ยั่วรักคุณบอส

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,673 Views

  • 9 Comments

  • 69 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    122

    Overall
    2,673

ตอนที่ 6 : เยี่ยมบ้าน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 539
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    7 ม.ค. 62

:: [6] ::

เยี่ยมบ้าน

 

          ใครจะรู้ว่าหลังจากวันนั้นฉันก็เริ่มฮอตขึ้นมาทันที จากตอนแรกที่ไม่คิดว่าจะมีหนุ่มๆ สนใจ แต่กลับตรงกันข้าม จนตอนนี้ไม่รู้ว่าจะเลือกคบกับใครดี อาจจะดูเหมือนเกินจริงแต่ทว่ามันได้เกิดขึ้นแล้ว

            ตอนนี้ฉันกำลังเดินหอบเอกสารปึกใหญ่ เข้าไปในห้องทำลายเอกสารเพียงลำพัง เนื่องจากฉันเป็นน้องเล็กสุดเรื่องอะไรพวกนี้จึงตกมาเป็นหน้าที่อย่างช่วยไม่ได้ เมื่อเดินเข้าไปในห้องก็พบว่ามีช่างกำลังซ่อมแอร์อยู่ ฉันจึงชะงักเล็กน้อยแล้ววางเอกสารไว้บนโต๊ะ

            “อ้าว! แอร์เสียหรอกเหรอคะเนี่ย”

            “ต้องรออีกแปบนะครับคนสวย ผมเปิดหน้าต่างไว้แล้วน่าจะช่วยระบายอากาศได้บ้าง” ชายหนุ่มที่กำลังนั่งอยู่บนบันไดหันมาเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม สวมชุดหมีสีกรมท่าดูแล้วคงจะอยู่ฝ่ายวิศวกรรม ใบหน้าเขาหล่อไม่น้อย ฉันเพิ่งรู้ว่ามีคนหล่อเทียบเท่าบอสในบริษัทด้วยแฮะ

            “ไม่มีปัญหาค่ะ ซ่อมตามสบายเลยค่ะพี่” ฉันยิ้มให้เขา จากนั้นก็หันมาสนใจงานของตัวเองบ้าง เสียบปลั๊กแล้วก็เปิดเครื่อง หย่อนเอกสารลงไปในช่องเพื่อเข้าสู่กระบวนการทำลาย

            ในระหว่างนั้นฉันก็รู้สึกเย็นขึ้นมากะทันหัน ราวกับมีลมพัดผ่านมาซะอย่างนั้น เมื่อหันไปมองก็พบว่าพี่ชายคนนั้นได้นำพัดลมมาเปิดให้

            “อุ๊ย! ขอบคุณค่ะพี่”

            “ไม่เป็นไรครับ....พี่ว่าคงอีกนานกว่าจะซ่อมเสร็จ เดี๋ยวน้องคนสวยจะเหงื่อไหลไคลย้อยเสียก่อน” เขาพูดด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ

            กรี๊ดดด!!! ทำไมหล่ออย่างนี้ แบดบอยสุดๆ หนวดเคราขึ้นรำไรพอเป็นกระสาย น่าหลงใหลอะไรถึงเพียงนี้

            “พี่ทั้งหล่อทั้งใจดีอย่างนี้ สงสัยสาวๆ คงจะติดน่าดูนะคะ” ฉันเอ่ยแซวเขายิ้มๆ

            “ไม่มีหรอก...ใครจะมาสนใจคนจนๆ อย่างพี่กันล่ะ ว่าแต่น้องชื่ออะไรครับ”

            “ดาวค่ะอยู่แผนกบัญชี” ฉันรีบตอบเขาโดยเร็ว ผู้ชายคนนี้ล่ะที่คู่ควรกับฉันมากกว่าบอส ขอให้เขาหลงเสน่ห์ฉันทีเถอะ...คริคริ

            “พี่ชื่อมาร์คนะอยู่ฝ่ายวิศวกรรม เพิ่งมาทำงานได้สองอาทิตย์เอง ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับน้องดาว” เขายิ้มหล่อให้ฉัน

            “ยินดีค่ะ ถ้าเจอก็ทักทายกันได้นะคะพี่มาร์ค” ฉันเอ่ยกับเขาพลางหย่อนกระดาษลงในเครื่องไปด้วย จริงๆ แล้วฉันควรจะมีสมาธิกับการทำลายกระดาษ แต่ทว่าความมีเสน่ห์ของพี่มาร์ค กลับทำให้ฉันอดที่จะหันไปมองบ่อยๆ ไม่ได้

            “จะว่าอะไรไหมถ้าพี่จะขอเบอร์ดาว พี่เป็นคนตรงๆ ถ้าชอบใครก็บอกตรงๆ อย่างนี้ล่ะ”

            “เอ่อ...ดะ...ได้ค่ะพี่งั้นเอามือถือพี่มาสิ” ผู้ชายแท้มันต้องอย่างนี้ชอบใครก็บอกไปตรงๆ นิสัยแบบนี้ฉันชอบที่สุด คราวนี้ฉันไม่จำเป็นต้องง้อบอสแล้วล่ะ เจอผู้ชายถูกใจอย่างพี่มาร์คแล้ว

            “ขอบคุณครับ”

            พี่มาร์คล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง จากนั้นก็ยื่นให้ฉันพร้อมกับรอยยิ้มเท่ๆ ฉันรับมาแล้วรีบกดเบอร์โทรให้เขา จากนั้นจึงยื่นคืนให้โปรยยิ้มน้อยๆ เป็นการอ่อยเบาๆ

