ตอนที่ 4 : เรื่องบนเตียง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 637
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    7 ก.พ. 62

:: ::

เรื่องบนเตียง

 

            หลังจากพาภรรยาสาวชาวกรุงไปแนะนำให้คนงานในไร่ได้รู้จักแล้ว ในช่วงเย็นของวันเดียวกันเหมันต์ก็ได้เอ่ยปากชวนฉัตรชัยมาทานข้าวเย็นด้วยกันที่บ้าน ในขณะที่น้ำฟ้าไปเป็นลูกมือช่วยป้าบัวทำกับข้าวในครัว เหมันต์ก็ปล่อยให้แขกนั่งรออยู่ในห้องรับแขกเพียงลำพัง ส่วนเจ้าตัวแอบย่องขึ้นมาบนห้องนอน เพื่อค้นหาของสำคัญอะไรบางอย่าง ที่จะสามารถยืนยันได้ว่าเธอคือภรรยาตัวปลอม

            เหมันต์พยายามค้นหากระเป๋าสตางค์ของน้ำฟ้าในตู้เสื้อผ้า เมื่อเจอแล้วเจ้าตัวก็ยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนจะรีบเปิดมันออกมาดู เขาอยากจะรู้ความจริงว่าเจ้าหล่อนเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงได้หน้าตาเหมือนน้ำค้างเจ้าสาวตัวจริงของเขาราวกับคนเดียวกัน

            “ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเธอเป็นใคร”

เหมันต์หยิบบัตรประชาชนของน้ำฟ้าออกมาจากกระเป๋าสตางค์สีชมพูพาสเทล ก่อนจะตั้งใจกวาดสายตาอ่านชื่อที่ปรากฏบนบัตรออกเสียง

            “นางสาวธารา ภัทรกุล”

            เมื่อรู้อย่างนี้แล้วเหมันต์ก็มั่นใจ ว่าสองคนนี้ต้องเป็นพี่น้องฝาแฝดกันแน่นอน เพราะเขาจำทั้งชื่อและนามสกุลของน้ำค้างได้ดี แต่สิ่งที่ยังค้างคาใจในตอนนี้ เขาอยากรู้ว่าน้ำค้างตัวจริงไปอยู่ไหน ทำไมถึงได้ให้เธอคนนี้เข้ามาสวมรอยเป็นเจ้าสาวแทนในวันนั้น ฝาแฝดคู่นี้กำลังเล่นตลกอะไรกับเขาอยู่งั้นเหรอ

            ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

            “พ่อเลี้ยงคะตั้งโต๊ะเสร็จแล้วค่ะ” เป็นน้ำฟ้านั่นเองที่กำลังยืนอยู่หน้าประตูห้อง เธอรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่เหมันต์ล็อกประตูไว้ ทั้งที่ปกติแล้วเขาไม่เคยล็อก นอกจากจะกำลังร่วมกิจกรรมรักกันอยู่เท่านั้น

            “เดี๋ยวฉันตามลงไป” ชายหนุ่มตะโกนออกไป ก่อนจะรีบเก็บบัตรประชาชนของน้ำฟ้าไว้ในกระเป๋าสตางค์เช่นเดิม

            “ค่ะพ่อเลี้ยง” เมื่ออีกฝ่ายตอบออกมาอย่างนั้น น้ำฟ้าก็เดินลงไปรอด้านล่างทันที

 

            ตอนนี้บนโต๊ะทานอาหาร มีจานกับข้าวหลากหลายเมนูวางไว้รอเรียบร้อยแล้ว จะเหลือก็เพียงผู้เป็นเจ้าของบ้าน ที่ยังไม่ลงมาเสียที

ทั้งสามชีวิตที่นั่งรออยู่บนโต๊ะอาหาร ต่างก็สนทนากันไปพลางๆ คนที่นั่งข้างน้ำฟ้าก็คือคิมหันต์ ส่วนฝั่งตรงข้ามก็คือฉัตรชัยนั่นเอง

            “นี่คุณน้ำค้างทำเองหมดเลยเหรอครับเนี่ย”

            “ก็ไม่หรอกค่ะ ส่วนมากฉันจะเป็นลูกมือช่วยป้าบัวน่ะค่ะ”

