ยั่วรักคุณบอส

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,715 Views

  • 9 Comments

  • 67 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    33

    Overall
    2,715

ตอนที่ 4 : เสียท่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 722
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    7 ม.ค. 62

:: [4] ::

เสียท่า

 

          ฉันรีบหันขวับกลับมาเมื่อรู้ว่าเป็นบอส จะทำยังไงดีหากเจอหน้าเขา ฉันกลัวว่าบอสจะเล่นอะไรพิเรนทร์ๆ แกล้งให้อับอายขายขี้หน้าอีกน่ะสิ

            “มาช้าจริงเฮีย” เมื่อบอสเดินมาถึงตองจึงเอ่ยกับพี่ชายตัวเอง เขายังคงยืนอยู่ด้านหลังไม่รู้ว่าฉันเป็นใคร

            “ก็บอกว่ามีธุระมาให้ก็บุญโขแล้ว ต้องทำอะไรบ้างล่ะ”

            “งั้นเฮียไปเปลี่ยนชุดด้านโน้นก่อนนะ หล่อระดับเฮียค่อยมาตบแป้งเบาๆ ก็พอ”

            “โอเคๆ รีบๆ หน่อยละกัน” ฟังจากน้ำเสียงแล้วคงจะถูกบังคับมา หากรู้ว่าคนที่นั่งอยู่ตรงนี้คือฉัน เขาจะทำหน้ายังไงนะ

            หลังจากบอสเดินไปแล้วฉันก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก จนตองขมวดคิ้วมองมาอย่างสงสัย

            “พี่ดาวถอนหายใจทำไมคะ”

            “เอ่อ...พี่ตื่นเต้นน่ะไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน”

            “ไม่ต้องตื่นเต้นขนาดนั้นหรอกค่ะ ถ่ายไม่นานหรอก แถมยังไม่มีบทพูดทำตามที่ผู้กำกับสั่งก็พอ”

            “น้องตองคะ...ช่วยแต่งหน้าพี่แบบว่า...ให้คนอื่นจำไม่ได้ มันพอจะเป็นไปได้ไหม”

            “เดี๋ยวตองจัดให้เลยค่ะ รับรองว่าสวยจนแม้แต่ไอ้ฟ้าก็จำไม่ได้แน่นอน” ตองเอ่ยกับฉันด้วยความมั่นใจ ฉันเชื่อว่าเด็กคนนี้ทำได้อย่างที่พูดแน่นอน

            “ขอบใจจ้ะ”

            จากนั้นตองก็ลงมือแต่งหน้าให้ฉัน อุปกรณ์ที่วางอยู่บนโต๊ะถูกนำขึ้นมาแต่งแต้มสีสันบนใบหน้าให้อย่างบรรจง ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงงานศิลป์บนใบหน้าก็เสร็จสิ้น พร้อมกับรูปลักษณ์ใหม่ที่ฉันก็แทบจำตัวเองไม่ได้

            “สวยมากกกก...” ตองเอ่ยชมหลังจากฉันลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ นั่นเพราะขนตาปลอมที่หนาเป็นแพทำให้ความไม่คุ้นชินบังเกิดขึ้น รู้สึกหนักตาราวกับคนง่วงนอนพร้อมจะหลับได้ทุกเมื่ออะไรเทือกนั้น

            ฉันหยิบกระจกขึ้นมายลโฉมตัวเองก็ถึงกับตกใจ จากคนที่ไม่ชอบเรื่องการแต่งหน้าพอได้แต่งแล้วก็แทบจำตัวเองไม่ได้ นี่ฉันจริงๆ เหรอเนี่ย

            “นะ...นี่พี่จริงๆ ใช่ไหมจ๊ะ”

            “ใช่ค่ะพี่ดาวสวยมากจริงๆ ถ้าคนรู้จักได้มาเห็นรับรองว่าจำไม่ได้แน่ๆ”

            “น้องตองเก่งมาเลยอ่ะทำผีให้เป็นนางฟ้าได้ขนาดนี้”

            “ใครบอกว่าผี พี่ดาวสวยอยู่แล้วต่างหากล่ะยิ่งได้แต่งหน้ายิ่งสวยเข้าไปใหญ่ แต่ถ้าจะให้ดีห้ามใส่แว่นอีกนะคะ แล้วก็หัดแต่งหน้าทำผมจะได้สวยทุกวัน” ตองแนะนำ

            “พี่ไม่ชินอ่ะ แต่กลับไปบ้านจะลองดูละกันนะ”

            “พี่มีเครื่องสำอางไหมคะ”

            “ไม่มีจ๊ะ พี่ไม่ชอบแต่งหน้า”

            “ถ้างั้นเอาของพวกนี้ไปเลยตองให้ ที่บ้านตองมีอีกเยอะแยะเลย”

