คุณชายสายโหด

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 3,846 Views

  • 23 Comments

  • 212 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    188

    Overall
    3,846

ตอนที่ 5 : ซาตานร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 760
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    4 ม.ค. 62

:: [5] ::

ซาตานร้าย

 

          ผ่านมาเกือบสัปดาห์แล้วที่รันย้ายออกมาจากคอนโด ตอนนี้ชีวิตรันมีความสุขขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว เพราะไม่ต้องทนฟังคำก่นด่าทุกๆวันเหมือนแต่ก่อน ไม่ต้องทนฝืนเอาใจใคร มีเวลาอ่านหนังสือมากขึ้น และที่สำคัญไม่ต้องทนเห็นหน้าผู้ชายที่ข่มเหงรังแกเขาอย่างไร้ความเมตตาปรานีอีกต่อไป

            วันนี้รันและเพื่อนๆได้รับมอบหมายจากรุ่นพี่ในชมรมหมออาสา ให้มาส่งเอกสารที่กองกิจการนักศึกษา นั่นเพราะในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะต้องไปออกค่ายที่ต่างจังหวัดแล้ว จึงต้องทำหนังสือแจ้งทางมหาวิทยาลัยเสียก่อน

            “ปีนี้พี่จิ๋วบอกรึยังว่าจะเลือกไปจังหวัดไหนแก” แอนเอ่ยถามขณะทั้งสี่คนเดินตรงไปยังสำนักงานกองกิจการนักศึกษา

            “ฉันแอบได้ยินมาว่าปีนี้จะไปที่ขอนแก่นนะ” รันตอบเพื่อน เพราะเมื่อหลายวันก่อนบังเอิญได้ยินรุ่นพี่ประชุมกันที่คณะ

            “ไกลอ่ะไปอีสานเลยหรอ” ดูท่าทางแอนจะรู้สึกไม่ปลื้มที่ต้องเดินทางไกล

            “แกเป็นหมอนะถ้าบังเอิญได้ไปใช้ทุนที่ไกลๆกว่านี้จะไม่เป็นบ้าตายเลยเหรอ นี่แค่ไปเข้าค่ายเองนะยะ” หมิวว่าให้เพื่อน

            “แกอย่าพูดอย่างนั้นสิฉันยิ่งกลัวๆอยู่ด้วย” แอนทำหน้างองุ้มทันที

            “ฉันว่าแกเลิกเรียนหมอเถอะยัยแอน” ภพเอ่ยประชดประชันเพื่อน

            “แกจะบ้าเหรออีภพกว่าจะสอบเข้าได้เลือดตาแทบกระเด็น ที่ฉันกังวลไม่ใช่อะไรหรอก เพราะกลัวจะไม่ได้เห็นหน้าผู้ชายเท่านั้นเอง” พูดแล้วก็ทำท่าเขินอายเดินบิดตัวไปมา จนคนอื่นๆมองด้วยความสงสัย และคิดตรงกันว่าสงสัยเพื่อนจะมีความรักเข้าให้แล้ว

            “ทุกคนหยุดก่อน!” หมิวเอ่ยขึ้นเสียงดัง ก่อนจะถึงหน้าห้องกิจการนักศึกษาแค่ไม่ถึงร้อยเมตร ทุกคนหันมามองต้นเสียงเป็นตาเดียวกันด้วยความสงสัย

            “อะไรอีกยัยหมิวจะถึงอยู่แล้วเชียวเสียเวลา” แอนเอ่ยขึ้น แล้วปรายตามองเพื่อนอย่างขัดใจ

            “บอกพวกฉันมาว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร” หมิวชี้หน้าถามเพื่อนทันที แอนได้ยินก็ทำหน้าเหลอหลาแล้วพยายามเปลี่ยนเรื่อง

            “อย่ามาสนใจฉันเลย ไม่มีอะไรหรอกแค่พูดเล่นไปอย่างนั้นเอง” แอนรีบปฏิเสธทันควัน เพราะที่จริงแล้วเธอเป็นแค่หนึ่งในคนที่แอบชอบผู้ชายคนนั้น

            “อย่ามาปิดบังพวกฉัน เราเป็นเพื่อนกันนะ แกแอบไปมีแฟนตั้งแต่ตอนไหนทำไมพวกฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลย” ภพเอ่ยย้ำอีกเสียง พร้อมจับจ้องไปที่เพื่อนด้วยสายตาเฉียบคม

