เพื่อนที่ไม่น่าสงสาร [Mpreg]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 3,606 Views

  • 14 Comments

  • 206 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    104

    Overall
    3,606

ตอนที่ 6 : แผนรีดน้ำเชื้อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 935
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    6 ธ.ค. 61

:: [6] ::

แผนรีดน้ำเชื้อ

 

            “กลับก่อนนะครับแม่” ต๋องยกมือไหว้อย่างมีสัมมาคารวะ

            “เอาไว้แวะมาเยี่ยมแม่อีกนะต๋อง”

            “คร้าบบ”

            ปิ่นแก้วยิ้มกริ่มให้กับลูกชายทั้งสองคนขณะมาส่งที่หน้าบ้าน สองวันที่ผ่านมาทั้งต๋องและไอร์ช่วยงานปิ่นแก้วได้ดีเลยทีเดียว นั่นทำให้เรื่องที่ผิดใจกันกลายเป็นฝุ่นผงไปในพริบตาอีกด้วย

            “ผมไปนะครับแม่” ไอร์ยกมือไหว้แล้วเดินเข้าไปสวมกอดผู้เป็นแม่

            “ตั้งใจเรียนนะลูกแล้วก็อย่าลืมดูแลตัวเองด้วยล่ะ”

            “แม่ก็เหมือนกันนะครับเหนื่อยก็พักบ้าง”

            “จ้า...รีบไปเถอะเพื่อนรอนานแล้ว”

            ไอร์ขึ้นไปนั่งบนรถแล้วคาดเข็มขัดนิรภัยจนเสร็จเรียบร้อยแต่ไอ้เพื่อนตัวดียังไม่ออกรถเสียที จึงหันไปมองหน้าด้วยความสงสัย

            “รอเหี้ยอะไรรีบๆไปดิ”

            “ปากดีแต่เช้าเลยนะมึง”

            “เออแล้วไงวะ” ไม่พูดเปล่าเจ้าตัวยังกำหมัดยกขึ้นจะชกอีกด้วย

            “แหมๆๆทำเป็นเก่ง ที่กูยังไม่ออกรถเพราะรอให้มึงนั่งคิดก่อน ว่าลืมอะไรรึเปล่าจะได้ไม่ต้องวนกลับมาอีก”

            “กูไม่ได้ลืมอะไรโว้ย นี่บ้านแม่กูถึงลืมก็ไม่มีปัญหาอะไรเคนะ”

            “ถ้างั้นกูออกรถละนะ”

            “เออๆจะไปก็รีบไปกูจะงีบละ” พูดแล้วเจ้าตัวก็หลับตาลงทันที ต๋องไม่ได้ตอบโต้อะไรเพียงแต่ยิ้มที่มุมปากเท่านั้น

            เมื่อมาถึงคอนโดแล้วคนที่นอนหลับยังคงนอนนิ่งไม่มีท่าทีว่าจะตื่นง่ายๆ เห็นอย่างนั้นต๋องก็ไม่อยากจะกวนใจเพื่อน จึงอุ้มเจ้าตัวออกจากรถในท่าเจ้าสาวอย่างระแวดระวัง ขณะต๋องยืนรออยู่หน้าลิฟท์สาวๆหลายคนต่างก็มองมาแล้วยิ้มให้ เพราะคิดว่าทั้งสองคนเป็นแฟนกัน

            “น่ารักจังเลยนะคะคบกันมานานรึยังเนี่ย” หญิงสาวรายหนึ่งเอ่ยถามหลังจากยืนมองอยู่นาน

            “นานแล้วครับ” ต๋องยิ้มแห้งๆให้ เขาไม่รู้ว่าคบของเจ้าหล่อนนี่คือคบแบบไหน

            ก่อนที่หญิงสาวจะเอ่ยปากถามอีกครั้งลิฟท์ก็มาพอดี

            ติ๊ง!