            “ดูท่าทางคุณน้ำค้างจะชอบทำอาหารนะครับ”

            “ใช่ค่ะ ตอนอยู่กรุงเทพฉันเคยเป็นผู้ช่วยกุ๊กมาก่อน”

            “ว่าแล้ว” ฉัตรชัยยิ้มน้อยๆ ออกมา

            “ว่าแล้วนี่หมายความว่ายังไงคะ” น้ำฟ้าเลิกคิ้วถามชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้า

            “ก็ดูคุณมีน้ำมีนวลยังไงล่ะครับ”

            “ฉันดูอ้วนขนาดนั้นเลยเหรอคะ ไม่รู้ตัวเลยนะเนี่ย” เธอเอ่ยแล้วก็ยกมือขึ้นมาจับต้นแขนตัวเองบีบเบาๆ

            “เปล่าครับ แค่นี้กำลังพอดีเลยล่ะ”

            “ออค่ะ” น้ำฟ้าตอบรับสั้นๆ เธอไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนเสียมารยาท วิจารณ์เรื่องสรีระของผู้หญิงต่อหน้าอย่างนี้มาก่อนเลย

            “ว่าแต่ทำไมพ่อเลี้ยงยังไม่ลงมาอีกล่ะครับ”

            “ฉันก็ไม่ทราบค่ะ เห็นว่าจะตามลงมานะ” เธอตอบพลางชะเง้อหน้ามองไปยังทางเดิน ก็เห็นอีกฝ่ายกำลังเดินมาพอดี “อ้อ มานั่นแล้วค่ะ”

            เหมันต์เดินยิ้มมาแต่ไกล ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ตรงหัวโต๊ะ แล้วหันไปเอ่ยกับแขกที่เชิญมาร่วมทานมื้อเย็นในวันนี้

            “ขอโทษคุณฉัตรชัยด้วยนะครับที่ลงมาช้า”

            “ไม่เป็นไรครับ”

            “ว้าว! วันนี้กับข้าวน่าทานทั้งนั้นเลย ฝีมือเธอหมดเลยหรือเปล่าเนี่ย”

            “ไม่ใช่หรอกค่ะ ส่วนมากจะช่วยเป็นลูกมือให้ป้าบัวค่ะ ถามเหมือนกับคุณฉัตรชัยเลย ฉันตอบเป็นครั้งที่สองแล้วนะเนี่ย”

            “อ้าวเหรอ...โทษทีเอาเป็นว่าเรามาเริ่มทานกันเลยดีกว่าเนาะ”

            เหมันต์โปรยยิ้มให้กับสมาชิกร่วมโต๊ะ จากนั้นทุกคนก็เริ่มลงมือทานมื้อเย็นกัน

            “อันนี้กุ้งตัวโตๆ ของน้องคิมนะครับ” น้ำฟ้าตักกุ้งที่แกะเปลือกออกจนหมด ในถ้วยต้มยำน้ำใสให้กับเด็กชายที่นั่งอยู่ข้างกัน

            “ขอบคุณครับคุณแม่” คิมหันต์ยิ้มตาตี่ให้ ก่อนจะจัดการกับกุ้งตัวนั้น

            “แล้วผมล่ะครับไม่ตักให้บ้างเหรอ” เหมันต์ปรายตามองภรรยาสาวอย่างงอนๆ

            “คุณไม่ใช่เด็กซะหน่อย ตักทานเองได้นี่นา” แม้คำพูดคำจาเหมือนว่าจะปฏิเสธ แต่ทว่าเจ้าหล่อนกลับเอื้อมมือไปตักพะแนงเนื้อให้กับสามี แต่ไม่จบแค่นั้นน้ำฟ้าตักใส่จานให้ฉัตรชัยด้วยอีกคน

            “ขอบคุณนะครับคุณน้ำค้าง” ฉัตรชัยส่งยิ้มให้

            “ไม่เป็นไรค่ะ จะได้ทั่วถึงกันยังไงล่ะ”

            “เธอพูดบ้าอะไร ห้ามพูดอย่างนี้ให้ฉันได้ยินอีกเด็ดขาดเลยนะ” เหมันต์ไม่ชอบใจนักที่ภรรยาเอ่ยคำว่า ทั่วถึง ต่อหน้าคนอื่นอย่างนี้