            เมื่อโดนเพื่อนกดดันแอนก็ทนไม่ไหว จำต้องบอกความจริงออกไป

            “ฉันยังไม่ได้มีแฟน...ก็แค่แอบชอบเท่านั้นเอง” แอนหลับตาเอ่ยออกไปด้วยความอาย

            “ฮ่าๆๆ ผู้ชายโชคร้ายคนนั้นเป็นใครกันนะ” หมิวขำทันทีที่รู้ความจริงจากปากเพื่อน ว่าแล้วไงคนเฉิ่มเบ๊อะอย่างแอนใครจะมาสนใจกัน

            “เห็นไหมล่ะพอบอกความจริงแล้วพวกแกก็หัวเราะเยาะฉัน” แอนทำหน้าบูดบึ้งงอนให้กับเพื่อนทั้งสามคน

            “ฉันขอโทษลืมตัวไปหน่อย” พูดแล้วหมิวก็ยังขำไม่หาย

            “แล้วสรุปผู้ชายคนนั้นเป็นใคร” ภพยังคาใจไม่หายแม้จะยังมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าก็ตาม

            “ไม่บอก! ถ้าบอกพวกแกก็ต้องล้อฉันอีกแน่” แอนเริ่มไม่ไว้ใจเพื่อนแล้ว หลังจากโดนหัวเราะเยาะมาก่อนหน้า

            “ฉันสัญญาว่าจะไม่ขำแก” หมิวยกสามนิ้วขึ้นเป็นการให้สัญญา

            “ฉันด้วย” รันเอ่ยตาม

            “ฉันด้วย” และภพด้วยอีกคน

            แอนมองหน้าเพื่อนทั้งสามคนด้วยความลังเล ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยขึ้นมา

            “พี่เขาเรียนวิศวะปีสี่ชื่อ อาโป เป็นนักฟุตบอลของมหาลัยด้วยล่ะ” แอนพูดไปยิ้มไป

            เมื่อได้ยินชื่อนี้ก็ทำให้รันนึกถึงเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มของอัศที่เคยมาปาร์ตี้ในคอนโดทันที จะใช่คนเดียวกันหรือเปล่านะ ถ้าใช่ก็ถือว่าโลกมันช่างกลมเสียจริงๆ

            “ระดับนั้นเขาไม่มีทางมาแลแกหรอกย่ะ สาวๆคงจะตามกรี๊ดกันตรึม” หมิวพูดตัดกำลังใจเพื่อนซะเต็มประดา เพราะไม่อยากให้หวังอะไรมาก ระดับนักฟุตบอลของมหาลัยคงจะมีสาวๆสวยๆมาให้เลือกเยอะแยะมากมาย

            “ใครจะรู้ฉันเองก็สวยนะยะอย่าลืม” แอนทำลอยหน้าลอยตาต่อหน้าเพื่อนอย่างมั่นใจ

            “สวยแบบแปลกๆน่ะสิ”

            “ชิส์!” แอนแยกเขี้ยวใส่เพื่อนแล้วสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง

            ก่อนที่จะเสียเวลาไปมากกว่านี้ รันก็เอ่ยแทรกขึ้นมาก่อน

            “ฉันว่าเรารีบเอาเอกสารไปส่งก่อนดีกว่าจะได้ไปกินข้าวกัน นี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว” รันเอ่ยขึ้นหลังจากมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือแล้ว

            “เออ...ลืมไปเลยว่ะ ป่ะๆๆ” ภพเอ่ยเสริมขึ้นอีกเสียง

            ขณะที่ทั้งสี่คนกำลังจะเดินไปนั้นก็มีเสียงเข้มของใครบางคนเอ่ยเรียกเอาไว้เสียก่อน

            “เดี๋ยว!” เสียงนั่นทำให้รันหยุดชะงัก พร้อมกับขมวดคิ้วแล้วกรอกลูกตาไปมาด้วยความสงสัย เขารู้สึกคุ้นหูกับเสียงนั่นซะเหลือเกิน หวังว่าคงไม่ใช่คนที่เขากำลังหลบหน้าอยู่หรอกนะ

            “กรี๊ดด! พี่อาโป!” เมื่อได้ยินเสียงแอนดังขึ้น รันก็พอจะรู้แล้วว่าเจ้าของเสียงนั่นคือใคร คนที่แอนชอบคงจะเป็นอาโปเพื่อนของอัศนั่นเอง เขาไม่อยากจะหันหน้ากลับไปมองอัศเลยแม้แต่น้อย เพราะกลัวสายตาคมคู่นั้นจะทำให้ใจที่เริ่มเข้มแข็งต้องอ่อนแอลงอีกครั้ง

