[Yaoi] Feel Addict|รู้สึกติด [Mpreg]

ตอนที่ 2 : Chapter 1 : รอยยิ้ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,314
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 351 ครั้ง
    26 ม.ค. 62


Chapter 1: รอยยิ้ม

อะไรที่ผ่านมาแล้ว มันก็ดูเล็กน้อยจนหน้าประหลาดใจ


 

“ตื่นๆ ชา ตื่น” 

เสียงทุ่มของฝิ่นดังรบกวนการนอนของร่างเล็กที่ขดตัวเป็นก้อนในกองผ้าห่ม มือแกร่งเอื้อมมาเขย่าตัวร่างบางจนสั่นไปทั้งตัว


“อือออ...อย่ากวนดิ” เสียงงัวเงียของร่างในผ้าห่มดังอิดออดไม่ยอมลุกกลิ้งหลบไปอีกฝากของเตียงจนคนตัวโตหัวเราะออกมาเบาๆกับท่าทางเหมือนเด็กเล็กๆนั่น


“แต่นี่จะ 9 โมงแล้วนะ มึงจะไปรับส้มเช้งไปมอไม่ใช่หรอ?”


พรึ่บ!

“ห๊ะ! มึงว่าไงนะ!?” ชามชาเด้งตัวลุกขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเวลาแล้วตารีตาเหลือกวิ่งไปอาบน้ำแต่งตัว ฝิ่นก็ได้แต่มองตามแล้วยิ้มขำๆ มองดูนาฬิกาใกล้เวลาตามนัดของตัวเองแล้วก็เดินผิวปากควงกุญแจรถออกจากห้องไป

 

 

ChamCha Part


            ตายๆ วันนี้รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะรับส้มไปมอด้วยแต่ส้มมีเรียน9โมงครึ่ง ส่วนผมน่ะมีเรียนบ่ายโมงด้วยความชินเลยนอนยาว ตอนนี้ผมก็มาถึงที่หมายอย่างเฉียดฉิว 9โมง15 จากหอส้มไปมอก็ประมาณ10นาที ก็ถือว่าพอดีแหละครับ


พอเทียบรถจอหน้าหอ ร่างของผู้หญิงตัวเล็กผมประบ่า น่าตาน่ารักประหนึ่งตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ ก็เดินตรงมาเปิดประตูข้างคนขับ


“นึกว่าจะมารับส้มสายซะแล้ว” ส้มว่ากระเง้ากระงอดอย่างน่ารัก


“แหม่...ชาจะมารับส้มสายได้ไง ส้มบอกยังไงก็อย่างงั้นสิครับ” ผมรีบตอบเอาใจแฟนสาวขี้งอนทันที


ผมมันสายอ้อนครับขืนไปทำตัวแบบ กูหล่อ กูหยิ่ง กูไม่แคร์ แบบเพื่อนๆในกลุ่มผม ก็อดแดกแน่ๆครับ รู้ตัวว่าไม่ได้หล่อเท่าพวกมัน ถึงจะช้ำใจแค่ไหนแต่ก็ต้องปล่อยไป เอาจุดเด่นของตัวเองมาใช้ให้เป็นประโยชน์ เขาเรียกคนฉลาดครับ ฮ่าฮ่าฮ่า


“ให้มันจริงเถอะ” ส้มย่นจมูกแล้วมองมาอย่างจับผิด


“จริงครับผม” ผมรับคำไปสั้นๆและหันกลับไปทำหน้าที่สารถีต่อ


ขับรถจนถึงมอก็ไปส่งส้มที่คณะสังคม ขอรางวัลหอมแก้มเล็กๆน้อยๆแล้วปล่อยไป คนนี้ได้กินแล้วนะครับแต่ผมไม่ใช้พวกฟันแล้วทิ้งแบบไอ้เซน ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็คบกันไปเรื่อยๆนั่นแหละแต่ส่วนมากจะมีปัญหาเพราะหน้าผมเนี่ยแหละ


หืม?...มีปัญหายังไงน่ะหรอครับ?

ก็หน้าผมมันไม่หล่อออกแนวหนุ่มน่ารัก แบบที่เขาชอบกันก็พวกหล่อๆเลวๆครับ พอเจอประเภทนั้นหยอดที ไม่เกินคืนเดียวเปิดห้องให้เขาเข้ากันแล้วแต่ผมนี้เต๊าะอยู่ตั้งเกือบอาทิตย์


แต่ไม่น่าช้ำใจเท่ากิ๊กเก่าคนล่าสุดของผมหรอกครับ มันเป็นเกย์รุกแต่ผมก็เคลมเปิดซิงมันจนได้ พอได้เคลมไม่ถึงอาทิตย์ดันเจือกไปโผล่เป็นเด็กในสังกัดไอ้รัฐอีก


โดนกูกดไม่กี่ครั้งนี่แรดไปเป็นรับเต็มตัวเลยหรอวะ!? 


แถมไอ้ห่ารัฐแม่งยังตีหน้ามึนบอกเรียบๆว่า ไม่รังเกียจเด็กของเพื่อนแดกต่อได้


ให้มันได้อย่างงี้สิ!