            “ไม่เอาพี่เกรงใจ”

            “จะเกรงใจทำไมคะ พี่ดาวเป็นพี่สาวเพื่อนตองนี่นา นะนะเอาไปเถอะ” เห็นสีหน้าจริงจังของตองฉันก็เริ่มใจอ่อน เอาก็เอาบ้านนางรวยขนาดนั้นแค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก แต่ก็งงเล็กน้อยเพราะแบรนด์เครื่องสำอางที่ใช้เป็นแบรนด์นอก ไม่มีแบรนด์ที่บริษัทเลยสักอย่าง

            “ถ้างั้นขอบใจนะจ๊ะ ถ้ามีโอกาสไปที่บ้านพี่นะจะทำกับข้าวเลี้ยงเป็นการตอบแทน”

            “ค่ะพี่ดาว เอาไว้ว่างๆ หนูจะไปเยี่ยมที่บ้าน ตอนนี้เราไปเปลี่ยนชุดกันก่อนนะคะ”

            “โอเคจ้ะ”

ดูท่าทางตองจะเป็นคนติดดิน ไม่ถือตัว ไม่ดูถูกคนจน ไม่หยิ่งเหมือนกับพี่ชายเลยสักนิด เป็นพี่น้องแท้ๆ กันหรือเปล่าเนี่ย

            เราทั้งสองเดินไปเปลี่ยนชุดที่ห้องเปลี่ยนชุดเคลื่อนที่ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ตองเลือกชุดที่แขวนอยู่บนราวมาจากนั้นยื่นมาให้ฉันเข้าไปเปลี่ยน มันคือชุดเดรสเกาะอกสีชมพู กระโปรงฟูฟ่องพลิ้วไหวเมื่อยามต้องลม ฉันไม่เคยใส่อะไรแบบนี้มาก่อนมันก็ดูดีไปอีกแบบ

            “ว้าววว!!!สวยมากเลยค่ะพี่ดาว” เมื่อฉันออกมาจากห้องเปลี่ยนชุด ตองก็ถึงกับตะลึงเมื่อเห็นภาพที่อยู่ตรงหน้า คนที่ชอบแต่งตัวเชยๆ อย่างฉันพอเปลี่ยนไปแบบนี้มันคงจะน่าตกใจมากสินะ

            “ขอบใจจ้ะตอง เริ่มถ่ายกันตอนนี้เลยไหม”

            “ตอนนี้เลยค่ะตอนนี้เฮียคงรออยู่แล้ว”

            เราทั้งสองเดินไปยังสถานที่ถ่ายทำ ซึ่งอยู่ริมทะเลสาบขนาดใหญ่กลางสวนสาธารณะ บรรยากาศที่นี่ค่อนข้างดีมาก แม้ว่าแดดจะแรงไปนิดแต่ทว่ากลับมีลมโกรกโชยพัดมาเรื่อยๆ ทำให้รู้สึกเย็นได้บ้าง

            เมื่อเดินไปถึงก็พบว่าบอสยืนรออยู่ก่อนแล้ว เขาสวมเสื้อเชิ๊ตเข้ารูปสีเดียวกับชุดฉันไม่ผิดเพี้ยน ติดกระดุมทุกเม็ดจนถึงต้นคอ มีสายเอี้ยมสีดำคาดบ่าทั้งสองดูเป็นคุณชายนิดๆ

            นี่มันถ่ายเอ็มวีหรือพรีเวดดิ้งกันแน่เนี่ยยยย!!!

            “นางเอกมาแล้วจ้า!!!” ตองตะโกนบอกกับทุกคน

            ฉันพยายามก้มหน้าไม่อยากให้เขาได้เห็นถนัดตา แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับจ้องเขม็งมาที่ฉัน ขมวดคิ้วมองอย่างสงสัย

            “กรี๊ดดดด!!! นี่พี่สาวฉันจริงๆ เหรอเนี่ย” ยัยอิงฟ้ารีบวิ่งเข้ามาหาฉัน จับเนื้อตัวพลิกไปมาราวกับตัวประหลาด

            นี่พี่สาวแกนะไม่ใช่เอเลี่ยนย่ะ!!!

