ตอนที่ 7 : เสียสาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 539
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    24 ม.ค. 62

:: ::

เสียสาว

 

            หลังจากได้อยู่ในบ้านต่อสมใจอยากแล้ว คำปองก็ปั่นจักรยานเข้าไปที่บ้านพักคนงานในไร่ เพื่อไประบายความในใจให้กับเพื่อนรักที่ชื่อ แก้ว  ฟัง แก้วเป็นลูกสาวคนงานในไร่แห่งนี้ เธอเองก็เป็นคนรักสวยรักงานเช่นเดียวกัน แต่ทว่าเธอไม่ได้มีความมักใหญ่ใฝ่สูงเหมือนกับคำปอง เธอมีคนรักที่เป็นคนงานในไร่ด้วยกันที่ชื่อพล

            เมื่อมาถึงคำปองก็จอดจักรยานไว้แล้วเดินมาที่หน้าห้องพัก เห็นมารดาของเพื่อนกำลังจะเดินออกไปทำธุระพอดี จึงเอ่ยทักทายพร้อมกับยกมือไหว้

            “สวัสดีจ้ะป้าพิมแก้วอยู่ข้างในไหมจ๊ะ”

            “มันนั่งทาเล็บอยู่ในห้องนั่นล่ะ เข้าไปเลยคำปอง”

            “จ๊ะป้า”

            ว่าแล้วเจ้าหล่อนก็เดินเข้าไปในห้อง ที่นี่เป็นห้องแถวที่เหมันต์สร้างไว้ให้คนงานได้อยู่กันแบบฟรีๆ เป็นสวัสดิการที่เขาจัดหาไว้ให้เพื่อลดค่าใช้จ่ายของคนงาน

            “แหม...ห่วงสวยห่วงงามซะเหลือเกินนะอีแก้ว” คำปองเอ่ยกระแซะเพื่อนเมื่อเห็นว่าแก้วกำลังนั่งบรรจงทาเล็บมืออย่างตั้งใจ

            “อ้าวอีนี่มาก็ปากดีเลยนะ แกเองก็ไม่ต่างจากฉันหรอกดูแต่งหน้าแต่งตาทำตัวอย่างกับเป็นคุณนาย” แก้วว่าให้คืนบ้าง

            “ก็คนมันสวยอ่ะนะ”

            “สวยแต่ก็ไม่มีผัวสักที”

            “แกฉันอยากเป็นเมียพ่อเลี้ยงแล้วอ่ะ แกคิดหาวิธีช่วยฉันหน่อยสิ” คำปองนั่งหมับลงข้างเพื่อนก่อนจะทำหน้ายุ่งเอ่ยปัญหาให้ฟัง

            “แกจะเอาให้ได้ใช่ป่ะ อ่อยมาตั้งนานยังไม่ได้เสียชื่อเพื่อนฉันหมด” แก้วทาเล็บนิ้วสุดท้ายเสร็จพอดีก่อนจะปิดฝาน้ำยาทาเล็บแล้วเป่าที่นิ้วให้แห้งเร็วๆ

“ฉันมีโอกาสแค่ครั้งเดียวแล้วน่ะสิ”

“ทำไมยะ”

“วันนี้ฉันอ่อยพ่อเลี้ยงแต่ดันทำไม่สำเร็จ พ่อเลี้ยงกลัวว่าฉันจะทำให้เขาผิดใจกับเมียเลยไล่มาอยู่ที่นี่ แต่โชคดีที่ป้าบัวช่วยพูดเอาไว้ให้ก่อน ไม่งั้นฉันต้องขนข้าวขนของมาอยู่ที่นี่แล้วล่ะ”

“ทำไมแกไร้น้ำยาอย่างนี้อีคำปอง ผู้ชายคนเดียวก็อ่อยไม่สำเร็จ”

“ฉันมาให้ช่วยไม่ได้ให้มาซ้ำเติมนะอีแก้ว”

“เออๆ ฉันจะช่วย” เห็นสภาพเพื่อนแล้วแก้วก็อดสงสารไม่ได้ อีกอย่างถ้าคำปองได้เป็นเมียอีกคนของพ่อเลี้ยงก็จะทำให้เธอได้รับผลประโยชน์ด้วยแน่นอน

