คิดว่าผมแคร์หรอ?


“หืม?” ผมรับคำเสียงหวาน ยิ้มระรื่นแถมให้ด้วยเลย


“ฝากไว้ก่อนเถอะ แม่ง!” มันมองมาแบบโคตรหมั่นเขี้ยว ส่ายหัวแล้วขยับตัวลุกขึ้น ผมเลยหันกลับถอดกางเกงออกไม่สนสายตามันสักนิด คือสำหรับผมเมื่อกี้มันเป็นการบอกแล้วว่าไม่เอา มันก็รู้ดีไม่กล้าเสี่ยงจะเอาต่อหรอก


แต่ไอ้ฝิ่นก็คือไอ้ฝิ่นครับ มันก็ถอดเสื้อผ้า ตามมายื่นซ้อนหลังผมแทน  วงแขนแกร่งตวัดมารั้งเอวผมไปแนบกับตัวมัน ทำให้ผมที่ถูสบู่อยู่ชะงักกึก


 ไอ้ห่านี่ แค่ได้แทะๆเล็มๆมันก็เอา!


“อย่ากวนสิมึง” ผมหันไปบอกมันแบบจริงจัง แต่มันก็หน้าด้านครับไม่ปล่อยแต่กอดไว้หลวมๆแทน


“ยังไม่ได้กวนเลย” มันพูดอ้อนๆ ผมรู้สึกแปลกใจนะที่มันมาคลอเลียผมมากกว่าเดิม แต่ก็สรุปเอาเองว่ามันเห่อลูก แน่ล่ะไอ้ฝิ่นเห็นมันดูหน้าเลวๆอย่างนี้แต่มันชอบเด็กนะครับหลานมันเยอะมันเล่นกับเด็กเป็น แต่ผมนี่สิไม่ค่อยได้เล่นกับเด็กเท่าไหร่ หวั่นๆเหมือนกันนะที่ต้องมาท้องเองแบบนี้


“ไหนมึงบอกว่าจะอาบน้ำ” ผมมองมันดุๆบ้าง


“โอเคๆไม่เล่นแล้ว” มันก็ยกมือขึ้นยอมแพ้หันไปตั้งหน้าตั้งตาอาบน้ำแบบตั้งใจเกินเหตุ

น่าหมั่นไส้ชิบหาย!

 

..................

..........

.......

 

            “ชาเหม่ออะไรเนี่ย” เสียงหวานๆจากผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนผม ทำให้ผมหลุดจากภวังค์ หันไปยิ้มให้บางๆ ส้มก็ขยับเข้ามาอ้อนผมทันที


            ตอนนี้ผมอยู่ที่ห้องส้มครับ หลังจากที่พวกเพื่อนๆรู้เรื่องผมท้อง พวกมันก็ประคบประหงมกันแบบโคตรเวอร์ ทำผมเซงมาก บอกอยู่ว่าให้เนียนๆกันหน่อยแต่พวกแม่งไม่มีใครเนียนจริงๆสักคน


ขนาดไอ้ไฮนซ์ แค่ผมสะดุดนิดนึงสีหน้ามันยังเปลี่ยนเลยครับ ถึงไม่ได้ทำหน้าเหวอแต่มันขมวดคิ้วแบบเคร่งเครียดเลย แบบปกติต่อให้เพื่อนคนไหนเอาหน้าไปวัดพื้นมันก็แค่มองนิ่งๆ ไม่ใช่ดูเครียดๆแบบนี้ มันถึงได้ขัดใจผมกันทุกคน


ช่วงนี้ผมเลยหนีมาอยู่ห้องส้มบ่อยๆ จะว่าไงดีมันสบายใจนะครับ เพราะส้มก็เป็นพวกขี้อ้อนและไม่เรื่องมาก อยู่ด้วยก็รู้สึกเอ็นดู แต่ผมรู้สึกผิดต่อส้มนะ เขาไม่ได้ทำอะไรไม่ดีสักอย่าง แต่ผมแม่งเหี้ยลับหลังเขาตลอด แล้วดูตอนนี้สิ ท้องป่องขึ้นมา เหี้ยดีจริงๆ


            “เปล่าหรอกคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยน่ะ” ผมก็ยกมือลูบหัวส้มเบาๆ ส้มก็ยิ้มแล้วยืดคอมาหอมแก้มผมดังฟอด แล้วยิ้มหวาน


            “ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่าแต่ช่วงนี้ชากลิ่นหอมมากเลยล่ะ”


            “พูดเป็นเล่น” ผมว่าอย่างไม่จริงจัง


            “จริงๆน้าเราว่าได้กลิ่นหอมๆจากตัวชา” ส้มว่าแล้วขยับตัวมาคร่อมผมไว้ ทำจมูกฟุดฟิด อย่างน่าเอ็นดู พอผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างส้มทำมันดูน่ารักมากเลยล่ะ


“ไม่ใช่แล้ว ไหนบอกอยากกินข้าว?” ผมดันส้มออกเบาๆ แล้วเปลี่ยนเรื่อง


“ก็อยาก อยากกินพิซซ่าอะ”


“ครับๆ งั้นไปกินที่ห้างXXXกันนะ” ผมก็ตามใจเธอไปตามระเบียบ


“อื้ม!”


