ยั่วรักคุณบอส

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,660 Views

  • 9 Comments

  • 70 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    109

    Overall
    2,660

ตอนที่ 5 : ในออฟฟิศ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 605
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    7 ม.ค. 62

:: [5] ::

ในออฟฟิศ

 

          เช้าวันทำงานที่น่าเบื่อเหมือนทุกวันวนกลับมาอีกครั้ง ฉันรีบเดินเข้ามาในบริษัทด้วยความเร่งรีบเพื่อสแกนนิ้วให้ทันเวลา ความเร่งรีบทำให้ฉันลืมตัวไปว่าไม่ได้มาในรูปลักษณ์เดิม วันนี้ฉันตื่นตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อให้ยัยฟ้าแต่งหน้าทำผมให้ และผลที่ออกมาก็น่าพอใจเป็นที่สุด

            “พนักงานใหม่รึเปล่าเนี่ยสวยมากอ่ะแก”

            “ฉันว่าไม่ใช่หรอกนี่ว่าหน้าคุ้นๆ อยู่นะ แต่นึกชื่อไม่ออก”

            “เออว่ะ คุ้นหน้าจริงๆ”

            เสียงพนักงานสาวสองคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลเอ่ยนินทาในระยะเผาขน ตอนแรกเข้าใจว่าพูดถึงคนอื่น แต่พอปรายตาไปมองก็พบว่าเจ้าหล่อนทั้งสองกำลังจ้องมองมาที่ฉัน เมื่ออีกฝ่ายรู้ตัวก็รีบเดินหนีไปอีกทางโดยเร็ว

            “สงสัยต้องแต่งหน้าทำผมมาทุกวันซะแล้วสิ” ฉันยิ้มอย่างภาคภูมิใจกับตัวเอง จากนั้นจึงรีบเดินเข้าไปยังแผนก กะจะไปเซอร์ไพรซ์พวกพี่ๆ สักหน่อย

 

            ในระหว่างทางพนักงานคนอื่นๆ ต่างก็มองมาที่ฉันพร้อมกับมีเครื่องหมายคำถามบนใบหน้า หนุ่มๆ ที่เคยเมินต่างก็จ้องตาเป็นมัน ราวกับฉันเป็นดอกไม้แรกแย้มที่น่าเชยชมเป็นที่สุด นี่คือสิ่งที่บ่งบอกว่ามนุษย์เรามองกันที่รูปลักษณ์ภายนอกเป็นอันดับแรก ใช้เรื่องหน้าตาเป็นตัวตัดสินการเลือกคู่ครองเกือบทั้งนั้น

            “สวัสดีค่ะพี่ๆ” มาถึงแผนกฉันก็ยกมือไหว้รุ่นพี่เหมือนเช่นทุกครั้ง”

            คนในแผนกต่างก็ขมวดคิ้วมองหน้าฉันอย่างงงๆ โดยเฉพาะเดอะแก๊งของฉัน ที่เดินเข้ามาดูใกล้ๆ อย่างพินิจพิจารณา

            “อย่าบอกนะว่านี่คือยัยดาว” พี่นุชเอ่ยขึ้นเป็นคนแรกหลังจากเดินสำรวจรอบตัวฉัน

            “แล้วพี่คิดว่าใครล่ะคะ” ฉันส่งยิ้มให้ทุกคน จากนั้นจึงเดินไปที่โต๊ะทำงาน นั่งลงที่เก้าอี้แล้วเปิดคอมพิวเตอร์

            “ยัยดาวว!!! แกไปทำอะไรมา ทำไมถึงได้สวยผิดหูผิดตาอย่างนี้” พี่เมย์เอ่ยถามด้วยความตื่นเต้นปนประหลาดใจ จากนั้นทั้งสี่นางก็กรูมายืนล้อมหน้าล้อมหลังฉันที่โต๊ะทำงาน

