ยั่วรักคุณบอส

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,659 Views

  • 9 Comments

  • 70 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    108

    Overall
    2,659

ตอนที่ 9 : ครั้งสุดท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 708
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    10 ม.ค. 62

:: [9] ::

ครั้งสุดท้าย

 

            “มะ...” กำลังจะเรียกแม่อีกครั้ง แต่ทว่าฉันกลับจุกในลำคอแทบพูดไม่ออก เมื่อเห็นบอสนั่งหน้าสลอนอยู่กับแม่และน้องสาว ทั้งหมดกำลังจ้องมองมาราวกับว่าฉันเป็นผู้ร้ายฆ่าคนตายซะอย่างนั้น ส่วนเขาน่ะเหรอยิ้มมุมปากราวกับซาตานร้ายก็ไม่ปาน จะเล่นงานอะไรฉันอีกล่ะเนี่ย ครั้งนี้จะไม่ยอมแล้วนะ!

            “ทำไม? เห็นฉันถึงกับพูดไม่ออกเลยเหรอ” เขายิ้มมุมปากราวกับซาตานร้ายก็ไม่ปาน

            “บอสมาที่นี่ทำไม แล้วมาฟ้องอะไรแม่หนู” ฉันเดินตรงไปหาทุกคน วางถุงขนมเบื้องไว้บนโต๊ะ ก่อนจะหย่อนก้นนั่งลงข้างน้องสาว ทำตัวเป็นปกติเหมือนไม่ได้สะทกสะท้านกับสิ่งที่แม่เอ่ยก่อนหน้านี้

            “แกไม่ต้องไปว่าให้คุณเขาเลย มีแฟนทำไมไม่บอกฉัน ถ้าเจ้านายแกไม่มาบอกฉันคงไม่รู้” แม่ต่อว่าฉันเสียงดัง จนอยากจะเดินขึ้นไปบนห้องแต่ทว่าฉันไม่ยอมแพ้เขาหรอก จะต้องอยู่เผชิญหน้าจนกว่าสงครามจะจบ

            “เรื่องแค่นี้ทำไมบอสต้องมาบอกแม่หนูด้วย”

            “ก็ฉันหวังดียังไงล่ะ และอีกอย่างคุณแม่คงไม่อยากได้ลูกเขยคนนี้อย่างแน่นอน” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ เพื่อรักษาภาพลักษณ์บอสผู้ใจดี

            ฉันเกลียดดด!!!

            “พี่มาร์คทำไมคะ เขาออกจะนิสัยดีรักครอบครัว เป็นผู้ชายที่รักษาน้ำใจผู้หญิงไม่เหมือนใครบางคน” ฉันประกาศให้ทุกคนทราบโดยทั่วกัน ว่าทำไมถึงได้ตัดสินใจคบกับพี่มาร์ค และต้องการประชดประชันบอสให้รู้ตัวว่ามีจุดบกพร่องอะไรบ้าง

            “แต่ไม่รวย! ฉันไม่อยากได้ลูกเขยจนๆ หรอกนะ ยังไงแกก็ต้องเลิกกับมันเข้าใจไหม” แม่ยื่นคำขาดด้วยสีหน้าจริงจัง

            “หนูไม่เลิก! ไม่ว่าใครก็ห้ามหนูไม่ได้ทั้งนั้น” ฉันไม่มีทางยอมแพ้บอสหรอก จู่ๆ ก็หางานให้ถึงที่บ้าน หลังจากวันนี้ไปฉันกับเขาจะเป็นแค่ลูกน้องกับเจ้านาย ตำแหน่งเมียบำเรอจะไม่มีทางเกิดขึ้นอีกแล้ว

            “แกกล้าขัดคำสั่งฉันงั้นเหรอยัยดาว” แม่ลุกขึ้นชี้หน้าว่าฉัน

            “ถ้าคบคนรวยๆ แล้วมันไม่ดีไม่มีความสุข แม่ยังจะอยากให้หนูคบเขางั้นเหรอ ตกลงแม่รักหนูหรือรักเงินกันแน่ ฮึก...” ฉันทนเห็นความเห็นแก่เงินของแม่ไม่ไหวจึงปล่อยโฮออกมา

            เพี๊ยะ!