            “ชั้นไหนคะ”

            “ชั้นสิบห้า ขอบคุณครับ”

            เมื่อเข้ามาในลิฟท์แล้วหญิงสาวรายนั้นกลับยังไม่จบ เจ้าหล่อนยังคงอยากรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของทั้งสองคนจึงยอมเสียมารยาทเอ่ยถามอีกครั้ง

            “ดูท่าทางคุณจะรักแฟนมากๆเลยนะคะ ขนาดหลับยังอุตส่าห์อุ้มขึ้นมาบนห้อง” เจ้าหล่อนยิ้มให้ด้วยความฟิน

            “ไม่ใช่แฟนครับนี่เพื่อนผมเอง มันนอนขี้เซาผมเลยขี้เกียจปลุก” ตอนนี้ต๋องภาวนาให้ถึงชั้นสิบห้าเร็วๆเพราะเริ่มรู้สึกลำบากใจที่จะตอบคำถามเหลือเกิน

            “โทษทีค่ะนึกว่าเป็นแฟนกันซะอีก แต่ถึงไม่ใช่แฟนแต่ฉันก็ว่าพวกคุณเหมาะสมกันดีนะคะ เดี๋ยวนี้คู่รักเกย์มีเยอะแยะ แถมคนส่วนมากก็เริ่มรับกันได้แล้ว บอกไว้เผื่อคุณจะเปลี่ยนใจ” เจ้าหล่อนเอ่ยแล้วยิ้มให้ ดูจากสีหน้าท่าทางคงหวังจะเห็นชายหนุ่มทั้งสองลงเอยกัน

            “ไม่เป็นไรครับ ผมเป็นผู้ชายทั่งแท่ง ผมชอบผู้หญิงไม่มีทางเปลี่ยนใจแน่นอน เผื่อเจอกันคราวหน้าจะได้ไม่เข้าใจผิดอีก” เอ่ยอย่างชัดถ้อยชัดคำแล้วยิ้มให้ ส่วนเจ้าหล่อนได้แต่ทำหน้าเจื่อนๆ

            ติ๊ง!

            ในที่สุดก็ถึงซะทีทำเอาต๋องเหงื่อตกหลังเดินออกมาจากลิฟท์ เจ้าตัวไขกุญแจห้องอย่างทุลักทุเลก่อนจะค่อยๆเบียดตัวเดินตรงเข้าไปในห้องนอนของเพื่อนแล้ววางไว้บนเตียงอย่างนุ่มนวล

ต๋องยืนมองหน้าเพื่อนรักด้วยความรู้สึกสับสนในใจ ทำไมชอบมีคนบอกว่ามึงกับกูเป็นแฟนกันตลอดเลยวะ หรือถึงเวลาที่กูควรจะมีแฟนแล้วซะที” ไม่นานก็เดินออกมาแล้วเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง

            จริงๆแล้วไอร์รู้สึกตัวตั้งแต่ตอนที่ต๋องอุ้มออกมาจากรถแล้ว เจ้าตัวได้ยินทุกประโยคที่เพื่อนรักพูดกับหญิงสาวขณะอยู่ในลิฟท์ ประโยคที่ต๋องบอกว่าชอบผู้หญิงทำไมมันถึงได้รู้สึกเจ็บปวดอย่างนี้นะ ความรักครั้งนี้มันไม่มีทางเป็นไปได้เลยแม้แต่น้อย แต่อีกไม่นานทุกอย่างก็จะจบลงแล้วไอร์สัญญากับตัวเอง

 