            “เป็นไงสวยล่ะสิ”

            “มากกก!! ต่อไปนี้ลืมยัยเฉิ่มคนเก่าไปเลยนะ แบบนี้สิถึงจะมีแฟนกับเขาได้สักที”

            “ฉันไม่อยากมีเองต่างหากไม่เห็นเกี่ยวเลย” ฉันก็พูดให้ดูดีไปอย่างนั้นเองล่ะค่ะ ที่จริงแล้วยังไม่เคยมีใครมาจีบจริงๆ นั่นล่ะ

            “ทุกอย่างพร้อมแล้วเริ่มถ่ายทำกันได้” เสียงน้องผู้ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้น เข้าใจว่าน่าจะเป็นผู้กำกับ

            ทุกคนเริ่มเข้าประจำจุดทำหน้าที่ของตัวเอง ส่วนฉันถูกนำตัวให้ไปยืนข้างๆ บอส ถึงตอนนี้ก็เอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมสบตาเขาเช่นเคย กลัวว่าอีกฝ่ายจะจำได้

            “สวัสดีครับ...ไม่ทราบว่าเราเคยเจอกันมาก่อนรึเปล่า” บอสก้มหน้าลงมาเอ่ยถามฉันอย่างสงสัย แต่ทว่าฉันกลับเอียงหน้าหนีไปอีกทาง

            “เอ่อ...ไม่เคยค่ะฉันเพิ่งเคยเจอคุณเป็นครั้งแรก”

            “ถ้างั้นยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”

            “ค่ะ”

            ในระหว่างที่เราสองคนกำลังทำความรู้จักกันอยู่นั้น เสียงน้องผู้กำกับก็ตะโกนดังเข้ามาอีกครั้ง

            “ทั้งสองยืนจ้องหน้าแล้วยิ้มหวานให้กันครับ”

            เมื่อได้ยินคำสั่งเราทั้งสองก็หันหน้าเข้าหากัน จากนั้นฉันก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นไปสบตาเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ เขาจะจำฉันได้ไหมนะอยู่ใกล้กันขนาดนี้แล้ว

            “ใกล้อีกครับ” เมื่อได้ยินอย่างนั้นเราทั้งสองก็ขยับตัวเข้าหากันเรื่อยๆ จนกว่าผู้กำกับจะสั่งหยุด จนตอนนี้ใบหน้าห่างกันแค่นิดเดียวจนปลายจมูกจะสัมผัสกันอยู่แล้ว

            “พอแล้วครับ พี่ผู้ชายเอื้อมมือไปกอดเอวพี่ผู้หญิงไว้ กระชับตัวเข้ามาแนบชิด จากนั้นก็สวมกอดกันอย่างช้าๆ ครับ”

            ตึก! ตึก! ตึก!

            เสียงหัวใจฉันเต้นแรงเมื่อได้ยินคำสั่งนั่น ทำไมจะต้องรู้สึกเขินอายมากขนาดนี้ด้วยนะ ทั้งที่ก่อนหน้ารู้สึกโกรธเกลียดเขามากเหลือเกิน กลิ่นน้ำหอมจากตัวเขาโชยเข้าจมูก มันช่างปลุกเร้าความกำหนัดในตัวฉันได้เป็นอย่างดี เขามีเสน่ห์เหลือล้นจนผู้หญิงที่ได้อยู่ใกล้ไม่อาจห้ามความรู้สึกตัวเองได้ แต่ฉันจะพยายามฝืนตัวเองเพื่อไม่ต้องตกเป็นเหยื่อเขาอีกแล้ว

            “ตอนแรกฉันก็แค่สงสัย แต่พอได้กลิ่นตัวเธอฉันจำได้ดีเลยล่ะอิงดาว” เขาเอ่ยกระซิบข้างใบหูฉันเมื่อเราทั้งสองสวมกอดกันแล้ว เราต้องกอดกันอยู่อย่างนั้นจนกว่าผู้กำกับจะสั่งคัท

            “คัท!

            เมื่อได้ยินเสียงสวรรค์นั่นฉันก็โล่งใจ พยายามจะผละตัวออกจากอ้อมกอดแต่ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ยอมง่ายๆ

            “ปล่อยเดี๋ยวนี้นะบอส”

            “ไม่ปล่อย”

            “เด็กๆ กำลังมองไม่อายบ้างรึไง”

            “อายทำไมในเมื่อมากกว่านี้เรายังเคยทำกันมาแล้ว”

            เมื่อไม่ยอมฉันจึงใช้มือหยิกที่หน้าท้องเขาเต็มแรง

            “โอ๊ย!