            “แม่! ใจเย็นๆ สิคะ”

            เป็นครั้งแรกที่แม่ตบหน้าฉันต่อหน้าคนอื่นอย่างนี้ ฉันยกมือขึ้นมากุมแก้มตัวเองไว้ด้วยหัวใจที่แตกสลาย ความเจ็บปวดบนใบหน้าไม่ได้เทียบเท่าความเจ็บใจ ที่บอสเป็นต้นเหตุทำให้ฉันต้องโดนอย่างนี้ เพราะเขาคนเดียว ฉันเกลียดผู้ชายคนนี้ที่สุด เกลียดๆๆๆ

            “แกกล้าดียังไงมาว่าฉันเห็นแก่เงิน ฉันเลี้ยงดูแกมาจนโตจนกล้ามาเถียงฉันฉอดๆๆ อย่างนี้ ฉันไม่ได้รักแกเลยใช่ไหม ถ้าไม่เชื่อฟังกันก็ออกไปเลย ออกไปจากบ้านฉันเลย!” แม่เองก็น้ำตาคลอเช่นเดียวกัน ตั้งแต่เกิดมาเราไม่เคยทะเลาะกันหนักขนาดนี้มาก่อนเลย

            “หนูไปแน่ ต่อไปนี้หนูจะทำอะไรมันก็เรื่องของหนู หนูจะรักใครชอบใครมันก็เรื่องของหนู แม่ไม่มีสิทธิ์มายุ่ง!

            “พี่ใจเย็นๆ ก่อนดิ” ยัยฟ้าเตือนสติฉันด้วยความกังวลใจ

            “ฝากดูแลแม่ด้วยละกัน”

            พูดจบฉันก็หันขวับไปจ้องมองบอสด้วยสายตาที่เกรี้ยวกราดเป็นการทิ้งท้าย เขาทำหน้าเจื่อนเล็กน้อยยืนเงียบไม่พูดไม่จา จากนั้นฉันจึงรีบวิ่งออกจากบ้านไป

            “พี่ดาว! อย่าไปเลยนะพี่”

            เสียงยัยฟ้าตะโกนตามหลัง แต่ฉันไม่สนใจอะไรทั้งนั้น รีบสวมรองเท้าวิ่งออกไปหน้าปากซอยอย่างไร้จุดหมาย เมื่อมั่นใจว่าไม่มีใครตามมาแล้ว ฉันก็เดินร้องไห้ไปเรื่อยๆ คิดน้อยใจที่โดนแม่ตบหน้า ที่แม่ไม่เข้าใจในสิ่งที่ฉันต้องการ ถ้าอยากได้ลูกเขยรวยๆ นักก็รอให้ยัยฟ้าเรียนจบ แล้วให้บอสมาขอก็แล้วกัน ส่วนฉันขอบาย

            “ฮือๆๆ ไอ้คนบ้า ไอ้คนสารเลว ไอ้หน้าตัวเมีย ทำอย่างนี้กับฉันได้ยังไงกัน” ฉันบ่นเสียงดังโดยไม่อายคนที่เดินผ่านไปมาตรงทางเดินริมถนน ทุกคนที่เดินผ่านฉันต่างก็มองราวกับเห็นคนบ้าซะอย่างนั้น

            “กระดาษทิชชูครับคุณ” จู่ๆ ก็มีใครบางคนยื่นกระดาษทิชชูมาให้ ฉันรับมาอย่างไม่ได้คิดอะไรก่อนจะนำมันมาซับน้ำตาบนใบหน้าจนหมด

            “ขอบคุณค่ะ ฮึก...”

