ตอนที่ 5 : เงามืด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 518
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    23 ม.ค. 62

:: ::

เงามืด

 

            วันนี้เหมันต์เข้าไปในไร่ตั้งแต่เช้าตรู่และอยู่ที่นั่นตลอดทั้งวัน ส่วนน้ำฟ้าอยู่ดูแลคิมหันต์ที่บ้าน เป็นเพื่อนเล่นเหมือนเช่นทุกวัน ใจจริงเธอเองก็อยากเข้าไปช่วยงานในไร่บ้าง แต่ทว่าเหมันต์ยังไม่อนุญาตโดยให้เหตุผลว่ายังไม่ถึงเวลา ตอนนี้เธอจึงได้แต่นั่งรออยู่บ้านพร้อมกับไอ้ตัวเล็ก ที่กำลังวิ่งเล่นซุกซนอยู่ตรงหน้านี้

            “น้องคิมอยากไปหาคุณพ่อในไร่ไหมครับ”

            “อยากไปสิครับ” คิมหันต์รีบวิ่งแจ้นเข้ามาหา ก่อนจะนั่งลงข้างๆ

            “ถ้าอย่างนั้นเราเข้าไปหาคุณพ่อในไร่กันนะครับ”

            “เย้!” คิมหันต์กระโดดโลดเต้นเมื่อรู้ว่าจะได้เข้าไปในไร่

            “ก่อนอื่นเราต้องเข้าไปในครัวก่อน แม่จะทำข้าวเที่ยงไปให้คุณพ่อ เราจะได้ไม่โดนดุไงล่ะครับ” แต่ในใจเจ้าหล่อนกลับคิดว่าคงไม่วายที่เหมันต์จะดุให้ แต่การเอาข้าวเที่ยงไปส่งมันน่าจะพอทุเลาลงได้บ้างเท่านั้นเอง

            “ครับผม”

            “ถ้าอย่างนั้นเราไปกันเถอะครับ”

            จากนั้นน้ำฟ้าเดินจูงมือลูกเลี้ยงเข้าไปในครัวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม  

 

            เข้ามาในห้องครัวแล้วก็พบว่าป้าบัวคลี่กำลังงุ่นอยู่กับการเตรียมของ สำหรับทำมื้อเที่ยงอยู่กับคำปอง น้ำฟ้าจึงเดินเข้าไปร่วมวงด้วย แต่ทว่าเมื่อคำปองเห็นเธอกลับมองด้วยหางตาอย่างขัดใจ

            “ป้าบัวคะ”

            “อ้าวแม่เลี้ยงเข้ามาทำอะไรในนี้คะเนี่ย”

            “หนูว่าจะทำปิ่นโตไปส่งพ่อเลี้ยงที่ไร่ค่ะ”

            “อ้าว! ทำไมล่ะคะ”

            “คือหนูอยากจะไปเซอร์ไพรซ์พ่อเลี้ยงน่ะค่ะ ป้าบัวไม่ต้องทำกับข้าวเผื่อหนูนะคะ เพราะหนูจะไปทานกับพ่อเลี้ยงที่โน่นเลย”

            “ทำเป็นอยากเอาอกเอาใจชิส์” คำปองยืนกอดอกทำเป็นพูดลอยๆ

            “นังคำปองจะพูดจะจาอะไรระวังปากด้วยนะ” ป้าบัวคลี่รีบหันไปเอ่ยตำหนิทันที

            “หนูไม่ได้ว่าใครซะหน่อยนี่จ๊ะป้า แค่พูดลอยๆ”

            “ช่างเถอะค่ะป้า ว่าแต่กำลังทำอะไรอยู่คะเนี่ย”

            “ป้ากำลังจะทำน้ำพริกหนุ่มค่ะ เห็นว่าตั้งแต่มาแม่เลี้ยงยังไม่ได้ทานอาหารเหนือเลยสักมื้อ”

            “พอดีเลยค่ะ ถ้าอย่างนั้นหนูจะช่วยป้าทำ ถ้ามีน้ำพริกหนุ่มก็ต้องมีไส้อั่วแล้วก็แคปหมูใช่ไหมคะ”

            “ใช่ค่ะ” ป้าบัวคลี่ตอบพร้อมทั้งส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ต่างจากคำปองที่เอาแต่ทำหน้าตาบูดบึ้ง ราวกับเหม็นขี้หน้านายหญิงของบ้านเสียเหลือเกิน