            “นี่ค่ะ”

            “ขอบคุณนะครับที่ไว้ใจพี่ ถ้าจะโทรหาน้องดาวสะดวกเวลาไหนครับ”

            “หลังเลิกงานค่ะ หรือถ้าหนูไม่รับส่งไลน์มาก็ได้ เดี๋ยวหนูจะตอบกลับทีหลัง”

            “เอาไว้ว่างๆ พี่จะพาไปเลี้ยงข้าวนะ ถ้าเป็นร้านอาหารริมทางดาวจะสะดวกไหมครับ”

            “ไม่เลยค่ะ ดาวเองก็เป็นคนติดดินเหมือนกัน”

            “ดีจัง...สงสัยพี่จะเจอเนื้อคู่ซะแล้วล่ะ” เขาส่งยิ้มให้อีกครั้ง ทำเอาฉันแทบละลายลงตรงหน้าเขา

            “แค่เจอกันครั้งแรกก็ปากหวานซะแล้ว หนูเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าพี่จะซุกสาวๆ ไว้อีกกี่คน”

            “ไม่มีหรอกพี่เป็นคนรักเดียวใจเดียว รักใครรักจริงให้เกียรติผู้หญิงเสมอครับ ไม่เชื่อก็ลองคบกับพี่ดูสิดาวจะได้รู้”

            “โห...ทั้งหล่อทั้งนิสัยดี ถ้าพี่เป็นอย่างที่พูดจริงๆ คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธพี่แล้วมั้ง” ฉันพูดติดตลกไป

            “พูดจริงหรือพูดเล่นเนี่ย” เขาเอียงหน้าส่งสายตาคมกริบมามองฉันอย่างขี้เล่น

            “จริงสิคะ ว่าแต่มัวมายืนคุยกับหนูอย่างนี้เมื่อไหร่แอร์จะซ่อมเสร็จคะเนี่ย”

            “เอ่อ..ใช่สินะพี่ลืมตัวไป” เขายิ้มอายๆ ยกมือขึ้นมาเกาหลังคอแก้เขิน จากนั้นก็เดินขึ้นบันไดเพื่อทำการซ่อมแอร์อีกครั้ง

            ในระหว่างนั้นเราไม่ได้พูดคุยกันเลยสักคำ ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของใครมัน แต่ฉันกลับรู้สึกว่าพี่มาร์คจะคอยแอบมองมาอยู่บ่อยๆ แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจมากนัก ปล่อยให้อีกฝ่ายชื่นชมกับความงดงามของฉันไปเรื่อยๆ รู้สึกภูมิใจอยู่เหมือนกันนะ อิอิ

            “เสร็จแล้วครับคนสวย”

            เมื่อได้ยินเสียงพี่มาร์คฉันก็หันไปมอง ตอนนี้เขาเก็บอุปกรณ์เตรียมพร้อมจะออกจากห้องแล้ว ในขณะที่แอร์ก็กำลังทำงานส่งผ่านความเย็นมาให้เรื่อยๆ พี่มาร์คปิดหน้าต่างให้เสร็จสรรพ แถมยังปิดพัดลมนำไปเก็บไว้ที่มุมห้องเช่นเดิมอีกด้วย

            “ขอบคุณนะคะพี่มาร์ค”

            “จะขอบคุณทำไมมันเป็นหน้าที่พี่อยู่แล้ว”

            “ขอบคุณที่พี่เป็นสุภาพบุรุษไงคะ เพิ่งเจอกันแท้ๆ ดูแลหนูดีมากๆ”

            “มันเป็นหน้าที่ของผู้ชายอย่างพี่อยู่แล้วครับ เดี๋ยวพี่ต้องไปแล้ว เอาไว้จะทักไลน์หาละกันนะ” เขาส่งยิ้มหล่อให้

            “ค่ะพี่มาร์ค”

            เราทั้งคู่ยิ้มหวานให้กัน จากนั้นพี่มาร์คก็เดินออกจากห้องไปอย่างช้าๆ ราวกับต้องการหน่วงเวลา ก่อนจะก้าวขาพ้นประตูห้องก็ไม่วายหันกลับมายิ้มให้ฉันเป็นการทิ้งท้าย

            “ผู้ชายอะไรมีเสน่ห์เป็นบ้า” ฉันเปรยออกมาเบาๆ ใบหน้ายังคงเปื้อนยิ้มไม่จางหาย จากนั้นจึงหันไปสนใจทำลายเอกสารต่อให้เสร็จเร็วๆ

            “ตั้งแต่แต่งหน้ามาทำงานรู้สึกเธอจะอ่อยผู้ชายเก่งขึ้นนะ”

            เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นหูดังแว่วมา ฉันจึงเงยหน้าขึ้นไปมองยังต้นเสียง ก็พบกับท่านประธานบริษัทกำลังเดินตรงเข้ามาหา ใบหน้าหล่อแสยะยิ้มราวกับดูหมิ่นดูแคลนในตัวฉันซะเหลือเกิน

            “จะอ่อยหรือไม่อ่อยมันก็เป็นสิทธิ์ของหนู หนูมีสิทธิ์ที่จะรักใครก็ได้ลืมไปแล้วเหรอ” ฉันทำเป็นไม่สนใจเขา ตั้งใจหย่อนกระดาษลงเครื่องเพื่อเร่งให้เสร็จเร็วๆ

            “ฉันจำได้...แต่ที่นี่มันบริษัทของฉัน อย่ามาใช้เป็นพื้นที่ขายของมันน่าสะอิดสะเอียน”