            “ทำไมล่ะคะฉันพูดผิดตรงไหน เราก็นั่งกันอยู่แค่นี้เอง น้องคิมคิดเหมือนแม่ไหมคะ” น้ำฟ้าไม่รอให้อีกฝ่ายตอบ แต่กลับหันมาถามความคิดเห็นจากลูกเลี้ยง

            “ใช่ครับ น้องคิมไม่เห็นว่ามันจะน่าเกลียดตรงไหนเลย”

            “ห้ามก็คือห้าม จะพูดจะจาอะไร ต่อไปก็ระวังด้วยละกัน โชคดีที่บนโต๊ะมีแค่คุณฉัตรชัย” เหมันต์ไม่ยอมท่าเดียว จะให้น้ำฟ้ายอมเอ่ยปากรับคำเสียให้ได้

            “ผมเองก็คิดว่าไม่ได้น่าเกลียดตรงไหนเลยนะครับ กลับมารอบนี้คุณน้ำค้างเธอดูน่ารักอ่อนหวานขึ้นเยอะ ราวกับคนละคนเลยล่ะครับ” ฉัตรชัยเอ่ยอย่างไม่ได้คิดอะไรมาก

            “เอ่อ...ดูออกชัดเจนขนาดนั้นเลยเหรอคะคุณฉัตรชัย”

            “ใช่ครับ...ผมว่าพ่อเลี้ยงเองก็น่าจะสังเกตเห็น ถึงความเปลี่ยนแปลงของคุณนะครับ”

            “อ้าวเหรอ! ทำไมผมไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นเลย เมียผมยังคงน่ารักในสายตาผมเหมือนเดิมเลย” เหมันต์ตอบหน้านิ่ง ไม่ได้ให้ความสำคัญกับสิ่งที่ฉัตรชัยเอ่ย เพราะกลัวว่าจะทำให้น้ำฟ้าคิดมากและเริ่มระแวงในตัวเขาจนเกินไป

            “อ้าว! สงสัยผมคิดไปเองคนเดียวล่ะมั้งครับ” ฉัตรชัยหน้าเสียเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าเจ้าของบ้านไม่ได้มีความคิดไปในทิศทางเดียวกัน

            “น้องคิมก็คิดเหมือนคุณอาครับ” คิมหันต์เอ่ยก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้กับแม่เลี้ยง

            “ยังไงคะน้องคิม” เธอถาม

            “ก็คุณแม่ใจดีขึ้นไงครับ”

            “นึกว่าเรื่องอะไร น้องคิมเป็นเด็กดีแม่ก็เลยใจดีด้วยไงล่ะ แต่ถ้าวันไหนน้องคิมดื้อคุณแม่ก็จะเลิกใจดีด้วย ฉะนั้นน้องคิมต้องเป็นเด็กดี ไม่ดื้อไม่ซนนะคะ”

            “ครับคุณแม่”

            น้ำฟ้ายกมือเรียวขึ้นไปลูบกลางกระหม่อมของเด็กชายเบาๆ อย่างเอ็นดู เหมันต์เห็นอย่างนั้นก็ยิ้มตาม ก่อนจะหันหน้าไปถามเรื่องงานกับฉัตรชัยบ้าง

            “คุณฉัตรชัยครับการเข้าเวรยามตอนนี้มีปัญหาอะไรไหม”

            “ก็ไม่มีนะครับ ผมสั่งให้คนงานไปเฝ้าประจำตามจุดเสี่ยงต่างๆ และให้ออกตรวจสลับผลัดเปลี่ยนกันทุกชั่วโมงเลย” ฉัตรชัยรายงานความคืบหน้าให้ฟัง

            ที่ต้องเข้มงวดเรื่องการเฝ้ายามในตอนกลางคืน นั่นเพราะช่วงหลังมานี้มีโจรเข้ามาขโมยผลผลิตในไร่ไปขายอยู่บ่อยครั้ง มาถึงตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าโจรพวกนั้นคือกลุ่มไหน เพราะที่นี่เป็นพื้นที่กว้างขวาง ทำให้การตรวจตราอาจจะยังไม่ทั่วถึงเท่าที่ควร