ผมก็พาส้มเช้งไปกินพิซซ่า ดีนะครับที่ผมไม่แพ้กลิ่นพิซซ่าช่วงกลางวันผมไม่ค่อยแพ้กลิ่นเท่าไหร่ แต่ตอนเช้ายังแพ้หนักเหมือนเดิม


หลังจากนั้นดูหนังต่อ แล้วไปส่งที่หอ ผมขึ้นไปเล่นกับส้มอยู่ไม่นานก็ขอตัวกลับ ทั้งๆที่ตอนอยู่กับส้มผมสบายใจมากเลยนะ ส้มเป็นคนน่ารักขี้อ้อน ทำให้ผมยิ้มได้ตลอด แต่พอกลับออกมาผมกลับรู้สึกหนักอึ้ง ความรู้สึกผิดมันเริ่มกดผมให้เริ่มจมลงทีละน้อย ยิ่งเห็นส้มยิ้มได้อย่างร่าเริงยิ่งรู้สึกแย่ ไม่กล้าที่จะทำลายรอยยิ้มนั้น


ไม่ใช่แค่ส้มนะไม่ว่าพ่อหรือแม่ก็ไม่กล้าบอกอาจดูขี้ขลาดนะครับเพราะเด็กคนนึงมันก็เรื่องใหญ่ควรให้พ่อแม่รับรู้ด้วย แต่ผมก็ไม่กล้าว่ะไม่รู้ว่าสายตาที่พวกท่านมองมา จะผิดหวังกับผมขนาดไหน จะเสียใจแค่ไหน เลยคุยกันไอ้ฝิ่นกันแล้วว่าจะยังไม่บอกจนกว่าจะเรียนจบ ให้มีงานทำเลี้ยงตัวเองได้รับผิดชอบตัวเองได้ก่อน เหมือนยืดเวลา แต่ตอนนี้ผมก็ต้องการเวลาจริงๆ


ที่ผมกลัวที่สุดก็คือการทำร้ายความรู้สึกคนที่เรารัก มันเจ็บปวดนะครับ ไม่ว่าจะพ่อแม่ หรือส้ม ถึงผมจะไม่ได้รักส้มแบบสุดหัวใจ แต่ก็ไม่ใช่ไม่รัก คนมันคบกันก็ต้องรู้สึกดีให้กันอยู่แล้ว ผมมันคนเห็นแก่ตัวเพราะอยากให้เขายังยิ้มให้ผมเหมือนเดิม มันทำให้ผมสบายใจมากกว่า


พอถึงคอนโด ผมจอดรถแล้วเกินขึ้นห้องช้า สมองก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปด้วย พอเปิดประตูเข้าห้องก็เห็นไอ้ฝิ่นมันนอนดูหนังในสภาพ บ๊อกเซอร์ตัวเดียวอยู่ ความคิดในสมองผมก็สงบลง


“กลับไวว่ะ” ไอ้ฝิ่นหันมาพอดีก็ทักขึ้น


“ไปกินข้าวดูหนังกันเฉยๆ” ผมยักไหล่ เดินเข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องแล้วออกมานั่งเล่นที่โซฟากับมัน ซึ่งมันก็โคตรรู้ใจมีกล่องไอศกรีมรสวานิลลาว่างไว้พร้อมช้อน เรียบร้อย นี่เป็นอย่างนึงที่ผมติดขึ้นมาหลังจากท้องครับ กินได้แทบทุกรสขอให้เป็นไอศกรีมหรือของเย็นๆ


ผมก็หยิบไอศกรีมขึ้นมานั่งตักกินอย่างสบายอารมณ์


“กินดีๆ” อยู่ๆไอ้ฝิ่นก็พูดดุๆขัดบรรยากาศสบายอารมณ์ของผม


“ก็ดีแล้ว” ผมยู่ปากอย่างขัดใจ


“ดีบ้านไหนของมึงถึงเลอะไปหมด” มันว่า ผมคงกินเลอะแบบไม่รู้ตัวไอ้ฝิ่นเลยหยิบทิชชู่มาเช็ดปากให้เบาๆ ผมก็นั่งจ้องมันตาแป๋ว มันก็ยิ้มบางๆแล้วขยี้ผมผมเบาๆ