            “มีคนช่วยแล้วถ้างั้นหนูไปล่ะนะป้า”

            “ไม่ต้องมาทำเป็นอู้เลยนะมึง เอาผ้าไปซักเดี๋ยวนี้เลย” ป้าบัวยืนเท้าสะเอวชี้หน้าสั่ง

            “ไปก็ได้ดีกว่าอยู่ในนี้ อึดอัดจะแย่”

            ว่าแล้วเจ้าหล่อนก็สะบัดตูดเดินออกไปจากครัว ป้าบัวคลี่เห็นอย่างนั้นก็ส่ายศีรษะเบาๆ เธอเบื่อกับพฤติกรรมของเด็กคนนี้เหลือเกิน สอนอย่างไรก็ไม่เคยรู้จักจำ

            “ป้าขอโทษแทนนังเด็กคนนี้ด้วยนะคะ”

            “ไม่เป็นไรค่ะป้าหนูไม่ได้ถือสาอะไรหรอก”

            “โชคดีที่แม่เลี้ยงเปลี่ยนไปแล้ว ไม่งั้นนังคำปองคงจะโดนตบไปแล้วแน่ๆ”

            “หนูเปลี่ยนไปขนาดนั้นเลยเหรอคะป้า”

            “ป้าก็พูดไปอย่างนั้นล่ะค่ะ แต่ก็จริงนะที่แม่เลี้ยงเปลี่ยนไปเยอะเลย ป้าถามจริงๆ เถอะค่ะแม่เลี้ยงไปทำอะไรมา ทำไมนิสัยเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างนี้” ป้าบัวคลี่เอ่ยถามด้วยสีหน้าจริงจัง ทำเอาน้ำฟ้าถึงกับยิ้มเจื่อน ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี

            “สงสัยเป็นเพราะแต่งงานมั้งค่ะ เลยทำให้หนูเปลี่ยนไป แบบว่าอยากเป็นเมียที่ดีอะไรประมาณนั้น” น้ำฟ้าคิดอะไรไม่ออกนอกจากประโยคที่เอ่ยออกไปเมื่อครู่

            “อ๋อ เป็นอย่างนี้นี่เอง สงสัยต้องให้นังคำปองมันแต่งงานบ้างแล้วล่ะถึงจะเปลี่ยนนิสัยได้บ้าง” ป้าบัวคลี่พูดขำๆ

            “ว่าแต่คำปองเธอมีแฟนหรือยังคะป้า”

            “ยังค่ะ ดูอย่างนี้มันก็เลือกผู้ชายนะคะ ตาสีตาสามันไม่คุยด้วยหรอกค่ะ ต้องคนมีสตางค์โน่น”

            “อย่างพ่อเลี้ยงแบบนี้ใช่ไหมคะ” น้ำฟ้ามองตาเดียวก็รู้ว่าคำปองคิดอย่างไรกับสามีเธอ

            “ก็ประมาณนั้นล่ะค่ะ แม่เลี้ยงอย่าคิดอะไรมากเลยนะคะ พ่อเลี้ยงไม่เอามันมาทำเมียหรอก ถ้าเอาป่านนี้มันคงได้เป็นเมียพ่อเลี้ยงไปแล้ว เพราะมันอ่อยมาตั้งแต่ไหนแต่ไร”

            “ถึงเขาจะมีใครอีกหนูก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกค่ะ มันเป็นความสุขของเขา” นั่นเพราะเธอเองก็ไม่ได้มีสิทธิ์อะไรอยู่แล้วต่างหาก

            “ไม่ได้นะคะ เรื่องอย่างนี้คนเป็นเมียห้ามยอมเด็ดขาด” ป้าบัวคลี่รีบเอ่ยค้านความคิดของน้ำฟ้าทันที

            “ทำไมล่ะคะป้า”

            “โอ๊ย! ป้าจะเป็นลม เพราะถ้าสามีมีบ้านเล็กบ้านน้อย มันจะทำให้ชีวิตคู่ของเราต้องมีแต่ความวุ่นวาย ไม่มีความสุขยังไงล่ะคะ”

            “แต่ถ้าพ่อเลี้ยงอยากมีจริงๆ ฉันจะห้ามอะไรได้ล่ะคะ”