เมื่อกล่าวขอบคุณจบแล้วฉันจึงหันไปมองหน้าเขา ก่อนจะต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ผลักตัวเขาให้ออกห่างอย่างรังเกียจเดียดฉันท์ “อย่ามาใกล้ ไอ้คนบ้า จะตามมารังควานกันถึงไหนเนี่ย” เป็นบอสนั่นเองที่ตามฉันมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เขาทำหน้าซีเรียสต่างจากตอนอยู่ในบ้าน

            “ฉัน...ขอโทษละกัน” เขาคิดอยู่นานกว่าจะเอ่ยคำนี้ออกมา

            “หนูไม่รับ...จะไปตายที่ไหนก็ไปอย่ามายุ่งวุ่นวายกับหนู” ฉันรีบเดินหนีเขาไปแต่ทว่าบอสกลับเดินตามมาติดๆ

            “ทำไมพูดจาไม่เพราะอย่างนี้ฉันเป็นเจ้านายเธอนะ”

            “ตอนนี้นอกเวลางานแล้วหนูจะพูดอะไรก็ได้ อีกอย่างบอสทำให้หนูโดนแม่ตบหน้า ยังไงก็ไม่มีทางลืมง่ายๆ หรอก”

            “ก็ฉันขอโทษแล้วจะเอายังไงอีกล่ะ”

“ไม่เอายังไงหรอกค่ะ แค่บอสไปให้พ้นหน้าหนูก็พอแล้ว”

“หน้าหล่อๆ อย่างนี้ยังจะกล้าไล่อีกเหรอ เธอนี่ตาไม่ถึงเลยจริงๆ”

            ได้ยินอย่างนั้นฉันก็เบะปากมองบนทันที ตอนนี้เขาควรจะใส่ใจความรู้สึกของฉันมากกว่าการหลงตัวเองด้วยซ้ำ แต่ก็อย่างว่าคนอย่างเขาไม่มีหัวใจหรอก

            “ถึงหน้าจะหล่อ แต่นิสัยเลวมันก็ไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ เชิญไปให้ยัยหมิวหลงคนเดียวเถอะ”

“พูดอย่างนี้เธอกำลังหึงฉันอยู่แน่ๆ”

“หึงบ้าหึงบอน่ะสิ ก็บอกให้เลิกตามมายังไงล่ะ บอสจะอะไรกับหนูอีกเนี่ย แค่นี้ยังไม่พอใจอีกหรือไง”

“แม่เธอเป็นห่วงมากขอให้ฉันพาเธอกลับบ้านให้ได้”

            “ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีหน่อยเลย บอสกับแม่ก็เหมือนกันนั่นล่ะ”

            “ถ้าไม่กลับบ้านแล้วเธอจะไปไหน!” บอสตะโกนตามหลังฉันมา ได้ยินอย่างนั้นฉันจึงชะงักฝีเท้าแล้วคิดตาม ใช่สิ! ค่ำมืดดึกดื่นอย่างนี้ฉันกำลังจะไปไหนเนี่ย

            “ไปไหนก็เรื่องของหนูไม่ต้องมายุ่ง กลับบ้านไปบอกแม่ด้วยว่าหนูเอาตัวรอดได้ ไม่ต้องเป็นห่วงลูกอกตัญญูคนนี้หรอก” พูดจบฉันก็หันกลับมาเดินหน้าต่อไป

            “ทำไมดื้อจังวะ!” ฉันขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเสียงบอสเอ่ยใกล้ใบหู หันกลับไปมองก็โดนอีกฝ่ายดึงแขนแล้วอุ้มขึ้นในท่าเจ้าสาวเสียแล้ว

            “ปล่อยเดี๋ยวนี้! บอสจะทำบ้าอะไรเนี่ย” ฉันทุบที่แผงอกเขาระรัวแต่อีกฝ่ายกลับยิ้มหน้าระรื่น

            “ถ้าไม่อยากกลับบ้านก็ไปนอนที่คอนโดฉัน”

            “ไม่ไป! หนูไม่ไปที่นั่นอีกเด็ดขาด”

            “ทำไม? กลัวโดนฉันทำโทษรึไง”

            “ขยะแขยงน่ะสิไม่ว่า”

            “ยิ่งเธอพูดอย่างนี้ฉันยิ่งต้องรีบพาไป ดูซิ! ว่าจะขยะแขยงอย่างที่พูดไหม”

