คุณชายสายโหด

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 3,835 Views

  • 23 Comments

  • 211 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    177

    Overall
    3,835

ตอนที่ 14 : เสียงที่เปลี่ยน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 694
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    10 ม.ค. 62

:: [14] ::

เสียงที่เปลี่ยน

 

          หลังจากทะเลาะกันจนตัดขาดกับกลุ่มเพื่อนรักมาแล้ว ทำให้ตอนนี้แอนไม่เหลือใครพอจะเป็นที่พึ่งทางใจได้นอกจากอาโปเท่านั้น วันนี้เธอจึงตั้งใจมาหาถึงที่คณะ ยืนรออยู่สักพักในที่สุดก็ได้เจอกับชายหนุ่มคนที่เธอรักสุดหัวใจ

          “ฮือๆๆ พี่อาโปคะแอนไม่เหลือใครแล้ว” เมื่อแอนเห็นชายหนุ่มกำลังเดินมาก็รีบวิ่งเข้าไปกอด โดยไม่แคร์สายตาของเหล่าบรรดานักศึกษาที่หันมามองเป็นตาเดียวกัน ในบริเวณหน้าตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์

            “แอนอย่าร้องสิ เกิดอะไรขึ้น” อาโปมองซ้ายมองขวากลัวว่าบรรดาสาวๆแฟนคลับของตัวเองจะมาเห็นเข้า ถ้าเป็นอย่างนั้นมีหวังเรตติ้งตกแน่นอน

            “แอนทะเลาะกับเพื่อนมาค่ะ แอนไม่เหลือใครแล้วนอกจากพี่” เจ้าหล่อนร้องไห้ไม่ยอมหยุด จนอาโปคิดว่าจะต้องพาออกไปจากตรงนี้ ก่อนจะมีมือดีถ่ายภาพไปอัพลงในโซเชียวเสียก่อน

            “พี่ว่าเราไปคุยกันที่อื่นดีกว่า”

            อาโปพาแอนเดินไปที่ม้านั่งหลังคณะ ที่นั่นไม่มีคนพลุกพล่านเหมือนอยู่หน้าคณะ เมื่อแอนเริ่มสงบสติอารมณ์ได้แล้ว อาโปก็เริ่มถามไถ่อย่างละเอียดอีกครั้ง

            “ทะเลาะกับเพื่อนเพราะเรื่องพี่รึเปล่า ถ้าเป็นอย่างนั้นพี่คงรู้สึกผิดมาก” อาโปแสร้งทำเป็นรู้สึกผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ในใจกลับยิ้มเยาะอย่างผู้มีชัย ป่านนี้ภพคงจะกลุ้มใจอยู่ไม่น้อยแน่นอน

            “พี่อาโปอย่าโทษตัวเองเลยค่ะ คนที่ผิดคือไอ้ภพต่างหากมันมาอ่อยพี่ เป็นอย่างนี้ก็ดีเหมือนกันจากนี้ไปแอนจะได้มีเวลามาอยู่กับพี่มากขึ้น ไม่มีเพื่อนแอนก็คงไม่ตายหรอก” แอนพูดแล้วก็ซบใบหน้าลงไปที่ต้นแขนของชายหนุ่ม

            “ภพเองก็ไม่น่าทำอย่างนี้เลยนะ พี่บอกไม่รู้ต่อกี่ครั้งว่าพี่รักแอน พี่คบกับแอนอยู่แต่ภพก็ยังดื้อบอกว่าไม่เป็นไร แอนซื่อจะตายไม่มีวันรู้เรื่องนี้หรอก” ยิ่งรู้ว่าแอนเป็นคนซื่อเขายิ่งจะใช้โอกาสนี้ทำให้เกลียดภพมากขึ้น และอีกไม่นานเขาก็จะสลัดหญิงสาวคนนี้ทิ้งไปอีกราย

            “ตอนนี้แอนไม่เหลือใครแล้วพี่อาโปอย่าทิ้งแอนไปอีกคนนะคะ” แอนพร่ำบอกกับชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ

            “ครับผม พี่จะไม่ทิ้งน้องแอนไปไหนแน่นอน” อาโปพูดแล้วก็แสยะยิ้มออกมาอย่างพอใจ รอให้ภพเจ็บใจเล่นๆอีกสักพักแล้วค่อยจัดการคืนอิสรภาพให้ตัวเองอีกครั้ง

*-*-*-*-*-*-*-*-*

            หลังจากเรียนคาบสุดท้ายของช่วงเช้าเสร็จแล้ว รันและเพื่อนทั้งสองคนก็ออกมาจากห้องบรรยาย ก่อนจะเดินตรงมาที่หน้าลิฟต์เพื่อลงไปชั้นล่าง แต่ระหว่างยืนรออยู่นั้นเต๋าก็เดินตรงเข้ามาหาด้วยสีหน้าที่บึ้งตึง ดูท่าทางจะอารมณ์เสียอยู่ไม่น้อย

            “อ้าว! สวัสดีครับพี่เต๋า” รันเห็นรุ่นพี่ก็ยกมือไหว้พร้อมกับส่งยิ้มให้เหมือนปกติ ส่วนเพื่อนทั้งสองก็ยกมือไหว้ตามเช่นเดียวกัน

            “พี่มีเรื่องจะคุยด้วยขอเวลาสักครู่ได้ไหม”

            “ได้สิครับ” รันสงสัยว่าเรื่องอะไรกันที่ทำให้เต๋าถึงได้มีสีหน้าบึ้งตึงขนาดนี้ ถ้าเป็นเรื่องแต่งงานเขายังไม่ได้บอกกับใครเลยนี่นา และมั่นใจว่าคงจะไม่ใช่เรื่องนั้น

            “ถ้างั้นเดี๋ยวพวกฉันไปรอข้างล่างนะ โทรมาละกัน” ภพเอ่ยกับเพื่อน

“โอเคๆ” รันตอบ

 หลังจากเพื่อนลงไปแล้วรันก็เดินตามหลังรุ่นพี่ ไปยังห้องสโมสรคณะแพทยศาสตร์อย่างเงียบๆ เมื่อถึงแล้วเต๋าก็ยืนกอดอกมองหน้ารุ่นน้อง กำลังครุ่นคิดในใจว่าจะเริ่มถามยังไงดี

            “มันคือเรื่องจริงใช่ไหม”

            “เรื่องอะไรครับพี่เต๋า ผมงงไปหมดแล้ว”

            “ก็เรื่องที่รันจะแต่งงานกับไอ้นั่น” เต๋าขึ้นเสียงใส่อย่างลืมตัว เขาไม่เข้าใจว่าทำไมรันถึงได้อยากกลับไปลงนรกขุมนั้นอีก ทั้งที่ออกมาจากวังวนนนั้นได้แล้ว

            “พะ...พี่เต๋ารู้เรื่องนี้ได้ยังไงกัน” รันหน้าถอดสีทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น เรื่องนี้มีแค่คนในครอบครัวเท่านั้นที่รู้แสดงว่าต้องเป็นคนในวังที่ปล่อยข่าวนี้ออกมา และจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากมารดาของตัวเองเท่านั้น

            “ในแวดวงไฮโซเขาพูดกับให้แซด ทำไมรันถึงตัดสินใจอย่างนี้ ทำไมจะต้องกลับเข้าไปลงหลุมนรกนั่นอีกครั้งด้วยพี่ไม่เข้าใจจริงๆเลย” เต๋ารู้สึกผิดหวังกับรุ่นน้องมากเหลือเกิน ไม่รู้อะไรดลใจให้ตัดสินใจอย่างนี้

            “ผมขอโทษที่ทำให้พี่เต๋าผิดหวัง แต่ผมจำเป็นต้องตัดสินใจอย่างนี้จริงๆ” รันพยายามอธิบายให้รุ่นพี่เข้าใจ

            “ถ้ารันมีปัญหาอะไรทำไมไม่บอกพี่ พี่สามารถช่วยเราได้ทุกเรื่องนะ ลืมพี่คนนี้ไปแล้วหรือไง”