            “ดีแล้วครับ ยังไงผมก็ฝากด้วยนะ ของที่พวกมันขโมยไปมีแต่ผลผลิตเกรดเอทั้งนั้นเลย ผมว่าพวกมันคงจะมีความรู้เรื่องการเกษตรพอสมควร”

            “ครับพ่อเลี้ยงผมจะพยายามสั่งให้คนงานเพิ่มความระมัดระวังขึ้น”

            “ยังไงก็อย่าหักโหมมากล่ะ ความปลอดภัยของคนงานต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง หากเจอพวกมันคุณช่วยรายงานผมทันทีด้วยนะ ผมจะไปจัดการมันด้วยตัวเอง”

            “ครับพ่อเลี้ยง”

            “ขอบใจมากที่ช่วยงานผมเป็นอย่างดีมาตลอดหลายปี”

            ฉัตรชัยทำงานที่ไร่แห่งนี้มาเกือบจะห้าปีแล้ว นั่นทำให้เหมันต์ไว้ใจลูกน้องคนนี้มาก เขาไม่เคยทำให้เหมันต์ต้องผิดหวังเลยสักครั้ง สามารถจัดการอะไรหลายๆ อย่างได้ดี เทียบเท่าผู้เป็นเจ้าของไร่เสียด้วยซ้ำ ทำให้คนงานต่างก็รักและให้ความเคารพผู้จัดการคนนี้ไม่ต่างจากเหมันต์เลย

 

            การรับประทานอาหารมื้อเย็นผ่านไปเรียบร้อยแล้ว ฉัตรชัยกลับไปยังบ้านพักในไร่ ส่วนน้ำฟ้าพาคิมหันต์ขึ้นไปอาบน้ำและเข้านอน เธออ่านนิยายให้เจ้าตัวเล็กฟังจนหลับไป ก่อนจะห่มผ้าให้ ปิดไฟแล้วเดินออกมาจากห้อง

            มือเรียวเอื้อมไปหมุนลูกบิดเปิดประตูเข้าไปในห้องนอน ก็พบว่าผู้เป็นสามีได้นอนหลับอยู่บนเตียง โดยสวมใส่เพียงบ็อกเซอร์ตัวเดียวเท่านั้น เห็นอย่างนั้นน้ำฟ้าก็ยิ้มน้อยๆ ออกมา เป็นคืนแรกที่เหมันต์ไม่ได้กวนเธอก่อนจะเข้านอน อาจเป็นเพราะวันนี้เข้าไปทำงานในไร่จนเหนื่อย เป็นอย่างนี้ทุกวันก็คงจะดีเธอจะได้ไม่ต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัวมากนัก น้ำฟ้าคิดในใจ

            เจ้าหล่อนหยิบผ้าเช็ดตัวในตู้เสื้อผ้าออกมาถือไว้ ก่อนจะเดินเข้าไปอาบน้ำ เมื่อชำระล้างร่างกายจนสะอาดสะอ้านแล้ว น้ำฟ้าก็เดินออกมาโดยมีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียวปกปิดเรือนร่างอรชรไว้ จากนั้นก็เดินไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้ง ใช้ผ้าผืนเล็กเช็ดที่เรือนผมเปียกให้แห้ง

            เห็นตัวเองในกระจกก็อดคิดถึงน้องสาวตัวเองไม่ได้ ป่านนี้ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง แม้จะโดนน้องสาวหลอกให้มาอยู่ที่นี่ แต่เธอเองก็ไม่ได้โกรธเลยสักนิด เพราะชีวิตนี้เธอมีน้องสาวเพียงคนเดียว คงไม่มีเรื่องไหนที่จะทำให้เธอโกรธ จนตัดขาดกับน้ำค้างได้แน่นอน

            “ป่านนี้แกจะเป็นยังไงบ้างนะน้ำค้าง” เจ้าหล่อนเอ่ยกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจเสียงดัง

            หลังจากทำภารกิจส่วนตัวเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาที่เธอจะต้องขึ้นไปนอนบนเตียง เหมันต์ยังคงนอนหลับไม่รู้เรื่อง น้ำฟ้าได้แต่จ้องมองใบหน้าคมนั้นแล้วเผลอยิ้มออกมา ยิ่งนานวันเธอยิ่งรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้น่าหลงใหล ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยรับผู้ชายคนไหนเข้ามาในหัวใจเลยสักคน แต่พอได้ตกเป็นของเขาก็ทำให้หัวใจของเธอพองโต สี่ห้องหัวใจมันเปิดอ้าพร้อมที่จะต้อนรับเขาเข้ามา แม้ว่าความจริงแล้วเธอไม่ควรจะคิดอย่างนี้เสียด้วยซ้ำ