            “ต่อไปนี้หนูจะสวยอย่างนี้ทุกวันเลยค่ะ เมื่อวานหนูไปเป็นนางเอกเอ็มวีช่วยงานกลุ่มน้องสาว ช่างแต่งหน้าแนะนำให้ใส่คอนแทคเลนส์ แถมยังให้เครื่องสำอางแบรนด์ดังมาใช้ด้วยค่ะ”

            “แล้วนี่แกแต่งหน้าเองเหรอยะฉันไม่อยากจะเชื่อเลย” พี่ต๋อยเอ่ยพลางปรายตามองมาที่ฉันอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น

            “เปล่าค่ะพอดีน้องสาวแต่งให้ แต่วันหลังหนูคงต้องแต่งเองแล้วล่ะเพราะจะให้มันสอนทุกเย็นเลย”

            “สวยอย่างนี้งั้นก็มีลุ้นน่ะสิ วันนี้บอสเห็นแกรึยัง” ท่าทีของพี่นุชดูตื่นเต้นกว่าฉันเสียอีก

            “ยังค่ะ...หนูว่าจะเลิกตามจีบบอสแล้วล่ะ”

            “อ้าว! ทำไมล่ะ”

            “หนูคิดดูดีๆ แล้วทำไมผู้หญิงอย่างเราจะต้องเป็นฝ่ายตามจีบผู้ชายก่อนด้วยล่ะ ผู้ชายควรจะเป็นฝ่ายเข้าหาเราก่อน หนูอยากจะรู้เหมือนกันว่าแปลงโฉมใหม่แล้วจะมีผู้ชายมาจีบบ้างหรือเปล่า ถ้าผู้ชายคนไหนมาจีบหนูเป็นคนแรกหนูจะคบด้วยเลย” นั่นคือสิ่งที่ฉันคิดมาตลอดทั้งคืน ฉันวิ่งเข้าหาผู้ชายมาโดยตลอด ต่อไปนี้ผู้ชายต้องเป็นคนวิ่งตามฉันบ้าง ไม่ว่าเขาจะยากดีมีจน ทำงานเป็นกรรมกรหรืออะไรก็ช่าง ถ้าเขารักเราจริงจะต้องเป็นฝ่ายเข้าหาเอง

            “ไม่ได้นะ! ถ้าเป็นยามหน้าบริษัทมาจีบล่ะแกจะทำยังไง แกจะคบกับยามงั้นเหรอยัยดาว บอสเท่านั้นที่คู่ควรกับแก” พี่ออยถามด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าฉันจะพลาดของดีอย่างบอสไป แต่หารู้ไม่ว่าเขาร้ายกาจกว่าที่ทุกคนคิด

            “ถ้าคบกับยามแล้วเขาเห็นค่าในตัวหนูมันก็ดีไม่ใช่เหรอคะ แล้วทุกวันนี้บอสเขาสนใจหนูบ้างหรือเปล่าล่ะ”

            ทุกคนเงียบพูดอะไรไม่ออก นั่นเพราะสิ่งที่ฉันพูดมาเป็นเรื่องจริง รู้ว่าทุกคนอยากให้ฉันได้ลงเอยกับคนหล่อรวยอย่างบอส ก่อนหน้าฉันอาจจะเห็นดีเห็นงามด้วยเพราะชอบเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่พอได้รู้จักธาตุแท้ของเขาความปลาบปลื้มมันกลับหายไปหมด เหลือแต่ความต้องการอยากเอาชนะ และสั่งสอนให้เขารู้ว่าผู้หญิงจนๆ ก็มีหัวใจ

            “แล้วแต่แกละกัน ถึงยังไงพวกฉันก็เอาใจช่วยให้เจอผู้ชายดีๆ หวังว่าความสวยของแกจะเตะตาบอสบ้างนะ ขอให้คนที่เข้ามาจีบแกเป็นคนแรกก็คือบอสเช่นเดียวกัน” ความหวังของพี่นุชยังคงเป็นบอสเสมอ ฉันได้แต่ยิ้มรับอย่างเข้าใจว่าพวกเธอหวังดีมาโดยตลอด