             คณะแพทยศาสตร์

            และแล้ววันที่ไอร์รอคอยก็มาถึง วันนี้เจ้าตัวรีบมาคณะตั้งแต่เช้าแล้วตรงดิ่งมาที่ห้องแล็บทันที เมื่อคืนแทบนอนไม่หลับเพราะตื่นเต้นที่จะเข้าสู่กระบวนการสังเคราะห์มดลูกและรังไข่เทียม จากเครื่องมือที่มีชื่อว่า ‘Artificial Reproductive Maker(ARM) เป็นนวัตกรรมใหม่ที่อาจารย์หมอสมิธพัฒนาขึ้นมา โดยอาศัยโมเดลของเครื่องพิมพ์สามมิติเป็นต้นแบบ เพียงแต่พัฒนามาใช้กับร่างกายของมนุษย์ก็เท่านั้น ในอนาคตอาจจะใช้เจ้าเครื่องนี้ในการรักษาอาการเจ็บป่วยที่เกิดจากการสูญเสียอวัยวะในร่างกายได้

            ไอร์สวมชุดของทางหน่วยวิจัยซึ่งคล้ายๆกับชุดผู้ป่วยในโรงพยาบาล เพียงแต่มันผลิตจากเส้นใยที่ถักทอมาจากแร่ธาตุชนิดหนึ่ง ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษช่วยกระตุ้นปฏิกิริยาการสังเคราะห์อวัยวะให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังช่วยปกป้องเนื้อเยื่อไม่ให้ได้รับอันตรายจากการยิงเลเซอร์อีกด้วย

            “พร้อมแล้วนะไอร์” อาจารย์หมอเอ่ยถามขณะเจ้าตัวยืนอยู่หน้าเครื่อง ARM

            “ครับอาจารย์หมอ”

            “ถ้างั้นก็เข้าไปนอนลงได้เลย” ไอร์พยักหน้าให้อาจารย์หมอแล้วเดินเข้าไปนอนที่เตียงไฟฟ้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครื่อง ARM

            เมื่อนอนลงที่เตียงแล้วอาจารย์หมอก็ฉีดยาสลบให้ หลังจากนั้นก็เดินไปที่จอควบคุมแล้วใช้นิ้วสัมผัสสองสามครั้ง ไม่นานเตียงไฟฟ้าก็เคลื่อนตัวพาเข้าไปในเครื่องที่มีลักษณะคล้ายกับแคปซูลอวกาศ

            คนที่อยู่ในเครื่องนอนหลับตาแล้วนึกถึงหน้าผู้เป็นแม่ เขาตั้งใจจะบอกความจริงหลังจากเรื่องทุกอย่างผ่านไปด้วยดีแล้ว และก็หวังว่าแม่คงจะเข้าใจในสิ่งที่เขาทำ

ไม่นานเจ้าตัวก็หลับด้วยฤทธิ์ยาสลบ หลังจากนั้นเครื่อง ARM ก็เริ่มทำงานโดยการยิงแสงเลเซอร์เข้ามาที่ช่องท้องเป็นร้อยๆเส้น ส่วนอาจารย์หมอก็ยืนควบคุมกระบวนการทำงานที่หน้าจอมอนิเตอร์ เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงก็มีเสียงสัญญาณดังขึ้น บ่งบอกว่าการสังเคราะห์มดลูกและรังไข่เทียมเสร็จสิ้นกระบวนการเรียบร้อยแล้ว

            ไอร์ลืมตาขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือก่อนจะเอามือคลำที่ท้องของตัวเอง ตอนนี้เขาพร้อมที่จะเป็นแม่คนแล้วหรือนี่ เตียงไฟฟ้าค่อยๆเลื่อนออกมาจากตัวเครื่อง เมื่อเตียงไฟฟ้าหยุดเคลื่อนไหวแล้วไอร์ก็ลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ

            “โอ๊ย!” เมื่อขยับตัวก็รู้สึกเจ็บจี๊ดๆที่ท้องทันที เขารู้สึกอึดอัดในช่องท้องนั่นเป็นเพราะว่าตอนนี้มีอวัยวะเพิ่มเข้ามา

            “ระวังเรื่องการเคลื่อนไหวร่างกายหน่อยนะ ไอร์ต้องพักฟื้นร่างกายประมาณหนึ่งสัปดาห์เพื่อให้มดลูกเข้ากับร่างกายเราได้ซะก่อน” อาจารย์หมอแนะนำ