            “ทำไมจะห้ามไม่ได้ล่ะคะ เรามีของดีอยู่ในตัวซะอย่าง ผู้ชายร้อยทั้งร้อยย่อมแพ้มารยาหญิง ป้าแนะนำว่าแม่เลี้ยงต้องเอาอกเอาใจพ่อเลี้ยงให้มากๆ แค่นี้เขาก็ไม่มีทางไปไหนรอดแล้วค่ะ”

            “ถ้างั้นหนูจะลองทำตามที่ป้าแนะนำนะคะ แต่ไม่รู้จะได้ผลหรือเปล่า” น้ำฟ้ายิ้มให้

            “ดีมากค่ะป้าว่ามันจะต้องได้ผลแน่นอน”

            ทั้งสองช่วยกันทำอาหารไปสนทนาไปอย่างสนุกปาก ในที่สุดกับข้าวมื้อเที่ยงก็เสร็จเรียบร้อย

 

น้ำฟ้าถือปิ่นโตสองเถาเดินออกไปจากครัวพร้อมกับคิมหันต์ ก่อนจะนำไปวางไว้ในตะแกรงหน้ารถจักรยานเพื่อเตรียมตัวปั่นเข้าไปในไร่

            “จะขับจักรยานไปจริงๆ เหรอคะแม่เลี้ยง”

            “จริงสิคะป้า”

             “ป้าว่าให้คนสวนขับรถไปส่งจะดีกว่านะคะ จะได้ไม่ต้องเหนื่อย”

            “ไม่เป็นไรหรอกค่ะป้าสนุกดีออก จริงไหมครับน้องคิม”

            “จริงครับ” คิมหันต์เองก็เห็นด้วยเต็มที่ ตามประสาเด็กที่ชอบเล่นอะไรซุกซนอยู่แล้ว

           “ถ้าอย่างนั้นก็ระวังหน่อยนะคะ ถ้าแม่เลี้ยงกับคุณหนูเป็นอะไรขึ้นมาป้าคงโดนดุแน่”

            “หนูรับรองว่าจะไม่ให้ป้าเดือดร้อนด้วยแน่นอนค่ะ หนูไปแล้วนะคะเดี๋ยวจะไม่ทันมื้อเที่ยง”

           “ค่ะแม่เลี้ยง”

             สนทนากับป้าบัวคลี่เสร็จแล้ว น้ำฟ้าก็ปั่นจักรยานเข้าไปในไร่ โดยมีลูกเลี้ยงนั่งซ้อนท้ายไปด้วย ส่วนป้าบัวได้แต่มองตามหลังด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุเข้าให้

 

            น้ำฟ้าปั่นจักรยานเข้าไปในไร่โดยไม่รู้เส้นทาง โชคดีที่มีเด็กชายตัวน้อยที่นั่งซ้อนท้ายมาด้วยเป็นคนบอกทาง จุดหมายปลายทางของน้ำฟ้าก็คือไร่ส้ม ซึ่งค่อนข้างจะอยู่ไกลจากตัวบ้านพอสมควร จนทำให้เจ้าหล่อนเสียเหงื่ออยู่ไม่น้อยในการปั่นจักรยานครั้งนี้

            “คุณพ่อยืนอยู่นั่นไงครับ” คิมหันต์ชี้ไปข้างหน้าที่ตอนนี้กำลังมีคนงานจำนวนหลายสิบคน กำลังเร่งเก็บผลผลิตอยู่ตามจุดต่างๆ โดยมีเหมันต์กำลังยืนควบคุมดูแลกำลังอยู่ไม่ห่าง บางครั้งก็ช่วยเก็บผลส้มอีกด้วย

            “ถึงซะทีสินะ” น้ำฟ้าถึงกับปาดเหงื่อออกจากแก้มขาวเมื่อลงจากรถ ก่อนจะจอดจักรยานไว้ข้างรถกระบะ ที่มีตะกร้าส้มถูกนำไปวางไว้จนเกือบเต็ม

            “อ้าว! มาทำไมกันเนี่ยบอกให้อยู่บ้านไม่ใช่เหรอ” เหมันต์เห็นคนทั้งสองก็เดินมาหาแล้วเอ่ยถามทันที