            “ขอบคุณค่ะพี่ๆ รับรองว่าฉันจะเป็นคนแรกในแผนกที่ไม่ขึ้นคาน อีกไม่นานเตรียมตัวตัดชุดไปงานแต่งฉันได้เลย” ฉันพูดติดตลก

            “ย่ะ! ทำให้มันได้อย่างที่พูดละกันฉันจะใส่ซองให้หนักๆ เลยคอยดู” พี่นุชพูดทิ้งท้ายก่อนที่เลขาหน้าห้องท่านประธานสุดหล่อจะเดินเข้ามาที่แผนก

            “ดาวอยู่ไหมคะพี่นุช” ยัยจอยเลขาหน้าห้องตัวตุ้ยนุ้ยของบอสเอ่ยเมื่อเดินมาถึง

            “มีอะไรงั้นเหรอจอย”

            จอยหันมามองฉันทำหน้างงเล็กน้อย นางคงจำไม่ได้ว่าฉันเป็นใคร มันเปลี่ยนไปเยอะขนาดนั้นเลยหรือนี่ ฉันก็คือฉันคนเดิมแค่แต่งหน้าทำผมเท่านั้นเองนะ

            “ดาวใช่ไหมเนี่ย?

            “ใช่ฉันเองทำเป็นจำไม่ได้”

            “ทำไมเธอสวยขึ้นขนาดนี้เนี่ย สวยจนฉันจำไม่ได้เลยอ่ะ” จอยเดินเข้ามาใกล้จ้องมองฉันแทบไม่กะพริบตา

            “ขอบใจจ้ะว่าแต่มีอะไรถึงได้เดินมาหาถึงที่นี่”

            “บอสเรียกให้เข้าไปหาในห้องอ่ะ”

            “ห๊ะ! บอสเนี่ยนะมีอะไรหรือเปล่า” คงไม่พ้นเรียกฉันไปแกล้งแน่ๆ จะโดนอะไรบ้างก็ไม่รู้ขอแค่อย่าทำตัวรุ่มร่ามในที่ทำงานก็พอ ถ้าใครมาเห็นมีหวังฉันได้เอาปี๊บคลุมหัวเดินแน่นอน

            “ไม่รู้เหมือนกัน ถ้างั้นฉันกลับก่อนนะรีบไปล่ะเดี๋ยวบอสก็วีนให้หรอก”

            “จ้า...ขอบใจนะ”

            หลังจากจอยเดินไปแล้ว พี่ทั้งสามคนก็กรูเข้ามาหาฉัน จ้องหน้าราวกับมีคำถามมากมายในใจ

            “พี่มองหนูอย่างนี้หมายความว่าไง” ฉันปรายตามองคนทั้งสามสลับไปมาอยู่อย่างนั้น

            “บอสเห็นแกสวยแล้วแน่ๆ เลยเรียกเข้าไปหา ฉันว่าบอสต้องคิดอะไรกับแกแล้วแน่ๆ ร้อยวันพันปีไม่เห็นเคยเรียกอย่างนี้เลย” พี่นุชแสดงสีหน้าราวกับนักสืบโคนันซะอย่างนั้น

            “ไม่ใช่หรอกมั้ง ก็บอกแล้วไงว่าวันนี้เขายังไม่เคยเห็นหน้าฉันเลยด้วยซ้ำ คงมีธุระจริงๆ นั่นล่ะ” ฉันพยายามเลี่ยงประเด็นอื่นไป เพราะรู้ดีว่ามันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลยสักนิด

            “รีบไปเร็วๆ แล้วกลับมาบอกพวกฉันทุกเรื่อง อัดเสียงไว้ด้วยยิ่งดี” พี่นุชเริ่มจะเป็นเอามาก คิดได้ยังไงให้ฉันอีดเสียงไว้ ฮ่าๆๆ