            “นิสัยอย่างนี้ไงถึงทำให้หนูเลิกชอบคนอย่างบอส เอาแต่ดูถูกผู้หญิงไปวันๆ บอกไว้เลยว่าถ้าบอสยังทำตัวอย่างนี้ คงไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากจะอยู่กับบอสหรอกค่ะ ผู้หญิงทุกคนต้องการอยู่กับผู้ชายที่ให้เกียรติ และหนูก็เจอคนคนนั้นแล้ว” ผู้ชายอะไรจะปากร้ายยิ่งกว่าแม่ค้าในตลาดเสียอีก แต่ฉันก็งงว่าทำไมจะต้องเป็นเฉพาะกับฉัน สำหรับคนอื่นๆ เขาก็ดูปกติดีนี่นา

            “ไอ้พนักงานต๊อกต๋อยนั่นเหรอ ใฝ่ต่ำใช่ย่อยนะเธอ” เขายืนล้วงกระเป๋าเบะปากเยาะเย้ยฉัน

            “ใช่ค่ะ! พวกเรามันต่ำ แต่ถ้าอยู่กับคนต่ำๆ แล้วมีความสุขฉันขอเลือกอยู่กับคนต่ำๆ จะดีกว่า ถ้าบอสไม่มีอะไรหนูขอตัวทำงานต่อนะคะ”

            “ถ้าจะคบกันมันก็อย่ามาพลอดรักในบริษัทฉัน ไม่งั้นฉันจะไล่ออกให้หมดเลยคอยดู” สายตาอันเกรี้ยวกราดมองมาที่ฉันราวจะกินเลือดกินเนื้อเสียให้ได้

            “หนูไม่ทำอย่างนั้นเหมือนใครบางคนหรอกค่ะ ไปพลอดรักกันข้างนอกมันถึงใจกว่าเยอะ” ฉันตั้งใจพูดประชดประชันเขา ให้รับรู้ว่าตอนนี้ฉันไม่ได้สนใจไยดีในตัวเขาเลย

            บอสเดินตรงเข้ามาประชิดตัวฉัน กระชากแขนแรงๆ บีบไว้แน่นจนรู้สึกเจ็บ

            “ปล่อยนะคะ”

            “เจ็บเป็นด้วยเหรอ! ฉันเกลียดสายตาที่เธอมองไอ้นั่น อย่าให้ฉันเห็นอีกเข้าใจไหม”

            “ไม่! หนูชอบพี่มาร์ค หากจะมองเขาอย่างนั้นไม่เห็นแปลกเลย” ถ้าไม่เข้าข้างตัวเองอยู่เข้าใจว่าบอสกำลังหึงหวงฉัน แต่เขาบอกว่าไม่ได้รักไม่ได้สนใจ แล้วทำไมต้องมาเป็นเดือดเป็นร้อนอย่างนี้ด้วย

            “กล้าดียังไงมาบอกชอบผู้ชายต่อหน้าฉัน ห๊า!

            “ทำไมจะไม่กล้าในเมื่อบอสกับหนูไม่ได้เป็นอะไรกัน อ้อ! ไม่ต้องอ้างเรื่องบนเตียงนะเพราะหนูเองก็ต้องการหาความสุขจากตัวบอสเช่นเดียวกัน เราต่างก็วินวินกันทั้งคู่ เมื่อมีแฟนต่างคนต่างแยกย้ายกันไป”

            “ร่าน!

            “ขอบคุณค่ะที่ชม ผู้ชายหาความสุขได้แล้วทำไมผู้หญิงจะทำอย่างนั้นบ้างไม่ได้ล่ะคะ”

            บอสโกรธจัดจนหน้าแดงก่ำ กำลังจะโน้มใบหน้าเข้ามาจูบ แต่ฉันรีบเอียงหน้าหนีไปเสียก่อน

            “ออกไปเถอะค่ะบอสหนูจะรีบทำงานต่อ”

            เขาจิ๊ปากเมื่อได้ยินอย่างนั้น ปล่อยแขนฉันให้เป็นอิสระ เท้าสะเอวถอนหายใจเฮือกใหญ่เพื่อสงบสติอารมณ์

            “เย็นนี้กลับพร้อมฉัน”

            “ไม่! หนูจะกลับบ้าน”

            “ใครบอกว่าฉันจะพาเธอไปคอนโดล่ะ ฉันจะไปค้างที่บ้านเธอต่างหาก”

            “ห๊ะ! ค้างที่บ้านหนู ไม่ได้เด็ดขาด!” ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาล้อเล่นหรือเอาจริงกันแน่เนี่ย

            “ทำไมจะไม่ได้ในเมื่อเธอเป็นคนท้าทายฉันเอง ถ้าวันนี้เธอหนีกลับก่อนฉันเอาเธอตายแน่” พูดจบเขาก็เดินออกไปจากห้องไม่รอให้ฉันเอ่ยคำปฏิเสธใดๆ

            “บอส! มัดมือชกกันนี่หว่า เฮ้อ! แล้วฉันจะบอกกับแม่ว่ายังไงดีเนี่ย” ความเครียดเริ่มคืบคลานเข้ามาในหัวฉันอีกแล้ว แต่คิดๆ ไปแล้วคนอย่างแม่คงจะต้อนรับขับสู้บอสเป็นอย่างดีแน่ๆ แต่เรื่องค้างคืนนี่สิเขาจะกล้าจริงๆ เหรอ และที่สำคัญทำไมคนอย่างบอสจะต้องลดตัวลงมาทำเรื่องอะไรแบบนี้ด้วย...ถ้าไม่ได้สนใจในตัวฉัน