            “ขอบพระคุณอาจารย์มากนะครับ”

            “ไม่เป็นไร ไปนอนพักก่อนนะแล้วค่อยกลับ”

            “ครับอาจารย์” ว่าแล้วก็ค่อยๆเดินไปนอนบนเตียงผู้ป่วยที่มุมห้อง

            หลังจากอาจารย์หมอเดินออกไปแล้วไอร์ก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เพื่อโทรบอกเพื่อนรักให้มารับเหมือนทุกครั้ง

            “มึงทำอะไรอยู่วะ”

            [“ตอนนี้กูกำลังประชุมอยู่คณะมึงมีอะไรรึเปล่า”]

            “เย็นนี้มารับกูหน่อยสิ”

            [“ได้สิกี่โมงล่ะ”]

            “ประมาณสี่โมงเย็นเดี๋ยวกูจะไปรอที่หน้าคณะ”

            [“เคๆแล้วเจอกันเดี๋ยวกูต้องวางแล้วนะ”]

            “เออๆ แค่นี้ล่ะ”

            หลังจากวางสายเพื่อนแล้วไอร์ก็นอนพักต่อจนหลับไปในที่สุด ด้วยความเพลียจากการสังเคราะห์มดลูกเทียมทำให้เจ้าตัวนอนหลับไปหลายชั่วโมงจนเลยเวลาที่นัดกับเพื่อนเอาไว้ รู้สึกตัวอีกทีก็เกือบจะสามทุ่มแล้วไอร์จึงรีบลุกออกจากมาเตียงแล้วลงไปที่หน้าคณะทันที

            ขณะยืนอยู่หน้าคณะไอร์มองหารถของเพื่อนรักแต่ก็ไม่เจอ ในใจก็คิดว่าไม่น่าจะอยู่รอจนถึงป่านนี้จึงเดินจากหน้าคณะไปที่ถนนใหญ่เพื่อเรียกแท็กซี่กลับ แต่ระหว่างนั้นก็เห็นรถหรูที่คุ้นตาจอดอยู่ในลานจอดรถ เจ้าตัวถึงกับยิ้มออกมาแล้วเดินเข้าไปหาทันที

รอยยิ้มถูกแทนที่ด้วยน้ำตาเมื่อเจ้าตัวเดินมาถึง แสงสว่างจากเสาไฟข้างทางทำให้ภาพที่เห็นในรถมันชัดเจนมาก ไอ้เพื่อนตัวดีกำลังจูบกับผู้หญิงอย่างดูดดื่มอย่างไม่อายฟ้าดิน ในที่สุดก็มีวันนี้วันที่ต๋องมีผู้หญิงเข้ามาในชีวิตและเขาคงจะตกกระป๋องในอีกไม่ช้าแน่นอน ไอร์พยายามตั้งสติแล้วเดินออกมาจากตรงนั้น ปล่อยให้เพื่อนได้มีความสุขกับผู้หญิงของมันให้เต็มที่ ส่วนเขาขอเลือกไปตามทางของตัวเองก็แล้วกัน

 

            ปัง!

            ไอร์มาถึงก็ปิดประตูเสียงดังอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะรีบอาบน้ำแล้วเข้านอนเขาไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น แต่ก็ดีเหมือนกันที่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น มันจะได้ช่วยให้การตัดสินใจอะไรง่ายขึ้นกว่าเดิม

            ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

            “ไอร์มึงนอนรึยังวะ!” ต๋องยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าห้องด้วยอารมณ์ไม่ค่อยจะดีนัก เพราะรออยู่นานแถมโทรมาก็ไม่รับสาย แต่เพื่อนรักกลับแอบมาถึงก่อนซะอย่างนั้น

            “............”