พูดถึงเรื่องนี่แล้วก็ทำให้เผลอนึกถึงเรื่องของผมกับไอ้ฝิ่น จากคืนนั้นก็ผ่านมาเกือบสองเดือนแล้วครับ พวกผมก็ยังใช้ชีวิตปกติไม่มีใครรับรู้เรื่องในคืนนั้นเพิ่ม คงเพราะพวกผมทำตัวปกติกันมากจนไม่มีใครจับสังเกตได้ ปกติก็ทำตัวไม่ได้ต่างกับผัวเมียกันเท่าไหร่เป็นขึ้นมาจริงๆก็ไม่มีใครรู้หรอกครับ


เรื่องเซ็กส์สำหรับผมแล้วมันไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไร มันไม่ใช่ปัจจัยหลัก เหมือนมีมาจนชิน ถึงจะไม่ได้บ่อยมาก แต่ก็ผ่านอะไรมาเยอะครับ แค่เพิ่มว่าได้ลองกับเพื่อนสนิทตัวเองแล้วก็แค่นั้น


ผมที่มาตั้งแต่ 9โมงครึ่ง ก็ไม่มีสถานที่สิงสถิตครับ แบบอาบน้ำแต่งตัวออกมาแล้วก็ขี้เกียจกลับเข้าห้องเลยกดโทรหาน้องเปาคนดี หรือ ซาลาเปา มนุษย์อักษรเอกอิง เด็กน้อยเพียงคนเดียวในกลุ่มผม และที่สำคัญมันน่ารักมากกกกก เป็นเพียงคนเดียวในกลุ่มที่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกฟุ้งฟริ้ง


วันนี้มันมีเรียนแต่บ่ายเหมือนกันเลยจะโทรไปลากมันออกจากห้องมาอยู่เป็นเพื่อนกันหน่อย ฟังเสียง ตู๊ตๆรอสายอยู่สักพักมันก็รับ


/อือ.../ เสียงงัวเงียมากแต่ผมหาได้สนใจไม่


“ไปหาไรกินกัน” ผมชวนด้วยเสียงร่าเริง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าน่าหมั่นไส้ขนาดไหน แต่แหม่ ก็ผมตั้งใจนี่ครับ


/กูจะนอน.../ มันพึมพำตอบกลับแล้วบ่นอะไรงุ้งงิ้งของมันก็ไม่รู้เพิ่งตื่นคุยไม่ค่อยรู้เรื่อง


“เฮ้ๆ อย่าใจร้ายทิ้งเพื่อนให้เปล่าเปลี่ยวเอกาอยู่คนเดียวสิ~”


/ผัวมึงไปไหนล่ะ/ ประโยคนี่จุกมากครับ มันยังไม่รู้ว่าเรื่องล้อเล่นแม่งกลายเป็นจริงแล้ว เพื่อนๆมันชอบแซวผมกับฝิ่นเพราะอยู่ด้วยกันมานาน เรียนบริหารเหมือนกัน เป็นรูมเมทกัน และฝิ่นมันดูแลผมดีมากเวลาอยู่ด้วยกัน แต่ตอนนี้คงไปอยู่ห้องเด็กมันสักคน ปล่อยมันไป


 “กูจะตรัสรู้ไหม คงนอนกกเมียอยู่มั้ง ช่างมัน มาหาไรกินกันก่อนกูหิวแล้ว”


/เออๆ จะกินที่ไหนอะ?/


“ใกล้ๆหอมึงก็ได้เดี๋ยวขับรถไปรับ”


/เคๆ อาบน้ำแป๊บ/


ติ๊ด!


..................

..........

.......


“ลุงเอาข้าวหมูแดง 2 ”


“3 เลยลุง”


ผมหันไปมองแขกไม่ได้รับเชิญทันที ปรากฏว่าเป็นไอ้เซน เรียนวิทยาเอกคอม หัวมันโคตรฉลาดโคตรไบร์ท และหล่อเหี้ยๆ มันลากเก้าอี้ข้างๆผมมานั่ง แล้วเหยียดยิ้มบางๆให้ ขอบอกว่าด้วยลุคที่ดูโคตรคุณชายของมัน พอมานั่งในร้านข้าวหมูแดงข้างทาง มันเด่นมาก สาวๆในร้านมองกันตาเป็นมันไม่เว้นแต่ป้าเมียลุงเจ้าของร้าน


ทำไมผู้ชายรอบตัวกูมันหล่อจนน่าหมั่นไส้ได้ขนาดนี้ว่ะ!?


“มาได้ไงว่ะ?” ไอ้เปาถามพลางหันไปรินน้ำใส่แก้วแจกจ่ายให้เพื่อน


“ขับรถมา”


“สัส!กวนตีน กูคงคิดว่ามึงเหาะมาหรอก” มันบ่นอุบและดูดน้ำอย่างใส่อารมณ์ จนแก้มยุ้ยๆของมันพองออกมา อย่างน่าจับแดก บอกเลยว่าผมไม่เคยเห็นใครที่ทำอะไรก็ดูน่ารักน่าแดกไปหมดอย่างมัน เชื่อเถอะว่าถ้าพ่อมันไม่โหดคงมีแมลงตัวผู้มาตอมกันให้วุ่น