            “ฉัน...ฉันเอาข้าวเที่ยงมาส่งพ่อเลี้ยงค่ะ” เธอยกปิ่นโตขึ้นให้อีกฝ่ายดูเป็นหลักฐาน

            “ก็น้องคิมอยากมาเที่ยวในไร่นี่ครับ อ้อนคุณพ่อแล้วก็ไม่ยอมให้มาอ่ะ”

            “ก็พ่อมาทำงานนี่ครับ ไม่ได้มาเที่ยวเล่นสักหน่อย”

            “น้องคิมอยากมาช่วยคุณพ่อทำงานนี่ครับ ไม่ได้มากวนสักหน่อย” เจ้าตัวเล็กยังไม่ยอมความ

            “เอาล่ะๆ มาแล้วก็เข้าไปนั่งพักใต้ร่มไม้ก่อน แดดยิ่งร้อนๆ อยู่ด้วย ส่วนเธอรู้ตัวไหมว่ามีความผิด” เหมันต์หันไปสนใจมองหน้าภรรยาสาว เชิงตำหนิเล็กน้อย

            “รู้ตัวค่ะ แต่ถ้าจะให้อยู่บ้านเฉยๆ มันก็น่าเบื่อนี่ค่ะ ฉันกับน้องคิมเลยเห็นพ้องต้องกันว่าจะมาหาคุณที่นี่”

            “ที่ไม่ให้มาเพราะแดดมันร้อน ฉันไม่อยากให้ผิวเธอเสีย เดี๋ยวกลางคืนจะกอดไม่สบายตัว” ชายหนุ่มว่าแล้วก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ให้

            “ฉันไม่เห็นสนใจเรื่องนั้นเลย ให้ฉันมาช่วยงานคุณที่ไร่นะคะ ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำตัววุ่นวายให้คุณต้องเดือดร้อน”

            “ผมก็สัญญาครับคุณพ่อ”

            “โอเคๆ มาก็มาแต่ห้ามดื้อห้ามซนนะ ทั้งสองคนเลย”

            “คร้าบบ / ค่ะ” ทั้งสองตอบรับพร้อมกันเสียงดัง

            “ตอนนี้ก็ใกล้ถึงเวลาทานข้าวเที่ยงแล้ว ถ้างั้นเรามาทานข้าวกันเถอะนะ” เหมันต์ส่งยิ้มให้กับภรรยาและลูกชาย

            จากนั้นเขาก็เดินไปสั่งให้คนงานพักทานข้าวได้ ส่วนตัวเองก็เดินกลับมาที่ใต้ร่มไม้ ที่น้ำฟ้าได้ปูเสื่อและเตรียมอาหารไว้รอเสร็จสรรพ

            “ว้าว! อาหารเหนือทั้งนั้นเลย”

            “ใช่ค่ะ ฉันกับป้าบัวช่วยกันทำ”

            เมนูอาหารที่วางอยู่นั้นคือ น้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่ว แคปหมู และแกงอ่อมไก่ ทั้งสามคนนั่งทานข้าวใต้รมไม้อย่างเอร็ดอร่อย แม้จะเป็นช่วงเวลาเที่ยง แต่ทว่ากลับมีลมพัดโชยมาอยู่เนืองๆ ทำให้อากาศเย็นสบายราวกับอยู่ในห้องแอร์ซะอย่างนั้น

            “วันนี้เหนื่อยไหมคะพ่อเลี้ยง” น้ำฟ้านึกถึงคำพูดของป้าบัวคลี่ ก็อยากจะเอาอกเอาใจสามีบ้าง กลัวว่าอีกฝ่ายจะเบื่อเธอและเอาคำปองมาเป็นเมียเข้าสักวัน

            “ไม่เหนื่อยเลยสนุกออก” เหมันต์ตอบ ขณะทานข้าวไปด้วย

            “ไม่เหนื่อยแต่ทำไมเหงื่อซึมอย่างนั้นล่ะคะ อากาศก็เย็นสบายออก” ว่าแล้วน้ำฟ้าก็หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าสะพายใบเล็ก ก่อนจะซับเหงื่อบริเวณขมับของเหมันต์อย่างเบามือ

            “วันนี้เอาใจเก่งจังนะ ทั้งเอาข้าวเที่ยงมาส่งทั้งซับเหงื่อให้ กลัวว่าฉันจะนอกใจหรือไง”

            “ปะ...เปล่าสักหน่อย ฉันก็แค่อยากทำหน้าที่ภรรยาที่ดีบ้างก็เท่านั้น”

