คุณชายสายโหด

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,060 Views

  • 6 Comments

  • 82 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    292

    Overall
    2,060

ตอนที่ 6 : เปลี่ยนตัวเอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 340
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    10 ม.ค. 62

:: [6] ::

เปลี่ยนตัวเอง

 

          “อื้ออ อ่อยยย”

รันถูกจับให้นั่งลงบนชักโครกทันทีที่โดนลากเข้ามาในห้องน้ำ แม้รู้ว่าโอกาสที่จะรอดจากเงื้อมมือของอีกฝ่ายนั้นริบหรี่ แต่เจ้าตัวก็พยายามส่งเสียงร้องอู้อี้ในลำคอออกมาอยู่เนืองๆ อัศปลดเนกไทด์ของรันออกแล้วจัดการปิดบริเวณริมฝีปากเอาไว้ไม่ให้ส่งเสียง ก่อนจะจัดการปลดกระดุมออกจนเห็นเนินอกขาวอมชมพู ตามด้วยกางเกงนักศึกษาสีดำออกโดยเร็ว วันนี้เขาจะทำโทษที่อีกฝ่ายบังอาจหนีออกมาจากคอนโด  

            รันทำได้เพียงใช้เล็บจิกที่แผ่นหลังของอีกฝ่ายเพื่อระบายความเจ็บปวด น้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ไหลลงมาเป็นสาย อัศเสพสมกับเรือนร่างของรันได้ไม่นานก็ต้องเร่งจังหวะปลดปล่อยให้ถึงจุดหมายปลายทางโดยเร็ว เพราะหากนานไปอาจจะมีคนเข้ามาพบเห็นเสียก่อน

            “กูจะให้โอกาสมึงพูดว่าจะยอมกลับไปอยู่คอนโดกับกู” พูดจบอัศก็คลายเนกไทด์ที่กำลังรัดบริเวณปากออกให้ แล้วสวมใส่กางเกงของตัวเองจนเสร็จเรียบร้อย ปล่อยให้อีกฝ่ายนั่งน้ำตาไหลอยู่อย่างนั้น

            “ผมไม่มีทางกลับไปลงขุมนรกนั่นอีกเด็ดขาด” รันเอ่ยออกไปทั้งน้ำตา แล้วค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้นจัดการเช็ดเอาของเหลวที่อัศปลดปล่อยใส่ช่องทางออกอย่างเบามือ หลังจากนั้นก็รีบใส่เสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่อย่างไร้สภาพ

            “มึงเลือกอย่างนี้เองนะรอรับมือกูได้เลย เพราะนี่เป็นแค่การเตือนเท่านั้น” อัศใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่กลางหน้าผากนุ่มของอีกฝ่าย จนศีรษะเกือบกระแทกกับผนังห้องน้ำ แล้วเดินออกไปอย่างสบายใจ

            เมื่ออยู่เพียงลำพังแล้วรันก็ก้มหน้าร้องไห้ ระบายความอัดอั้นในใจ ทำไมไม่ต่างคนต่างอยู่กันเสียที ในเมื่อเกลียดแล้วจะมาวุ่นวายกับเขาอีกทำไม รันได้แต่นั่งครุ่นคิดอยู่คนเดียว ยังไม่กล้าออกไปพบเจอใครในตอนนี้

 

            อีกฟากหนึ่งอาโปกึ่งลากกึ่งดึงตัวภพไปที่หลังโรงอาหาร เมื่อพบว่าปลอดผู้คนแล้วก็จัดการผลักตัวไปจนแผ่นหลังชิดกับผนังตึก หลังจากนั้นก็ใช้สองมือแกร่งกักตัวเอาไว้ ก่อนจะทำหน้าเหี้ยมไม่ต่างจากนักเลง แต่มีหรือที่ภพจะรู้สึกกลัว เขาไม่ใช่คนอ่อนแอเหมือนรันแม้แต่น้อย

            “พวกพี่กำลังคิดจะทำอะไร” ภพจ้องหน้าอย่างไม่เกรงกลัวแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง

            “มันไม่ใช่เรื่องของมึงอย่าเสือก” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับสายตาคมที่จ้องมองอย่างน่าเกรงขาม

            “ทำไมจะเสือกไม่ได้ก็รันเป็นเพื่อนผม พี่นั่นล่ะอย่ามาเสือก” ภพตะโกนใส่หน้า เขากระจ่างใจแล้วว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงเป็นเพื่อนกับอัศได้ เพราะมีนิสัยเลวทรามต่ำช้าเหมือนกันอย่างไม่ผิดเพี้ยน

            “เอ๊ะ! ไอ้ห่านี่มึงกวนตีนกูเหรอวะ” คำพูดของภพเริ่มกระตุกต่อมโมโหของอาโปขึ้นมาแล้ว ตอนแรกก็ว่าจะกันตัวออกมาเฉยๆ แต่ตอนนี้เริ่มอยากจะทำอะไรมากกว่านั้นซะแล้วสิ

            “แล้วไงวะก็มึงไม่ใช่พ่อกูนี่หว่า ปล่อยสิวะ! กูจะไปช่วยเพื่อนไม่ให้ถูกไอ้ผู้ชายเลวๆอย่างเพื่อนมึงทำร้าย” ไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องพูดดีด้วยแล้ว ในเมื่อเลวมาเขาก็จะเลวกลับไป

            “ยิ่งมึงพูดอย่างนี้กูยิ่งจะไม่ปล่อย ปากดีนักนะเจอกูเข้าไปแล้วมึงจะหนาว” อาโปโกรธจนหน้าแดงก่ำ ขณะจ้องเขม็งไปที่ใบหน้าเรียว ที่กำลังทำหน้าตายียวนกวนประสาทเขาอยู่

            “หนาวเหี้ยอะไรนี่ฤดูร้อนโว้ย” ภพยังกวนตีนไม่เลิก อยากจะรู้นักว่านายนี่จะทำอะไรเขาได้

            “กูเริ่มจะชอบความกวนตีนของมึงซะแล้วสิ” ว่าแล้วอาโปก็โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ๆ หากจะต่อยตีคงไม่ทำให้ไอ้เด็กคนนี้รู้สึกสำนึกเป็นแน่ จึงใช้วิธีที่เขาถนัดนั่นคือการเมคเลิฟนั่นเอง

            “กะ..กูไม่กลัวมึงหรอก” ภพยืนตัวแข็งพยายามกลั้นหายใจ เมื่อใบหน้าคมเข้ามาใกล้จวนจะสัมผัสกันแล้ว

            “เหรอวะ..” เสียงเข้มเอ่ยข้างใบหู ก่อนจะค่อยๆซุกไซร้ที่ซอกคอขาวอย่างช้าๆจนภพต้องเอียงหน้าหนี ภพอยากจะซัดหมัดให้หน้าคว่ำซะเหลือเกิน แต่ติดที่มือเรียวทั้งสองข้างถูกตรึงแนบติดกับกำแพงตึก “ตัวหอมนี่หว่าไม่น่าปากหมาเลยเนาะ” พูดแล้วอาโปก็แค่นยิ้มออกมา

            “ปล่อยกูเดี๋ยวนี้...ไม่งั้นร้องให้คนช่วยแน่” ภพเริ่มขู่อีกฝ่ายเมื่อไม่มีทางเลือกแล้ว

            “มึงร้องกูจูบเอาสิ” อาโปจ้องตาร่างเล็กพร้อมกับยักคิ้วให้ เขารู้แล้วว่าจะจัดการกับไอ้เด็กดื้อคนนี้ยังไง

            “มะ..มึงไม่กล้าหรอก” ภพตอบเสียงสั่น ในใจก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะทำอย่างที่พูดจริงๆ