            “ผมรู้ว่าถ้าเอ่ยปากไปพี่เต๋าต้องช่วยผมได้แน่นอน แต่เรื่องนี้มันเป็นเรื่องภายในครอบครัว ผมไม่อยากให้พี่เต๋าต้องมาเดือดร้อนกับผมอีก แค่นี้ผมก็รบกวนพี่เต๋ามากพอแล้ว”

            “รันก็รู้ว่าพี่รักรันมากแค่ไหน พี่เต็มใจทุกเรื่องเว้นแต่ว่ารันจะชอบไอ้อัศเข้าให้แล้ว” เต๋าเองก็ไม่อยากจะคิดอย่างนี้ แต่มันมีทางออกที่ดีกว่านี้อยู่แล้วแต่รันกลับไม่เลือก

            “ไม่! ผมไม่ได้ชอบคุณชายเลย” รันรีบปฏิเสธทันควัน

            “ถ้างั้นก็ยกเลิกงานแต่งเถอะนะ อย่าเอาตัวเข้าไปเกลือกกลั้วกับไอ้คนเลวๆอย่างนั้นเลย” เต๋าพยายามอ้อนวอนขอร้อง

            “ผมคงทำอย่างนั้นไม่ได้แล้วครับ ผมไม่อยากเป็นเด็กเลี้ยงแกะ และอีกอย่างท่านชายกับแม่ก็หวังกับการแต่งงานครั้งนี้มาก ผมไม่อาจจะทำให้พวกท่านผิดหวังได้” รันเอ่ยความในใจให้รุ่นพี่ฟัง

            “ยังไงพี่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจรันได้สินะ เอาเป็นว่าพี่ดีใจด้วยละกันกับชีวิตที่รันเลือกแล้ว” เต๋าเอ่ยประชดประชัน และดูมีท่าทีที่เปลี่ยนไป ต่างจากรุ่นพี่คนเดิมที่คอยช่วยเหลือและเข้าใจมาตลอด

            “พี่เต๋าอย่าโกรธผมเลยนะครับ ผมรักพี่เต๋าเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง ถ้าไม่มีพี่เต๋าคอยอยู่ข้างๆสักคน ชีวิตของผมก็เหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง” รันรู้สึกไม่ดีเลยเมื่อเห็นท่าทีหมางเมินของเต๋าอย่างนี้

            “พี่ขอเวลาทำใจสักพัก ถ้าทำใจได้เมื่อไหร่พี่จะกลับมาเป็นพี่เต๋าคนเดิมของรันก็แล้วกัน” เมื่อเห็นสีหน้าที่รู้สึกผิดของรุ่นน้องก็ทำให้เต๋าโกรธไม่ลง เขาจะทำยังไงดีถึงจะทำใจกับเรื่องนี้ได้ มันเจ็บปวดมากเหลือเกินเมื่อรู้ว่าคนที่เรารักจะต้องไปเป็นของคนอื่นอย่างนี้

            “ผมจะรอวันที่พี่เต๋าคนเดิมของผมกลับคืนมานะครับ” รันจับมือรุ่นพี่เอาไว้พร้อมกับส่งยิ้มให้ ก่อนจะโผเข้ากอดเพื่อให้กำลังใจ

            ขณะสวมกอดรุ่นน้องอยู่นั้นเต๋าก็พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลลงมา จริงๆ แล้วตอนนี้ความสัมพันธ์ของเขากับรันกำลังไปได้ดี เพราะภาพถ่ายในวันนั้นทำให้เกิดกระแสคู่จิ้นขึ้นมา แต่ทุกอย่างมันกลับพังทลายลงในพริบตา เมื่อมีข่าวการแต่งงานของลูกชายและลูกเลี้ยงของหม่อมเจ้าพงษ์สวัสดิ์แพร่สะพัดออกมา ทุกอย่างมันก็จบสิ้นลงทันที