            สิ้นเสียงร้องโอดโอยเราทั้งสองก็ผละออกจากกัน ฉันรีบเดินออกห่างจากตัวเขาไปหาผู้กำกับ

            “เป็นยังไงบ้างน้องโอเคไหม”

            “โอเคครับ ว่าแต่เมื่อครู่ผมสั่งคัทแล้วทำไมพวกพี่ยังไม่ยอมแยกจากกัน มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ”

            “เอ่อ...พอดีมีปัญหานิดหน่อยจ๊ะ กระดุมเสื้อพระเอกมันติดที่ชุดพี่”

            “ถ้างั้นถ่ายฉากต่อไปได้เลยครับพี่ ไปยืนรอสแตนด์บายที่เดิมได้เลย”

            ฉันพยักหน้ารับ จากนั้นตองก็เดินมาซับหน้าให้

            “พี่ดาวโอเคไหมคะ เฮียทำตัวรุ่มร่ามกับพี่มากเกินไปรึเปล่า”

            “เปล่าหรอกจ้ะไม่มีอะไร” ฉันยิ้มให้ตองราวกับไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น

            “ถ้างั้นสู้ๆ นะคะ”

            “ขอบใจจ้ะ”

            หลังจากนั้นก็เริ่มถ่ายทำฉากใหม่ คราวนี้ฉันต้องเป็นฝ่ายนั่งพับเพียบให้บอสนอนหนุนตัก ฉันต้องก้มมองหน้าเขาด้วยรอยยิ้ม ราวกับรักผู้ชายคนนี้มากที่สุดในโลก

            “มองหน้าแล้วยิ้มหวานให้กันครับ ยิ้มไปเรื่อยๆ จากนั้นก็พูดคุยกันไปเรื่อยๆ จนกว่าผมจะสั่งคัทครับ”

            ผู้กำกับสั่งมาอีกระลอก เราทั้งสองจ้องหน้ากันอย่างหวานซึ้ง เขาแสดงได้เก่งมากจนฉันเชื่อว่าเราทั้งสองเป็นคู่รักกันจริงๆ สายตาที่เขามองมานั้นช่างเต็มไปด้วยแรงเสน่หา บ่งบอกว่ากำลังต้องการตัวฉันมากเหลือเกิน รอยยิ้มแห่งมัจจุราชฉายออกมาให้เห็น สื่อว่าฉันกำลังจะตกเป็นเหยื่อของเขาในอีกไม่ช้า

            “โดนฉันฟันแล้วทิ้งถึงกับอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองเลยงั้นเหรอยัยเฉิ่ม”

            “อย่าคิดว่าตัวเองจะมีอิทธิพลกับผู้หญิงทั้งโลก บอสมันก็แค่ผู้ชายที่เห็นแก่ได้เท่านั้นล่ะ”

            “ปากดีขึ้นนี่สงสัยอยากโดนอีก ไม่เข็ดรึไง”

            “มั่นหน้า! คิดว่าตัวเองหล่อมากขนาดนั้นเหรอ วินแถวหน้าบ้านหนูหล่อกว่านี้ตั้งเยอะแยะ” ฉันก็พูดเอาชนะเขาไปอย่างนั้นเอง แต่ที่จริงแล้วเขาคือผู้ชายที่หล่อที่สุดตั้งแต่ฉันเคยเห็นมา

เสียตัวไม่ว่าแต่เสียหน้าไม่ได้...

            “อย่างน้อยวินพวกนั้นก็ไม่ได้แอ้มเธอเหมือนฉัน หรือว่าเธออ้าขาให้จนครบเกือบทุกคนแล้วหึๆ” เมื่อได้ยินอย่างนั้นฉันก็ชักสีหน้าใส่เขาอย่างไม่พอใจ กำลังจะพ่นคำก่นด่าออกไปแต่ทว่าอีกฝ่ายเตือนสติเอาไว้ก่อน

            “อยากด่าก็ด่าเลย ฉันรู้นะว่าเธออยากอยู่ใกล้ฉันอย่างนี้นานๆ” คำพูดของเขาทำให้ฉันยิ้มหวานเหมือนเดิม เพราะไม่อยากจะโดนสั่งคัทแล้วเริ่มต้นถ่ายใหม่อีกครั้ง

            “หลงตัวเอง สิ่งที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตหนูก็คือบอกรักบอสในวันนั้นจำไว้ด้วย”

            “สิ่งที่ผิดพลาดในชีวิตฉันก็คือมีอะไรกับผู้หญิงอย่างเธอเหมือนกัน”

            “สาธุ...โชคดีจังที่บอสคิดอย่างนี้ หนูจะได้สบายใจว่าจะไม่มีปีศาจตนไหนมาทำร้ายหนูอีก”

            เขากำลังจะตอบกลับมาแต่ทว่าผู้กำกับได้สั่งคัทเสียก่อน

            “คัท!