            “ยังไงอ่ะแก!” คำปองหันขวับมามองหน้าเพื่อนทันที แววตาลุกวาวเต็มไปด้วยความหวัง

            “เดี๋ยวรอให้เล็บฉันแห้งก่อน จะพาไปเอาของดีกับพี่พล”

            “ไอ้พลเนี่ยนะ อย่างมันจะมีของดีอะไร” คำปองได้ยินชื่อพลก็เบะปากมองบนอย่างไม่สบอารมณ์

            “แกรู้จักพี่พลน้อยไปแล้ว อย่ามาเถียงฉันเพราะตอนนี้แกไม่มีทางเลือกแล้ว...เข้าใจ๋”

            “เออๆ ฉันจะยอมเชื่อแกก็ได้ แล้วเมื่อไหร่เล็บแกจะแห้งล่ะยะ”

            “แห้งแล้วเนี่ย...ใจร้อนไปได้ป่ะลุกๆ”

 

            สองสาวเดินออกจากห้องพัก ปั่นจักรยานซ้อนท้ายตรงไปยังกระท่อมท้ายไร่ ซึ่งเป็นสถานที่นัดพบและมั่วสุมของแก้วกับพลนั่นเอง มาถึงก็พบว่าพลไม่ได้นั่งอยู่คนเดียว แต่มีผู้จัดการไร่นั่งดื่มอยู่ด้วย เห็นอย่างนั้นคำปองก็ไม่กล้าเดินเข้าไปเพราะกลัวว่าเรื่องนี้จะถึงหูเหมันต์ เพราะเธอรู้ดีว่าฉัตรชัยคือคนที่สนิทชิดเชื้อกับเหมันต์พอสมควร

            “อีแก้วเอาไว้วันหลังได้ไหมวะ” กำลังจะเดินเข้าไปแต่ทว่าคำปองกลับรั้งแขนเพื่อนไว้ก่อน

            “มาถึงที่แล้วแกจะกลัวอะไร”

            “ก็คุณฉัตรชัยนั่งอยู่ด้วย ถ้าพ่อเลี้ยงรู้มีหวังฉันโดนไล่ออกแน่ๆ เลย”

            “ไม่ต้องกลัวหรอกเพราะคุณฉัตรชัยสนิทกับพี่พลย่ะ”

            “สนิทแล้วไงยะ สนิทแล้วจะไม่บอกให้พ่อเลี้ยงรู้งั้นเหรอ”

            “เข้าไปก่อนแล้วฉันจะหาทางบอกพี่พลเอง”

            “ก็ได้ๆ”

            คำปองจำใจเดินเข้าไปหาชายหนุ่มทั้งสอง ที่กำลังนั่งตั้งวงเหล้าอยู่ในกระท่อมไม้เก่าๆ ซึ่งเป็นที่ประจำในการมาสังสรรค์หลังเลิกงาน

            “สวัสดีค่ะคุณฉัตรชัย”

            “อ้าว! สวัสดีแก้ว มาทำอะไรกันถึงที่นี่เนี่ย” ฉัตรชัยรับไหว้ก่อนจะมองหน้าผู้มาใหม่อย่างสนใจ

            “มาหาพี่พลค่ะ”

            “อองั้นขึ้นมานั่งด้วยกันสิ” ว่าแล้วฉัตรชัยก็ขยับกันให้ที่นั่งกับทั้งสองคน

            “มาหาพี่มีอะไรงั้นเหรอแก้ว”

            แก้วยิ้มให้ก่อนจะเข้าไปกระซิบข้างหูชายแฟนหนุ่ม พลได้ยินก็พยักหน้าเข้าใจตาก็มองไปที่คำปอง

            “อ้าว! ทำไมไม่นั่งล่ะคำปอง” ฉัตรชัยเอ่ยเมื่อเห็นสาวใช้บ้านพ่อเลี้ยงยืนเอามือขัดหลังราวกับเตรียมตัวจะเดินกลับในทุกเมื่อ

            “ไม่เป็นไรค่ะพอดีหนูมาธุระแค่แปบเดียวก็จะกลับแล้ว” เธอตอบแต่สีหน้าไม่ได้ยิ้มแย้มเลยสักนิด