            “โชคดีจังที่มีเมียอย่างเธอ สงสัยคืนนี้ฉันต้องทำหน้าที่สามีที่ดีบ้างแล้วล่ะ” เหมันต์ว่าพลางจ้องหน้าภรรยาสาวด้วยสายตาที่หื่นกระหาย นั่นทำให้น้ำฟ้ารู้ตัวดีว่าวันนี้หล่อนคงไม่รอดเนื้อมมือเขาไปได้แน่

            “จะพูดจะจาอะไรก็อายลูกบ้างนะคุณอ่ะ” น้ำฟ้าเหนียมอายเล็กน้อยเมื่อโดนจ้องด้วยสายตาอย่างนั้น

            “น้องคิมไม่รู้เรื่องอะไรเลยครับ” เจ้าตัวเล็กตอบ มองคนทั้งสองยิ้มๆ ความเจ้าเล่ห์นั้นถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อไม่ผิดเพี้ยน

            “เก่งมากลูกพ่อ โตขึ้นพ่อจะสอนให้เก่งเหมือนพ่อเลยดีไหม” เหมันต์ยิ้มอย่างภูมิใจกับลูกชายมากเหลือเกิน

            “ครับคุณพ่อ ถ้าน้องคิมโตขึ้นมาน้องคิมจะหาแฟนสวยๆ เหมือนแม่น้ำค้างเลย”

            “ทำไมคุณสอนลูกให้เป็นเด็กแก่แดดอย่างนี้อ่ะ ไม่ไหวเลยจริงๆ” น้ำฟ้าส่ายหน้าเบาๆ “น้องคิมอย่าเพิ่งคิดเรื่องนี้นะคะ ตอนนี้ต้องคิดเรื่องเรียนก่อนเข้าใจไหมครับ”

            “เข้าใจครับคุณแม่” เด็กชายตอบรับอีกเช่นเดียวกัน เอาใจทั้งสองคนอย่างเท่าเทียม

            “เจ้าเล่ห์จริงนะไอ้ลูกคนนี้” เมหันต์หัวเราะออกมาเบาๆ พลางเอื้อมมือไปยีผมลูกชายเล่น

            ทั้งสามคนทานมื้อเที่ยงเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องทำงานต่อ น้ำฟ้าขอไปช่วยเก็บส้มบ้าง เหมันต์เองก็อนุญาต

            น้ำฟ้าและคิมหันต์ต่างก็ขะมักเขม้นกับการเก็บผลส้ม ส่วนเหมันต์ตอนนี้มีหน้าที่ถือตะกร้าเดินตาม ราวกับทั้งสามคนกำลังอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ต ที่สามีต้องเข็นรถตามภรรยากับลูกซะอย่างนั้น

            “ลูกนั้นยังไม่สุกดีเลยเธอจะตัดมาทำไม”

            “อ้าว! ก็ฉันนึกว่ามันสุกแล้วนี่นา” น้ำฟ้าชะงักทันทีเมื่อได้ยินอย่างนั้น

            “โน่นๆ ลูกที่อยู่ติดมือเธออ่ะ สุกแล้วเก็บมาได้” เหมันต์แนะนำ แต่กลับขำออกมาเล็กน้อย

“ออค่ะ” น้ำฟ้ากำลังจะใช้กรรไกรตัดที่ขั้วผลส้ม แต่ทว่าเหมันต์กลับเอ่ยขัดจังหวะอีกครั้ง

            “ไม่ใช่ๆ ลูกนั้นยังไม่สุกเหมือนกัน ลูกที่อยู่บนมือเธอน่าจะใช้ได้นะ” เขาตั้งใจแกล้งเจ้าหล่อนสนุกๆ เท่านั้น

            น้ำฟ้าเหลือบตามองผู้เป็นสามีอย่างไม่สบอารมณ์ ตอนแรกเธอก็ตั้งใจจะทำตามเพราะนึกว่าอีกฝ่ายแนะนำดีๆ แต่ตอนนี้เริ่มมั่นใจแล้วว่ากำลังโดนกลั่นแกล้ง

            “คุณแกล้งฉันทำไมเนี่ย”