            “กูรู้ว่ามึงยังไม่หลับออกมาคุยกับกูเดี๋ยวนี้”

            “...........” เจ้าตัวยังเงียบ

            “ถ้ามึงไม่ออกมากูจะพังประตูเข้าไปนะ” ต๋องตะโกนเสียงดังบ่งบอกว่าตอนนี้อารมณ์กำลังเดือดพล่านเต็มทนแล้ว

            “หนึ่ง....สอง....สะ”

            แอ๊ดดด!!

            “มีอะไรว่ามากูจะนอน” ไอร์กอดอกพูดอย่างไม่สบอารมณ์

            “มึงจะกลับมาก่อนทำไมไม่โทรบอก มึงรู้ป่ะว่ากูรอมึงนานแค่ไหน”

            “แล้วก่อนหน้านั้นทำไมมึงไม่โทรหากูเลยล่ะ กูนึกว่ามึงคงไม่รอแล้วก็เลยกลับมาเอง”

            “คือกู....ไปทำธุระเลยลืมโทรหามึง แต่มึงเองก็ไม่โทรหากูนี่นา กูเลยนึกว่ามึงอาจจะเลิกดึกเลยรอที่ลานจอดรถ” ความโมโหในตอนแรกหายไปหมดเมื่อได้รู้ว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน

            “สรุปเราเข้าใจผิดกันไปเอง หมดธุระแล้วช่ะกูจะนอน”

            “เดี๋ยว! มึงกินอะไรมารึยังกูซื้อข้าวมันไก่มาเผื่อมึงด้วย”

            “กูไม่หิวขอตัวนะ”

            ปัง!

            เจ้าของห้องรีบกลับไปนอนบนเตียงร้องไห้ระงมเพื่อระบายความเจ็บปวดที่อยู่ในใจ ทำไมมึงต้องทำเหมือนเป็นห่วงกูด้วย รู้ไหมว่ามันเจ็บปวดมากแค่ไหน ไอร์นอนคิดถึงแต่เรื่องของเพื่อนรักจนหลับไปในที่สุด

 

            หนึ่งสัปดาห์ต่อมา

            ความสัมพันธ์ระหว่างไอร์และต๋องเริ่มย่ำแย่ลงเรื่อยๆ หลังจากวันนั้นไอร์ก็เริ่มพยายามตีตัวออกห่างเพื่อนรักมากขึ้น ปล่อยให้ต๋องได้มีเวลาไปอยู่กับแฟนที่เพิ่งตกลงคบกันให้หนำใจ เพราะอีกไม่นานช่วงเวลาแห่งความสนุกในรั้วมหาวิทยาลัยก็จะหมดลงแล้ว แต่นั่นมันสำหรับต๋องเพียงคนเดียว สำหรับไอร์ยังคงต้องเรียนต่อไปอีกสองปีกว่าจะได้รับใบปริญญาบัตร

            ตอนนี้สภาพร่างกายของไอร์พร้อมแล้วที่จะรับน้ำเชื้อเพื่อการตั้งครรภ์ วันนี้จึงตัดสินใจโทรหาต๋องเพื่อจะได้ทำตามแผนที่วางไว้ หากผ่านพ้นคืนนี้ไปแล้วไม่ว่าผลจะเป็นยังไงเขาก็จะยอมรับมันให้ได้

            “ต๋องมึงว่างคุยไหมวะ”

            [“คุยได้มึงมีอะไรวะ”]

            “คืนนี้มึงมีนัดที่ไหนรึยัง กูว่าจะชวนมึงมาทานข้าวที่ห้อง”

            [“ได้สิคืนนี้กูไม่ได้มีนัดที่ไหน” / ให้ดาวไปด้วยคนนะคะ] เสียงแฟนสาวของต๋องดังแทรกเข้ามาทำให้คนที่ได้ยินถึงกับเจ็บจี๊ดๆที่หัวใจ

            “ต๋องคืนนี้กูขอให้มีแค่มึงกับกูเท่านั้นได้ไหมวะ ถือว่ากูขอร้อง”