            ได้ยินอย่างนั้นฉันก็รีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทำให้ศีรษะของบอสหล่นกระแทกบนพื้นหญ้า จากนั้นก็เดินสะบัดตูดกลับมาหาน้องสาวตัวแสบที่ยืนยิ้มให้ฉันอยู่แล้ว

            “ใกล้เสร็จรึยัง ฉันอยากกลับแล้ว” ฉันกระซิบเบาๆ กับยัยอิงฟ้า กลัวว่าเพื่อนของมันจะได้ยินเข้า เดี๋ยวจะหาว่าฉันเรื่องมากอีก

            “อีกสองสามฉากอ่ะพี่ ทนเอาอีกนิดนะ”

            “โอเคๆ”

            บอสเดินเข้ามาหาเราตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ อิงฟ้าส่งยิ้มข้ามศีรษะฉันไป เมื่อมองไปก็เจอกับพระเอกหน้าหล่อส่งยิ้มให้น้องสาวฉันอยู่นั่นเอง

            “น้องเป็นน้องสาวของอิงดาวเหรอครับ”

            “ใช่ค่ะ หนูไม่นึกเลยว่าพี่ชายของตองจะหล่อขนาดนี้” ดูท่าทางน้องสาวฉันจะติดกับผู้ชายคนนี้อีกคนไปแล้ว กลับบ้านจะต้องอบรมสั่งสอนกันให้เข็ดหลาบเลยคอยดู

            “ขอบคุณครับน้อง ว่าแต่เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่าน้า พี่คุ้นหน้าน้องมากๆ เลย” เขาปรายตามองมาที่ฉันอย่างร้ายกาจ ฉันจ้องเขม็งเพื่อสั่งห้ามให้เขาปากมากพูดถึงเรื่องเมื่อวาน

            “เปล่านะคะหนูเพิ่งเคยเห็นหน้าพี่ติณณ์” อิงฟ้าขมวดคิ้ว ทำท่าคิดไปด้วย

            “ยัยฟ้าเราไปคุยกันที่อื่นดีกว่า” ฉันรีบดึงตัวน้องสาวให้ออกไปจากตรงนั้น แต่ทว่าบอสกลับเอ่ยประโยคนั้นออกมาจนได้

            “อ้อ! จำได้แล้วเมื่อวานที่ไปส่งอิงดาวที่บ้านไง ว่าอยู่คุ้นๆ หน้า”

            “อ้าว! โลกกลมจังเลยนะคะไม่นึกว่าพี่ชายตองจะเป็นเจ้านายของพี่ดาวนี่เอง”

            “ใช่แล้วครับ โลกกลมสุดๆ” ฉันเกลียดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นี้เหลือเกิน

            “วันนั้นพวกพี่ไปทำอะไรกันมาคะ หนูถามพี่ดาวก็ไม่ยอมบอก” เอาแล้วไงยัยน้องบ้า หาเรื่องให้ฉันต้องอับอายขายขี้หน้าอีกแล้ว ถ้าผีเจาะปากเขาให้พูดตรงๆ ออกมา มีหวังฉันต้องเอาปี๊บคุมหัวเดินกลับบ้านแน่ๆ

            “เข้าฉากกันได้แล้วครับ”

            เมื่อได้ยินเสียงผู้กำกับฉันก็โล่งใจราวกับได้ยกภูเขาออกจากอก รีบเดินออกไปจากตรงนั้น โดยไม่ลืมที่จะจูงแขนบอสไปด้วย เพราะกลัวว่าจะหว่านเสน่ห์ใส่น้องสาวฉันอีกคน

            จากนั้นเราก็เริ่มถ่ายทำกันต่อ ถ่ายไปได้อีกสามฉากก็ถือเป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ ฉันรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อจะได้รีบกลับบ้าน ล่ำลาเพื่อนๆ ของยัยอิงฟ้าแล้วก็เดินไปที่ถนนใหญ่เพื่อนั่งรถเมล์กลับ โดยไม่สนใจว่าบอสเลยสักนิด

*-*-*-*-*-*-*

            ขณะนั่งรอรถอยู่นั้นก็มีใครบางคนมาดึงแขนฉุดให้ลุกขึ้น ฉันจึงรีบสะบัดแขนทันที กำลังจะหันไปด่า แต่ทว่าคำพูดมันกลับจุกอยู่ที่คอหอยเพราะเขาคนนั้นคือบอสนั่นเอง

            “บอส! 

            “เดี๋ยวฉันไปส่ง”

            “ไม่ไป! หนูกลับเองได้”

            “ก็ฉันบอกว่าจะไปส่งไงล่ะ อย่าเล่นตัวไปหน่อยน่า”

            “ไหนบอกว่ารังเกียจคนจนอย่างหนูมากไงล่ะคะ ทำไมถึงได้ตามก้นมาอย่างนี้ อย่าบอกนะว่าบอสเริ่มติดใจหนูแล้ว” ฉันยิ้มเยาะให้เขารู้ตัวว่ากำลังจะกลืนน้ำลายตัวเอง ปากก็บอกว่าฉันไม่คู่ควรแต่การกระทำกลับไม่ใช่เลย