*-*-*-*-*-*-*

            หลายวันที่ผ่านมารันพยายามหาทางลบคลิปสวาทนั้นทิ้งแต่ก็ยังหาโอกาสไม่ได้สักที แต่วันนี้ความพยายามของเขามีโอกาสเข้าใกล้ความจริงแล้ว ตอนนี้รันกำลังย่องเข้าไปในห้องนอนของอัศ ขณะที่เจ้าของห้องกำลังอาบน้ำอยู่ หัวขโมยจำเป็นมองไปรอบๆ ห้องเพื่อหาโทรศัพท์มือถือของอัศ ไม่นานก็พบว่าเจ้าเครื่องมือสื่อสารนั้นวางแอ้งแม้งอยู่บนเตียง จึงยิ้มมุมปากแล้วเดินตรงไปหยิบขึ้นมาแล้วรีบเดินออกไปจากห้อง แต่ในระหว่างนั้นอัศออกมาจากห้องน้ำพอดีแล้วเห็นเข้าเสียก่อน จึงรีบวิ่งเข้าไปรั้งตัวแล้วกอดร่างเล็กจากด้านหลังเอาไว้

            “มึงเข้ามาทำอะไรในห้องกู” อัศเอ่ยข้างใบหูขณะกอดอีกฝ่ายเอาไว้ ขณะเจ้าตัวอยู่ในสภาพนุ่งเพียงแค่ผ้าเช็ดตัวสีขาวผืนเดียวเท่านั้นเอง

            “ผม...นึกว่าคุณชายไม่อยู่เลยเข้ามาดูเฉยๆ” รันรีบเอาโทรศัพท์มือถือเข้าไปซ่อนไว้ในกระเป๋ากางเกงอย่างไม่ให้ผิดสังเกต

            “มึงไม่ต้องมาโกหกกู...พูดความจริงออกมา” อัศล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของรันแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมา เขารู้ดีว่าคงไม่มีเรื่องใดทำให้รันเข้ามาห้องในนี้ได้นอกจากเรื่องคลิป

            “เอาคืนมาเดี๋ยวนี้นะ” รันพยายามเอื้อมมือไปคว้าคืนมาแต่กลับโดบรวบแขนเอาไว้

            “ไอ้หัวขโมยนี่มันมือถือกูโว้ย!

            “ในเมื่อเราจะแต่งงานกันแล้วทำไมคุณชายไม่ลบคลิปให้ผมสักทีล่ะ” รันไม่มีอะไรจะแก้ตัวในเมื่อหลักฐานมันก็ชัดเจน จึงยอมพูดดีๆเผื่อว่าอีกฝ่ายจะใจอ่อน

            “ถ้าไม่มีคลิปนี่มึงก็คงจะปีกกล้าขาแข็งใส่กู กูไม่มีทางลบจนกว่ากูจะมั่นใจว่ามึงจะไม่แข็งข้อกับกูแล้ว”

            “ผมสัญญาว่าจะไม่แข็งข้อกับคุณชายอีกแล้วครับ ช่วยลบคลิปนั้นซะเถอะถึงยังไงซะตอนนี้ผมก็เป็นเมียคุณชายแล้วนะ” รันพยายามอ้อนวอนขอร้อง

            “ไม่! กูไม่ลบ” อัศยืนยันเสียงแข็งก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาซุกไซร้ที่ซอกคอของคนที่อยู่ในอ้อมกอด ตอนนี้รันก็ได้ขึ้นชื่อเป็นว่าที่เจ้าสาวเขาแล้ว จะทำอะไรตอนไหนก็ย่อมได้

            “ไม่ลบก็ปล่อยผมจะกลับห้อง”

            “กูไม่ปล่อย” อัศตอบด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสาท ทำเอารันถึงกับหน้าแดงก่ำด้วยความโมโห

            “ไม่ปล่อยใช่ไหม!” รันเอ่ยเตือนครั้งสุดท้ายก่อนจะกระทุ้งศอกไปที่ท้องของอัศจนอีกฝ่ายตัวงอ

            “โอ๊ย! แม่งดื้อฉิบหาย” อัศตะโกนลั่นเพราะกำลังจุกที่ท้องซะเหลือเกิน แต่ชายหนุ่มก็พยายามตั้งสติรั้งตัวอีกฝ่ายเอาไว้ไม่ให้ไปไหนได้