            [“.......อื้มได้สิเดี๋ยวกูบอกดาวให้ละกัน”] ได้ยินเพื่อนบอกอย่างนั้นต๋องเองก็ลำบากใจเพราะกลัวว่าแฟนสาวจะน้อยใจ

            “ขอบใจมากแล้วเจอกันนะเว้ย”

            [“แล้วเจอกัน”]

            ต๋องรู้สึกสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมอยู่ๆเพื่อนรักก็โทรมาคุยกับเขาทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เอาแต่หลบหน้าไม่พูดไม่จา แต่ก็ถือว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่จะได้ปรับความเข้าใจกัน ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเพื่อนกำลังโกรธเขาเรื่องอะไรกันแน่

 

            เย็นวันนั้นไอร์เตรียมกับข้าวมื้อพิเศษที่ลงมือทำด้วยตัวเอง วางเรียงรายไว้บนโต๊ะพร้อมกับขวดเหล้ายี่ห้อดังที่เคยชอบดื่มกันเป็นประจำ เขาจัดแจงทุกอย่างให้สุดฝีมือเพราะนี่มันอาจจะเป็นมื้อสุดท้ายที่เขาและเพื่อนจะมีโอกาสได้อยู่ด้วยกัน

            “กูขอโทษที่ต้องทำอย่างนี้นะต๋อง” ในมือก็ถือยาปลุกเซ็กส์ขวดเล็กๆก่อนจะหยดลงไปในแก้วเหล้าของเพื่อนทันที

            แอ๊ดดด!!!

            เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูไอร์ก็รีบเก็บขวดเอาไว้ แล้วทำทุกอย่างให้เป็นปกติที่สุด

            “มึงมาเร็วจังวะ” ไอร์ถามเพื่อน

            “กูกลัวมึงจะรอไง โอ้โหนี่มึงทำเองทั้งหมดเลยเหรอวะ” ต๋องทำหน้าตื่นตาตื่นใจกับอาหารที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ

            “ใช่เพื่อมึงเลยนะเนี่ย”

            “วันนี้เป็นวันพิเศษอะไรเหรอวะ”

            “ไม่มีอะไรพิเศษหรอกแค่กูอยากจะขอโทษมึงกับหลายวันที่ผ่านมากูมันงี่เง่าเอง”

            “เฮ้ย! อย่าคิดมากดิวะกูไม่ได้โกรธมึงเลยเว้ย”

            “กูดีใจที่มึงไม่โกรธกู ดื่มฉลองให้กับมิตรภาพของเราหน่อยสิ” ไอร์ยกแก้วเหล้าที่ใส่ยาให้เพื่อนรัก

            แกร๊ง!

            แก้วสองใบกระทบกันเสียงดังก่อนที่ของเหลวสีชาจะถูกกรอกลงไปในลำคอซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนหมด ไม่นานหลังจากนั้นยาปลุกเซ็กส์ก็เริ่มออกฤทธิ์ ต๋องมองเพื่อนรักด้วยสายตาหวานเยิ้ม ร่างกายรู้สึกร้อนวูบวาบด้วยความกระสัน สัมพันธ์กับแก่นกายที่กำลังตื่นตัวจนแข็งแน่นคับเป้ากางเกง ต๋องรีบกระโจนเข้าไปหาเพื่อนรักแล้วอุ้มขึ้นในท่าเจ้าสาวทันที หากไม่ได้ปลดปล่อยวันนี้มีหวังเขาได้ตายอย่างแน่นอน

            “ไอร์มึงต้องช่วยกูนะกูไม่ไหวแล้ว” ต๋องพูดเสียงกระเส่าใบหน้าแดงก่ำ

            “วันนี้กูยอมทำตามใจมึงทุกอย่างเลยต๋อง” พูดแล้วก็ยิ้มหวานให้เพื่อน

            ต๋องยิ้มที่มุมปากอย่างพอใจก่อนจะอุ้มเพื่อนรักเข้าไปในห้องนอนของตัวเองทันที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

0 ความคิดเห็น