            “แกมานั่งก่อนดิ เดี๋ยวฉันกับพี่พลจะไปเอาของมาให้”

            “ให้ฉันไปด้วยไม่ได้เหรอ”

            “ไม่ได้แกนั่งรอตรงนี้อยู่เป็นเพื่อนคุณฉัตรชัยก่อนเดี๋ยวฉันมา”

            ในระหว่างที่แก้วหันมาเอ่ยกับเพื่อน พลก็หันไปกระซิบกระซาบกับผู้จัดการไร่ ก่อนที่ทั้งสองจะกระตุกยิ้มอย่างรู้กัน

            “เออๆ ก็ได้อย่านานนะฉันต้องรีบกลับเดี๋ยวป้าบัวบ่นให้”

            แก้วยิ้มทันทีเมื่อเพื่อนยอมทำตาม แล้วกันไปเอ่ยกับฉัตรชัยต่อ “ฝากคำปองด้วยนะคะคุณฉัตรชัย”

            “ได้ๆ ไม่มีปัญหา” ฉัตรชัยตอบรับด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะยกแก้วน้ำสีอำพันขึ้นมาดื่มสองสามอึก ปรายตามองหญิงสาวที่ตอนนี้กำลังเดินเข้ามานั่งลงฝั่งตรงข้าม

            ส่วนแก้วกับพลก็เดินควงคู่ออกไปที่ไหนสักแห่ง

            “ดื่มอะไรไหมคำปองเดี๋ยวฉันชงให้” ฉัตรชัยเอ่ยถามหลังจากอยู่กันเพียงลำพังแล้ว

            “ไม่เป็นไรค่ะหนูไม่ดื่มของพวกนี้อยู่แล้ว”

            “ถ้างั้นเอาน้ำเปล่าละกันเนาะ” ว่าแล้วชายหนุ่มก็รินน้ำเปล่าใส่แก้วให้เธอ

            คำปองเองไม่กล้าปฏิเสธเพราะกลัวว่าจะโดนอีกฝ่ายหาว่าเรื่องมาก

            “ขอบคุณค่ะ”

            “ตกลงมาที่นี่มีธุระอะไรเหรอ”

            “เอ่อ...หนูขอไม่บอกได้ไหมคะ พอดีว่ามันเป็นความลับ” คำปองไม่กล้าสู้หน้าอีกฝ่าย เพราะสิ่งที่เธอทำอยู่นั้นมันเป็นเรื่องใหญ่เกินตัวพอสมควร หากมีใครรู้เข้ามีหวังเธอได้โดนไล่ตะเพิดออกจากไร่แน่นอน

            “สงสัยจะสำคัญมากสินะ ว่าแต่เธอจะไม่ดื่มเป็นเพื่อนฉันหน่อยเหรอ กว่าสองคนนั้นจะกลับมานานเลยนะ”

            “ไม่ล่ะค่ะ” คำปองปฏิเสธอีกครั้งก่อนจะชะเง้อมองหาเพื่อนสาว...ป่านนี้ยังไม่มาอีก

            “เธอรู้เหรอว่าสองคนนั้นไปไหน”

            “เปล่าค่ะแต่คิดว่าน่าจะไปไม่นาน” เธอเริ่มไม่ค่อยชอบสายตาของฉัตรชัยเข้าให้แล้ว เพราะเขามักจะวางสายตามาไว้ที่หน้าอกของเธออยู่บ่อยๆ เห็นอย่างนั้นเจ้าหล่อนก็ดึงคอเสื้อที่เว้าลึกให้สูงขึ้นเพื่อบดบังร่องอกเต่งตึง

            “ตอนนี้แก้วกับพลคงกำลังมีความสุขกันอยู่” ฉัตรชัยว่าแล้วก็ยิ้มมุมปาก หยิบถั่วลิสงที่วางอยู่ในจานโยนเข้าไปในปาก แต่ยังคงจับจ้องมองใบหน้าสวยนั้นอย่างไม่วางตา

            “อีแก้วไหนบอกจะมาเอาของดี ที่ไหนได้มาหาผัว” คำปองทำหน้าบูดบึ้งเมื่อรู้ว่าเพื่อนสาวกำลังหลอกให้เธอมานั่งรอเสียเวลา