            “ร้องดังๆเลยสิ เอาเล้ยยย” อาโปท้าทาย

            “ชะ..อื้อออ” ภพตัดสินใจร้องให้คนช่วย แต่ริมฝีปากบางถูกประกบเอาไว้เสียก่อน

อาโปไม่ยอมให้ใครเข้ามาขัดจังหวะการสำเร็จโทษเด็กดื้อคนนี้แน่นอน เจ้าตัวบดจูบอย่างรุนแรงหมายใจจะให้อีกฝ่ายอ่อนระทวยให้จงได้ เสียงจังหวะการหายใจของภพดังถี่ระรัว เพราะนี่คือจูบแรกของเจ้าตัว

หลังจากอีกฝ่ายเริ่มยืนนิ่งแล้ว อาโปก็จัดการเลื่อนริมฝีปากที่ไปลำคอขาวก่อนจะดูดจนเป็นจ้ำแดงๆ

“ทำบ้าอะไรวะเดี๋ยวมันก็เป็นรอยหรอก” เมื่อได้สติภพก็ตะโกนด่าทันที

            “เวลามึงเห็นรอยนี้จะได้นึกถึงกูไงล่ะหึๆ” อาโปหัวเราะในลำคอแล้วปล่อยอีกฝ่ายให้เป็นอิสระ

            “ไอ้สารเลว ไอ้เหี้ย ไอ้...” ภพไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าให้สาสมใจ จากนี้ไปไอ้ผู้ชายคนนี้จะเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของเขา ถ้าเจอหน้าอีกครั้งจะจัดการให้เข็ดหลายเลยคอยดู

            “อย่ามัวแต่เสียเวลามาด่ากู รีบไปดูเพื่อนมึงสิป่านนี้ไอ้อัศคงจะจับทำเมียเสร็จไปหลายรอบแล้วมั้ง” พูดแล้วก็ยกยิ้มที่มุมปากเยาะเย้ยอีกฝ่าย

            “กูฝากไว้ก่อน วันหลังมึงได้ตายแน่” ภพชี้หน้าอีกฝ่ายแล้วรีบวิ่งเข้าไปในตัวอาคารทันที

 

            ภพรีบวิ่งสุดชีวิตจนมาถึงหน้าห้องน้ำ ป้ายกำลังทำความสะอาดยังคงแขวนอยู่เหมือนเดิม เจ้าตัวจึงรีบเปิดประตูเข้าไปทันที

            “รันแกอยู่ในนี้รึเปล่า” ภพตะโกนเรียกพร้อมส่องสายตาหาเพื่อนรัก เมื่อเห็นประตูห้องส้วมเพียงหนึ่งเดียวที่ปิดไว้ก็รีบเดินตรงไปแล้วเคาะทันที “แกอยู่ในนี้ใช่ไหมรัน..ตอบฉันหน่อยสิ” ภพมั่นใจว่าคนที่อยู่ด้านในต้องเป็นเพื่อนของตัวเองแน่นอน

            “ภพ..ฉันอยู่ในนี้ ฮึก” รันตอบรับเพื่อนแล้วพยายามใช้หลังมือปาดน้ำตาออกจากแก้มขาวนวล

            “แกเป็นอะไรรึเปล่า เปิดประตูหน่อยสิ ฉันเป็นห่วงแกนะเว้ย” 

            “แกออกไปก่อนได้ไหมเดี๋ยวฉันจะตามออกไป” รันไม่อยากให้เพื่อนมาเห็นสภาพตอนนี้ มันช่างน่าสมเพชเสียเหลือเกิน

            “แกไม่เป็นไรจริงๆนะ แล้วไอ้บ้านั่นมันทำอะไรแกหรือเปล่าบอกฉันมา” ภพไม่ยอมออกไปไหนแน่ หากยังไม่มั่นใจว่าเพื่อนปลอดภัยแล้ว

            “ฉันไม่เป็นไรจริงๆแก...ออกไปก่อนเถอะเดี๋ยวฉันตามไป” รันพยายามคุมน้ำเสียงให้นิ่ง เพื่อไม่ให้เพื่อนรู้สึกเป็นกังวล

            “โอเคๆรีบออกมานะ ฉันจะไปรอที่เดิม”