            “ใครแกล้ง ฉันไม่ได้แกล้งซะหน่อย” เหมันต์เอ่ยกลั้วขำ

            “ก็คุณแกล้งฉันจริงๆ” ว่าแล้วน้ำฟ้าก็ยกมือเรียวข้างหนึ่งขึ้นมาฟาดที่ต้นแขนเขาทันที

            “เธอจะบ้าหรือไง! มาตีแขนฉันทำไมเนี่ย” เหมันต์ยังขำไม่หยุด

            “เห็นว่าฉันไม่รู้เรื่องก็เอาแต่แกล้งกัน ฉันอยากตัดลูกไหนก็จะตัด ไม่สนใจอะไรแล้ว” น้ำฟ้าสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง ก่อนจะพยายามเก็บผลส้มไปมั่วๆ อย่างไม่สนใจ

            เหมันต์เห็นอย่างนั้นก็วางตะกร้าลงบนพื้น ก่อนจะไปยืนซ้อนหลัง แล้วจับมือทั้งสองข้างของเจ้าหล่อนเอาไว้ ราวกับน้ำฟ้าเป็นหุ่นเชิดที่จะต้องทำตามใจเขาซะอย่างนั้น

            “คุณทำบ้าอะไรเนี่ย” น้ำฟ้าเริ่มโวยวายเสียงดัง แต่ทว่าใบหน้าสวยกลับเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ

            “ก็จะช่วยเธอเก็บส้มยังไงล่ะ” เสียงเข้มเอ่ยข้างใบหูสวย ทำให้คนที่อยู่ในอ้อมแขนขนลุกกราว ราวกับอีกฝ่ายต้องการแกล้งให้เธอเขินอายซะอย่างนั้น

            “ไม่ต้อง! ไปช่วยน้องคิมโน่นเลย”

            “ไม่เอาน้องคิมอยู่ที่นี่นานกว่าเธอนะ แกรู้ดีว่าจะต้องเก็บยังไง” เหมันต์ซุกใบหน้าไปวางไว้ที่ซอกคอขาวอย่างถือวิสาสะ ไม่ได้สนใจเลยว่าภรรยาจะรู้สึกเขินอายมากเพียงใด

            “ถ้าอย่างนั้นคุณก็สอนฉันสิ สอนดีๆ แบบไม่ต้องเข้ามาใกล้อย่างนี้ คนงานมองดูกันใหญ่แล้วนั่น”

            “จะสนทำไมล่ะในเมื่อที่นี่คือไร่ของฉัน อย่าไปสนใจมองคนอื่นเลย เดี๋ยวฉันจะบอกจุดสังเกตว่าแบบไหนถึงจะเก็บได้ พร้อมยัง” เหมันต์เอียงหน้าไปมองเจ้าหล่อนเล็กน้อย ก่อนจะขโมยหอมแก้มฟอดหนึ่ง

            “คนบ้า! กลางวันแสกๆ ถ้าทำอีกฉันจะเอากรรไกรตัดจมูกคุณแน่”

            “โหดจังเลยนะครับคุณเมีย โอ๋ๆ ไม่แกล้งแล้ว มาเข้าเรื่องกันดีกว่า เวลาจะเก็บส้มต้องเลือกลูกที่มันใหญ่ๆ หน่อยนะ สีออกเหลืองๆ ผิวมันๆ เกลี้ยงๆ แบบลูกนี้เข้าใจไหมครับ”

เหมันต์จับมือเจ้าหล่อนให้ตัดผลส้มที่มีคุณสมบัติตามที่บอก ทำอย่างนั้นอยู่เรื่อยๆ จนน้ำฟ้าเริ่มจะสังเกตเป็นและสามารถทำด้วยตนเองได้ แต่ทว่าเหมันต์ยังคงจับมือเจ้าหล่อนไว้อยู่อย่างนั้น เขารู้สึกมีความสุขที่ได้แกล้งภรรยาสาวสวย เพราะเวลาเธอทำหน้างองุ้มมันก็ดูน่ารักไปอีกแบบ

            ขณะทั้งสองคนกำลังเกี้ยวพาราสีกันอยู่นั้น มีใครบางคนจับจ้องมองอย่างไม่คลาดสายตา แววตาที่แข็งกร้าวนั้น บ่งบอกว่าเจ้าตัวรู้สึกไม่พอใจมาก และต้องการจะทำให้คนทั้งสองแยกจากกันไปตลอดชีวิตให้ได้

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

4 ความคิดเห็น