            “ปกติคู่นี้หายไปคงอีกนานกว่าจะมา ระหว่างนี้เธอก็นั่งดื่มกับฉันไปก่อนก็ได้นะ”

            “ไม่เป็นไรค่ะหนูจะกลับแล้ว” ว่าแล้วเธอก็ทำท่าจะลุกขึ้น แต่ฉัตรชัยกลับรั้งมือเธอไว้ก่อน

            “จะรีบไปไหนอยู่เป็นเพื่อนฉันก่อนสิ”

            “ปล่อยมือหนูเดี๋ยวนี้นะ!

            “ฉันรู้ว่าเธอกำลังจะทำอะไร ฉันช่วยเธอได้นะ” พลได้กระซิบบอกฉัตรชัยหมดแล้วว่าเธอต้องการอะไร จึงปล่อยโอกาสให้อยู่กับคำปองเพียงลำพัง

            “คุณฉัตรชัยรู้อะไรมา มันไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ” คำปองหน้าถอดสีทันทีเมื่อได้ยินอย่างนั้น เธอกลัวเหลือเกินว่าฉัตรชัยจะเอาเรื่องนี้ไปบอกเหมันต์ ถ้าเป็นอย่างนั้นอนาคตเธอจบเห่แน่นอน

            “ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะเอาเรื่องนี้ไปบอกพ่อเลี้ยงหรอกน่า” ฉัตรชัยยิ้มมุมปากกระดกเหล้าเข้าปากไปด้วย

            “จริงๆ นะคะ” ได้ยินอย่างนั้นคำปองก็เริ่มยิ้มออก

            “จริงสิ เธออยากได้ของดีใช่ไหมฉันเองก็มีนะ ถ้าเธอต้องการฉันจะให้”

            “หนูอยากได้ค่ะ ว่าแต่ของดีที่ว่ามันคืออะไรกันแน่”

            “ถ้าเธออยากรู้ก็ต้องตามฉันไปเอาที่ห้องตอนนนี้เลย”

            “หนูรอตรงนี้ไม่ได้เหรอคะ”

            “นี่ก็ใกล้จะมืดแล้วฉันว่าจะกลับบ้านพักพอดีเลย ไปพร้อมกันเลยดีกว่าจะได้ไม่ต้องเสียเวลา”

            “ก็ได้ค่ะไปก็ไป”

            “ถ้างั้นไปกันเถอะเอาจักรยานไว้ตรงนี้ล่ะนั่งมอไซต์ไปกับฉัน”

            “ก็ได้ค่ะ”

            คำปองยิ้มอย่างมีความหวัง ในที่สุดตอนนี้เธอก็ไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว เพราะแม้กระทั่งฉัตรชัยที่สนิทสนมกับเหมันต์ก็อยู่ข้างเธอ อีกไม่นานหรอกพ่อเลี้ยงเหมันต์จะต้องเป็นของเธอแน่นอน คำปองยิ้มมุมปากอย่างพอใจ ก่อนจะนั่งซ้อนท้ายฉัตรชัยไปที่บ้านพักของผู้จัดการ

 

            มาถึงแล้วฉัตรชัยก็ชวนเจ้าหล่อนเข้าไปในบ้านพักด้วย คำปองเดินตามหลังเข้าไปอย่างไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะเธอกำลังตื่นเต้นที่จะได้รู้ว่าของดีนั้นคืออะไรกันแน่

            “ไหนคะของดีที่คุณฉัตรชัยว่า”

            “นี่ไงล่ะ” ฉัตรชัยยื่นยาเม็ดหนึ่งให้กับเธอ คำปองหยิบมาแล้วยกขึ้นในระดับสายตามองดูอย่างตั้งใจ

            “มันคือยา”

            “ใช่มันคือยา”

            “ยาอะไรคะ”

            “ถ้าเธออยากรู้ว่ามันเป็นยังไงก็ลองกินดูสิ”

            “ไม่เอาหนูไม่มีทางกินมันหรอก คุณอย่าหลอกหนูซะให้ยากเลย” ใช่ว่าเธอจะไม่ระแวงฉัตรชัย เพราะต้องการสิ่งนี้เธอจึงยอมตามมาด้วย ในเมื่อได้มันแล้วเธอก็จะกลับ

            “ได้! ไม่กินใช่ไหมสงสัยคงต้องใช้กำลังแล้วล่ะ”

            “ปล่อยนะ!