“อย่าดิเดี๋ยวเสียทรง” ผมปัดมือมันแต่มันกวนตีนยิ้มยียวนใส่ผมอีก


“ไม่ได้ออกไปไหนแล้วนิ” มันว่าแล้วลูบหัวผมเบาๆแล้วสางผมผมเล่น


“กวนตีนชิบ” ผมบ่นอุบอิบแต่ก็ปล่อยให้มันเล่นหัวไป


น่าแปลกนะที่ความเครียดและความรู้สึกแย่ของผมมันเหมือนมลายหายไปตั้งแต่แวบแรกที่เห็นมันนอนเล่นอยู่บนโซฟา...







[100%]



[ครั้งที่ 3]

สอบเสร็จแล้ววว และครบ100%แล้วน้า

เราชอบบรรยากาศของสองคนนี้นะ

ชากับฝิ่นมันเป็นอะไรที่เหมือนรู้ใจกัน

พออยู่ด้วยกันแล้วมุ้งมิ้งมากมาย

ดีต่อใจค่ะ555

ตัวละครเรื่องนี้เราอยากให้สีออกเทาๆ

เพราะทุกคนมีความเห็นแกตัวอยู่แล้ว

การกระทำบางอย่างเลยไม่ได้คิดถึงความถูกต้อง

เอาแค่เพราะอยากทำ

แต่ปมผูกเองก็ต้องแก้เองเนอะ


[ครั้งที่ 2]

มาแล้วค่ะ65%

เขานัวเนียกันอีกแล้ว...

อย่างว่าฝิ่นมันมือไว 555



[ครั้งที่ 1]


partต่อไปเป็นชองหนูชาเราเลยหักไว้ที่30% นะคะ

partของฝิ่นเป็นเรื่องต่อจากที่ชาสลบไป

เราอยากใส่ช่วงคุยกับคุณหมอไว้จะได้เป็นโซนอธิบาย

แต่แน่นอนว่าเป็นจินตนาการของเราเองนะคะ

เรื่องIntersexualนี่มีจริงๆนะคะแต่ไม่มีแอดวานขนาดท้องได้

เพราะสองเพศสมบรูณ์ไม่มีอยู่ในมนุษย์

แต่ไอเดียมดลูกต่อกับทางทวารหนักเราได้มาจากข่าวของผู้หญิงคนนึง

ที่ไม่ท้องจากการมีเพศสัมพันธ์ทางด้านหน้า

แต่ท้องเพราะมีสัมพันธ์ทางด้านหลัง

พอไปตรวจดูถึงรู้ว่าช่องคลอดไปเชื่อมกับทางทวารหนัก

เราเลยเอามายำกันเลยค่ะ555



อ่านแล้วก็คอมเม้นหรือฟีดแบ็คกลับมากันด้วยนะคะ


- BlckSnow -



Twitter >> https://twitter.com/Blacksnow_A

#คนติดชา









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 332 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,079 ความคิดเห็น

