ยั่วรักคุณบอส

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,980 Views

  • 9 Comments

  • 59 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    285

    Overall
    1,980

ตอนที่ 7 : เจ้ากรรมนายเวร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 402
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    7 ม.ค. 62

:: [7] ::

เจ้ากรรมนายเวร

 

หลังจากวันที่บอสมานอนค้างบ้านฉัน เขาก็เริ่มเทียวไปหาแม่บ่อยขึ้นแต่ไม่ได้ค้างคืนเหมือนวันนั้น แม่และน้องสาวฉันปลื้มเขามาก จนอยากจะยกตำแหน่งลูกเขยและพี่เขยให้ซะเต็มประดา แต่ฉันกลับไม่เข้าใจว่าเหตุใดบอสต้องทำอย่างนี้ ทั้งๆ ที่เขายังคงเย็นชากับฉัน เห็นเป็นแค่ที่ระบายความใคร่ ราวกับทำไปเพื่อต้องการเอาชนะฉัน ต้องการเอาชนะผู้หญิง ซึ่งฉันเองก็ไม่รู้ว่าเขามีความแค้นฝังใจกับผู้หญิงมาก่อนหรือเปล่า

ฉันกำลังนั่งรอรถเมล์เหมือนเช่นทุกวัน พลางนึกถึงเรื่องราวระหว่างฉันกับบอสไปด้วย ในระหว่างนั้นก็มีรถบิ๊กไบค์คันหนึ่งขับมาจอดตรงหน้า ชุดที่เขาสวมใส่ดูคุ้นตาราวกับชุดหมีของฝ่ายวิศวกรรม เมื่ออีกฝ่ายถอดหมวกกันน็อกออกมา ก็พบว่าคือพี่มาร์คนั่นเอง เขาส่งยิ้มหล่อมาให้ทำเอาใจฉันแทบจะละลาย

            “อ้าว! พี่มาร์คสวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้เขา

            “สวัสดีครับ ขึ้นรถเร็วไปกับพี่”

            “ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวรถเมล์ก็มาแล้ว”

            “มาเถอะพี่อุตส่าห์จอดรับขนาดนี้แล้ว”

            “ก็ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ” ฉันจำต้องยอมรับน้ำใจพี่มาร์คแต่โดยดี เขาช่างเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์เหลือล้น น้ำเสียงและสีหน้าเขาดูจริงใจกว่าบอสเป็นร้อยเท่า ไม่สิเป็นล้านๆ เท่าเลยล่ะ

            “กอดแน่นๆ เดี๋ยวตกลงไปพี่ไม่รับผิดชอบนะ” หลังจากสวมหมวกกันน็อกแล้ว เขาก็หันมาเอ่ยกับฉันอีกครั้ง

            “ค่ะพี่มาร์ค” ฉันส่งมือไปจับที่เอวเขาหลวมๆ แต่ทว่าพี่มาร์คกลับจับมันเข้ามาประสานไว้ที่หน้าท้อง ทำให้ตอนนี้ตัวฉันแนบชิดกับแผ่นหลังเขาแทบไม่มีช่องว่าง

            เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยพี่มาร์คก็ขับรถออกไป ฉันรู้สึกว่าการได้นั่งซ้อนท้ายพี่มาร์ครู้สึกดีกว่าการได้นั่งรถหรูของบอสเป็นไหนๆ นั่นเพราะบอสมีแต่ความเย็นชาและไม่รักษาน้ำใจกันเลยสักนิด แต่สำหรับพี่มาร์คแม้จะเคยเห็นหน้าและพูดคุยกันแค่ไม่กี่ครั้ง แต่กลับสัมผัสได้ถึงความจริงใจมากเหลือเกิน

            ฉันคิดว่า...ฉันเจอคนที่เหมาะสมกับฉันแล้วล่ะ

 

            เมื่อพี่มาร์คขับรถเข้ามาถึงลานจอดของบริษัท ฉันก็ลงไปยืนข้างๆ รอให้พี่มาร์คจอดรถ ในระหว่างนั้นยัยหมิวประชาสัมพันธ์สาวสวยเจ้าเดิม ก็เดินเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้ม