“อย่าเพิ่งงอนๆ กูก็เพิ่งเรียนคลาสเช้าเสร็จเลยมาหาไรกิน” มันว่าขำๆอย่างเอ็นดู แล้วหันไปรับจานข้าวขาหมูที่ลูกสาวเจ้าของร้านยกมาเสริฟเองกับมือทั้งที่ตอนแรกเห็นนั่งทำงานอยู่โต๊ะข้างใน แล้วก็ยืนบิดจนผมคิดว่าข้าวผมอาจจะหกหมดก่อนได้กิน


“เอากินๆ” ผมที่ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องรีบจัดการข้าวตรงหน้าทันทีแบบหิวจัด พอกินเสร็จพวกเราก็เดินออกจากร้าน ไปนั่งร้านกาแฟในม.ฆ่าเวลาเล่น 


จนช่วงใกล้เที่ยงคนก็เริ่มเยอะขึ้นแต่พวกผมก็ยังนั่งรอเวลากันต่อไปมีคุยเล่นก้มเช็คโทรศัพท์กันเป็นช่วงๆ


“อ้าว...มานั่งกันตรงนี้ไม่ชวนเลยนะพวกมึง” เสียงทักคุ้นเคยทำให้ผมละจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมามอง 


ก็ไอ้ฝิ่นนั่นแหละครับมันมาพร้อมน้องแพรวาดาวคณะบัญชีคนสวยมาดนางแบบสัสๆเป็นอีกคนที่ผมเคยแอบเล็งแต่ผู้หญิงแนวนี้เขาไม่ชอบผู้ชายแบบผมครับ นกต่อไป


“ไม่อยากเป็นก้างงงง~” 


ผมแซวแล้วส่งยิ้มหวานเผื่อแผ่ไปให้น้องแพววาเธอยิ้มตอบกลับบางๆ


“สวัสดีค่ะพี่ชามชา


แต่ไม่รู้ทำไม ผมถึงรู้สึกแปลกๆกับรอยยิ้มนั้นก็ไม่รู้สิครับ


[ต่อ]


“ครับ” ผมยิ้มรับแกนๆส่วนน้องแพรวาก็หันไปทักทายคนอื่น ทั้งสองคนเข้ามานั่งรวมกับพวกเรา ทั้งโต๊ะเต็มไปด้วยรอยยิ้มครับ แต่บรรยากาศกลับอึมครึมยังไงไม่รู้ เรื่องนี้ชาจะไม่ยุ่งครับแต่ดูท่าจะไม่ได้ ไอ้เซนก็เหมือนนกรู้ครับเห็นบรรยากาศไม่ดีก็หาข้ออ้างลุกจากโต๊ะไปแล้ว บอกนัดเพื่อนไว้


มึงยังเพิ่งบอกกูอยู่หยกๆเลยว่าเข้าเรียนบ่ายโมงพร้อมกันนะสาสสสส!!


ไอ้ฝิ่นนั่งลงข้างๆ ผมเลยขยับเก้าอี้ให้ชิดด้านในเพิ่ม น้องแพรวาก็นั่งตรงข้ามมันข้างๆไอ้เปาที่ก้มลงไปเล่นโทรศัพท์ตัดขาดโลกภายนอกไปแล้วครับ


“กินไรยัง?” ฝิ่นมันหันมาถามผมครับ มึงไปสนใจเมียมึงนู่นอย่างเพิ่งมายุ่งกับกู


“กินพวกกาแฟกับขนมปังไปแล้ว ยังไม่หิวว่ะ” พอผมตอบ มันก็ขมวดคิ้วทันที


“ไม่หาข้าวกินดีๆวะ เดี๋ยวก็หิวในคลาสอีก” เสียงดุมาเลยครับ ร้านนี้เป็นร้านกาแฟก็จริงแต่ก็มีพวกอาหารง่ายๆจานเดียว พวกข้าวผัดหรือสปาเก็ตตี้ ขายด้วย


“ก็เดี๋ยวค่อยซื้ออะไรเข้าไปกิน” ผมพึมพำตอบมันเสียงเบา โธ่! พ่อกูก็ไม่ใช่


“แล้วมันเหมือนข้าวไหม?”  ยังไม่ทันที่ผมจะอ้าปากตอบก็มีเสียงขัดขึ้นมาซะก่อน


“พี่ฝิ่น จะทานอะไรคะ? จะได้สั่งพร้อมกันเลย” น้องแพรวาครับ หันมามองทางพวกผมน้องเขาก็ยิ้มแย้มปกตินะครับแต่มันก็รู้สึกแปลกๆว่ะ รึว่าผมคิดมากไปเองเพราะตั้งแต่ได้กับไอ้ฝิ่น ผมก็เพิ่งได้เจอน้องเขาจังๆครั้งนี้ครั้งแรก ปกติพวกผมก็ไม่ค่อยได้เจอแฟนเพื่อนเท่าไหร่อยู่แล้ว ฝิ่นมันคบน้องแพรวาได้สามสี่เดือนผมก็ได้เจอไม่ถึง5ครั้งแต่ละครั้งก็ตามงานสังสรรค์ไม่ค่อยได้คุยอะไรกัน พอมาเจอหลังเกิดเรื่องเลยรู้สึกมีชนักติดหลังรึเปล่าหว่า