            “อื้ม...เดี๋ยวตามไป” รันตอบรับเพื่อนไปอย่างนั้นเอง จริงๆแล้วตั้งใจจะรีบกลับหอพักเพื่อไปล้างเนื้อล้างตัว ล้างเอาคราบความเลวร้ายของผู้ชายคนนั้นออกจากชีวิต เขาไม่อยากจะอ่อนแออย่างนี้อีกแล้ว อยากเป็นคนใหม่ที่ไม่ต้องโดนรังแกอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

            เมื่อแน่ใจว่าเพื่อนได้ออกไปแล้ว รันก็ค่อยๆแง้มประตูเปิดออกมา แล้วลุกขึ้นเดินออกมาอย่างทุลักทุเล แม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกแต่มันก็รู้สึกเจ็บปวดไม่ต่างกันเลย

           

            รันเดินเลี่ยงออกมาอีกทางแล้วนั่งแท็กซี่กลับมาที่ห้อง ก่อนจะรีบเข้าไปล้างตัวในห้องน้ำ ปล่อยให้น้ำจากฝักบัวไหลลงมาชำระล้างมลทินที่อัศได้สร้างไว้ เจ้าตัวได้แต่น้อยใจในโชคชะตาที่ไม่สามารถหลีกหนีอีกฝ่ายพ้นเสียที

            เมื่อระบายความเจ็บปวดไปกับสายน้ำจนหมดสิ้นแล้ว รันก็เช็ดตัวและผมจนแห้งสนิท ก่อนจะสวมเสื้อผ้าแล้วขึ้นไปนอนบนเตียงแล้วหลับตาลงตั้งใจจะงีบเพื่อเอาแรง แต่ระหว่างนั้นก็มีสายโทรเข้ามา ทำให้เจ้าตัวลืมตาขึ้นอีกครั้ง และนึกขึ้นได้ว่าลืมโทรไปบอกเพื่อนว่าได้กลับมาที่ห้องแล้ว สงสัยคงจะโทรมาตามตัวแน่แล้ว

            “ฮัลโลแก” รันเอ่ยรับสาย

            [“รันแกอยู่ไหนกันแน่เนี่ย ฉันกลับไปหาที่ห้องน้ำก็ไม่เจอ โทรมาเป็นสิบๆสายก็ไม่รับ พวกฉันเป็นห่วงแกนะเว้ย”] เสียงของภพดังผ่านสายมา บ่งบอกว่ากำลังร้อนใจอยู่ไม่น้อย

            “ฉันขอโทษนะแก ตอนนี้ฉันอยู่ที่ห้องแล้วพอดีรู้สึกไม่ค่อยสบายเลยกลับมาก่อน โทษทีที่ฉันลืมโทรบอก” รันรู้สึกผิดที่ทำให้เพื่อนทั้งหมดต้องเป็นห่วงมากขนาดนี้

            [“เห็นแกไม่เป็นอะไรก็โล่งใจแล้วล่ะ เดี๋ยวพวกฉันจะไปหาที่ห้องนะ”] ภพเอ่ย

            “โอเคๆ รีบมานะฉันมีอะไรให้ช่วยหน่อย”

            [“รอแป๊บนึงเดี๋ยวรีบไปตอนนี้เลย”]

            หลังจากวางสายเพื่อนแล้วรันก็ลุกขึ้นเดินไปนั่งที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง จ้องมองตัวเองในกระจก นี่คือรันคนเก่าที่เขาจะได้เห็นในกระจกเป็นครั้งสุดท้าย  ต่อจากนี้ไปจะมีเพียงรันคนใหม่ที่ไม่ได้อ่อนแอเหมือนแต่ก่อน ครั้งนี้เขาจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ได้ เพื่อรับมือกับการมาเยือนของอัศอีกครั้ง กว่าเพื่อนจะมาถึงก็อีกหลายนาที เจ้าตัวจึงลุกขึ้นไปนอนรอบนเตียง อย่างน้อยก็น่าจะทำให้อาการปวดทุเลาลงได้บ้าง

 