*-*-*-*-*-*-*

            เมื่อรถหรูเคลื่อนล้อมาจอดเทียบหน้าบ้านแล้ว ฉันยังคงนั่งนิ่งไม่ยอมขยับเขยื้อนตัว นั่นเพราะไม่อยากให้เขาเข้าไปในบ้านด้วยเลยสักนิด แม่เดินมายืนจ้องๆ มองๆ ที่หน้ารถเพื่อดูว่าเป็นใคร ก่อนจะยิ้มแก้มฉีกเมื่อเห็นฉันนั่งอยู่ในรถด้วย

            “จะลงไม่ลง” เขาเอียงหน้ามาถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน แม้จะเห็นว่าตอนนี้หน้าฉันกำลังบึ้งตึงมากแค่ไหน

            “บอสจะค้างจริงๆ เหรอคะ แค่ทานข้าวเย็นก็พอแล้วมั้ง”

            “ฉันจะค้าง” เขาเอ่ยเสียงเข้มขึ้น สายตาคมที่มองมาราวกับกำลังสะกดจิตให้ฉันยอมศิโรราบ

            “เฮ้อ! เอาแต่ใจจริงๆ คอยดูเถอะหนูจะหางานใหม่ บอสจะได้ไม่ต้องบังคับหนูได้อีก”

            “ถึงเธอจะไปทำงานที่อื่นก็อย่าหวังว่าจะหนีฉันได้ ฉะนั้นอย่าแม้แต่จะคิด จะลงไปได้หรือยังแม่เธอยิ้มน้อยยิ้มใหญ่รออยู่แล้วโน่น”

            เมื่อหันไปมองก็เป็นอย่างที่บอสพูดจริงๆ ลงจากรถไปแล้วคงจะปูพรมแดงต้อนรับบอสซะดิบดีเลยล่ะสิท่า

            “อย่าทำตัวรุ่มร่ามละกันหนูขอแค่นี้” พูดจบฉันก็เปิดประตูรถลงไปก่อน ส่วนบอสก็เดินตามลงมาหลังจากนั้น

            “สวัสดีค่ะคุณ” แม้ว่าแม่จะไม่เคยเห็นหน้าบอสมาก่อน แต่ท่านก็จำรถได้จึงยืนต้อนรับด้วยรอยยิ้ม  ราวกับว่าบอสคือผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัดซะอย่างนั้น

            “สวัสดีครับ” บอสยกมือไหว้ตอบ ส่งยิ้มเท่ให้

            “วันนี้ขายหมดไหมจ๊ะแม่”

            “หมดไม่หมดก็ปิดร้านแล้ว เจ้านายแกอุตส่าห์มาเยี่ยมบ้านทั้งที”

            “ไม่ได้นะแม่ต้องขายให้หมด เดี๋ยวแม่เข้าไปพักหนูขายต่อเอง” ฉันว่า

            “ไม่ต้องเลย พาคุณเขาไปนั่งในบ้านก่อน” แม่สั่งฉันก่อนจะหันไปเอ่ยกับบอส “เชิญด้านในเลยค่ะ บ้านอาจจะคับแคบไปบ้างพอนั่งได้ใช่ไหมคะ”

            “ได้สิครับ ปกติผมเป็นคนติดดิน ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ” เขายิ้มให้แม่ ทำเอาฉันถึงกับนึกหมั่นไส้ในใจซะเหลือเกิน เล่นละครเก่งมาก อยากมอบรางวัลตุ๊กตาทองให้เลยจริงๆ

            “ว๊าวว!!!! ฉันไม่เคยเห็นคนรวยทำตัวติดดินอย่างนี้มาก่อนเลย อย่างนี้สิเหมาะที่จะเป็น...” ก่อนที่แม่จะเอ่ยประโยคที่สร้างความอับอายให้ ฉันจึงเอ่ยแทรกเอาไว้เสียก่อน

            “แม่คะงั้นหนูพาบอสเข้าไปในบ้านก่อนนะ เอ้อ แล้วยัยฟ้ากลับมารึยัง”

            “อยู่บนห้องนั่นล่ะ เลิกเรียนมาแล้วก็เอาแต่ขลุกตัวอยู่ในห้องไม่มาช่วยฉันขายของเลย”

            “มันทำการบ้านอยู่มั้ง งั้นหนูเข้าไปล่ะ”

            “ดูแลคุณเขาให้ดีๆ ล่ะ”

            “จ้า!!!

            ฉันเบื่อแม่เหลือเกิน ทำท่าทางราวกับอยากให้ฉันรวบหัวรวบหางบอสซะอย่างนั้น แต่หารู้ไม่ว่าบอสได้รวบหัวรวบหางฉันไปแล้ว อิอิ

            ฉันเดินนำหน้าบอสเข้ามาในบ้าน ก่อนจะเชิญให้นั่งบนโซฟาตัวเก่าๆ ที่อยู่หน้าจอทีวีรุ่นเก่า ซึ่งเป็นที่ชุมนุมของบ้านเราในช่วงยามเย็น

            “เชิญนั่งค่ะบอส หวังว่าคงจะไม่รังเกียจโซฟาตัวเก่าๆ นี่หรอกนะคะ” ฉันเอ่ยประชดประชันเขา

            “มันไม่มีเชื้อโรคจริงๆ นะ” เขายืนกอดอก ปรายตามองบนโซฟาอย่างเหยียดๆ ทำเอาฉันถึงกับควันออกหูด้วยความโมโห ทำท่ารังเกียจขนาดนั้นแล้วจะมาค้างบ้านฉันเพื่ออะไร ต้องการเอาชนะงั้นเหรอ?