            “งั้นหนูไปก่อนนะแล้วจะกลับมาเล่าให้ฟัง...อย่างละเอียด”

            พูดจบฉันก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อเดินไปยังห้องทำงานส่วนตัวของบอส ในระหว่างนั้นต้องเดินผ่านแผนกต่างๆ หนุ่มๆ ต่างก็จ้องมองมาที่ฉันตาลุกวาว หากรู้ว่าเป็นฉันพวกเขายังจะทำหน้าอย่างนั้นอยู่ไหมนะ

            “น้องสาวมาทำงานใหม่เหรอครับ” พี่เน็กพนักงานฝ่ายการตลาดเอ่ยแซวระหว่างทาง

            “พี่จำดาวไม่ได้เหรอคะ นี่ดาวเอง”

            “จริงดิ! ดาวจริงๆ เหรอ” เมื่อรู้ว่าเป็นฉัน พี่เน็กก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาคงไม่คิดว่าผู้หญิงหน้าตาจืดๆ อย่างฉันพอได้แต่งหน้าทำผมแล้วจะเปลี่ยนไปได้เยอะขนาดนี้

            “จริงๆ ค่ะแค่นี้ก็จำไม่ได้ เจอกันเกือบทุกวัน”

            “ใครจะไปจำได้อ่ะก็สวยขึ้นเป็นกองขนาดนี้ เราโสดใช่ป่ะตอนนี้” เอาแล้วไงงูที่หัวล้านๆ ของพี่เน็กเริ่มโผล่ออกมาซะแล้ว

            “โสดค่ะ แต่ว่า...ถามอย่างนี้ไม่เกรงใจเมียที่บ้านเหรอคะ” ฉันยิ้มให้เขาแล้วรีบเดินอย่างมั่นใจตรงไปยังห้องทำงานบอส

            การเป็นคนสวยในสายตาคนอื่นมันก็ไม่เลวนะ มีตัวตนในสังคมมากขึ้น แต่ทว่ามันต้องแลกกับความสงบสุขในชีวิต มีคนมากหน้าหลายตาเข้ามาหา กว่าจะปรับตัวได้คงจะปวดเศียรเวียนเกล้าไปอีกนานเลยทีเดียว

           

            ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

            “ขออนุญาตเข้าห้องค่ะ”

            “เชิญ”

            มือน้อยๆ ของฉันหมุนลูกบิดประตูเปิดเข้าไปในห้อง ใบหน้าหล่อปรากฏรอยยิ้มของมัจจุราชจนฉันรู้สึกหวั่นใจ บอสกำลังนั่งไขว่ห้างเอนหลังบนเก้าอี้อย่างสบายใจ ราวกับตั้งใจรอต้อนรับฉันโดยเฉพาะ

            “ไม่ทราบว่าบอสมีธุระอะไรกับหนูเหรอคะ” ฉันยืนตรงหน้าโต๊ะทำงานเขาในท่าทีสุภาพ ทำตัวราวกับเรื่องเมื่อวานไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

            “ทำไมต้องทำตัวเหินห่างอย่างนั้นด้วยล่ะ”

            “นี่คือที่ทำงานค่ะ รีบพูดธุระของบอสมาเถอะหนูจะได้รีบกลับไปทำงาน”

            “สงสัยปีนี้ต้องยกตำแหน่งพนักงานดีเด่นให้เธอซะแล้วล่ะ เก่งทั้งเรื่องงานและเรื่องอย่างว่าหึๆ” เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ

            “แต่คงไม่เก่งเหมือนอย่างบอสหรอกนะคะ เรื่องการเอาเปรียบผู้หญิง”

            “อย่าคิดว่าสวยแล้วจะปากดีใส่ฉันได้ คืนนี้เธอต้องไปค้างที่คอนโดฉัน”