            คำปองพยายามจะวิ่งออกจากบ้านพักไป แต่ทว่าฉัตรชัยกลับรั้งแขนเธอไว้ก่อนจะดึงตัวเข้าไปในห้องนอน จากนั้นก็พยายามจะนำเม็ดยาที่อยู่ในมือเข้าไปในปาก แต่คำปองกลับเม้มปากไว้แน่น เขาจึงต้องออกแรงบีบที่คางเรียวของเจ้าหล่อนไว้จนคำปองรู้สึกเจ็บและเผยอปากอ้าออกมาในที่สุด

            “กินเข้าไปแล้วเธอจะรู้ว่าความสุขมันเป็นยังไง” เมื่อทำสำเร็จชายหนุ่มก็ยิ้มมุมปากอย่างพอใจก่อนจะรอให้ยาออกฤทธิ์ ยาที่ว่านั่นคือยาเสียสาวที่เขาใช้กับสาววัยรุ่นในไร่มาหลายต่อหลายคนแล้ว แต่ทว่าเธอพวกนั้นไม่กล้าที่จะเอ่ยปากบอกใครได้เพราะโดนข่มขู่เอาไว้ เบื้องหน้าที่หลายคนมองว่าดี แต่แท้ที่จริงแล้วเขาคือซาตานร้ายที่กำลังใช้มนตร์ดำปกคลุมไร่แห่งนี้อยู่นั่นเอง

            “หนูไม่นึกเลยว่าคุณจะเป็นคนอย่างนี้” คำปองที่อยู่ในอ้อมกอดเขา จ้องเขม็งด้วยความโกรธแค้น

            “พอยาออกฤทธิ์เธอจะไม่พูดอย่างนี้แน่นอน” ฉัตรชัยยิ้มเหี้ยมก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปไซร้ซอกคอขาวของเจ้าหล่อนอย่างถือวิสาสะ คำปองทำได้เพียงกำมือน้อยๆ ทุบที่แผงอกกว้างอยู่อย่างนั้น ไม่สามารถสู้แรงมหาศาลของฝ่ายชายได้เลย

            “ปล่อยนะ อื้อออ” จู่ๆ เจ้าหล่อนก็รู้สึกร้อนวูบวาบภายในกาย เลือดลมในร่างกายไหลเวียนดีเหลือเกิน ความกำหนัดของหญิงสาวเริ่มก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ จนความต้องการมากล้น มือที่เคยกำไว้แน่นค่อยๆ คลายออกมาวางทับทาบลงบนแผงอกแกร่งแทน

            “ออกฤทธิ์แล้วสินะหึๆ” ฉัตรชัยเอ่ยเบาๆ ก่อนจะยิ้มมุมปาก จ้องมองดวงตาคู่สวยนั้นอย่างเสน่หา

            “ทำไมหนูถึงได้ มะ...มีความต้องการอย่างนี้”

            “นี่ล่ะของดีที่จะทำให้เธอได้เป็นเมียพ่อเลี้ยงสมใจอยาก แต่วันนี้เธอจะต้องทดลองใช้มันกับตัวเองก่อน” ฉัตรชัยเอ่ยเสียงกระเส่า ตอนนี้ความกำหนัดในร่างกายมันกำลังพลุ่งพล่าน พร้อมที่จะเชยชมความสาวสะพรั่งของเธอคนนี้แล้ว

            “นะ....หนูต้องการช่วยหนูด้วยค่ะคุณฉัตรชัย” ตอนนี้ยาได้ออกฤทธิ์เต็มที่แล้ว ทำให้สาวสวยที่อยู่ตรงหน้าฉัตรชัยเริ่มมีอารมณ์ร่วม เธอยั่วยวนเขาอย่างน่าหลงใหล แววตาของเธอช่างอ่อนหวานและมีความร้อนแรงในเวลาเดียวกัน