            “อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย คนอย่างเธอมันก็เป็นได้แค่ของเล่นฉันเท่านั้นล่ะ มานี่!” เขากึ่งลากกึ่งดึงฉันให้เดินไปที่รถ ที่จอดอยู่ห่างจากป้ายรถเมล์ไม่ไกล

            คนที่เดินผ่านไปมาต่างก็มองด้วยความตกใจ บางคนมองบอสราวกับเป็นผู้ร้าย ฉันจึงพยายามร้องขอให้เขาช่วย

            “ช่วยด้วยค่ะนายคนนี้กำลังจะฉุดฉัน”

            “แค่ผัวไม่ทำการบ้านทำเป็นงอนนะที่รัก เมียผมก็งี้ล่ะครับงอนบ่อยๆ ชอบให้ผมง้อด้วยวิธีนี้ เธอไม่ค่อยจะเต็มน่ะครับอย่าไปสนใจเลย” บอสใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกล่อให้คนอื่นเข้าใจฉันผิด คนอะไรจะร้ายกาจได้มากขนาดนี้

            “อย่าไปเชื่อนะคะมันไม่จริง”         

            “โทษทีนะครับผมเคยเจออย่างนี้บ่อยๆ งั้นไม่รบกวนแล้วตามสบาย” ชายคนนั้นยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้น ปล่อยให้ฉันเผชิญกับความร้ายกาจของบอสเพียงลำพัง

            “ถ้าเธอร้องฉันจะจูบต่อหน้าคนเยอะๆ ตรงนี้ล่ะ” เขาชี้หน้าขู่ไว้เมื่อเห็นปากฉันกำลังจะขยับ

            คำขู่ของเขาเป็นผลทำให้ฉันต้องสงบปากสงบคำ ยอมให้อีกอีกฝ่ายจับขึ้นรถได้สำเร็จ จากนั้นบอสจึงขับรถไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมายปลายทาง เหมือนเมื่อวานไม่ผิดเพี้ยน

            “บอสจะพาหนูไปไหนเนี่ย”

            “ไปไหนก็เรื่องของฉัน”

            “ไม่ชอบก็ไม่ต้องมายุ่งวุ่นวายได้ป่ะ หนูไม่ได้ชอบบอสแล้วรู้ไว้ด้วย”

            “เธอจะรักหรือไม่รักฉันมันก็ไม่มีประโยชน์แล้ว เพราะตัวเธอเป็นของฉันแล้ว” เขาพูดเอาแต่ได้จนทำให้ฉันรู้สึกเกลียดมากขึ้น ฉันอยากให้ผู้หญิงทั้งบริษัทเห็นธาตุแท้ของผู้ชายคนนี้มากเหลือเกิน ดูซิว่าจะมีสักกี่คนที่ยังชอบและหลงใหลเขาอยู่

            “ถ้าบอสไม่จอดหนูจะเอาเรื่องนี้ไปบอกกับทุกคนในบริษัท อยากรู้จังว่าถ้าทุกคนรู้จะยังรักและศรัทธาในตัวบอสเหมือนเดิมไหม”

            “ถ้าเธอกล้าก็ลองเลย ฉันมันไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว อีกอย่างใครจะไปเชื่อคนอย่างเธอ”

            “บอส! ต้องการอะไรจากหนูกันแน่ ความอดทนของคนเรามันมีจำกัดนะ” ฉันเหลืออดจึงตะโกนใส่หน้าเขาเสียงดังท่วมรถ ในวินาทีนั้นบอสก็เร่งความเร็วขับรถพาฉันไปที่ไหนสักแห่งโดยไม่พูดไม่จาสักคำ

 

            จุดหมายปลายทางก็คือคอนโดของบอสนั่นเอง หลังจากจอดรถแล้วเขาก็ลากตัวฉันขึ้นมายังห้องพัก แม้ว่าพยายามจะขัดขืนแต่ทว่าอีกฝ่ายกลับขู่ฉันด้วยคำพูดที่ว่า ถ้าเธอไม่ยอมไปดีๆ เป้าหมายต่อไปก็คือน้องสาวเธอ”

            ตอนนี้ฉันเข้ามาอยู่ในห้องสุดหรูที่ถูกตกแต่งสไตล์โมเดิร์น สมกับฐานะท่านประธานของบริษัทผลิตเครื่องสำอางชื่อดังของประเทศ ไม่รู้ว่าเป็นบุญหรือกรรมที่ฉันได้มีอากสขึ้นมาที่นี่อีกครั้ง

            “นั่งเกร็งอย่างกับสาวบริสุทธิ์ซะอย่างนั้นล่ะ” เขาเอ่ยก่อนจะหย่อนก้นนั่งลงข้างๆ พ่นควันสีขาวใส่หน้าฉันเต็มๆ

            “แค่ก! แค่ก! แค่ก! ทำบ้าอะไรหนูไม่ชอบควันบุหรี่” ฉันยกมือขึ้นมาปิดจมูกไว้ มืออีกข้างก็ดันต้นแขนแกร่งให้ออกห่างจากตัว

            “แต่ฉันชอบ” เขาพูดหน้าตายจากนั้นก็พ่นมันมาอีกรอบ จนฉันทนไม่ได้ฟาดมือไปที่หน้าเขาเต็มแรง

            เพี๊ยะ!