นี่สินะธุระที่เขาจะบอก ไร้สาระสิ้นดี

            “เรื่องอย่างนี้บอสส่งไลน์บอกก็ได้มั้งคะ ไม่จำเป็นต้องเรียกหนูเข้ามาถึงในห้อง เพราะหนูไม่อยากให้คนอื่นเข้าใจผิด อ้อ...คืนนี้หนูไม่ว่างค่ะต้องรีบกลับบ้านไปช่วยแม่ขายของ” ทำไมฉันจะต้องยอมทำตามคำสั่งเขาด้วยล่ะ

            “โอเค! ไม่มีปัญหา แต่เธอจะต้องชดเชยให้ฉันที่นี่และตอนนี้” พูดจบเข้าก็โทรไปสั่งจอยทันที “ห้ามให้ใครเข้ามารบกวนผมถ้าไม่ได้สั่ง”

            “บอสทำอย่างนี้ทำไมคะ นี่มันที่ทำงานนะไม่ใช่โรงแรมม่านรูด” ฉันชักสีหน้าใส่เขาอย่างไม่พอใจ เป็นถึงผู้บริหารแท้ๆ กลับทำเรื่องทรามๆ อย่างนี้ลงไปได้

            “ก็เธอไม่ยอมไปกับฉันเองนี่นา ฉันเป็นคนเซ็กซ์จัดเธอเองก็รู้ดีไม่ใช่เหรอ”

            “เซ็กซ์จัดหรือโรคจิตกันแน่”

            “เดี๋ยวเธอก็ได้รู้ยัยบ้า!” เขาเดินตรงมาหาฉัน เลื้อยมือทั้งสองข้างรั้งที่แผ่นหลังกระชับให้เข้าไปประชิดตัว ใบหน้าเราห่างกันแค่เพียงเล็กน้อย บอสจ้องหน้าฉันอย่างเสน่หา สายตาคมดุจพญาเหยี่ยวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเพื่อสะกดจิตให้ยอมศิโรราบนับจากวินาทีเป็นต้นไป

            “มันไม่ควรนะคะบอส” ฉันพูดเบาเสียงสายตายังคงจ้องมองเขา รู้สึกอ่อนระทวยไปทั่วทั้งร่างเมื่อโดนอีกฝ่ายโน้มใบหน้าเข้ามาซุกไซร้ที่ซอกคออย่างหื่นกระหาย

            “หอมจัง

            “บอส...อื้อ...พอเถอะนะคะ” มือที่อ่อนแรงพยายามผลักไสเขาให้ออกห่างจากตัว แต่ทว่าบอสกลับดันตัวฉันไปจนแผ่นหลังสัมผัสกับผนังห้อง เขาตรึงมือฉันไว้บนนั้น เลื่อนใบหน้าคมขึ้นมาประกบจูบที่ริมฝีปากบางอย่างหนักหน่วงไร้ซึ่งความอ่อนโยน

            “เธอทำเสน่ห์บ้าอะไรใส่ฉัน ทำไมเห็นเธอทีไรถึงได้มีความต้องการอย่างนี้” เขาผละใบหน้าออกมาเพื่อจะเอ่ยประโยคเมื่อครู่จากนั้นประกบจูบซ้ำอีกครั้ง ไม่ยอมให้ฉันอ้าปากตอบเขาเลยสักคำ

            “อื้อ...บอสคะจะเอาตรงนี้จริงๆ เหรอ” ฉันถามย้ำอีกครั้งเพื่อให้เขาได้สติ

            “มาถึงขั้นนี้แล้วใครจะบ้าปล่อยเธอไปง่ายๆ” คำตอบของเขาทำให้ฉันต้องยอมสงบปากสงบคำ จนกว่ากิจกรรมรักจะเสร็จสิ้นลง คนอย่างบอสไม่มีทางยอมจบมันง่ายๆ แน่นอน

            “อื้อ...บอสอย่าทำเสื้อหนูยับนะคะ”

            “มันก็ต้องมีบ้างล่ะน่า”

            ….