            “หวัดดีน้องแอน พี่ไม่รู้มาก่อนเลยว่าเราจะเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับน้องรันด้วย” เมื่ออาโปเอ่ยขึ้น รันจึงหันกลับไปมองก็เจอกับสายตาคมที่คุ้นเคยจ้องมองมาอย่างดุดัน ภพและหมิวจับมือเจ้าตัวเอาไว้เพราะรู้ว่ากำลังรู้สึกอย่างไร

            “แอนก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าพี่จะเป็นเพื่อนกับคุณชายด้วย” แม้จะปลื้มผู้ชายคนนี้มากเพียงไหน แต่เมื่อรู้ว่าเป็นเพื่อนกับผู้ชายที่ทำร้ายเพื่อน ก็ทำให้แอนรู้สึกไม่ปลื้มขึ้นมาทันที

            “โลกมันกลมจังเลยเนาะ...ว่าไหม” แม้ว่าอัศจะแสดงออกทางสีหน้าเหมือนปกติ แต่รันสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตจากสายตาคมคู่นั้นที่จ้องมองมา

            “ฉันว่าเราไปกันเถอะ” รันเอ่ยกับเพื่อนแล้วเดินนำหน้าไปก่อน ส่วนเพื่อนทั้งสามคนก็มองหน้าอัศด้วยความไม่พอใจแล้วเดินตามหลังไป

            อัศและอาโปก็มาที่กองกิจการนักศึกษาเพื่อมาส่งเอกสารของชมรมวิศวะอาสาเช่นเดียวกัน

            “กูรู้สึกว่าเพื่อนๆของน้องรันดูท่าจะไม่ปลื้มมึงนะ” อาโปเอ่ยถามขณะมองตามหลังไป

            “มันคงจะใส่ร้ายกูให้เพื่อนมันฟัง”

            “ใส่ร้ายตรงไหนวะก็มึงทำกับน้องเขาเกินไปจริงๆ ถ้ากูเป็นเพื่อนน้องรันก็ต้องมองมึงแบบนั้นเหมือนกันล่ะวะ” อัศปรายตามองเพื่อนด้วยความไม่พอใจทันที

            “สรุปมึงจะอยู่ข้างใครกันแน่” อัศเอ่ยกับเพื่อนด้วยน้ำเสียงที่ดูโหดขึ้นมาทันที

            “อยู่ข้างมึงสิวะเพื่อน” แม้จะรู้สึกสงสารรันอยู่ไม่น้อยที่โดนเพื่อนข่มเหง แต่เขาก็ยังจะอยู่ข้างเพื่อนคนนี้อย่างช่วยไม่ได้ เรื่องวันนั้นอัศมาเล่าให้เพื่อนๆทุกคนฟังในวงเหล้าอย่างละเอียดทุกท่วงท่า จนเขานึกเห็นภาพเหมือนอยู่ในสถานการณ์นั้นจริงๆ

            “อย่างนี้สิเพื่อนกู! ว่าแต่มึงไปรู้จักเพื่อนของไอ้เด็กนั่นได้ไงวะ” อัศนึกอะไรสนุกๆขึ้นมาได้ ยิ่งเห็นหน้าของไอ้คนอวดดี ยิ่งอยากจะกระชากตัวเข้ามาทำโทษซะให้เข็ด หลังจากที่ไม่มีรันอยู่ในห้องด้วยแล้ว เจ้าตัวต้องจ้างแม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดห้อง ส่วนข้าวเช้าก็ต้องลงไปทานที่ร้านอาหารของคอนโด ทุกอย่างดูยุ่งยากวุ่นวายไปเสียหมด และรู้สึกเหมือนชีวิตขาดอะไรไปบางอย่าง...