“เอาข้าวผัดแฮมมา 2 ที่ ส่งเผื่อชามันด้วย” ฝิ่นหันไปบอกแพรวา น้องเขาก็พยักหน้ารับเบาๆ แถมหันมามองหน้าผมอีกต่างหาก


“ตามนั้นแหละครับ แหะๆ” ผมก็พยักหน้ารับอย่างเลี่ยงไม่ได้


“พี่ฝิ่นกับพี่ชามชานี่สนิทกันดีจังเลยนะคะ” น้องเขาพูดเหมือนเปยนะแต่ดูจองเจาะจงให้ผมตอบเป็นพิเศษ แถมไอ้ฝิ่นมันก็ไม่ได้สนใจนั่งดูสไลด์ที่กลุ่มมันมีพรีเซนต์วันนี้ ปล่อยผมรับหน้าน้องเขาซะงั้น


โธ่แฟนน้องก็นั่งอยู่ข้างๆมาถามอะไรพี่ครับ!


“ก็เป็นเพื่อนกันมานานตั้งแต่จำความได้แล้วน่ะครับ” ผมฉีกยิ้มตอบไป ปกติผมก็ชอบแจกยิ้มให้คนสวย คนน่ารัก และคนหล่อเรี่ยราดนะครับ แต่ไม่รู้ทำไมกับน้องแพรวาแล้วมันรู้สึกฝืนๆชอบกล


“ไม่น่าพี่ฝิ่นดูแลดี๊ดี...ดีซะแพรวยังแอบอิจฉาเลยค่ะ” น้องเขาตอบด้วยท่าทียิ้มแย้มแต่ผมไม่เห็นรอยยิ้มในแววตาน้องเขาเลยครับ


“ครับ”


“ตอนอยู่กับแพรว พี่ฝิ่นเขาก็ชอบพูดถึงแต่เพื่อนๆ จนบางทีแพรวยังแอบน้อยใจเลยค่ะ” แพรวาพูดแล้วหันไปค้อนให้ไอ้ฝิ่น แต่มันก็ไม่ได้สนใจเลยครับ จดจออยู่กับสไลด์ของมัน


แต่แบบนี้ก็ดีครับ อาจจะเป็นแค่ประเด็นหวงแฟนกับเพื่อนธรรมดาล่ะมั้ง คงไม่ได้รู้ว่าพี่กับผัวน้องไปถึงขั้นไหนกันแล้วหรอก


แหม่...พอคิดแบบนี้ก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนางร้ายในละครหลังข่าว แต่ก็น่าตื่นเต้นดีครับ ผมมันไม่ใช่คนดีอะไรหรอกเรื่องอะไรที่มันกระตุ้นด้านมืดคนเนี่ยมันน่าสนุกทั้งนั้นแหละ


“ต้องทำใจครับไอ้ฝิ่นมันเป็นพวกรักเพื่อนรักฝูง”


“นั่นสิค่ะ โดยเฉพาะพี่ชามชา พี่ฝิ่นนี่พูดถึงบ่อยมากเลยจนแพรวก็อยากคุยด้วยสักครั้ง...” สายตาน้องแพรววาดูจริงจังมากครับ แลดูเหมือนกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง


หึ...ผมรู้จักไอ้ฝิ่นดีครับ มันไม่ใช่พวกชอบพูดเรื่องตัวเองขนาดนั้นไม่ใช่คนจะเอาเรื่องเพื่อนไปเล่าให้ใครฟังแบบเล่นๆหรอกครับ น้องเขาถามเพื่อหยั่งเชิงผมมากกว่า สงสัยในความสัมพันธ์ระหว่างผมกับฝิ่นมันแหละครับ เพราะเราก็ไม่ค่อยเหมือนเพื่อนธรรมดาๆตั้งแต่แรก


จะว่ายังไงดีเหมือนทั้งชีวิตไอ้ฝิ่นมันยกให้ผมเป็นที่หนึ่งน่ะครับ ไม่ได้ว่าเกินจริงเลยนะ คลายๆคนสำคัญนั่นแหละ ส่วนผมก็เหมือนกันเรื่องไอ้ฝิ่นเป็นเรื่องใหญ่เสมอ แต่เรายินดีจะใช้สถานะว่าเพื่อนสนิทมีชีวิตของใครของมันก็แค่นั้น


บางทีเรื่องคบกันของน้องแพรวากับฝิ่นอาจจะไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิดซะแล้ว...น้องเขาดูเป็นคนฉลาดและร้ายพอตัว ที่ไอ้ฝิ่นยังคบอยู่คงเป็นเพราะเอาไว้คุ้มไม่ให้ผู้หญิงคนอื่นมาวุ่นวายกับมันมากก็ได้ คงไม่ได้รักได้หลงอะไรมากหรอกแถมคบกันมาหลายเดือนมันก็คงเริ่มเบื่อ แล้วน้องก็คงรู้สึกได้นั่นแหละ


            แต่น้องพลาดนิดนิง ที่อยากจะมีเรื่องกับพวกตอแหลหน้ายิ้มอย่างพี่


“จริงหรอ ไอ้ฝิ่นมันไม่เห็นจะเล่าอะไรให้ฟังเลย” ผมทำหน้าอย่างประหลาดใจเสียเต็มประดา