            “ที่เล่นตัวเพราะชอบความรุนแรงแบบนี้สินะ” สีหน้าบอสเริ่มน่ากลัวมากขึ้น คีบบุหรี่ไปวางไว้ที่เขี่ยบุหรี่ จากนั้นจึงหันมาสนใจฉันแทน

            “ใครชอบ! จะเอายังไงก็ว่ามา ทำยังไงบอสถึงจะเลิกตอแยหนูสักที”

            “จะเอายังไงงั้นเหรอ ก็ฉันบอกแล้วไงว่าต้องการเธอให้มาเป็นนางบำเรอ แล้วทุกอย่างมันก็จะจบ” เขาว่าแล้วโผเข้ามากอดตัวฉันไว้ โน้มใบหน้าเข้ามาหอมแก้มแรงๆ ราวกับคนโรคจิตก็ไม่ปาน กลิ่นบุหรี่ยังคงตลบอบอวลจนฉันต้องกลั้นลมหายใจไว้

            “ไม่มีทาง! ทำไมหนูจะต้องไปลดค่าตัวเองอย่างนั้นด้วย สู้ไปหาผู้ชายดีๆ สักคนมาเป็นแฟนมันจะไม่ดีกว่าเหรอ ตั้งแต่ได้รู้จักธาตุแท้ของบอสมันทำให้หนูเกลียดคนรวยมาก แฟนหนูไม่จำเป็นต้องรวยล้นฟ้าแต่ขอให้เป็นคนดี และเห็นค่าในตัวหนูก็เพียงพอแล้ว”

            “ผู้หญิงที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นของเล่นฉันแล้ว อย่าหวังว่าจะได้มีโอกาสไปเป็นของคนอื่น ถ้าฉันยังไม่เบื่อรู้ไว้ด้วย” เขาโน้มใบหน้าเข้ามาประกบจูบฉันทันทีหลังพูดจบ บดเบียดริมฝีปากบางอย่างดูดดื่มและรุนแรงราวกับโหยหาสิ่งนี้มานาน มือหนาเลื่อนมาปลดกระดุมเสื้อฉันออกอย่างชำนิชำนาญ รู้ตัวอีกทีก็เหลือเพียงยกทรงตัวเดียวเสียแล้ว

            “อื้อ...หนูไม่ใช่ของเล่นของบอส ชอบคนสวยไม่ใช่เหรอ ชอบคนรวยเหมือนกันไม่ใช่เหรอ หนูไม่ใช่สักอย่าง ฮึก...หนูจะไม่ยอมเป็นของเล่นบอสอีกแล้ว ไม่มีวัน”

ฉันออกแรงผลักเขาจนสำเร็จ จากนั้นจึงตบหน้าอีกหนึ่งฉาด แล้วรีบหยิบเสื้อและกระเป๋าวิ่งออกจากห้องไป ยิ่งได้ฟังคำพูดดูหมิ่นดูแคลนยิ่งเกลียดผู้ชายคนนี้เข้าไส้

            “เก่งนักใช่ไหม” เขารีบเดินตามมารั้งตัวฉันจากด้านหลังไว้ แล้วทุ่มตัวลงบนพื้น ตามลงมาทับทาบไว้ทุกสัดส่วน

            “ปล่อยเดี๋ยวนี้นะไอ้บ้า แกมันโรคจิตฮือๆๆ”

            “เธอขึ้นมากับฉันถึงข้างบนก็น่าจะรู้ว่าต้องเจออะไร อย่าทำเป็นสะดีดสะดิ้งหน่อยเลยน่า”

            “ก็เพราะแกเอาน้องสาวฉันมาขู่ไงล่ะ”

            “หยุดพูดไม่เพราะเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นเธอโดนดีแน่” ได้ยินฉันเอ่ยอย่างนั้นเขาก็หน้าแดงก่ำด้วยความโมโห นี่คือครั้งแรกที่คำพูดฉันมีอิทธิพลกับเขา

            “ไม่หยุด! จนกว่าแกจะปล่อยฉัน”

            “ไม่หยุดใช่ไหมด้ายยย!!

            ....

            ....(NC)

            ….