            “น้องแอนเป็นหนึ่งในเด็กที่มาคลั่งกูไงล่ะ แค่โชว์ซิกแพ็คแน่นๆ ลงในไอจีสาวๆ ก็แห่มาเสนอตัวกันจนเลือกไม่ถูกเลยว่ะ” อาโปโม้ถึงความฮอตของตัวเองให้เพื่อนฟัง

            “แล้วมึงคิดอะไรกับน้องเขาป่ะล่ะ”

            “ใครจะไปคิดอะไรกับยัยเฉิ่มนั่นได้วะ ระดับกูต้องขาวสวยอึ๋มเท่านั้นโว้ย” อาโปรีบปฏิเสธทันควัน

            “ถ้างั้นมึงช่วยอะไรกูหน่อยสิ มึงก็รู้ว่าได้เด็กนั่นมันย้ายหนีออกจากคอนโดกูแล้ว กูอยากจะเอามันคืนมาว่ะ” พูดแล้วก็แสยะยิ้มขึ้นมาทันที

            “ช่วยอะไรวะ” อาโปขมวดคิ้วแล้วมองหน้าเพื่อน

            “มึงช่วยแกล้งจีบน้องแอนได้ไหมวะ เพื่อที่กูจะได้เข้าถึงตัวไอ้รันได้ง่ายขึ้น กูว่าจะสั่งสอนมันสักหน่อย”

            “ไม่เอ้า! ยัยเด็กนั่นไม่ใช่สเปคกู เดี๋ยวสาวๆ รู้เข้าจะคิดว่ากูรสนิยมต่ำอีก” อาโปรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันที ถ้าเรื่องนี้ดังไปทั่วหมาลัย มีหวังสาวๆได้ตามด่าเขาเป็นพรวนแน่

            “เถอะน่าทำเพื่อกูไม่ได้เหรอวะ กูขอร้องล่ะ”

            “คนอย่างมึงข้อร้องคนอื่นเป็นด้วยเหรอวะ เออๆก็ได้” อาโปไม่เคยเห็นเพื่อนคนนี้ขอร้องใครอย่างนี้มาก่อน สงสัยจะจริงจังกับเรื่องนี้มาก จึงได้ตอบตกลงไปแม้จะขัดใจตัวเองอยู่ไม่น้อย

            “ขอบใจเว้ยเพื่อน ถ้างั้นเข้าไปข้างในกันเถอะ” อัศยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมกับตบที่บ่าเพื่อนเบาๆ แล้วเดินนำหน้าเข้าไปในห้องกองกิจการนักศึกษา

*-*-*-*-*-*-*

            เดินออกมาจากกองกิจการนักศึกษาแล้ว รันและเพื่อนทั้งสามคนก็เดินตรงมายังโรงอาหารซึ่งอยู่ไม่ไกลมากนัก แล้วเดินแยกย้ายเลือกซื้ออาหารที่ตัวเองโปรดปราน หลังจากนั้นก็ถือจานข้าวมารวมตัวกันที่โต๊ะที่ได้จองไว้ก่อนหน้านี้

รันวางจานข้าวลงบนโต๊ะขณะยังยืนอยู่แล้วเอ่ยกับเพื่อนทั้งสามคน

            “พวกแกกินไปก่อนเลยนะฉันไปชิ้งฉ่องแป๊บ”

            “เออๆ รีบมาละกัน อย่าไปกินอะไรในห้องน้ำจนอิ่มก่อนล่ะ” ภพเอ่ยติดตลก

            “อีภพอีบ้า” รันด่าเพื่อนแล้วก็ขำออกมา กลับมาแล้วเขาจะทานข้าวลงหรือเปล่าเนี่ยคิดแล้วก็ขำ

            รันรีบเดินตรงไปยังห้องน้ำซึ่งอยู่อีกมุมของโรงอาหาร เมื่อเข้าไปก็พบว่าโถเยี่ยวมีนักศึกษาคนอื่นยืนใช้งานอยู่จนเต็มทุกโถ เลยเดินเข้าไปในห้องส้วมแทน หลังจากปลดปล่อยของเหลวสีเหลืองอ่อนออกจากร่างกายจนหมดแล้ว ก็กดชักโครกให้ทำงานจนเกิดเสียงน้ำไหลดังครืน ก่อนจะเปิดประตูออกมาอย่างสบายใจ แต่เมื่อเจอภาพที่อยู่ตรงหน้าเจ้าตัวก็สะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ

            “คุณชาย!” รันอุทานออกมาเสียงดัง แล้วมองไปรอบๆก็ไม่พบใครอยู่ในห้องน้ำเลย ตอนนี้คิดได้อย่างเดียวก็คือต้องออกไปจากห้องน้ำให้ได้เสียก่อน จึงเดินตรงไปยังประตูห้องน้ำ

            “มึงจะไปไหน!” อัศเดินมาขวางแล้วทำหน้าเหี้ยมใส่ ทำเอารันถึงกับขนลุกชันขึ้นมาทันที

            “หลีกทาง! ผมจะออกไป” เจ้าตัวพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเคลือ และพยายามหลบตาอีกฝ่าย