            “ถ้ารังเกียจขนาดนั้นก็เชิญค่ะ ทางออกอยู่โน่น นี่บ้านคนนะไม่ใช่กองขยะ” ฉันผายมือไปที่ประตู

            “ก็บ้านคนไงฉันถึงได้ยอมยืนอยู่ตรงนี้”

            “ถ้ามันจะลำบากขนาดนั้น แล้วบอสจะทนมาค้างที่บ้านหนูทำไมคะ” ฉันไม่เข้าใจเขาจริงๆ

            “ก็ฉันอยากเอาชนะเธอไง” พูดจบบอสก็ใช้มือปัดเบาๆ บนโซฟาก่อนจะนั่งลงอย่างช้าๆ ส่งยิ้มกวนๆ ให้ฉัน

            “เพื่อ?

            “ไม่มีเหตุผล...ฉันคอแห้งอ่ะ” เขาพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย จนฉันอยากจะซัดหมัดเข้าที่ใบหน้าหล่อนั่นซะเหลือเกิน

            “ที่บ้านหนูไม่มีน้ำแร่ราคาแพงๆ นะคะ ดื่มได้เหรอ”

            “ฉันจะยอมทนสักวันก็แล้วกัน”

            “เฮ้อ!

            ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ จ้องเขม็งอย่างไม่พอใจ อีกฝ่ายกระตุกยิ้มร้าย ยักคิ้วให้ราวกับต้องการกวนประสาทให้ฉันสติแตก

            ฉันสะบัดตูดเดินเข้าครัวโดยเร็ว หยิบน้ำดื่มในตู้เย็นมาหนึ่งขวดพร้อมกับแก้วหนึ่งใบ เดินกลับไปหาบอสที่โซฟาตัวเดิม แต่เมื่อไปถึงก็พบว่าแม่กำลังนั่งคุยกับเขาอย่างสนุกสนาน น้ำดื่มแบรนด์ดังถูกวางอยู่บนโต๊ะก่อนแล้ว สงสัยแม่ต้องลงทุนไปซื้อมาแน่ๆ

            “แม่เป็นคนซื้อน้ำมาเหรอ”

            “ก็ใช่น่ะสิ...เจ้านายแกเขาระดับไหนจะมาดื่มน้ำแบบบ้านเราได้ยังไงกัน ต้องดื่มน้ำแร่จากธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์แบบนี้สิ” พูดจบแม่ก็หันไปยิ้มให้บอสอย่างเอาอกเอาใจ

            “ขอบคุณนะครับคุณแม่” เขาพูดจาสุภาพราวกับเทพบุตรที่เพิ่งจุติจากสรวงสวรรค์

            “อุ๊ย! เรียกคุณแม่เลยเหรอคะเนี่ย มันจะดีเหรอคะคุณ” แม่ฉันยิ้มด้วยความดีใจ บิดตัวไปมาราวกับถูกบอสบอกรักซะอย่างนั้น

            “ดีสิครับ อิงดาวเป็นพนักงานในบริษัทผม แม่อิงดาวก็เหมือนแม่ผมนั่นล่ะครับ เอ้อ...คืนนี้ผมว่าจะขอค้างคืนที่นี่จะได้ไหมครับ พอดีวันนี้ผมให้ช่างมาซ่อมท่อน้ำน่ะครับ”

บอสขาเหตุผลมันฟังดูแปลกๆ นะคะ แล้วอย่างนี้แม่ฉันจะไม่สงสัยอะไรเลยเหรอ

            “ยินดีเลยค่ะ เดี๋ยวแม่จะยกห้องให้คืนนึง จะเปลี่ยนผ้าปูที่นอน หมอน ผ้าห่มให้ใหม่เอี่ยมเลยค่ะไม่ต้องห่วง” เหตุผลของคนรวยมันคือประกาศิตสำหรับแม่ นางหัวร่อเยาะยิ้มอย่างมีความสุข คงหวังอยากได้เขามาเป็นลูกเขยล่ะสิ ถ้าแม่รู้ว่าเขาพูดอะไรกับหนูบ้างจะยังยิ้มได้อย่างนี้อยู่ไหมนะ

            “ไม่เป็นไรหรอกครับคุณแม่ คือผมสนิทกับอิงดาวมาก ถ้าจะขอนอนในห้องกับอิงดาวได้ไหม ผมรับรองว่าจะไม่มีอะไรเกินเลยแน่นอนครับ” แหมช่างพูดช่างเจรจาซะจริงๆ นะคะบอส อ่อนน้อมถ่อมตนไม่เหมือนตอนอยู่กับฉันเพียงลำพังเลยสักนิด

            “ได้เลยค่ะ แม่ไม่ว่าอะไรเลย แค่คุณมานอนกับยัยดาวก็เป็นบุญของมันแล้ว”

            “แม่!!! ผู้ชายจะมานอนห้องหนูนะ ไม่คิดจะห้ามอะไรเลยเหรอ”

            “จะห้ามทำไมยะ คนระดับนี้เขาคงไม่มาทำอะไรแกหรอก จัดที่หลับที่นอนให้เจ้านายแกดีๆ ละกัน ถ้าฉันรู้ว่าแกทำอะไรให้เขาไม่พอใจฉันจัดการแกแน่”