            “สมน้ำหน้า” แม้จะยังไม่สามารถเป็นอิสระได้ แต่รันก็ยังปากเก่งไม่เลิก

            “ชอบความรุนแรงนักเดี๋ยวกูจัดให้”

            อัศกอดร่างเล็กเดินไปที่เตียงแล้วเหวี่ยงลงก่อนจะคร่อมตัวเอาไว้  เข้ามาหยามถึงถิ่นขนาดนี้แล้วเขาไม่มีทางปล่อยให้อีกฝ่ายออกไปง่ายๆแน่นอน

            “เดี๋ยว!” รันยกมือเรียวขึ้นไปดันที่อกแกร่ง กำลังคิดหาทางเอาตัวรอดและต้องเอามือถือเครื่องนั้นที่อัศนำมันไปวางอยู่บนเตียงออกไปให้ได้

            “คิดจะทำอะไรอีกล่ะ มึงไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะต่อรองกับกูได้อย่าพยายามเลยว่ะ” อัศพูดแล้วก็ตรึงข้อมือทั้งสองของรันเอาไว้บนเตียง ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาซุกไซร้ที่ซอกคอขาวด้วยความเสน่ห์หา

            ในระหว่างนั้นเองรันก็มองเห็นแก้วเซรามิกวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงจึงคิดแผนเอาตัวรอดได้

            “คุณชายรีบถอดเสื้อผมสิครับ ผมอยากเป็นของคุรชายเต็มทีแล้ว” รันเอ่ยเสียงหวานกรอกหูอีกฝ่าย ทำเอาอัศถึงกับหยุดชะงักแล้วมองหน้าด้วยความไม่ไว้ใจ

            “มึงจะมาไม้ไหนอีกเนี่ย”

            “ไหนๆเราก็จะเป็นผัวเมียกันแล้ว ผมไม่รู้จะหวงตัวไปทำไมน่ะสิ ต่อไปผมจะเชื่อฟังคุณชายทุกอย่างเลยนะครับ” พูดจบรันก็โน้มใบหน้าเข้าไปประกบจูบอีกฝ่ายทันที

            “อื้อ” แรงบดจูบของรันทำเอาอัศถึงกับส่งเสียงอู้อี้ในลำคอด้วยความพอใจ มันเป็นรสจูบที่ยอดเยี่ยมมากเหลือเกิน

            เมื่ออีกฝ่ายกำลังเคลิ้มกับรสจูบอยู่นั้นรันก็คว้าแก้วเซรามิก ฟาดเข้าที่บริเวณเหนือคิ้วด้านขวาของอัศจนร้องโอดโอยเสียงดัง พร้อมกับยกมือขึ้นไปเกาะกุมเอาไว้นอนดิ้นรนอยู่บนเตียงด้วยความเจ็บปวด

            “โอ๊ย!! ไอ้เหี้ยมึงทำบ้าอะไรวะ” แม้จะไม่สามารถจัดการอีกฝ่ายได้ในขณะนี้ แต่อัศก็พ่นคำก่นด่าออกมาอยู่ตลอดเวลา

            “สมน้ำหน้าหื่นดีนัก”

            รันรีบลุกขึ้นแล้วคว้าเอาโทรศัพท์มือถือของอัศวิ่งออกไปจากห้องด้วย เมื่อเข้าไปในห้องนอนของตัวเองแล้วก็รีบมองหาของที่มีน้ำหนักมากพอ ที่จะใช้ทำลายโทรศัพท์มือถือเครื่องนี้ให้แหลกเป็นจุณในพริบตาได้ ไม่นานก็สะดุดตากับไม้เบสบอลที่ซื้อมาไว้เพื่อป้องกันตัวโดยเฉพาะวางอยู่ข้างตู้ ก่อนจะเดินไปหยิบมาแล้วลงมือทุบอย่างไม่ยั้งมือ

            ตุบๆๆๆ

            “หมดเวรหมดกรรมกันซะที” รันทำหน้าสะใจเมื่อทุบโทรศัพท์มือถือของอัศจนแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี หลังจากนั้นก็นำชิ้นส่วนทั้งหมดทิ้งลงในถังขยะ เป็นอันจบสิ้นความกังวลที่มีอยู่ ตอนนี้ก็สามารถต่อกรกับอีกฝ่ายได้อย่างไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว

            หลังจากเคลียร์ทุกอย่างภายในห้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว รันก็นึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ได้ใช้แก้วเซรามิกฟาดเข้าที่ศีรษะของอีกฝ่าย แม้จะไม่ชอบใจกับพฤติกรรมของอัศแต่ก็อดเป็นห่วงอีกฝ่ายไม่ได้ กลัวว่าจะเป็นอะไรตายไปเสียก่อน เขาไม่อยากจะเป็นฆาตกรก่อนจะเรียนหมอจบหรอกนะ

            “จะตายรึเปล่าวะเนี่ย”

            รันตัดสินใจเดินไปที่ห้องของอัศอีกครั้งพร้อมกับไม้เบสบอล อย่างน้อยหากมีอะไรเกิดขึ้นก็จะใช้ป้องกันตัวได้ รันค่อยๆแง้มประตูห้องเข้าไปก็พบว่าอัศยังคงนอนอยู่บนเตียงเหมือนเดิม และที่น่าตกใจนั่นคือมีเลือดเปื้อนอยู่บนที่นอนด้วย เห็นอย่างนั้นรันก็รีบวิ่งเข้าไปดูอาการทันที

            “คุณชายเป็นอะไรรึเปล่า!” เมื่อถึงตัวแล้วรันก็รีบเข้าไปดูแผลแต่อัศกลับใช้มือกุมเอาไว้ เลือดยังคงไหลออกมาไม่หยุด

            “มึงออกไปไกลๆเลย” อัศยังรู้สึกหวาดกลัวอีกฝ่ายไม่หาย กลัวว่าจะเข้ามาซ้ำเติมอีกครั้ง

            “ผมขอโทษแต่ตอนนี้เอามือออกก่อนเถอะผมจะห้ามเลือดให้” รันพูดแล้วก็รีบวิ่งออกไปเอากล่องปฐมพยาบาลข้างนอก เข้ามาแล้วก็เอาผ้ากลอสโปะที่แผลเพื่อห้ามเลือดเอาไว้ก่อน

            “โอ๊ย!! กูเจ็บเบาๆดิวะ” เมื่อโดนกดแผลเจ้าตัวก็ร้องโอดโอยออกมาด้วยความเจ็บปวด หากไม่ติดว่าต้องให้อีกฝ่ายช่วยดูแลคงจะจัดการเอาคืนไปแล้ว

            “คุณชายเดินไปนั่งที่โซฟาข้างนอกก่อนเถอะครับจะได้ทำแผลได้ถนัด” ด้วยความตกใจกลัว ทำให้รันแสดงความเป็นห่วงออกมาอย่างไม่รู้ตัว

            อัศรู้สึกปวดที่บริเวณแผลมากจนต้องยอมเดินออกมาโดยง่าย เมื่อนั่งลงบนโซฟาแล้วรันก็เปิดกล่องปฐมพยาบาลออกแล้วนำสิ่งของจำเป็นมาวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะนำคอตตอนบัดจุ่มลงไปในขวดน้ำเกลือมาล้างทำความสะอาดแผลให้

            “อยู่นิ่งๆนะครับผมจะล้างแผลให้” รันเขยิบเข้าไปใกล้แล้วค่อยๆบรรจงเช็ดเลือดที่อยู่ตรงหัวคิ้วด้านขวาให้อย่างเบามือ

            อัศรับรู้ได้ถึงความเป็นห่วงเป็นใย แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นต้นเหตุให้ตัวเองเจ็บเช่นนี้แต่ทำไมถึงได้รู้สึกใจเต้นแปลกๆ พิกล

            “ดีนะที่แผลไม่ใหญ่มากไม่งั้นคงต้องไปเย็บที่โรงพยาบาลแน่” รันทำแผลไปก็พูดไปด้วยราวกับอีกฝ่ายเป็นเหมือนคนไข้รายหนึ่งเท่านั้นเอง โดยลืมความบาดหมางที่มีอยู่ไปชั่วขณะ