            ไม่ถึงยี่สิบนาทีเพื่อนทั้งสามคนก็มาถึง เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้องรันก็ลุกขึ้นไปเปิดประตูให้ ก่อนจะเดินกลับมานอนอยู่บนเตียงเช่นเดิม

            “รัน! ไอ้คุณชายนั่นมันทำอะไรแก ทำไมถึงได้กลับมานอนซมที่ห้องอย่างนี้” หมิววางกระเป๋าไว้บนโต๊ะอ่านหนังสือแล้วเดินมาหาเพื่อนที่เตียง

            “ฉันไม่อยากพูดถึงมันอีกอ่ะ” รันทำหน้าเศร้าทันทีที่ถูกเพื่อนถาม

            “แกพูดอย่างนี้พวกฉันก็พอจะรู้แล้วล่ะว่ามันเกิดอะไรขึ้น อย่าคิดมากนะพวกฉันจะอยู่ข้างๆแกเสมอ” แอนนั่งลงข้างเตียงแล้วจับมือเพื่อนรักไว้

            “แล้วที่บอกว่ามีอะไรจะให้ช่วย...คืออะไรวะ” ภพเอ่ยถามเมื่อนึกขึ้นได้

            “ฉันอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองอ่ะ ฉันไม่อยากอ่อนแอให้คนอื่นรังแกอีกแล้ว” รันค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้นนั่งแล้วมองหน้าเพื่อนทั้งสามคน เพื่อรอฟังคำแนะนำ

            “ฉันดีใจที่แกลุกขึ้นสู้อย่างนี้ ต่อไปพวกนั้นจะไม่มีทางทำอะไรพวกเราได้อีก” ภพพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น ราวกับเป็นฝ่ายโดนกระทำเสียเอง นั่นเพราะตอนนี้เจ้าตัวกำลังนึกถึงใบหน้าของชายหนุ่มที่ฝากรอยแดงไว้บนคอของเขานั่นเอง

            “อีภพแกพูดเหมือนโดนใครทำอะไรมาซะอย่างนั้น” แอนเอ่ยถามด้วยความสงสัย

            “ปะ...เปล่าซะหน่อย” เมื่อโดนเพื่อนจับผิดเจ้าตัวก็ทำหน้าเหลอหลาทันที นั่นยิ่งทำให้คนทั้งห้องเปลี่ยนมาสนใจที่ตัวภพแทน

            “แล้วคอแกไปโดนอะไรมา เดินไปตามหารันแล้วปิดปลาสเตอร์กลับมาซะงั้น ดึงมันออกจากคอเดี๋ยวนี้เลยฉันอยากรู้ว่ามันเป็นแผลหรืออะไรกันแน่” ยิ่งเห็นท่าทางมีพิรุธของเพื่อนยิ่งทำให้แอนอยากรู้มากขึ้นไปอีก

            “แกโดนใครทำอะไรมาหรือเปล่าภพ ฉันไม่อยากให้เพื่อนต้องมาเจ็บตัวเพราะฉันนะ” รันเอ่ยถามทันทีเมื่อรู้ว่าภพได้รับแผลกลับมาหลังจากไปตามตัวเขา

            “ไม่มีอะไรจริงๆ ที่คอฉันเป็นแผลเพราะ...เพราะ....โดนมือตัวเองข่วนน่ะ” คำแก้ตัวของภพไม่สามารถทำให้เพื่อนๆเชื่อแม้แต่น้อย

            “มันมีพิรุธขนาดนี้จะถามมันทำไมอีกยะ” หมิวเดินเข้าไปใกล้ๆแล้วดึงปลาสเตอร์แผ่นนั้นออกมา ภพจึงรีบเอามือปิดเอาไว้ทันที

            “เอามือออกเดี๋ยวนี้” แอนทำเสียงเข้มขู่เพื่อนพร้อมกับจ้องเขม็ง

            ดูท่าจะไม่รอดแล้วภพจึงค่อยๆเอามือออกจากการปกปิดรอยแดงช้ำที่ต้นคอทันที

            “รอยช้ำนี่มัน....แกไปโดนใครดูดคอมาอีภพ!” หมิวตะโกนเสียงดังด้วยความประหลาดใจ เธออยากจะรู้เหลือเกินว่าใครเป็นคนทำรอยไว้บนคอเพื่อน