            “ค่ะคุณแม่สุดที่รัก หนูจะดูแลให้ดีที่สุดเลยค้า...” นั่นคือคำประชดจากฉัน

            “ถ้างั้นแม่ขอตัวไปทำกับข้าวก่อนนะคะ ว่าแต่คุณอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม”

            “ไม่ครับผมยังไงก็ได้”

            “โอ๊ย!!! ทำไมถึงได้อยู่ง่ายกินง่ายอย่างนี้ แถมนิสัยยังดีอีกต่างหาก ถ้าผู้หญิงคนไหนได้เป็นแฟนคงจะมีความสุขมากแน่ๆ” คุณแม่สุดที่รักเอ่ยชมบอสพลางปรายตามามองฉัน เป็นการบอกกลายๆ ว่าลูกเขยฉันต้องคนนี้เท่านั้น

            “คุณแม่ก็ชมเกินไปแล้วครับ ผมก็เป็นแค่ผู้ชายธรรมดานี่ล่ะครับ”

            แหมมม!!! ทีอย่างนี้ทำเป็นถ่อมตัวราวกับเทพบุตร ฉันละเกลียดนายจริงๆ

            “ไม่เกินไปหรอกค่ะ คุยกันต่อนะเดี๋ยวแม่ไปก่อน” แม่ลุกขึ้นแล้วดึงตัวฉันให้นั่งลงแทนที่ ก่อนจะยิ้มทิ้งท้ายแล้วเดินออกไป

            ไม่น่าเชื่อว่าฉันจะต้องมาเล่นเกมจ้องหน้ากับบอสอย่างไม่ได้ตั้งใจ จู่ๆ เราจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ไม่มีคำพูดคำจาใดๆ ออกจากปากเราทั้งคู่ สายตาคมของเขาช่างแฝงไปด้วยอานุภาพทำลายล้างที่รุนแรง จนฉันต้องเป็นฝ่ายเสตาหนีไปอีกทาง

            “เธอแพ้” เขาเอ่ยพร้อมกระตุกยิ้มร้าย

            “แพ้เรื่องอะไรคะ ในเมื่อเราไม่ได้แข่งอะไรกันสักหน่อย แล้วนี่บอสเตรียมเสื้อผ้ามาด้วยหรือเปล่า ที่บ้านฉันไม่มีเสื้อผ้าผู้ชายให้เปลี่ยนหรอกนะ”

            “อยู่ในรถไปเอาให้หน่อยสิ”

            “บอสก็ไปเอาเองสิคะ ที่นี่บ้านหนูไม่ใช่บริษัทซะหน่อย” ฉันเบะปากอย่างไม่สนใจ

            “แต่เธอต้องทำหน้าที่เมียยังไงล่ะ ลืมไปแล้วเหรอ”

            “หยุดพูดเดี๋ยวนี้เลยนะ! ถ้ามีใครมาได้ยินเข้าฉันซวยแน่” ฉันข่มขู่เขาด้วยสายตาอันดุดัน มองซ้ายขวาเพื่อให้มั่นใจว่าแม่กับน้องไม่ได้อยู่แถวนี้

            “จะกลัวอะไร...ฉันสิเป็นฝ่ายที่ต้องกลัว ก็แม่เธอออกจะชอบฉันซะขนาดนั้น คงอยากได้เป็นลูกเขยจนตัวสั่นล่ะสิท่า”

            “ถ้าคิดแบบนั้นแล้วทำไมถึงกล้ามาค้างที่บ้านหนูล่ะ ไม่กลัวว่าแม่จะจับคุณเป็นลูกเขยรึไง”

            “อย่าพูดมากรีบไปเอากระเป๋ามาให้ฉัน นี่กุญแจรถ” เขาไม่ตอบคำถาม กลับโยนกุญแจรถให้ฉันซะอย่างนั้น คนบ้าอะไรจะนิสัยเสียขนาดนี้

            “ชิส์!” ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกไปหน้าบ้าน เมื่อไหร่ค่ำคืนแห่งความอึดอัดมันจะผ่านพ้นไปเสียทีนะ

 

            หลังจากไปเอากระเป๋าเดินทางใบเล็กๆ ที่ท้ายรถให้บอสแล้ว ฉันก็หิ้วมันเข้ามาในบ้าน พบว่ายัยฟ้ากำลังนั่งคุยกับเขาอย่างถูกคอ จึงรีบเดินตรงไปหาคนทั้งสองโดยเร็ว กลัวว่าบอสจะโปรยเสน่ห์ใส่น้องสาวฉันอีกคน เหมือนที่เขาเคยขู่เอาไว้

            “ยัยฟ้าแกมานั่งทำอะไรตรงนี้” ฉันเอ่ยพลางวางกระเป๋าลงบนพื้นอย่างไม่ไยดี มองหน้าบอสอย่างไม่ไว้ใจ

            “ก็นั่งคุยกับพี่ติณณ์ไงสนุกดีออก”

            “กลับขึ้นห้องไปเดี๋ยวนี้เลย”

            “เอ๊ะ! พี่นี่ยังไงจู่ๆ ก็มาไล่ฉันซะงั้น”

            “ใช่! หรือว่าเธอหึงฉันกับน้องฟ้า” พูดเข้าข้างตัวเองซะเหลือเกินนะคะบอส หน้าไม่อาย...

            “จะ...จะบ้าเหรอหนูจะหึงทำไม แค่กลัวว่าฟ้ามันจะมารบกวนบอสก็เท่านั้น” ทำไมฉันจะต้องอึกอักพูดไม่ออกด้วยนะ สรุปว่าฉันหึงบอสหรือหวงน้องสาวกันแน่เนี่ย?