            “นอนซะทีสินั่งเหม่ออะไรอยู่”

            “คุณยังไม่หลับ?” น้ำฟ้าหันขวับไปมองคนที่นอนอยู่ทันที

            “ใช่...จะหลับก่อนเมียได้ไงล่ะ” เหมันต์ว่าพลางดึงตัวหญิงสาวให้มานอนข้างกัน ก่อนจะโอบไหล่เอาไว้ ใช้ไหล่ขวาให้เจ้าหล่อนหนุนแทนหมอน

            “ฉันว่าคุณต้องแกล้งหลับแน่ๆ”

            “ฉลาดเหมือนกันนี่เรา” เหมันต์แกล้งแหย่ภรรยาเล่นขำๆ

            “แน่นอนถึงฉันจะเรียนมาน้อยแต่ก็ไม่ได้โง่นะจะบอกให้” น้ำฟ้าเงยขึ้นไปมองคนตัวโตกว่า ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์ให้

            “เธอคิดยังไงถึงมาแต่งงานกับฉัน” เหมันต์เอ่ยถาม อยากจะฟังความรู้สึกจริงๆ ของเจ้าหล่อนว่าคิดอย่างไรกับตัวเอง

            “ทำไมคุณถามอย่างนี้ล่ะ”

            “ก็อยากจะรู้ไงว่าเธอคิดยังไงกับฉันบ้าง...บอกมาดิ”

            “ฉัน...รักคุณไงคะ”

            “ฉันเบื่อคำนี้แล้ว เอาความรู้สึกที่เธอมีกับฉันจริงๆ จะได้ไหม”

            “ความรู้สึกจริงๆ งั้นเหรอคะ” น้ำฟ้าทำหน้าคิด กลอกลูกตาไปมา “ฉันประทับใจที่คุณเป็นคนรักครอบครัว รักน้องคิม คุณเป็นคนดีคนหนึ่งเท่าที่ฉันเคยรู้จัก แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วมั้งคะ”

            “แค่นั้นจริงๆ เหรอ”

            “ใช่ค่ะ”

            “ฉันว่าเธอลืมอีกเรื่องหนึ่ง” เหมันต์ยิ้มเจ้าเล่ห์ให้กับภรรยาสาว

            “เรื่องอะไรคะ คุณจะมารู้ดีกว่าฉันได้ยังไงกัน”

            “ก็เรื่องบนเตียงยังไงล่ะ หรือเธอไม่ประทับใจมันเลย” ไม่ว่าเปล่าเหมันต์กลับเลื้อยมือขึ้นไปวางหมับลงบนเนินอกอันอวบอิ่มของภรรยา ก่อนจะบีบเคล้นเบาๆ

            “เรื่องแบบนี้ยังจะให้ฉันพูดอีกเหรอคะ ฉันเป็นผู้หญิงนะ น่าอายจะตาย” ใบหน้าขาวใสของน้ำฟ้าเปลี่ยนสีกะทันหัน เขาทำให้เธอรู้สึกอายอีกแล้ว คนบ้าอะไรจะหื่นได้แทบทุกวัน

            “อายทำไมในเมื่อตอนนี้มีแค่เราสองคน”

            “สองคนก็อายอยู่ดี ใช่สิ! คุณเป็นผู้ชายชอบพูดเรื่องแบบนี้เป็นประจำอยู่แล้ว”

            “เปล่าซะหน่อย เห็นหื่นๆ อย่างนี้ไม่ได้เป็นพวกชอบพูดจาลามกนะครับ”

            “เชื่อได้เหรอคะ”

            “ทำไมจะเชื่อไม่ได้ล่ะฮึ” เหมันต์จ้องมองใบหน้าสวยด้วยความหื่นกระหาย เขาอยากจะกลืนกินเธอไปทั้งตัวแล้ว ผู้หญิงคนนี้ทำให้เขามีความต้องการได้ทุกเวลาเลยจริงๆ

            “ก็คุณ....”