            ….(NC)

            ….

            Rrrrr….

            “ว่าไงจอย”

            “โอเคๆ เดี๋ยวผมไป”

            พูดจบบอสก็วางสาย แต่ทว่าสายตาคมยังคงจ้องมองมาที่ฉันอยู่ตลอดเวลา

            “มานี่สิ” หลังจากจัดระเบียบเสื้อผ้าตัวเองเรียบร้อยแล้วเขาก็สั่งฉันให้เดินเข้าไปหา

            “มีอะไรอีกคะบอส แค่นี้หนูก็มองหน้าจอยไม่ติดแล้วเนี่ย” แม้จะเอ่ยตำหนิเขาแต่ก็ยอมเดินไปหาโดยดี

            “วันนี้ฉันอนุญาตให้เธอกลับบ้านได้ แต่วันหลังต้องไปค้างที่คอนโดฉันห้ามปฏิเสธ” เขาเดินเข้ามากอดฉันไว้แน่น จนส่วนล่างแนบชิดกันอีกครั้ง รับรู้ได้ว่าความเป็นชายของบอสยังคงแข็งตัวอยู่

            “แล้วหนูจะบอกแม่ว่ายังไงล่ะ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยไปค้างบ้านคนอื่นเลยสักครั้ง” ฉันอ้างไป

            “หรือจะให้ฉันไปค้างบ้านเธอดี”

            “ถ้ากล้าก็เอาเลยสิคะ บ้านคนจนมันสกปรกน่ารังเกียจจะตาย เต็มไปด้วยเชื้อโรคนะคะ” ฉันท้าทายเขา อยากรู้เหมือนกันว่าจะกล้าสักแค่ไหน

            “เธอท้าฉันเหรอ” เขากระตุกยิ้มร้ายอย่างไม่สะทกสะท้าน

            “ไม่ได้ท้าแต่พูดจริงๆ”

            “ฉันจะไป!

            ฟอดดด

            เขาหอมแก้มฉันเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ รอยยิ้มหล่อฉายให้เห็นบนใบหน้าคมสัน ทำเอาฉันหน้าแดงก่ำขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้

            “ครั้งนี้ครั้งเดียวนะคะสำหรับในบริษัท”

            “โอเค๊! ฉันก็แค่อยากลองใจว่าเธอจะยอมฉันหรือเปล่า สรุปว่าเธอยอมฉันเลยจัดให้ไง”

            “เอาดีเข้าตัวเลยจริงๆ หนูเกลียดบอสที่สุด!” ฉันผลักตัวเขาแรงๆ จากนั้นก็รีบเดินออกจากห้องไป แต่ยังไม่ถึงประตูห้องฉันก็สังเกตเห็นสเปรย์ปรับอากาศวางอยู่มุมห้อง จึงเดินไปหยิบมันมาฉีดไปทั่วห้องเพื่อดับกลิ่นคาว แล้วเปิดประตูออกไปทันที

            ออกมาหน้าห้องฉันก็ยิ้มให้จอยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก้มหน้างุดรีบเดินกลับแผนก เมื่อไปถึงพวกพี่ๆ ต่างก็มานั่งล้อมตัวฉันไว้ ยิงคำถามระรัวทำเอาตอบแทบไม่ทัน คำตอบของฉันก็คือบอสเรียกไปด่าเพราะเอกสารที่ฉันเคยทำไปส่งไม่เรียบร้อย พวกนางเลยพากันคลายความสงสัยแล้วทุกอย่างก็กลับสู่ภาวะปกติทันที


ปล. ใครอยากอ่านฉบับเต็มรวม NC โหลดได้ที่ meb ค้นหาตามชื่อเรื่องเลยจ้า

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

0 ความคิดเห็น