            “มึงกล้ามากที่ขนข้าวขนของออกมาจากคอนโดกู” อัศเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆจนตอนนี้แผ่นหลังของรันสัมผัสกับผนังห้องน้ำเสียแล้ว ร่างสูงจึงใช้โอกาสนี้กักตัวอีกฝ่ายเอาไว้ด้วยแขนแกร่งทั้งสองข้าง แล้วจับมือเรียวตรึงเอาไว้บนผนังห้องน้ำ

            “ผมไม่มีทางทนอยู่ในห้องนรกนั้นอีก” เมื่อไม่มีทางหนีรอดไปได้ รันก็พยายามรวบรวมสติ เพื่อตั้งหน้าสู้กับอีกฝ่ายเหมือนที่เคยตั้งใจเอาไว้ เขาจะต้องทำให้ได้

            “ใครบอกว่านรกสวรรค์ต่างหากล่ะมึงก็เคยขึ้นสวรรค์กับกูมาแล้วไม่ใช่เหรอวะ” รอยยิ้มเหี้ยมปรากฏบนใบหน้าหล่อของซาตานร้ายอย่างเย้ยหยัน

            “เลว! คนอย่างคุณชายคงคิดได้แค่นี้สินะ” รันจ้องหน้าอย่างไม่ลดละ วินาทีนี้เขาไม่มีทางยอมให้อีกฝ่ายข่มเหงได้อีกแล้ว

            “ออกมาได้แค่ไม่กี่วันก็ปากเก่งขึ้นเยอะเลยนะ สงสัยไอ้เต๋ามันจะล้างสมองจนกลวงไปหมดแล้ว” ว่าแล้วก็เอื้อมมือหนาตบเบาๆที่แก้มนุ่มเหมือนเป็นสัญญาณเตือนขั้นต้น

            “แน่นอนเพราะผมไม่ใช่ไอ้กาฝากของคุณชายอีกแล้วไงล่ะ”

            “กูชักอยากจะรู้แล้วสิว่าปากมึงจะยังหวานเหมือนเดิมรึเปล่า” อัศค่อยๆโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ๆจนรันเริ่มตัวสั่นเทา พยายามส่ายหน้าหนีแต่ก็โดนมือหนาบีบที่ปลายคางให้ตอบรับรัสสัมผัสนั้น

            “ชะ..ช่วยย อื้ออ ”  ริมฝีปากบางถูกบดเบียดอย่างรุนแรง อัศไม่ยอมให้อีกฝ่ายมีโอกาสสูดอากาศเข้าไปในปอดแม้แต่วินาทีเดียว มืออีกข้างของรันทุบเข้าที่แผงอกประท้วงแต่ก็ไร้ผล นี่คือบทลงโทษเล็กๆน้อยๆที่อัศตั้งใจจะมอบให้คนทรยศที่กล้าหนีออกมา

            เมื่ออัศผละริมฝีปากออกมาแล้ว จึงจ้องมองอีกฝ่ายอย่างเย้ยหยัน

            แฮ่กๆๆ

            “เป็นไงล่ะจูบนี้เตือนความจำให้มึงนึกถึงวันนั้นได้ไหม” อัศยกยิ้มที่มุมปาก

            “มีปัญญาทำได้แค่นี้เองเหรอ คนระดับอย่างคุณชายทำไมต้องลดตัวมาคลุกคลีกับคนต่ำๆอย่างผมด้วยล่ะ หรือว่าติดใจรสชาติคนต่ำๆอย่างผมเข้าให้แล้ว” รันคิดว่าการแสดงท่าทางหวาดกลัวนั้นไม่ใช่ทางออกที่ดี สำหรับการจะเอาคืนคนอย่างคุณชายอัศวเดชา การสู้แบบตาต่อตาฟันต่อฟันเท่านั้นถึงจะสมน้ำสมเนื้อ

            “มึงอย่าหลงตัวเองขนาดนั้น คนอย่างกูเห็นมึงเป็นแค่เศษขยะข้างทางเท่านั้นเอง” อัศบีบข้อมือร่างเล็กเอาไว้แน่นด้วยความโมโห คนอย่างเขาไม่มีทางหลงเสน่ห์ไอ้กาฝากนั่นแน่นอน

            “ถ้างั้นก็ปล่อยผมไปสิ ให้เศษขยะอย่างผมอยู่ในที่ที่ควรจะอยู่” รันทำหน้าเหยเกไปด้วย เพราะรู้สึกเจ็บที่ข้อมือ