            “ไม่อยากให้กูตายหรอกเหรอ” อัศเอ่ยประชดประชัน สายตาคมเหลือบมองคนที่กำลังตั้งใจทำแผลให้อย่างลืมตัว เมื่อสายตาประสานกันก็เกิดความรู้สึกแปลกใหม่ขึ้นภายในใจ ทำเอาทั้งสองละสายตาออกจากกันแทบไม่ทัน

            “ก็อยาก...แต่เผอิญผมเรียนหมอมีหน้าที่ช่วยชีวิตคนอื่น ไม่งั้นผมคงเอาคุณตายไปแล้ว” รันเอ่ยประชดประชัน

            “ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง” อัศทำหน้าเซ็งอย่างลืมตัว ราวกับกำลังน้อยใจกับคำพูดของอีกฝ่าย

            “ผมเป็นคนมีความรับผิดชอบพอ ผมจะดูแลจนกว่าแผลคุณชายจะหายดีละกัน”

            “มันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่รับผิดชอบกับสิ่งที่ทำ แต่มึงต้องทำในฐานะเมียกูด้วย”

            “รอให้ถึงวันแต่งงานก่อนเถอะค่อยมาพูดคำว่าเมีย” รันรู้สึกขัดหูกับคำว่าเมียที่อีกฝ่ายพูดออกมาซะเหลือเกิน ขณะกำลังปิดแผลด้วยผ้ากลอสจึงลงแกล้งน้ำหนักมือให้อีกฝ่ายรู้สึกเจ็บ

            “โอ๊ย! นี่มึงจะฆ่ากูรึไงวะเนี่ย” อัศร้อนลั่นห้องพร้อมกับเอื้อมมือไปรั้งเอวอีกฝ่ายเอาไว้

            “เปล๊า! เสร็จแล้วก็เข้าไปนอนพักผ่อนเถอะครับ อ้อ..ถ้าอาการดีขึ้นแล้วไปซื้อมือถือเครื่องใหม่ด้วยนะครับ เครื่องนั้นแหลกคามือผมไปแล้ว” รันยิ้มเยาะพร้อมกับแกะมือของอัศที่เกาะกุมอยู่บริเวณเอวออก

            “มึงมันเจ้าเล่ห์กว่าที่กูคิดไว้อีก ฝากไว้ก่อนเถอะ” ใจจริงอัศเองก็ไม่ได้รู้สึกโกรธเลย เพราะถึงไม่มีคลิปนั่นเขาก็คิดว่าจะสามารถคุมอีกฝ่ายให้อยู่ในโอวาทได้อย่างแน่นอน

            “หายดีแล้วค่อยมาเอาคืนก็แล้วกันนะครับ” หยิบกล่องปฐมพยาบาลเอาไว้ในมือแล้วลุกขึ้นยืน

            “กูหิว” พูดจบท้องของอัศก็ร้องขึ้นมาทันที ทำเอาเจ้าตัวถึงกับทำหน้าเขินอายเล็กน้อย

            “ถ้างั้นก็นั่งอยู่ตรงนี้ก่อนเดี๋ยวผมไปทำอะไรให้กิน” รันเอ่ยแล้วเดินเอากล่องปฐมพยาบาลไปเก็บไว้ที่เดิม หลังจากนั้นก็เดินเข้าไปในครัวพร้อมกับยิ้มน้อยๆออกมาอย่างลืมตัว

            เมื่อรันเดินไปแล้วอัศก็ทำสีหน้าไม่ถูก เขาไม่รู้ว่าจะยิ้มหรือทำหน้าซีเรียสดี มันรู้สึกดีมากที่เห็นอีกฝ่ายมีท่าทีเป็นห่วงเป็นใย ซึ่งเขาไม่เคยได้รับจากใครตั้งแต่มารดาจากไป เขารู้สึกไม่โดดเดี่ยวเหมือนแต่ก่อนแล้ว นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงทำทุกทางเพื่อให้รันกลับมาอยู่ด้วยที่นี่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #19 Read_G (@Read_G) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 21:15
    มันยังน้อยไปนะแค่หัวแตกเอง
    #19
    0