            รันพอจะเดาออกว่าใคร ภพเดินไปตามหาเขาที่ห้องน้ำ แต่เขากลับไม่ได้ยินเสียงเรียกของเพื่อนเลย นั่น อาจจะเป็นเพราะโดนอาโปขัดขวางอยู่แน่นอน

            “พี่อาโปใช่ไหมภพ” หากเพื่อนตอบว่าใช่เขายิ่งจะแค้นอัศมากขึ้นไปอีก ทำร้ายเขาไม่พอยังจะลากเพื่อนตัวเองมาทำร้ายภพอีกด้วย ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าคนพวกนี้ให้สำนึกได้

            “แกรู้ได้ไงวะ” ภพเบิกตากว้างเพราะไม่นึกว่ารันจะเดาได้ถูกเผงขนาดนี้

            แอนได้ยินอย่างนั้นถึงกับอ้าปากค้าง ไม่นึกเลยว่าคนที่เธอแอบชอบมาตลอดจะไปดูดคอเพื่อนรักจนเป็นรอยแดงจ้ำขนาดนั้น

            “ทำไมพี่อาโปทำอย่างนี้เนี่ยยยย คนอุตส่าห์แอบชอบมานาน” แอนทำหน้าเซ็งๆแล้วเอามือเรียวปิดแก้มทั้งสองข้างเอาไว้

            “แกไม่โกรธฉันใช่ไหมแอน ฉันไม่ได้อ่อยไอ้บ้านั่นนะเว้ย...ตอนนั้นฉันกำลังจะเข้าไปช่วยรันในห้องน้ำ แต่โดนมันจับตัวไปที่หลังโรงอาหารแล้วก็...ทำรอยนี่อ่ะ” ภพเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เพื่อนฟัง

            “ฉันไม่โกรธแกหรอก แต่ฉันโกรธพี่อาโปมากกว่า มาทำกับเพื่อนฉันอย่างนี้ได้ยังไงกัน...เลวทั้งฝูงเลย” แอนด่าไม่ยั้ง แม้จะชอบผู้ชายคนนั้นมากแค่ไหนก็ตาม แต่สำหรับเธอเพื่อนก็มาก่อนเสมอ

            “ที่ฉันไม่กล้าบอกเพราะกลัวว่าแกจะตบฉันน่ะสิ” ภพบอกความจริงที่ต้องปกปิดเรื่องนี้ไว้ และก็กลัวว่าเพื่อนจะเสียใจ ที่รู้ว่าผู้ชายที่ตัวเองชอบมาทำอย่างนี้กับเพื่อนตัวเอง

            “คนที่ฉันจะตบก็คือพี่อาโปต่างหากล่ะ” แอนเอ่ยด้วยความจริงจัง

            “จะกล้าเหร้อ” หมิวเบ้ปากแล้วปรายตามองเพื่อน เหมือนเป็นการท้าทาย

            “ทำไมจะไม่กล้ายะ พวกแกรอดูนะถ้าเจอหน้าอีกครั้งฉันจะสั่งสอนให้ดู” พูดแล้วก็โชว์หมัดน้อยๆขึ้นมา

            “โอเคแล้วพวกฉันจะคอยดู” หมิวเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

            “เอ้อ...มัวแต่คุยเรื่องของฉันลืมเรื่องของไอ้รันไปเลย สรุปแกจะให้พวกฉันช่วยอะไรบ้างบอกมาเลย”

            “สิ่งแรกที่ฉันอยากจะทำก็คือ...ทำสีผมใหม่” เมื่อพูดจบแล้วเพื่อนทั้งสามคนก็ทำหน้าเหวอพร้อมกัน เพราะรันไม่เคยชอบเรื่องพรรค์นี้เลย เจ้าตัวเป็นคนที่ไม่ชอบแต่งตัว ไม่ชอบตามแฟชั่น ทำให้ดูเหมือนเด็กใสๆที่หน้าตาดีคนหนึ่งเท่านั้นเอง