  1. #4039 Dobamboo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 21:11
    บรรยายตอน2คนนี้อยู่ด้วยกันดีมากอ่ะ
    #4,039
    0
  2. #3786 AirrUtai (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 10:01
    แล้วฝิ่นกับชาจะทำไงกับบรรดาเมียๆของตัวเองนะ
    #3,786
    0
  3. #3630 Thitaphorn Tiemnara (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 00:50
    เข้าใจความรู้สึกชานะ
    #3,630
    0
  4. #3535 defet (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 02:37
    ขอพื้นทีระบาย ถ้าฝิ่นกะชาเปงเพื่อนกัน คนอย่างเราคงไม่มีเพื่อนอะ.. 55555 ชอบมากค่ะไรท์ เลิ้บๆเป็นกำลังใจใหเนะคะ
    #3,535
    0
  5. #3428 ADragonike (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 15:13
    ตอนนี้ฝิ่นกับชามีความรู้สึกให้กัน แต่เหมือนยังมีอะไรหลายๆ อย่างผูกมัดอยู่ รีบๆ เคลียร์คนของตัวเอง แล้วมาดูแลชาน้อยกันเถอะ
    #3,428
    0
  6. #3378 mon9228 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 14:57
    เฮ้ออ เลิกกับแฟนไปทั้งคู่เลยเถอะ จะมายื้อไว้ให้รู้สึกแปลกๆแบบนี้ทำไมกัน
    #3,378
    0
  7. #3288 Mistyblack (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 06:21
    ใจสู้รึเปล่า ไหวไหมบอกมา...ผิดๆ สู้นะชาตัวน้อย
    #3,288
    0
  8. #3000 แคนต้าลูปปปป ^^ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 18:42
    ฝิ่นชาต้องสู้นะ!
    #3,000
    0
  9. #2834 namhom-3449 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:21
    ชากับฝิ่นต้องสุ้ไปด้วยกันนะ ผ่านอุปสรรคต่างๆไปให้ได้
    #2,834
    0
  10. #2122 WANGYi-En852626 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 03:20
    ตอนนี้โคตรชอบฝิ่นเลย ><
    #2,122
    0
  11. #1984 blue lu pinku (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 13:47
    ชอบชาเวลาอยู่กับเพื่อนๆ น่าจะหวงมากอะคราวนี้
    #1,984
    0
  12. #1910 Azlyss (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 23:32
    เราชอบบรรยากาศตอนนี้เหมือนกัน
    มันแบบดูมีกลิ่นอายอบอุ่น
    แต่ก็กดดัน เครียด ปัญหาต่างๆที่ตามมาจะมีอะไรย้างก็ไม่รู้ อยากให้ดูแลกันแบบนี้ไปเรื่อยๆนะเฮ้ย
    แล้วก็ที่ยกเหตุผลมานั่นสมจริงมากๆค่ะ
    ชอบมากกกก เรารู้สึกว่ามันจริงอ่ะ
    แอบมีข้อคิดแทรกมาในตอนด้วย
    ปล. เพื่อนๆน่าจะเห่อนะ แอบตลก555555
    #1,910
    0
  13. #1904 Kim-kibom (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 21:18
    ต้องสู้ไปด้วยกัน ห่วงใยกันมากๆนะ
    #1,904
    0
  14. #1866 แบคแมน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 21:29
    คนที่เป็นที่พึ่งทางใจไง อยู่ด้วยแล้วสบายใจ เหมือนทิ้งเรื่องหนักไปได้ สู้ๆนะชา
    #1,866
    0
  15. #1828 Onigu_ahgase (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 06:37
    กดดันจริงนะเรื่องแบบนี้ แต่ก็น่าดีใจนะทุกคนจะได้อุ้มหลานอ่ะ แต่การเป็นห่วงแบบโอเวอร์คือไร นี่เนียนแล้วใช่มั้ยคะคุณเพื่อนน
    #1,828
    0
  16. #1755 fine feel (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 09:33
    แอบสงสารส้มเบาๆ
    #1,755
    0
  17. #1686 choopp (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 00:16
    ทุกคนดูไม่ค่อยเห่อเลยนะคะจริงๆ
    #1,686
    0
  18. #1642 luiseluise (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 06:34
    ท้องแล้วจะเป็นไงต่อละทีนี้ ทุกคนดูจะไม่ค่อยเห่นหลานเลยนะ
    #1,642
    0
  19. #1382 จอมมารสีเงิน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 00:21
    ภาวะที่ว่ามันมีจริงๆป่ะคะ?
    #1,382
    0
  20. #1323 Feremaka (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 01:03
    ทุกคนเห่อหลานมากแน่ๆ555 ห่วงกันซะขนาดนี้
    #1,323
    0
  21. #1293 ni.nin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 23:22
    ชอบมากกกกก
    #1,293
    0
  22. #1232 maimes' ❀ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 23:31
    อยากให้ชากับฝิ่นบอกพ่อกับแม่นะอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดเด็กทั้งคนจะปิดมิดหรอ ไม่ว่ายังไงพ่อกับแม่พร้อมให้อภัยเราเสมอนะ
    สองคนนี้บางทีก็เหมือนคนรักแต่บางทีก็เหมือนไม่ใช่มันแบบอธิบายไม่ถูกแต่ชอบนะดูแลกันและกันไปเรื่อยๆ
    แต่หลังจากมีลูกนี่แหละความรู้สึกจะต้องพัฒนาแน่ๆ สองคนคือรักกันแหละ แต่ไม่คิดว่ามันคือรักแบบฉันรักเธองี้เป็นเพื่อนกันมาแต่เด็กด้วย
    ส่วนแฟนนี่ไปเลิกเถอะมองถึงอนาคตของลูกก็ยังดีพ่อกับแม่มีแฟนอีกคนแล้วลูกจะรู้สึกยังไง
    #1,232
    0
  23. #1166 สาววายไร้ผัวนะเออ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 13:53
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #1,166
    0
  24. #1059 DREAM_WH (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กันยายน 2559 / 01:17
    เลิกกับเหล่าแฟนๆได้แล้วไหม โดยเฉพาะแพรวาเลิกๆไปเถอะเชื่อเราดิ
    #1,059
    0
  25. #694 jjjj. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 23:30
    ท้องก็ต้องใหญ่ขึ้นเรื่อยๆนะะ ปัญหารักกี่เส้า ถถถถ
    #694
    0