            “ไอ้บอสบ้าปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ ช่วยด้วยค่ะ! ช่วยด้วย! มีคนจะฉุดฉันค่ะ” ฉันร้องโวยวายเสียงดังพลางทุบตีเขา แต่ทว่ากลับไม่มีใครเข้ามาช่วยเลยสักคน คงคิดว่าเป็นเรื่องของผัวเมียตามเคย

            บอสพาฉันเดินกลับไปไม่นานก็เจอกับรถที่จอดไว้ข้างทาง เขายัดตัวฉันเข้าไปในรถจากนั้นจึงชี้หน้าขู่ไว้ จากนั้นรีบวิ่งเข้าไปฝั่งคนขับแล้วล็อกรถไว้

            “หนูเปลี่ยนใจแล้วพาหนูกลับบ้านเดี๋ยวนี้” อย่างน้อยกลับบ้านยังจะดีกว่าต้องไปอยู่กับผู้ชายห่วยๆ สองต่อสองให้สะอิดสะเอียน

            “แต่ฉันไม่ยอม...ไปอยู่คอนโดกับฉันสักวันอาจจะทำให้เธอสำนึกได้ ว่าตัวเองพูดไม่ดีกับแม่ไว้มากแค่ไหน” เขาพูดราวกับเรื่องนี้ฉันเป็นคนผิด ทั้งๆ ที่เขาเองนั่นล่ะเป็นตัวจุดชนวนให้ฉันกับแม่ต้องทะเลาะกัน

            “เลว!

            “เธอว่าอะไรนะ!” เขาหันขวับมามองฉันเมื่อได้ยิน ฉันว่าฉันพยายามพูดเบาที่สุดแล้วนะ

            “เร็วๆ หนูอยากเป็นของบอสจนตัวสั่นแล้วค่ะ อยากโดนหยามศักดิ์ศรี อยากโดนดูถูกดูแคลน อยากโดนอื้อ...” เขาหยุดคำพูดฉันด้วยการจูบ บดเบียดริมฝีปากอย่างดูดดื่ม ก่อนจะค่อยๆ ถอนใบหน้าคมออกไปอย่างช้าๆ ในขณะที่สายตาเราทั้งคู่ยังคงจ้องมองกันอยู่

            “เธอได้โดนแน่ยัยเด็กดื้อ”

เขาส่งลิ้นยาวออกมาเลียรอบริมฝีปากตัวเอง ยิ้มมุมปากอย่างพอใจ ก่อนจะบึ่งรถออกไปด้วยความเร็ว ฉันได้แต่นั่งคิดหาทางกำจัดผู้ชายคนนี้ออกไปจากชีวิตให้ได้ แม้ว่าจะยังรักเขาอยู่ก็ตามที

 

            @คอนโดคุณบอส

            เข้ามาในห้องแล้วบอสก็ลากตัวฉันไปที่โซฟาหน้าจอทีวีขนาดยักษ์ ฉันนั่งหน้างองุ้มทำเป็นไม่มองเขา นั่นเพราะความโกรธแค้นยังไม่ลดดีกรีลงเลยสักนิด หลังจากเปิดทีวีแล้วบอสก็นั่งลงข้างกัน ทั้งที่โซฟามีพื้นที่เหลือตั้งเยอะแยะ ไม่รู้ทำไมต้องทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดด้วยก็ไม่รู้

            “จะมาเบียดทำไมเนี่ยยยย!!!” ฉันชักสีหน้าใส่บอส ก่อนจะผลักต้นแขนเขาสุดแรงเพื่อให้ออกห่างจากตัว

            “ก็อยากนั่งใกล้มีปัญหารึไง” เขาตีหน้านิ่งยิ้มร้ายๆ อย่างน่าหมั่นไส้

            “มีสิ! หนูไม่อยากนั่งใกล้คนเลวๆ อย่างบอส สิ่งที่บอสทำมันมากเกินกว่าจะอภัยให้รู้ไว้ด้วย”