“ตอนอยู่กับแพรวพี่เขาก็พูดชื่อพี่ชามชาบ่อยออก”


“อย่างไอ้ฝิ่นหรอจะพูดถึงพี่บ่อยๆ อยู่ด้วยกันก็นั่งจู้จี้ขี้บ่นอย่างกับอะไรดี” ผมแสร้งทำสีหน้าเหมือนรำคาญใจ แล้วลอบมองสีหน้าน้องแพรวาไปด้วย


อ้าว~ทำไมทำหน้าไม่พอใจอย่างงั้นล่ะครับแค่ไอ้ฝิ่นมันใส่ใจกับเรื่องของพี่มากเท่านั้นเอ๊งงงง


            “กับแพรว พี่ฝิ่นใจดีออกค่ะไม่ว่าไม่บ่นอะไรเลย” น้องพูดยิ้มๆเหมือนจะเย้ย แต่ทำไมน้องกัดฟันพูดอย่างนั้นละครับ


            “จริงหรอฝิ่น มึงใจร้ายแต่กับกู~” ผมเอนหัวไปซบไหล่ฝิ่นแล้วกอดแขนมันไว้เหมือนอ้อนเล่นขำๆ แต่สีหน้าน้องแพรวาไม่ขำสักนิดเอาจริงๆถ้าน้องทำตัวดีๆไม่ทำสายตาแบบนั้นใส่ผมก็คงปล่อยให้อยู่ในตำแหน่งแฟนน่ารักๆของฝิ่นมันต่อไป แต่เล่นคิดว่าตัวเองอยู่เหนือกว่าเต็มประดาขนาดนั้น


            คงต้องเมตตาบอกน้องแพรวาเขาหน่อยครับว่า...น้องเขาอยู่ระดับไหน


“หืม?” ไอ้ฝิ่นเหมือนงง เพราะไม่ได้ฝังบทสนทนาก่อนหน้า มันเป็นพวกถ้ามีสมาธิกับอะไรก็จะไม่รับรู้เรื่องอื่นเลย แต่ก็เอามือมาลูบหัวผมเบาๆเหมือนเอ็นดูนักหนา


“มึงใจร้ายกับกู” ผมทำหน้ายู่


“ตอนไหนล่ะ หือ?” มันยิ่งดูงงหนักไปใหญ่ แต่ก็ยังยิ้มบางๆ


“ไม่รู้”


“อ้าว?” ฝิ่นเลิกคิ้วเหมือนจะถาม คงงงว่าผมเล่นอะไรนั้นแหละครับ


“แต่มึงใจร้ายกับกู” ผมผละตัวออกจากมันยู่ปากแล้วมองหน้า


“กำ...” มันก็ดูขำๆปนงงๆด้วยแหละว่าผมหมายถึงอะไร


“มึงชอบบ่นกูด้วย”


“ก็ทำตัวเป็นเด็กทำไมล่ะหือ?” ว่าไม่พอเอื้อมมือว่ามาขยี้หัวผมด้วย บรรยากาศสีชมพู ไม่ได้ดูหน้าแฟนตัวเองเลยว่าเป็นยังไงแล้ว แต่นั่นแหละครับ เข้าทางผม


“ก็คนมันเป็นอย่างนี้อะ” ผมกอดอกหันหน้าหนีมัน


“หึหึ”


“เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ห้ามว่ากูนะ”  


“ที่พูดมาไม่อยากให้บ่น?” ฝิ่นว่าแล้วเอื้อมมาจับหน้าผมให้หันมามองมัน


“ช่ายยย”  พอผมตอบ มันก็เลิกคิ้วแล้วแล้วขำเบาๆ


“ถ้าไม่ใส่ใจก็ไม่ว่าไม่บ่นหรอกครับ”


อ่านี้แหละครับประโยคที่รอคอย...ชอบจนต้องหันไปฉีกยิ้มหวานๆให้น้องแพรวาเลยครับ


หืม?...ทับถมอะไรกัน...ไม่มี๊...ไม่มีหรอกครับ...


น้องชาใสๆ

.

.

.

ใสเป็นวอสก้าเลอ ;)


[ต่อ]

..................

..........

.......

 

Fin Part


            วันนี้ตั้งแต่กลับมาจากมอ ชามันก็ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษจนน่าแปลกใจ แต่ก็พอจะเดาได้อยู่ครับว่ามันอารมณ์ดีที่ได้แกล้งแพรว ก็ไอ้ตัวร้ายของผมมันชอบเรื่องแบบนี้จะตายไปนี่ครับ


            “อารมณ์ดีจังนะวันนี้” ผมว่าแล้วเอื้อมมือไปลูบหัวทุยๆที่กำลังทอดไข่เจียวกินเป็นอาหารเย็นอยู่ พร้อมฮัมเพลงไปด้วยดูสบายอารมณ์สุดๆ แถมพอหยุดลูบหัวเอามือวางแปะไว้เฉยๆมันยังเอาหัวไถมือผมเล่นอีกต่างหาก


            “ก็มีความสุข” ชายิ้มลอยหน้าลอยตาจนผมหมั่นไส้ ดีดหน้าผากมันเบาๆ จนมันยู่หน้านิดๆ


“บนความทุกข์ของคนอื่น?” ผมย้อนแบบไม่ได้จริงจังมาก แต่มันกลับยิ้มพลายอย่างเจ้าเล่ห์


“ไม่เป็นไรหรอกน่า~...เชื่อเถอะว่าถ้ากูทุกข์เขาก็มีความสุขบนทุกข์ของกูเหมือนกัน แต่รอบนี้เขาทุกข์มันก็เท่านั้นเอง” มันหันมาพูดระหว่างปิดเตาแก๊ส ตักไข่เจียวหมูสับหอมฉุยใส่จาน แล้วหันมายิ้มร้าย กรีดสายตาให้ผมอีกตังหาก


อ่า...รู้สึกหมั่นเขี้ยวกับรอยยิ้มปีศาจตัวน้อยนี่จริงๆ น่าทำโทษเป็นบ้า!