            “ไม่เห็นจะรบกวนอะไรเลย น้องฟ้าคุยสนุกดีออก เพื่อนน้องสาวก็เหมือนน้องสาวฉันด้วยอีกคนนั่นล่ะ” เขาแสดงบทบาทเจ้านายผู้แสนดีให้น้องสาวฉันปลาบปลื้มอีกคนแล้ว น่าหมั่นไส้ชะมัด

            “พี่ติณณ์น่ารักที่สุดเลยค่ะ ทั้งหล่อทั้งนิสัยดีอย่างนี้ ไม่คิดอยากจะจีบพี่สาวหนูบ้างเหรอ”

            “ยัยฟ้า! แกพูดบ้าอะไร เข้าไปช่วยแม่ทำกับข้าวในครัวเดี๋ยวนี้” ฉันถลึงตาใส่น้องสาวสุดที่รัก ก่อนที่แก่แดดของมันจะทำให้ฉันต้องหน้าแดงไปมากกว่านี้

            “พี่อ่ะ!!

            “ไปเดี๋ยวนี้เลย!

            “ไปก็ไปฉันพูดอะไรผิดเนี่ย ถ้างั้นหนูไปก่อนนะคะพี่ติณณ์เอาไว้ค่อยคุยกันใหม่”

            “ครับผม” บอสส่งยิ้มหวานให้ยัยฟ้า

            ก่อนไปน้องสาวตัวดีก็หันมาเบะปากใส่ฉันเป็นการทิ้งท้าย ฉันอยากจะฆ่ามันให้ตายซะจริงๆ ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ให้ฉันต้องรู้สึกอึดอัดอีกด้วย

            “นี่ค่ะกระเป๋า บอสจะอาบน้ำเลยไหมล่ะ” ทำไมฉันต้องหลบตาเขาด้วยเนี่ย มันมีเรื่องบ้าอะไรให้ต้องเขินอายงั้นเหรอ

            “เอาไง!

            “คะ?” ฉันมองหน้าเขาด้วยอาการงุนงง จู่ๆ มาถามบ้าอะไรก็ไม่รู้

            “ก็เรื่องที่น้องสาวเธอพูดไง อยากให้ฉันจีบไหมล่ะ”

            “เฮอะ! เรื่องแบบนี้จำเป็นต้องถามด้วยเหรอคะ ถ้าเราอยากจีบใครสักคนแสดงว่าเราต้องชอบคนคนนั้น ถ้าหนูตอบว่าอยากแล้วบอสมาจีบหนู คิดว่าหนูจะภูมิใจงั้นเหรอคะ พูดแค่นี้คงรู้คำตอบแล้วนะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วหนูขอตัวขึ้นไปเตรียมที่นอนให้ก่อนละกัน”

            พูดจบฉันก็ถือกระเป๋าบอสขึ้นห้อง โดยไม่ยอมอยู่ฟังว่าเขาจะพูดตอบโต้อะไรกลับมา คนบ้าอะไรมาถามว่าอยากให้จีบไหม คิดแล้วก็โมโหซะเหลือเกิน...ไอ้บอสบ้า

 

            หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เราทั้งสี่คนก็ทานมื้อเย็นกันอย่างพร้อมหน้า ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนอย่างบอสเล่นละครเก่งแค่ไหนเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น พูดจาไพเราะยิ้มแย้มตลอดเวลา วันนี้แม่ทำอาหารสุดฝีมือ เมนูระดับภัตตาคารทั้งนั้น ทำให้ไม่เป็นปัญหาสำหรับบอสเลยสักนิด แถมยังชมว่าอร่อยไม่ขาดปากอีกด้วย

            “เธอคิดยังไงถึงให้ฉันนอนพื้น ส่วนเธอขึ้นไปนอนบนเตียง” ตอนนี้บอสนั่งอยู่บนฟูกข้างเตียง ทำหน้าไม่พอใจมาที่ฉัน ราวกับต้องการประท้วงขอขึ้นไปนอนบนเตียงด้วย

            “ก็นี่มันห้องหนู เจ้าของห้องต้องนอนบนเตียงถูกแล้ว บอสเป็นคนอยากมาค้างเองนะช่วยไม่ได้” ฉันแสยะยิ้มเยาะเย้ยบอส ลองทำอะไรฉันดูสิจะร้องให้บ้านแตกเลยคอยดู คราวนี้ล่ะจะได้เป็นลูกเขยแม่สมใจอยาก

            “แต่เธอเป็นเมียฉัน คิดเหรอว่าฉันจะยอมนอนพื้นคนเดียว”

            “แค่เมียบำเรอไม่ใช่เหรอ ไม่มีพันธะใดๆ ทั้งสิ้นจะมาเรียกร้องอะไรหนักหนาคะบอส รีบไปหาผู้หญิงคนอื่นเร็วๆ เถอะหนูจะได้เป็นอิสระสักที แค่นี้ล่ะ รีบนอนจะได้รีบตื่นขึ้นไปทำงานแต่เช้า” พูดจบฉันก็โน้มตัวลงนอน ไม่อยากจะคุยให้เสียเวลา

            “คิดเหรอว่าฉันจะยอมให้เธอนอนสบายตัวไปทั้งคืนหึๆ” เขาเลื้อยตัวขึ้นมาบนเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ จากนั้นก็คร่อมร่างฉันไว้ ส่งใบหน้าหล่อเข้ามาประชิดจนปลายจมูกสัมผัสกัน สายตาคมจ้องมองมาราวกับสะกดจิตฉันให้นอนอยู่นิ่งๆ และมันก็ได้ผล