            “ทำไมบอสไม่ใส่ถุงยาง” เป็นคำถามแรกที่ฉันถามเมื่อตั้งสติได้

            “ฉันลืม” เขาตอบหน้าตาย พรมจูบตามซอกคอฉันไปด้วย ทำเป็นเรื่องเล็กน้อยซะงั้น แต่มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับฉัน

            “พูดง่ายๆ ถ้าหนูท้องขึ้นมาจะทำยังไง หนูไม่อยากให้ลูกเกิดมามีพ่อนิสัยเสียอย่างนี้” ฉันพูดจากใจจริง ถ้าเกิดท้องขึ้นมาคนอย่างบอสมีหรือจะยอมรับผิดชอบ ดีไม่ดีคงจะบอกให้ฉันไปเอาเด็กออกเป็นแน่

            “ปากดีไม่เลิก สรุปเธอจะยอมเป็นเมียบำเรอฉันไหม”

            “คนไม่สวยอย่างหนูคงไม่บังอาจ แม้แต่จะเป็นเมียบำเรอของบอสหรอกค่ะ” ฉันพูดประชดไป

            “ไม่ต้องมาทำเป็นพูดประชดประชัน คนอย่างฉันอยากได้อะไรก็ต้องได้ การเป็นเมียบำเรอฉันมันไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นหรอกนะ ฉันมีเงินให้เธอใช้สบายๆ โดยไม่ต้องทำงาน มาอยู่กับฉันที่คอนโดสบายจะตาย เธอไม่ชอบรึไง” เขาเอาเรื่องเงินมาอ้างอีกแล้ว นี่สินะนิสัยคนรวยชอบซื้ออะไรด้วยเงิน ฉันจะทำให้เขารู้ว่ามันยังมีบางสิ่งที่เงินไม่สามารถซื้อได้

            “ตกลงค่ะหนูยอม แต่หนูจะไม่รับอะไรจากบอสทั้งนั้น และบอสก็ต้องทำตามข้อตกลงของหนูด้วยเหมือนกัน”

            “อวดดีไม่เลิก แล้วข้อเสนอของเธอคืออะไรล่ะ”

            “หนูขอทำงานเหมือนเดิม หนูขอสิทธิ์ที่จะรักใครก็ได้ที่ไม่ใช่บอส แต่หนูสัญญาว่าจะไม่มีอะไรกับใครเด็ดขาดจนกว่าบอสจะเบื่อหนู ในเวลางานเราคือเจ้านายกับลูกน้องกันเท่านั้น”

            “ไม่ได้! เป็นเมียฉันก็ต้องรักฉันสิ” เขาผละตัวออกมาจ้องหน้าฉันอย่างไม่พอใจ

            “ก็บอสเป็นคนบอกเองว่าหนูไม่คู่ควรกับบอส” คำนี้เขาเป็นคนพูดเอง จะมากลืนน้ำลายตัวเองไม่ได้เด็ดขาด

            “เออๆ จะเอาอย่างนั้นก็ได้ ผู้หญิงอะไรเปลี่ยนใจง่ายขนาดนี้วะ คนอย่างเธอก็เป็นได้แค่เมียบำเรอฉันนี่ล่ะ ฉันอยากรู้นักว่าจะมีผู้ชายหน้าไหนเอาเธอเป็นแฟน”    

            “คอยดูละกัน เอามันออกไปได้แล้วค่ะบอส หนูจะได้รีบอาบน้ำ รีบไปซื้อยาคุมฉุกเฉินมากิน หนูกลัวว่าจะท้องกับผู้ชายไร้หัวใจอย่างบอส” ฉันผลักตัวเขาให้ออกห่าง

            “อยากให้เอาออกแล้วจะรัดฉันไว้ทำไมล่ะ” เขากระตุกยิ้มอย่างเป็นต่อ

            “เอ่อ...ก็มันแน่นอ่ะ ไม่ต้องมาอ้างเลยหนูอึดอัดจะแย่แล้ว” ฉันหลบตาเขา เกลียดสายตาคู่นั้นชะมัด มันทำให้หัวใจฉันละลายได้ตลอดเวลาที่จ้องมองกัน

            บอสประกบจูบฉันครู่หนึ่งจากนั้นจึงรีบไปล้างตัวในห้องน้ำ โดยมีบอสเดินตามหลังมาติดๆ ในระหว่างที่เราล้างตัวด้วยกันเขาก็อดใจไม่ไหว เริ่มบทรักอันร้อนแรงอีกครั้ง โดยให้เหตุผลว่ายังไงก็จะกินยาคุมฉุกเฉินอยู่แล้วก็ทำให้มันคุ้ม แถมยังบอกให้ฉันเริ่มกินยาคุมนับจากวันนี้อีกด้วย

                                                               

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

0 ความคิดเห็น