“น่าจับตีก้นให้เข็ด”


ผมหมั่นเขี้ยวไม่ไหวเข้าไปฟัดมันเล่นๆจั๊กกะจี้จนมันหัวเราะเสียงใส แอบเนียนฟาดก้นเด้งๆนั่นด้วย มันโว้ยวายให้ผมหยุด แต่ผมไม่หยุด ฟัดมันต่อจนมันหอบถึงได้ยอมปล่อย ให้มันไปจัดการอย่างอื่นต่อ


ให้ตายเถอะ...ไม่ได้หายหมั่นเขี้ยวสักนิด แล้วยังมีความรู้สึกอื่นแถมมาด้วยนี่สิ


อันตรายซะมัด....


 “ไปนั่งตรงโต๊ะดีๆไป เดี๋ยวเสร็จแล้ว” ชามันหันมาไล่ผมออกจากเคาน์เตอร์ครัวครับ ผมลงนั่งรอที่โต๊ะเงียบๆ จ้องมันที่ทำนู่นทำนี่ไป มองเพลินๆ


จนเผลอคิดเรื่องมันจนได้ ทั้งที่เรื่องมันควรจบไปแล้วเพราะเราก็ไม่มีใครพูดถึงมันอีก แต่เหมือนความรู้สึกผมมันยังไม่จบว่ะ เป็นความรู้สึกเบาบางที่ไม่รู้ว่าคืออะไร แต่ที่รู้แน่ๆคืออยากได้มันอีก


หรือที่เขาบอกกันมาว่าได้หลังแล้วจะลืมหน้ามันจะจริงวะ!?


กึ่ก!


ชาวางจานข้าตรงหน้าผม ทำให้สติเริ่มกลับเข้าตัว จัดการจานข้าวของตัวเองไปเงียบๆ ไอ้ชาเองก็เหมือนนั่งคิดอะไรสักอย่างอยู่ ก็อย่างนี้แหละครับพวกเรา อยู่ด้วยกันแต่ก็มีพื้นที่ให้กันพักหายใจบ้าง ถึงจะเป็นเพื่อนสนิทแต่ก็ไม่ได้ก้าวก่ายไปซะทุกเรื่อง เพราะเป็นแบบนี้เราถึงใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันได้


บางเรื่องเราไม่ถือกับเพื่อนก็จริงแต่ถ้ามันไม่มีความเกรงใจ หรือพอมีเรื่องแล้วมานั่งซักไซ้นั่งเสือกอยู่ตลอดเวลามันก็ไม่ใช่ เหมือนอย่างที่เพื่อนสนิทหลายๆคู่ที่พอมาใช้ชีวิตอยู่หอด้วยกันมันรับนิสัยกันไม่ได้จนเลิกคบกันไปเองนั้นแหละ


เพราะสนิทเลยลืมไปว่า...คนเรามันต้องมีที่ว่างให้อยู่เงียบๆคนเดียวบ้าง...


แต่พวกผมเป็นพวกง่ายๆทั้งคู่เลยไม่ค่อยมีปัญหาอะไรกันแถมอยู่ด้วยกันมานานจนรู้นิสัยกันดี ปัญหากระทบกระทั่งเลยน้อยลงไปอีก มีทะเละกันหนักๆก็ต้องแต่เด็กๆแล้วครับพอโตเหมือนก็เริ่มรู้ใจอีกฝ่ายไปเอง เรื่องอึดอัดเลยไม่ค่อยมี


พอกินเสร็จผมก็เก็บจานไปล้างให้ เดินออกมาเห็นชานั่งอยู่ที่โซฟา ภาพในคืนนั้นแวบเข้ามาในหัวทันที จนผมต้องกลืนน้ำลาย เป็นแบบนี้ตั้งแต่คนนั้นจนตอนนี้ยังเลิกคิดไม่ได้เลยครับ ก็เล่นฟัดกันมันหยดกันซะขนาดนั้น อ่า ผมก็ได้แต่สะบัดหัวไล่ความคิดออกไป เดินไปนั่งข้างๆ


“เป็นอะไร ไม่สบายรึเปล่า?” ผมเห็นชาตาปรือๆเหมือนง่วงนอนทั้งที่ตอนนี้เพิ่ง 6 โมงเย็น เลยเอามือแตะหน้าผากเพื่อวัดไข้แต่อุณหภูมิก็ไม่ได้ผิดปกติ ชาส่ายหัวน้อยๆ