            “อ้าว! ดาวทำไมวันนี้มาพร้อมพี่มาร์คล่ะ ฮันแน่...สองคนนี้มีซัมติงอะไรกันรึเปล่าน้า เสน่ห์แรงนะเธออ่ะเพิ่งจะบอกชอบบอสไปหยกๆ ไม่ใช่เหรอ” หมิวเอ่ยแซวทันทีที่เดินมาถึง นางเป็นคนมีอัธยาศัยดีมาก เข้ากับคนเก่งเป็นที่สุด จนฉันไม่รู้เลยว่านิสัยที่แท้จริงนางเป็นยังไงกันแน่ แต่ที่แน่ๆ คือนางชอบบอสมากถึงมากที่สุด (เหมือนกับฉันในตอนนั้น)

            “เปล่า...ไม่มีอะไรหรอก พอดีพี่มาร์คบังเอิญเห็นฉันนั่งรอที่ป้ายรถเมล์เลยรับมาด้วย”

            “คุยอะไรกันอยู่ครับสาวๆ” พี่มาร์คเดินเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย หลังจากจอดรถเรียบร้อยแล้ว

            “อ๋อ...ไม่มีอะไรหรอกค่ะพี่มาร์ค งั้นหนูไม่กวนแล้ว เชิญตามสบายค่ะ” พูดจบนางก็เดินจากไปพร้อมกับรอยยิ้มที่สุดแสนจะปลอม ฉันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ

            “ทำไมดาวทำหน้าอย่างนั้นล่ะ หมิวพูดอะไรให้ไม่สบายใจหรือเปล่า” พี่มาร์คหันมาถามฉันอีกครั้ง

            “เปล่าค่ะรีบไปกันเถอะ” ฉันพยายามยิ้มไม่ให้พี่มาร์คสงสัย ทำไมหมิวพูดราวกับไม่ชอบขี้หน้าฉันซะเหลือเกิน ฉันไม่ได้คิดไปเองใช่ไหมเนี่ย

            ในระหว่างเดินเข้าไปในอาคารสำนักงาน เราทั้งสองก็พูดคุยสนทนากันไปเรื่อยอย่างถูกคอ พี่มาร์คเป็นลูกชายคนเดียว พ่อกับแม่เปิดร้านขายของชำพอมีพอกิน ดูๆ แล้วเขาเหมาะสมกับฉันทุกประการ แต่สำหรับแม่แล้วคงไม่ชอบลูกเขยที่มีฐานะอย่างนี้แน่นอน ต้องระดับบอสเท่านั้นถึงจะผ่านนั่นคือสิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกกังวลใจ

            “เย็นนี้ว่างไหมพี่ว่าจะชวนไปทานข้าว”

            “เย็นนี้เหรอคะ...อืม...ก็ได้ค่ะ” พี่เขาอุตส่าห์ชวนมีหรือที่ฉันจะปฏิเสธ อย่างน้อยก็จะได้ทำความรู้จักเขาให้มากขึ้น เผื่อในอนาคตความสัมพันธ์ของเราจะพัฒนาขึ้นไปกว่านี้อีก

            “งั้นเลิกงานแล้วพี่จะมารอที่ลานจอดรถนะ แล้วเจอกันครับ”

            “แล้วเจอกันค่ะพี่”

            หลังจากนั้นเราทั้งสองก็เดินแยกย้ายกันไปแผนกใครมัน

 

            กำลังจะเดินเข้าไปที่แผนก ก็บังเอิญมาเผชิญหน้ากับบอสเข้าอย่างจัง ฉันยกมือไหว้ตามมารยาทของพนักงานระดับล่าง แต่ไม่ยอมสบตาเขา พยายามจะเดินเลี่ยงไปอีกทางแต่ทว่าบอสกลับเอ่ยเรียกไว้เสียก่อน

            “เดี๋ยว!