            “ไม่ได้นะคะบอสที่นี่มันบ้านฉัน” ฉันเอ่ยเบาเสียง หัวใจเต้นแรงผิดปกติ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดพวงแก้มฉันจนขนลุกซู่ไปทั้งตัว

            “ห้องก็ล็อกอยู่เธอจะกลัวอะไร รับรองว่าฉันไม่ทำรุนแรงหรอกน่า มันขึ้นอยู่กับเธอว่าจะครางดังแค่ไหนต่างหาก” พูดจบเขาก็กดจมูกลงมาที่แก้ม ดอมดมกลิ่นหอมจากแป้งเด็กที่ฉันเพิ่งจะทาบางๆ ก่อนขึ้นเตียง

            แต่ในขณะนั้นแม่ก็เปิดประตูเข้ามาในห้อง บอสรีบกระโดดลงจากเตียงไปนอนที่พื้น แทบไม่คิดชีวิตเลยทีเดียว

            “นอนกันรึยังเนี่ย” แม่มองหน้าเราทั้งคู่สลับไปมาด้วยรอยยิ้มที่มีเลศนัย ฉันรู้ทันว่านางอยากให้บอสทำอะไรลูกสาวตัวเอง หากประเคนใส่พานให้ได้คงจะประเคนไปแล้ว

            “กะ...กำลังจะนอนครับคุณแม่ เราเพิ่งคุยงานกันเสร็จเมื่อครู่นี่เอง” บอสทำทีหยัดตัวลุกขึ้นนั่ง อ้าปากหาวหวอดราวกับง่วงเต็มที

            “ถ้างั้นนอนหลับฝันดีนะคะคุณ มีอะไรขาดตกบกพร่องเรียกใช้ยัยดาวมันได้”

            “ขอบคุณครับคุณแม่”

            “ไปล่ะนะ ดูแลเจ้านายให้ดีด้วยล่ะยัยดาว”

            “ค้า!!!คุณแม่....” ฉันลากเสียงยาวเพื่อประชดประชันแม่ ไม่มีความห่วงลูกสาวเลยสักนิด

            “นี่เธอไม่ได้ล็อกห้องงั้นเหรอ!” เมื่อแม่ออกไปแล้วบอสก็หันมาตวาดใส่ฉันทันที

            “ก็ใช่ไงคะ ปกติหนูไม่เคยล็อกห้องอยู่แล้ว” ฉันเบะปากมองบนด้วยความสะใจ เห็นภาพเมื่อครู่แล้วก็ขำ กระโดดโหยงๆ ลงเตียงราวกับโจรหนีเจ้าของบ้านก็ไม่ปาน

            “แต่วันนี้เธอต้องล็อกห้อง เพราะฉันอยู่ด้วยไงล่ะยัยบื้อ แค่นี้คิดเองไม่เป็นรึไง”

            “ถ้าอยากล็อกก็ไปล็อกเองสิหนูจะนอนแล้ว แล้วอีกอย่างห้ามขึ้นมาหาหนูบนเตียงเด็ดขาด ไม่งั้นหนูจะร้องลั่นบ้านเลยคอยดู คราวนี้ล่ะบอสจะได้เป็นลูกเขยบ้านหลังนี้แน่ๆ” ฉันขู่เขาแล้วก็ปิดไปที่หัวเตียง จากนั้นก็นอนหันหลังให้ทำเป็นไม่สนใจ

            ฉันไม่รู้ว่าคำขู่พวกนั้นจะมีผลมากน้อยแค่ไหน แต่คนอย่างบอสอยากได้อะไรก็ต้องได้ หากเขาจะทำจริงๆ ฉันคงไม่ขัดขืนอะไรหรอก

            สวบบบ

            นั่นไงฉันเดาไม่ผิดจริงๆ ที่นอนข้างหลังยุบตัวลง พร้อมกันนั้นมือหนาของบอสก็เลื้อยมากอดเอวฉันไว้ ใบหน้าคมซุกไซร้ที่ซอกคอ พรมจูบราวกับหิวโหยตัวฉันมากเหลือเกิน

            “ทำไมไม่ร้องล่ะ ทำไมไม่ปากเก่งเหมือนเมื่อครู่” เขากระซิบเบาเสียงข้างหู

            “จะร้องทำไมล่ะคะ เพราะถึงยังไงหนูก็ห้ามบอสไม่ได้อยู่ดี” นั่นคือเหตุผลของฉัน ส่วนเขาจะทำอย่างไรต่อก็สุดแล้วแต่เขา

            “ฉันจะงดวันนึงก็แล้วกัน เห็นแก่แม่ของเธอที่ทำกับข้าวอร่อยๆ ให้ฉันทาน” พูดจบเขาก็กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น จุมพิตที่แก้มฉันหนึ่งฟอดจากนั้นภายในห้องก็มีแต่ความเงียบสงบ

            เป็นครั้งแรกที่ฉันสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนจากตัวเขา เป็นครั้งแรกที่เราสองคนนอนกอดกันโดยไม่ได้มีอะไรเกินเลย และเป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกอบอุ่นใจเมื่อได้อยู่ใกล้เขา โดยไม่ได้คิดเลยว่าเขาหล่อหรือรวยล้นฟ้า แต่คิดว่าเขาเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

0 ความคิดเห็น