            “จะให้ฉันทำยังไงเธอถึงจะยอมหายโกรธล่ะ” เขาเขยิบก้นเข้ามาใกล้อีกรอบ ทำหน้ายียวนกวนประสาท คงหวังจะให้ฉันยอมใจอ่อนล่ะสิท่า ไม่มีทางหรอก ต่อให้เขาทำดีแค่ไหน ฉันก็ไม่มีทางยอมยกโทษให้เด็ดขาด

            “ไม่มีทาง! ความรู้สึกคนเรามันเสียไปแล้วเอาคืนมาไม่ได้หรอก รู้ไหมว่าตั้งแต่เกิดมาหนูกับแม่เราไม่เคยทะเลาะกันเลย แม่ไม่เคยตบหนูเลยสักครั้ง ตั้งแต่บอสเข้ามาในครอบครัวเราก็ทำให้บ้านที่เคยสงบสุขมีแต่เรื่องวุ่นวายรู้ไว้ด้วย” ฉันตะโกนใส่หน้าเขาเสียงดังกึกก้องท่วมห้อง แทบไม่มีเวลาหายใจหายคอ นั่นยังไม่ได้ครึ่งกับสิ่งที่ฉันอยากจะระบายออกไป ให้เขารู้ตัวว่าเลวมากแค่ไหน

            “ก็ฉันบอกว่าขอโทษๆๆๆ ตั้งแต่เกิดมาฉันก็ไม่เคยง้อใครอย่างนี้มาก่อนเลยเหมือนกัน เธอไม่รู้หรอกว่ามันน่าอายมากแค่ไหน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังไม่ต่างกัน อย่ามาหลอกซะให้ยาก คนอย่างบอสน่ะเหรอไม่เคยง้อใคร เล่นละครเก่งจะตายใครจะไปเชื่อได้ลงคอ

            “ใครเชื่อคนอย่างบอสก็โง่แล้วล่ะค่ะ สมมติถ้าหนูยกโทษให้จะมั่นใจได้ยังไงว่าบอสจะไม่ทำอีก อะไรคือหลักประกันว่าบอสจะเลิกยุ่งกับชีวิตหนู” ขณะเอ่ยบอสก็พยายามเลื้อยมือมากอด แต่ฉันก็พยายามห้ามไม่ให้เขาทำมันสำเร็จ

            “แล้วทำไมฉันจะต้องเลิกยุ่งกับเธอด้วยล่ะ ในเมื่อตอนนี้เธอเป็นเมียฉันแล้ว” เขาขมวดคิ้วมองด้วยความสงสัย ราวกับสิ่งที่ฉันเอ่ยออกมามันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องซะอย่างนั้น

            นี่ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าทำไม...ใครจะยอมอยู่ในสถานะนี้ไปตลอดชีวิตกันยะบอสสส!!!

            “ถ้าบอสคิดว่าการเป็นเมียบำเรอมันน่าภาคภูมิใจมากนัก ก็ลองให้น้องสาวบอสเป็นดูสิ จะได้รู้ว่ามันรู้สึกยังไง แล้วถ้าแม่รู้ว่าฉันเป็นแค่ที่ระบายความใคร่ให้บอส แม่ฉันจะรู้สึกยังไงล่ะ”

            เขาชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินอย่างนั้น คงจะคิดได้บ้างแล้วสินะ ถ้าไม่รู้สึกอะไรเลยฉันก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรดีแล้ว

            “เฮ้อ...ไม่ต้องเอาคนอื่นมาอ้างหรอก เธอคงอยากไปคบกับมันมากสินะ อยู่อย่างนี้ไม่ดีตรงไหน ใครๆ ก็อยากเป็นเมียฉันทั้งนั้นล่ะ เธอเองก็ด้วยไม่ใช่เหรอฮึ...” คำพูดก่อนหน้าแทบไม่มีความหมายอะไรเลย เขายังคงทำหน้านิ่งราวกับว่าการที่ผู้หญิงเป็นเมียเขาแบบลับๆ อย่างนี้มันเป็นเรื่องปกติ

            เย็นชาชะมัด!