“ไม่รู้อะง่วงๆ สงสัยช่วงนี้นอนน้อยมั้ง” มันว่าแล้วเอนตัวมาซบผมอย่างออดอ้อนผมเลยได้แต่ยิ้มบางๆแล้วปล่อยให้มันซบอย่างนั้น แล้วลูบหลังกล่อมเบาๆ เอาคางเกยผมนุ่มๆไว้


“ถ้างั้นก็นอนซะ เดี่ยวตื่นมาก็ดีขึ้น”


“อือ...” ชาทำท่าเหมือนจะนอนซะตรงนี้ผมเลยฝืนตัวขึ้นเล็กน้อย


            “ไปนอนในห้องไหม? จะได้นอนยาวเลย” ผมก้มหน้าลงหอมหัวมันเบาๆ


            ไม่ได้เอาได้ตอดเล็กๆน้อยๆก็ดี...


            “นอนแป๊บเดียว...” ร่างบางพึมพำตอบ แถมขยับซุกอกผมเพิ่มอีกต่างหาก


            สภาพไม่ได้เหมือนคนจะนอนแป๊บเดียวสักนิด...


            ผมได้แต่ถอนหายใจในความดื้อเป็นเด็กของคนในอ้อมกอด รอจนลมหายใจเข้าออกของร่างเล็กสม่ำเสมอก็รวบตัวมันขึ้นเดินอุ้มเข้าห้องนอนไป วางลงเบาๆจัดท่าให้นอนสบายๆแล้วแผละออก หันหลังกลับ เตรียมเดินออกจากห้องแต่ต้องชะงักเมื่อมือบางเอื้อมมาดึงชายเสื้อไว้


            “ทำให้ตื่นหรอ?”


            “จะไปไหน?” ชาไม่ตอบแต่ถามผมแทนมันตอนงัวเงียบอกเลยว่าน่ารักมาก ตาแทบจะลืมไม่ขึ้นยังเอามือมารั้งผมไว้อีก ผมเลยนั่งลงข้างๆมันก็เอาหัวมาเกยตักผมทันที


มาอารมณ์ไหนก็ไม่รู้วันนี้คลอเคลียผมทั้งวัน ไม่ได้รังเกียจนะครับแต่มันไม่ดีเท่าไหร่


ไม่ได้ต่อใคร...ต่อผมนี่แหละ!


            “ทำงานอ.รัตไง นี่ยังหัวค่ำอยู่เลย”


“นอนเหอะ” ไม่ฟังอะไรทั้งนั้นคว่ำหน้ากอดเอวผมไว้เลย


แต่ไม่ได้ครับเดี๋ยวตามใจจนเคยตัว ผมเลยจับมันออกให้มันนอนดีๆหน้านี้บูดเลยครับ พลิกตัวหันหน้าหนีไปอีกข้าง เหมือประกาศกันโต้งๆว่ากูงอน


“ง่วงก็นอน” ผมลูบหัวมันไปมา กล่อมครับกล่อม ใช้ไม้แข็งไม่ได้ใช้ไม้อ่อนไปก่อน


“ก็นอนด้วยกันสิ” มันว่าทั้งๆที่ไม่ยอมหันมา


“หึหึ”


“ไม่ต้องมาขำเลย” ชาว่าเสียงงอนๆ ปัดมือผมที่ลูบหัวออก


“ไม่ขำแล้วให้ทำอะไรล่ะครับ หืม?” ผมเลยขยับเข้าไปใกล้ รวบตัวมันมาไว้ในอ้อมกอด เอาหน้าซุกคอหอมๆ แล้วกระขับวงแขนให้แนบชิดกันมากขึ้น


อ่า...แค่ได้กอดก็เหมือนสติจะเตลิดไปแล้วสิ


ชาขืนตัว แล้วพลิกกลับมามองหน้าผม ตามันปรือมากครับแต่ก็ช้อนขึ้นมาสบสายตากับผม แต่รอบนี้ผมจะจริงจังครับไม่ตามใจมันอีก...


“ก็นอนด้วยกันไงจะได้อุ่นๆ...นะ”


ผมจะไม่ว่าอะไรเลยถ้าไม่ใช่ว่า นิ้วเล็กๆนั้นวาดคำว่า “นะ” ลงบนอกผมแล้วยิ้มหวานหยดให้ตามประสาคนขี้อ้อนแล้วซบหน้าลงบนอกผมถูไถเบาๆ 


ผมจะว่าอะไรได้ล่ะ นอกจากคำว่า


“ครับ”


เอาน่า...แค่ครั้งเดียวเอง...

.

.

.