            “ฉันทำไมฮึ”

            “.....”

            น้ำฟ้าไม่ตอบแต่กลับทำหน้าเหยเกแทน ก่อนจะทุบเบาๆ ที่อกแกร่ง เพราะตอนนี้เหมันต์ส่งมือเลื้อยเข้าไปใต้ร่มผ้าของเธอ ก่อนจะสะกิดที่ยอดอกเล่นอย่างสบายใจ

            “เธอทำให้ฉันมีอารมณ์ได้ทุกวันจริงๆ สินะ” ว่าแล้วเหมันต์ก็โน้มใบหน้าเข้าไปประกบริมฝีปากบาง พร้อมทั้งถลกชุดนอนผ้าลื่นขึ้นไปกองพะเนินบนเนินอกคัพซีของเจ้าหล่อน

            “อื้อ..”

            เหมันต์พลิกตัวน้ำฟ้าให้ขึ้นมาคร่อมบนตัวไว้ จากนั้นก็ดึงชุดนอนของเธอขึ้นทางศีรษะทิ้งไปอย่างไม่ไยดี เมื่อเรือนร่างของน้ำฟ้าไร้ซึ่งอาภรณ์แล้ว เหมันต์ก็โอบกอดเธอเอาไว้แน่นแบบเนื้อแนบเนื้อ ใบหน้าคนทั้งสองอยู่ใกล้จนแทบจะสัมผัสกัน

            สายตาที่หื่นกระหายจ้องเข้าในดวงตาของภรรยาสาวอย่างหวานเยิ้ม ลมหายใจที่เป่ารดกันและกัน ช่วยเพิ่มระดับความกระสันได้เป็นอย่างดี

            “เธอรู้ตัวไหมว่ากำลังอ่อยฉันอยู่”

            “ฉันอ่อยคุณตรงไหน”

            “ก็ตรงที่เธอจ้องตาฉันอยู่นี่ไงล่ะ”

            “เปล่าซะหน่อย ก็คุณเป็นฝ่ายจ้องฉันก่อนเองนะ”

            “เธอจะบอกว่าฉันเป็นคนอ่อยเธอก่อนงั้นเหรอ” เหมันต์แค่นยิ้ม เมื่อโดนอีกฝ่ายย้อน

            “คงงั้นมั้ง” ว่าแล้วน้ำฟ้าก็หลบตาเขาทันที ยิ่งจ้องมองนานยิ่งทำให้หัวใจของเธอเริ่มสั่นไหว

            “เรามาเล่นเกมกันไหม” เหมันต์คิดอะไรดีๆ ออก

            “เกมอะไรคะ จะมาเล่นตอนนี้นี่นะ”

            “ใช่! ตอนนี้ล่ะเหมาะที่สุด”

            “ถ้างั้นลองดูก็ได้”

            “เรามาเล่นเกมจ้องตากัน ใครเป็นฝ่ายหลบตาก่อนคนนั้นแพ้ และคนที่แพ้จะต้อง...” เหมันต์ไม่พูดต่อแต่กลับใช้สายตาโลมเลียบนเรือนร่างอรชรแทน

            “จะต้องอะไรคะ”

            “จะต้องอยู่ข้างบนตลอดทั้งคืนยังไงล่ะหึๆ”

            “ได้ ฉันจะต้องเป็นฝ่ายชนะคุณแน่นอน”

            “ถ้างั้นก็เริ่มเลย..”

            เกมสวาทครั้งนี้ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ดวงตาทั้งสองจ้องประสานกันอยู่อย่างนั้น ในที่สุดคนที่ต้องเป็นฝ่ายแพ้ก็คือน้ำฟ้า เธอไม่สามารถทนจ้องมองสายตาที่หื่นกระหายนั้นได้นาน ดวงตาคมของเหมันต์ราวกับมีเวทมนตร์ออกคำสั่งให้เธอต้องเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ และคืนนั้นน้ำฟ้าก็ต้องเป็นฝ่ายขึ้นควบคุมเกมรักครั้งนี้ด้วยตนเอง สร้างความพอใจให้กับผู้เป็นสามีได้มากเหลือเกิน

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

4 ความคิดเห็น