            “ทำสีผม!” หมิวเอ่ยแล้วยื่นหน้าเข้าไปจ้องเพื่อนใกล้ๆอย่างเหลือเชื่อ

            “ต่อไปนี้พวกแกต้องช่วยฉันเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่ ฉันจะไม่ใช่รันคนเดิมอีกแล้ว ฉันจะต้องแกร่งและรู้ทันคนมากขึ้นจะได้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของใครอีก” รันเอ่ยกับเพื่อนด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

            “อย่างนี้สิเพื่อนฉัน สู้ก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุดไปเลย” แอนเอ่ยขึ้นด้วยความสะใจ

            “ถ้างั้นพรุ่งนี้เราไปร้านเสริมสวยกัน ฉันจะเลือกสีผมแจ่มๆให้แกเลยคอยดู” หมิวทำท่าระริกระรี้เมื่อนึกถึงลุคใหม่ของเพื่อนที่จะได้เห็นพรุ่งนี้

            “หลังจากนั้นก็ไปสมัครเรียนเทควันโด้จนเอาสายดำมาให้ได้ จะได้เตะปากพวกนั้นเวลาเจอกันอีก” แอนเอ่ยขึ้นตาม

            “เรื่องเทควันโด้คงไม่ได้หรอก เพราะช่วงนี้ฉันจะต้องประหยัดเงิน แถมยังต้องหางานพิเศษทำอีกด้วย พวกแกก็รู้ว่าตอนนี้แม่ไม่ได้ให้เงินฉันใช้แล้ว” ใจจริงรันเองก็อยากจะทำตามที่เพื่อนๆแนะนำให้หมดทุกเรื่อง แต่ติดตรงเรื่องค่าใช้จ่ายนี่สิ

            “ฉันนึกอะไรออกแล้ว...ให้พี่เต๋าช่วยสอนสิ ลืมไปแล้วเหรอว่าพี่เต๋าเป็นนักกีฬาเทควันโด้ของมหาลัย” ภพยึกขึ้นได้ก็รีบบอกกับเพื่อนๆ

            “ฉันไม่อยากรบกวนพี่เขาน่ะสิ” รันเอ่ย

            “ถ้าแกอยากจะเป็นคนใหม่จริงๆ เรื่องนี้แกต้องทำได้ แกต้องกล้าไปขอร้องพี่เต๋าให้ช่วยสอน นี่คือสิ่งแรกที่แกต้องพิสูจน์ตัวเองให้พวกฉันดู ไอ้นิสัยเกรงใจคนเอาเก็บไว้ก่อน” ภพแนะนำ

            “ได้! ฉันจะทำให้พวกแกดูเอง” เมื่อนึกถึงสิ่งที่อัศเคยทำไว้ ก็ทำให้เจ้าตัวมีแรงฮึดสู้ขึ้นมาทันที

            “เวลาอ่อนแอให้นึกถึงเรื่องที่ไอ้คุณชายนั่นทำกับแกไว้ มันจะช่วยให้แกไม่กลับไปอ่อนแออีกแน่นอน” ภพให้คำแนะนำเพื่อนอย่างเด็ดเดี่ยวและจริงจัง ในใจก็นึกถึงใบหน้าหล่อคมของนักฟุตบอลมหาวิทยาลัยคนนั้น เขาเองก็ต้องแข็งแกร่งเพื่อจะทำการสู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่ช่วยเพื่อนรัก

            “ฉันจะสู้...ไม่ทำให้พวกแกผิดหวังแน่นอน”

            รันยิ้มให้เพื่อนทั้งสามคนด้วยความมุ่งมั่น ครั้งนี้ไอ้คุณชายนั่นมันจะเป็นแค่ขยะที่เขาเคยใช้งานมาแล้วเท่านั้น จะไม่มีใครมาทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจเขาได้อีกแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

0 ความคิดเห็น