            เมื่อได้ยินเสียงเรียกฉันก็ชะงักฝีเท้า มองบนแล้วหมุนตัวกลับมาเลิกคิ้วมองเขาราวกับกำลังตั้งคำถาม

            “ทำไมวันนี้นั่งซ้อนท้ายมากับมัน ทำตัวอย่างกับนางวันทอง” ฟังจากน้ำเสียงก็รู้ว่าเขากำลังไม่พอใจฉันเป็นที่สุด ทำไมต้องแสดงท่าทีราวกับหมาหวงก้างอย่างนี้ด้วย ทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายบอกกับฉันเองว่าไม่คู่ควรด้วย

            “แปลกตรงไหนคะก็คนเป็นแฟนกัน บอสมีปัญหาอะไรงั้นเหรอ แล้วที่ว่านางวันทองคืออะไร ตอนนี้คนที่หนูชอบคือพี่มาร์คไม่ใช่บอสซะหน่อย เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าคะ” ฉันยิ้มมุมปาก ทำหน้ายียวนกวนประสาท อย่างที่เขาเคยทำกับฉันบ่อยๆ

            “แต่เธอเป็น....” เขากำหมัดแน่น ดวงตาอันแข็งกร้าวมองมาที่ฉันราวจะกินเลือดกินเนื้อ หากตอนนี้ไม่ได้อยู่ในบริษัทฉันคงจะถูกฉุดกระชากลากดึงไปปู้ยี่ปู้ยำที่ไหนสักแห่ง

            “เอาสิพูดมาเลยคนจะได้รู้ทั้งบริษัท หนูไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่” ฉันท้าทายเขา

แม้ว่าช่วงหลังๆ จะอยู่กับเขาบ่อยจนกลายเป็นคนคุ้นชิน นั่นทำให้ความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีให้ก่อนจะโดนปฏิเสธค่อยๆ คืนกลับมา แต่ทว่าพฤติกรรมของบอสกลับเป็นเหมือนเดิม ไม่เคยเห็นฉันเป็นได้มากกว่าเมียบำเรอ แล้วฉันจะอยู่ในฐานะนั้นเพื่ออะไร สู้ไปหาอะไรดีๆ สำหรับตัวเองไม่ดีกว่าเหรอ

            “เธอท้าทายฉัน!

            “ใช่ค่ะเพราะหนูเบื่อที่จะอยู่เป็นทาสรองรับอารมณ์บอสแล้ว หนูอยากมีแฟนดีๆ สักคนที่ยอมรับอย่างที่หนูเป็นได้ ถ้าไม่มีอะไรแล้วหนูขอตัวนะคะ” ฉันยิ้มให้เขาเป็นการทิ้งท้าย เป็นยิ้มที่สุดแสนจะเยือกเย็น จากนั้นจึงเดินไปยังแผนกทันที

            หลังจากเราสนทนากันจบแล้ว หมิวก็เดินเข้ามาเสียบต่อ นางชวนบอสคุยราวกับคนสนิทชิดเชื้อกัน จนเข้าไปในห้องทำงาน สีหน้าเขายิ้มแย้มต่างจากตอนอยู่กับฉันอย่างสิ้นเชิง

 

            กลับมาที่แผนกฉันก็นั่งทำหน้ามุ่ยเมื่อนึกถึงท่าทีของบอสที่มีต่อหมิว จนพี่นุชสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน จึงเข้ามาถามไถ่อาการด้วยความอยากรู้อยากเห็น(ไม่ได้เป็นห่วงเล้ยยย)

            “ทำไมทำหน้างั้นยัยดาว”

            “พอดีเห็นหน้าใครบางคนแล้วอารมณ์เสียค่ะพี่นุช”

            “บอสเหรอ?” พี่นุชถาม

            “ก็ประมาณนั้นค่ะ แต่ช่างเถอะหนูไม่สนใจเขาแล้วล่ะ เพราะตอนเย็นหนูจะไปทานข้าวกับพี่มาร์คสองต่อสอง” ฉันรีบเปลี่ยนอารมณ์ให้เป็นปกติขึ้น เพราะกลัวว่าพี่นุชจะซักถามลึกไปกว่านี้จนตอบคำถามไม่ได้