ที่ไม่รู้ว่ารอบที่เท่าไหร่แล้วน่ะนะ




[100%]



[ครั้งที่ 3]

ครบ100%แล้วค่ะ

ตอนแรกว่าจะลงพรุ่งนี้เพราะเห็นดึกแล้ว

แต่ไหนๆก็ปั่นจนเสร็จแล้ว ก็ลงให้เลยแล้วกัน

บทหน้าจะเริ่มเข้าเนื้อเรื่องแล้ว

(ที่จริงบทนี้ก็มีเกริ่นๆไว้นะ)

ก็อย่าลืมติดตามกันด้วยนะคะ


*************************


[ครั้งที่ 2]


70%แล้ว  น้องชาใสๆนะคะ

ตอนนี้ก็อยากเกริ่นชีวิตความเป็นมา

และลักษณะความสัมพันธ์กันก่อนว่าประมาณไหน

คล้ายๆเหมือนพวกไม่จริงจังสองคนอยู่ด้วยกัน

ตอนหน้าก็จะเริ่มมีความเปลี่ยงแปลงด้านร่างกายแล้ว(สปอยๆ)

(แต่บทนี้ยังไม่ครบ100เลยนะ555)

ก็ติดตามกันด้วยนะคะ


***************************


[ครั้งที่ 1]


มาแล้ว 35%ค่ะ 

ส่วนเรื่องความลับของน้องชาเนี่ย

รึว่าจะรั่วตั้งแต่ยังไม่เริ่มกันหว่า

เขาว่ากันว่าผู้หญิงเซ้นส์แรงซะด้วยสิ

พรุ่งนี้จะต่อให้สัก70%นะคะ มีเรียนเลยยุ่งๆหน่อย

อ่านแล้วก็อย่าลืมคอมเม้นหรือฟีดแบ็คกลับมากันด้วยนะคะ



- BlckSnow -



Twitter >> https://twitter.com/Blacksnow_A

#คนติดชา












ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 351 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,079 ความคิดเห็น

  1. #4038 Dobamboo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 20:39
    โคตรน่ารักเรยเหอะะะ
    #4,038
    0
  2. #4033 C.H.N (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 23:47
    คิดถึง กลับมาอ่านรอบที่.....
    #4,033
    0
  3. #4030 9494 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 14:15
    ชั้นแพ้ให้เทอทุกทางรึปะ5555555
    #4,030
    0
  4. #3934 Cnkm18 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 12:44
    ขี้อ้อนนน
    #3,934
    0
  5. #3864 kkaestyle (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 00:47
    น้องชาน่ารักกกกกกกกกกกกก ดีมาก ดีมาก ดีม้ากกกกกก
    #3,864
    0
  6. #3856 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 12:39
    อ้อนเพราะฮอร์โมนคนท้องป่ะะะะ
    #3,856
    0
  7. #3836 mingdaya (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 13:41
    นะ ฮืออออออ ดีต่อใจ
    #3,836
    0
  8. #3831 PlEng95 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 10:23
    ชาน่ารักอ่ะ
    ฮือออออ
    ใจบาง
    อยากฟัด
    #3,831
    0
  9. #3785 AirrUtai (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 09:28
    ท้องแล้วแน่เลย คนท้องจะง่วงนอนบ่อย เพลียๆ
    #3,785
    0
  10. #3656 ang_9potion (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 10:18
    โอยยย ใจบางเหลือเกิน
    #3,656
    0
  11. #3628 Thitaphorn Tiemnara (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 00:05
    ขี้อ้อนนะชา ><
    #3,628
    0
  12. #3618 Chompoobuff (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 19:30
    อ่านแล้วเหมือน #มาร์คมีนเลย งื้ออออ (คหสต เน้อออ )
    #3,618
    0
  13. #3610 tanpitcha_1414 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 18:45
    ชาขี้อ้อนมากกกก
    #3,610
    0
  14. #3426 ADragonike (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 14:34
    ชาร้ายไม่เบาเลยนะคะ // น้องชาอาการเริ่มออกแล้วนะคะ มีความอ้อนคุณสามี น่าร้ากกกก
    #3,426
    0
  15. #3417 tmp1412 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 07:23
    น่ารักโว้ยยยยย
    #3,417
    0
  16. #3376 mon9228 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 14:54
    ฝิ่นก็ดูจะแพ้ลูกอ้อนของชาจริงๆนะ ดูเป็นห่วง เอาใจใส่ชามากจริงๆ น่ารักดี
    #3,376
    0
  17. #3354 pondist (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 08:58
    เค้าน่ารักกันจังเลยค่ะซิส เขิน555555
    #3,354
    0
  18. #3297 Hanayamata (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 15:28
    เลิกค่ะ! สมควรเลิกกับชะนีและหันมาเป็นแฟนกัน
    #3,297
    0
  19. #3286 Mistyblack (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 05:58
    ติดเมียสูงงงง
    #3,286
    0
  20. #3281 peach1p (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 23:20
    ชาใสๆไม่มีจริงค่ะ หูยยยต้องแบบนี้แหละลูกก ปรบมืออออ
    #3,281
    0
  21. #3032 cherntawan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 17:11
    ทำไมเราถึงยิ้มไม่หยุดเนี่ย โอ้ยเขิน!!!!
    #3,032
    0
  22. #3016 nanmalaew (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 00:50
    ใสมากกก ฮ่าๆๆๆ
    #3,016
    0
  23. #3007 SP.palrer (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 10:31
    กุขำตรงใสๆอ่ะ ใสเป็นวอดก้าเลอ
    #3,007
    0
  24. #2997 แคนต้าลูปปปป ^^ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 13:06
    นี่อ้อนหรือยั่ว 5555555555555555 พวกเขาควรไปบอกเลิกแฟนแล้วหันมาคบกัน
    #2,997
    0
  25. #2986 pick-17 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 06:33
    ใส...แต่ร้าย...และแรง(ส์)
    #2,986
    0