            “ไม่มีทาง! มึงเป็นสมบัติของกูตั้งแต่เด็กจนโต มึงต้องอยู่รองมือรองตีนกูไปตลอดชีวิต” อัศตะโกนใส่หน้าเสียงดัง

            “เห็นแก่ตัวที่สุด ต่อไปนี้ผมไม่ใช่คนในวังเทวพรรณกุลแล้ว คุณชายไม่มีสิทธิ์ทำกับผมอย่างนี้” รันตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้ ในเมื่อเขายอมให้มารดาตราหน้าว่าเป็นลูกอกตัญญูแล้ว มีหรือที่เขาจะยอมเป็นเบี้ยล่างของคนที่อยู่ตรงหน้านี้อีก

            “แล้วมึงจะได้รู้ว่าคนอย่างกูอยากได้อะไรก็ต้องได้”

            “อื้อออ”

            อัศใช้มือหนาปิดปากร่างเล็กเอาไว้แล้วลากตัวเข้าไปในห้องน้ำ หลังจากนั้นก็ล็อกกลอนเอาไว้ทันที

 

            เมื่อเห็นว่าเพื่อนไปเข้าห้องน้ำนานผิดปกติ ภพจึงรู้สึกผิดสังเกตและเริ่มเป็นห่วงขึ้นมาทันที

            “พวกแกเดี๋ยวฉันไปดูรันก่อนนะ ทำไมมันไปเข้าห้องน้ำนานขนาดนี้ก็ไม่รู้” ภพวางช้อนส้อมลงบนจานแล้วลุกขึ้นยืน แม้จะยังทานข้าวไม่อิ่มก็ตาม

            “เออๆ รีบไปฉันก็ว่ามันแปลกๆไหนบอกว่าไปฉี่ทำไมนานจัง” หมิวเอ่ย

            ภพเดินตรงไปยังห้องน้ำ เมื่อถึงแล้วก็พบว่ามีป้ายกำลังทำความสะอาดแขวนอยู่หน้าประตู ก็ทำหน้าสงสัยขึ้นมาทันที แล้วเพื่อนเขาไปไหนกันล่ะ แม้จะมีป้ายแขวนอยู่แต่ภพก็ยังอยากจะเข้าไปดู ให้รู้แน่ว่าเพื่อนยังอยู่ข้างในนั้นหรือเปล่า จึงเอื้อมมือไปหมายจะเปิดประตู

            “จะทำอะไรน่ะ!” เสียงของใครบางคนดังขึ้นพร้อมกับเดินมาขวางหน้าประตูเอาไว้

            “พี่นั่นเอง หลบไปผมจะเข้าห้องน้ำ” ภพชักสีหน้าใส่อีกฝ่าย

            “นายไม่เห็นป้ายติดอยู่รึไง” อาโปยังยืนกอดอกนิ่งไม่ยอมขยับตัวไปไหน เพราะรู้ว่าเพื่อนกำลังทำอะไรอยู่ข้างใน

            “เห็น...แต่ผมจะเข้าไป” ตอนนี้ภพเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาแล้ว และรู้สึกเอะใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้กีดกันเขานักหนา อยู่ๆภพก็นึกอะไรขึ้นมาได้ อย่าบอกนะว่าที่รันหายตัวไปนานเพราะโดนไอ้คุณชายนั่นเล่นงานเข้าให้ และมั่นใจแล้วว่าเพื่อนน่าจะอยู่ข้างในกับอัศ

            “ก็บอกว่าห้ามเข้าไง! ไปที่อื่นเลยก็เห็นอยู่ว่าแม่บ้านกำลังทำความสะอาด นายไม่มีมารยาทเอาซะเลย” อาโปเริ่มอารมณ์เสียกับเด็กเมื่อวานซืนที่ยืนทำหน้ากวนตีนอยู่ตรงหน้าซะแล้ว

            “ไอ้รันอยู่ข้างในแน่ๆ หรือว่าพวกพี่วางแผนจะทำอะไรเพื่อนผม” ภพมองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้ใจ จึงตะโกนเรียกเพื่อนทันที “รันแกยะ....อื้ออออ” พูดยังไม่ทันจบก็โดนมือหนาปิดเข้าที่ปากแล้วลากตัวออกไปจากหน้าประตูห้องน้ำทันที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #14 Read_G (@Read_G) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 19:15

    คือเลวจริงอ่ะ
    #14
    0