            “ห๊ะ! แกจะคบผู้ชายคนนั้นจริงๆ เหรอ”

            “ก็ใช่น่ะสิพี่ พี่มาร์คออกจะหล่อและนิสัยดี ดีกว่าใครบางคนด้วยซ้ำ”

            “แกกำลังประชดบอสอยู่แน่ๆ” สายตาและคำพูดของพี่นุชราวกับกำลังจ้องจับผิดฉันซะงั้น

            “เปล่าสักหน่อย บางทีคนรวยมันก็ไม่ได้ดีเสมอไปหรอกค่ะพี่นุช ยังมีอีกหลายมุมที่เราไม่เคยเห็น”

            “ทำอย่างกับแกรู้ไส้รู้พุงบอสซะอย่างนั้น”

            “กะ...ก็เปล่าคนบางคนแค่ดูหน้าก็รู้สันดานแล้วค่ะพี่นุช”

            “ย่ะ! ขอให้แฮปปี้กับผู้ชายคนใหม่ละกัน ตั้งแต่รู้จักแต่งหน้าทำผมผู้ชายตามจีบเยอะนะยะ น่าหมั่นไส้ซะจริงๆ” พี่นุชเหลือบตามองฉันแสดงความอิจฉาอย่างออกนอกหน้า ก่อนจะยิ้มน้อยๆ แล้วกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน

 

            ในระหว่างวันบอสส่งข้อความในไลน์มาเกือบทุกชั่วโมง ราวกับต้องการยั่วโมโหฉันที่เอ่ยอย่างนั้นออกไป แต่ไม่สนหรอกเพราะนับจากวันนี้ฉันจะตั้งหน้าสานสัมพันธ์กับพี่มาร์ค โดยไม่สนใจบอสอีกแล้ว

            หลังจากหมดเวลาทำงาน ฉันก็รีบเดินสะพายกระเป๋าไปรอพี่มาร์คที่ลานจอดรถ โดยไม่สนว่าคนอื่นจะมองยังไง เพราะฉันบริสุทธิ์ใจจริงๆ ก่อนหน้าเรื่องที่ฉันสารภาพรักบอสดังไปทั่วบริษัท พอมาวันนี้กลับมีข่าวว่าฉันกำลังคั่วอยู่กับพี่มาร์ค มีแต่ข่าวดีๆ ทั้งน้านนนน อั้มก็ทำไม่ได้ ชมพู่ก็อย่าหวังว่าจะทำได้ค่ะ อิอิ

ปกติแล้วฉันไม่เคยเป็นที่สนใจของคนทั้งบริษัท แต่ช่วงหลังๆ มาแทบขยับตัวไม่ได้เพราะมีคนคอยจับตาดูตลอดเวลา แม้จะรู้สึกอึดอัดอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เพราะฉันไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนสักหน่อย

            “โทษทีที่ให้รอนานครับ พอดีวันนี้งานเยอะไปหน่อย” พี่มาร์คมาถึงก็เอ่ยคำขอโทษเป็นอันดับแรก ก่อนจะยิ้มตามหลังมาติดๆ

            “ไม่เป็นไรค่ะพี่มาร์ค”

            “งั้นเราไปกันเถอะ จะได้มีเวลานั่งคุยกันนานๆ” เขาเอ่ยพลางหยิบหมวกกันน็อกขึ้นมาสวมใส่ จากนั้นจึงเอ่ยกับฉันอีกครั้ง “เอาไว้วันหลังพี่จะเตรียมหมวกมาสองใบ จะได้มารับดาวทุกวันเลยดีไหม”

            “ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ค่ะพี่ หนูนั่งรถเมล์เองได้ พอดีมันชินไปแล้วอ่ะ” ฉันรีบเอ่ยปฏิเสธไป ไม่อยากรบกวนเขาไปมากกว่านี้แล้ว

            “ถ้างั้นก็ได้ครับ แต่ถ้าวันไหนที่พี่บังเอิญเห็นดาวต้องมากับพี่นะ ห้ามปฏิเสธด้วย”