            “ต่อให้หนูคบกับพี่มาร์คแล้วโดนแม่ไล่ออกจากบ้าน หรือต้องอยู่อย่างอดๆ อยากๆ ก็ยังดีกว่าอยู่ในสถานะนี้ มาถึงตอนนี้หนูรู้แล้วล่ะว่าบอสคงขุดไม่ขึ้นจริงๆ ขอบคุณที่อุตส่าห์ลดตัวลงมาแปดเปื้อนมีอะไรกับคนอย่างหนูนะคะ คืนนี้หนูจะนอนกับบอส ทำหน้าที่เมียบำเรอให้อย่างถึงใจเลยล่ะ” ฉันเอ่ยกับเขาทั้งน้ำตา ร้องไห้ออกมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ ฉันรู้สึกเสียใจมากที่รักผู้ชายคนนี้ เขาไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษหลงเหลือเลยสักนิด เป็นซาตานร้ายที่เห็นผู้หญิงเป็นเพียงแค่ของเล่น ฉันจะมอบเรือนร่างให้เขาเชยชมเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะตัดขาดจากผู้ชายคนนี้อย่างเป็นทางการ

            “ธะ...เธอเป็นบ้าอะไรเนี่ย ร้องไห้ทำไม” ดูท่าเขาจะอึ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นน้ำตาฉัน

            “ก็ร้องไห้ดีใจที่ได้เป็นเมียบำเรอบอสไงคะ หนูดีใจที่สุดเลยล่ะ ทำไมบอสทำหน้าอย่างนั้นล่ะ อยากได้หนูมากไม่ใช่เหรอ” ฉันเอ่ยพลางถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นๆ จนตอนนี้เหลือเพียงร่างอันเปลือยเปล่า

            “เธอมันบ้าไปแล้ว ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ไปนอนซะฉันไม่มีอารมณ์หรอก” เขาผลักตัวฉันให้ออกห่างจากตัว แต่ทว่าฉันกลับโผเข้ากอด โน้มใบหน้าเข้าไปประกบจูบ เลื้อยมือขึ้นไปกอดคอไว้แน่นเพื่อให้อีกฝ่ายมีอารมณ์ร่วม

            “อืม...”

            ตอนนี้ฉันนั่งอยู่บนตักเขาแล้ว จากตอนแรกที่บอสพยายามจะปฏิเสธ แต่ทว่าคนอย่างเขามีหรือจะไม่โอนอ่อนผ่อนตามกับเรื่องเซ็กซ์ มือหนาของเขาเลื้อยมาลูบไล้บนแผ่นหลังฉันเบาๆ อย่างเสน่หา

            “วันนี้หนูจะเป็นฝ่ายทำให้บอสเองค่ะ เมียบำเรอคนนี้จะทำให้บอสถึงใจที่สุด” ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงยั่วยวน คำพูดที่เอ่ยไม่ได้มีความจริงใจเลยสักนิด แต่ทว่ามันคือการประชดประชันทั้งนั้น

            “เธอประชดฉันทำไมอิงดาว” แม้ว่าเขาจะมีคำถามในใจ แต่ทว่าไฟสวาทที่กำลังลุกโชน กลับทำให้มือเขาบีบคลึงแก้มก้นฉันแรงๆ

            “ก็รู้ดีนี่...จำรสรักวันนี้ไว้ให้ดีเพราะบอสจะไม่มีวันได้สัมผัสมันอีก” พูดจบฉันก็ประกบจูบเขาอีกครั้ง ไม่ยอมให้อีกฝ่ายได้มีโอกาสตอบโต้อะไร ฉันซุกไซร้ตามซอกคอบอสไล่เรียงลงมาเรื่อยจนถึงแผงอกแกร่ง พร้อมทั้งปลดเปลื้องอาภรณ์ออกไปจากตัวบอสจนหมด

            ….

            ….(NC)

            ….

            เขายิ้มแล้วจุ๊บที่ริมฝีปากฉันหลายๆ ครั้ง ก่อนจะวางตัวลงบนโซฟา

            อย่าเชียวนะอิงดาว เธออย่าใจอ่อนเด็ดขาด รอยยิ้มนั่นมันปลอม!