            ฉัตรชัยมองใบหน้าที่ยั่วเย้าก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอ เขาปลดเปลื้องเสื้อสายเดี่ยวตัวบางของเธอพร้อมกับยกทรงสีชมพูพาสเทลให้พ้นจากร่างอรชร จากนั้นก็ผลักตัวเธอลงบนเตียง ส่วนเขาก็จัดการเปลื้องผ้าตนเองออกจนหมด เผยให้เห็นเรือนกายกำยำสมส่วนของชายชาตรี

            “วันนี้ฉันจะทำให้เธอมีความสุขที่สุดเลยคำปอง” ฉัตรชัยเอ่ยก่อนจะกระตุกยิ้ม พร้อมสำหรับการสู้รบในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า

            ….

            ….(NC)

            ….

ทั้งสองกระตุกร่างอยู่หลายครั้งก่อนจะนอนทับทาบกอดก่ายกันอย่างหมดแรง เสียงหายใจหอบเหนื่อยดังระงมไปทั่วห้อง ก่อนจะจบลงด้วยการประกบจูบอย่างดูดดื่มอีกครั้ง      

            “เป็นไงล่ะของดี” ฉัตรชัยเอ่ยหลังจากผละใบหน้าออกมา

            “คุณข่มขืนหนู ฮึก” เมื่อได้สติแล้วคำปองกลับรู้สึกว่าตัวเองกำลังโดนเอาเปรียบ ร้องไห้ร้องห่มออกมา

            “จะเรียกว่าข่มขืนได้ยังไงกัน ในเมื่อเธอเองก็ตอบสนองฉันทุกอย่างทุกท่วงท่าขนาดนี้” เขาจ้องมองใบหน้าสวยอย่างเสน่หา ก่อนจะกดจมูกคมลงที่บริเวณไหปลาร้าของเจ้าหล่อนอย่างชื่นใจ

            “นั่นเป็นเพราะยาต่างหากล่ะ”

            “ฉันไม่เชื่อว่าทั้งหมดจะเป็นเพราะยาอย่างเดียว เธอเองก็ชอบแบบนี้ไม่ใช่เหรอ ฉันผ่านเรื่องแบบนี้มานักต่อนัก ทำไมจะไม่รู้ว่าเธอเองก็ต้องการมันเหมือนกัน”

            “หนู....” คำปองพูดไม่ออกเพราะเมื่อสักครู่รสสัมผัสที่เธอได้รับมันช่างรู้สึกดีมากเหลือเกิน ดีจนอยากจะให้มันเกิดขึ้นอีกครั้ง

            “เห็นไหมล่ะพูดไม่ออก เอาเป็นว่าจากนี้ไปหากเธอต้องการมันอีกให้มาหาฉันที่นี่ ฉันต้อนรับเธอเสมอ ส่วนยานี่ฉันจะให้เธอไปใช้มันกับพ่อเลี้ยง ถือว่าเรื่องวันนี้เป็นค่ายาเม็ดนี้ก็แล้วกัน” ฉัตรชัยยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ

            “นะ...หนูต้องไปแล้ว” เมื่อรับยามาแล้วคำปองก็รีบดึงผ้าห่มมาปกปิดเรือนร่างสวยเอาไว้ ก่อนจะเดินลงจากเตียงกวาดสายตาหาเสื้อผ้าที่วางเกลื่อนอยู่บนพื้นห้อง หยิบมันมาใส่อย่างทุกลักทุเล

            “ที่นี่ต้อนรับเธอเสมอนะคำปองหึๆ”

            ฉัตรชัยมองตามหลังหญิงสาวอย่างเสน่หา เธอคนนี้ให้ความสุขสมทางกามารมณ์เขามากล้นเหลือเกิน เขาจะไม่มีทางให้เรื่องมันจบแค่นี้แน่นอน มีครั้งแรกก็ต้องมีครั้งต่อไป ในเมื่อเขากำความลับของเจ้าหล่อนไว้ขนาดนี้แล้ว ตอนนี้ก็ปล่อยให้เธอเข้าไปป่วนชีวิตของเหมันต์ไปเรื่อยๆ ให้สาแก่ใจก่อนก็แล้วกัน

็บ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

4 ความคิดเห็น