            “อืม...ก็ได้ค่ะแต่อย่าบังเอิญบ่อยมากนะคะ เดี๋ยวหนูจะดูออกว่าพี่มาร์คตั้งใจ” พูดจบฉันก็หัวเราะเบาๆ จากนั้นจึงรีบขึ้นไปนั่งซ้อนท้าย วางมือไว้ที่เอวพี่มาร์คกระชับกอดให้แน่นอย่างรู้งาน

 

            ร้านอาหารที่พี่มาร์คพาฉันมาอยู่ริมถนนสายหลักของย่านธุรกิจ ที่นี่คนพลุกพล่านกว่าแถวบ้านฉันซะอีก เป็นร้านอาหารอีสานธรรมดาไม่ได้หรูหราอะไร แต่ทว่าคนกลับเต็มเกือบทุกโต๊ะ สงสัยคงจะรสชาติดีจนทำให้ลูกค้าเยอะติดใจมากขนาดนี้

            หลังจากสั่งอาหารเรียบร้อยแล้วเราก็นั่งคุยกันไปพลางๆ โต๊ะสามารถนั่งได้สี่คนแต่ทว่าฉันกับพี่มาร์คนั่งคนละฝั่ง พี่มาร์คเป็นผู้ชายที่ดูแลเทคแคร์ผู้หญิงดีมาก จนฉันคิดว่าหากได้เป็นแฟนกับเขาจริงๆ คงจะเป็นผู้หญิงที่โชคดีมากคนหนึ่งเลยล่ะ

            “พี่มาร์คมาทานที่นี่บ่อยไหมคะ”

            “ก็บ่อยนะครับ พี่ชอบพาพ่อกับแม่มาทานบ่อยๆ”

            “พี่เป็นคนรักครอบครัวมากแถมนิสัยดีขนาดนี้ แต่หนูงงว่าทำไมพี่ไม่มีแฟน ไม่เคยมีเลยหรือเพิ่งจะโสดกันแน่คะ” ฉันถามไปตรงๆ มีหรือผู้ชายนิสัยดีๆ อย่างนี้จะไม่มีสาวมาดูแลหัวใจเลย

            “จริงๆ แล้วก็เคยมีหลายคนนะครับ แต่ก็อย่างที่รู้ว่าบ้านพี่ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ผู้หญิงทุกคนอยากสบายกันทั้งนั้น พวกเธอก็หนีไปคบแต่คนรวยๆ กันหมด” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาบวกกับสีหน้าที่ดูเหมือนจะเจ็บปวดไม่น้อย ทำเอาฉันรู้สึกสงสารพี่มาร์คขึ้นมาทันที ฉันรู้ว่ามันเจ็บปวดแค่ไหน เพราะเรามีชะตากรรมไม่ต่างกันเลยสักนิด

            “ใครบอกว่าผู้หญิงเป็นอย่างนั้นเหมือนกันหมดล่ะคะ”

            “แต่พี่ไม่เคยเห็นเลยสักคน”

            “ก็หนูนี่ไงคะไม่ได้ชอบผู้ชายรวยๆ” ฉันอยากให้พี่มาร์ครู้ว่ายังมีฉันคนหนึ่ง ที่ไม่ได้มองผู้ชายแค่ความรวย (แม้ว่าจะเคยหลงผิดมาช่วงหนึ่งก็ตามที)

            “ที่พูดออกมาสาบานว่าเธอไม่ได้โกหก!

            นั่นไม่ใช่เสียงพี่มาร์คนะคะ แต่เป็นเสียงบอสที่กำลังเดินตรงมาหาเราที่โต๊ะ แถมไม่ได้มาคนเดียวอีกต่างหาก มียัยหมิวเดินยิ้มปลอมๆ ข้างกายเขาอีกด้วย บอสรู้ได้อย่างไรว่าฉันกับพี่มาร์คมาทานข้าวที่ร้านนี้ ถ้าไม่ได้ตามพวกเรามา จะตามจองเวรจองกรรมกันไปถึงไหนนะผู้ชายคนนี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #6 33669988 (@33669988) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 16:28
    หึงเค้าล่ะสิบอส
    #6
    0