            “ขอบคุณค่ะ” ฉันเอ่ยพลางควานหาโทรศัพท์มือถือมากำเอาไว้ในมือ

            บอสลุกขึ้นมานั่งข้างกันทั้งที่ยังอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า ฉันลุกขึ้นไปนั่งบนตักเขาแล้วเอนศีรษะลงไปวางแนบชิดกับไหล่หนาอย่างออดอ้อน เขาเอียงหน้ามายิ้มละมุนให้ ราวกับเราเป็นคู่รักที่รักกันมาก

            แชะ! แชะ! แชะ!

            “เธอทำอะไร!

            “ก็ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกไงคะบอสขา” พูดจบฉันก็ลุกขึ้นจากตักเขา แล้วเก็บเสื้อผ้าที่วางเกลื่อนพื้นขึ้นมาสวมใส่อย่างเร่งรีบ

            “ฉันไม่เข้าใจ” ยิ่งเห็นท่าทีของฉันบอสยิ่งทำหน้างงเข้าไปใหญ่

            เมื่อสวมใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ฉันก็หันไปยิ้มมุมปากให้เขา ตอนนี้ฉันเป็นต่อแล้วเพราะมีภาพถ่ายคู่ในสภาพล่อแหลมไว้ในโทรศัพท์มือถือ

            “ที่หนูยอมแสดงบทโสเภณีมืออาชีพ ทำให้บอสมีความสุขมากขนาดนี้ เพื่อเป็นการทิ้งท้ายยังไงล่ะคะ จากนี้ไปหนูกับบอสไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว เมื่อใดก็ตามที่บอสเข้ามายุ่งวุ่นวายกับครอบครัวหนูอีก หนูจะเอาภาพนี้ให้แม่ดู บอสก็รู้นิสัยแม่ดีนี่คะว่าอยากได้ลูกเขยรวยๆ มากแค่ไหน ถ้าแม่เห็นรับรองว่าไม่ยอมง่ายๆ แน่ แค่นี้ล่ะคะ อ้อ...อย่าไปที่บ้านหนูอีกนะไม่งั้นอย่าหาว่าไม่เตือน”

            “เธอมันบ้าไปแล้ว คิดเหรอว่าภาพแค่นี้จะทำอะไรฉันได้” เขามองฉันด้วยสายตาที่เกรี้ยวกราดเมื่อโดนหักหลัง กำลังจะเดินเข้ามาประชิดตัวแต่ทว่าฉันรีบคว้ามีดปลายแหลมเล็กๆ ออกมาจากในกระเป๋าขู่เขาไว้ก่อน

            “ก็ลองดูสิคะ อย่าเอาชื่อเสียงมาแลกกับคนอย่างหนูเลย มันไม่คุ้มหรอก”

            เมื่อเห็นอย่างนั้นบอสก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้นแสดงถึงการยอมแพ้ แต่ทว่าใบหน้าหล่อกลับปรากฏรอยยิ้มมัจจุราชขึ้นมาให้เห็น

            “ก็ได้! วันนี้จะยอมเธอไปก่อน ถ้าเธอต้องการเล่นสงครามประสาทกับฉันก็ได้ ไว้เจอกันนะจ๊ะที่รัก” เขากระตุกยิ้มร้าย ไม่ได้กลัวคำขู่ของฉันแต่อย่างใด

            “จบสิ้นกันทีกับผู้ชายอย่างบอส บอสเก่งมากนะคะที่ทำให้คนที่เคยรักต้องมาเกลียดขี้หน้าขนาดนี้ ถ้าอยากมากก็ไปลงกับหมิวเถอะค่ะรายนั้นคงจะชอบน่าดู”

            พูดจบฉันก็รีบเดินออกจากห้องเขาโดยเร็ว จุดมุ่งหมายของฉันก็คือบ้าน ฉันจะกลับไปกราบขอโทษแม่เพื่อปรับความเข้าใจกันอีกครั้ง และขอให้แม่เปิดใจยอมรับพี่มาร์คให้ได้

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

0 ความคิดเห็น